[FIC/SF EXO Krisyeol,kaiun.lulay] SF series project

ตอนที่ 60 : [OS :: KAIHUN KRISYEOL :: นิยามของคำว่ารัก ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มี.ค. 56






SHOT : คำนิยามของคำว่ารัก

PAIRING : KRISYEOL , KAIHUN

 

 

 

 

คุณ เคยโง่เพราะความรักไหม?

 

คุณ เคยต้องเสียใจเพราะความรักหรือเปล่า?

 

แล้วคุณ เคยสำลักความสุขเพราะความรักบ้างไหม?

 

ถ้าคุณไม่เคย เรื่องของผมก็คงไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่ผมกำลังถามคุณเลย

 

เป็นมาหมดแล้วล่ะ ทุกอย่างที่ผมถามคุณ

 

 

....................................

 

...........................

 

...................

 

 

 

 

                 ถ้าต้องเลือกจริงๆหากมีคนถามว่าในชีวิตนี้รักใครมากที่สุด คำตอบแรกที่ลอยเข้ามาในหัวก็คือคำว่า แม่ แต่ถ้าถามว่าแล้วถ้าคนที่รักรองลงไปจากแม่ล่ะ ก็คงจะตอบไปว่า น้องชาย ล่ะมั้ง และถ้าถามอีกว่าทำไมไม่เลือกตอบว่า พ่อ ก็เพราะคนที่ไปอยู่บนสวรรค์อย่างสงบสุขแล้วผมจะไปรบกวนเขาทำไมกันล่ะครับ

 

 

 

       แม่คือคนที่ผมรักมากที่สุดในโลก

 

 

 

       คยองซูคือน้องชายคนเดียวที่ผมรัก

 

 

 

       และชานยอลคือพี่ชายคนโตที่รักผม น้อง และครอบครัวของเรามากที่สุด

 

 

 

 

 

……………………….

 

 

 

 

             "เซฮุน พี่ถามจริงๆนะ ถ้าให้เลือกระหว่างคนที่เรารักกับคนที่รักเรา ถ้าต้องเลือกจริงๆ เซฮุนจะเลือกอะไร?"

 

 

 

        

           "ถ้าถามน้องแบบนี้ ถ้าตอบแบบไม่คิดน้องก็จะเลือกคนที่เรารัก แต่ในความเป็นจริง ถ้าให้เลือก น้องก็กลัวการผิดหวัง เพราะฉะนั้น จะเลือกคนที่รักเรามากกว่าคนที่เรารัก"

 

 

 

 

            ตอบไปแบบนั้นโดยที่ก็ไม่ได้คิดหรอกว่าคำถามมันอาจจะต้องย้อนกลับมาถามตัวเอง ว่าเหตุการณ์เหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง แต่ยังไง ไม่ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับตัวเขาเองหรือไม่ก็ตาม ปาร์ค เซฮุนก็ยังอยากจะยึดมั่นในคำตอบเดิมของตัวเอง

 

 

 

         "ตอบแบบเซฟตัวเองจังเลยน้องพี่  แต่พี่รู้จักเราดีเกินกว่าจะเชื่อสิ่งที่เราพูดนะเซฮุน เซฮุนน่ะ พอเอาเข้าจริง ก็ไม่อยากจะได้หรอกไอคนที่เราไม่ได้รักน่ะ ยังไงเธอก็ต้องอยากอยู่กับคนที่เธอรักอยู่ดี" รอยยิ้มรู้ทันของพี่ชาย น่ามองที่สุดเลยรู้มั้ย มันทำให้ผม อบอุ่นใจอย่างประหลาด ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านจะมีแต่ความสุข  มีแต่ความมั่นคง  และครอบครัวของเราจะมีกันและกันตลอดไป

 

 

 

 

          "รู้ทันน้องอยู่แล้วแบบนี้ ไม่ต้องแอบหลอกถามเลยพี่ชานยอล เชอะ ตัวเองก็มีคำตอบอยู่แล้ว" ว่าพี่ชายอย่างงอนๆและก็ไม่วายหันไปค้อนขวับเข้าให้วงโต เล่นเอาคนเป็นพี่หัวเราคิกออกมาด้วยความเอ็นดูก่อนจะคว้าน้องชายตัวแสบไปหอมแก้มซักฟอด

 

 

 

           "ง่า หอมอีกแล้ว อะไรกันเนี่ย รีบๆไปหาคนมาให้หอมซะที น้องโดนพี่ชานยอลหอมจนหน้าจะเบี้ยวอยู่แล้ว" พูดไปก็เอามือปาดๆตรงที่โดนหอมไปด้วย ท่าทีขัดขืนมันดูน่ารักน่าชังมากกว่าน่าโมโหซะอีก

