[นิยายแปล] อร่อยล้นวัง

ตอนที่ 3 : นาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,703
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,886 ครั้ง
    2 มี.ค. 63

แมวกินของเค็มมากเกินไปไม่ได้ เพราะจะทำให้ไตทำงานหนัก นี่เป็นเรื่องสามัญที่คนเลี้ยงแมวและตัวแมวเองก็รู้ดี ซูอวี้ยังนึกว่าอีกเดี๋ยวลูกแมวน้อยต้องคายเนื้อหอยออกมาเป็นแน่ แต่กลับผิดคาด เพราะเจ้าเหมียวดันเลียปากแผล็บ ๆ ก่อนใช้อุ้งเท้าเขี่ยถ้วยน้ำจิ้ม แล้วส่งเสียงร้องใส่หน้าซูอวี้ราวกับต้องการจะบอกเขาว่า“รสชาติไม่เลว เอามาอีก”

ด้วยจนปัญญาจะเข้าใจความชอบเฉพาะตัวของแมวตัวนี้ ซูอวี้จึงได้แต่โยนหอยตลับที่เหลืออยู่ให้เจ้าเหมียวเล่น แล้วหันกลับไปทำบะหมี่ทะเลของเขาต่อ อาหารจำพวกแป้งที่ซูอวี้ทำเป็นนั้นมีไม่มาก แต่การทำเส้นบะหมี่ด้วยมือสักชามก็ไม่นับว่าเหนือบ่ากว่าแรงอะไร พักแป้ง โรยแป้งนวล[1] นวดแป้ง ตัดเส้น ใช้น้ำซุปที่ทำจากกุ้งและปลา จากนั้นเติมผัดหนวดปลาหมึกแบบสะดุ้งไฟลงไปสักสองสามชิ้น กลิ่นก็หอมอร่อยชวนน้ำลายสอขึ้นมาทันที

ซูอวี้ถือชามบะหมี่ยอบกายลงไปนั่งกับพื้น มองดูลูกแมวตรงหน้ากินบะหมี่ทะเลอย่างเอร็ดอร่อย มุมปากก็กระตุกอย่างอดไม่อยู่ แมวตัวนี้รสนิยมแปลกมากจริงแท้ ไม่เพียงแต่ไม่กินของทะเลดิบ ๆ ทั้งยังชอบกินอาหารที่เขาทำ

ถึงจะเป็นต้นวสันตฤดูแต่อากาศยังคงหนาวอยู่ ในค่ำคืนอันหนาวเหน็บและมืดมิด หนึ่งคนหนึ่งแมวนั่งกับพื้นข้างเตาที่ไฟโรยอ่อนส่องแสงริบหรี่ กินบะหมี่ทะเลอุ่นๆ น้ำซุปหอมหวานสร้างความอบอุ่นเข้าไปถึงภายในส่วนลึกของร่างกาย

นับแต่มาถึงที่นี่ซูอวี้ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตนมาตลอด เขาทั้งเหน็ดเหนื่อยและเมื่อยล้า นี่เป็นครั้งแรกที่ซูอวี้รู้สึกได้ถึงความสุขเล็กๆ เขาก้มหน้าลงมองเจ้าขนฟูตัวน้อยที่กำลังกินบะหมี่เสียงซู้ดซ้าด พลันเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าการมีเพื่อนสักคนอยู่ข้างกายนี่มันดีจริง ๆ

“คุณชายรองท่านมาอยู่นี่เอง”สาวใช้ตัวน้อยคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูครัว เมื่อเห็นนายน้อยของตนนั่งยอง ๆกินบะหมี่อยู่ข้างเตาโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ก็ตกตะลึงจนตาค้าง

“ชุนเฉ่ามีอะไรหรือ”ครั้นซูอวี้เห็นเด็กหญิงก็ลุกขึ้นยืนทันที นี่คือสาวใช้ประจำตัวของจ้าวซื่อผู้เป็นแม่ใหญ่ของเขา การที่แม่ใหญ่ส่งนางมาในเวลานี้คงจะมีเรื่องสำคัญเป็นแน่

T/N จ้าวซื่อหมายถึงสตรีที่มาจากสกุลจ้าวเป็นธรรมเนียมการเรียกสตรีที่แต่งงานแล้วด้วยชื่อสกุลเดิมก่อนแต่งงาน

