[FIC/SF EXO Krisyeol,kaiun.lulay] SF series project

ตอนที่ 88 : [HEAVEN,PARADISE,ECSTACY,OR LOVE] :: krisyeol kaihun :: CH 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ก.ค. 59



31




..........................

 

สวบ สวบ สวบ เสียงฝีเท้าที่เดินย้ำเป็นจังหวะมาสม่ำเสมอ สองขาภายใต้กางเกงสีดำก้าวออกไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย ดวงตาคู่สวยที่เรียกให้ใครๆต้องมนต์ หากแต่ดวงตาคู่สวยคู่นี้ มันกลับว่างเปล่าอย่างน่าสงสาร เหมือนกับว่ามันไม่ได้มีไว้พร้อมจะมองใครอีกแล้ว ดวงตาคู่นี้ มีไว้มองเพียงเพื่อผู้ชายคนเดียวเท่านั้น ผู้ซึ่งเป็นรักแรกและรักเดียวตลอดไป คนที่ไม่ว่ายังไง โอ เซฮุนคนนี้ก็ยังจะรอ รอ......แม้ว่าโอกาสจะแทบไม่มีเลยก็ตาม

 

ฟู่ว” เสียงพรูลมหายใจนั้นฟังดูแสนจะน่ารัก สองแขนเรียวยกกอดตัวเองแน่ๆพร้อมทั้งถูเจ้าแขนทั้งสองข้างขึ้นลงหวังให้ไออุ่น คงเพราะอากาศด้านนอกตัวบ้านนี้ค่อนข้างเย็น อุณหภูมิต่ำจนร่างเล็กที่อ่อนไหวต่อสภาพอากาศสะท้านเบาๆ โอเซฮุน ตัวเล็ก ร่างกายไม่ค่อยชอบความเย็นเสียเท่าไหร่ เลยกลายเป็นว่าตอนกลางคืนไม่ชอบออกจากบ้าน

 

ฟู่ว หนาวจังเลย” ยามเจ้าของร่างกอดตัวเอง เสียงนุ่มละมุนหูก็เอ่ยบ่นกับตัวเอง ฟังดูราวกับลูกแมวขี้บ่นที่ครางเงี้ยวๆกับตัวเอง เซฮุนเป็นแบบนี้แหละ ขี้เหงา ชอบบ่นกับตัวเองคนเดียว และต้องการความรักความอบอุ่นอยู่เสมอ

 

ที่เป็นอยู่ตอนนี้ โดยไม่มีอ้อมกอดจากคนคนนั้นที่คิดถึง ก็ถือว่าเก่งเท่าไหร่แล้ว

 

พอคิดถึงคิม จงอิน สมองก็พลันนึกไปถึงเหตุการ์ณก่อนหน้านี้ที่มีคนแปลกหน้า ไม่แน่ใจเลยว่าเป็นใคร แต่ก็โทรมาหาเขา บอกให้เดินทางมาสถานที่สำหรับคนกลางคืนแบบนี้ แปลกจริงๆที่เขาก็ยอมมาตามคำของคนแปลกหน้านั้น หัวกลมสะบัดส่ายไปมาเล็กน้อย ปฏิเศธความคิดแผลงๆของตัวเอง ก่อนจะเงยขึ้นเพ่งมองไปที่เบื้องหน้า ก็เมื่อตอนที่เขาได้ยินเสียงเหมือนมีคนทะเลาะกันนั้นแหละ

 

ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้มีอะไรกับนาอึนก็ไม่สิ โถ่เสี่ยวลู่ ช่วยฟังกันดีๆเถอะ ฉันขอร้อง”

 

เหอะ แล้วมันกี่ครั้งแล้วที่ทำกับฉันแบบนี้” เสียงเรียบเย็นนั้นยังทำเอาเซฮุนผวา แม้จะเห็นไม่ชัดว่าทั้งสองคนที่สนทนาเป็นใคร แต่เซฮุนก็รู้ว่าคนตัวเล็กคนนั้น ไม่เหมือนกับคนอื่น จริงจัง ไม่โวยวายเหมือนคนแบบเขา แต่ก็เค้นเอาความจริงจากปากผู้ชายอีกคนได้อย่างน่ากลัวไม่แพ้กัน

