[นิยายแปล] อร่อยล้นวัง

ตอนที่ 1 : ตกยาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,545 ครั้ง
    5 มี.ค. 63

จันทร์เสี้ยวในคืนแรมมองดูราวกับตะขอ แสงจันทร์นวลอ่อนดุจแสงหิ่งห้อยอาบไล้หลังคากระเบื้องเคลือบสีแดงสด ส่งผลให้ทั่วทั้งเขตพระราชฐานดูวังเวงยิ่งขึ้นไปอีก เสียงฝีเท้าสับสนของคนจำนวนหนึ่งจู่ๆก็ดังขึ้นบนถนนในวังหลวงอันกว้างใหญ่ ทำเอาหมู่นกกาบินเตลิดด้วยความตกใจ

เงาร่างสีทองขนปุกปุยไปทั้งตัวพลันปรากฏขึ้นเหนือกำแพง เมื่อพิศดูให้ดี แท้จริงแล้วเป็นเพียงลูกแมวขนสีทองขนาดเท่าฝ่ามือตัวหนึ่ง ลูกแมวหยุดชะงักที่จุดสูงสุดของหลังคา ลองเอาอุ้งเท้าแตะๆกระเบื้องหลังคาเรียบลื่นเหมือนว่ามันกำลังรู้สึกลังเลอยู่บ้าง เสียงฝีเท้าเบื้องหลังกระชั้นเข้ามาทุกขณะ แมวน้อยกระดิกหู จากนั้นก็กระโดดลงจากกำแพงวังหลวงที่สูงถึงสามจั้งทันที

(T/N จั้ง คือ หน่วยวัดความยาวของจีน 1จั้งมีขนาดเท่ากับ 3.3เมตร)

กำแพงนับว่าสูงเกินไปสำหรับร่างเล็กกระจ้อยร่อยของมัน ตอนที่ร่วงลงมาสู่พื้นเลยทำเอาหกคะเมนตีลังกากลิ้งไปหลายตลบ มันสะบัดหัวรีบลุกขึ้น จากนั้นก็หายลับไปในพงหญ้าหนาเพียงชั่วพริบตา

“หาให้ละเอียด อย่าให้มันหนีไปได้”หัวหน้าหมู่ราชองครักษ์สั่งการด้วยเสียงระดับทะลวงแก้วหูของคนหูหนวกได้เลยทีเดียว ราชองครักษ์ที่เหลือตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนจะใช้ส่วนที่เป็นด้ามหอกคุ้ยหาจนทั่วบริเวณ

รัตติกาลมืดสลัว การจะหาลูกแมวตัวเล็กขนาดเท่าฝ่ามือในบริเวณที่เต็มไปด้วยกอหญ้าสูงและกองหินระเกะระกะนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่นานนักก็มีราชองครักษ์มาเพิ่มอีกหมู่หนึ่ง เมื่อมาถึงก็เอาหอกอันแหลมคมทิ่มแทงไปตามพงหญ้าแรง ๆ

“อย่า นั่นเป็นแมวของใต้ฝ่าพระบาทนะ”หัวหน้าราชองครักษ์รีบห้าม

“กลัวอะไร ก็แค่เดรัจฉานตัวหนึ่ง”กลุ่มคนที่มาทีหลังเอะอะโวยวายเสียงดัง พลางเอาหอกทิ่มแทงไม่หยุดใบหอกอันแหลมคมส่องประกายวาววับอยู่ใต้แสงจันทร์ดูน่ากลัวยิ่งนัก

“หยุดเดี๋ยวนี้!”หัวหน้าราชองครักษ์เอาหัวหอกเข้าต้านไม่ให้ใบหอกอันแหลมคมแทงลงไปในกอหญ้าได้อีก องครักษ์นายอื่นๆเห็นดังนั้นก็พากันเอาหอกยาวในมือเข้าขัดขวางใบหอกที่คุ้ยเขี่ยไม่หยุดเอาไว้เช่นกัน บรรยากาศระหว่างองครักษ์สองหมู่ตึงเครียดขึ้นมาทันที

ในพงหญ้ารกที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ดวงตาสีอำพันคู่หนึ่งหรี่ลงเล็กน้อยจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในความมืดอย่างละเอียดไม่มีตกหล่น หลังจากยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็หมุนกายจากไปอย่างไร้สุ้มเสียง

