[นิยายแปล] อร่อยล้นวัง

ตอนที่ 15 : เทียบนาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,874 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

เมืองหลวงมีการห้ามไม่ให้ออกนอกเคหสถานในยามวิกาล เมื่อเลยช่วงเวลาอาหารเย็น เสียงผู้คนบนถนนฝั่งตะวันออกก็ค่อย ๆซาลง

ซูอวี้หมักส่วนผสมที่จะใช้วันรุ่งขึ้นและตรวจนับรายได้ของวันนี้เสร็จแล้วก็เก็บของออกจากร้าน ในตรอกด้านนอกครัวร้างผู้คน ขนาดเดินอยู่ก็ได้ยินเสียงสะท้อนจากฝีเท้าของตัวเอง

“ใคร” เงาร่างสีดำสายหนึ่งแวบผ่านไปด้านหลัง ซูอวี้หันขวับ แต่ก็ไม่พบอะไรทั้งสิ้นจึงอดผิดหวังไม่ได้ เขากล่าวกับตัวเอง “เจี้ยงจือร์ เจ้าก็ไม่กลับมาหาข้าบ้างเลย...”

นับแต่เจี้ยงจือร์หายตัวไปก็เป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว คราแรกเขานึกเป็นห่วงมาก ด้วยองครักษ์เงาผู้นั้นดูดุร้ายยิ่งนัก กลัวจะดูแลแมวของตนได้ไม่ดี จนกระทั่งเจาอ๋องมาบอกว่าเขาไปเจอเจี้ยงจือร์ในวังมาแล้ว เจ้าแมวนั่นมีความเป็นอยู่ไม่เลวจึงค่อยวางใจลงบ้าง เสียก็แต่ตอนที่ซูอวี้ถามว่าเจี้ยงจือร์เป็นสัตว์เทวะคุ้มครองบ้านเมืองใช่หรือไม่ เจาอ๋องกลับทำหน้าแปลกไปเล็กน้อย

ซูอวี้ถอนใจ เหลียวมองไปรอบด้านอีกครั้งก่อนจะหมุนกายจากไป ร่างผอมบางของเขาดูเดียวดายยิ่งขึ้นไปอีกภายใต้แสงจันทร์ยามค่ำ เมื่อเขาเดินออกจากตรอกน้อยไป เงาร่างสีทองก็มุดออกมาจากกิ่งไม้หนาทึบภายใต้แสงจันทร์ ดวงตาสีอำพันดูราวกับลูกแก้วจับตามองเงาหลังของซูอวี้ที่ค่อย ๆ ห่างไปทุกขณะอย่างเงียบงัน

บ้านสกุลซูยังคงเย็นยะเยือกเหมือนเก่าก่อน ถึงแม้ช่วงหลังมานี้ซูอวี้จะหาเงินได้ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้หาบ่าวรับใช้มาเพิ่มถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนสมัยใหม่ ทำให้ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มบ่าวรับใช้ ส่วนทางฝั่งเรือนใหญ่เหมือนจะฝืดเคืองยิ่งกว่าเก่า กระทั่งสาวใช้ก็เลิกจ้างไปแล้วถึงสองคน ได้ยินว่าป้าสะใภ้อยากจะขายพวกเมียบ่าวของลุงใหญ่ออกไปเสียด้วยซ้ำ ทำเอาทะเลาะกันใหญ่โต

ซูอวี้ยุ่งกับงานที่เซียนหม่านถังทุกวัน ไม่มีเวลาสนใจเรื่องจุกจิกหยุมหยิมในบ้านเหล่านั้น เพียงแต่จ้าวซื่อเอามาเล่าให้ฟังยามที่เขาไปคำนับตอนเช้าตรู่ของทุกวัน ซูอวี้จึงได้ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาเป็นส่วนใหญ่