 

โธ่ เสี่ยวลู่ ฟังผมก่อน” คนตัวสูงกว่าเอ่ยเหมือนอ้อนวอน น้ำเสียงที่อ่อนลงเพราะไม่อยากมีปัญหา เซฮุนเห็นร่างนั้นจะก้าวเข้าไปหาคนที่ยืนกอดอก แต่แล้วก็ต้องชะงัก

 

อย่าเรียกฉันแบบนั้นเลย ขอร้องล่ะ”เสียงหวานๆแหบๆนั้นเอ่นยามเจ้าตัวยกมือขึ้นข้างนึง บอกให้ผ่ายคนง้อเงียบลง แม้จะมืดแค่ไหน โอ เซฮุนก็รู้ว่าคนตัวสูงต้องหน้าเจื่อนแน่ๆ

 

ก็ได้ฉันจะไม่เรียก แต่ฉันยังยืนยันคำเดิม ฉันกับนาอึนไม่มีอะไร”

 

อืม จะให้ฉันเชื่อเป็นครั้งที่เท่าไหร่ดีล่ะ? คนนู่นก็ไม่มี คนนี้ก็ไม่ใช่ แล้วตกลงไอที่มาโวยวายใส่ฉัน พวกผู้หญิงพวกนั้น ไม่มีอะไรงั้นเหรอ คิม จงอิน?” บทสนทนาที่แสนจะธรรมดา เรื่องราวที่ร่างบางที่แอบฟังไม่คิดอยากจะฟังเรื่องของคนอื่นสักนิด ถ้าไม่เพราะท้ายประโยคนั้น เอ่ยชื่อของคนที่เฝ้าคิดถึงที่สุดจนสุดหัวใจออกมา

 

 

คิม จงอิน

 

 

ถ้าไม่เพราะเสียงหวานที่ใช้เอ่ยเรียกจากเรือนกายแบบบางดูน่าทนุถนอมนั้น ร่างที่โดนโถมกายเข้ากอดเต็มกำลัง เพียงเพราะคนตัวเล็กตั้งท่าจะหันหลังหนี

 

 

แสงไฟจากเสาไฟฟ้าของกังนัมตอนกลางคืน กำลังทำเซฮุนปวดหัวใจอย่างถึงที่สุด ภาวนาไม่อยากให้ไฟที่สาดส่องลงมาชัดขนาดที่เห็นดวงหน้าที่ผู้ชายคนนั้น ที่กอดร่างเล็กไว้

 

ไม่ อย่าไป อย่าไปเสี่ยวลู่ อย่าทิ้งผมไป” เพราะคุณ เสี่ยวลู่หาน ที่เหมือนตัวแทนของเขาคนนั้นในฝันของผม เพราะฉะนั้น ได้โปรดอย่าไป อยู่กับผม เป็นคนคอยช่วยปลอบประโลมหัวใจที่อ่อนดวงนี้ ร่างสูงกำลังคร่ำครวญในใจ ขอร้องไม่ให้คนในอ้อนกอดสะบัดตัวหนีไป ตัวแทนของคนคนนั้น คุณทดแทนเขาได้ เสี่ยวลู่ ได้โปรด

 

ฮึก สัญญาไหม ว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย” บทสนทนาจบลงแค่นั้น ก่อนทั้งสองร้างจะโถมเข้าหากัน ไม่มีคำตอบรับจากปากคู่นั้นของจงอิน มีเพียงอ้อมกอดที่พร้อมจะกอดร่างเล็กไว้

 

อ้อมกอด ที่คนมองไม่มีทางรู้ว่า ว่ามันช่างว่างเปล่าและเงียบเหงามากขนาดไหน ไร้ซึ่งความมั่นคง รักที่ยืนยาว ที่ไม่รู้ว่าจะยืนยาวไปได้แค่ไหน

 

เสี่ยวลู่หานรู้ดี ว่าควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไรเพื่อรั้งเอาคนขี้รำคาญแบบตัวเองไว้ตลอดไป ถึงรู้ดีว่าวันนึง คนคนนั้นของจงอินจะมาเอาคืนไป แต่ลู่หานก็ขอ ในช่วงเวลาที่คนคนนั้นยังไม่มา เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้จงอินรัก รักเพียงเขาแค่คนเดียว

 

รักแค่คนเดียว?