。。。

เมืองหลวงต้นวสันตฤดู ถึงอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ยังคงหนาวอยู่

ซูอวี้เร่งเจ้าลาให้ออกเดินพลางประคองถังไม้ที่อยู่บนเกวียนไปด้วย พยายามไม่ให้น้ำที่อยู่ในถังกระฉอกออกมามากเกินไปนัก น้ำนี้เป็นน้ำทะเลที่เก็บเอาไว้ในบ้าน หากหกออกไป ปลาทะเลในถังอาจจะตายไม่เหลือในเวลาอันรวดเร็ว

ครั้นมาถึงตำแหน่งที่ตั้งแผงเป็นประจำ ซูอวี้ก็ผูกลาอย่างคล่องแคล่ว ยกถังไม้กับขาตั้งลงมาจากเกวียน จัดวางเขียงไม้สองสามแผ่นและชุดมีดทำปลาพร้อมกับเอาม้านั่งตัวเตี้ยจากมุมหนึ่งของเกวียนลงมาด้วย จากนั้นก็ถกแขนเสื้อขึ้นแล้วนั่งลงข้างถังไม้อย่างง่าย ๆ

“พี่ปลาน้อย ทำไมวันนี้ถึงได้มาสายนักเล่า”เด็กชายวัยประมาณเจ็ดแปดขวบคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าฝ้ายบุนวมกลางเก่ากลางใหม่ส่งยิ้มซื่อๆมาให้เขา ผิวหน้าดำคล้ำยังคงหลงเหลือรอยแดงเป็นปื้นใหญ่เพราะเพิ่งพ้นฤดูหนาวมาได้ไม่นาน พอเห็นซูอวี้มาก็สละตำแหน่งที่ตนนั่งยองๆอยู่เมื่อครู่ให้เขาตั้งแผงทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าว จากนั้นก็เอาม้านั่งอีกตัวหนึ่งที่อยู่ในรถออกมานั่งลงข้างเขาอย่างรู้ที่รู้ทาง

ซูอวี้หัวเราะ ล้วงอกเสื้อเอาเมี่ยนปิ่ง[1]ที่ห่อผ้าขาวไว้ออกมายื่นส่งให้อีกฝ่าย “วันนี้เจอของดีมา เลยมัวแต่ต่อรองกับเถ้าแก่ที่ขายปลาเสียจนลืมเวลา”

เมี่ยนปิ่ง

เด็กคนนี้มีชื่อว่าซานชวน ทุกวันเขาจะมาขายไข่ไก่ที่นี่ และเพราะซูอวี้ต้องไปที่สะพานปลาแต่เช้าเพื่อซื้อปลามาขายทำให้เขามักจะเสียเวลาอยู่บ่อยครั้ง ซานชวนจึงช่วยจองที่ไว้ให้

“ของดีอะไรหรือ”ซานชวนเคี้ยวเมี่ยนปิ่งพลางยื่นหน้ามาอย่างใคร่รู้

ซูอวี้หัวเราะอย่างจงใจให้ดูลึกลับ กอบสิ่งที่อยู่ในถังไม้ขึ้นมาด้วยสองมือก่อนจะยื่นไปตรงหน้าซานชวนแล้วแบมือให้ดู

“ไอ้หยา”ซานชวนตกใจผงะถอยหลังจนล้มลงไปนั่งกับพื้นก้นจ้ำเบ้า ด้วยสิ่งที่กองหยึกหยึยอยู่ในมือซูอวี้นั้นมีหน้าตาประหลาดพิกล สีออกชมพูแปลกตาดูน่ากลัวยิ่งนัก

“ฮ่าฮ่าฮ่า”ซูอวี้เห็นสีหน้าซานชวนก็อดหัวเราะไม่ได้ “ไม่ต้องกลัว ไอ้นี่กินอร่อยนะ”

“ตัวประหลาดนี่กินได้ด้วยหรือ มันคืออะไรขอรับ”ซานชวนทำจมูกฟุดฟิดคลานขึ้นมาจากพื้นกลับไปนั่งที่ มองซูอวี้อย่างไม่เชื่อถือ