 

 

 

 

           "นี่ไปถูแบบนั้นเดี๋ยวหน้าก็เป็นรอยแดงหมดหรอก แล้วก็นะ ถ้าเซฮุนไล่พี่ไปมีคนอื่นเร็วๆ แล้ววันนึงพี่ไม่สนใจเราขึ้นมา เราจะเสียใจ คอยดู เชอะ" แขนเรียวยกขึ้นไปจับเข้าที่ข้อมือเล็กของน้องชายให้หยุดประทุษร้ายโมจินุ่มๆบนหน้าของตัวเอง ก่อนจะพูดจางอนๆแกมประชดให้น้องคนกลางต้องเข้ามาง้อคนเป็นพี่ เพราะกลัวจะโดนทิ้งจริงๆ

 

 

 

            "โธ่ อะไรอ่า พี่ชานยอลเป็นแบบนี้อีกแล้ว จะทิ้งเขาจริงอ่ะ? เชื่อเหอะ ไม่มีใครทนพี่ได้เท่าเซฮุนอีกแล้ว บอกเลย เอาแต่ใจขนาดนี้ ขี้งอนขนาดนี้ ผู้ชายที่ไหนจะไปรับได้ เชื่อเค้าเหอะ อยู่ด้วยกันไปสี่คนแม่ลูกจนแก่ไปเลย" อ้อนพี่ชายคนโตโดยการเข้าไปกอดและซุกหัวกลมๆนั้นกับแผ่นหลัง พูดจาอู้อี้น่ารัก ที่ดูยังไงก็รู้ว่าแม้ไม่ต้องง้อ พี่ชายก็พร้อมจะไม่โกรธอยู่แล้ว

 

 

 

           "ไม่รู้ และ ไม่เชื่อหรอก ใครกันแน่ที่บอกพี่ก่อนว่าจะหนีไปมีแฟน อยากมีแฟนจัง? เซฮุนเองนั้นแหละ" ยังอยากจะงอนต่อเนื่องใบหน้าสวยน่ารักของคนเป็นพี่เบ้ออกเล็กน้อยเพื่อแสดงอาการว่างอนจริงๆแล้วนะ แต่สายตานี้ก็แอบเหลือบมองน้องที่ยังเกาะหลังไม่ยอมปล่อยว่าจะง้อต่อหรือเปล่า

 

 

 

            “ง่า พูดแบบนั้นแต่ไม่ได้หมายความว่าจะอยากมีแฟนจริงๆหนิพี่ชานยอลอ่า เค้าไม่มีทางทิ้งพี่ชานยอลไปมีแฟนแน่นอน อยู่ด้วยกันไปจนแก่เลย เดี๋ยวรอเลี้ยงหลานจากคยองซูก็ได้” นี้คือวิธีการอ้อนของเซฮุนและมันก็มักจะได้ผลเสมอ ผลที่เป็นรอยยิ้มร่าเริงของพี่ชายคนโตและเสียงหัวเราะเอ็นดู สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้เขารักครอบครัวของตัวเองเพิ่มมากขึ้นไปอีก

 

 

 

 

           “อื้อ เรานี้มัน น่ารักๆๆๆที่สุดเลยรู้ตัวไหม?  ฟอด  พี่หวงเราจัง ไม่อยากให้ไปเจอใครที่นิสัยไม่ดี น้องพี่น่ารักขนาดนี้ ซื่อขนาดนี้ ถ้าวันนึงโดนใครมาทำร้ายจิตใจ พี่ต้องใจสลายแน่ๆเลย” พูดไปก็หอมแก้มน้องชายที่ตนคิดว่ามันเป็นเจ้าก้อนโมจินุ่มๆนั้นไปด้วย 

 

 

 

                  ที่ชานยอลพูดมันเป็นความจริงที่เขารู้ว่าตัวเองรักและห่วงน้องมากแค่ไหน คยองซูนั้นไม่น่าห่วงเท่าเซฮุน มันจึงทำให้เขาสบายใจไปได้เปราะนึง เซฮุนจะปลอดภัยที่สุดถ้ายังอยู่ในสายตาของเขาและการดูแลของเขา

 

 

 

 

            “งื้อ รักพี่ชานยอลที่สุดในโลกเลยรู้ไหม? หื้ม  พี่ชานยอลเป็นทุกอย่างของเซฮุน เซฮุนติดพี่ชานยอลขนาดไหนพี่ก็น่าจะรู้” เพราะรู้ว่าการที่พี่พูดออกมาแบบนี้ไม่วายมาจากเหตุผลที่เป็นห่วงเขาอีกตามเคย เขาไม่เคยไม่พอใจที่พี่ชานยอลดูเหมือนจะห่วงเขาเกินเหตุ

