[FIC/SF EXO Krisyeol,kaiun.lulay] SF series project

ตอนที่ 38 : (1) เล่ห์รัก แรงปรารถนา :: KRISHUN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 717
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ก.พ. 56

      TITLE : เล่ห์รัก แรงปรารถนา

      PAIRING : KRISHUN     

     

 

 

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------


1




          Edmund Burke กล่าวไว้ว่า Human-being is imperfect; for nobody's perfect then we human-being need order. (late 18th century)

          Alexander Pope กล่าวไว้อีกในทำนองที่คล้ายกันว่า To err is human:to forgive divine. (late 17th century till early 18th century)


          คล้ายกับคติเตือนใจที่จำมาไม่มีวันลืม ราวกับ แม้จะต่างกรรมต่างวาระ สิ่งที่บุคคลสำคัญของโลกทั้งสองได้กล่าวไว้ เหมือนราวกับจะย้ำเตือนเขาให้รู้จักกับคำนิยามของความเป็นมนุษย์ว่าจริงๆแล้วนั้น


          ทุกคนพูดไว้ถึงเรื่องเดียวกัน แม้จะได้เกิดในยุคเดียวกัน ราวกับกำลังย้ำเตือนให้รู้ว่าไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยทุกคนก็รับรู้ได้ถึงความหมายของ "Imperfection of human-being" 


          ใช่......ไม่มีใครเกิดมาสมบูรณ์แบบหรอก เขารู้....แต่จะทำอย่างไงได้ ก็เพราะเกิดมาเป็นมนุษย์เนี่ยแหละ เขาถึงได้ไม่สมบูรณ์แบบ


 

***********************

 

 

                  “พี่รู้ไหมพี่อู๋ฟาน ว่าฮุนไม่เคยอยากร้องไห้ ฮุนไม่เคยอยากเสียใจ ฮุนไม่เคยอยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้เลยนะฮะ” 


                   
                    เสียงสะอื้นไห้และถ้อยคำตัดพ้อจากร่างบางเพรียวที่ตอนนี้แรงสะอื้นพาให้ร่างปลิวลมนั้นตัวโยน เสียงร้องครางน่าสงสารที่ดังลอดเข้ามาในโสตประสาททำเอาหัวใจของเขาแทบสลาย จ้องมองร่างเล็กบางของเด็กหนุ่มที่ยังคงนั่งกอดเข่าร้องไห้ไม่หยุดมาเกือบชั่วโมงแล้ว

 

           เขาทำได้เพียงเดินเข้าไปเพื่อนั่งลงข้างๆร่างนั้น แล้วรวบเอาคนที่ร้องไห้เข้ามาไว้ในอ้อมกอด กอดแน่นให้ความห่วงใยของเขาส่งผ่านไปถึงอีกคน

 

             “พี่รู้ พี่รู้ ร้องออกมาเถอะเซฮุน ร้องออกมาที่พี่ให้หมดนะ” พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่คนตัวเล็กคุ้นเคย นั้นยิ่งทำให้โอ เซฮุนยิ่งปล่อยโฮออกมาหนักขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า แค่สิ่งที่ต้องแบกรับมันก็มากพอแล้ว แล้วยิ่งถ้ามาเจอคนที่ปลอบตัวเองแบบนี้อย่างอู๋ อี้ฟาน  ร่างบอบบางยิ่งอยากจะร้องไห้ออกมามากกว่าเดิม

 

               “ฮึก ฮึก ฮือ ฮือ พี่คริส  ….ฮุนไม่เหลือ ฮึก ใครแล้ว  ฮือ ไม่มีใครต้องการฮุนอีกแล้ว” ร่างเล็กผละตัวออกเพื่อหันมองสบดวงตาคม แววตาห่วงใยของร่างสูงทำให้ร่างเล็กๆของโอ เซฮุนต้องโผเข้าหาอย่างห้ามไม่ได้ กอดรอบคอและซุกใบหน้าลงที่อกกว้างอีกครั้ง ตัดพ้อถึงสิ่งที่ตัวเองอดทนมาตลอด  

 

                  4 ปี

 

                 อดทนมาตลอดระยะเวลาที่ต้องทรมานอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ โรงเรียนที่เต็มไปด้วยคนโหดร้าย เหยียดผิว เหยียดคนจน เหยียดพวกที่อ่อนแอกว่าและยังหาเรื่องว่าเป็นไอตุ๊ด

 

