[FIC/SF EXO Krisyeol,kaiun.lulay] SF series project

ตอนที่ 22 : [SF Krisyeol:The day after tomorrow Chapter 5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ส.ค. 56

             



[SF : You do not know me but I do remember you.]

Part : The day after tomorrow Chapter 2 

Pairing : Krisyeol

Rate : pg-15 , R

Genre : Sad , Drama , Fluff , Romance 


................................................................................................................................................................................











                  ทุกคำขอ ทุกคำอธิษฐาน ที่มนุษย์ทั้งสองร้องขอล้วนอยู่ในสายตาของเขา กามเทพหนุ่มสามารถชี้เป็นชี้ตายกับชะตาของเนื้อคู่คู่นี้ได้เพียงปลายนิ้วกระดิก หากตามหน้าที่ของกามเทพบนสวรรค์แห่งนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพื่อทำให้คนสองคนได้รักกันเหนียวแน่น หากหน้าที่ของกามเทพที่แท้จริงก็คือการทำทุกอย่างเพื่อสร้างปัญหาให้แทรกกลางระหว่างความรักของมนุษย์สองคน หากยิ่งคู่ไหนที่รักกันมาก คู่นั้นก็ไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมือของกามเทพที่เปรียบเสมือนเพชฌฆาตคร่าคนรักมากกว่าจะเป็นสิราณี

 

       


            กามเทพหนุ่มซูโฮ หรือ จริงๆก็คือ คิม จุนมยอน กำลังแหกกฎบัญหาอันศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์ เพียงเพราะความรักของมนุษย์ที่ชื่ออู๋ อี้ฟานช่างงดงามซะจนอดสงสารในโชคชะตานั้นไม่ได้ รักมั่นคงต่อเนื้อคู่ของตัวเองแม้ชะตาชีวิตของมนุษย์คนนั้นจะถูกกำหนดไว้ให้พลัดพรากกับคนรักแม้ตัวจะอยู่ใกล้จากใจก็ไม่สามารถสื่อถึงกันได้    ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าก็ตรงที่ มนุษย์ทั้งสองเป็นเนื้อคู่กันนั้นหล่ะ  เนื้อคู่ที่ขมขื่นราวกับไม่ใช่เนื้อคู่

 




                 ขนาดกามเทพแห่งความรักเห็นแล้วยังอดไม่ได้ที่จะบอกว่ามันเจ็บปวด แล้วจะนับอะไรกับมนุษย์ธรรมดาบนโลกมนุษย์ เพราะเหตุนี้กามเทพหน้าหวานเลยตัดสินใจฝ่าฝืนกฎอาญาสวรรค์ 

 

 

 

           เขาจะบิดเบือนชะตากรรมของมนุษย์สองคนนี้ รักที่ไม่สามารถสื่อถึงกันได้จะไม่เกิดขึ้นอีก กามเทพตนนี้ขอสมานความรักระหว่างเนื้อคู่แทนการพรากพวกเขาสองคนออกจากกัน

 

 

 

            "จุนมยอน"




            เสียงเรียกที่แสนคุ้นเคยของเทพอีกตนที่กามเทพหนุ่มรู้จัก ร่างนั้นเดินตามเข้ามาในสวนแห่งนี้ได้สักพักหากพอเห็นว่าร่างเล็กนั้นเงียบไป ร่างโปร่งของใครอีกคนจึงตัดสินใจเดินเข้ามา เขาคือคนที่รู้ดีที่สุดว่ากามเทพองค์น้อยได้แหกกฎสวรรค์ กฎที่เปรียบเสมือนโทษมหันต์ หากโดนจับได้ ไม่มีผ่อนปรนใดๆนอกเสียจากถูกปลดจากการได้ขึ้นสวรรค์ตลอดกาล บาปที่บิดเบือนชะตากรรมของมนุษย์ ไม่ให้เป็นไปตามสิ่งที่พระเจ้าลิขิตไว้

     

 

 

 

         “เซฮุนน่า.....มาตั้งแต่เมื่อไหร่” เสียงหวานของกามเทพหน้าหวานเอ่ยเรียบนิ่ง  หากในใจนั้นเต้นโครมครามไปหมด ตั้งคำถามกับร่างสูงราวกับถามไถ่ไม่ได้คิดอะไรแต่ความจริงนั้นเขาต้องการถามว่า มาทำไม เห็นอะไร มานานเท่าไหร่แล้วมากกว่า ร่างเล็กไม่ได้กลัวว่าเซฮุนจะนำเรื่องไปแจ้งให้ถึงหูมือขวาของคุณพ่อทูนหัวยูซอนหรอก หากท่านพ่อทูนหัวของเขารู้ มีหวังโดนปลดจากตำแหน่งกามเทพอย่างแน่นอน

