[FIC/SF EXO Krisyeol,kaiun.lulay] SF series project

ตอนที่ 67 : [HEAVEN,PARADISE,ECSTACY,OR LOVE] :: krisyeol kaihun :: CH 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ส.ค. 56







15











                   “ข้าว่า ท่านมีธุระอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะ  ข้าเสียเวลา  ข้าไม่มีเวลารอทั้งวัน” แทนที่ฟังแล้วองค์เทพในตำแหน่งสูงสุดจะมีโทสะ  กลับกัน องค์เทพแสยะยิ้ม มองจ้องหน้าของอดีตเทวดา  แม้ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆหากแววตาที่สั้นระริกไปด้วยความทะเล้นและเจ้าเล่ห์เรียกให้ขนทั่วกายของจุนมยอนพร้อมใจกันลุกเกลียว

                                                        

 

 

 

             “ฮ่าๆๆ  ข้าว่าเจ้านี้ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ  …….ในเมื่อชานยอลเจ้าก็ไปพรากมาจากมนุษย์คนนั้นเพื่อข้าได้  ข้าจึงสงสัยว่าแล้วทำไมครั้งนี้เจ้าจะทำอีกไม่ได้”เอ่ยเป็นเชิงท้าทายแกมดูถูกในที เล่นเอาร่างเล็กบางกัดฟันกรอด ดวงหน้าหวานใสที่ใครเห็นก็ต้องขนานนามว่านางฟ้าแสนใจดี บิดเบี้ยวเพราะการแสดงสีหน้าฉุนกึก 

 

 

 

 

 

นี้จุนมยอนกำลังโดนดูถูก 

 

 

 

 

โดนดูถูกที่ปล่อยเวลาให้ร่วงเลยมาถึงเกือบเดือนโดยไม่เข้าไปขัดขวางความรักของสองคนนั้น

 

 

 

 

 

                “เจ้าไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาข้า…..เจ้ามันก็แค่เทพสูงส่งที่เลือกปฏิบัติตัวได้ต่ำไม่ต่างจากพวกมนุษย์  เหอะ…..เห็นแก่ตัวเสียจริง….มีแต่กิเลสที่ละไม่ได้” คนที่เป็นมนุษย์จนรู้ดีไม่เคยยอมพลาดท่าให้โดนตอกกลับอยู่เพียงฝ่ายเดียว  หากแต่ประโยคถัดมาก็กระจ่างความให้แก่ซูโฮได้เป็นอย่างดีว่าร่างบางเองไม่เคยสามารถเอาชนะบุคคลทรงอำนาจคนนี้ได้เลย

 

 

 

 

              “แต่เจ้าก็ละเลย ทำให้มนุษย์สองคนนั้นกลับมารักกันได้เหมือนเดิม  สะเพร่าเสียจริง” สิ่งที่องค์เทพต้องการคือแยกสองคนนี้ออกจากกัน  เนื้อคูหรือคู่แท้อะไรนั้นหรือจะสู้พลังศักดิ์สิทธ์แห่งสวรรค์  พระเจ้าทำให้คู่กันได้ เขาก็ทำให้พรากกันได้เช่นกัน 

 

 

 

 

                    “เจ้าต้องการอะไรกันแน่? อย่ามาลีลาและบอกข้ามาเลยดีกว่า” คนโดนกล่าวหาเอ่ยสะบัดอย่างฉุนเฉียว จ้องเขม็งไปที่คนมองอย่างไม่ลดละ  หงุดหงิดและอารมณ์เสีย เสียเหลือเกินกับสิ่งที่โดนบีบบังคับ  เทพตรงหน้ากำลังบีบบังคับเขา

 

 

 

 

 

 

              “หึ…..พูดง่ายไม่เปลี่ยนนะ………ไปแยกไอมนุษย์นั้นกับชานยอลออกจากกันไม่เกินเดือนสอง….ข้าให้เวลาเจ้าแค่นี้……..แยกเป็นแยกตายข้าไม่เกี่ยง” คำสั่งที่ไม่น่าละเลย  เรียกรอยยิ้มเปื้อนดวงหน้าสวยได้เป็นอย่างดี แววตาสั่นระริกของคนที่พึงพอใจ  ดวงหน้าสวยแสยะยิ้มร้าย

 

 

 

 

 