“ฮูหยินบอกให้ท่านแวะไปหาหน่อยเจ้าค่ะ”ชุนเฉ่าจับชายผมเปียของตัวเอง “ไม่ต้องตกใจเจ้าค่ะ ฮูหยินมิได้เป็นอะไร”

ในบ้านหลังนี้ ‘ฮูหยิน’หมายถึงจ้าวซื่อผู้เป็นแม่ใหญ่ของซูอวี้ เนื่องจากบิดาของเขามีบรรดาศักดิ์ ผู้เป็นภริยาเอกย่อมได้รับพระราชทานตราตั้งเป็นฮูหยินมีขั้นไปด้วย ส่วนป้าสะใภ้จะเรียกได้แค่ต้าไท่ไถ่(คุณนายใหญ่)ไม่อาจถูกเรียกว่าฮูหยินได้

เมื่อซูอวี้ได้ฟังก็รีบกินบะหมี่ให้เสร็จแล้วตามชุนเฉ่าไปยังเรือนใน

แมวน้อยขนสีทองเหลือบตาขึ้นมองซูอวี้ที่รีบร้อนเดินออกไป แววตาปรากฏความไม่พอใจอยู่เลือนรางเจ้าทาสโง่งมผู้นี้ ยังไม่ทันจะขอความเห็นก็วิ่งออกไปตามอำเภอใจได้อย่างไร จ้องมองอยู่ครู่หนึ่งก็ตั้งหน้าตั้งตากินต่อด้วยความขุ่นเคือง อืมถึงแม้คนผู้นี้ติดจะโง่อยู่บ้าง แต่อาหารที่ทำกลับรสชาติดีอย่างไม่น่าเชื่อ เช่นนั้นจะปล่อยเขาไปสักครั้งก็แล้วกัน

กินบะหมี่ทะเลเสร็จ เดิมทีนึกอยากเลียอุ้งเท้าตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อเห็นอุ้งเท้าที่เหยียบพื้นอยู่นั้นเลอะไปด้วยฝุ่นก็วางอุ้งเท้าที่ยกขึ้นมาแล้วครึ่งทางกลับลงไปตะกุยพื้นแทน ชีวิตนอกวังนี่มันแย่จริงๆ กระทั่งจะเลียอุ้งเท้าก็ยังเลียไม่ได้ ระหว่างที่นึกโมโหอยู่นั่นเองบนกำแพงอยู่ๆ ก็ปรากฏแมวลายตัวยาวประมาณหนึ่งฉื่อ ส่งเสียงขู่ใส่

T/N ฉื่อ คือหน่วยวัดความยาวของจีน 1ฉื่อเท่ากับประมาณ 10นิ้ว

。。。

ซูอวี้เดินคลำทางในความมืดตามหลังสาวใช้ตัวน้อยเข้าไปยังเรือนใน เพื่อเป็นการประหยัด ในบ้านจึงไม่จุดตะเกียงตามทางในยามค่ำคืน ครั้นเห็นแต่ไกลว่าเรือนของแม่ใหญ่ยังจุดไฟสว่างอยู่ ทั้งคู่จึงเร่งฝีเท้าขึ้นอีก

“ท่านแม่ ดึกป่านนี้ตามข้าให้มาหามีเรื่องอะไรหรือขอรับ”ซูอวี้เดินไปหน้าเตียงก็เห็นสตรีวัยประมาณสี่สิบผู้หนึ่งนั่งเอนพิงโต๊ะเล็กบนเตียงคั่งมือกำลังเย็บผ้าอยู่

T/N เตียงคั่ง คือ เตียงที่ก่อไฟไว้ใต้เตียงเพื่อความอบอุ่น

จ้าวซื่อเดิมทีรูปร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวล ทว่าล้มป่วยครานี้ร่างกายก็ทรุดหนัก ยามล้มป่วยอาการทรุดเร็วราวกับภูเขาถล่ม ยามทุเลาหายช้าราวกับสาวไหม หลังจากนอนซมได้สองถึงสามเดือนก็ซูบผอมลงไปมากจนแก้มตอบ เมื่อเห็นซูอวี้เดินมานางก็ยิ้มรับพลางกวักมือให้เขาเข้าไปหา จากนั้นรีบเย็บงานในมือที่เหลือเพียงไม่กี่ฝีเข็มให้เสร็จแล้วตัดปลายด้ายออก “เข้ามาลองดู”

