คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 6 : 5 : เพื่อนและพี่ชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

5



            นอกเหนือไปจากพี่เลี้ยงที่คอยดูแลอาหารการกิน การเล่นและการเข้านอนของเจ้าหญิง ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่งที่มีหน้าที่มากกว่านั้นคือครูพี่เลี้ยง ราบีนา มีประวัติการศึกษาอบรมทั้งการเป็นแม่นม พี่เลี้ยงเด็ก ครูและการพยาบาลขั้นต้น นางจึงได้รับตำแหน่งครูพี่เลี้ยงเมื่อเจ้าหญิงอายุได้สองขวบเต็ม ชีน่า ผู้เป็นลูกสาว อายุยังไม่ถึงสี่ขวบดีนัก ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในวังด้วยพ่อของเธอเป็นขุนนางตำแหน่งใหญ่ของเมืองท่าและการให้แม่ทิ้งลูกตัวเองมาเลี้ยงลูกคนอื่นคงเป็นนโยบายที่ไม่ดีนัก

            พระราชาตามใจลูกสาวทุกอย่าง เจ้าหญิงกล่าวว่าอยากได้อะไรก็หามาให้ อยากทำอะไร (ที่ไม่ใช่การเห็นฟ้า) ก็ได้ทำ หรือไม่อยากทำอะไรก็ไม่ฝืน ตรงข้ามกับราชินีที่เคี่ยวเข็ญกิริยามารยาทกุลสตรีให้ตั้งแต่เจ้าหญิงเริ่มจับช้อนได้ ร่ำสั่งสอนว่าอะไรควรอะไรไม่ควรทั้งที่ราชินีก็รู้ดีว่าเด็กวัยนี้ยังไม่เข้าใจแนวคิดเช่นนี้ ราบีนา จึงเป็นเสมือนคนกลางที่คอยถ่วงสมดุลย์ระหว่างผู้ปกครองซีรีคาลทั้งสองด้วยส่วนผสมของความเข้มงวดกวดขันและยืดหยุ่นใจดี

            อีกคนที่ดูจะเข้าใจความเป็นเด็กของเจ้าหญิงก็คงเป็นเจ้าชายไมเคิล เขาเล่นกับน้องอย่างเบามือ ตามใจในส่วนที่ให้ได้ ดุในสิ่งที่เห็นว่าไม่ควร แม้น้องสาวจะดึงความสนใจของพ่อแม่ออกจากเขาไปเสียเกือบหมด พี่ชายก็ไม่ได้แสดงความอิจฉา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขารักน้อง อีกส่วนมาจากความสงสาร เจ้าชายชอบวิ่งเล่นในสนาม ชอบขี่ม้าและเล่นกีฬากลางแจ้ง หากเป็นเขาที่ถูกห้ามออกจากอาคาร เขามั่นใจว่าคงเสียสติแน่


            แต่เจ้าหญิงไม่เคยได้รู้ความรู้สึกอิสระจากการมองฟ้า เธอไม่รู้ถึงสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิต จึงไม่ได้ติดใจสงสัยในช่วงแรกๆ เธอมีห้องกว้างขวางมากมายให้เลือกใช้ มีเสื้อผ้าสวยๆใส่ มีอาหารอร่อยๆทาน มีของเล่นมากมายจนแทบล้นห้อง มีพ่อแม่และพี่ชายที่ให้ความรัก ครูพี่เลี้ยงที่คอยดูแลและเพื่อนหญิงวัยใกล้เคียงกันอยู่ด้วย เธอมีความสุขเท่าที่เจ้าหญิงจะมีได้


 

           เดือนปีผ่านพ้นไป เจ้าหญิงเริ่มรู้ภาษาและเริ่มมีคำถามถึงสิ่งที่ใครๆต่างหลบเลี่ยงที่จะบอก นอกประตูมีอะไร นอกหน้าต่างมีอะไร ผืนสีฟ้าที่เห็นในสมุดภาพคืออะไร ต้นไม้ใหญ่เป็นยังไง ลมเป็นยังไง ดวงอาทิตย์เป็นยังไง