ลุงใหญ่กำลังนั่งรับลมอยู่ในลานกลางบ้าน เมื่อเห็นซูอวี้เข้ามาก็กระแอมเบา ๆ “อวี้เอ๋อร์เจ้าเข้ามาหน่อย ลุงใหญ่มีเรื่องจะคุยกับเจ้า”

พักนี้ซูอวี้ไม่ได้เจอซูเซี่ยวจางเสียหลายวัน ดูเหมือนเขาจะซูบเซียวลงไปไม่น้อย ยังแอบคิดว่าเรื่องบรรดาศักดิ์คงจะเกิดปัญหาขึ้นละสิท่า แม้เขาจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าลุงใหญ่คนนี้นัก แต่ภายนอกก็ยังต้องรักษาท่าที จำต้องเดินเข้าไปคำนับแสดงความนอบน้อม “ลุงใหญ่มีสิ่งใดจะสอนสั่งหรือขอรับ”

“กองงานราชสกุลฯ ติดประกาศแล้ว เดือนหน้าจะเริ่มการคัดเลือกใหญ่” ซูเซี่ยวจางพยายามมองสีหน้าซูอวี้แต่ก็มองไม่ออกว่าเขารู้สึกอย่างไรจึงได้แต่กล่าวต่อไปว่า “ตลอดมาราชสำนักมีสนมชายน้อยมาก ได้รับการคัดเลือกก็ดีไป แต่ถ้าหากไม่ผ่านการคัดเลือกจะขายขี้หน้ายิ่งนัก” พูดพลางก็ชำเลืองมองซูอวี้ไปด้ว ยเห็นเขายังคงนิ่งเฉยก็อดไม่ได้ที่จะลอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เหยื่อดันไม่ยอมเข้ามาติดกับเสียนี่ หรือมันจะไม่อยากเข้าร่วมการคัดเลือกจริง ๆ

ซูอวี้ย่อมฟังออกอย่างชัดเจนว่าลุงใหญ่ของเขาผู้นี้กลัวเขาจะไปเข้าร่วมการคัดเลือก จึงต้องการตัดไฟแต่ต้นลม ทว่าที่ลุงใหญ่พูดมาแม้จะเป็นการพูดเพื่อให้เขาไขว้เขว แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่จริงแท้แน่นอน หากให้ชายหนุ่มเช่นเขาไปเข้าร่วมการประกวดคนงาม มีคนมาวิพากษ์วิจารณ์รูปร่าง อีกทั้งความสามารถด้านการดีดฉิน เล่นหมากล้อม เขียนพู่กันและวาดภาพเขาล้วนไม่เป็นเลยสักอย่าง ที่เป็นมีแค่ทำปลาและทำอาหารเท่านั้น รับรองว่าต้องถูกดูหมิ่นเย้ยหยันอย่างแน่นอน จากนั้นก็ตกรอบแบบเสียหน้าจนเป็นประวัติอันดำมืดประทับไว้ในชีวิตที่สองของเขา

วันหน้าถึงตอนที่เซียนหม่านถังขยายสาขาไปทั่วประเทศ เวลาทุกคนพูดถึงชีวประวัติของซูอวี้ที่เป็นเจ้าของร้านขึ้นมาก็จะพูดว่า เจ้าเด็กคนนี้ไงที่เคยเข้าร่วมการคัดเลือกสนมเข้าวังหลวง แค่เพียงด่านแรกก็ถูกเขี่ยออกมาเสียแล้ว ด้วยความเจ็บแค้นจึงตั้งปณิธานมุ่งมั่นจนประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ชีวประวัติอันรุ่งเรืองและตกต่ำแบบนี้สักนิดเขาก็ไม่อยากได้จริง ๆนะ!