 

บางที ลู่หานอาจจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับจงอินคนนี้เลยก็เป็นได้

 

จะยื้อไว้ได้ยังไงในเมื่อใจมันไม่ได้รัก ไม่ได้เสน่หา เพียงแค่มองเห็นร่างร่างนี้เป็นตัวตาย ตัวแทนใครบางคนที่อยู่ที่ไกลแสนไกล ไกลจนเขาไม่อาจเอื้อมมือไปคว้าไว้ ฉุดลงมาให้อยู่ข้างๆกัน

 

เซ็กส์ ที่ยื้อเราทั้งสองเข้าด้วยกัน ฉัน รักนายไม่ได้หรอก เสี่ยว ลู่หาน

 

 

ฮึก ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ จงอินนา จงอินนา จงอิน ฮือฮือ”

 

 

 

 

 

สำหรับคนที่ยืนมองดูสถานการ์ณน่าปวดใจตรงหน้าแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทำไมเสียงยามอ้อนวอนนั้นถึงได้เหมือนกันขนาดนี้ ทำไมยามที่เห็นร่างสูงกอดคนในอ้อมกอดถึงได้สะท้อนเห็นเป็นภาพซ้อนของตัวเองจนเจ็บไปหมดขนาดนี้กัน

 

 

 

.....จงอิน” ราวกับโลกถล่ม แทบจะล่มทั้งยืน คนที่ตามหามาตลอดชีวิต คนที่บอกว่ายังไงก็จะรักเราแค่คนเดียว คนที่บอกว่าไม่เคยคิดจะทิ้งไปไหน หรือถึงหายไป ยังไงก็จะกลับมา จะกลับมาหา คิม จงอิน จะกลับมาหา โอ เซฮุนคนเดียว เสียงที่เปล่งออกมาแทบจะไม่ได้ยิน เหมือนกับกระซิบมากกว่าจะเป็นการเรียก

 

 

 

นี้หรือเปล่าที่คนคนนั้น คนแปลกหน้าในโทรศัพท์เรียกเขาออกมา เพราะต้องการจะแกล้งเขาให้เจ็บช้ำแบบนี้หรือเปล่า เรียกมาเพื่อให้เห็นสิ่งเหล่านี้ ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ ทำไมต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ จากที่คิดว่าคืนนี้ไม่ควรจะออกมาอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งคิดมากกว่าเดิม ว่าช่างโง่เหลือเกิน โง่ที่ยอมให้ตัวเองต้องออกมาเจออะไรแบบนี้

 

 

จิตใจที่ยิ่งไร้ซึ่งความเข็มแข็งแบบนี้

 

กำลังทำร้ายจนทรมานไม่เหลือชิ้นดีเพราะความเจ็บปวด

 

 

 

....................................

 

แม้ภายในตัวอาการจะส่งทั้งแสงสีและเสียงดังกระหึ่มตามแบบฉบับสถานที่เที่ยวกลางคืน หากบรรยากาศด้านนอกกลับต่างกันอย่างลิบลับ ความสนุก ความมึนส์สุดเหวี่ยงก็มีแค่ข้างในนั้นเท่านั้น ตึกปูนเปลือยที่เหมือนกล่องสี่เหลี่ยวลูกบาศ์กนั้น บริเวณรายล้อมรอบตึกนั้นจะไม่น่าสังเกตหรือสะดุดตาเลยสักนิดหากไม่เป็นเพราะร่างเพรียวลมของ

 

 

สำหรับคนหลายๆคน การกระทำก็ไม่มีเหตุผม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และสลายหายไปกับความทรงจำที่สมองไม่เลือกที่จะจำ

 

เซฮุน เลือกเดินออกมาจากบ้านตอนเที่ยงคืน ทนความหนาวเหน็บที่แม้แต่เนื้อผ้าชั้นดีก็กันหนาวให้ไม่ได้ออกมาข้างนอก เพียงเพราะคำว่า คิมจงอิน เพียงแค่คำเดียวเท่านั้น