                 แม้จะอยากไปบอกใครเขาทั่วว่าตัวเองไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ก็เท่านั้นล่ะ แก้ตัวไปก็ไม่มีประโยชน์ ใครจะมาฟังคนแบบเขากัน โอ เซฮุนก็แค่เด็กตัวเล็ก ตัวซีด ร่างกายอ่อนแอและดูอมโรค ไม่น่าคบสักนิด เขายอมรับชะตากรรมข้อนี้ดี เข้าใจว่ายังไงก็คงหนีจากภาพลักษณ์นี้ของตัวเองไม่ได้

 

                 “เซฮุน ฟังพี่นะ ไม่มีใครไม่ต้องการเซฮุน เซฮุนไม่ได้ไม่เหลือใครแล้ว เรายังมีคนที่รักและห่วงใยเรามากที่สุดอยู่นะ เรามีพี่ พี่อยู่ตรงนี้เพื่อเราและพี่จะไม่ยอมให้เราต้องเจอสภาพแบบนี้อีกแล้ว” มือหนาจับเอาไหล่บางออกแล้วหันให้คนตัวเล็กมาประจันหน้า มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เขาชอบมอง คำพูดที่แสนจริงจังและจริงใจ ส่งผ่านไปให้เพื่อให้คนตัวเล็กได้รู้ว่ายังมีเขาอยู่คอยเคียงข้างคนคนนี้เสมอ

 

             “พี่ ฮึก จะทนได้แค่ไหนกัน ฮึก พี่คริส ฮุน….รู้ตัวดี พี่จะทนอยู่กับคนน่ารำคาญแบบผมได้ยังไง? สักวันพี่ก็ต้องทนไม่ได้ ถ้าเพราะผม เพราะพี่มาอยู่กับผมแล้วถ้าพี่จะต้องลำบาก ผมไม่อยากเป็นคนสร้างปัญหาให้พี่”

 

             “มันไม่ใช่ประเด็นเรื่องของการทนหรือไม่ทนเซฮุน แต่มันคือเรื่องของหัวใจ เรื่องของความห่วงใยที่พี่เต็มใจทำให้เรา เพราะพี่รักเรา พี่อยากดูแลเรา และเราเป็นแค่คนเดียวที่พี่มอบหัวใจให้” เขาไม่ต้องการให้เซฮุนเข้าใจอะไรผิดไปมากกว่านี้ เขาจะทำให้คนตรงหน้าที่เปราะบางไปหมดทั้งจิตใจและร่างกายต้องลดค่าของตัวเองลง และทำร้ายตัวเองให้ช้ำไปกว่านี้

 

                 ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้ว คริสอู๋ตัดสินใจบอกความในใจที่มีต่อเซฮุนในช่วงเวลานี้  แม้จะถูกมองว่ากำลังหาผลประโยชน์กับคนที่จิตใจอ่อนแอและบอบช้ำ เขาก็ไม่สน เพราะยังไงสุดท้าย การที่เซฮุนอยู่กับเขา ไม่ว่าจะเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นยังไง เซฮุนจะปลอดภัยหากอยู่กับเขา

 

 

               “พพี่คริส ฮึก นี่พี่พูดอะไร ฮึก ออกมาฮะ พี่รู้ตัวไหมว่าพี่พูดอะไรออกมา” เหมือนคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ร่างบางเปล่งเสียงหวานใสที่มันฟังดูแหบปนสะอื้น หากนั้นยิ่งทำให้คนฟังยิ่งสงสารและเอ็นดูคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก

 

 

                     “รู้สิครับ  พี่รู้ว่าพี่กำลังพูดอะไร ฟังนะเซฮุน  พี่รักเรามานานมากแล้ว นานมากเหลือเกิน นานซะจนพี่ลืมไปแล้วว่าเริ่มรักเราตอนไหน  นานซะจนพี่แทบไม่สักเกตเลยสักนิดว่านานขนาดที่พอรู้ตัวอีกที รอบตัวของพี่ ก็มีแต่เซฮุนเต็มไปหมด พี่รักเรานะเซฮุน พี่รักเราคนเดียว” คนตัวบางยกมือนิ่มขึ้นปิดปากอย่างตกใจที่ตนได้ยิน ทั้งดีใจ ทั้งซึ้งใจ และทั้งประหลาดใจ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากสำหรับเซฮุน คำว่ารักของพี่คริสที่เขาได้ยินมันเป็นเพียงคำเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัวตอนนี้

 