ซูเซี่ยวจางมองท่าทางเหม่อลอยของซูอวี้ก็นึกโกรธอยู่ในใจ พลันกล่าวเสียงดังว่า “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดซวินกุ้ยจำนวนมากถึงไม่ส่งเทียบนามของบุตรหลานไป หากเข้าร่วมจริง ๆ ละก็ภายหลังเมื่อหาคู่ครองก็จะเป็นปัญหาแล้ว”

“อ้อ” ซูอวี้ทำเสียงเหมือนเข้าใจแล้ว “ท่านลุงใหญ่กล่าวได้มีเหตุผล ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ควรรีบหาคู่ครองให้ญาติผู้พี่เสียสิขอรับ จะได้ไม่ถูกกองงานราชสกุลฯ เลือกไป”

แม้แต่เทียบนามเขาก็ไม่ได้ส่ง ลุงใหญ่จะกังวลเกินเหตุไปแล้ว แต่ซูอวี้ก็ไม่คิดจะใจดีบอกเขาแต่อย่างใด

ซูเซี่ยวจางถูกตอกกลับก็สะอึกพูดอะไรไม่ออกอยู่นานสองนาน

“หากไม่มีเรื่องอื่นใดแล้ว ผู้หลานขอตัวไปพักผ่อนก่อน” ซูอวี้คร้านจะพูดอะไรอีก หลังจากคำนับตามมารยาทเสร็จก็สะบัดแขนเสื้อจากไปทันที

ในห้องดูว่างเปล่า อากาศยามค่ำปลายฤดูวสันต์ค่อนข้างจะเย็นอยู่บ้าง ซูอวี้เอนกายนอนบนเตียงแล้วถอนใจ คนสกุลซูไม่ยอมให้เขาได้อยู่เงียบสักวันเลยจริง ๆ เขาไม่ได้นึกอยากจะไปแย่งชิงตำแหน่งขุนพลคุ้มกันขั้นสามอะไรนั่นเสียหน่อย ความฝันของเขาก็คือการเปิดสาขาร้านอาหารทะเลเท่านั้นเอง เสียดายที่ไม่มีใครยอมเข้าใจเอาเสียเลย ในมิติซึ่งแตกต่างจากโลกเดิมนี้ คงมีแต่ลูกแมวน้อยเท่านั้นที่ยอมฟังคำพูดเพ้อเจ้อของเขา

ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง ครั้นถึงครึ่งหลังของราตรี แสงจันทร์ก็ถูกเมฆดำบดบังจนหมดสิ้น เหลือแต่ความมืดมิดทั่วบริเวณ คืนเดือนมืดลมพัดแรงราวกับคืนสังหาร ค่ำคืนเช่นนี้ทำให้คนรู้สึกใจคอไม่สงบอย่างบอกไม่ถูก

ซูอวี้หลับไม่สนิทเท่าไหร่นัก ระหว่างที่นอนอยู่ก็จับผ้านวมไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ครึ่งค่อนคืนเห็นจะได้ เขาก็รู้สึกคล้ายกับมีคนเลิกผ้านวมของเขาขึ้น ซูอวี้ลืมตาทันทีเห็นเป็นก้อนขนปุกปุยก้อนหนึ่งกำลังเอาหัวดุนผ้าห่มพยายามจะมุดเข้ามา

ให้ความรู้สึกราวกับตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วได้เห็นซานตาคลอสกำลังเอาของขวัญยัดใส่ถุงเท้าอย่างไรอย่างนั้น ไม่มีเซอร์ไพรซ์ใดจะวิเศษไปกว่านี้อีกแล้ว ซูอวี้กลั้นหายใจ ไม่มีแสงจันทร์ในยามค่ำเลยทำให้เขามองเห็นไม่ชัดเจนนัก รู้สึกแต่ว่าก้อนขนปุกปุยกำลังมุดเข้าผ้าห่มทีละนิด ๆ และหมุนเปลี่ยนทิศทางอย่างคล่องแคล่วจนโผล่หัวเล็ก ๆ ออกมา มันดันแขนซูอวี้ทีหนึ่งอย่างรังเกียจ แต่หลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยอบกายลงแล้วเอาหัววางลงไป