“ก็ต้องกินได้อยู่แล้วสิ นี่ก็คือ...ปลาหมึก...”ซูอวี้สีหน้าหม่นหมองไปเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงชื่อที่ทั้งคุ้นและไม่คุ้นนี้ออกไป ยุคที่เขาเคยอยู่ก่อนหน้านี้มีแต่แถบทางใต้เท่านั้นจึงจะมีปลาหมึกขาย พอมาอยู่นี่ซึ่งอยู่ติดกับทะเล แถมภูมิอากาศอบอุ่นคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาเจอปลาหมึกด้วย

นับจากซูอวี้ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ก็สามเดือนกว่าแล้ว จนถึงตอนนี้เขายังสงสัยอยู่เลยว่าความจริงแล้วตนกำลังฝัน สักวันเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็จะกลับไปอยู่ที่โลกเดิมของตนเรียบร้อยแล้ว และเขาก็ยังคงเป็นหัวหน้าเชฟของชวนเซียงโหลวซึ่งเป็นภัตตาคารอาหารเสฉวน แต่ละวันก็ทำปูผัดเซียงล่า[2]ของเขาไปอย่างมีความสุข ก่อนกลับบ้านหลังเลิกงานก็แวะเอาเศษอาหารทะเลที่เหลือไปให้พวกแมวจรจัดหลังร้านกิน กลับถึงบ้านก็ดูทีวีเล่นเกม... แทนที่จะต้องมาเป็นลูกหลานตระกูลขุนนางจนกรอบในยุคโบราณที่แปลกประหลาดแห่งนี้

ปูผัดเซียงล่า

ถูกต้อง อย่าได้มองว่าซูอวี้เป็นแค่คนขายปลาเป็นอันขาด ฐานะของเขาในยุคโบราณจะว่าไปแล้วก็เป็นถึงลูกหลานขุนนางเชียวล่ะ บรรพบุรุษผู้เป็นต้นตระกูลซูติดตามปฐมกษัตริย์แห่งแคว้นบุกเบิกแผ่นดิน มีความดีความชอบได้รับบรรดาศักดิ์ขั้นโหว[3] ถึงแม้จะสืบทอดแบบลดขั้นบรรดาศักดิ์ลงมาเรื่อย เมื่อถึงบิดาของซูอวี้ในโลกนี้ก็เป็นแค่ตำแหน่งแม่ทัพผู้ช่วยขั้นสองที่ไม่มีใครเห็นหัวแล้ว ถึงกระนั้น “ซวินกุ้ย ซึ่งก็คือกลุ่มเชื้อพระวงศ์และขุนนางที่มีความดีความชอบจนได้รับพระราชทานฐานันดรศักดิ์และบรรดาศักดิ์อย่างไรเสียก็คือซวินกุ้ย ต่อให้ไม่มีความดีความชอบจากการออกศึกก็ยังอาศัยเบี้ยหวัดอยู่มาได้อย่างไม่ลำบาก

แต่ตอนที่ซูอวี้ทะลุมิติมา บิดาของร่างนี้เพิ่งจะลาโลกไปพอดี ลุงใหญ่เห็นเขาอายุยังน้อยจึงเอาเปรียบหมายช่วงชิงบรรดาศักดิ์ ป้าสะใภ้ก็เข้าควบคุมค่าใช้จ่ายในบ้าน แต่เพราะหลายปีมานี้คนในบ้านดูแลทรัพย์สินกันไม่เป็น จึงไม่มีเงินเก็บเหลือ มิหนำซ้ำยังหมดเงินไปอักโขกับการจัดงานศพบิดา ป้าสะใภ้จึงอาศัยเหตุผลนี้มาปฏิบัติต่อเขาอย่างทารุณ ไม่เพียงไม่เคยได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่อันฟุ้งเฟ้อแบบคุณชายเสเพล กระทั่งข้าวก็ยังไม่มีจะกินเสียด้วยซ้ำ

เพราะความจำเป็นซูอวี้จึงต้องงัดอาชีพเก่ามาหากินด้วยการจูงลาที่มีอยู่ตัวเดียวในบ้านออกมาขายปลา

“เอาปลาเฉ่า[4]ตัวหนึ่ง”