                  “ได้สิ…..เจ้าเองนี้ก็ยังปฏิบัติตนได้ชั้นต่ำ…..ไม่เปลี่ยนจริงๆนะ” เสียงหวานเอ่ยตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะหายตัวไป ทิ้งไว้เพียงองค์เทพที่เผยยิ้มร้าย จ้องมองร่างสวยๆของอดีตเทวดาแสนบริสุทธ์ที่สยายปีกบินหนีออกไปจนเกือบลับสายตา  แสงสีสวยที่ลอดผ่านหมู่ก้อนเมฆช่างดูงดงามเหมาะสมกับความงามของร่างบอบบางร่างนั้นเหลือเกิน

 

 

 

 

 

                 “ใครกันแน่  ซูโฮ”  ใช่ ใครกันแน่ที่ทำให้เรื่องมันกลายมาเป็นแบบนี้  เรื่องเลวๆของเทวดาที่แหกกฎสวรรค์ อยากจะเป็นเสียเหลือเกินมนุษย์ ยอมพลีกาย  ปล่อยให้องค์เทพที่ปรารถนากามใคร่เสพสมเรือนร่างของตน เพื่อแลกกับการได้ใช้ชีวิตอมตะและกายหยาบของมนุษย์ที่ใช้บนโลกแสนโสมม  ซูโฮ เพื่อให้ได้ใช่ชีวิตแบบนั้น  เจ้าเองคือผู้ที่ยอมทุกอย่าง

 

 

 

      

                                               “เจ้าก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์หน้าโง่   ซูโฮ”   

 

 

 

 

 

 

 

……..

 

 

          เพราะเวลามันผ่านไปแสนรวดเร็ว  และความสุขที่ได้รับแทบไม่เคยจางหายไปสักวินาที 

 

 

 

 

 

               “คริส  วันนี้พาชานยอลไปซื้อเค้กได้ไหมฮะ น้าๆ น้า อยากไปกินเค้กร้านนั้นด้วยกัน อ้อ….แล้วก็ ไปเยี่ยมน้องหมีกันนะ” ร่างบางเอ่ยขึ้นหลังจากที่จู่ๆก็นึกอยากไปเที่ยวเรียกให้ร่างสูงครางรับในคำลอ มือหนาที่บัดนี้นั่งลูบผมนุ่มของเทวดาสุดสวยที่นอนตักเขาอยู่  ชานยอลพลิกตัวจากหน้าโทรทัศน์เข้าหาหน้าท้องแกร่ง แกล้งเป่าลมใส่เป็นเสียง  เรียกเสียงหัวเราะจากคริสได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

                “ฮ่าฮ่า คนเก่งอย่าแกล้งคริสสิครับ” แต่คงเพราะใบหน้าและหูที่แนบใกล้หน้าท้องแกร่งมากเกินไปจึงทำให้ร่างบางได้ยินเสียงสะท้อนยามคริสพูด ดังก้องอยู่ในหู เหมือนเสียงเอคโค่ เวลาชานยอลไปตะโกนเล่นที่หน้าผาตรงบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธ์เลย  เหตุการ์ณจึงกลับกัน เป็นชานยอลที่เริ่มหัวเราtพอใจและสนุกสนานกับการเล่นของตัวเองขึ้นมาแทน

 

 

 

 

 

              “งื้อ ได้ยินเสียงคริสจากที่ตรงนี้ด้วย  ดังก้องเลย ตลกจัง” มือเรียวนุ่มทุบและตบเบาๆเข้าที่ท้องแกร่ง ก่อนจะแนบหน้าเข้าไปกดจูบเบาๆตรงที่ตัวเองตบ  ไม่วายพอพูดจบ ตบแปะๆเสร็จ แขนเรียวทั้งสองข้างก็จัดการเกี่ยวกระหวัดเข้าหาเอวหนา รัดจนร่างทั้งคู่แทบจะฝั่งรวมเป็นร่างเดียว 

 

 

 

 

               ทั้งๆที่นอนตัก แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยสบายตัวที่กอดเกี่ยวคริสแบบนั้น  แต่เพราะความสามารถพิเศษของชานยอลคือการนัวเนีย คลอเคลียให้ใกล้ชิดเขามากที่สุด ดังนั้น แค่นี้สบายมากสำหรับชานยอล ชานยอลตัวอ่อนมาเลยเขายอมรับถ้าเป็นการก่ายเขานี้ของถนัดเลยล่ะ

 

 

 

 

 

 