            ดวงจันทร์เป็นยังไง


            ราชินีกลัวว่าการบอกความจริงแก่ลูกสาวจะทำให้เธอหวาดกลัว จึงสั่งให้ทุกคนบอกเป็นคำเดียวกัน คือเจ้าหญิงมีร่างกายไม่แข็งแรง หากออกไปข้างนอกจะป่วยหนัก จึงต้องอยู่ข้างในตลอด

คำโกหกนี้ใช้ได้ในช่วงแรกๆ แต่เจ้าหญิงที่ย่างเข้าสู่อายุห้าขวบต้องการคำตอบมากกว่านั้น เธอรู้ว่าการเจ็บป่วยเป็นอย่างไร เธอเคยยืนมองห่างๆเมื่อชีน่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ร่างท้วมของเพื่อนสนิทนอนราบกับเตียงตลอดทั้งวัน ผิวขาวอมเหลืองเรื่อแดงด้วยพิษไข้ คิ้วเข้มขมวดจากการปวดเมื่อยทั่วร่าง เจ้าหญิงไม่เคยมีอาการแบบนั้นเลยเท่าที่เธอจำได้ อย่างมากที่สุดก็ตัวร้อนน้ำมูกไหล เธอเรียน เขียนอ่านไม่เคยขาด วิ่งเล่นในตัววังอย่างว่องไวเมื่อไม่มีผู้ใหญ่มอง ไม่น่าจะมีเหตุผลอันใดที่เธอจะทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ข้างนอก แต่เมื่อแสดงความคิดนี้กับราชินี เธอก็ได้เหตุผลมาแบบเดิม


เจ้าหญิงอาจขาดโอกาสได้เห็นฟ้า แต่เธอและชีน่ามีโอกาสที่เด็กคนอื่นไม่ได้มี คือการสำรวจช่องลับประตูกลที่ซ่อนอยู่ในตัววัง เมื่อใดที่รู้สึกเบื่อเรียนหนังสือหรือฝึกมารยาท ทั้งสองจะพากันแอบเข้าไปนั่งเล่นนั่งกินขนมกันในทางลับ แต่ก็เรียนรู้ในเวลาอันรวดเร็วว่า ราชินีรู้ตำแหน่งและเส้นทางทางลับของส่วนต่อเติมใหม่ของพระราชวังอย่างทะลุปรุโปร่ง จึงถูกลงโทษเสียเป็นการใหญ่ อาจจะดูมากเกินความผิดไปบ้าง เด็กๆไม่รู้ว่าที่จริงแล้วราชินีห้ามเพราะเหล่าทางลับนั้นเชื่อมโยงเป็นทางหลบหนีสู่ภายนอก สำหรับกรณีที่วังถูกบุกยึด แต่ราชินีเองก็ไม่รู้ว่า ชีน่า นอกจากจะเป็นเพื่อนเจ้าหญิง ยังเห็นตัวเองเป็นพี่เลี้ยงที่ต้องคอยปกป้องและกันไม่ให้เจ้าหญิงมองเห็นฟ้าอยู่ตลอดเวลา แม้เด็กหญิงจะไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด


ราชินีอาจรู้เส้นทางลับในส่วนของวังที่ต่อเติมใหม่ แต่ประตูลับในส่วนที่เป็นของปราสาทเก่านั้นหารู้ไม่ เป็นเพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้และกลไกการเปิดปิดซับซ้อนและเก่าฝืด เส้นทางก็มืด อับชื้นและแคบ ในบางจุดแทบจะบีบไหล่ผ่านไปไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ลดความสนุกลงสำหรับเจ้าหญิงและเพื่อนซี้ กลับเป็นแรงกระตุ้นให้ผลักกำแพงในซอกนั่นให้แรงขึ้น เขย่งปีนมุมเพดานให้สูงขึ้น กระโดดแกว่งโคมเก่าให้เร็วขึ้น เพื่อเปิดประตูไปยังแดนที่ถูกลืม เจ้าหญิงและชีน่าไม่หนีชั่วโมงเรียนเหมือนคราวก่อน พวกเธอใช้เวลาพักออกสำรวจและเล่นในพื้นที่เหล่านี้ เพื่อไม่ให้มีใครออกตามหาและเก็บไว้เป็นโลกส่วนตัวสำหรับสองคน