เพิ่งจะวางหัวเสร็จ ริมฝีปากนุ่มนิ่มคู่หนึ่งก็ประทับลงมาบนกระหม่อมของเขา

“เจี้ยงจือร์!” ซูอวี้ใช้คางถูไถกับหัวนุ่ม ๆ ของเจ้าแมวน้อยกระซิบเรียกมันออกไป

ลูกแมวน้อยบนแขนตัวแข็งทื่อไปพักใหญ่ รีบยกอุ้งเท้ายันริมฝีปากอุ่น ๆ ทันทีก่อนเอาหัวเช็ดกับเสื้อตัวในของซูอวี้อย่างแรง สมควรตายนัก ทำขนเขาเปียกอีกแล้ว!

“เจี้ยงจือร์ เจ้ากลับมาแล้ว ข้าดีใจเหลือเกิน ”ซูอวี้จูบฝ่าเท้านุ่มนิ่มและพยายามจะลูบท้องแมวด้วยความตื่นเต้น

“เหมียว!” แมวน้อยในอ้อมอกอดรนทนไม่ไหวลุกพรวดกระโจนขึ้นไปนั่งบนหมอน ถลึงตาใส่เขาอย่างโกรธเคือง“เจ้าทาสโง่ บังอาจมาทำเจ้าชู้ใส่เจิ้นรึ!”

“ก็ได้ ๆ ไม่กวนเจ้าแล้ว” ซูอวี้ยิ้มเด๋อด๋า เอาหน้ายื่นเข้าไปใกล้อุ้งเท้าแมว แหงนหน้าขึ้นมองนายท่านที่วางท่าสูงส่งเหนือผู้ใดแล้วทำตาปริบ ๆ เนิ่นนานจึงค่อยกล่าวเสียงแผ่วว่า “เจี้ยงจือร์...ข้าคิดถึงเจ้ามากเลย”

“ตัวโง่งม” ในดวงตาสีอำพันยังคงเยือกเย็นไม่เปลี่ยนแต่ใบหูนุ่มนิ่มกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงแจ๋ไปแล้ว ลูกแมวน้อยสะบัดหางหมุนตัวหันก้นให้ซูอวี้ “จริง ๆ เลย ถึงแม้จะรู้นานแล้วว่าเจ้าทาสโง่คนนี้ชื่นชมเจิ้น แต่บอกกันโต้ง ๆแบบนี้มันทำลายขนบธรรมเนียมอันดีงามนะ”

“วันนั้นคนผู้นั้นพาเจ้าไปไหนหรือ เจ้าอยู่ในวังจริง ๆ น่ะหรือ ถ้าเช่นนั้นเจ้าออกมาได้อย่างไร” ซูอวี้ยังคงดื่มด่ำอยู่กับความสุขที่กลับคืนมาอีกครั้ง เอาหน้าแนบชิดกับขนปุกปุยที่แสนจะอบอุ่นแล้วพูดเองเออเอง

“เฮอะ ก็ที่ทำท่าทางงี่เง่าในตรอกแบบนั้นมิใช่เพราะอยากได้ความเอ็นดูสงสารจากเจิ้นหรอกรึ” อันหงเช่อโบกหาง นอนซบอุ้งเท้าแล้วหาวพลางฟังเสียงอู้อี้ของซูอวี้ไปด้วยก่อนจะหลับไปในเวลาไม่นาน พรุ่งนี้ยังต้องไปว่าราชการ ฟ้ายังไม่ทันสางก็ต้องลุกแล้ว ไม่มีเวลาจะมาฟังเจ้าทาสโง่ออดอ้อนหรอกนะ