 

 

 

           “จุนมยอน.....สงสารมนุษย์สองคนนั้นมากเลยหรือไง?  อย่าทำเลย  ปล่อยให้เป็นไปตามบัญชา..” เสียงทุ้มของเทวดาส่งสารเอ่ยอย่างรู้ทันในการกระทำของคนตัวเล็ก  หากยังไม่ทันได้จบประโยคที่ตนต้องการจะพูด เสียงหวานก็เถียงขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

    


            “พอเถอะเซฮุน....เราไม่อยากฟัง.....จะให้เราทำเป็นไร้หัวใจต่อไปเราทำไม่ได้” ร่างบางกำสองมือที่ลู่แนบลำตัวแน่น  พอฟังเรื่องนี้ทีไร ร่างบางก็รับรู้ได้ทันทีว่าการกระทำของเขาไม่มีทางที่ใครจะเข้าใจ  แม้กระทั้งเซฮุน  เทวดาหนุ่มรุ่นน้องคนสนิท แม้เซฮุนจะเป็นเทวดาส่งสารประจำตัวเขาเกี่ยวกับคนรักคู่นั้น 



           


           หากเทวดารุ่นน้องก็ไม่เคยคล้อยตามปณิธานของเขาเลย เมื่อวาน....ไม่ใช่เพราะเซฮุนหรอกหรอที่ทำให้มนุษย์ที่ชื่อชานยอลคนนั้นกลับมาจำอะไรไม่ได้อีกครั้ง  ทั้งๆที่เขาเองพยายามแทบตายว่าถ้าพ้นเมื่อคืนไป ชานยอลก็จะจำคริสได้มากขึ้นทีละน้อย และความรักของคนสองคนนั้นจะได้เริ่มต้นอีกครั้ง  






          “ซูโฮ ...... เจ้าก็รู้.....ว่าชะตาชีวิตของมนุษย์  ถ้าไม่ใช่เพราะบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนได้  เจ้ากำลังฝืนธรรมชาติ  ฝืนการรักษาทางของมนุษย์ที่ความจำเสื่อมคนนั้น  ข้าไม่อยากให้เจ้าทำ  ข้าอยากจะเตือนเจ้า” แม้เซฮุนจะรู้ว่าแม้พูดไปคนตัวเล็กเบื้องหน้าเขาก็ไม่มีทางรับฟัง  แม้ภายนอกซูโฮจะดูอ่อนน้อม  ว่าง่าย  และเรียบร้อย หากเจ้าตัวเป็นเทวดาที่หัวแข็งและดึงดันต่อการตัดสินใจของตัวเองมากที่สุด  หากตัดสินใจไปแล้ว  ซูโฮไม่มีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด

 




 

         “เจ้ามันไร้หัวใจเซฮุน....ไม่มีหัวใจ....มนุษย์สองคนนั้นเป็นเนื้อคู่กัน  ไม่อยากเป็นกามเทพ  เราไม่อยากทำตามบัญชาของพระเจ้า  เราไม่อยากเป็นคนที่ทำบาปต่อตัวเองด้วยการทำร้ายมนุษย์บริสุทธิ์สองคนนั้น  แม้สิ่งที่เราทำ....มันจะทำให้เทวดาทั้งสวรรค์ลงทัณฑ์ว่าเราผิดบาปที่ฝืนบัญชาสวรรค์ เราก็ไม่สน”  ยามพูดร่างขาวๆก็เดินเข้าไปใกล้ร่างสูงโปร่งขึ้นเรื่อยๆ ที่ทำอย่างนั้นก็เพราะเขาไม่ต้องการพูดเสียงดังจนได้ยินกันไปทั่วสวนแห่งนี้  เขาไม่อยากให้ภูติสาวตัวเล็กๆเหล่านั้นนำความไปฟ้องใคร  ถึงสวนแห่งนี้จะดูเงียบสงบราวกับมีเราเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้  หากจริงๆมันได้สงบปลอดภัยเหมือนอย่างภาพที่ตาเห็นหรอก

  

 

 

 

     