 

 

               ในทางกลับกัน เซฮุนเองกลับเป็นคนที่ชอบซะด้วยซ้ำที่พี่ชานยอลทำแบบนี้ มันทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความรักที่พี่ชายมีให้เขา ทำให้เขารู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาก็ยังมั่นใจได้ว่าจะได้ความรักและความห่วงใยจากพี่ชายเสมอ

 

 

 

                 คำพูดแบบนั้นของเซฮุนทำให้ชานยอลไม่สามารถปฎิเศธที่จะคว้าตัวของน้องเข้ามากอดแน่นๆได้ ทั้งเอ็นดู ทั้งรัก ทั้ง ห่วง เหมือนรู้ว่าโลกนี้ การเป็นพี่คนโตมันเป็นหน้าที่ใหญ่หลวงที่จะต้องประคับประคองสัมพันธภาพอันดีของพี่น้องเอาไว้ มีกันอยู่สามคนพี่น้อง กับแม่อีกหนึ่งคน ถ้าแม่ไม่อยู่แล้ว เขาก็ต้องดูแลน้องให้ได้

 

 

 

           “พี่เองก็รักเซฮุนที่สุดในโลกเลยนะ” และสองพี่น้องก็กอดกันกลมบนเตียงนอนหลังใหญ่ เตียงนอนสี่เสาที่ทั้งสองคนได้รับมาเป็นของขวัญวันเกิดของเซฮุน ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้พวกเขา

 

 

………

 

 

 

………….

 

 

 

 

……………

 

 

 

            “ชานยอล เซฮุน คยองซู วันนี้หนูสามคนอยากกินอะไรเป็นอาหารเย็น แม่จะได้เตรียมไว้ให้” ทันทีที่หนุ่มน้อยทั้งสามอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมไปโรงเรียนเสร็จ คุณแม่ยังสาวที่กำลังง่วนอยู่กับกล่องข้าวสามกล่องเพื่อเตรียมให้ลูกๆของเธอไปทานที่โรงเรียนเอ่ยถาม ทันทีที่ได้ยินเสียงของแม่ ร่างโปร่งบางของชานยอลก็ตรงดิ่งเข้าไปสวมกอดคุณแม่ และเข้าไปคลอเคลียทันที

 

 

 

 

            หมับ

 

 

 

 

         “แม่ฮะ ชานยอลรักแม่จังเลย วันนี้แม่ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เดี๋ยววันนี้ตอนกลับมาชานยอลไปซื้อร้านคุณอาเยซองแล้วเอามาอุ่นกินดีกว่า แม่จะได้ไม่เหนื่อยด้วยไงฮะ” อ้อนไปพูดไป ลูกชายน่ารักซะจนคนเป็นแม่ต้องหลุดหัวเราะออกมา

 

 

 

 

             “เหมือนกันเลยนะลูกๆทั้งสามคนเนี่ย อ้อนแม่เก่งที่หนึ่ง แถมยังชอบมาพูดเอาใจแม่ นี้ถ้าใครคนนึงหนีไปมีแฟน หรือมีกันหมด แม่คงเหงาแย่เลย โดนสามหนุ่มทิ้ง” เธอพูดเล่นหยอกล้อกับลูกชายคนโต ขณะที่ตอนนี้ลูกชายคนเล็กเดินไปหยิบนมจากในตู้เย็นมาดื่ม ส่วนเซฮุนก็นั่งทานอาหารเช้าที่แม่เตรียมไว้ให้ ลูกๆทุกคนพอได้ยินแม่พูดแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นสบตากันแล้วก็หัวเราะคิกออกมา

 

 

 

 

           “โอ๋ แม่อย่าขี้งอนสิฮะ เราสามคนรักแม่จะตายไป ไม่มีใครกล้าหนีแม่ไปมีแฟนหรอก แต่ถ้าพี่ๆหนีไปมีแฟนกันหมด คยองเนี่ยแหละจะอยู่กับแม่เอง” ถึงจะอยู่แค่มัธยมต้นปีสาม แต่เด็กชายคยองซูในวัยสิบห้าปีก็ดูไมต่างอะไรกับเด็กน้อยช่างพูดราวห้าหกขวบสักนิด

 

 

 

 

