[FIC/SF EXO Krisyeol,kaiun.lulay] SF series project

ตอนที่ 14 : (SF Krisyeol) "A night before a flight" // Smtown 3rd world tour. (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ธ.ค. 55

(SF Krisyeol) "A night before a flight" // Smtown 3rd world tour. (END)



Pairing : Krisyeol



Rate : PG-13 











 “ฮยองอ่า  วิ่งไล่ผมทำไมเนี่ย”

 




“อ่าวก็เรานั้นแหละ  วิ่งไปทำไม กลัวตกเวทีก็เลยวิ่งตาม”

 





“แล้วเราหล่ะมาสาดน้ำใส่ทำไม? หืม?...แถมยังทำหน้าสะใจเหมือนเด็ก...”

 




“งือ ไม่ใช่เด็กๆแล้วเหอะ.......ก็ช่วยไม่ได้อยองเอาน้ำมาราดหัวผมก่อนที่สิงคโปร์.....-////- แต่ยังไงก็.....ดีใจนะที่วิ่งตามมา นึกว่าจะไม่สนซะแล้ว......”

 

“อะไรเนี่ยเรา  แล้วจะบ่นทำไม”

 




“ก็แค่อยากบ่นหนิ  คอนเสิร์ตสองครั้งนี้มีความสุขที่สุดเลย”

 




“พูดเหมือนเด็กๆหน่า”

 




“ชิ  ว่าคนอื่นเด็ก  ตัวเองโตตายแหละ.....แบร่.....ไม่รู้ล่ะยังไงผมก็ชอบมันอยู่ดี  ฮยองไม่รู้สึกแบบนั้นหรอ?”

 




“เหอะ...ไม่เลย  เฉยๆ กี่ครั้งๆก็เหมือนเดิม”

 

 





 “โห อะไรเนี่ย ทำขรึม  สนุกออก”





..

       

 

 

           “จริงๆ......ที่ไม่สนุกก็เพราะ.....” แล้วกวักมือให้ชานยอลขยับหัวเข้ามาฟังใกล้ๆ ร่างบางก็ทำตามแต่โดยดี  เอียงหัวกลมๆเข้าไปหา ใบหน้าเอ๋อๆนั้นเหวอได้น่ารักมาก

 

 

             “เพราะไม่ได้นอนห้องเดียวกับเรานั้นแหละ” แค่พ่นลมหายใจร้อนไปที่หูหลังพูดจบก็เล่นเอาคนฟังหน้าแดงไปถึงหูแล้ว  กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนที่ฮยองของเขาเดินออกไปอีกทางแล้ว

 


“ฮยอง  เดี๋ยวก่อน” หมับ วิ่งดุ๊กๆจนถึงตัวแล้วก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนแกร่ง 

 



“หืม?” หันมาทำหน้าไม่รู้หนาว  แต่ข้างในหน่ะ  ยิ้มกริ่มจนเงิงออก

 

 

           “ให้อาเทาไปนอนห้องผมกับแบคฮยอนสิ  เราจะได้นอนด้วยกัน” คือร่างบางน่ะเอ๋อจริงๆไม่ได้แกล้ง  ไอที่บอกว่าจะนอนด้วยกันของชานยอลหน่ะคือนอนจริงๆ  แบบไม่มีอะไรติดเรต  แต่ไอคนฟังนี่หน้าฟินไปสามโลก

 

 


“อะ....เอาจริงหรอ?” ถึงจะตะลึงในความแรงของน้องยอลลดาแต่เฮียอู๋ก็ทำเก็กกลบเกลือน เดี๋ยวไก่ตื่นจิไม่ดี

 

 


“อื้อ...จริงสิ จะว่าไปก็คิดถึงฮยองเหมือนกัน  จะได้นอนกอดกัน” โห....มาคำนี้อู๋ฟินนะเออ  แต่แอบเงิบคือชานยอลของอู๋ไมแรงเยี่ยงเน้!!! 

 

 


“แน่ใจนะว่าจะนอนด้วยกัน” คำตอบเป็นเพียงหัวกลมๆที่พยักหน้าให้เขาเร็วๆจนผมสีน้ำตาลเข้มสะบัดฟุ้งไปมา เหมือนลูกหมาเลยให้ตายสิ  น่าร้ากกกก







“ฮยอง.....นอนกอดชานยอลนะ” คำตอบของร่างสูงก็มีเพียงการพยักหน้าเบาๆ  เรียกรอยยิ้มกว้างโชว์ฟันของชานยอลได้เป็นอย่างดี





..

 

 

 

 

 

       
      “เฮ้ย  ไอเทาไปนอนชั้นล่างกับแบคได้ป่ะว่ะ  เดี๋ยววันนี้ชานยอลจะนอนกับฉัน” จูงมือคนตัวเล็กกว่าเขาเข้ามาในห้องด้วยก่อนจะเอ่ยไล่ไอโย่งใต้ตาคล้ำให้ออกไป  คนที่กำลังนั่งเล่นของขวัญที่รับมาจากแฟนคลับชะงัก  ก่อนจะเหล่มองคนมาใหม่  พอจะรู้แหละว่าทำไม  เทารู้ว่าแบคฮยอนหน่ะแชร์ห้องกับชานยอลในทริปนี้

   

       “ไม่มากไปหรอตุ้ยจาง  แค่ชานยอลคนเดียว  ทำให้แค่เรื่องนอนก็วุ่นวายได้  นอนกับใครก็เหมือนๆกันแหละ”  พูดสะบัดๆ แต่ก็ไม่กล้าเหน็บแนมอะไรมาก เขาไม่อยากมีปัญหา เพราะยังต้องอยู่กับวงอีกนาน  แล้วไปนอนกับแบคก็ไม่ได้ลำบากใจอะไรเพราะก็สนิทกันดี  แค่รำคาญที่เวลาเอ็มกับเคมาเจอกันทีไร  ตุ้ยจางก็จะโอ๋ชานยอลเกินหน้าเกินตาตลอด

 

 

         “เอ้าก็แค่เรื่องนอนไง อะไรของแกไอเทา ไม่วุ่นวายหรอกหน่า ชานยอลนานๆเจอชั้นที กะแกนี้เจอ24ชม.แล้ว” พูดไปก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกคนเป็นตุ้ยจางได้แต่กำมือนุ่มที่กุมไว้ให้แน่นขึ้น  กลัวว่าสิ่งที่ไอตาคล้ำพูดมันจะทำให้ชานยอลไม่สบายใจ จริงๆเทามาพูดเหน็บแนมแบบนี้ก็ไม่ถูกเพราะถ้าเจ้าตัวบ่นเรื่องการนอนแล้วไปนอนกับแบคฮยอนมันจะลำบากตรงไหน?  เพราะเทาก็บอกเองว่านอนกับใครก็เหมือนกัน  จริงป่ะ?