          “เจ้าว่าข้าไร้หัวใจ.......แล้วที่ข้าเตือนเจ้ามันเป็นเพราะข้าไร้หัวใจอย่างนั้นหรอ” ที่พูดออกไปไม่ใช่ทั้งประโยคคำถามและประโยคบอกเล่า หากแต่มันเป็นเหมือนคำสารภาพตามความรู้สึกของคนพูด  มันไม่ถูกต้องเลยที่เขาจะโดนกล้าวหาว่าไม่มีหัวใจ  ในเมื่อเขาทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้คนตรงหน้าปลอดภัยจากการโดนลงโทษ  บนสวรรค์ไม่เคยมีความลับ  เขารู้ดีว่าจริงๆพระเจ้าก็ทรงรับรู้ในสิ่งที่ร่างเล็กทำ แต่ที่พระองค์ยังทรงนิ่งไม่กระทำการสิ่งใดไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะทรงยอมให้เรื่องแบบนี้ผ่านไปง่ายๆแน่

 

 

 




           “เจ้าพูดอะไร....ข้าไม่เข้าใจ....ถ้าสิ่งที่ข้าจะทำ  กับการที่ข้าอยากจะช่วยให้คนสองคนนั้นรักกัน  ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้าที่จะมาเตือนข้า” เขาไม่เข้าใจจริงๆ  เซฮุนพูดอะไรกัน  สรรพนามเป็นทางการที่ถูกยกขึ้นไม่ใช้ทุกครั้งที่กามเทพร่างเล็กโกรธ ไม่พอใจ  มันจะไม่มี คำว่า เราและเซฮุน ในบทสนทนา

 

 

 

        


             ถ้าร่างโปร่งจะไม่สนับสนุนเขาก็พูดออกมาตรงๆ  ไม่เห็นจำเป็นต้องอ้างโดยการพูดกำกวมเข้าใจยากแบบนี้ใส่เขาเลย 

 

 

 




            “เจ้านี้เข้าใจอะไรยากจริงๆ......นี่คงเป็นเหตุผลที่ข้าไม่เคยคิดเรียกเจ้าว่าพี่” ใบหน้าคมของเทวดาหนุ่มรุ่นน้องนิ่งยามเอ่ยสิ่งเหล่านั้น  หากถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นรอยยิ้มที่จุดขึ้นบนริมฝีปากบาง  เซฮุนเป็นคนที่ยิ้มยาก หรือหากจะให้พูดจริงๆเขาเป็นคนที่ไม่เคยมีใครเห็นเขายิ้มเลยสักคน 


         



             และถ้าไม่สังเกตจริงๆก็จะไม่มีใครบนสวรรค์รับรู้ได้ถึงรอยยิ้มที่มีตัวตนของเซฮุน เพราะเซฮุนจะยิ้มออกก็ต่อเมื่ออยู่ใกล้ๆเทวดาร่างเล็กคนนี้เท่านั้น

 

 






             “อ๋อ...นี้เจ้าหลอกว่าข้างั้นหรอ?...เหอะ...ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าถึงได้ขัดขวางข้า  ไม่เคารพข้า แล้วยังว่าข้าโง่ที่เข้าใจอะไรยาก    ข้าเข้าใจแล้วหล่ะ    เจ้านี้มันไม่ไหวจริงๆ  ข้าไม่น่าต้องมารู้จักเทวดาแบบเจ้า ข้าไม่น่าต้องมาคอยดูแลเทวดาฝึกหัดแบบเจ้าเลย” ร่างบางแหวขึ้นมาแทบจะทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เซฮุนพูด  ทั้งหมดทั้งมวลร่างบางประมวลผลออกมาจากสมองน้อยๆได้ว่าเข้าโดนปีนเกลียวโดนเจ้าหนุ่มรุ่นน้อง 



         


             ยิ่งตอนที่เสียงทุ้มนั้นเอื้อนเอ่ย ศีรษะของร่างโปร่งก็ส่ายไปมาเบาๆเป็นท่าทีที่ร่างบางทึกทักว่ามันคือการแสดงท่าทางระอาที่แสนหยาบคายต่อเขานัก

 

 

    



         “ไปกันใหญ่แล้วๆ   จุนมยอนเจ้านี้ไวไปเสียจะทุกเรื่อง  ถ้าเจ้าสังเกตดีๆเจ้าก็จะรู้ว่าสิ่งที่ข้าพูดข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น”

      