มีคนมาซื้อปลาแล้ว ซูอวี้จึงยิ้มรับพลางเอาปลาหมึกในมือโยนกลับคืนลงถัง จากนั้นลุกขึ้นเอาตะกร้อตักปลาเฉ่าตัวอ้วนพีในอ่างไม้ใบใหญ่ที่ใส่น้ำจืดเอาไว้ออกมาตัวหนึ่ง “แม่นางว่าปลาตัวนี้ใช้ได้หรือไม่”

“เจ้าทำปลาเป็นหรือ”ลูกค้าผู้นี้เพิ่งจะมาซื้อปลาที่นี่เป็นครั้งแรก เห็นเจ้าของแผงขายปลาผิวกายขาวสะอาดสะอ้านดูไม่เหมือนคนขายปลาเอาเสียเลย กลับดูเหมือนบัณฑิตรูปงามที่สุภาพอ่อนโยนเสียมากกว่า จึงลังเลไปชั่วขณะ

“ฝีมือการทำปลาของพี่ปลาน้อยนั้นร้ายกาจมากนะ” ซานชวนเห็นลูกค้าผู้นี้ย่นจมูกก็กล่าวอย่างเจ็บร้อนแทน

ซูอวี้หัวเราะไม่พูดอะไร หยิบเอาคันชั่งขึ้นมาชั่งปลาจากนั้นก็ทุบปลาเฉ่าตัวใหญ่ให้สลบแล้ววางปลาบนเขียง ผ่าท้องควักไส้ตัดหัวและขอดเกล็ดออกอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวทั้งหมดเบ็ดเสร็จรวบรัดในกระบวนท่าเดียว คล่องแคล่วว่องไวราวกับเมฆเหินน้ำไหล ถึงขนาดว่ามองดูแล้วชำนิชำนาญกว่าเฒ่าชาวประมงที่หากินอยู่ริมฝั่งทะเลเสียด้วยซ้ำ

คันชั่ง

“ฝีมือยอดเยี่ยม!” ผู้ซื้อรับปลาที่ทำเสร็จเรียบร้อยพลางร้องชมออกมาอย่างอดใจไม่อยู่

ซูอวี้รับเหรียญทองแดงมาพลางหัวเราะฝืด ๆนึกถึงเมื่อครั้งที่ทำปลาอยู่ห้าปีถึงได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นเชฟ อุตส่าห์ดีใจว่าไม่ต้องฆ่าปลาอีกแล้ว นึกไม่ถึงเลยจริง ๆว่าตอนนี้ต้องกลับไปเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมด เขาก้มหน้ามองมือเพรียวยาวคู่นี้ เพราะต้องสัมผัสน้ำเค็มบวกกับอากาศหนาวจัดเป็นเวลานาน โดนไอเย็นกัดเป็นแผลอยู่หลายแห่ง ไม่ขาวละมุนเหมือนก่อนแล้ว หากมิใช่เพราะไม่มีเงินทุนเพียงพอ เขาคงได้เปิดร้านสักร้านนานแล้ว ไม่มาขายปลาที่ใช้ทุนน้อยกำไรก็ยิ่งน้อยกว่าให้ลำบากเช่นนี้หรอก

ทว่า...พอหันมามองพวกปลาหมึกที่เบียดเสียดยัดเยียดอยู่ในถังไม้ รอยยิ้มมุมปากของซูอวี้ก็หยักลึกขึ้นอีกหลายส่วน คราวนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะหาเงินมาเพิ่มทุนได้แล้ว

“พ่อหนุ่ม ข้าไม่ได้จะว่าเจ้าหรอกนะ เจ้าเอาของพวกนี้มาทำไมกัน” คนที่มาซื้อปลาผู้นั้นยังไม่ไป ชี้นิ้วไปที่ปลาหมึกในถังไม้พลางโคลงศีรษะ “ของพรรค์นี้ไม่มีใครซื้อหรอก”

คนในแผ่นดินต้าอันชอบกินอาหารจำพวกกุ้งหอยปูปลาไม่ว่าจะมาจากน้ำจืดหรือน้ำทะเลมากกว่าสิ่งอื่นใด ดังนั้นอาชีพหาปลาหรือว่าขายปลาจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่จะเน้นไปที่ปลากุ้ง และปูเป็นหลัก น้อยคนนักที่จะรู้จักกินของอย่างปลาหมึก เพราะว่าเอามาทำอาหารอย่างไรก็ไม่อร่อย ชาวประมงที่ได้ปลาหมึกติดแหมาจึงมักจะโยนทิ้ง หรือไม่ก็ขายมันในราคาถูกมากเพื่อเอาไปทำอาหารสัตว์ ซูอวี้ได้ฟังก็เพียงหัวเราะอย่างใจดี ไม่พูดอะไรให้มากความ