            “จ้า คนเก่งของแม่ มัวแต่อ้อนแบบนี้เดี๋ยวเบี้ยวไม่ไปเรียนอีกแม่ก็จะโดนอาจารย์นัมซุนเรียกอีกหรอก  ไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้นะครับ ไปเร็วๆๆ”  คนเป็นแม่หันไปหาลูกชายคนเล็กของบ้านอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ็ดใส่ไปเล็กน้อยหากไม่จริงจัง ก่อนจะดันหลังของน้องคยองซูตัวเล็กของคุณแม่พร้อมเอ๋ยบอกพี่ๆที่เหลือให้ไปเรียนกันด้วย

 

 

 

       

            “ง่า  ก็ได้ฮะๆๆ//เง้อ แม่อ่า ผมอยากอยู่กับแม่//ฮือ แม่ไม่รักลูกแล้วอ่า” เสียงร้องเหมือนลูกนกที่ดังพร้อมกันมาจากลูกทั้งสามคนเล่นเอาแม่เลี้ยงเดี่ยวยิ้ม อดไม่ได้ที่จะต้องทำท่าประจำคือ ยืนกอดอก แล้วกวักมือเรียกลูกๆให้มาหา ซึ่งลูกๆทั้งสามพอเห็นแบบนั้นก็ไม่รอช้า พุ่งตรงเข้าไปหาคุณแม่ แย่งกันเป็นคนที่จะได้โดนคุณแม่หอมก่อน

 

 

 

                ฟอด

 

               ฟอด

 

                ฟอด

 

 

 

 

            ทั้งเสียงหอมฟอดและเสียงหัวเราะคิกคักจากเด็กๆของเธอทำให้ในใจคนเป็นยิ่งห่วงและหวงเจ้าลูกนกทั้งสามมากขึ้นไปอีก เลี้ยงประคบประหงมมาตั้งนานคนเดียวหลายปี  พอวันนี้ เผลอแป็บเดียวทารกน้อยของเธอกลายเป็นหนุ่มน้อยน่ารักไปแล้ว

 

 

 

 

                  “เอางี้ เดี๋ยวหนูรีบไปเรียนแล้วกลับมา แม่จะหอมทุกคนอีกรอบพร้อมกับทำสปาเก็ตตี้รอ โอเคไหมครับ?”  นั้นไง หงึกหงักๆของเสียงผงกหัวรัวๆของลูกทั้งสามทำเอาเธอหัวเราะร่า  ลูบหัวทั้งสาม ก่อนจะเดินไปส่งที่ประตูบ้าน และหันกลับไปที่ห้องครัวดังเดิม……

 

 

 

…………..

 

………

 

 

……

 

 

 

 

Korean-Seoul International School of Applied Arts.

 

 

ชานยอลเรียนห้อง 3A :: Major in Vocal and Instrumental Arts

 

 

เซฮุนเรียนห้อง 2C :: Major in Culinary Arts* การเรือน คหกรรมค่ะ

 

 

ส่วนน้องคยองซู  3A::Junior high school  คยองเป็นถึงเด็กนักเรียนห้องคิงเชียวนะฮับทุกคน  แต่ยังไม่ได้เลือกแผนการเรียนก็เลยยังเรียนรวมอยู่เลย แต่แว่วๆมาว่า สนใจด้านเดียวกับพี่เซฮุนล่ะ

 

 

 

 

 

ก็น้องคยองซู ชอบเข้าครัวช่วยคุณแม่ทำอาหารที่สุดเลยหนิฮะ (:

 

……………

 

 

 

………..

 

 

……

 

 

 

             “คยอง ฟอด พี่กับเซฮุนไปเรียนก่อนน้า หนูเองก็เดินระวังๆไปตึก โอเคไหมจ๊ะ? พวกพี่ๆอยู่ม.ปลายแล้ว อาจาร์ยเขาไม่ยอมให้พวกเราไปส่งหนูแน่ๆเลย” คนเป็นพี่คนโตพูดแล้วก็ตามมาด้วยหอมฟอดเข้าที่แก้มใสจนจ้องเล็กของบ้านฉีกยิ้มจนปากงี้เป็นรูปหัวใจ และเจ้าตัวเล็กที่ยังสูงเพียงแค่ไหนของพี่คนโตก็พยักหน้ารับ

 

 

 

 

                “อื้อ!.....คยองโตแล้วนะฮะ แล้วคยองก็รู้กฎของโรงเรียนด้วย พี่ชานยอลกับฮุนนี่ไม่ต้องเป็นห่วงน้า คยองคนนี้ไปได้ ปลอดภัยชัวร์ฮับ” ตะเบ๊ะรับพี่ชายราวกับลูกเสือสามัญทั้งๆที่โรงเรียนก็ไม่ได้มีระบบลูกเสือสักหน่อย  หากคนที่เห็นก็ยิ้มภูมิใจไปกับเจ้าตัวเล็กของพวกเขา  ก่อนทั้งสองจะยอมปล่อยน้องสุดรักให้เดินดุ๊กๆไปตึกซ้ายของโรงเรียน แล้วคนเป็นพี่ทั้งสองก็เดินไปยังตึกของตัวเอง

 

 

……

 

….