 

ชานยอล กระเสือกกระสนลงมาบนโลกมนุษย์ โดยที่ก็ไม่รู้หรอกว่าหนทางข้างหน้านั้นจะต้องเจออะไร ขอแค่ให้ได้ลงมา ถึงแม้จะต้องพรากจากคนคนนี้ ก็ยอม

 

จุนมยอน ยอมถูกมองว่าเป็นเพียงเทวดาตกสวรรค์นิสัยไม่ดีคนนึง คนที่ทำไป ไม่รู้แน่ชัดว่าจุดประสงค์ของการกระทำนั้นคืออะไร เรียกร้องความสนใจ อย่างนั้นหรอ? ไม่รู้หรอก

 

 

..................................

 

 

 

ไม่มีใครรู้หรอกว่าการกระทำบางอย่างของคนเรามันมาจากแค่เรียกร้องความสนใจ แล้วใครล่ะที่เรียกร้อง? แล้วคนที่เรียกร้องทำสำเร็จหรือเปล่า นั้นเป็นคนถามที่ดูเหมือนจะไม่มีคำตอบ

 

กูรูด้านความรักมากมายต่างพากันบอกว่า ต่อให้คุณเรียกร้องความสนใจมากแค่ไหน ถ้าเขาคนนั้นไม่คิดจะสนใจ ก็ทำใจซะเถอะ ว่ามันสูญเปล่า ถ้าเขาไม่รัก ยังไงเขาก็ไม่สนใจหรอก และบางที การทำตัวเป็นเด็กดื้อของจุนมยอน ก็อาจจะทำเพียงเพราะเรียกร้องความสนใจก็ได้

 

บางที ท่านก็ไม่มีทางเข้าใจการกระทำของข้าเลยก็ได้” ปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นลอยไปกับสายลม ไม่รู้หรอกว่ามันจะพัด่องลอยพาความรักความคิดถึงให้ลอยผ่านไปด้วยไหม บางที่สิ่งที่เข้าใจยากที่สุดอาจจะเป็นตัวของเขาเองก็เป็นได้

 

 

 

.......................

 

 

..............

 

 

.....

 

 

 

เอี๊ยดดด เสียงล้อรถบดเบียดบนพื้นถนน หยุดกระทันหัน พาลพาร่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะดวงตากลมมัวแต่เหม่อออกไปทางด้านนอกตลอดเวลากระเด้งตัวเกือบกระแทกคอนโซลด้านหน้า ใบหน้าสวยของเทวดาตัวน้อยหันขวับไปหามนุษย์ใจร้ายที่พูดจาไม่ถนอมน้ำใจกันไม่เหลือชิ้นดีด้วยแววตาไม่เข้าใจ

 

 

คริสหยุดรถทำไม” ถึงความเป็นจริงจะไม่อยากอ้าปากคุยหรือถามด้วยก็เถอะ ความน้อยใจและโมโหถาโถมเข้ามาหาไม่หยุดหยั้ง ใบหน้าเบ้เล้กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่คนหันไปถามไม่ยอมตอบ ร่างบางอย่างจะฮึดฮัด อย่างจะเหวี่ยง เอ๊ะ มนุษย์เขาเรียกกันแบบนั้นหรือเปล่านะ

 

จะไปโทษร่างกายหรือความเป็นมนุษย์ของเขาเองไม่ได้หรอกที่ทำให้อารมณ์ไม่ดี มันต้องโทษมนุษย์ที่นั่งอยู่หน้าคอนโซลข้างๆเขานี้มากกว่า เพราะตั้งแต่ลากร่างบางขึ้นรถมาจนถึงตอนนี้ อีกฝ่ายยังไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำเลย ชานยอลเองที่ก็จนปัญญา ร่างบางกำลังสับสนและตามคนตรงหน้าไม่ทัน ทั้งๆที่ปกติแล้วทุกๆอย่างมันมักจะไม่เป็นแบบนี้

 

 

................” ไม่มีเสียงตอบกลับมานอกจากเสียงถอนลมหายใจ ร่างสูงเผลอถอนลมหายใจออกยาวๆ ปากอิ่มสบถอย่างไม่สบอารมณ์นัก “โถ่เว้ยย แม่ง!” แขนแกร่งกระแทกพวงมาลัยเสียงดัง ร่างนั้นสะบัดกายลงบนเบาะหนัง ทิ้งตัวลงพร้อมทั้งกุมขมับเงยหน้า

 

.................”