ซูอวี้รับมาพิจารณาดู ที่แท้เป็นเสื้อสำหรับผู้ชายที่ตัดจากผ้าฝ้ายเนื้อละเอียด บุนวมไว้ไม่หนาเหมาะจะเอามาสวมในฤดูนี้ได้พอดี

“ให้ข้าหรือ”ในดวงตาพลันปรากฏความตื่นเต้นยินดีอย่างอดไม่อยู่ นี่เป็นงานตัดเย็บด้วยมือขนานแท้ แต่ละฝีเข็มล้วนซึมซาบไปด้วยไออุ่นจากปลายนิ้ว ของขวัญเช่นนี้ในอีกพันปีให้หลังถือเป็นของหายากแล้ว

“ความจริงเริ่มทำไว้ตั้งแต่ฤดูสารทแล้ว จะให้เจ้าไว้ใส่ตอนปีใหม่ แต่ท่านพ่อของเจ้าก็มาด่วนจากไปเสียก่อน จึงเพิ่งจะมาเสร็จเอาป่านนี้”จ้าวซื่อดึงมือซูอวี้เข้ามาแล้วลูบรอยสากบนมือที่เกิดขึ้นจากการตรากตรำทำงานตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ด้วยความสงสาร “อากาศอุ่นขึ้นแล้ว แม่จึงเอานวมที่บุไว้ออกเสียชั้นหนึ่ง รีบลองสวมดูเร็วเข้า”

ซูอวี้เองก็อยู่มาสองชาติภพแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนตัดเสื้อผ้าให้เขา หากบอกว่าไม่ซาบซึ้งใจเลยก็จะเป็นการโกหก พ่อแม่ของเขาในชาติที่แล้วหย่ากัน แม่ตัดสินใจแต่งงานใหม่ และเพราะแม่เกลียดขี้หน้าพ่อ จึงพาลไม่ชอบหน้าเขาไปด้วย ได้พบหน้ากันปีละครั้งก็ถือว่าไม่เลวแล้ว ไหนเลยจะมีแก่ใจมาห่วงใยว่าเขาจะอุ่นหรือหนาว

เสื้อตัวนี้ช่างสวมเข้ากับรูปร่างได้พอดิบพอดี ฝีเข็มถี่ละเอียด เนื้อผ้าเป็นของชั้นหนึ่ง ช่วยขับเน้นใบหน้าของซูอวี้ให้ขาวผุดผาดหล่อเหลายิ่งขึ้นไปอีก แปลงโฉมพ่อหนุ่มขายปลาสกุลซูให้กลายเป็นคุณชายผู้งามสง่าแห่งสกุลซูทันตาเห็น

。。。

ในคืนเดือนมืดลมพัดแรงเหมาะแก่การสังหาร ท่ามกลางบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยอิฐเก่าและหลังคาสีทึม เงารูปทรงประหลาดหลายสายวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หยุดลงที่หลังคาบ้านหลังหนึ่งในเมืองหลวงฝั่งตะวันตก ลูกแมวขนสีทองนั่งอยู่บนสันหลังคามองดูแมวจรจัดหลายตัวที่กรูกันเข้ามาจากสี่ทิศแปดด้าน

“ลูกพี่ พวกเราเอาไงต่อ”แมวลายเข้าไปถามแมวดำตัวใหญ่ตรงหน้าด้วยท่าทางร้อนใจ

“หุบปาก”แมวดำเอาอุ้งเท้าตบมันทีหนึ่งจากนั้นก็กระโจนขึ้นหลังคาไปหาลูกแมวน้อยที่วางตัวสูงส่งเหนือปุถุชนตัวนั้น แล้วดม ๆ ที่ปลายหางเพื่อแสดงออกว่าศิโรราบ

แมวน้อยสีทองกระดิกหางตอบ “เจ้าดำ ช่วงนี้สบายดีไหม”

“ด้วยบารมีของท่าน ย่อมสบายดี”แมวดำก้มหัวตอบ บรรดาลูกน้องถึงแม้ไม่เข้าใจแต่ก็ก้มหัวตามลูกพี่ไปด้วย