                  “หืม? อย่างนั้นหรอครับคนเก่ง?  ดังก้องเลยหรอ  อึ๊บ งั้นคริสของฟังของชานยอลบ้างสิ” มนุษย์หนุ่มสุดหล่อเอ่ยล้อด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์พลางส่งเสียงครางเบาๆยามสองแขนช้อนเอาร่างของชานยอลให้ลุกขึ้นจากตักและฟลุบตัวพรวดลงเป็นฝ่ายช่วงชิงตักนุ่มมานอนหนุนแทน  พลางทำท่าทางและนั่งในตำแหน่งแบบเดียวกันเป๊ะ จมูกโด่งถูไถไปมาที่หน้าท้องแบนราบและเกี่ยวเอวคิดไว้ ส่งเสียงพึมพำๆที่ชานยอลยอนรับว่าฟังไม่ออก จับน้ำเสียงได้เพียงว่ามันเป็นเสียงอ้อนของผู้ชายตัวโตแบบคริสเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

 

                          “อื้อ  สุดหล่อ  จักกะจี้  อ๊ะ อย่าจูบสิ คริสอ่า  แกล้งเค้าตลอดเลย” ถึงจะบ่นเง้างอดไปแบบนั้น  แต่ตัวชานยอลเองก็ไม่ได้ผลักไสหรือขยับเขยือนตัวออกจากสัมผัสนั้นของคริสแม้แต่นิดเดียว  ก็ชานยอลชอบอยู่ใกล้ๆคริส แล้วแบบนี้จะให้ถอยร่นตัวหนีออกไปทำไมกันเล่า

 

 

 

 

 

 

 

                    มิหนำซ้ำ ชานยอลยังประคองกอดแผ่นหลังกว้างและลูบไล้เบาๆ  บางทีคริสก็จะชอบเหงาหรือหว้าเหว่ขึ้นมาเฉยๆ  อยู่ดีๆก็จะเข้ามาคลอเคลียและคลุกอยู่กับชานยอลตลอดเวลาทั้งวัน  บางทีก็เข้ามาอ้อนใส่ ทำหน้าตาแบบที่เทวดาตัวน้อยขอฟันธงว่าแม้แต่ตอนคริสอยู่กับผู้หญิงคนนั้นหรือแม้กระทั้งกับมารดาของคริสเอง  ร่างสูงไม่เคยทำแม้แต่ครั้งเดียวเลย สาบานด้วยเกียรติของผู้พิทักษ์สุดโมเอ้

 

 

 

 

 

 

                    “อือ  ไม่เอาสิครับ  ไม่ได้แกล้ง  อยากอ้อนสุดสวยของผมจริงๆนะ” คนที่โตแต่ตัวยังคงซุกหน้าลงที่หน้าท้องแบนราบนั้นแน่น เอ่ยสิ่งที่ไม่เคยพูดมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว  อ้อนชานยอลโดยการเรียกว่า  สุดสวยของผม  สำหรับคริส เขาไม่เคยเรียกใครแบบนี้  ไม่เคยเลยจริงๆ 

 

 

 

 

 

 

                   “ถ้าชานยอลไม่ให้อ้อน คริสจะลุกขึ้นไปจูบจริงๆนะครับ”  ไม่รู้ว่าร่างบางจะเรียกว่านั้นคือคำขู่หรือหมายเหตุเตือนล่วงหน้ากันแน่ เพราะทุกครั้งที่คริสพูดแบบนี้ก็ไม่เคยจะทำแค่ขู่  ร่างสูงลงมือจริงตามสิ่งที่พูดทุกอย่าง  พอบอกว่าจะจูบก็ไม่ได้แค่ขู่  จูบจริงๆเลยเถอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

                         “อะไรเนี่ยฮะ  หืม?  จะมาอ้อนชานยอลแบบนี้  แล้วตกลงวันนี้คริสจะได้พาชานยอลไปหาน้องหมีกับซื้อเค้กไหมฮะ?  ไม่เอาสิ  เนี่ยไปเหงาอะไรมาอีก  หืม? ไหนบอกชานยอลที   ช่วงนี้ก็ไม่ออกไปเจอเพื่อนๆเลย  คริสเป็นอะไรหรือเปล่า”

 

 

 

 

 