ถ้าให้ตอบตอนนี้ บอกได้เลยว่าเขาเอง ก็รักคนตรงหน้าไม่ต่างกันเลย

รักมานาน รักอย่างไม่มีเงื่อนไข รักโดยที่ไม่ได้หวังอะไรจากคนตรงหน้า

ไม่เคยคาดหวังว่าจะสักวันจะได้ความรักกลับคืน

คิดมาเสมอว่า แค่การได้อยู่ใกล้กันแบบนี้  แค่คุณชายตระกูลอู๋มาอยู่ใกล้ๆ เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว

โอ เซฮุน เด็กกำพร้าคนนี้ ไม่กล้าเอื้อมมือไปคว้าคุณชายให้ฉุดลงมาอยู่ในวังวนน่าประณามอย่างเขาเลยแม้แต่น้อย

หากแต่ตอนนี้ ทุกอย่างที่เคยคิดมันกลับกลับกันไปหมด คนที่ไม่เคยหวังให้มารักกลับมารักเขา

คริสอู๋ รักเขา ผู้ชายคนนี้กำลังบอกรักเขา

………

 

……………….

 

………

 

 

                     ……….

 

                       “เซฮุนนา จะไม่พูดอะไรสักหน่อยหรอครับคนดีของพี่?” ตอนนี้ร่างสูงไม่สนแล้วว่าเซฮุนจะตอบรับรักของเขาหรือเปล่า เพราะเพียงแค่ตอนนี้ ให้เขาขอทึกทักเอาเองเลยแล้วกันว่า เซฮุนตกลงใจกลายเป็น โอ เซฮุนของ อู๋ อี้ฟานแล้ว

 

                    “หึ ไม่พูด ฮุน….อืม” ทำเสียงฮึมฮัมในลำคอเล็กน้อย พร้อมกับพึมพำกับตัวเองที่มันดูรั้นแบบน่ารักๆ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้สังเกตตัวเอง คนที่คอนนี้ยอมรับเลยว่าหมั่นเขี้ยวริมฝีปากอิ่มสีสดอยู่ ยั่บยั้งชั่งใจไม่ให้ฉกชิมความหอมหวานและความเย้ายวนของปากสีสดนั้นได้เลย และพอยิ่งมาเจอกับดวงหน้าแดงระเรื่อจากการร้องไห้อย่างหนักมันยิ่งขับให้คนตัวเล็กดูน่าเอ็นดูและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน

 

            ทันทีที่คิดใบหน้าหล่อก็เคลื่อนเข้าหาดวงหน้าหวาน  สองมือประคองแก้มนิ่มไว้เป็นแนวชักนำให้คนตัวเล็กที่โดนริมฝีปากร้อนสัมผัสต้องขยับตาม ริมฝีปากของทั้งสองคลอเคลียบดเบียดกันไปมาราวกันต้องการจะศึกษา ละเลียดชิมความนุ่มเนียนที่มาพร้อมกับเสียงหอบจากลมหายใจที่ติดขัด

 

              ก้อนเนื้อในอกเต้นอย่างบ้าคลั่งรุนแรงจนแทบจะประคองร่างตัวเองไว้ไม่ไหว มือเรียวที่วางคิดจะหาที่พึ่งแต่ก็เพราะห่วงกลัวเสียงหัวใจจะเต้นแรงจนคนตรงหน้าได้ยิน เซฮุนกำลังจะมือขึ้นทาบแนบอก หากคนที่ไวกว่าละมือออกจากแก้มใสมารวบมือเล็กไว้ และใช้แขนอีกข้างตวัดเอวเล็กเข้าแนบกาย ร่างบางสะดุ้งเฮือกเพราะความตกใจจนริมฝีที่ปิดไว้เผยออก เป็นช่องทางให้คนตัวสูงส่งลิ้นร้อนเข้ามาทักทาย ชมชิมรสหวานจากโพรงปากนุ่ม เซฮุนเป็นยิ่งกว่าเสพติดถ้าจะให้คริสเปรียบเทียบ  เพราะสิ่งที่เขากำลังสัมผัสมันนุ่มละมุน และหวานหอมเสียยิ่งกว่าของหวานรสเลิศใดๆที่เขาเคยชิมมา

 

                ลิ้นร้อนรุกไล้ตอนลิ้นเล็กที่ตอนแรกพยายามถดหนี เพราะเจ้าตัวไม่คุ้นชินกับสิ่งแปลกปลอมที่เจอ หากความคุ้นชินถูกส่งมาตามสัญชาตญาณ เพราะฟันคมซี่สวยที่ขบเม้มเรียวปากนุ่มเบาๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการกดจูบหนักที่ปากสีสดอีกหลายๆที่ ทั้งแลบเลีย ทั้งลูบไล้ ก่อนจะเหมือนความเคลิ้มที่ไล้ตอนให้จนมุม ร่างบางอ่อนระทวยและรู้งานในที่สุด