วันต่อมา ซูอวี้ลืมตาตื่นด้วยอารมณ์สุขล้นในอก แต่เมื่อพบว่าบนหมอนว่างเปล่าก็ใจหาย หรือว่าเมื่อคืนเขาจะแค่ฝันไป เขานั่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็พบว่าบนผมตัวเองมีอะไรบางอย่างวิบวับเป็นประกาย พอมองให้ละเอียดก็เห็นขนสีทองสองสามเส้นสะท้อนแสงแวววาวภายใต้แสงตะวันยามเช้า มุมปากพลันค่อย ๆ ยกโค้งขึ้น ซูอวี้หยิบขนแมวขึ้นมาถือไว้ด้วยปลายนิ้ว ตอนนี้เขาเชื่อแล้วจริง ๆ ว่าเจี้ยงจือร์ไม่ใช่แมวธรรมดาทั้งยังฉลาดเฉลียวนัก

เป็นสัตว์เทวะคุ้มครองบ้านเมืองจริง ๆ ใช่ไหม...

หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ซูอวี้ก็ไปคำนับจ้าวซื่อตามกิจวัตรประจำวัน แล้วไปเจอะเอาซูจื่อที่กำลังจะเข้าไปคำนับแม่ใหญ่เหมือนกัน

“พี่รอง...”ซูจื่อยังคงมีท่าทางขลาดเขลาและอายดังเดิมทั้งยังทำท่ารี ๆ รอ ๆ เหมือนมีอะไรจะพูดด้วย

“เสี่ยวจื่อมีอะไรหรือ”ซูอวี้มองน้องสาวตัวผอมบาง น้ำเสียงก็พลอยอ่อนโยนขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“นี่เจ้าค่ะ...” ซูจื่อกัดริมฝีปาก ล้วงเอาถุงพกสีไพลินออกมาจากแขนเสื้อ มองก็รู้ว่าเป็นแบบสำหรับผู้ชาย

“ให้พี่หรือ” ซูอวี้รับมาดูอย่างพิจารณา ด้านบนใช้ด้ายสีเงินปักเป็นลายเมฆาแม้จะเป็นลายง่าย ๆ แต่ก็ประณีตเรียบร้อย ปากถุงใช้เชือกนุ่มสีเงินถักเป็นพู่ที่มีตัวอักษรคำว่าโชคดี (福)ห้าตัวดูไม่เหมือนใคร

“ความจริงแล้วเพิ่งจะหัดปักได้ไม่กี่วัน อาจจะยังปักได้ไม่สวยเจ้าค่ะ” ซูจื่อบิดชายเสื้อ ติดจะประหม่าอยู่บ้าง

“สวยจริง ๆ พู่นี่เจ้าถักเองหรือ” ซูอวี้ประหลาดใจเป็นอย่างมาก จะว่าไปซูจื่อเพิ่งจะหัดเย็บปักถักร้อยได้ไม่ถึงเดือนแต่ทำได้สวยขนาดนี้แล้ว นับว่ามีพรสวรรค์โดยแท้

“อืม ถักพู่น่ะข้าทำเป็นนานแล้วเจ้าค่ะ” พอได้รับคำชมในที่สุดซูจื่อก็ยิ้มออก

จ้าวซื่อที่อยู่ในเรือนได้ยินสองพี่น้องคุยกันก็เรียกพวกเขาให้เข้าไป

“กองงานราชสกุลฯ เริ่มตรวจรายชื่อแล้ว คิดว่าอีกสักสองสามวันคงจะมาประกาศราชโองการตามบ้าน” จ้าวซื่อถึงแม้อยู่แต่ในเรือน แต่ข่าวสารกลับไม่ล้าช้าไปกว่าซูเซี่ยวจางเลย นางมองซูอวี้แล้วกล่าวอย่างไม่ค่อยจะวางใจนักว่า “เจ้าส่งเทียบนามไปแล้วหรือยัง”

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ส่งไป ซูอวี้ทำเสียงกำกวมทำนองว่าส่งไปแล้ว อันที่จริงถึงตอนนี้กระทั่งประตูใหญ่ของกองงานราชสกุลฯ หันไปทางไหนเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำ

“แม่สั่งให้คนตัดเย็บชุดฤดูร้อนให้เจ้าไว้สองสามชุด ลองเอาไปสวมดู”จ้าวซื่อคลี่ห่อผ้าบนโต๊ะอย่างกระตือรือร้น เผยให้เห็นเสื้อผ้าเนื้อดีสองสามชุด