     

 

           “เออๆ ตามใจพี่ล่ะกัน  ชั้นจะไปนอนกับแบคก็ได้” ชานยอลที่ได้แต่มองหน้าอาเทาก็ไม่ได้พูดอะไร มองหน้าเทาหากก็ยิ้มให้  แล้วก็หันไปมองคนข้างๆตัวก่อนจะยิ้มเหมือนรู้กันสองคน ในสายตา  จื่อเทานี้ปาร์ค ชานยอลเหมือนศัตรูในคราบเพื่อน  หงุดหงิดที่เห็น  เขาเป็นคนชาติเดียวกับคริสน่าจะได้รับความสนใจมากกว่า  แต่คริสกับสนใจไอคนต่างชาติและก็โอ๋ซะเหลือเกิน

             


                 “ขอบใจน้า.......ฝันดีน้าอาเทาเทา” ชานยอลตอบอย่างสดใส แล้วก็โค้งขอบคุณให้เทา  ถึงคนตรงหน้าจะเด็กกว่าเขาแต่เขาก็มักชินกับมารยาทแบบเกาหลี  โค้งในฐานะที่เป็นชาวต่างชาติล่ะกัน จริงๆชานยอลไม่ได้เอ๋อหรอก  เจ้าตัวแค่รู้จัก .การวางตัว. แค่นั้นเอง

 

 

                “อืมๆ  ไม่ต้องขอบคุณหรอก  ชั้นทำเพื่อตุ้ยจาง ...... อ่อ....พี่เจอกันพรุ่งนี้” โบกมือลาหัวหน้าวงเอ็กโซแล้วก็เดินออกจากห้องไปพร้อมไอแพด  คริสมองคนที่เดินออกไปจากห้องแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก  หันมามองชานยอลที่ตอนนี้เขารู้ว่ากำลังวิตก ก็มือชื้นเหงื่อไปหมดขนาดนี้

 



            “ชานยอล...เรา” ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ก็โดนเสียงทุ้มของคนน่ารักขัดซะก่อน

       

 

            “ฮยองคิดว่าผมไม่รู้ล่ะสิ.....เทาน่ะ...ช่างเขาเถอะ....ไม่อยากมีปัญหายังไงก็เป็นเพื่อนร่วมวงกัน  ยังต้องทำงานร่วมกันอีกนาน” จะว่าไปจริงๆชานยอลก็เป็นคนที่โตแล้ว  มีความคิดเป็นของตัวเองแต่เจ้าตัวมักจะชอบแสดงออกด้านสดใส(ที่มากเกินไป-_-“)ให้คนอื่นเห็น

 

 

         “แต่ผมไม่แคร์หรอก   ขอเอาแต่ใจบ้าง.....ไม่งั้นก็ไม่ได้นอนกับฮยอง  พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว” พูดไปก็แกว่งมือของทั้งสองไปมา น้ำเสียงที่เศร้าในตอนต้นเปลี่ยนเป็นร่าเริงในตอนท้ายเหมือนชานยอลคนเดิม

 

 

 

             “เฮ้อ....เราเนี่ยจริงๆเลย  แล้วนี่จะเอาชุดนอนจากไหนมาใส่” ลีดเดอร์วงเอ็มเอ่ยถามคนที่ลากตัวเองมานั่งปุ๊กลงบนเตียงเดี่ยวของโรงแรม  ชานยอลยังง่วนกับการเล่นมือเขาไปมา ไม่รู้ว่ามันมีอะไรนักหนาดูคนตัวเล็กจะสนใจมันซะมากมาย  เดี๋ยวก็แผ่มือเอามาทาบทับกันกับมือตัวเอง หรือไม่ก็จับนิ้วเขาทีละนิ้ว

 

 

                 “ก็ฮยองไม่ได้เอาใส่กระเป๋าเดินทางไว้ตลอดเวลาหรือไง?.......” พูดไม่ออกเลยหล่ะ  มันใช่ทีเดียว  คือจะบอกว่าโรคจิตก็ได้ แต่ก็รอจังหวะลากชานยอลมานอนด้วยบ่อยแล้ว  แต่เพราะไอเทามันไม่ยอมเลยชวดตลอด  ชุดนอนชานยอลก็เป็นหม่ายไม่มีคนใส่มาหลายเดือนแล้ว

 

 

             “รู้ได้ไงเนี่ย?.....เป็นหมาหรือไง?” พูดไปก็ขยี้ผมชานยอลไป  ก่อนจะโอบแขนไปที่ไหล่ของร่างบางแล้วดึงให้หงายหลังไปนอนแผ่บนเตียงด้วยกัน

 

 

         “เกี่ยวมั้ยเนี่ย?  ไม่รู้แหละ  ฮยองเตรียมมาแล้วก็อยากใส่ซะที  ไม่คิดถึงผมเลยหรอไง?” ร่างบางถูไถหัวไปมาให้เกยบนไหล่กว้าง เสียงอ้อนๆนั้นเขาไม่เคยใช่กับใครนอกจากร่างสูงคนนี้นั้นแหละ

 

 

         “คิดถึงสิ.....ทำแบบนี้จนมีแต่คนว่าว่าโอ๋เราจนไม่สนใครแล้ว” พูดไปก็ได้แต่ครุ่นคิดไป  และก็เสียงคลอฮึมฮัมรับจากชานยอล

 

 

          “หืมมม....จริงป่ะ? ......เฮ้อ....ใครๆเขาก็ดูออกกันน้าว่าฮยองอ่ะรักผมโอ๋ผมคนเดียว  แต่ก็ยังไม่วายมีคนมาแย่ง  ขนาดบอกไปตั้งหลายครั้งว่าติดฮยอง...เชอะ   ” ดูพูดเข้า ไม่ได้ทำลายจิตใจของลีดเดอร์เลยให้ตายสิ  ถ้าจะน่ารักขนาดนี้  ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าตัวเองหน่ะแมนเต็มร้อย  แต่ไอที่ชอบสกินชิพแล้วก็ติดเขาแจแบบนี้มันน่าจะเป็นอย่างอื่นมากกว่า

 

 

           “ใครแย่งใคร   แล้วอะไรของเราเนี่ย...หืม?   แล้วไม่ใช่เพราะชอบพูดแบบนั้นหรือไง  เพลาๆบ้างก็ดีนะเราน่ะ   ไอเทามันยิ่งบ้าๆอยู่  ไม่รู้จะมาเกาะแกะอะไรนักหนา พอเห็นเราพูดถึงพี่ปุ๊บ...ก็เอาเลยทันที  อึ๊ย....ขนลุก!” ใช่จะบอกว่าตุ้ยจางไม่ชอบท่าทางเกาะแกะของมักเน่ฝั่งตัวเองจะผิดมั้ยเนี่ย?  คือมันมากเกินไป ดูไม่เหมือนพี่น้องแต่ดูเหมือนพยายามจะยัดเยียดความเป็นเกย์มาให้เขาตลอด