 

 

 

 

             “ฮ่า ในที่สุดก็ถึงซะที เฮ้อ น้องเดินจนเมื่อยเลย  พี่ชานยอลอ่า ไม่ยอมขึ้นลิฟท์ นี้มันตั้งชั้น 7 นะฮะ” ว่าไปก็หอบแฮ่ก ดวงหน้าหวานใสขึ้นสีแดงระเรื่อพร้อมกับเหงื่อเล็กที่ผุดพรายรอบกรอบผมสีอ่อน  เซฮุนยกมือเรียวขึ้นปาดซับเหงื่อเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าหันไปค้อนพี่ชายคนโต พร้อมกับแลบลิ้นใส่

 

 

 

             “อะไรกัน….ขี้เกียจ ก็ออกกำลังกายตอนเช้าไง คิคิคิ”

 

 

 

 

             “หรา…..แบร่ แกล้งเค้า ขอให้พี่อู๋ฟานไม่รัก เชอะ” ว่าจบก็วิ่งวินๆหนีร่างโปร่งบางของพี่ชายคนโตไปซะอย่างนั้น คนเป็นพี่ที่ตอนนี้ได้แต่ทำหน้าหน้าเหวอและสายตาโกรธๆไปให้เจ้าตัวแสบที่แอบรู้ทัน  ก่อนจะตะโกนสุดเสียงพร้อมป้องปาก

 

 

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสียงคุณเธอดังข้ามโลกไปทั่วถึงทุกห้องเรียนชั้นเจ็ดเรียบร้อยแล้วล่ะ

 

 

 

 

                     “ปาร์ค เซฮุนนนนน!!! วันนี้กลับบ้านไปจะไม่หอมแก้มเลยคอยดู”  คนตัวบางที่วิ่งตึกๆหนีไปแล้วเกือบถึงห้องหากพอได้ยินก็หันมาหาพี่ชานยอลอีกครั้งแล้วทำท่าโบกมือไม่สนใจและสะบัดหน้าสวยๆเข้าห้องไป

 

 

 

 

                “หึ  น้องบ้า……อ๊ะ….ฟอด…..คริส” หากยังไม่ทันจะได้คาดโทษน้องชายคนกลางของตัวเอง จู่ๆเอวคอดก็ถูกดึงหมับไปกอด ร่างหอมกรุ่นปะทะเข้าที่อกแกร่ง ร่างบางแค่ตอนโดนคว้าเอวไปก็รู้แล้วว่าสัมผัสแบบนั้นเป็นของใคร ไหนจะกลิ่นประจำตัวแบบนั้นอีก แต่ยังไม่ทันจะได้เงยหน้าหรือว่าอะไร คนสวยก็โดนหอมเข้าที่แก้มซะเต็มแรงซะก่อน  คนหน้าหล่อที่ตอนนี้ยิ้มบางๆบนมุมปาก เพราะอิ่มเอมที่ได้ฉวยโอกาสคนน่ารักของเขา

 

 

 

 

             ซึ่งแน่ล่ะ ยังไม่ใช่ของเขา  ชานยอลยังไม่ใช่ของอู๋ฟานจริงๆหรอกครับ

 

 

 

 

          “แล้วถ้าไม่อยากหอมแก้มน้อง งั้นขอคริสเป็คนหอมแทนได้ไหมเนี่ย?” เสียงทุ้มเอ่ยข้างหูล้อๆหากเสียงล้อนั้นมันก็ไม่ได้เป็นเชิงล้อซะทีเดียวหรอก คนขี้แกล้งแบบคริสเนี่ย  หอมไปแล้วแท้ๆยังจะมีหน้ามาถามอีก และเพราะคำพูดของคนเจ้าเล่ห์นั้นแหละที่เรียกสีแดงระเรื่อจากดวงหน้าหวานๆของร่างบางได้ดีเชียวล่ะ

 

 

 

 