 

                ส่งลิ้นเล็กเข้าตวัดรัดเกี่ยวลิ้นหนาของอีกฝ่าย ไม่วายเผลอดูดดุนเข้าที่ลิ้นหนา น้ำเชื่อมหวานใสไหลที่ขอบมุมปาก หากเซฮุนก็ไม่สนใจ ไม่มีเวลามานั่งคิดว่าไปรู้วิธีจูบแบบนั้นมาจากไหน รู้อีกทีก็ตอนที่ทั้งมือหนาไล้เข้ามาในสาปเสื้อ ลูบหน้าท้องแบนราบและเลื่อนสอดลงไปตามสะโพกอิ่มภายใต้กางเกง  เซฮุนอยากจะร้องครางออกมานัก เลียที่ปากร้อนไม่ยอมละออกไปเสียที คนตัวบางทนแทบไม่ไหวกับรสจูบรัญจวนใจและสัมผัสจาบจ้วงที่ตนหวามไหว

 

 

                  “อ๊ะ อ๊า อื้ออ พี่คริสฮะ แฮ่ก แฮ่ก พอก่อน ฮุนไม่ไหว” เสียงอ้อนที่ปนแรงอารมณ์และแววตาขอร้องที่ส่งมาอย่างน่ารักทำเอาคนมอบจูบแทบไม่อยากจะละออกมา ดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำใส แก้มขาวที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อแลดูน่ารัก และยังจะเสียงหอบหายใจคล้ายผู้หญิงที่มันช่างกระตุ้นความต้องการเหลือเกินนั้นอีก เซฮุนตอบสนองทุกความต้องการของเขา โดยที่เขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเด็กหนุ่มไร้เดียงสาคนนี้ น่าหลงใหลขนาดไหน

 

 

                      “เซฮุนครับ เราเป็นของพี่นะ บอกก่อนเร็วคนเก่ง  แล้วพี่สัญญาว่าวันนี้จะไม่ทำอะไรเรา” เอ่ยออกไปแบบนั้นทั้งๆที่ตัวเองอยากจะปลดปล่อยใจแทบขาด  แค่เห็นดวงหน้าหวานสวยของคนตัวเล็กช้อนขึ้นมองอย่างอ้อนวอน แค่นั้นก็แทบจะทำเอาสติขาดผึ่ง  คริสให้เกียรติเซฮุนมากพอที่จะไม่คิดล่วงเกินก่อนเวลาหากคนอ้อมกอดยังไม่พร้อม

 

 

                       “อือ แค่นี้ยังไม่รู้อีกหรอฮะเป็นของพี่คริสคนเดียว  เซฮุนเป็นของพี่คริสนะ” กว่าจะพูดออกมาแต่ละทีมันช่างยากลำบาก เพราะตอนนี้ปฏิเศธไม่ได้ว่าความต้องการที่โดนโหมกระพือขนาดนั้นมันจะนำพาให้เขาเหนื่อยราวกับวิ่งมาเป็นกิโลได้ขนาดนี้  แต่ก็ตัดสินใจตอบในสิ่งที่เขาเองอยากพูดมาตลอดและในสิ่งที่พี่คริสเองก็ต้องการคำยืนยันเหมือนกัน

 

                “น่ารัก เราน่ารักที่สุดเลยเซฮุน” คำตอบเป็นที่น่าพอใจ จนคนตัวโตต้องมอบหอมเข้าที่ขมับหลายๆครั้งจนชื้นใจ กว่าจะรู้ตัวอีกทีเซฮุนก็ครางงุ้งงิ้งขอให้คริสพากลับบ้านแล้ว

 

 

                “พี่คริสฮะ กลับบ้านเรากันนะฮะ”

 

 

              “อืม ไม่หรอกเซฮุน กลับคอนโดของเรากันดีกว่า” คณฟังไม่ผิดหรอกคอนโด ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่เพราะคริสต้องการจะแก้คำผิดให้เซฮุน แต่เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่าจะพาเซฮุนมาอยู่ที่คอนโดของเขาด้วยกัน ไม่เอาอีกแล้ว จะให้เซฮุนไปอยู่ในบ้านตระกูลอู๋แล้วต้องโดนคุณแม่ของเขาดูถูกที่เกิดเป็นเด็กเหลือเดนนอกตระกูลที่ถูกอุปการะเอามาเลี้ยงดูเพราะความสงสาร เด็กที่แม้จะเกิดจากสะใภ้ของตระกูลอู๋ไปแอบคบชู้และมาทิ้งลูกไว้