                   ชานยอลจะชอบพูดทุกอย่างที่คิดตั้งแต่ต้นจนจบเสมอ  มีหลายคำถามและหลายความห่วงใยในประโยคนั้น  เป็นแบบนี้เสมอ  ชานยอลห่วงใยเขาเสมอ  ไม่เคยคลาดสายตาไปจากเขา  มองเขาแค่คนเดียว ห่วงเขา และให้ความสำคัญ เป็นในแบบที่คริสชอบและคาดหวังมาตลอด  พอฟังความห่วงใยเหล่านั้นจบ ชายหนุ่มก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดเข้าที่เอวบาง  คลอเคลียหนักกว่าเดิมและเอ่ยเสียงครางในลำคอ

 

 

 

 

 

 

                   “อืม…..พาไปสิ….ช่วงนี้คริสไม่ได้เหงา  แค่อยากอยู่กับชานยอลเยอะๆครับ  ไม่ชอบหรอ? ไล่คริสตลอดเลย” ไม่วายยังแอบชอบทำงอนใส่ชานยอล  ช่วงนี้คริสเปลี่ยนไปป็นคนละคน  ขี้อ้อน ขี้งอน  เอาแต่ใจ ฉวยโอกาส ขี้แกล้ง โอ้ย สารพัด  ให้ยอมรับไหมว่าตอนแรกเทวดาอวตารคนนี้ไม่เข้าใจสักนิด  อารมณ์ขึ้นๆลงๆของมนุษย์อะไรของคริสนี้เข้าใจยากมาก

 

 

 

 

                     ต้องใช้เวลาสังเกตและอยู่กับคริสมากๆถึงได้รู้ว่าจริงๆ ข้างในลึกๆคริสเป็นคนที่ขี้เหงามาก และยังเป็นคนที่ขี้อ้อนที่สุดในสามโลก ชอบให้มีคนเอาใจ ตามใจ และเอ่ยคำหวานๆ หรือมาคลอเคลีย  ไอตอนแรกชานยอลก็นึกว่าคริสจะไม่ชอบที่ชานยอลเป็นแบบนี้ซะอีก ไหงกลับกันเป็นคริสซะเองที่เป็นคนแบบนี้ กลายเป็นผ่ายมาคลอเคลียเขาเองก่อนตลอดเลยเถอะช่วงนี้

 

 

 

 

 

 

               “เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่แล้วนะฮะ  ชานยอลไม่เคยไล่เลย  ชานยอลเป็นห่วง  เนี่ย ก็อยู่กับคริสตลอด  ไม่เคยหนีไปเลย  ทำไมช่วงนี้ขี้เหงาจัง  หื้ม? บอกชานยอลที นะ น้า น้าสุดหล่อ  บอกนะ” ถ้าใครมาเห็นภาพนี้จะรู้ว่าคนคู่นี้เป็นอะไรมุ้งมิ้งงุ้งงิ้งมากๆ  อ้อนกันไป ง้อกันมา หรือก็งอนขึ้นมาเฉยๆ 

 

 

 

 

 

 

 

                ไม่ต้องนับรวมเพื่อนของคริส ถ้ามาเห็นภาพนี้ ร่างสูงรู้ดี ว่าเขาต้องโดนล้อเรื่องมุมินี้ไปอีกสามชาติ  เอาแบบลูกโตก็ล้อกันไม่จบ  ชายหนุ่มผละออกจากเอวเล็ก เงยหน้าขึ้นมอง ดวงหน้าหวานที่ลอยไปมาอยู่ด้านบน  อ้อนเข้าแบบน่ารักน่าฟัด  พร้อมทั้งแอบเขย่าแขนเขาไปมา เรียกร้องขอคำอธิบาย

 

 

 

 

 

               แล้วจะให้เขาบอกได้ยังไง ว่าที่ไม่ยอมไปไหนและอ้อนคนน่ารักอยู่แบบนี้ก็เพราะเขากลัวความเหงา เขากลัวว่าจะต้องสัมผัสกับมันอีกครั้ง กลัวว่าวันหนึ่งชานยอลจะหนีเขาไป กลัวว่าชานยอลจะไม่อยากอยู่ด้วยกันกับเขาตลอดไป  กลัวว่าถ้าครบสามเดือนเขาจะไม่มีชานยอลอยู่ข้างๆอีก  กลัวเพราะเวลามันผ่านไปเร็วจนไม่ทันสังเกต  กลัวว่าสามเดือนมันจะเร็วกว่าที่คิด

 

 

 

 

 

 

กลัวไปหมด

 

 

 

 

 

 

 