“วันก่อนเกือบจะถูกวั่งไฉที่อยู่เมืองหลวงฝั่งตะวันออกกัดตาย...”แมวลายอีกด้านหนึ่งที่พาลูกน้องมาด้วยเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา

“เจ้าไม่ต้องมายุ่ง!”แมวดำไม่พอใจขึ้นมาเดี๋ยวนั้นแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ แมวลายก็ไม่ยอมอ่อนข้อ ขนที่หลังคอตั้งชี้ชันเตรียมต่อสู้เช่นกัน

“พอได้แล้ว”ลูกแมวน้อยโบกหางอย่างปวดหัว มามั่วสุมกับแมวจรจัดที่สมองยังไม่พัฒนาพวกนี้ ช่างปิดกั้นสติปัญญาอันปราดเปรื่องของเขาโดยแท้ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ในฐานะแมวตัวหนึ่งที่พอจะเรียกใช้งานได้ตอนนี้ก็มีแต่ ‘กองกำลังเบ็ดเตล็ด’พวกนี้เท่านั้น

หลังจากให้แมวลายยืนยันที่อยู่ของอวี๋เหล่าซื่ออีกรอบ ใต้อุ้งละอองพระบาทที่อารมณ์ไม่ค่อยจะดีก็ตัดสินใจจะให้บทเรียนแก่เจ้ามนุษย์เดินดินที่บังอาจมาเตะเขาสักครั้ง

เหตุผลที่ซูอวี้ต้องออกไปซื้อปลาแต่เช้ามืดก็เพราะในบ้านไม่มีน้ำเค็มมากพอจะเก็บปลาทะเลได้ หากปล่อยไว้เพียงคืนเดียว ก็อาจจะทำให้ปลาตายจนเกือบหมด อวี๋เหล่าซื่อเป็นคนขายปลาที่มีประสบการณ์ เขาไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปตลาดเหมือนซูอวี้ แต่ใช้วิธีออกจากบ้านตอนหัวค่ำไปซื้อปลาที่จับได้ตอนกลางวันแทน และนำมาเก็บไว้ในโอ่งใบใหญ่ที่เอาไว้ใส่ปลาโดยเฉพาะ

โอ่งดินเผาเนื้อหยาบหนาความสูงประมาณสามฉื่อ สำหรับแมวแล้วไม่ถือว่าสูง แต่น้ำทะเลที่อยู่ในโอ่งนั้นกลับลึกเอาการอยู่ พวกแมวจรจัดต่างก็เดินวนรอบโอ่งอยู่หลายรอบแต่ก็ยังหาวิธีจับปลาไม่ได้ มีบางตัวใจร้อนกระโจนขึ้นไปบนโอ่งก่อนจะตะปบใส่ปลาที่โผล่หัวขึ้นมาบนผิวน้ำ

แมวดำส่งเสียงขู่ต่ำๆ ในลำคอ แมวทั้งหมดก็หยุดนิ่งทันที พากันหันไปมองลูกแมวขนทองที่อวดอ้างว่าจะพาพวกมันมากินเลี้ยง แต่เท่าที่เห็นคือเจ้าตัวเล็กกลับนั่งอยู่บนม้านั่ง ดวงตาสีอำพันมองดูพวกมันวิ่งพล่านอย่างนิ่งเฉย รอกระทั่งพวกมันวิ่งพล่านจนพอแล้ว จึงค่อยลุกขึ้นมาอย่างแช่มช้า แล้วเดินไปยังข้างโอ่ง ชูหางขึ้นส่ายเบา ๆ เป็นจังหวะ

ปลายหางสีทองมีขนสีขาวอยู่กระจุกหนึ่ง พอส่ายไปมาก็เรืองแสงจางๆ จากนั้นหางนี้ก็ฟาดใส่โอ่งราวกับแส้เหล็ก โอ่งดินเผาหนาสองนิ้วแตกเป็นรูใหญ่ขนาดเท่าฝ่ามือทันที น้ำทะเลที่ทั้งเค็มและคาวในโอ่งไหลทะลักออกมาตามรอยแตกในบัดดล