            “หนอย...เจ้าอย่ามากวนประสาทข้านะ....เจ้าเองนั้นแหละที่ตั้งใจว่าข้า...อย่ามาเปลี่ยนเรื่องไปหน่อยเลย” หงุดหงิดแล้วนะ นี้เซฮุนเป็นเพียงคนเดียวที่ทำกามเทพอย่างเขาหงุดหงิดได้
ปกติเขาเป็นกามเทพที่ใจเย็นที่สุดแล้ว ณ สวรรค์แห่งนี้ แต่เซฮุนกลับ.....ฮึ๊ย.....เจ้าเด็กสามหาว

   





           “ก็อย่างที่ข้าบอก...เจ้านี้เด็กจริงๆ  จะให้ข้าเรียกคนที่เด็กกว่าว่าพี่ได้ยังไง” ก็ยังไม่วายวกเข้ามาประเด็นเดิมที่สุดแสนจะตอกย้ำความโมโหให้กับกามเทพน้อยจุนมยอน   ยิ่งท่าทางไม่ยี่หระต่ออาการไม่พอใจของคู่สนทนาแบบนั้นแล้ว เซฮุนดูไม่ต่างอะไรจากเจ้าเด็กกวนประสาทกวนบาทาคนนึงเลย แต่ความจริงแล้ว เทวดารุ่นน้องเอ่ยไปโดยไม่คิดอะไรนอกจากความเอ็นดู เขาไม่ได้มีอคติอะไรต่อเทวดารุ่นพี่สุดน่ารักคนนี้เลนด้วยซ้ำ จะมีก็แต่จุนมยอนเท่านั้นที่ตั้งแง่ใส่เข้าตลอด




 


              “ข้าไม่อยากต่อบทสนทนากับเจ้าแล้ว......เชิญออกไปเลย  จะไปไหนก็ไปเลยไอเด็กบ้า” เสียงหวานแหวอีกครั้งอย่างลืมตัว เผลอสะบัดมือไล่คนตรงหน้าอย่างหงุดหงิด  ร่างเล็กๆที่เต้นเร้าไปด้วยความโมโห ดวงหน้าขาวใสแดงก่ำไปหมด ถ้าใครมาเห็นเขาในตอนนี้  ภาพลักษณ์นางฟ้าใจดีของเขามันต้องถูกทำลายเป็นแน่






               “หึหึ” เซฮุนไม่ได้เดินหนีออกไปไกลมากนัก ทั้งยังใกล้ซะจนคนที่เต้นเร่าได้ยินสียงหัวเราะหึในลำคอของเทวดารุ่นน้องชัดเจน

      



 




                “หึ๊ย.....ฝากไว้ก่อนเถอะเจ้าบ้า” ถึงจะพูดแบบนั้นออกไปแต่ก็ไม่กล้าลงมือทำอะไรเซฮุนจริงๆเสียที  ร่างทั้งร่างเลยได้แต่สั่นเพราะเต้นเร่าๆอยู่คนเดียวหน้าบ่อน้ำอมตะ

 




                และเสียงของภูติสาวที่หลบซ่อนก็ดังแว่วขึ้นมา พวกหล่อนแอบฟังอยู่นาน จนรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างจะเอ่ยเหน็บแนมกามเทพที่ชอบเล่นตัวอย่างซูโฮยิ่งนัก

 





                “สงสัยที่เนตรข้าเห็นคงเป็นเพียงสิ่งลวงตา”

 



                “เอ.......หากพิศความจริงข้ากับเจ้าอาจเห็นตรงกัน”

 




                  “อ่า...จริงสิ ยุนอา.......ซูโฮเนี่ย  ขี้อายจังนะ”

 





                 “มิยอง.......เธอก็เอ่ยไปนั้น......กามเทพมีความรักก็แบบนี้แหละ”

 





                “อ่า.....จริงหรือที่ว่าเซฮุนสุดหล่อของพวกเราหลงรักซูโฮ”

 





              “แบบนี้ข้าก็กินแห้วหน่ะสิ...มิยอง”

 





               “โอ๊ะๆ........ยุนอา   มีสายตาแหลมคมจากความโมโหแค้นบางอย่างส่งมาทางพวกเรา”

 






                “โอ๊ะโอ......นางฟ้าของเราโกรธซะแล้ว” แว่บ แล้วภูติสาวทั้งสองก็หายตัวไป  พวกภูติบนสวรรค์นี้ขึ้นชื่อเชียวเรื่องนินทา  ปากธรโข่ง  เห็นอะไรเป็นไม่ได้  สองเสียงหวานที่เถียงกันไปมา  มันจงใจให้ข้าได้ยินชัดๆ 

 