เมืองหลวงแบ่งเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก ฝั่งตะวันออกเป็นย่านที่อยู่อาศัยของตระกูลขุนนางและเศรษฐีผู้ร่ำรวย ส่วนฝั่งตะวันตกเป็นที่อยู่อาศัยของคนธรรมดาสามัญ ถนนซีผิงเส้นนี้เป็นถนนขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กของเมืองหลวงฝั่งตะวันตก ด้วยความแคบของถนนทำให้ไม่ค่อยจะมีรถม้าแล่นผ่านไปมานัก แผงลอยขายของจึงมีให้เห็นอยู่ทั่ว สตรีในครอบครัวยากจนมักไม่เคร่งธรรมเนียมเหมือนบรรดาสตรีที่มีฐานะ จึงหิ้วตะกร้าออกจากบ้านมาจ่ายตลาดกันเองได้โดยไม่มีปัญหา

เพราะซูอวี้หน้าตาสะอาดสะอ้านทั้งยังพูดจาสุภาพ พี่ป้าน้าอาย่ายายเหล่านี้จึงชอบมาคุยกับเขา อีกทั้งฝีมือการใช้มีดทำปลาของเขาก็แสนจะน่ามอง ทำให้ขายดีกว่าเจ้าอื่นอยู่บ้าง พอถึงยามอู่ก็ขายปลาตัวสุดท้ายหมด

(T/N ยามอู่ หมายถึง เวลา 11.00 - 13.00น.)

“เฮอะ จะขายยิ้มก็ไปขายที่ชุนอี้โหลวสิ มาขายที่ถนนซีผิงจะได้สักเท่าไหร่เชียว...”ห่างออกไปไม่มากนัก พ่อค้าปลารูปร่างกำยำกล่าวเสียงเหี้ยมเกรียม ถึงแม้เขามิได้พูดออกมาเสียงดัง แต่คนแถวนั้นก็ได้ยินกันอย่างชัดเจน ชุนอี้โหลวคือหอชายบำเรอชื่อดังของเมืองหลวง คำพูดนี้ชัดเจนโดยไม่ต้องบอกว่าหมายถึงใคร

(T/N ขายยิ้มเป็นสำนวนโบราณ หมายถึง โสเภณี)

ซานชวนได้ยินก็หมายจะเข้าไปถกเหตุผลกับชายฉกรรจ์ผู้นั้น แต่ถูกซูอวี้ฉุดไว้เสียก่อน เขาไม่ใช่คนที่พักอาศัยอยู่แถวนี้ ย่อมไม่ควรพูดจาแตกหักกับนักเลงเจ้าถิ่น ได้แต่ทำเป็นหัวเราะอย่างจนใจกับลูกค้าที่มาซื้อปลาคนหลังสุด ซูอวี้มีท่าทางสุภาพอ่อนโยนมาแต่เกิด ดูไม่ใช่คนเอาเรื่องเอาราวกับใคร กอปรกับรอยยิ้มฝืดเฝื่อนนั่นจึงทำให้พี่ป้าน้าอามองแล้วสงสารไปตาม ๆกัน

“อวี๋เหล่าซื่อ เจ้าว่าใคร” ป้าจางวัยใกล้สี่สิบรับปลาที่ซูอวี้ใช้เส้นฟางมัดให้อย่างดีมาถือไว้ก่อนจะหันไปเท้าสะเอวถลึงตาใส่พ่อค้าปลาผู้นั้น

ป้าจางเป็นคนปากจัดจนขึ้นชื่อในละแวกนี้ คนทั้งถนนไม่มีใครกล้าแหยม อวี๋เหล่าซื่อได้ยินก็ไหล่ห่อคอย่นโดยไม่รู้ตัว แต่พอพบว่าตนเองดันหวาดกลัวผู้หญิงคนนี้ก็รู้สึกว่ามันช่างน่าขายหน้าเสียนี่กระไร จึงยืดคอกล่าวว่า “ใครรับไปก็ว่าคนนั้นแหละ!”พอพูดออกไปก็นึกเสียใจจนอยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก

