คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 8 : 7 : ดวงจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

 7



           ประตูกลเข้าทางลับในพระราชวังถูกค้นพบโดยเจ้าหญิงและชีน่าทั้งหมดแล้ว รวมไปถึงทางเดินและห้องลับด้านใน ยกเว้นแต่ทางเดินที่เชื่อมกับทางเข้าจากห้องเก็บอาวุธเก่าในหอคอยกลาง ประตูลับนี้เป็นบานไม้ที่แต่งให้เหมือนผนังด้านข้าง ขนาดกว้างพอที่จะให้ทหารพร้อมชุดเกราะเดินเข้าไปได้ ช่องทางเดินด้านในเป็นทางลาดขึ้นที่ค่อนข้างชันและมีบางจุดเป็นบันไดขั้นสูงและแคบจนต้องเขย่งเหยียบ กำแพงสองด้านเป็นก้อนหินหนัก มีแสงลอดเข้าระหว่างหินแค่บางช่วง ทางเดินโค้งซ้ายด้วยองศาคงที่ เด็กทั้งสองพอเดาได้ว่าจะนำขึ้นไปยังชั้นบนของหอคอยสังเกตการณ์ เมื่อค้นพบครั้งแรก เจ้าหญิงตื่นเต้นมากเพราะอยากสำรวจหอคอยกลางมาตลอด ทว่าทางเดินที่กว้างในช่วงแรกนั้น แคบลงและเตี้ยลงเรื่อยๆ จนชีน่าไม่สามารถเดินผ่านได้อีก เจ้าหญิงจะไปต่อก็ได้ แต่ทางเดินนั้นมืด กำแพงฝั่งโดนแดดก็ร้อน อีกฝั่งหนึ่งก็เย็นชื้น อากาศไม่ถ่ายเท ตอนนั้นเจ้าหญิงจึงตัดสินใจหันหลังกลับ


            แต่ตอนนี้เธอมีแรงจูงใจอื่น


            เจ้าหญิงนั่งทานมื้อเย็นในห้องเสวยอยู่คนเดียว เธอไม่เจอเสด็จพ่อเสด็จแม่อีกเลยจากที่ขอขมาพวกท่านตอนเช้า เธอจะกลับไปทานที่ห้องก็ได้ แต่เมื่อข้ารับใช้ยกมาแล้วจึงไม่อยากให้ต้องวุ่นวาย เธอทานอาหารและของหวานหมดจนตัวเธอเองก็ยังแปลกใจ เธอลุกจากโต๊ะเงียบๆ ยิ้มให้ข้ารับใช้ที่ยืนประจำห้องเสวย แล้วเดินออกสู่โถงทางเดิน เจ้าหญิงเหลือบตามองหนึ่งในพี่เลี้ยงที่ตามเธอไม่ขาด ตั้งแต่เกิดเจ้าหญิงไม่เคยได้อยู่คนเดียวเลยสักครั้ง แม้เวลาหลับก็ยังมีคนยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องตลอดเวลา เมือ่ตื่นจะต้องมีข้ารับใช้ พี่เลี้ยง ครู ทหารที่คอยมองตามตลอด ช่วงเวลาที่อิสระที่สุด ก็เป็นเวลาที่อยู่กับชีน่า


            แต่ตอนนี้ชีน่าไม่ช่วยเธอ


            เจ้าหญิงรู้ว่าพี่เลี้ยงจะตามเธอไปถึงห้องและเฝ้ารออยู่จนเช้า

            ดังนั้นเจ้าหญิงจึงเลี้ยวไปยังห้องสมุด เธอนั่งลงในมุมส่วนตัว จุดเทียนหอมที่ทำให้ผ่อนคลายแล้วหยิบหนังสือออกมากางโดยไม่มองเรื่อง เจ้าหญิงเหลือบตามองพี่เลี้ยงที่ได้รับหน้าที่ติดตามเธอวันนี้ เธอจงใจทำกิจกรรมที่ต้องย้ายที่บ่อยๆตลอดวัน สั่งให้พี่เลี้ยงหยิบนั่นจับนี่มากกว่าปกติ เธอเห็นแล้วว่าพี่เลี้ยงเริ่มยืนสัปปะหงก

“นั่งพักก่อนเถอะ ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้เสด็จพ่อเสด็จแม่ก็เข้าห้องบรรทมแล้ว ไม่มีใครมาใช้ห้องหรอก เรายังอ่านอีกนาน”

พี่เลี้ยงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมนั่งลง ในห้องสมุดสงบ อบอุ่น เสียงใบไม้พลิ้วไหวตามลมด้านนอกยิ่งสร้างบรรยากาศน่านอน เจ้าหญิงเองก็เริ่มง่วงเล็กน้อย แต่ปลายทางแผนการคืนนี้ทำให้เธอตื่นอยู่ได้

ไม่นานนัก หนังตาพี่เลี้ยงก็เริ่มหย่อนจนปิดสนิทลง เจ้าหญิงรอฟังเสียงจังหวะหายใจ เมื่อได้ยินว่าเริ่มหนักยาว เธอค่อยๆลุกขึ้น ระวังไม่ให้เกิดเสียงและเดินไปดึงกลไกชั้นหนังสือที่เปิดช่องลับ เสียงตัวยึดดีดออกทำให้เจ้าหญิงสะดุ้ง เธอเหลียวมองพี่เลี้ยงและโล่งใจที่เห็นว่าไม่ได้ขยับ เจ้าหญิงมุดเข้าไปด้านในและเดินตามทางอย่างมั่นใจแม้จะมองอะไรไม่เห็น