                   จึงเป็นที่มาที่อยากจะใช้เวลาทั้งหมดกับชานยอลให้คุ้มค่าที่สุด  ไม่รู้อะไรที่ทำให้กลัวได้ขนาดนี้ รู้เพียงแค่ว่า  อนาคตข้างหน้า  บางอย่างที่มองไม่เห็น จะพรากชานยอลไปจากเขาตลอดกาล

 

 

 

 

 

                        “เป็นห่วงหรอ?  ก็เพราะกลัวชานยอลจะเบื่อที่อยู่กับคริสไงครับ ถึงได้เป็นแบบนี้ …..อืม  ชานยอล  อยากไปเยี่ยมน้องหมี แล้วก็อยากทานเค้กใช่ไหม?   เอางี้ วันนี้ทานที่ร้านไหมครับ? ไปนั่งทานที่ร้านกันนะ” ขอเลี่ยงไม่ตอบ  ชายหนุ่มไม่อยากจะพูดทุกอย่างไปตรงๆ  เขากลัวไปหมด ครั้งหนึ่งที่ชีวิตเคยสูญเสียมันทำให้เขาไม่กล้าที่จะพูดอะไรมาก เพียงแค่ขออยู่แบบนี้  รอเวลาทั้งหมดก็พอ

 

 

 

 

 

                         “ของอนได้ไหม?  งอนได้ไหมเนี่ยคริส…….” สิ่งที่ชานยอลตอบกลับมาไม่ใช่สิ่งที่คริสหวังจะได้ยินเพราะมันไม่ใช่คำตอบ

 

 

 

 

 

 

                      “หืม? งอน”  ร่างสูงไม่ได้ทำเฉไฉ  หากเพราะเขาไม่เข้าใจสิ่งที่ชานพูดจริงๆ

 

 

 

 

 

 

                      “ใช่….งอน   คนอะไรตอบไม่ตรงคำถาม  คนเขาเป็นห่วงเถอะถึงได้พูดออกไปแบบนั้น  คริสนี้  จะเก็บไว้อีกนานแค่ไหนกัน  ชานยอลไม่รู้ว่าคริสจะรู้สึกยังไงถ้าชานยอลพูดแบบนี้  เอาเป็นว่า เลิกกลัวเลิกเหงา ชานยอลจะไม่ทิ้งคริส  ไม่หนีคริสไปไหน  จะคอยอยู่ข้างๆคริส  ตราบเท่าที่คริสต้องการ  โอเคไหมฮะ?   อย่าเป็นแบบนี้อีกนะฮะ”  เสียงหวานที่เอ่ยบอกคริสอย่างมุ่งมั่น  แววตาที่ไม่ละจากการสบเข้ากับตาคมคู่แกร่งนั้น  คริสมองหน้าคนที่เอ่ยสิ่งเหล่านั้นราวกับอ่านความคิดเขาออก

 

 

 

 

 

นับวันชานยอลจะยิ่งทำให้เขาหลง

 

 

 

 

 

 

                 “แล้วแบบนี้จะไม่ให้ติด ไม่ให้หลงเธอได้ยังไง  ชานยอลของฉัน”  ไม่รู้ว่าคนพูดจะคิดยังไงหากแต่สำหรับคนฟังมันเป็นคำพูดที่จับใจเขามากที่สุด มือนุ่มหยิบมือหนาของอีกฝ่ายขึ้นมาทาบที่แก้มใส พิงซบลงที่ฝ่ามือใหญ่คลอเคลียไปมาพร้อมทั้งยิ้ม 

 

 

 

 

 

 

            “อืม  ชานยอลรู้…..ชานยอลรักคริสนะ…..วันนี้เราไปสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกันเถอะ” 

 

 

 

 

 

                        ไม่รู้ว่าประโยคนั้นถูกพูดจบไปตอนไหน เพราะตอนนี้รับรู้ได้เพียงแค่ว่า ริมฝีปากของคนทั้งสองกำลังทาบทับลงมาหากัน ริมีปากอิ่มสีสดเป็นทาบทับลงมาก่อนส่งความอุ่นนุ่มละมุนไปให้คนที่รอรับอยูด้านล่าง ดวงหน้าหวานก้มลงไปใกล้ทั้งๆที่ในใจเต้นรัวเหมือนคนบ้า ลมหายใจร้อมพ่นออกมาหอบเป็นจังหวะตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ทันทีที่ร่างสูงสัมผัสได้ถึงความอุ่นนิ่ม ฝ่ายนั้นเป็นคนส่งฟันคมเข้าขบเม้มที่ปากล่างจนชานยอลต้องเผยอปากออกเป็นใบเบิกทางให้ลิ้นร้อนได้ทำหน้าที่เจ้ามาสำรวจเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นเล็ก