 

         “เอ้า...ช่วยไม่ได้  ฮยองทำตัวเองทั้งนั้นแหละ  ชิ” ตอนพูดชานยอลก็กลิ้งตัวเองไปมาบนเตียง  หยุดจากการคลอเคลียที่ร่างสูงแอบฟินในใจเพราะตอนนี้คนตัวเล็กไปฟินตัวเอง +-+ เออะ ชานยอลลูก

 

 

 

        “เออนี่  ฮยองรู้ป่าวว่าผมชอบเมืองไทย  ชอบโรงแรมนี้ด้วย  ตอนรุ่นพี่ยุนโฮเล่าให้ฟังเรื่องประเทศไทย  ผมตื่นเต้นมาก” พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น  นี้เป็นครั้งที่สองที่ได้มาเมืองไทย  แต่เขาก็แอบประทับใจ  เพราะดงบังกับเอสเจดังมากในไทยตั้งแต่ตอนเขาฝึกหัด  เลยอดจะคิดไม่ได้ว่าถ้าตอนตัวเองได้มาจะเป็นยังไง

 

 

 

 

       “แล้วเกี่ยวอะไรกับซันแบนิมหึ?  เขินเขาไม่ใช่หรือไง  แล้วก็ชอบไปคุยอยู่ได้” หงิดมากขอบอก  ตอนนี้อู๋เซ็งหลังจากได้ยินชื่อวงลุงตำนานเอสเอ็มแบบนั้น  ตอนเขาพูดเกาหลีได้แรกๆก็มีแต่เรื่องดงบังเนี่ยแหละที่เป็นบทสนทนาหลักระหว่างเขากับชานยอล

 

 

          “บ้าหรอฮยอง  ผมเป็นผู้ชายจะไปเขินทำไม  แต่นอบน้อม เพราะเขาเป็นถึงซันแบมากประสบการณ์” พูดไปในแววตาก็ไม่สามารถปิดความชื่นชมเอาไว้ได้มิด  ชานยอลชอบดงบังมาก  และชื่นชมวงคนแก่นี้เหมือนกับตัวเองเคยเป็นแคสเก่า

 

 

         “เหอะ  ให้มันจริง คนเขาพูดกันทั่วเพราะทั้งเราแล้วก็จุนมยอนเขินซัยแบซะยังกับเด็กสาว” ตอนนี้เงิงจะออกก็เพราะอยากจะข้ามห้องไปเฉาะหัวไอซันแบตำนานดึกดำบรรค์นั้นแหละ  ยิ่งนึกถึงตอนที่ตัวเองได้ยินแฟคจากปากทีมงานแล้วแทบคลั่ง เลยจัดล้างแค้นไปเป็นคริสเทากะคริสเลย์ซะเต็มเหนี่ยว

 

 

           “ก็มีพี่สาวจะให้ทำยังไงเล่า.....” คนตัวเล็กโวยวายๆ  แต่ก็เอานิ้วมาจิ้มแก้มพองๆของตัวเอง

 

 

              “แต่ตอนดูคอนเสิร์ตด้วยกัน  ตอนนี้ที่ซันแบเลื่อนกระเช้ามาแล้วชี้ที่ฮยอง  แล้วบอกว่านายคืออนาคตนั้น  เขาหล่อจนผมหยุดหายใจไปเลยจริงๆนะ”

 

             “แล้วมาบอกทำไม  ชอบทำท่าเป็นเด็กสาวเองแท้ๆ”  โดนคนหน้าสวยค้อนหลับเข้าให้  ใบหน้าหนาวมุ่ยลงจนคนหล่อสังเกตเห็น  ดูยังไงก็เหมือนผู้หญิงยังจะเถียงเขาอีก

 

 

             “อือหิ้อ...แล้วไอที่ทำหน้าทำตาแบบนี้มันน่ามั้ย” พูดไปก็เม้มปากอย่างหมั่นเขี้ยวไป  แก้มบวมๆนั้นโดนบีบไปมาแต่คนตัวโตไม่ได้ตั้งใจให้เจ้าตัวเจ็บหรอก

 

 

            “งื้อ.....ฮยองง  แก้มช้ำหมดแล้ววว  คนอะไรก็ไม่รู้ขี้อิจฉา อิจฉาแม้กระทั้งซันเบนิม....โอ้ย ....มือหนัก  เจ็บน้า....” ปัดมือที่ป่วนเปี้ยนที่แก้มเขาไม่ยอมปล่อยออกแล้วก็โวยวายๆ  ปกติชานยอลโวยวายไม่เก่งนะหรอก  แต่อยู่กับเขาทีไรเอาแต่ใจทุกที  เมมเบอร์ที่ว่าแซบอย่างเซฮุน  ถึงจะแสบกับคนอื่นขนาดไหนแต่ก็ไม่เท่ากับที่ชานยอลทำกับเขาแน่ 

 

 

             “ดี   เจ็บสิดีจะได้จำ......”แต่ก็นะ พูดไปก็หมั่นเขี้ยวไป ชานยอลนี้น่ารักขึ้นทุกวัน เป็นคนที่สนิทกับใครก็ดูจะง่ายไปหมด  พูดง่ายๆก็คืออยู่ใกล้ใครก็สนิทกับคนนั้น  สนิทง่ายจนน่าเป็นห่วง  บางทีเขาก็หวงความเป็นกันเองแล้วก็ห่วงชานยอลจนต้องหาวิธีไปขโมยเอาตัวมานอนกับเขาบ่อยๆเวลาเอ็มกับเครวมตัวกัน

 

 

           “ฮยองง่า....ไม่เอาแล้วๆ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า.....เดี๋ยวก็โดนฮยองทำหน้าหมั่นเขี้ยวใส่อีก...ชิส์......ชื่นชมคนอื่นนอกจากตัวเองทีไรหงุดหงิดตลอด” ประโยคแรกๆต้องใจพูดให้คริสได้ยินแต่ประโยคหลังกลับบ่นงุบงิบไว้คนเดียว แต่ก็ไม่วายร่างสูงได้ยินอีกนั้นแหละ

           

             “ย่าห์....บ่นอะไรเนี่ยเรา  ใครหงุดหงิดห๊า?” คือจริงๆคริสอู๋จะมาตะคอกกลบเกลือนความอายทำไมเจ้าตัวก็ไม่รู้หรอก  รู้แค่ว่าตอนนี้เหมือนตัวเองโดนแฉและไม่อยากจะยอมรับเท่านั้นเอง

 

 