กิจการของเซียนหม่านถังตอนนี้ไปได้สวยมาก แต่ละวันหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วยังทำกำไรได้มากกว่ายี่สิบตำลึง หลังจากแบ่งผลกำไรสามสิบเจ็ดสิบ ซูอวี้ก็ยังได้เงินมาถึงเจ็ดแปดตำลึง มากกว่ารายได้จากการขายปลาถึงสามเดือนรวมกันอีก ในที่สุดชีวิตความเป็นอยู่ก็เริ่มสุขสบายขึ้นบ้าง เสื้อผ้าที่จ้าวซื่อตัดให้ซูอวี้ไม่ได้ใช้แต่ผ้าเนื้อหยาบราคาถูกอีกต่อไป ผ้าฉื่อละหนึ่งตำลึงก็ยังพอกัดฟันซื้อไหว

“ทุกวันนี้ข้าอยู่แต่ในครัว มีโอกาสใช้ของแบบนี้ที่ไหนกัน” ซูอวี้มองดูแขนเสื้อหลวมกว้างนั่นแล้วก็นึกภาพตนเองสวมชุดแพรไหมหรูหรานี่ไปยืนถกแขนเสื้อควงตะหลิวไม่ออก ลูกศิษย์น้อยสองคนนั้นคงได้หัวเราะจนขาดใจตายแน่

“พี่ชายสวมชุดนี้แล้วต้องน่าดูมากแน่ ๆ” ซูจื่อประคองชุดสีฟ้าขึ้น ใบหน้าน้อย ๆ แดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น เด็กผู้หญิงอย่างไรก็สนใจของสวย ๆงาม ๆอยู่แล้ว

เพราะทนแม่กับน้องคะยั้นคะยอไม่ไหว ซูอวี้จึงได้แต่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หลังฉาก

ซูจื่อยืนเขย่งสวมกวานครอบมวยผมให้ พู่ห้อยสองเส้นที่ผูกกับกวานทิ้งตัวไปกับเส้นผมยาวสลวย สายคาดเอวขลิบริมด้วยผ้าสีเงินคาดอยู่รอบเอวเขารัดเสื้อตัวยาวสีฟ้าให้กระชับ จากนั้นคลุมทับด้วยเสื้อนอกผ้าโปร่งแขนหลวมกว้าง ด้วยเรือนร่างสูงเพรียวและใบหน้าใสเนียนราวกับหยก พริบตานั้นซูอวี้ก็เปลี่ยนโฉมจากหนุ่มขายปลาเป็นคุณชายผู้หล่อเหลาบุคลิกดีขึ้นมาในทันที

 

โปรดติดตามต่อวันพรุ่งนี้ วันนี้อัพเร็วหน่อยค่ะ

พบแมวปากแข็งหนึ่งอัตราเจ้าค่า ในที่สุดนายทั่นก็มาแล้ว ว่าแต่ อุตส่าห์แวะมาทั้งทียังจะโบ้ยว่าเป็นเพราะคนอื่นอีกแน่ะ 55

เห็นภาพนี้ใน pinterest แล้วอยากแชร์ นึกถึงนายทั่นค่ะ คิดว่านายทั่นตัวน่าจะประมาณนี้นะคะ ผู้เขียนบอกตัวขนาดฝ่ามือ ซูอวี้ถึงได้อยากฟัดพุงทั้งวัน แต่อาจจะตัวเล็กกว่านี้ก็ได้ ก็ขนาดซุกไว้ในแขนเสื้อ หรืออกเสื้อได้เลยอ่ะ ทำไมทั่นตัวเล็กขนาดนี้ รออ่านเฉลยในเล่มน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.874K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,707 ความคิดเห็น