“หน็อย เจ้ากล้ามาด่าข้าจางชุ่ยฮวาคนนี้รึ ไม่ลองไปถามดูเล่าว่าสมัยสาว ๆ เหล่าเหนียงเคยทำอะไรมาก่อน”ป้าจางรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาบัดเดี๋ยวนั้น ไม่มีใครกล้าทะเลาะกับนางมานานเต็มทีแล้ว คราวนี้จะขอด่าให้หายเปรี้ยวปากเลยทีเดียว

(T/N เหล่าเหนียง เป็นคำเรียกตนเองอย่างยกตนเป็นมารดาผู้อื่น)

ขามุงบนถนนรีบล้อมวงเข้ามาชมดูเรื่องสนุก ๆ ทันที อวี๋เหล่าซื่อผู้นั้นถูกด่าจนตอบโต้ไม่ทันก็โมโหจนแทบหายใจไม่ออก ด้านซูอวี้ก็เก็บแผงเงียบ ๆ เร่งเจ้าลาให้ลากเกวียนจากไปโดยไม่เป็นที่สังเกต

พอเลี้ยวที่มุมถนนก็เป็นร้านรับซื้อไม้เก่า ซูอวี้ยกอ่างและถังไม้สองใบลงมาจากเกวียน เหลือไว้เพียงถังไม้ขนาดย่อมที่ใส่ปลาหมึกเอาไว้เท่านั้น

ช่างไม้สูงวัยหนวดขาวโพลนมองดูอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “ใบละสิบอีแปะ”

“ถังไม้ใบละสิบอีแปะก็ยังพอว่า แต่อ่างไม้ใบนี้เอาไม้ทั้งท่อนมาขุดเลยนะขั้นต่ำก็แปดสิบอีแปะ”ซูอวี้นิ่วหน้ากล่าว

“ของเจ้าเอาไม้สองชิ้นมาประกบกัน ให้มากสุดสามสิบอีแปะ”ช่างไม้คิ้วขมวดเป็นปม

“งั้นไม่ขายแล้ว”ซูอวี้ก้มเอวทำท่าจะยกอ่างไม้ขึ้นมา อ่างไม้ใบนี้ทำจากไม้เนื้อดี หากมิใช่เพราะเงินขาดมือเขาเองก็ไม่อยากขายเช่นกัน

ช่างไม้เห็นดังนั้นก็นึกเสียดายไม้ดี ๆท่อนนั้นขึ้นมาทันที จำต้องยอมอ่อนข้อลง หลังจากต่อรองราคากันอยู่ยกหนึ่ง อ่างไม้ก็ถูกขายไปในราคาห้าสิบห้าอีแปะ ซูอวี้นับเงินที่ได้มาสด ๆร้อน ๆ รวมเป็นเจ็ดสิบห้าอีแปะ ชนิดนับแล้วนับอีก เมื่อรวมกับเหรียญทองแดงอีกสองร้อยสิบสามอีแปะที่ขายปลาได้วันนี้ก็คือทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่เขามีในปัจจุบันแล้ว

ซูอวี้เก็บเหรียญทองแดงที่ร้อยเป็นพวงสองพวงครึ่งนั่นเรียบร้อยแล้วก็จูงลากลับไปยังคฤหาสน์หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ณมุมหนึ่งของเมืองหลวงฝั่งตะวันออก นี่เป็นคฤหาสน์แบบสามลานบ้าน ผนังอิฐกระดำกระด่างและกระเบื้องหลังคาสีเทาทึม จะมีก็แต่สิงโตหินสองตัวหน้าประตูบ้านที่ยังทำให้ดูมีกลิ่นอายของความรุ่งเรืองในวันวานหลงเหลืออยู่บ้าง

(T/N คฤหาสน์แบบสามลานบ้านคือ    เรือนหมู่แบบผสานสี่ด้านล้อมลานใหญ่ตรงกลางไว้โดยที่มีประตูชั้นในคั่นเป็นช่วงๆทำให้เกิดลานบ้านสามลาน )

 