               “เหอะ......ฮยองนี้แก่แล้วเลอะเลือนจริงๆ  ผมไปดีกว่า  ไม่อยากนอนกับคนแก่”  เอียงคอหันมามองร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงด้วยกันก่อนจะส่ายหัวไปมาเบาๆเหมือนจะย้ำว่า  เฮ้อ...ฮยองก็แค่ตาแก่คนนึง  คริสอู๋ถึงกับหน้าแดง  มิได้อายม้วนแต่ฉุนจนจะพ่นไฟอยู่แล้ว

 

 

          “หึหึหึหึ......จะให้พิสูจน์มั้ยหล่ะว่าแก่ไม่แก่?” จู่ๆความหื่นก็เข้าครอบงำ อากัปกิริยาหื่นกามและหน้าตาฟินๆที่อุตส่าห์เก็บมาเนิ่นนานเผลอหลุดออกมาทักทายร่างบางผู้ซึ่งยังคงความเอ๋อและตามคริสอู๋ไม่เคยทัน

 

 

            “ไม่ต้องมาทำหน้าโรคจิตเลยฮยอง.....ฮยองไม่มีทางพิสูจน์ได้หรอกก.....ไม่เอาแล้วขี้เกียจคุย....ผมไปอาบน้ำดีกว่าจะได้มานอนกอดกัน”  ตอนแรกกะจะโกรธและพ่นไฟ? (อะไรของแกอิเฮียอู๋-_-“)  แต่พอโดนกระแทกเข้ากลางใจด้วยคำพูดชวนจิ้นทำเอาอู๋ถึงกับครางจนเงิงออก? (อู๋....คือกูว่ามึงบ้า...เอาตรงๆนะ)

 

 

             “เง้อออ  เงิบบ” นั้นคือเสียง  ช่างฟังดูชวนหมดศรัทธา  และนี้คือสิ่งที่ชานยอลเห็นจากลีดเดอร์วงเอ็มจนชินตาเลยมองว่าไอสิ่งที่เจ้าตัวพยายามจะเก็กให้มันดูขรึม...เท่.....มีมาด....สุขุม....เยือกเย็น.....หล่อเหลา   ทั้งหมดช่างเป็นเรื่องน่าขัน  คริสที่เขาเห็นมันแทบจะไม่เหมือนเทพบุตรเลยด้วยซ้ำ  คือจริงๆยอลลี่ยกเว้นเรื่องหน้าตาของเฮียให้ก็ได้นะ  ก็ยอมรับนะว่าหล่อ ก็ไม่ได้อะไร   หึ!

 

           “โรคจิตจริงๆ......ผมไปอาบน้ำนะ....อ้อ  แล้วก็เตรียมชุดนอนให้ด้วย” หัวกลมๆนั้นส่วยไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย  และไม่วายสั่งคนตัวโตกว่าให้เตรียมของให้เขาด้วย 

 

           

                “เอิ๊กก  โอเค....แล้วเราจะนอนฝั่งไหน?  ซ้ายหรือขวา? จะได้เตรียมถูก” ระหว่างพูดร่างสูงก็ลุกไปจัดแจงหยิบชุดนอนที่เขาเตรียมมาอย่างดี  พร้อมกับอีตุ๊กตานรกอัลปาก้าสุดแหวว  แต่นั้นหล่ะ.....พอร่างบางที่กำลังจะถอดเสื้อหันมาเห็นเข้า (คริสยอลเขาเห็นกันเป็นปกติ....หึหึ มโนไปเองง ฟินเองง) ตาที่ว่าโตแล้วเบิกโตขึ้นไปอีก  เสียงที่ว่าทุ้มแล้วคือไม่ได้พยายามจะทุ้มอีกแต่พยายามจะให้มันสูง

 

 

         “หยะ...หยุดเลยฮยอง......ถ้าจะเอาอัลปาก้าเอชของฮยองออกมาหล่ะก็  ไม่ต้องมากอดเลย  ผมจะกลับไปนอนกลับแบคกี้” ชี้นิ้วคาดโทษไปทีตุ๊กตาลามะตัวขาวขนปุกปุย แม้มันจะเป็นมารในใจของเขา  แต่บางครั้งเขาก็คิดว่าดีเหมือนกันที่ฮยองของเขาติดอัลปาก้า  จะได้เพลาๆโมเม้นต์คริสเทาคริสเลย์ไปบ้าง

 

 

             “ได้ไง?.....เราต้องขอบคุณเอชนะ.....มันเป็นเพราะเอชนั้นแหละที่ทำให้เทามันเลิกมานอนก่ายฮยองนะ! “  คือผมปาร์ค ชานยอลจะไม่ว่าฮยองสักนิดและจะดีใจตบหน้าขาสักร้อยทีถ้าหากคริสอู๋ฮยองจะไม่พูดด้วยน้ำเสียงหลงใหล  หลุมหลง มึนเมาในลามะมากขนาดนั้น

 

 

            “อ๋อออ.....หรา?  นี้ถ้าไม่ได้เอชผมคงไม่ได้ต้องเห็นคริสเทาว่างั้น?” เราจะงิดเบาๆ  อะไรที่มันเปลี่ยนฮยองสุดหล่อของเขาขนาดนี้  เมื่อก่อนไม่มีทางเป็นแบบนี้แน่นอน  ถ้าเศร้าก็จะเรียกหาแต่เขา วีดีโอโฟนบ้างหล่ะ  โทรหาบ้างหล่ะ  เรียกไปนอนบ้างหล่ะ  แต่พอมีอีตัวนี้  ฮยองของเขาก็ปันใจ หลงแต่มัน ฮึกฮึก ฮือๆๆ  ดราม่าชานยอล

 

 

             “จะว่างั้นก็ได้....ว่าแต่เราหน่ะ....ไม่ไปอาบน้ำหรือไง? จะตีนึ่งแล้วนะ” มือหนาประคับประคองลูกรักไปวางที่หัวเตียงแล้วก็เดินมาหาชานยอลที่ตอนนี้หันหลังให้เขาพร้อมกับถอดเสื้อออกซะ .......อือหื้อ....แผ่นหลังขาวเนียนนั้น  เห็นแล้วเลือดจะพุ่ง

 

 

              “เชอะ.....ไม่อาบ” ชานยอลเอี้ยวตัวมาค้อนใส่  ทำเอาคริสที่ตอนแรกแค่หลังตอนนี้หน้าก็ขาวเนียนเต็มตา  ถึงจะเหมือนกันตรงที่เป็นผู้ชายแต่ไอผิวขาวอมชมพู  หนื้องแบนราบและไปเอวคอดนี้มันอารายยยยยย .....พระเจ้า....สวรรค์รังสรรค์ชัดๆ

 

 