 

แม้ว่าชานยอลจะเห็นคริสดูงุ่นง่านแบบนั้นก็ไม่คิดจะหันไปปลอบประโลมแบบที่เคยทำสักนิด รู้สึกว่าตัวเองตอนนี้ทนมามากยังไงก็ไม่รู้ คนตัวเล็กตัดสินใจหันเสออกไปนอกหน้าต่าง จ้องมองถนน ต้นไม่ ไฟด้านนอกยังดีเสียยิ่งกว่ามานั่งเป็นห่วงคนที่ขี้โมโหและอารมณ์ร้อนแบบคริส

 

 

ยิ่งชานยอลเฉยชาใส่เขามากเท่าไหร่ คริสก็ยิ่งจะคลั่งตายมากเท่านั้น นี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับเขาสองคน จนบัดนี้ยังหาคำตอบให้เรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่ได้เลย ในเมื่อเขาก็มองว่าตัวเองตัดสินใจพูดไปตอนนั้นดีที่สุดแล้ว

 

 

แต่พอหันไปเจอร่างข้างๆที่เขาทำได้และตัดสินใจทำก็มีเพียงแค่การถอนลมหายใจยาวๆ อารมณ์ฉุนเชียวที่จะไม่พยายามไปลงกับคนข้างๆ อารมณ์ฉุนเชียว ที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันมีสาเหตุมาจากใคร เพราะอะไร และเรื่องอะไร

 

 

หมับ

 

 

พอกันที เขาจะเลิกบ้าแล้วหันไปทำตัวเป็นคริสคนปกติเสียที ร่างสูงหันควับทั้งตัวเพื่อพยายามจะประจันหน้าเข้าหาคนรัก แต่อีกฝ่ายก็ยังเพิกเฉยจนเขาเองต้องคว้าเอาไหล่บางให้หันมามอง ดวงหน้าหวานมองเขาตอบอย่างงงๆ อีกฝ่ายไม่ได้ว่า ไม่ได้ต่อต้าน แต่อีกเช่นเดียวกันที่ชานยอลเองก็ไม่ได้เอ่ยคำหวานหู ความร้อนรนใจของคริสยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ

 

 

โถ่ ชานยอล ได้โปรด อย่ามองคริสแบบนั้น.......นี้เรา.....มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างทอดถอนใจ มือหนาจับมั่นที่ไหล่ทั้งสองข้างแน่น มองลึกเข้าไปในแก้วตาหวานอย่างหาความหมาย ก่อนจะเป็นฝ่ายชานยอลเองที่ค่อยๆเลื่อนกายเข้ามาใกล้ หน้าผากได้รูปสัมผัสแตะเข้าหาหน้าผากของชายหนุ่ม

 

 

........”

 

 

ฮึก ชานยอลครับ ยังรักคริสคนนี้อยู่ใช่ไหม?” แม้ร่างเล็กอยากจะพูดออกไปใจจะขาดว่า ทั้งหมดมันเป็นเพราะคำพูดของครอสเอง แต่ก็ต้องเงียบไว้ เก็บไว้ในใจ เพราะน้ำตาที่ไหลรินจกดวงตาคู้นั้นกำลังทำชานยอลใจไม่ดี

 

คริสไม่เคยคิดว่าตัวเองจะอ่อนแอได้มากขนาดนี้ เขากำลังไขว้เขว ไปไม่ถูก กำลังรู้สึกว่าตัวเองเสียจุดศนย์ถ่วง

 

 

..........โถ่ที่รัก.........ฮึก คุณรักผมใช่ไหมครับ?” ไม่ไหว เหมือนใจจะขาด เงียบไปแบบนั้น เขาแทบจะขาดใจ นี้มันอะไรกัน เราทะเลาะกันเรื่องอะไรหรอครับคนดี เรื่องอะไร ได้โปรด บอกผมทีเถอะ บอกผม