ชีน่าถูกแม่ห้ามไม่ให้พูดเรื่องท้องฟ้าและสิ่งที่ประดับท้องฟ้าให้เจ้าหญิงได้ยิน แต่เมื่อมีพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว เด็กหญิงร่างเกือบอ้วนก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงคำถามจากเจ้าหญิงได้ ชีน่าเล่าถึงครั้งที่เธอและแม่กลับไปหาพ่อที่เมืองท่า เธอเล่าถึงทะเล นกกระยางและเรือส่งสินค้า เล่าถึงภูเขา แม่น้ำ ฝนและหิมะ ตลาด ร้านรวงและเทศกาล ทุกคำที่ชีน่ากล่าวเกี่ยวกับโลกภายนอก เจ้าหญิงจะนั่งตั้งใจฟังด้วยตาเป็นประกาย ชีน่ารู้สึกยินดีที่ทำให้เจ้าหญิงมีความสุขขึ้นได้ แต่ก็เสียใจที่ตอบคำถามที่ยากที่สุดไม่ได้เช่นกัน

“ชีน่า ทำไมเราถึงไม่ได้ออกไปข้างนอกบ้างล่ะ เราทำผิดอะไรเหรอ”

“อย่าพูดอย่างนั้น ฮูกน้อย เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย” ฮูกน้อยคือชื่อเล่นของเจ้าหญิง เรียกโดยชีน่าเวลาที่ไม่มีใครอยู่ด้วย

“ถ้าชีน่ารู้ก็บอกเรามาเถอะ เราไม่ฟ้องใครหรอก” เจ้าหญิงกุมมือเพื่อน

“เราไม่รู้จริงๆ” การตอบคำถามเจ้าหญิงไม่ได้ ทำให้ชีน่าปวดใจเหลือเกิน

“ถ้าชีน่าถามผู้ใหญ่ ก็คงจะโดนว่า เราไม่ขอให้ชีน่าทำอย่างนั้นหรอก” เจ้าหญิงชักมือกลับ หลบสายตาเพื่อนรัก

“แต่…” ชีน่าครุ่นคิด “ถ้าถามเจ้าชาย จะได้คำตอบไหมนะ”

“ก็ไม่แน่นะ พี่เราก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว น่าจะรู้แหละ” เจ้าชายไมเคิลเข้าสู่วัยหนุ่ม ยังเรียกว่าเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ แต่เขามีร่างสูงแข็งแรงสมส่วน จึงดูเป็นผู้ใหญ่สำหรับเจ้าหญิง

“เราไม่กล้าถามเจ้าชายหรอก ถ้าเจ้าชายไปทูลพระราชา หรือยิ่งกว่านั้น ทูลพระราชินี เราเดือดร้อนแน่”

“พี่เราไม่ทำอย่างนั้นหรอก ไมเคิลก็เห็นชีน่าเป็นน้องสาว เขาไม่ไปฟ้องเสด็จพ่อเสด็จแม่ให้ชีน่าถูกลงโทษหรอก”

ชีน่ายังดูไม่แน่ใจ เจ้าหญิงจึงอ้อนต่อ

“ต่อให้เรื่องไปถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่จริงๆ เราสัญญาว่าจะบอกพวกท่านเองว่าเราให้ชีน่าไปถาม เราจะรับความผิดทั้งหมดเอง ขอร้องนะชีน่า เราเคยถามพี่ชายหลายรอบแล้ว แต่พี่ก็เดินหนีทุกครั้ง เถอะนะ ชีน่าน่ารัก ชีน่าตุ้ยนุ้ย”

ชีน่าไม่ยอมให้พูดล้อเลียนรูปร่างของเธอ ยกเว้นเพียงเจ้าหญิงเพราะเธอรู้ว่าเป็นการพูดแสดงความรัก เด็กหญิงที่อายุมากกว่าสองปีจึงต้องยอมแพ้แก่สายตาเว้าวอนนั้น

“ก็ได้ๆ ถามให้ก็ได้”

 

เจ้าชายกลับมาจากการตรวจตรากองทหารที่ประจำอยู่เมืองฮาบิส เมืองรองของอาณาจักร เขายังไม่เข้ารายงานตัวกับบิดาทันที หากใครถามเหตุผล เขาจะตอบว่าเพราะเนื้อตัวมอมแมมจากการเดินทางจึงต้องการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะเข้าเฝ้า ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง แต่เหตุผลที่แท้คือเขายังไม่แน่ใจว่าจะรายงานพระราชาอย่างไรดี