 

               

                        เด็กทุกคนก็มีหัวใจ เด็กคนนั้น เขาจะไม่ยอมให้ต้องเจอชะตากรรมที่ทรมานแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว 

 

 

                      “แต่ว่า”

 

 

                   “เซฮุนครับ มาอยู่กับพี่ อยู่ที่คอนโดของเรา ไม่ต้องกังวลเรื่องคุณแม่นะ เพราะยังไงแม่ก็คงต้องยอมพี่อยู่ดี”พูดแบบนั้นเพื่อให้เซฮุนสบายใจ มืออุ่นขยี้ผมสีอ่อนอย่างหมั่นเขี้ยว จนคนโดนขยี้ผมต้องเบ้หน้า ทำท่าเบะปากเหมือนจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ

 

 

                     “คุณหญิงท่าน  ถึงอย่างนั้นพี่คริสจะต่อต้านคุณแม่เพราะฮุน ไม่เอานะ อย่าทำได้ไหม?  ฮุนอยู่ไหนก็ได้” ความจริงแล้วดีใจจะตายที่จะได้ออกมาจากบ้านหลังใหญ่แต่ไร้ความอบอุ่นนั้น แต่การที่จะให้อี้ฟานทำตัวเป็นกบฏต่อคุณหญิงแบบนั้นเพื่อเขา มันไม่น่าภูมิใจเลยสักนิด ทำให้แม่ลูกเขาต้องมีปากเสียงกัน ยังไงๆ โอเซฮุนก็เป็นตัวซวยของตระกูลอู๋หรือใครๆอยู่ดี เขาไม่อยากทำตัวเป็นคนที่รังสร้างแต่ปัญหา สร้างเรื่องวุ่นวาย เดิมก็เป็นคนแทบจะไร้ค่าอยู่แล้ว และยิ่งมาทำตัวมีปัญหาเรียกร้องความสนใจ ไม่ใช่สักนิด มันไม่ใช่ โอเซฮุน

 

 

                    “ถ้าฮุนอยู่ไหนก็ได้ ดีเลย ก็อยู่กับพี่นั้นแหละ” พูดจามัดมือชกอย่างเอาแต่ใจสไตล์คุณหนูใหญ่ของบ้าน  แล้วก็ตัดประเด็นเรื่องคุณแม่ออกไปเฉยเลยแบบนี้ ทำให้คนที่โดนลากให้เดินไปด้วยกันต้องแอบเบ้ปากทำหน้าล้อเลียนอยู่ด้านหลัง  รู้อยู่ดีว่าในที่สุดยังไงๆคนตรงหน้าก็ต้องดื้อดึงจะเอาเขาไปอยู่ด้วยให้ได้ ถึงบอกไงว่าไม่อยากจะร้องไห้ ไม่อยากจะเสียใจให้ใครเห็น โดยเฉพาะกับคนคนนี้ ก็เป็นซะแบบนี้ คิดว่าการลากเขาออกมาอยู่ข้างนอกจะลดโทษที่คุณผู้หญฺงหมายหัวเขาหรือ? ก็ไม่

 

                โทษที่ว่านั้นคืออะไรน่ะหรอ?........

 

              โทษที่เป็นลูกชู้ของสะใภ้ยังไงล่ะ  ถูกเอามาเลี้ยงดูอุ้มชูก็ถือว่าบุญแค่ไหนแล้ว





TBC



ขอฝากฟิคเรื่องใหม่ด้วยนะค่ะ เอาใจแม่ยกคริสฮุน และแอบเอาใจตัวเองเล็กๆที่ตอนนี้ก็เริ่มปันใจไปให้น้องฮุนจนเกือบกู่ไม่กลับ ฮ่าฮ่าฮ่า

 

550 ความคิดเห็น

  1. #225 ^^Bion^^ (@sprightly) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 20:11
    น้องฮุนไมโมเอะน่ารักปานนี้ โอย เอาใจไปเลยค่า

    ไรเตอร์แอบปันใจให้น้องฮุน อร้ายย ไรเตอร์น่ารักมาก

    เราชอบคริสฮุนเหมือนกันค่ะ ชอบเน่เคะ

    สงสารน้องฮุนมากเลยอ่า พี่คริสต้องช่วยน้องฮุนนะ
    #225
    0
  2. #170 18-09 (@shim-znook) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 21:35
    น้องฮุนอย่าร้องไห้เลยนะพี่คริสอยู่นี้แล้วTvT
    #170
    0
  3. #129 mon (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 21:08
    น้องฮุนไม่ต้องร้องไห้นะ^^
    #129
    0