“วู้ย คุณชายรองของพวกเรากลับมาแล้ว ส่วนแบ่งของวันนี้เล่า”พอเข้าประตูข้างมา ก็เห็นสตรีร่างท้วมผู้หนึ่งยืนพิงระเบียงทางเดินแบมือเพื่อขอเงินเขาก่อนอื่นใด

“เมื่อวานท่านแม่บอกว่าไม่ต้องกินยาแล้ว”ซูอวี้กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา คร้านกระทั่งจะเหลือบแลสตรีผู้นั้นด้วยซ้ำ เขาจูงลาไปผูกโดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น เจ้าของร่างนี้เป็นบุตรที่เกิดจากอนุภรรยาของนายท่านคนก่อน แต่ฮูหยินผู้เป็นภริยาเอกไม่มีทายาทจึงนำเขามาเลี้ยงเป็นตี๋จื่อเสียเอง หลังจากบิดาของเขาเสียชีวิตเมื่อสามเดือนก่อน แม่ใหญ่ก็ถูกครอบครัวท่านลุงทำให้โมโหหนักจนล้มป่วยลง เพื่อให้แม่ใหญ่มียากิน ซูอวี้จึงเอาปลาทะเลสองตัวจ่ายเป็นค่ายาให้ป้าสะใภ้ทุกวัน

(T/N ตี๋จื่อหมายถึง ลูกชายที่เกิดจากภริยาเอก)

ป้าสะใภ้พอได้ยินก็ขมวดคิ้วเรียวบางขึ้นมาทันทีพลางหัวเราะหยัน “ในเมื่อแม่เจ้าไม่ต้องกินยาแล้ว พรุ่งนี้ข้าก็จะเอาลาไปขายทิ้งเสีย เจ้าจะได้ไม่ต้องออกไปทำให้ข้าอับอายขายหน้าทุกวันอีก”

 

โปรดติดตามตอนต่อไปวันพรุ่งนี้ค่ะ จะอัพวันละตอนค่ะ
 

[1]เมี่ยนปิ่ง คือ แป้งผสมเครื่องปรุง เช่น ต้นหอมซอยแล้วเอาไปจี่ในกระทะ

[2]เซียงล่า แปลตามตัวอักษรคือเผ็ดหอม เป็นหนึ่งในรสชาติอาหารที่โดดเด่นสไตล์เสฉวน ซึ่งได้แก่เซียงล่า(เผ็ดหอมน้ำมันงา)หมาล่า(เผ็ดชาด้วยฮวาเจียว)และซวนล่า (เผ็ดเปรี้ยวด้วยน้ำส้ม)

[3]รรดาศักดิ์คือ ศักดิ์ฐานะที่เจ้าแผ่นดินพระราชทานให้แก่ผู้มีความดีความชอบซึ่งมีห้าขั้นเรียงจากสูงไปหาต่ำดังนี้คือ กง โหว ปั๋ว จื่อและหนาน

[4]ปลาเฉ่าหรือปลากินหญ้าเป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาตะเพียนคนไทยเรียกปลาจีน

 

Pic Credit to: https://www.sohu.com/a/197862680_99961430, http://www.xiachufang.com/dish/115649794/, http://www.t-chs.com/uche570239293452.html, http://www4.freep.cn/hot/797813.html, https://www.sohu.com/a/221415974_99928329, http://j.17qq.com/article/saesuesax.html

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.545K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,707 ความคิดเห็น

  1. #2705 ท่านเรย์อิจิโร่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 22:27
    อยากรู้ว่า เงินอีแปะเท่ากับกี่เงินบาทไทยหรอคะ;-;
    #2,705
    0
  2. #2696 namfonnpp12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 14:00
    เราเคยอ่านนิยายเรื่องนี้แต่จำชื่อเรื่องไม่ได้ กะว่าจะสุ่มอ่านนิยายอีกเรื่องให้จบก่อนค่อยไปค้นหาเอา แล้วสุ่มมาโดนเรื่องนี้พอดี บังเอิญมาก5555
    #2,696
    0
  3. #2681 ...mauve (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 18:29
    เปิดมาก็ลำบากเลย
    #2,681
    0
  4. #2670 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 01:53

    แหม โผล่มาครั้งแรกก็ทำให้ชั้นเกลียดได้ขนาดนี้ ไปตุยนะอิป้า

    #2,670
    0
  5. #2608 Sistel2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 21:28
    โผล่มาฉากแรกก็ขูดรีดกันเลยนะป้า
    #2,608
    0
  6. #2575 ก้อนสี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 21:35