 

 

 

 

 

 

 

                  ช่วงชิงรสหวานของโพรงปากเล็กนั้นอย่างโหยหา สัมผัสที่ชวนให้หลงใหล ชวนเข้าใกล้  จนอยากจะฝั่งร่างประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน  จูบที่ยิ่งเพิ่มความร้อนแรงอย่างไม่ลดละของลิ้นร้อนทั้งสิงที่พลัดกันป้อนรสหวานไม่จบสิ้น  คนที่อ่อนประสบการ์ณกว่าในการจูบเผลอหอบหายใจเพราะออกซิเจนที่ไปเลี้ยงไม่ทัน  เสียงครางฮือเหมือนหญิงสาวช่างแสนน่าสงสารและช่างสุดเย้ายวน จนคนฟังแทบขาดใจ  ถอนลิ้นร้อนออกหากไม่วายยังคงเข้าขบปากอิ่มอย่างหยอกล้อ และดูดเม้มอีกครั้งจนเกิดเสียง 

 

 

 

 

 

 

                 “อื้อคริส….หายใจไม่ออก  อื้อ  อื้ม” เพราะไม่ยอมละจูบเสียทีจนร่างบางต้องร้องครางขอความเห็นใจ ส่งตาแป๋วที่อ้อนบอกว่าปล่อย ชานยอลเถอะนะ น้า น้า

 

 

 

 

 

 

            “อื้ม  ไม่อยากปล่อยเลย  ชานยอลอ่า ขอจูบอีกได้ไหม?  อีกนิดนะ” เสียงทุ้มอ้อนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า คนฟังแทบจะละลายไปกองซะให้ได้  ต่อให้ชานยอลจะอ้อนอีกสักกี่ครั้ง เขาก็ขอบอกเลยว่าไม่มีทางอยากหยุดจูบ ยิ่งอ้อนด้วยหน้ายั่วๆแบบนั้น ยิ่งเรียกร้องให้โดนจูบ ชานยอลไม่เคยจะรู้ตัวเอาซะเลย

 

 

 

 

 

               “ไม่เอา  อื้อ  จะไปซื้อเค้ก” หากแต่จิตใต้สำนึกยังคงสั่งการให้ร่างบางยื้อก่อนที่ทุกอย่างจะไปไกลกว่านี้  ไม่ได้รังเกียจหากคริสสัมผัส  แต่เวลาแบบนี้  มันไม่เช้าไปหรือไงเล่า  อีกอย่าง  ถึงจะรักคริสมาก ถึงจะเป็นเทวดา ถึงจะมีเวลาแค่สามเดือน 

 

 

 

 

 

 

                 แต่ชานยอลก็ไม่ง่ายนะ  บอกไว้เลย  หึ!

 

 

 

 

 

         “อือ ทำไมล่ะ  ขอจูบอีกสิ นะ นะครับ”  ชายหนุ่มเคยฟังที่ไหน  ไม่เคย  ถ้าอยากทำอะไร อยากได้อะไร ต้องได้ทำ  นี้คริสดิ้อเหมือนใครกันนะ 

 

 

 

 

        “คริสดื้อ”

 

 

 

  

       “ไม่นะครับ ไม่ดื้อ  คริสแค่ติดชานยอลเฉยๆ”  ดื้อจริงๆ ยังจะเถียง

 

 

 

 

         “เหอะ  ดื้อ”  คนตัวเล็กยังมั่นใจและมั่นคงในคำตอบเดิม

 

 

 

 

                 “อื้อ  ไม่เอาหน่าคนดี  ไม่ดื้อหรอก  มาจูบอีกทีก่อนเร็ว”  โอ้ย ดื้อจริงๆให้ตายสิ  แล้วนี้เขาเคยหือได้ไหม เคยขัดได้ไหมเล่า

 

 

 

                “แล้วชานยอลเคยขัดใจคริสได้ด้วยหรือไงเล่า……อื้อ”  และสุดท้าย เทวดาหน้าสวยก็ต้องโดนคนดื้อจัดการไปตามระเบียบ  เพราะร่างสูงที่บ่นแง้วๆไปมาเหนือเขา ตอนนี้คริสลุกยกลำตัวขึ้น จับมั่นเข้าที่ไหล่เล็ก ก่อนส่งจูบร้อนเอาแต่ใจ ไม่ถามเจ้าของร่างเลยสักนิด