กองทหารที่เมืองฮาบิสที่อยู่ติดชายแดนฝั่งตะวันออกไม่ได้อ่อนแอ แต่ก็ไม่เข้มแข็งมีระเบียบมากอย่างที่เจ้าชายหวัง เหตุมาจากไม่ได้มีการสู้รบกับอาณาจักรข้างเคียงมาเป็นเวลานานนัก อาชญากรรมก็มีน้อยและจะเป็นเพียงการลักขโมยหรือทะเลาะวิวาทกันเสียมาก เจ้าชายต้องการจัดระเบียบให้เกิดความแข็งขันและตื่นตัว แต่ด้วยอายุที่ยังน้อย จึงไม่มีใครสนใจคำสั่งของเขานัก หากไม่มีพระราชามาตรวจตราด้วย เจ้าชายก็เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนสำหรับเหล่านายพล นายกองอยู่นั่นเอง

เจ้าชายโบกมือให้ผู้ติดตามแยกย้าย แล้วจึงเดินเข้าไปยังห้องของตน ไมเคิลปลดดาบ ถอดผ้าคลุม ถอดเสื้อเครื่องแบบชั้นนอกและเสื้อคอปกเพื่อเตรียมชำระร่างกาย

“มีของฝากมาให้ข้ารึเปล่า” เสียงเด็กสาวดังขึ้นจากข้างหลัง

เจ้าชายสะดุ้งโหยง รีบหมุนตัวไปมองต้นเสียง “ให้ตายสิ ชีน่า เจ้าเข้ามายังไงกัน”

“ข้าก็เข้ามาทางประตูนั่นแหละไมเคิล ท่านมัวแต่เหม่อเอง”

แม้เขาไม่เชื่อเต็มที่ แต่ก็ไม่โต้เถียง เขาเห็นชีน่าเหมือนน้องสาว เหมือนเป็นร่างที่โตกว่าและแสบกว่าของเจ้าหญิง จริงๆแล้วชีน่าเองก็ไม่มีสิทธิ์เรียกเจ้าชายด้วยชื่อห้วนๆ แต่เจ้าชายก็ไม่ได้ถือสา เขากลับรู้สึกยินดีที่ได้มีมิตรภาพที่ปราศจากยศตำแหน่งใดๆ “เจ้าก็ต้องเรียกเร็วกว่านี้ ไม่ใช่รอให้ข้าเหลือแต่เสื้อทับกับกางเกง มันน่าเกลียด”

“น่าเกลียดยังไง ก็โตมาด้วยกัน” ชีน่าหน่อยตัวนั่งเก้าอี้นวมที่มุมห้อง

“ข้าไม่ใช่เด็กๆแล้ว เจ้าก็เหมือนกัน อีกไม่กี่ปีก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว จะมาอยู่ในห้องนอนผู้ชายได้ยังไง” แม้พูดอย่างนั้น เจ้าชายก็ไม่ได้คว้าเสื้อหนามาใส่ทับ เพราะจริงอย่างที่ชีน่าว่า พวกเขาโตมาด้วยกัน

“ข้าไม่แต่งงานหรอก ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าหญิงไปตลอดชีวิต” ชีน่าเชิดคาง

“ต่อให้เจ้าไม่แต่ง เจ้าหญิงก็ต้องแต่ง ถึงวันนั้นถ้าสวามีนางไล่เจ้ากลับไปเมืองเกิดขึ้นมาเล่า มีแต่จะได้เป็นยายแก่หงำเหงือก นั่งตกปลาอยู่ท่าเรือจนตาย”

เจ้าชายพูดให้ตลก แต่ชีน่าไม่ขำด้วย นางขมวดคิ้ว ปากเม้ม นั่งตัวตรง หายใจแรงเหมือนกระทิงที่กำลังจะพุ่งชน

“นี่เจ้าบุกเข้าห้องข้าเพื่อมาคุยเรื่องนี้เหรอ” เจ้าชายหยิบผ้าคลุมไปแขวนเพื่อหลบตาอีกฝ่าย

“เปล่า ข้าแค่มาหาที่หลบ” ชีน่านั่งเอนลงบนเบาะอีกครั้ง “เจ้าหญิงอารมณ์ไม่ค่อยจะดี”