 

 

ชู่ว ชู่ว ไม่เอาสิ” แค่เห็นดวงตาคู่นั้นของคริสแดงก่ำ หัวใจดวงน้อยก็อ่อนยวบ

 

 

ชู่ววว ไม่เอานะคริส ไม่ร้องนะ ชู่วว คริสของชานยอลไม่ร้องนะฮะ ไม่ร้อง” น้ำเสียงอบอุ่นนั้นไม่ต่างอะไรเลยจากเสียงของมารดาที่ปลอบบุตร ความอ่อนโยนเพียงที่แค่นั้นที่ทลายพนังกั้นน้ำของคริสซะไม่เหลือชิ้นดี หยาดน้ำใสของคนเข็มแข็งหลายออกมาอย่างไม่อาจห้าม ร่างสูงร้องออกมาทั้งๆที่ยังคงมีมือนุ่มทั้งสองประคองแก้มของเขาไว้อย่างรักใคร่ เสียงนุ่มๆหวานๆเอ่ยปลอบเด็กขี้แยขาดความอบอุ่นอย่างเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

 

เขาไม่อยากอ่อนแอให้ชานยอลเห็น เป็นลูกผู้ชายไม่ควรจะอ่อนแอ ไม่ควรให้มีหยดน้ำตา แต่ขอทีเถอะ ตอนนี้เขาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอให้เขาได้ร้องไห้ ขอให้เขาได้กลายเป็นเพียงเด็กขี้แยคนนึงที่เรียกร้องหาแต่ความรัก เด็กที่ยังต้องการการดูแลเอาใจใส่ ขอให้ได้ร้องต่อหน้าคนคนนี้เพียงคนเดียว

 

 

คนเก่งของชานยอล ไม่เอานะ ไม่ร้อง ชู่ว ชานยอลอยู่นี้ อยู่นี้นะฮะ” ร่างบางยังคงปลอบเด็กโย่งของตัวเองต่อไป แม้ไม่รู้ที่มาว่าคริสร้องไห้ออกมาเพราะอะไร ด้านที่อ่อนแอนี้แสดงออกมาเพราะใคร ชานยอลยังไม่สามารถหาสาเหตุให้กับมันได้ รู้เพียงแค่ว่า คริสต้องการชานยอล ต้องการอ้อมกอดนี้ ต้องการคนดูแล และชานยอลก็พร้อมจะคอยเป็นคนคนนั้นเพื่อคริส

 

 

ยิ่งเมื่ออยู่ในร่างมนุษย์ เทวดาตัวน้อยก็ยิ่งเข้าใจความเป็นโลกมนุษย์มากขึ้น กายหยาบที่จับต้องได้นี้มันก็เป็นเพียงเกราะกำบัง ฉากหน้า หน้ากาก ที่ปิดบัง ซ่อนเร้นความอ่อนแอทั้งหมดของมนุษย์คนนึงเอาไว้ ไม่มีใครบนโลกนี้ที่จะแข็งแกร่งไปได้ตลอด ทุกคนมีด้านที่อ่อนแอของตัวเองเสมอ ครั้งนึง เทวดาอย่างเขาเคยไม่เข้าใจมันเลยด้วยซ้ำ

 

 

รักคืออะไร

 

 

หรือเป็นเพียงแค่ความประทับใจ ภายนอก ความห่วงใยคืออะไร หรือแค่หน้าที่รับผิดชอบ ความอ่อนโยนคืออะไร หรือเพียงแค่ความสงสาร ตอนนี้เข้าใจทั้งหมดโดยแท้จริงแล้ว ถ้าไม่เพราะคนตรงหน้าที่สอนทุกๆอย่างในวันนี้ ชานยอล เทวดาผู้พิทักษ์ตำแหน่งเล็กคนนึงคนนี้คงไม่เข้าใจอะไรเลย

 

 

........................