 

 

 

 

 

                    เขาว่ากันว่า มนุษย์ในปกครองกับเทวดาผู้พิทักษ์มักจะมีอุปนิสัยคล้ายคลึงกัน  หรือมันจะเหมือนกันมาก  เข้ากันได้ดีที่สุด เข้าใจกันมากที่สุด และรู้ทันกันมากที่สุด

 

 

 

 

 

              “ก็เพราะคริสรู้  ว่าชานยอลไม่มีทางขัดใจคริสหรอก” 

                                               

 

 

 

 

 

               มนุษย์อย่างเราๆก็คงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าสองคนนี้เข้าใจกันได้อย่างไร  รู้แค่ว่า เพราะเหตุผลข้างต้นนั้นแหละที่ทำให้ทั้งคริสและชานยอล  ขัดใจกันไม่ได้สักที

 

 

 

………………………..

 

 

 

 

…………………

 

 

 

………








TALK ::




ไม่รู้ว่าเวลาเรื่องยิ่งผ่านไปมันจะถูกใจใครต่อใครเพิ่มมากขึ้นหรอเปล่านะค่ะ แต่มันไม่มีดราม่าแน่นอนค่ะ สัญญา รับรอง  ไม่เจ็บปวดหัวใจแน่นอนค่ะ เชื่อเค้าน้า จริงๆค่ะ ยังไงก็อยากจะบอกรีดเดอร์ทุกๆคนจริงๆว่าเรามีกำลังใจมาลงเพราะทุกๆเม้นๆที่เม้นเพื่อเราจริงๆค่ะ น่ารักมากๆ ในฐานะที่เคยเป็นหนึ่งในรีดเดอร์มาเหมือนกัน เราเข้าใจทุกคนดีเลยนะค่ะ บางทีก็ไม่ได้เม้น บางทีก็อ่านข้างนอกไม่มีเวลาเม้น เราเข้าใจค่ะ



ไม่ว่าเลยน้า  ขอแค่ทุกคนที่ได้อ่านมีความสุขและนั่งบิดไปมากับฉากหวานๆก็พอแล้ว 55555 บ้าจริง



 อ่อ มาถึงเรื่องอ่านฟิคจากมือถือนะค่ะ คือในฐานะที่เป็นไรเตอร์และอาจทำให้รีดเดอร์หนูๆ เด็กๆบางคนติดจนต้องเอามาอ่านเวลานั่งที่เรียนพิเศษ นั่งที่starbuck หรือ coffee shop , bakery shopต่างๆ หรือแม้กรัทั่ง BTS พี่เป็นห่วงจริงๆนะค่ะ ได้โปรดอย่าอ่านตอนทำกิจกรรมนอกบ้าน เดี๋ยวนี้ข่าวขโมยIphone , Smartphoneเยอะมากจนพี่กลัว เป็นน้องๆทุกๆคนว่าอาจจะเผลอตัวจนเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ  ได้โปรดอย่าอ่านกันที่สาธารณธเยอะนะค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นฟิคเรื่องอะไรก็ตาม พี่เป็นห่วงจริงๆ มันไม่คุ้มกันเลย



เดี๋ยวนี้ข้างนอกมันอันตรายไปหมด พี่เองมีน้องสาวสองคน จะคอยห้ามไม่ให้เล่นมือถือข้างนอกตลอด เพราะว่าอยากให้ฝึกป็นนิสัย เวลาไม่ไหนคนเดียวไม่ใช่มัวแต่นั่งเล่นมือถือจนลืมระวังอันตรายรอบตัวนะค่ะ




พี่ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะค่ะ เม้นไม่สำคัญเท่ากับความปลอดภัยของน้องๆเนอะ ดูแลรักษาตัวเองกันนะค่ะลูก เป็นห่วงน้า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

550 ความคิดเห็น

  1. #503 NOOMANG (@sb2t) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 18:36
    อื้อออออออ เอามั่ง เอามั่ง เค้าจูบอยากโดนนะตัวเอง อยากโดนจุ๊บบ้างอ่า น่ารัเกินไปแล้วนร๊า นัวเนีย คลอเคลียเกิน อิจฉา
    #503
    0
  2. #457 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 / 19:42
    ถึงจะเป็นเทวดา แต่ชานยอลก้อไม่ง่ายนะคริส คิคิ จริงหรอชานยอล เห็นยอมตามใจคริสตลอดอ่ะ 555
    #457
    0
  3. #312 Krisyeol's Love (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 00:58
    สุดหล่อของยอลกับสุดสวยของคริส