จากทางลับสู่อีกทางลับ เจ้าหญิงใช้เวลาไม่นานในการหลบหลีกสายตาคนในวังก่อนที่จะมายังห้องเก็บอาวุธเก่า เธอดันเปิดประตูลับแล้วเข้าไปยังทางเดินโค้งซ้าย เธอพบว่าเวลาหลังตะวันตกดิน กำแพงหินทั้งสองด้านเย็นและชื้นพอกัน ทางเดินมืดสนิทแต่ดวงตาเจ้าหญิงก็คุ้นชินแล้ว จึงเดินไต่ขึ้นไปได้ไม่สะดุด

เด็กสาวเริ่มเหนื่อย เธอรู้สึกเหมือนทางลาดนี้ไม่มีวันสิ้นสุด แต่เจ้าหญิงก็ไม่หยุดและไม่ลดความเร็ว เธอใช้แขนสองข้างพยุงตัวเองกับกำแพงสองข้างดันตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านจุดแคบที่ชีน่าไม่สามารถผ่านและพบว่าทางกว้างขึ้นและสว่างขึ้นเมื่อพ้นไปแล้ว เจ้าหญิงเร่งความเร็ว เพราะรู้ว่าพี่เลี้ยงจะตื่นขึ้นมาเมื่อใดก็ได้

แต่แล้วก็ถึงทางตัน เด็กสาวใช้มือคลำทาทางไปต่อ พบบานประตูที่มุมด้านขวา สูงเพียงเอวของผู้ใหญ่ เธอกำลังจะผลักมันแต่ชะงักเมื่อได้ยินเสียงจากอีกฝั่ง

พื้นรองเท้ากระทบกับพื้นหินส่งเสียงทุ้ม ประสานกับเสียงคุยเป็นเสียงกลางและเสียงกระบอกลูกธนูกระทบเข็มขัดเป็นเสียงสูงจังหวะสั้น

เจ้าหญิงทรุดตัวนั่งลงกับพื้น เธอเสียใจและโมโห อยากจะส่งเสียงร้องแต่ก็ทำไม่ได้ เธอกำมือเล็กๆสองข้างแล้วทุบกำแพงด้วยความหงุดหงิดหลายครั้ง เนื้อนิ่มๆกระทบหินไม่ทำให้เกิดเสียงจนทหารอีกฝั่งประตูได้ยิน

เจ้าหญิงเจ็บมือและหมดแรง เธอหยุดทุบและยันตัวกับกำแพงเพื่อสูดหายใจลึก เมื่อเธอตัดสินใจหันหลังกลับก็เหลือบเห็นหินก้อนหนึ่งที่ดูเรียบกว่าปกติ เมื่อจับดูก็รู้สึกถึงแง่งที่จับ เจ้าหญิงออกแรงเลื่อนเปิดออก เป็นช่องหน้าต่างบานเล็กๆเปิดไปสู่ด้านนอกหอคอย


แสงนวลที่สาดเข้ามาแม้ไม่จ้า แต่ก็ส่องให้ทางเดินลับเรืองขาว ลมโชยพัดกลิ่นใบไม้เข้ามาเบาๆ เจ้าหญิงเงยหน้า

ไข่มุกบนฟ้าไม่เป็นวงกลมสมบูรณ์แบบ หากแต่แหว่งด้านล่างไปเล็กน้อย ไม่ได้เป็นสีเดียวกันทั้งหมด มีเข้มมีอ่อนก่อให้เกิดลวดลายคล้ายกระต่ายหูยาว รอบขอบมีแสงเรืองสว่าง ท้องฟ้าตอนกลางคืนไม่ได้เป็นสีดำสนิทอย่างที่เจ้าหญิงนึกภาพไว้ แต่เป็นสีกรมท่าเข้มแต่งแต้มด้วยกลุ่มเมฆสีเทาดำ ดวงดาวกระพริบไหวให้เห็นประปราย ไม่เห็นเป็นรูปร่างอย่างที่เขียนไว้ในตำรา

เจ้าหญิงจ้องมองตาไม่กระพริบ หยุดหายใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพ่นลมออกทางปาก จากที่เหงื่อไหลอยู่เมื่อครู่ อุณหภูมิร่างกายหล่นวูบลง มือเท้าชา รู้สึกสะท้านในอกและกายเบาหวิว


เสียงแก้วโลหะหล่นกระทบหินจากอีกฝั่งประตูลับกระชากให้เธอละสายตาจากดวงจันทร์ ซึ่งถือว่าเป็นโชคดี มันทำให้เจ้าหญิงรีบดึงบานหน้าต่างปิดแล้ววิ่งกลับทางเดิม

เจ้าหญิงหยุดวิ่งก่อนที่จะเข้าไปถึงห้องสมุด เธอสูดหายใจช้าๆให้หัวใจลดความเร็ว ปาดเหงื่อจากใบหน้าแล้วแอบมองเข้าไปในห้อง เธอโล่งอกเมื่อพบว่าพี่เลี้ยงยังคงงีบหลับอยู่ เจ้าหญิงจึงค่อยๆย่องไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

credit

theme : CHERMADA

photo : Andrés Gómez 




TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น