               “อะไรกันเล่าคริสอ่าหอมไปแล้วยังจะถามอีก” เสียงหวานเอ่ยเบาๆอย่างคนขี้งอน เงยหน้าบุ้ยปากไปทางคนขี้แกล้งที่ยังยิ้มให้เขาอยู่ เพราะตอนนี้เพิ่งเจ็ดโมงเช้า มันเช้าเกินกว่าที่เด็กนักเรียนจะมาโรงเรียนกัน  เพราะฉะนั้น โถงบันไดของชั้นเจ็ด เลยไม่มีใครเดินขวักไขว่ผ่านไปมาเห็นบทสวีทของคู่รักคลุมเครือคู่นี้เลย

 

 

 

 

 

 

                “นี้คริสมารอตั้งแต่ตีห้าแล้วนะครับคนเก่ง วันนี้ชานยอลมาช้าจัง” คนตัวโตผู้ครองตำแหน่งหัวหน้านักเรียนของแผนกม.ปลายเอ่ยอ้อนแบบนี้ไม่ได้หาดูกันได้ง่ายๆนะ เพราะประธานอู๋ฟานทำให้ดูแค่คนเดียวคือชานยอลเท่านั้น ไม่รู้ตอนไหนที่เผลอตัวมองหน้าสวยๆของชานยอล และก็อีกไม่รู้เหมือนกันว่าตอนไหนที่ขายาวๆมันทำหน้าที่แทนสมอง ก้าวสวบๆพุ่งตัวไปหาชานยอลที่นั่งกินข้าวอยู่ในโรงเรียน พร้อมกับบอกคนตัวเล็กไปว่า

 

 

 

 

 

                 “ปาร์ค ชานยอล ต่อไปนี้เป็นเพื่อนกับเรานะ”

 

 

 

 

              ท่าจะประสาท   ใช่ อู๋ อี้ฟานประสาท  ประสาททันทีที่เห็นหน้าของชานยอลคนสวยนั้นแหละ

 

 

 

 

             “หือมาซะเช้าเลย ……รอนานเลยล่ะสิ…….ก็เมื่อเช้าแข่งกันอ้อนแม่มาล่ะ แต่ก็นะสุดท้ายแม่ก็ยอมให้ทุกคนชนะอยู่ดี บุ้ยบุ้ย  ไปเหอะ เดี๋ยวสุดหล่อของเขาหิวๆๆ” ใบหน้าสวยของชานยอลสะบัดไปมาอย่างสดใส คอที่เอียง45องศาใส่เข้าแบบนั้น ยังไม่พอ เอามือนิ่มมาบีบแก้มเบาๆ แบบนี้ อู๋ฟานก็หลงจะตายอยู่แล้ว

 

 

 

 

            “อืม….หอมก่อน”  เอ่ยอะไรที่มันไม่ได้เข้ากับบทสนทนาสักนิด หากคนโดนพูดแบบนั้นก็เข้าใจ เขย่งปลายเท้าขึ้นหอมฟอดใหญ่เข้าที่แก้มสาก  แถมด้วยการกอดและซุกหน้าเข้าที่ลำคอแกร่งอย่างเอาใจ

 

 

 

 

 

             “ฟอด……หายงอนยัง?  ง้อแล้วน้า ไม่เอานะคริส ไปกินข้าวกัน นะ นะ” แล้วเคยปฎิเศธได้ไหมล่ะ? ชานยอลนี้สุดยอดจริงๆ รู้ใจทุกอย่าง ไม่ต้องเอ่ยบอกก็ทำได้อย่างรู้ใจ  น่ารักชะมัด

 

 

 

 

 

            “ไปเร็ว ไปกินข้าวกัน “ ร่างบางที่เห็นท่าทางพยายามเก็กขรึมของอู๋ฟานก็ต้องแอบหัวเราะในใจ ถ้าหัวเราะออกมาตรงๆมีหวังโดนงอนยาว  คนที่เพิ่งโดนง้อเมื่อกี้ก็เข้ามาดุนหลัง  พร้อมกอดพาเดินไปด้วยกัน แม้จะพยายามเก็กแค่ไหน อู๋ อี้ฟานก็จะหลุดเป็นคนขี้อ้อนเฉพาะเวลาอยู่กับชานยอลเท่านั้นแหละ

 

 

 

 

 

            แล้วจะให้อธิบายต่อยังไง ถ้าจะบอกแค่ว่าระหว่างทางเดินไปทานข้าวก็มีแต่เสียงหัวเราะสดใสของชานยอลและมือหนาของอู๋ฟานที่ลูบหัวคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู  แน่นอน มีคนแอบดูและเห็นสิ่งเหล่านั้นในสายตา  ในที่สุด พี่ชายคนโตก็ไปซะที ได้เวลาที่เขาจะต้องไปหาน้องคนเล็กซะที เวลาปาร์ค ชานยอลอยู่ทีไร คิมจงอินโดน สกัดไม่ให้เข้าใกล้ ปาร์ค เซฮุนตลอด ให้ตายสิ

 

………………..