    ละมุนที่สุดในสามโลก ><

    อ่านไปเขินไป #กัดหมอน

    หุบยิ้มไม่ได้เลย มันน่าร๊๊ากอ่ะ

    พี่คริสติดนิสัยขี้อ้อนมาจากน้องยอลแน่ๆ

    อย่าให้ใครมาพรากคริสยอลออกจากกันเลยน๊า
    #312
    0
  4. #301 Krispykreme (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 00:03
    เฮ้ องค์เทพกับจุนมยอนนนน ออกไปน้าาาาาาา อย่ามาขัดนะเดี๋ยวแม่จัดหนัก

    อะไรกันคนเค้าหวานอยุ่ๆมาแทรก ใจร้ายยย แอบหวั่นดราม่า

    แต่ไรท์ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยค่ะ สนุกคลอดหวานตลอด อ่านแล้วนั่งบิดจริงๆ บ่องตงๆ

    ฟินมากเหมืแนเห็นเค้ามุมิกันจริง โอ้ยน่ารักเว่อ คนอะไรอยากจะบ้า หล่อแล้วยังมาทำตัวให้ชีวีพัง



    มิทนนนนนนนนนน น่ารักเกิน พี่คริสตอนอ้อนนี้ไปเรียนมาจากไหน. อย่าบอกนะว่ายอล คือเก๊าฟินมากก



    อะไรมาขอจูบ จะบ้าตาย ถ้าเปนหนูพี่เขมือบหนูก็ยอมมมมมมมม. พลีชีพ รักจุงไรท์



    รักไรท์ที่สุด คนอารายแคร์รีดเดอร์ งื้อ เหมือนเก๊ามีพี่สาวเลย รักตะเอง อยากเจออะฝ



    รักนะคร้าาา จะอยู่ด้วยตลอดปายยยย
    #301
    0
  5. #298 O L Y V É (@neple) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 01:37
    องค์เทพกับซูโฮอย่าแยกพวกเขาออกจากกันอีกเลยนะ
    พวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักที่สุดเลย โลกสดใสสวยงาม
    ชานยอลขี้อ้อน นัวเนีย คลอเคลียไม่ห่างตัวพี่คริสเลย
    แต่พี่คริสตอนนี้ขี้อ้อนยิ่งกว่าชานยอลซะอีก โอ๊ยยยยย
    อ่านแล้วเขินอ่ะ ทำไมอ้อนได้น่ารักแบบนี้ค่ะพี่ชาย
    ชานยอลจ๋าาา มีของอนด้วยนะ งื้ออออ น่ารัก น่ารัก
    วรั๊ยส์เทวดาน้อย ไม่ง่ายนะ! คิคิ
     
    พี่สาวอ่ะ น่ารักจังเลย ขอบคุณสำหรับความห่วงใยนะคะ♥ 
    #298
    0
  6. #296 mepanda55 (@mepanda55) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 19:38
    แอ่กกก ขอตายกับความงุงิมุมิของคริสยอลเลย >////////<
    แบบว่าหวานมากอ่าาา พี่ก็อ้อนน้อง น้องก็อ้อนพี่
    อ่านแล้วแบบเขินอ่ะ เขินตัวจะแตกแล้วค่ะไรต์เตอร์ อ่านแล้วยิ้มไม่หุบเลย งื้ออออ ฟิน :)

    #296
    0
  7. #295 13en_A (@rainbow_sky) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 17:20
    เอาจริงๆนะ ชอบไรท์เตอร์ตรงที่ คอยย้ำว่าฟิคเรื่องนี้ไม่ดราม่านี่แหละ
    เพราะดูจากพล็อต ถ้าไรท์ไม่ย้ำ เราก็กลัวว่ามันจะดราม่าจริงๆนะ
    ก็ดูท่านเทพกับซูโฮแล้วแบบ คิดจะทำอะไร อย่านะๆๆ
    ชอบที่คริสยอลเป็นแบบนี้ ชอบที่เค้าดูเข้าใจกันตลอดเวลา
    เวลาพี่คริสอ้อนน้องมันแบบ น่ารักสุดๆอ่ะ >[]<♡
    #295
    0