พอพวกแมวได้กลิ่นคาวเค็มแล้ว จะมีท่าทีอย่างไรคงไม่จำเป็นต้องบอก เชื่อว่าสีหน้าของอวี๋เหล่าซื่อในวันรุ่งขึ้นคงจะน่าดูไม่น้อยเลยทีเดียว

。。。

ตอนซูอวี้ออกมาจากเรือนของแม่ใหญ่ก็อดทอดถอนใจไม่ได้ สถานการณ์ในบ้านตอนนี้ช่างซับซ้อนนัก เขาเป็นลูกของอนุฯ การจะรับสืบทอดบรรดาศักดิ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สถานะของท่านลุงเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาเท่าไหร่นัก ทว่าทางบ้านของป้าสะใภ้เกี่ยวดองกับพระมาตุลา อย่างไรก็มีช่องทางมากกว่าคนจนๆ หัวเดียวกระเทียมลีบเช่นเขา กระนั้น แม่ใหญ่ก็หาใช่คนที่ถือศีลกินเจไม่ เป็นเพราะช่วงหลังมานี้สุขภาพไม่ดี ทำให้ไม่มีแรงจะสู้รบตบมือกับพวกเขา พอร่างกายดีขึ้นเมื่อไหร่สถานการณ์ในบ้านหลังนี้คงได้อลหม่านขึ้นมาอีกครั้งเป็นแน่

พูดกันตามความจริง ในฐานะที่เป็นคนสมัยใหม่ ตัวเขานั้นไม่ได้แยแสต่อยศถาบรรดาศักดิ์อะไรนั่นเลย ขอแค่มีเงินก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายแล้ว หากเป็นขุนนางมีบรรดาศักดิ์แต่ไม่มีรายได้ จะอย่างไรก็ยังต้องลำบากเหมือนเดิมอยู่ดี เขาไม่อยากไปร่วมวงต่อสู้อะไรทั้งนั้น คิดเพียงแต่จะขายอาหารทะเลของเขาให้ดีๆ ก็พอ ความฝันในตอนนี้คือเก็บเงินทุนให้พอเช่าร้าน แล้วเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ สักแห่ง

เมื่อกลับถึงเรือนตนเอง หลังจากหาจนทั่วห้องแล้วไม่เจอเจ้าแมวน้อย จึงค่อยนึกขึ้นได้ว่าตนลืมมันไว้ในครัว เลยรีบย้อนกลับไปหาทันที ถ้วยใบน้อยที่ใส่บะหมี่ยังคงวางอยู่บนพื้น เปลือกหอยสองสามตัวถูกโยนทิ้งอย่างเดียวดายอยู่ด้านข้าง ค้นดูจนทั่วครัวแล้วก็ยังหาเจ้าขนฟูตัวน้อยไม่เจอ ทำเอาซูอวี้อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้

ลูกแมวตัวนั้นเป็นแมวแสนรู้ที่สุดที่เท่าที่เขาเคยเห็นมา ซูอวี้รู้สึกว่าตนน่าจะเป็นเพื่อนกับมันและใช้ชีวิตร่วมกับมันได้ นึกไม่ถึงว่าบทจะจากไปก็จากไปเลย กระทั่งบอกกล่าวกันสักคำยังไม่มี

ขณะกำลังนอนอยู่บนเตียงอันหนาวเย็น จู่ๆ ซูอวี้ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา การต้องมีชีวิตอยู่ในโลกอันแปลกประหลาดใบนี้ ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้สึกว่ามันเป็นเหมือนบ้านเสียที เพราะคิดว่าอาจจะมีสักวันที่จะทะลุมิติกลับไปได้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทำให้เขาไม่กล้าคบหากับผู้คนมากเกินไป ด้วยกลัวว่าจะเกิดความผูกพัน แต่นับจากเจอลูกแมวน้อยตัวนั้น มันทำให้เขาเกิดความคิดที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างจริงจังขึ้นมาเป็นครั้งแรก แต่มันก็หายตัวไปโดยไม่บอกไม่กล่าวเสียแล้ว

。。。

ในตรอกน้อยที่มืดสลัวแสงจากโคมไฟริมทางค่อนข้างริบหรี่ซูอวี้เพิ่งจะให้อาหารแมวจรจัดเสร็จจู่ ๆก็ได้ยินเสียงเอะอะล้งเล้งเหมือนนักเลงตีกันเขาไม่อยากไปข้องเกี่ยวกับอาชญากรรมเลยคิดจะรีบออกไปจากตรงนั้นโดยเร็วแต่แล้วจู่ ๆก็มีขวดเบียร์ลอยหวือมาจากนั้นก็เจ็บแปลบที่ศีรษะ

“แม่ข้ากำลังจะได้เป็นฮูหยินของแม่ทัพแล้วจะขายลาตัวนี้แล้วเปลี่ยนเป็นรถม้า...”