             “ห๊ะ?....อะไรไม่อาบแล้วถอดเสื้อเพื่อ?” ตอนนี้ใครมาสังเกตก็รู้ว่าอู๋ฟานข่มอารมณ์พุ่งพล่านขนาดไหนไม่ให้เผด็จศึกน้องนางตอนตีหนึ่งกว่าๆ  นี้เขากัดฟันพูดแล้วเหอะ  ช่วยๆกันบ้างอีไรเตอร์แกล้งอยู่ได้  (หึหึหึ =***=” เล่นไปเงิงอู๋  ตรูกำลังฟิน)

 

 

        “ก็ไม่อาบคนเดียวไงเล่า!.......หึงอัลปาก้า!.....จบป่ะ?”  ว่าจบชานยอลที่ตอนนี้หึงหน้ามือเพราะอัลปาก้าก็ฉุดกระชากตุ้ยจางเข้าห้องน้ำไปฟิน...เอ่อ.....อาบน้ำกันสองคน  เพื่อกันสัมพันธ์สวาทบาดตาระหว่างฮยองของเขาและอัลปาก้า (แต่แม่ว่าหนูเข้าขั้นมากกว่านะยอลลี่ลูกแม่)

 

 

“เฮ้ย....เอาจริงหรือไงว่ะชานยอลลลลล” โวยวายๆแต่ก็ยอมเข้าไปอาบน้ำกันสองคนอยู่ดี 

 



........

 

 

........

 

 

 

........

 

 

 

             “ชานยอล.....นี่เราจะทำหน้ามุ่ยทำไม?  มัวแต่มองเอชอยู่ได้.....แล้วเมื่อไหร่ผมจะเช็ดเสร็จ” ร่างสูงเอ่ยทักคนตัวเล็กกว่าเขาที่ขย้ำผมตัวเองกับผ้าขนหนูเบาๆโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สนใจจริงจังอะไรกับการเช็ดผมเลยด้วยซ้ำ ตัวคริสเองนอนเหยียดอยู่บนเตียงเอาหลังผิงหัวเตียงส่วนชานยอลที่ยังเช็ดผมไม่แห้งก็นั่งจ้องลูกเขไม่วางตา

 

 

 

               “หวงหรือไงเล่า....ไม่เคยเห็นตัวเป็นๆเลยอยากจ้องนานๆ” เสียงทุ้มหากฟังดูหวานนุ่มในความรู้สึกของอู๋ฟานเอ่ยตอบฮึดฮัด  ชานยอลในตอนนี้ไม่เหมือนชานยอลเมื่อก่อน  อารมณ์ขึ้นๆลงๆอย่างกับผู้หญิง  เดี๋ยวงอนเดี๋ยวดีใจเดี๋ยวโวยวายเดี๋ยวบ่น   คือจริงๆเขาว่าเป้นเพราะลูกหมารูมเมทชานยอล บยอน  แบคฮยอน แพร่เชื้อ

 

 

                “ไม่เอาหน่า...มานี้มา  เดี่ยวเช็ดผมให้” คริสกวักมือเรียกรุ่นน้องก่อนจะฉันขาตัวเองขึ้นแล้วตบเบาๆตรงกลางระหว่างตัวเป็นเชิงว่าให้ร่างบางมานั่งตรงนี้  ซึ่งชานยอลก็ไม่ได้ขัดขืนหรือเถียงอะไร  เจ้าตัวเดินตรงเข้าไปหาแล้วก็นั่งปุ๊กลงตรงระหว่างขาที่ตั้งการ์ดเหมือนเป็นกรงจำลองขังร่างบางไว้

      

 

          ชานยอลไม่พูดอะไรต่อ  แต่พอเดินถึงตัวคริสและได้นั่งเจ้าตัวก็เอนหลังพิงอกแกร่งจนปลายคางแหลมอยู่กลางหัวกลมพอดี  ผมนุ่มละไปมาที่คอแกร่งของคริสแต่ชานยอลก็ไม่ได้สนใจยกหัวออก แขวเรียวดึงเอาแขนทั้งสองของอีกฝ่ายเข้ามาโอบรัดตัวเองและกระชับอ้อมกอดให้แน่น  ซึ่งชานยอลเองก็ไม่ร็ว่าทำไปเพราะอะไร  รู้แค่ว่าเวลาอยู่ใกล้คริสและอยุ๋กันแค่สองคนเขาก็จะอ้อนแบบนี้ตลอด.....ใช่...ยอมรับเลยล่ะว่าอ้อน  แล้วก็อ้อนเยอะด้วย  เพราะอู๋ฟานใจดี  ใจดีมาตั้งนานแล้วตั้งแต่ก่อนเดบิวต์  ถึงจะเป็นศิลปินแล้วแต่ก็ยังคิดถึงช่วงเวลาที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่เลย

 

 

              “คิดถึงตอนก่อนเดบิวต์จังฮยอง.......อื้ออ.....ผมคิดถึงตอนที่เราหนีซ้อมเต้นแล้วไปดูหนังด้วยกันจัง” ร่างบางเล่าความทรงจำของออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าถ้าเล่าดังกว่านี้ความสวยงามของความทรงจำที่เขามีมันจะสลายหายไปตรงหน้า  ตอนนี้พูดก็เอียงคอไปซบหัวกลมๆนั้นที่บ่ากว้างให้ร่างสูงเกยศีรษะของตัวเองได้ถนัดและไม่โดนผมของเขาระต้นคอจนรำคาญ

         

                “ฟอด.....ทำไมหล่ะ.....หืม?  ตอนนั้นเราโดนดุบ่อยเลย  ไม่เห็นดีเลย” จมูกก้มลงหอมเข้าหนักๆที่ผมสีบราวน์เบจ  กลิ่นหอมกรุ่นเพราะเจ้าตัวเพิ่งสระมาทำให้ร่างสูงชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

               “ฮ่าฮ่าฮ่า....จริงเนอะ.....แต่ก็น่าจดจำออก.....แอบหนีไปด้วยกัน...ดูหนังด้วยกัน...แล้วก็กลับมาด้วยกันตอนดึก.....จากนั้นก็โดนเรียกไปอบรมแต่ฮยองก็แก้ตัวแทนผมตลอด” รายละเอียดเล็กๆที่เจ้าตัวไม่เคยคิดจะลืม  พูดไปก็อมยิ้มมีความสุขไปด้วย บางครั้งชานยอลก็อยากให้เวลาช่วงนี้เป็นแค่ความฝัน  ฝันที่ได้เป็นนักร้อง  แต่อีกใจกลับคิดว่าการที่เป็นแค่เด็กฝึกหัดมันก็เพียงพอแล้วหากจะทำให้เขาสองคนได้มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้

 

 

                   

                “อืมม” มีแต่เสียงครางรับจากคนที่เกยหัวเขาอยู่

 

 