  1. #2706 Jantipa979902 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2564 / 14:58
    แบ่งกันสามสิบเจ็ดสิบ น้องอวี้ได้สามสิบอย่างนี้มันคือดีแล้วหรอ
    #2,706
    0
  2. #2699 PilaiwanChaysang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:54
    น่ารักไม่หยุดดดด
    #2,699
    0
  3. #2692 chuumnart (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 13:50
    อยากได้อึบุ๊คค่ะ
    #2,692
    0
  4. #2668 EntOo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 01:06
    เทียบนามนี่เหมือนบัตรประชาชนเลยปะ งงๆ
    #2,668
    0
  5. #2619 Sistel2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 01:26
    นายท่านน่าร๊ากกก
    #2,619
    0
  6. #2565 marjolaine (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 16:49
    นายทั่นตัวจิ๊ดเดียว ซึนเก่งมากนะเพคะ
    #2,565
    0
  7. #2544 thedarksun1986 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:44

    น่ารักมากกกก
    #2,544
    0
  8. #2522 puipui-pukpui (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 14:28
    นายท่านน่ารักมั่กกๆ
    #2,522
    0
  9. #2474 Nu pe (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 12:39
    นายทั่นแมวซึนน่ารักมากๆเลยค่ะ ถึงว่าน้องทั้งหลงทั้งคิดถึงหนักมาก
    #2,474
    0
  10. #2379 Jinjoo.K (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 23:50
    นายท่านน่าหฟัดมากๆค่ะ งื้อออออ อยากหอมหัว น่ารักจังเลยย
    #2,379
    0
  11. #2344 ploy_yaaaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 21:42
    อยากหอมหัวแมวอ่ะ อรั้ยยย
    #2,344
    0
  12. #2307 MitsukiCarto (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 09:11
    เหมือนโดนสรรักปักเข้าที่กลางหัวใจ~
    #2,307
    0
  13. #2209 SPDDP Dayn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 23:36
    เข้าใจทาสเลยทำไมอยากหอมหัว
    #2,209
    0
  14. #1855 Callmeyou (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 21:13
    นายท่านนี้น่าฟัดมากคิดถึงเจ้าทาสก็บอกกก
    #1,855
    0
  15. #1696 chocolato.p (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 15:21
    มันเข้วววว อยากฟัดขนนู่มๆๆๆๆ
    #1,696
    0
  16. #1644 อันอันอัน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 00:53
    ทาสไม่ได้ส่งเทียบเชิญ แต่นายท่านส่งและนายท่านไม่ใช่สัตว์เทวะคู่บ้านคู่เมือง
    #1,644
    0
  17. #1492 sakura17 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 07:03
    ตอนแรกก็สงสัยเรื่องอายุของนายท่านอยู่55
    #1,492
    0
  18. #1471 Airzaa1810 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 00:24
    งื้ออออออ ทาสยอมแล้วเจ้าค่ะ
    #1,471
    0
  19. #1450 เพราะแบมแบมคือลูก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:01

    รอหนังสือจนใจจะขาดแล้วต้องเก็บให้ครบทุกเล่ม รออย่างใจจดใจจ่อ
    #1,450
    0
  20. #1326 neaumn_sm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 21:54
    อั่ยตัวเล่กกกกก เปนนุก็จับฟัดๆๆๆ
    #1,326
    0
  21. #1281 Cryingforcake (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 17:26

    แงงงงงงงงงงง น่ารักกกกกกกกกกกก
    #1,281
    0
  22. #1174 หิงห้อยใกล้ตาย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 13:49
    ปากแข็ง หึต้องให้ทาสตบปากด้วยปากซะเเล้ว
    #1,174
    0
  23. #1160 เจา เจา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 12:51

    อยากได้เต้เหมียวไปประดับขั้นหนังสือ

    #1,160
    0
  24. #1148 apaer (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 11:59
    คิดถึงเค้าอ่ะแหละ

    55555
    #1,148
    0
  25. #1146 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 10:07
    รออ่านนะคะ
    #1,146
    0