“คืนข้ามานะ คืนข้ามา...”

ไม่รู้ว่าใครกำลังทะเลาะกันอยู่ฟ้าพลิกแผ่นดินหมุนอยู่ตลบหนึ่งเสียงอะไรบางอย่างกระแทกกับบันไดแข็ง ๆดังโครม เมื่อซูอวี้ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่มีกลิ่นอายแบบโบราณเว้นจากหน้าตากับชื่อแล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปหมด ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกเลย

。。。

ซูอวี้รู้สึกหายใจไม่ออก เขาพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่ปรากฏขึ้นในคลองจักษุคือ ห้องนอนอันมืดสลัว เพดานเตียงไม้เก่าคร่ำคร่า เขารู้สึกอึดอัดที่หน้าอก เมื่อก้มหน้ามอง ก็เห็นก้อนขนปุกปุยสีเหลืองทองขดตัวเป็นก้อนกลมกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนอก ขนสีเหลืองทองเงางามเป็นประกายระยับภายใต้แสงสว่างอ่อนๆ ยามแรกอรุณ

“เจ้าตัวแสบ”ซูอวี้ยื่นมือออกไปจิ้มขนปุกปุยอ่อนนุ่ม เพราะเจ้าแมวน้อยมานอนอยู่บนอกเขานี่เอง ถึงได้รู้สึกราวกับถูกผีอำ

ลูกแมวดูเหมือนจะระแวดระวังเป็นอย่างมาก เมื่อถูกแตะก็ตื่นทันที จ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจก่อนลุกขึ้นเหยียบบนอกเขา จากนั้นก็มองหาตำแหน่งสบายๆ แล้วล้มตัวนอนลงไปใหม่ สองตาจ้องมองซูอวี้ตรงๆ ราวกับกำลังจะเตือนเขาว่าไม่อนุญาตให้ขยับ หากมารบกวนการนอนของ ‘นายท่านแมว’อีกละก็ เป็นได้ตายแบบศพไม่สวยแน่

ซูอวี้อดยิ้มมุมปากไม่ได้ ยกแขนขึ้นหนุนศีรษะและมองดูมัน “เจ้ากลับมาแล้ว นี่คือเต็มใจมาอยู่กับข้าแล้วใช่ไหม งั้นข้าจะตั้งชื่อให้เจ้าแล้วกัน”

แมวน้อยมองเขาอย่างเหยียดหยาม หากมิใช่เพราะความจำใจแล้วละก็ ใครมันจะอยากอยู่กับทาสโง่งมเช่นเจ้าเล่า

“งั้นเรียกเจ้าว่า ‘เจี้ยงจือร์’ แล้วกัน”ซูอวี้พูดไปพลางหัวเราะไปพลางในเมื่อเจ้าแมวน้อยชอบกินน้ำจิ้มขนาดนั้นเขาก็จะเอามันมาตั้งชื่อเป็นที่ระลึกเสียเลย

T/N เจี้ยงจือร์ แปลว่า น้ำจิ้มหรือน้ำซอส ในบทต่อๆ ไปจะมีคำอธิบายมากกว่านี้

“เฮอะ อยากรู้ชื่อเจิ้นก็บอกมาตามตรงเถอะ” แมวน้อยลุกขึ้นยืนปรายตามองเขา จากนั้นยอบกายลงนั่ง ใช้ปุ่มเนื้อนุ่มใต้ฝ่าเท้ากดคางเขาด้วยท่าทางเหมือนกับจะบอกให้เอาบุญว่า “จำไว้ ตัวข้ามีนามว่า อันหงเช่อ”

กระนั้น คำประกาศที่เปี่ยมไปด้วยศักดานี้ สำหรับหูของซูอวี้แล้ว ที่เขาได้ยินมีแต่เสียงร้องเหมียวสูงๆ ต่ำๆ เท่านั้นเอง จึงตบหัวลูกแมวน้อยแล้วกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าชอบมากขนาดนี้ เช่นนั้นก็ถือเป็นการตกลงด้วยความพอใจแล้วนะ เจี้ยงจือร์!”