            “ฮยอง.....ผมมีเรื่องจะบอก” จู่ๆก็เอ่ยทำลายความเงียบ  ร่างทั้งร่างทะลึ่งพรอดลุกออกจากอ้อมกอดของร่างสูง  แล้วคนร่างบางก็เอี้ยวหันทั้งร่างหันเข้าหาฮยองของเขา  มือเรียวนิ่มประคองใบหน้าของอีกฝ่ายให้หันมามองตัวเอง 

 

 

             สัมผัสอุ่นนุ่มผะแผ่วบนกลีบปากบางของเขาแทบทำเอาเทพบุตรตุ้ยจางหยุดหายใจ  ใบหน้าหวานที่แนบชิดกำลังมองจูบละมุนแม้จะสัมผัสแค่เพียงริมฝีปากแต่กลับเรียงความร้อนให้กับคนโดนกระทำได้ไม่น้อย

 

 

          “ชะ..ชานยอล” ร่างสูงเอ่ยเสียงแหบพร่า  เรียกชื่อคนที่เพิ่งจูบเขาไปเหมือนกี้อย่างช้าๆ  อยากจะหยุดเวลาทั้งหมดและจับกดชานยอลจนรุ่งเช้า  โว๊ะ.....แต่ก็เป็นได้แค่ฝัน  เพราะเดี๋ยวพอกลับไปเกาหลีก็ต้องมีโชว์ต่อ  อยู่ดีๆชานยอลจะมาเดินไม่ได้   เต้นไม่สะดวกคงไม่ใช่เรื่อง  ในฐานะลีดเดอร์  เขาต้องมีวินัย

 

        

               “ชานยอลรักอู๋ฟานฮยองจนจะคลั่งอยู่แล้วนะ”  พูดออกไปแล้วสิ่งที่อยู่ในใจมานานแสนนาน  ฮยองจะรู้มั้ยว่าในใจเขาตอนนี้เต้มแรงซะจนแทบจะหลุดออกมานอกอก  เขินจนไม่รู้จะทำยังไง  แต่ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องบอกที่เมืองไทย  เพราะเขาชอบเมืองไทยมากกว่าที่อื่นๆที่เคยไป  และคิดว่าถ้ามาที่นี้ก็พูดซะที่นี้ก่อนจะไม่มีเวลาได้บอก  ถ้าต้องห่างกันอีก  พวกเขาจะได้มาเมืองไทยอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

  

 

          ฟังแค่นั้น  ร่างสูงที่ได้ยินก็ไม่คิดจะบอกรักตอบด้วยคำพูดแล้ว  แต่กลับคว้าเอาทั้งร่างของชานยอลมาแนบชิด  บดขยี้ปากร้อนเข้าหาคนร่างบางอย่างโหยหา  ราวกับรอเวลานี้มานาน  ความอดกลั้นที่มาพร้อมกับความสุขล้นในหัวใจ  แทบขาดผึ่ง เพียงแค่ได้ยินคำว่ารักหลุดออกมาจากปากของชานยอล  เขาไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าโชว์พรุ่งนี้ที่เกาหลีจะเป็นยังไง  ผู้จัดการจะว่าเขาหรือเปล่า  หรือชานยอลจะเดินไม่ไหว  แต่เขาตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม  เขาจะเป็นคนรับผิดชอบปาร์ค ชานยอลของเขาแต่เพียงผู้เดียว 

 

 




“อ๊า..ฮยอง..ตรงนั้น  อ๊ะ.....”

 




“ชานยอล.....เราเป็นของฮยองคนเดียวนะ....”

 




“อ๊ะ....อ๊า......อื้อ.....เป็นของ......คริสฮยอง.....คนเดียว”

 




“อู๋ฟาน.....เป็นของอู๋ฟาน.....ตรงนี้ของเธอมันคับชะมัด .....อ๊า...ชานยอลเราสวยมาก?”

 



“อ๊ะ....บ้า......อู๋ฟานฮยองบ้า...อ๊ะ...แรงไปแล้ว”

 



         “บ้าแล้วรักมั้ยหล่ะ?” ถามออกไปทั้งๆที่ตัวเองก็ยังขยับร่างบนกายบางไม่หยุด  ยามเวลาที่เลื่อนกายขยับเข้าเติมเต็ม ทุกๆครั้งมันเข้าถึงจุดกระสันจนร่างบางต้องร้องคราง  ใครบอกว่าครั้งแรกเจ็บเจียนตาย......เขาเองก็เจียนตายนะ......แต่เขามันสุขเจียนตายมากกว่าเจ็บ 

 



        “ยิ่งกว่ารัก.....มันทั้งรัก.....หลง...อ๊ะ....และก็หวง.....มากก....อ๊า” เก่งเกินไป  คนบนร่างของเขาเก่งมากเกินไป  แค่ขยับก็ทำเอาเขาแทบคลั่ง  นี้ไม่นับเวลาพูดแล้วเสียงแหบเซ็กซี่นั้นดังอยู่ใกล้ใบหู  แล้วนี้ขยับแต่ละทีกระทั้งหนักหน่วงทั้งหยอกล้อสลับกับไป  เล่นเอาเขาพูดจะไม่เป็นคำอยู่แล้ว

 



       “อ่า....เรานี้มันสุดยอดจริงๆ.....” คนที่ควรจะพูดคำนี้น่าจะเป็นผมมากกว่านะคริสฮยอง....

 

         “อ๊า.....อู๋ฟานฮยองง”

 

    

               นั้นหล่ะถึงจะเป็นครั้งแรกของชานยอลแต่ก็เป็นครั้งแรกที่แสนจะน่าประทับใจ  ร่างสูงที่ปล่อยให้เป็นแค่รุ่นพี่มาตลอดระยะเวลาที่รู้จักกัน  ตอนนี้กลายเป็นคนที่เอาหัวใจเขาไปครอบครองทั้งดวง  อู๋ฟานไม่เคยทำให้ผิดหวังไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม  ร่างสูงเก่งไปซะหมดจะทุกเรื่อง 

 

            แม้ขนาดเรื่องนี้ยังเก่งซะจนเขาไม่อยากจะให้ใครได้มารับรู้ว่าฮยองของเขาเก่งแค่ไหน  และไหนจะหน้าตาแบบนั้นยามมองใบหน้าหล่อๆที่ขยับกายบนร่างของตน  ในสมองของชานยอลมีแต่ความคิดเกี่ยวกับคริสลอยวนเต็มไปหมด  ลุ่มหลง เย้ายวน  คลั่งไคล้  หลงใหล มากมายไปหมด ร่างบางอมยิ้มพึงใจแม้ดวงตากลมโตจะปิดลงไปเพราะความสุขที่ได้รับจากการกระแทกครั้งสุดท้ายที่ส่งทั้งคู่ไปถึงจุดหมายพร้อมกัน แต่ก็ไม่วายที่คนตัวสูงจะขยับกายอีกสองสามที่  เล่นเอาเสียววาบไปทั้งตัวเลยล่ะ

            