 

…………

 

……

 

 

ภายในห้อง 2C ของน้องคนกลาง 

 

 

 

                 ในห้องแทบไม่มีใครนอกจาก ซองจงที่นอนฟลุบหลับอยู่บนโต๊ะ  กับแทมินที่นั่งอ่านพ๊อคเก๊ตบุ๊คเรื่องมาการอนอย่างเคร่งเครียด ในห้องมีประเป๋าวางอยู่สามสี่ใบ แต่เจ้าของไม่อยู่  เซฮุนเป็นเด็กเรียนเก่งและตั้งใจเรียนมากนะ แต่เขากลับชอบนั่งแถวเกือบหลังห้องริมหน้าต่างมากที่สุด มากกว่าการนั่งเป็นเด็กแถวหน้าอีกนะ  แถวสามจากท้ายสุด คนแรกริมหน้าต่างทางขวาของห้อง  พอเดินมาถึงโต๊ะ ร่างบางก็ต้องตกใจ เพราะโต๊ะของเขามีโพสอิทแปะอยู่  ตอนแรกไม่เห็นเพราะมองจากประตูหน้าห้อง  ร่างเล็กค่อยๆค้อมตัวลง อ่านตัวอังษรขยุกขยิกจากลายมือหวัดของใครคนนึงที่ลายมืออ่านยากมากเหลือเกิน

 

 

 

          “โอ……เซฮุนนี่มา….สาย…..โดนทำโทษแน่ ;P เฮ้ย!  พออ่านจบยังไม่ทันได้ว่างกระเป๋าลงบนเก้าอี้ดีก็โดนกอดหมับเข้าที่เอว  ร้องโวยวายหากแต่ไม่ได้ดังมากจนทำซองจงและแทมินตื่น  ซ้ำร้ายกว่านั้นคนมาใหม่ที่กอดเขายังเอามือหนานั้นมาปิดตา ก่อนจะกระซิบชิดริมหู

 

 

 

           “มาช้า….แบบนี้ต้องโดนลงโทษ” เสียงแหบทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น นั้นทำให้ร่างบอบบางดิ้นขลุกขลักแล้วหันลำตัวเข้าไปหาคนขี้แกล้ง  ใบหน้าหวานงอง้ำ แก้มใสพองลมอย่างคนขี้งอน  ก่อนจะฟาดเบาๆที่ไหล่หนา

 

 

 

           ป้าบ “นี่แหนะอย่ามาแกล้ง ใครบอกว่าสาย แล้วนี้มาห้องเค้าทำไม  ไปเลยๆๆ เดี๋ยวพี่ชานยอลเห็น” คนติดพี่ หวงพี่ และกลัวพี่แบบเซฮุน ผลักคนโตให้เดินออกไปจากห้อง มองซ้ายมองขวา กลัวว่าเดี๋ยวพี่คนโตจะเข้ามาเห็น ใบหน้าหวานไม่คลายความกังวลสักนิด นั้นเรียกเสียงหัวเราะร่าจากจงอินได้เป็นอย่างดี

 

 

      “ไม่เห็นหรอก พี่ชานยอลของที่รักไปกินข้าวกับพี่คริสนานแล้ว” พูดเรียบๆไม่ได้แสดงสะทกสะท้านใดๆ  หากคำพูดนั้นก็คลายความกังวลของคนน่ารักได้เป็นอย่างดี  คิ้วที่ขมวดเข้าหากันคลายลง ก่อนที่แววตาดั่งลูกแมวนั้นจะช้อนขึ้นอ้อนเขา  จริงๆร่างบางไม่ได้ตั้งใจอ้อนแต่จงอินมองแล้วก็คิดไปเองว่าสายตาแบบนั้นมันเหมือนอ้อน

 

 

 

          “จริงหรอ?” เอ่ยขึ้นอย่างไม่เชื่อ  สองมือคว้ากำที่ปกเสื้อของจงอินแน่นก่อนจะโน้มตัวชะโงกไปมองด้านหลังคนตัวโตกว่า มองทะลุผ่านไปนอกห้องว่าพี่ชายของตนไม่อยู่แล้วจริงๆ นั้นได้รับความรู้สึกว่าจงอินพยักหน้ายืนยันเบาๆ  พอเห็นว่าไร้เงาพี่ขี้หวง คนตัวเล็กก็หันมาหมายจะคาดโทษคนตัวโต พูดอะไรไว้อย่าคิดว่า เซฮุนไม่ได้ยินนะ