              “เฮ้อ.....จุมมยอนเอ้ย.....ทำไมชีวิตถึงได้วุ่นวายขนาดนี้.....” ระหว่างที่พูดอยู่ดีๆนิมิตรที่ฉายขึ้นบนพื้นน้ำของบ่อน้ำอมตะก็ฉายภายของมนุษย์ทั้งสองที่เขากำลังกังวล

 








              ภาพของร่างโปร่งบางของมนุษย์หน้าหวานที่ตั้งใจจัดข้าวของอย่างดีเพื่อมนุษย์อีกคน  หรือว่านี้ความพยายามให้การส่งพลังของข้าจะได้ผล  หากปล่อยให้เป็นไปตามบัญชาสวรรค์หล่ะก็

 







               เนื้อคู่คู่นี้จะไม่มีวันได้ครองรักกันอีกต่อไปแล้วในชาตินี้  แต่ความรักมั่นคงจะไม่จางหาย  เพราะมนุษย์อีกฝ่ายที่ชื่อ อู๋อี้ฟานจะรักคู่แท้ของตัวเองและไม่เปิดใจให้ใครอีก  สุดท้ายก็ต้องเหมือนคนที่เดียวดายและทรมานตลอดไป

 

 

 



                                             ....................กามเทพซูโฮ ไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น..............

 

 






                และนั้น....สิ่งที่เขาเห็นเบื้องหน้าบนบ่อน้ำ  ภาพฉายของชานยอลที่รออู๋ อี้ฟานหน้าประตูห้องน้ำ  รอยยิ้มแบบนั้นที่ปรากฏบนดวงหน้าสวยหวาน

 





             


             นี้ความตั้งใจของข้าได้ผล?  เซฮุนไม่ได้ขัดขวางข้า  เจ้าเด็กนั้นไม่ได้ทำอย่างที่ข้าคิด 

 








              ถ้าอย่างนั้น  ต่อไปนี้ข้าก็ช่วยให้มนุษย์คู่นี้ได้กลับมาครองรักกันอีกครั้งใช่หรือไม่?   นี้ข้าไปต้องทนทรมานใจในการเฝ้ามองมนุษย์คู่นั้นแล้วใช่หรือไม่?  ในที่สุดความพยายามของข้า

 







                “เอ....โอ   เซฮุน.......นี้ข้าต้องขอบคุณเจ้าหรือโทษเจ้ากันแน่” เสียงหวานเอ่ยพึมพำกับตัวเองผ่านไปทางสายลม หวังให้เทพธิดาแห่งวายุส่งผ่านคำพูดเหล่านี้ไปขอบคุณเจ้าเด็กนั้นแทนเขาแล้วกัน  เพราะถ้าให้ไปขอโทษเอง  เสียหน้าแย่

 

 







                  “หึหึหึ.......จุนมยอน.เจ้านี้ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ” ไวยังไงก็ยังไวอย่างนั้น  ไม่เคยเข้าใจความห่วงใยของใครเลยจริงๆ  ใครว่าข้าไม่มีหัวใจกัน  ที่ถ้าทำทุกอย่างเพื่อส่งผ่านพลังของเจ้าเข้าไปในความฝันของปาร์ค  ชานยอลทุกคืนนั้นไม่เรียกว่าข้าช่วยเจ้าอย่างนั้นหรอ?  หัวใจของเจ้าสวยงามเหมือนตำแหน่งที่เจ้ารับมอบหมาย  กามเทพของข้า............

 







               กามเทพหนุ่มหน้าหวานคนนี้ไม่มีทางล่วงรู้หรอกว่ามีใครที่ยืนอยู่ในสถานที่เดียวกันกับเจ้าตัว  แม้จะโดนไล่แต่ก็ไม่ได้ไปไหนเพราะเป็นห่วง  กลัวว่าจะโดนภูติสาวสองตนนั้นเล่นงานจนอกแตกตายไปซะก่อน  ร่างของคนที่โดมบดบังโอบล้อมไปด้วยหลืบของเงาร่มไม้กำลังเผยยิ้มที่ไม่เคยมีใครได้พิศ  ยิ้มพึงที่เจ้าตัวจะเก็บไว้ให้เพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้เห็น

 







 

                บางทีก่อนที่ความรักของมนุษย์จะสมบูรณ์แบบและสวยงาม  ความรักที่กำลังก่อตัวบนสวรรค์อาจเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนให้พลังแห่งรักส่งผ่านไปถึงกันก็เป็นได้

 