             ใบหน้าของคนหล่อที่หลังจบภารกิจและซบลงที่อกคอหอมกรุ่นยันตัวขึ้นมาก่อนจะพรมจูบไปทั่วดวงหน้าหวานที่หลับตาพริ้ม
  ปากแดงๆนั้นบวมเจ่อเพราะฤทธิ์จูบ  เห็นแบบนี้เพราะยังไม่คิดจะถอนกายออก  จริงๆมันก็เพราะอุ่นแต่ตอนนี้คงไม่ใช่เพราะอุ่นแล้ว  ร่างของทั้งสองขยับเข้าหากันอีกครั้งพร้อมกับเสียงครางหวานที่ดังกังวานไปทั่วห้องชุดสุดหรู

 

 

แค่มองหน้าของชานยอล  แค่มองก็ทำให้รู้ว่าถ้าเป็นชานยอลแล้ว  ไม่เคยพอ 

 

            

          สำหรับชานยอลเอง  แค่ได้อยู่ใกล้ๆคริสก็ทนแทบไม่ไหว   ทุกวินาทีแทบไม่อยากจะห่างกัน  กลัวว่าจะขาดใจ
เสน่ห์ของเจี้ยเหิงตอนก่อนเดบิวต์ก็ว่าทำเอาละลายแล้ว  แต่ถ้ามาเทียบกับตอนหลังเดบิวต์ร่างสูงรู้จักบริหารเสน่ห์ของตัวเองมากขึ้นเป็นเท่าตัว

 

 

 

             “รักเรานะเด็กดื้อ”

 

 

 

            “อื้ออ....รักเหมือนกันนะ.........คุณสามี” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนมุมปากบางของคนหน้าหล่อที่คนตัวเล็กไม่เห็น  ชานยอลของเขานี้น่าฟัดจริงๆ หากคนที่ซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้หลังใบหน้าใสสื่อก็อยากจะบอกเหมือนกันว่าคนหล่อของเขาน่าเขมือบขนาดไหน

 

        “ถ้าเป็นคุณสามี....ก็ต้องปรนนิบัติสามีทั้งคืนนะ.....คุณภรรยา” และนั้นล่ะ  ครั้งแรกก็เลยโดนซะ  หลงในรสรักที่หักห้ามใจกันมานาน  เมื่อโอกาสมาถึงทั้งสองก็ต่างพลัดกันป้อนรสหวานแทบล้นทะลักใส่กันไม่ยั้ง  ถึงตอนนี้จะมานั่งแอ๊บแบ๊วเป็นเด็กม.ปลายที่ขอกันเป็นแฟนคงไม่ทันแล้ว  ขั้นนี้มันเกินกว่าแฟนซะอีก  ต่างฝ่ายต่างพร้อมใจกันเป็นเจ้าของในตัวกันและกันเรียบร้อยแล้ว

 

 



....

 



...

 



....

 

 

         “อื้อ....เหนื่อย....แล้วน้า....ง่วงจะแย่.......อ๊ะ......” จะไม่ให้บ่นได้ไงก็ร่างสูงที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลังเล่นเบียด รัดแล้วก็ไซ้ต้นคอกับหลังหูอยู่ได้ มือหนาขยับซุกซนไปทั่วหน้าท้องขาวเนียน  วนลูบบริเวณท้องน้อยบ้างให้คนตัวบางแอบสะดุ้งตัวงอ

 

         “ไม่เอาอ่ะ.....อย่าห้ามเลย” เสียงพึมพำที่กระซิบอยู่ชิดริมหูมันฟังทั้งกระเส่าและเว้าวอน  เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ไม่รู้คนร่างสูงไปอดอยากมาจากไหน จุดติดตลอด เจ้าตัวบอกว่าแค่ได้กลิ่นตัวเขาก็แทบอยากจะฝั่งร่างเข้าไปแล้ว  เกิดเป็น ปาร์ค ชานยอลนี้มันเหนื่อยเจงๆๆๆๆ!!!

 

              “นี้.......ถ้าฮยองเอาแต่ใจแบบนี้.....ชานยอลจะไม่แลกห้องที่ไหนอีกแล้วนะ.....จะไม่นอนด้วยแล้ว...หื่น” เอี้ยวคอหันมาบ่นอุบ ก่อนตอนท้ายจะแลบลิ้นแบร่ใส่คนหล่อ

 

              “เดี๋ยวก็รู้ว่าใครกันที่อยากจะแลกห้อง....หึหึหึ” อันนี้เขาไม่ได้พูดออกไปหรอก  แต่ก็เถียงอยู่ในใจ อู๋ฟานผู้ซึ่งผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วนรับรู้ดีว่ารสรักเขาทำเอาชานยอลคลั่ง  เป็นร่างบางเองที่จะไม่อยากห่างเขาไปไหนเลย

 



.......

 

 

 

........

 

 

 

........

 


“โหแต่วันนี้เพิ่งได้รางวัลนะชานยอล........ที่ฮ่องกงนี้ตอนกลางคืนก็สวยดีนะ”

 

“เหอะ......จะที่ไหนฮยองก็หื่นทั้งนั้นอ่ะ”

 

“อะไรบอกว่าสวยไม่ได้หื่น”

 

“หื่น!.....แล้วนี้จะขยับได้ยัง?  มันแต่ชื่นชมฮ่องกงอยู่ได้” เสียงหวานบ่นอุบ  แต่ก็โดนจูบปลอบใจเป็นการง้อ

 

“เมียฉันใจร้อนจริงๆ......”

 

“เชอะ”  และนั้นก็เป็นบทสนทนาของคุณสามี...ภรรยาเสาไฟฟ้าแห่งเอ็กโซ คุณๆคงเดาออกว่าใครที่เป็นคนคาดโทษร่างสูงไว้ว่าจะไม่ยอมแลกห้องอีกต่อไป........แล้วไอที่บอกให้ขยับนี้มันอยู่กันคนละเตียงรึ? แม่หนูยอลฤดี 

 


บทสรุปก็คือ

 

                  เฮียทำให้นางไม่ใสสื่ออีกต่อไป

 

                  นางเอ๋อน้อยลงและเริ่มอยากจะควบคุมสามี

 

            นางไม่มีท่าทีลุกลี้ลุกลนบ่อยนัก    สังเกตตอนเอ๊กโซไปรับรางวัลที่งาน MAMA 2012 นางยืนห่างโดยมีกัมจงกั้น หากนางไม่หวั่น เอื้อมมือไปสัมผัสสามีแล้วก็ยิ้มแบบไม่เอ๋อ  อีกตอนก็ตอนที่สามีนางพูด ตอนนั้นนางจะเดินไปยืนใกล้ๆทำไม? -_-“ คือสามีคงไม่ได้ต้องการกำลังใจขนาดนั้น   หรือเอ๊ะ.....จริงๆนางอาจจะขาดสามีมิได้ก็เป็นได้  

 

             ชานยอลที่ทำโมเม้นต์ชานแบคกระฉ่อนไปทั่วจนแม่ยกคริสยอลแทบพ่นไฟและหนีไปติ่งชานแบค  แต่สุดท้ายหลังจากนางทอดกายต่อหน้าสามี  ตื่นเช้ามาโมเม้นต์คริสยอลจะเยอะจนแม่ยกขนลุก  หึหึหึหึหึ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

FIN

 

 

 

และไรเตอร์จิไปFINLANDDDDDDDDDDDDDDDDDDโลดดดดด  และก็ฟินกับจิ้นเวิ่นเว้อของตัวเอง  และก็มโนไปต่างๆนาๆ  แต่มโนเหล่านั้นล้วนชวนฟินเลยจิ้นแมร่งงงง......