 

 

ฮึก อ๊าาาาา คระ....คริสสสส อื้ออ”

 

 

เสียงกรีดครางหวานหูดังพร้อมๆกับแรงกระแทกที่สั่นเครือไปทั้วเตียงหลังกว้าง นิ้วเรียวกำผ้าปูที่นอนแน่น ขาเรียวเผยอยกขึ้นลอยบนอากาศ ไม่อาจบังคับให้มันเหยียบติดพื้นได้อีก ปลายนิ้วเท้าหดเกร็ง เสียงครางฮือคล้ายหญิงสาวที่โดนปรนเปรออย่างสุขสมนั้นช่างเย้ายวนคนฟังเสียจนลิ้นร้อนชุ่มต้องช่วยทำหน้าที่เกี่ยวกระหวัดท่อนเนื้อร้อนเล็กที่สั่นระริกนั้นหนักรัว ร่างหนาแทรกตัวเข้าหาหว่างขามากขึ้น ดวงหน้าหล่อเหลาซุกซบเข้าที่แก่นกลางร่างกาย ดูดเม้มเนื้ออ่อนที่ต้นขาอ่อนพร้อมๆกัน ยามดูดดุน นิ้วชี้แกร่งก็ยกขึนปิดช่องทางปล่อยน้ำรักที่กายเล็กอย่างหยอกเย้า แกล้งให้เรือนกายบางบิดเร้า ร้องหาสัมผัสเขามากขึ้นเป็นเท่าตัว

 

 

สวย เธอสวยทั้งตัวเลยรู้ไหม”

 

อึก อ๊า อ๊า” ลิ้นร้อนละเลงลงบนกายเล็กอย่างไม่เกรงใจ ฟันขบขมเม้นเบาๆจนทั่วลำแท่ง นิ้วแกร่งกำลังกรำกราย แทรกถลำลึกเข้าไปในช่องทางสีสวย แรงบีบรัดเป็นจังหวะ ตอดนิ้วแกร่งถี่ๆอย่างโหยหา เสียงกรีดร้องครางระงมไปทั่ว ยิ่งกายเล็กบิดเร้า กายหนาก็ยิ่งอยากกระเซ้าแกล้ง ปลายเท้าเรียวหงิกงอจิกลงบนพื้นนวมนุ่ม ยามร่างกายถึงจุดสุงสุด เสียวซ่านและสุขสมด้วยแค่เพียงปากและลิ้นช่ำชองของคนบนร่างแค่นั้นเอง

 

อึก อิ๊ อ๊ะๆๆ” ปากร้อนระรัวลิ้นอีกหลายๆครั้งจนหยาดน้ำเหือดหายไปจนหมด ร่างทั้งร่างทรุดลงนอนแผ่หนาบนเตียง มีเพียงดวงหน้าหล่อเหลาและท่าเช็ดมุมปากที่ดูยั่วอารมณ์แบบที่สุดนั้นลอยอยู่ตรงหน้า หยาดน้ำบนม่านตาเล่นเอาโสตประสาทการมองเห็นมืดบอดและมืนมัวสุดๆ ผิวเนื้อเนียนขนลุกซู่เมื่อตอนที่เจ้าตัวโดนกระตุ้นอีกครั้งด้วยจุมพิตบนเปลือกตา แก้มใส จมูกรั้นและริมฝีปากอวบอิ่ม ชานยอลหลับเปลือกตาลงช้าๆ รอรับจูบย่ามใจแผ่วเบา ครางหวิว อืออึงยามเรียวนิ้วยาวทั้งห้าพากันลูบไล้ นวดคลำสะโพกอิ่มครั้งแล้วครั้งเล่า

 

 

ขาเรียวหนีบเข้าหากันอีกครั้งอย่างสั่นระริก ต้นขาอ่อนด้านในโดนจูบจาบจ้วง ลิ้นร้อนตวัด ดูดเม้นเนื้อเหลวนิ่มจนเป็นรอยแดง

 

 

บางครั้งรสของเซ็กส์ก็ไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนคำบอกรัก แต่เซ็กส์คือความสุขที่ได้รับจากคนรัก สุขในแบบที่ไม่ใช่ได้ทำในสิ่งที่รัก งานอดิเรก วาดรูปฟังเพลง เซ็กส์มันดาร์คกว่านั้นมาก และสุขล้ำจนแทบจะสำลักตาย

 

 