                 ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ล้วนเต็มไปด้วยความพยายาม การช่วยเหลือใครสักคนนั้นเป็นสิ่งที่ดี  ความตั้งใจที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่ดีกว่า  มันไม่ใช่เพียงเพราะความช่วยเหลือจากสวรรค์ที่ทำให้เนื้อคู่ได้ครองรักกัน  หากมนก็เป็นความตั้งใจจริงของมนุษย์ทั้งคู่  และที่สำคัญ  พระเจ้าทรงรับรู้อยู่แล้วเพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นบัญชาสวรรค์  พระเจ้าไม่มีหน้าที่อะไรหรอก  นอกจากเพียงมองดูและคุ้มครองเหล่าภพทั้งสามที่เหลื่อมล้ำกันอยู่แค่นั้นเอง

 






..........

 

 

 




........

 

 

 





..........








TBC








TALK*




อย่างแรกก่อนเลยนะค่ะ   

ขอขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ส่งผ่านมาให้มากๆเลยค่ะ  ขอขอบคุณรีดเดอร์ส่วนใหญ่มากๆนะค่ะ ที่ทำให้เม้นเพิ้มขึ้นเยอะแม้จะมาจากคนเดียวและเม้นหลายข้อความแ่ก็มีคนที่ทำแบบนี้อยู่หลายคน  ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ *โค้ง* 

จริงๆตัวพี่เองจะไม่ได้หวังคอมเม้นต์หรือบ้าคอมเม้นต์อะไรขนาดนั้นนะค่ะ  แบบที่ต้องขู่เข็นกันว่าต้องมาเม้น  หรือว่าว่ารีดเดอร์เป็นนักอ่านเงา อันนี้ไม่ซีเรียสจริงๆค่ะ  

*ที่สำคัญจริงๆที่อยากรู้ก็คือ  "ความชอบที่รีดเดอร์มีต่อฟิคเรื่องนี้มากกว่าค่ะ  หวังแค่ให้บอกว่าสนุกอยากอ่านต่อ  แต่ไม่ได้หวังว่าจะต้องมาพยายามเม้นยาวๆกันเลย  อยากให้บอกความเห็นจากใจที่ทุกคนอยากบอกกันจริงๆค่ะ"

อย่างที่สองก็คึออยากขอขอบคุณกำลังใจของทุกคอมเม้นต์นะค่ะ  ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ

โดยเฉพาะบ้านKrisYeol thailand ที่ใจดีRetweetฟิคเรื่องนี้ให้จนมีคนรู้จักมากขึ้น  ขอบคุณจริงๆนะค่ะ 

และรีดเดอร์ไม่ว่าจะเป็น เด็กน้อยฟันกระต่าย,BunnnY,luvnats,CHANchan 



 
THANK YOU SO MUCH FOR ALL YOUR KINDNESS.


 

550 ความคิดเห็น

  1. #430 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 21:52
    ซูโฮเหมือนนางฟ้าน้อย ๆ เลย ขอให้ช่วยคริสกับชานยอลให้สำเร็จ แล้วตัวเองก้อไม่โดนลงโทษด้วยเถอะนะ
    #430
    0
  2. #104 ไอ... (@sensei198) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:32
    พี่ซูโฮ พี่คือนางฟ้าาาาาา งามที่ซวดดดด
    #104
    0
  3. วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 00:19
    โอ๊ะโอ กามเทพพี่จุนมยอนนี่เอง
    ขอเรียกพี่ว่านางฟ้าจะได้ไหมนะ
    พี่ใจดีและอ่อนโยนมากๆเลย
    กามเทพเซฮุนด้วย ถึงจะนิ่งๆ
    แต่จริงๆก็ใจดีมากๆเลยน้าาา
    แอบช่วยพี่จุนมยอนอยู่ห่างๆ
    หวังว่ากามเทพทั้งสองจะช่วยพี่คริสน้องยอลได้สำเร็จ
    เพราะถ้าเกิดน้องต้องจำอะไรไม่ได้จริงๆ
    สงสารทั้งน้องและพี่คริสแย่เลย แงง
    #67
    0
  4. #65 bookyT (@booky97b2st) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 11:30
    รออยู่ ว่าเฮียจะทำไงต่อแล้วชานยอลจะพยายามจำได้มั้ย เฮียรักเดียวใจเดียวแบบนี้ก้ฟินนาเร่สิคร้าาาบพี่น้องงงงง Thank u so much that u are not angry at the SILENT READERS T^T we're waiting~~~~
    #65
    0