“ฮ่า ไหนว่าเจ้าเป็นเพื่อนรักเจ้าหญิงไง ทำไมไม่ช่วยปลอบนางล่ะ”เจ้าชายดันเปิดหน้าต่างหนึ่งบานแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตรงนั้น

“ปลอบก็แล้ว หลอกล่อก็แล้ว แต่ก็ยังโวยวายไม่เลิก ร้องไห้เรื่องเดิมๆ ข้าอยากเห็นฟ้า ข้าอยากเห็นจันทร์  บางทีข้าก็อยากจะบอกเหตุผลจริงๆให้รู้ไปเสร็จๆ จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวแบบนี้”

“เจ้ารู้เหตุผลที่แท้จริงที่เจ้าหญิงเห็นดวงจันทร์ไม่ได้ด้วยเหรอ” เจ้าชายแปลกใจ

“รู้สิ อ้ะ ท่านคงไม่รู้สินะ ข้าขอโทษ ท่านก็คงจะเด็กมากตอนที่เกิดเรื่อง ท่านก็คงคิดว่าเป็นเหตุผลทางสุขภาพล่ะสิ”

“ชีน่า เจ้าน่ะอายุน้อยกว่าข้าตั้งหลายปี ตอนนั้นเจ้าไม่ได้อยู่ในวังด้วยซ้ำ” เจ้าชายเริ่มมีอารมณ์ นายพลอาวุโสเห็นเขาเป็นเด็กยังพอเข้าใจ แต่เขาจะไม่ทนให้ชีน่าดูถูกเช่นนี้

“แต่แม่ข้าเป็นครูพี่เลี้ยง ราชินีก็ทรงโปรดข้ามาก ตัวข้าเองอยู่กับเจ้าหญิงตลอด ก็ต้องช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าหญิงแอบหนีไปข้างนอกใช่ไหมล่ะ ข้าก็ต้องรู้ความจริงอยู่แล้ว ท่านสิ ไมเคิล ที่ไม่รู้อะไรเลย”

“ข้ารู้มากกว่าที่เจ้ารู้ก็แล้วกัน” เจ้าชายระงับความคิดที่จะเรียกทหารมาลากตัวนางออกไป เขาไม่อยากเป็นเจ้าชายบ้าอำนาจแบบนั้น

“ไหนว่ามาสิ” ชีน่าหรี่ตา “ความจริงในแบบที่ท่านรู้”

การหลอกล่อของชีน่าด้วยไหวพริบและเสน่ห์ได้ผล เจ้าชายเองก็กำลังอยู่ในอารมณ์ที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้โง่ จึงเล่าเหตุการณ์คืนที่น้องสาวเกิด วันที่นางฟ้าประกาศชะตาและคืนที่ดวงจันทร์เกือบพาตัวน้องสาวไป เมื่อเล่าจบ เจ้าชายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกถาม

“เจ้าห้ามบอกน้องเด็ดขาดนะ เข้าใจไหม ไม่อย่างนั้นแม่ข้าคงไม่โปรดเจ้าอีกต่อไปแน่”

“ข้าไม่บอกหรอก เจ้าชาย” ชีน่ายิ้ม “ท่านน่ะแหละเป็นคนบอก”

ร่างของเจ้าหญิงเคลื่อนออกมาจากช่องว่างเล็กๆระหว่างเสาและตู้เสื้อ เจ้าชายอึ้งไปจังหวะหนึ่ง ก่อนที่รีบปิดหน้าต่าง เด็กหญิงเดินกำมือแน่น น้ำตารื้นเข้าหาพี่ชาย

“หญิงน้อย...พี่ไม่ได้…” ไมเคิลคิดคำพูดไม่ออก

สองแขนเลื่อนสอดเข้ารัดเอวพี่ชาย ใบหน้าทาบลงบนอก

“ขอบคุณนะไมเคิล” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มและรู้สึกถึงอ้อมแขนของพี่โอบรับ ทว่าดวงตาของเจ้าหญิงนั้นจ้องไปยังเส้นแสงสีฟ้าที่ลอดเข้ามาระหว่างบานหน้าต่างที่เพิ่งถูกปิด

 -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

credit

theme : CHERMADA

photo : Jill Wellington



TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น