รู้ไหมคริส ว่าทำไมบางครั้งชานยอลก็เลือกที่จะไม่ตอบ” ร่างนิ่มนิ่มที่ซุกตัวเข้าหาอกเปลือยเปล่าเงยหน้าขึ้นมองคนที่เหม่อหากก็ลูบลูกผมของตนเล่น

 

 

เดี๋ยวนี้ชานยอลนิ่งขึ้นมาก และเงียบขึ้น ต่างจากวันแรกที่เจอกัน

 

 

หืม ทำไมล่ะ?” คริสครางรับในลำคอ ก่อนจะรัดร่างที่ตนกอดให้กระชับมากยิ่งขึ้น

 

 

ก็เพราะว่ารัก”

 

 

............”

 

 

เพราะว่ารัก ชานยอลเลยเลือกที่จะไม่เถียง เพราะว่ารัก ชานยอลไม่อยากให้คริสต้องโมโห เพราะว่ารัก ชานยอลไม่ต้องการให้เราสองคนต้องพูดจาด้วยคำสบถใส่กัน และเพราะว่าชานยอลรักคริสมาก....รักมาก จนบางครั้งก็กลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างเรามันจะกลายเป็นความเคยชิน มันจะทำให้ชานยอลลืม ลืมว่าตัวเองมีเวลาเหลืออีกน้อยแค่ไหนที่จะได้ใช้เวลากับคนที่รัก”

 

 

 

 

 

....................................




TALK : 

เราอยากนำฟิคมาลงเพราะรู้สึกเสียดายโมเม้นต์ความทรงจำทุกๆอย่างที่ก่อให้เกิดฟิคเรื่องนี้ เราคิดว่าเราทิ้งไม่ลง และจะพยายามลงต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบ เรารักคู่นี้มาก ทั้งสองคนเหมือน

550 ความคิดเห็น

  1. #547 fchk (@fonch) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 19:20
    ไรท์เราดีใจมากๆเลยค่ะที่ไรท์กลับมา เราแบบคิดถึงเรื่องนี้มาก. เราจำได้ว่ากลับเข้สไปอ่านเมื่อปีที่แล้ว เพราะตอนนี้อาจจะทำให้เราลืมบ้างเราจะไปเริ่มอ่านใหม่นะคะเราจะติดตามไปเรื่อยๆเลยเพราะเราก็รักคู่นี้มากๆและคิดถึงการแต่งของไรท์ที่แบบใช้ภาษาได้สวยและแบบยังไงดีละเราชอบเรื่องนี้มากถ้าไรท์รวมเล่มต้องบอกนะคะเราอยากได้มาก
    #547
    1
  2. #534 narratorREPUBLIC (@narratorrepublic) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 19:35
    ว้าวววว เป็นเรื่องตำนานที่ตามอ่านมานานแต่นิสัยเสียคือไม่เม้น 
    5555 วันนี้มาเม้นแล้ว ยังคิดถึงชานยอลอยู่เลย ชอบคริสยิลและก็ชอบเรื่องนี้มากๆ อยากกลับมาอ่านทุกครั้ง
    จำไดมีครั้งนึงไรท์ลบเรื่องนี้ทิ้ง เราตกใจมาก 
    กลับมาตามอ่านไม่ได้ เลยไม่ได้อ่านอีก วันนี้ไรท์กลับมาแล้ว อยากอ่านต่อแล้วค่ะ ลงอีกนะค่ะ 
    #534
    0
  3. #485 Krisyeol's Love (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 16:02
    รับทราบ และจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ^^
    #485
    0
  4. #481 tibbytibby (@tibbytibby) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2556 / 20:39
    นึกว่าไรท์จะทิ้งกันไปซะแล้ว รอเรื่องซูเปอร์สตาร์อยู่ค่ะ แบบว่าค้าง 555 ยังสงสัยอยู่ว่าไรท์จะลงรึไม่ลง งั้นเรามาสครีมในนี้ได้มั้ยคะ อยากอ่านมากมายค่ะ ทวิตเตอร์ไรท์เราหาไม่เจอ ลงไว้หน้าหลักได้มั้ยคะ (หรือเราตาไม่ดี -..-*) จะได้ตามไปสครีมให้ถูก ขอบคุณค่ะ
    #481
    0