 

 

ไปแระนะคร้า  ทุกๆคนนนน

 

 

ตอนนี้อยากได้เม้นเยอะๆ  เพราะถ้าเม้นเยอะๆจะเอาเรื่องที่เหลือมาลงและเอาเรื่องใหม่สดร้อนๆที่แต่งไปกว่า 50 หน้ามาเรียกน้ำย่อยแน่นอน..............

 

ย้ำ......ถ้าคุณอยากอ่านอีก  คนต้องเม้นน้า   บอกไรเตอร์ทีว่าชอบอ่าน  ไรเตอร์จะได้แต่งมาให้อ่านอีกงิ  

 

ไม่งั้นจะแต่งไว้อ่านคนเดียวนะเออ.....ไม่แบ่งปัน......แต่ถ้าเม้น.....เอาไปเลยอ่านฟรีๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

550 ความคิดเห็น

  1. #403 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 20:48
    ชานยอลเลือกจะสารภาพรักที่ไทยด้วยอ่ะ อิอิ
    ไหนคริสบอกว่าต้องมีวินัยไง สุดท้ายก้ออดใจไม่ไหว 555
    #403
    0
  2. #266 forever-love..zz (@hifriends) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2556 / 06:51
    กรี๊ดดด สารภาพรักที่เมืองไทย ครั้งแรกที่เมืองไทย หุหุ
    มันฟินตรงล่ะค่า >////<
    ชานยอลอ้อนจริงๆนะ เป็นใครก็ต้องรักอ่ะ ยอลน่ารัก
    อีพี่คริสคงไม่ทนหรอก ฮ่าๆๆ
    ถึงกับไล่เทาไปนอนกะแบค เอ๊ะ จะมีเทาแบคอีกคู่รึป่าวคะไรท์เตอร์ ^^
    แต่ถ้าดูจากความจริง คริสยอลตัวติดกันจริงๆนะ 
    แม่ยกนี่ฟินแล้วฟินอีก ชอบมากกกก
    โอบบ้างล่ะ จับมือบ้างล่ะ สบตากันบ้างล่ะ ฟินเว่อร์
    อยากให้มีตอนต่อไปจัง ><
     





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 มีนาคม 2556 / 06:53
    #266
    0
  3. #222 krisyeol- (@krisyeol-) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 22:37
    ใครบังอาจมาแบนหมวดคริสของช้านนนนนนนนนนนนน!!!!!!!!!!!!! T_______T มันเรทตรงไหนฟระะะะะะะะะ???? โกรธ!!!!!!
    #222
    0
  4. #149 ไอ... (@sensei198) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 20:43
    อ๊ากกก อิอู๋หื่นนนนน แต่ชอบง่ะ

    ฟิน หุหุ งือออออ
    #149
    0
  5. #113 may love shinee&SJ&FT&BB (@may0904) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:00
    น้องยอลแน่มาก
    #113
    0
  6. #68 mepanda55 (@mepanda55) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 18:01
    FIN ๆๆๆๆๆๆ
    น้องยอลแอบแรงนะ อิอิ แต่ชอบมากอ่าาา
    #68
    0
  7. #66 Oom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 21:43
    OMG !! มันฟินมากกก

    ชอบค่ะไรท์ ^^
    #66
    0
  8. #64 bookyT (@booky97b2st) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 06:27
    ฟินอ่ะ ชอบอ่าน
    #64
    0
  9. วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 06:35
    อะหือออออออออออออออออออออ
    ตอนแรกๆออกแนวละมุน มุมิมุมิ
    แต่ช่วงหลังๆ เอิ่ม พี่คริสทำให้น้องยอลกลายเป็นคนหื่นไปร้าวว
    น้องหื่นเพราะติดฮยองสุดที่รักอย่างพี่คริสนี่แหละ
    #52
    0
  10. #31 สายธาร (@nooyim) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 16:58
    ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    ไรท์ มันใช่อ่ะ
    เค้าก็สังเกตุเหมือนกันนะ
    เดี๋ยวนี้ยอลลี่ไม่เอ๋อเเล้ว
    โอ๊ยเพราะอย่างนี้นี่เอง (น้ำเสยงทีวี เชมเปียน)
    มาอีกนะ เป็นกำลังใจจ้า
    #31
    0
  11. #30 KrisYeol_Only (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 00:54
    อ่านตอนแรกก็มาเริ่มเอาตอนนี้เลย 5555

    อ่านแล้วความรู้สึกเหมือนไรเตอร์ไปแอบอยู่ใต่เตรียงยังงั้นแหลาะ 555555



    สู้ๆน่าไรเตอร์เขาจะเป็นจำลังไจให้ แล้วสัญญาเลยว่าจะรีบหาเวลาว่างมาอ่านที่เหลือต่อ

    #30
    0
  12. #29 เจน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2555 / 18:39
    สามี-ภารยาเสาไฟฟ้า แห่งเอ็กโซ >< ชอบคำนี้
    #29
    0
  13. #28 hannyhyuk~ hyukjae & hangeng (@teezer) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2555 / 03:58
    ฮ่ะๆๆ

    เข้ามาก็อ่านตอนนี้ก่อนเลย

    ชอบอ่ะ

    แต่ก็จริงนะ เวลาเอ็มกับเค รวมกันทีไร

    เฮียตัวติดกับยอลบ่อยเหลือเกิน

    ชอบแกล้งน้องด้วย คริคริ ไปฟินแลนด์กับคู่นี้แล้ว
    #28
    0
  14. #27 MoLoMoShi (@molomoshi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 18:30
    อุ๊ปส์ 5555 -.,- <<จะเลือดไหลเพื่อ?
    น่ารักอ่ะ พี่คริสหื่น น้องยอลเองก็หื่นไม่แพ้กันหรอก โฮะๆๆๆ

    ปล. เค้าไม่เคยเขวนะตัว อย่างเี้ยแหละขึ้นไปหาของสูงแล้วลงยาก?
    #27
    0