    อ่านลื่นค่ะ ชอบมากๆ
    #2,575
    0
  7. #2497 tanutp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:12
    ชอบการแปลของคุณมากกกกก ทั้งเชิฃอรรถต่างๆ อ่านละมีอารมณ์ร้วมไปด้วยค่า
    #2,497
    0
  8. #2493 yani-yani (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 00:05
    ชอบจัง มีภาพประกอบด้วย
    #2,493
    0
  9. #2488 KnOwN0026 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 00:04

    สนุกมากค่ะ สำนวนแปลดี อ่านลื่นไหล ที่ชอบและอยากขอบคุณมากที่สุดคือ การหาข้อมูลมาอ้างอิง ทั้งรูปและข้อความ คือมันทำให้เห็นภาพแบบชัดเจนมาก แบบบ้านคืออ่านมาหลายเรื่อง บางเรื่องอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ข้ามๆไม่ได้อะไร แต่อันนี้คือชัดมาก เห็นภาพเลย ทำให้เข้าใจแบบไม่ต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม แล้วเวลานึกก็ไม่เสียอรรถรส

    #2,488
    0
  10. #2481 It's is a BOOK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 00:05
    น่าสนุกจังเลย ทาสแมวอย่างเราคือใจนุบยับไปหมด ติดตามนะคะ
    #2,481
    0
  11. #2413 Nnamtnb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 17:05
    สนุกมากกกติดตามเลยค่ะ
    #2,413
    0
  12. #2409 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 12:44
    ชอบมากเลยยยยยจ้าาาา
    #2,409
    0
  13. #2385 Owlsfly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 02:54

    อ่านแค่ตอนแรกก็ดีกว่าที่คิดแล้วค่ะ คิดว่าจะไม่ได้ซื้อแล้วนะเนี่ย

    #2,385
    0
  14. #2366 Jinjoo.K (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 17:24
    ภาษาดีเหมือนเช่นเคย
    #2,366
    0
  15. #2263 MitsukiCarto (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 14:00
    ต้องหาทางไล่ตัวปรสิตพวกนี้ออกไป!!
    แปลดีจนอินจัดค่ะ!
    #2,263
    0
  16. #1676 mintewanlaya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 13:06
    คุณลาเวนเด้อออออ เดอร์มันไม่ได้ฟีล รอติดตามนะคะพอรู้ว่าคุณเป็นคนแปล
    #1,676
    0
  17. #1674 chocolato.p (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 12:55
    แปลดีมากเลยค่ะ มีรูปประกอบกับเชิงอรรถด้วย ขอบคุณนะคะ
    #1,674
    0
  18. #1501 A T O M Y (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 14:02
    อ้าววว ป้าาาสักป้าบ
    #1,501
    0
  19. #1441 RealThxnB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 20:40
    ภาษาสวยย
    #1,441
    0
  20. #1347 Airzaa1810 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 08:37
    คือภาษาสวยมากเลยยยย เนื้อเรื่องคือดีมาก
    #1,347
    0
  21. #1323 Louis_ppt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 21:16
    หมึก ไม่ใช่ปลาา
    #1,323
    0
  22. #1291 อรัณย์ Arunne (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 17:47
    อุ้ยยย เพิ่งเคยเข้ามาอ่านทีแรก สนุกมากค่ะ แปลดีมากกก ชอบการมีภาพประกอบแทรกให้เห็นภาพเรื่อยๆค่ะ รู้เลยว่าผู้แปลตั้งใจมาก
    #1,291
    0
  23. #1030 TigKie_18 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 07:21
    แปลดีค่ะ อ่านไม่ติดขัดเลย มีเชิงอรรถเป็นระยะ ทำดีค่าาาาา
    #1,030
    0
  24. #897 aka-ae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 14:20
    รันทดไปอีกชีวิต อย่าไปยอมลุงป้าสารเลว
    #897
    0
  25. #761 neaumn_sm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:04
    แปลดีมากค่ะ สนุกมาก แต่อีป้าน่าหมั่นไส้มากๆ ดีแต่แบมือขอเงินไม่ทำไรซักอย่าง
    #761
    0