 

พรุ่งนี้มาต่อค่า รู้ชื่อน้องแมวกันแล้วนะคะ
 

[1]แป้งนวล คือ แป้งที่ใช้สำหรับโรยระหว่างรีดหรือนวดแป้งทุกชนิด การโรยแป้งนวลจะช่วยให้แป้งที่รีดหรือนวดไม่ติดโต๊ะ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.886K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,707 ความคิดเห็น

  1. #2671 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 02:21

    น้อนน้ำจิ้มมมม น่าร้ากกกกกก

    #2,671
    0
  2. #2655 molravee_ph (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 15:27
    อ่านเพลินดีค่ะ
    #2,655
    0
  3. #2651 Mizza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 13:00
    ท่านน้ำจิ้มม น่ารัก
    #2,651
    0
  4. #2610 Sistel2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 22:06
    นายท่านนนน น่าร๊ากกกก
    #2,610
    0
  5. #2577 ก้อนสี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 21:48
    ยัยแมวเอ๋ยย น่ารัก
    #2,577
    0
  6. #2548 Focus-Flower (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 11:50
    ทาสแมวที่แท้
    #2,548
    0
  7. #2526 อศินาย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 09:51
    เจอ ใต้อุ้งละอองทุลีพระบาท เข้าไปคือขำไม่หยุดเลยค่ะ 5555555555
    #2,526
    0
  8. #2484 It's is a BOOK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 00:22
    โดนใต้อุ้งอำ น่ารักเต็มไปหมดดด
    #2,484
    0
  9. #2452 justjeen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 14:45
    แมวเป็นพระเอกหรอ55555
    #2,452
    0
  10. #2442 C_chabu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 04:14
    เรื่องนี้วายมั้ย
    #2,442
    0
  11. #2429 Primo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 01:42
    สำลักขำกับใต้อุ้งละอองพระบาท55555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
    #2,429
    0
  12. #2411 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 13:14
    น้องน้ำจิ้มมมมมม น่ารักกกกกกก
    #2,411
    0
  13. #2367 Jinjoo.K (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 17:51
    เรียกน้องน้ำจิ้มนี่เเหละ น่ารักดี5555
    #2,367
    0
  14. #2349 -Holmes- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 00:13
    พระเอกเป็นผู้ใด
    #2,349
    0
  15. #2317 Neko4869 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 14:46
    น้อวน้ำจิ้มมม
    #2,317
    0
  16. #2265 MitsukiCarto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 14:36
    โอ๊ยยยย เจ้าน้ำจิ้มน้อยยยย~
    #2,265
    0
  17. #1677 chocolato.p (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 13:08
    แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่คิดจะครองโลก 555555 นี่แมวจริงหรือแมวปลอมเนี่ย
    #1,677
    0
  18. #1630 อันอันอัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 23:21
    น้องแมวชื่อเจี้ยงจือร์ น่ารักจริงๆ
    #1,630
    0
  19. #1480 sakura17 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 03:25
    เจ้าแมว5555
    #1,480
    0
  20. #1455 RealThxnB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:45
    หยิ่งยังไงให้น่าเอ็นดูขนาดนั้น
    #1,455
    0
  21. #1349 Airzaa1810 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 09:06
    คือน้องแมวน่ารักน่าเอ็นดูมากเลย น้องสู้นะลูกกกกก
    #1,349
    0
  22. #1221 B-T3 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 20:10
    อยากเลี้ยงแงวววว
    #1,221
    0
  23. #949 เสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 18:21
    พลังหางแมวฟาดช่างน่ากลัว
    #949
    0
  24. #784 chilfull (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 13:03
    มันน่าจับบีบจริงๆเลยยย
    #784
    0
  25. #763 neaumn_sm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:22
    มันน่าหมั่นไส้เนอะ แหมมมม
    #763
    0