 

 

 

          “นี่  เลิกเรียกว่าที่รักซะที  บอกตั้งหลายรอบแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย แล้วเดี๋ยวพอพี่ชานยอลมาได้ยินก็จะเข้าใจผิดอีก”  คนตัวเล็กหันมาแหวเหมือนลูกแมวตัวจิ๋วที่ขู่ฟ่อ น่ารักจนแทบบ้า  ใบหน้าเรียวรูปไข่สะบัดหน้าหนีไม่ยอมสบตาเพราะโกรธ  แต่ก็โดนง้อ จนได้

 

 

          หมับ ฟอด แรงกอดรัดที่เอวและมืออุ่นบนหัวกลมพร้อมทั้งจมูกโด่งที่หอมเข้าบนกลุ่มผมสีอ่อนนั้น ทำให้เซฮุนแทบจะยืนไม่อยู่  จงอินอ้อนไม่รู้จักเวลา และง้อได้ไม่อายเพื่อนเลย แม้เขาจะรู้ว่าซองจงที่หลับและแทมินที่ตอนนี้สนใจคลิปสอนทำมาการอนในยูทูปมากกว่าพวกเขาสองคนไม่ได้สนใจ หากก็อดที่จะอายไม่ได้อยู่ดี

 

 

            “อื้อ ไม่อาว จงอิน “ บอกไปแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้ผละออก ชอบซะอีกเวลาโดนจงอินทำแบบนี้  มันอบอุ่นดี ได้ความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจเหมือนเวลาอยู่กับพี่ชานยอลแต่มันต่างกันตรงที่ เวลากอดพี่ชานยอลจะอิ่มเอมหัวใจ แต่พอเป็นจงอิน หัวใจมันไม่ได้อิ่มเอมในทางกลับกัน มันทั้งเต้น ทั้งสั่นอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็โกหกไม่ได้ว่าสุขเหมือนกัน

 

 

        “ฟอด  หวงตัว….ฟอด เดี๋ยวตอนกลางวันพาไปกินข้าวนะ จะรอหน้าห้อง” หอมแล้วหอมอีก  ไม่พูดอะไรต่อได้แต่มองหน้าคนตัวเล็กที่กอดเขาแน่น  คนตัวเล็กได้แต่พยักหน้าเบาๆ  ก่อนคนตัวโตจะผละออก แล้วโบกมือลา

 

 

 

       ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่า เขาทั้งสองมีความรักให้แก่กัน จงอินรักเขา เขารักจงอิน เป็นเพื่อนกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน  แต่ยังไงพี่ชานยอลก็ยังหวงอยู่ดี

 

 

 

 

       เป็นแค่เพื่อนจริงๆนะพี่ชานยอล (:

 

 

……………

 

 

……….






TALK ::::




ลงเพื่มไคฮุน คริสยอล ถึงโดนแบนก็ไม่ดราม่า สบายใจ โดนปลดแบนแล้ว ลงฟิคมันหลายๆตอนย้อมใจค่ะ 



 

550 ความคิดเห็น

  1. #549 jeanssx (@yyerror) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 02:41
    น่าย้ากกกก ทั้งสองคู่เลยย
    #549
    0
  2. #496 NOOMANG (@sb2t) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 14:36
    แค่เพื่อน? หร่า!!????? ชั้นจะยอม(พยายาม)เชื่อแกล่ะกัน แต่ว่า ฟิคเรื่องนี้มัน....... มัน...... มัน...... มันทำไมน่ารักอย่างนี้>0 #496
    0
  3. #342 -?tkKY♡ (@tangkwa-monkiez) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 19:25
    ชอบง่ะ TvvvvvT งืออออ ฟิคน่ารักมากๆเลยค่ะไรท์เตอร์
    อ่านแล้วอบอุ่นดีจัง ชอบๆ ชานชานกับพี่คริสขี้อ้อนทั้งคู่เลย
    555555555 ไคฮุนนี่ก็น่ารัก ต้องรักแบบแอบๆเพราะพี่หวง งือ ชอบค่ะ
    #342
    0
  4. #260 O L Y V É (@neple) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 17:06
    พี่ชานยอลหวงน้องชายจังเลยน้า : )
    แค่เพื่อนจริง ๆ เหรอเซฮุนนี่ ;p

    คริสยอลน่ารักจัง พี่คริสพยายามเว่อ
    มารอตั้งปต่ตีห้าจริงเปล่า 5555555
    #260
    0