คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 5 : 4 : คำสั่งเมื่อฤดูร้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ส.ค. 63

4


            แม้ว่าพระราชาจะประกาศอย่างมั่นใจว่าสิ่งที่นางฟ้ากล่าวเป็นเรื่องเท็จ ก็ไม่สามารถกำจัดความระแวงของราชินี เจ้าชาย หรือแม้แต่ของพระราชาเองลงได้ ข้าราชบริพารที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกกำชับไม่ให้แพร่ข่าวนี้ออกไป ซึ่งแน่นอนที่คนทั้งอาณาจักรได้ทราบเรื่องในฉบับต่างๆกันภายในเวลาไม่กี่วัน ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่นับถือเทพสถิตย์บนฟ้า ต่างรู้สึกเป็นห่วงเจ้าหญิงน้อย คงจะมีเพียงเจ้าหญิงเท่านั้นที่ไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เวลาผ่านเลย เจ้าหญิงเติบโตขึ้นทีละน้อย เป็นทารกอารมณ์ดีไม่ก่อปัญหา เป็นที่รักของราชินีและพี่เลี้ยงอย่างยิ่ง


            ทว่าเมื่อยิ่งโตขึ้น เวลาใดที่เจ้าหญิงมองเห็นดวงจันทร์ ก็จะจ้องมองตาไม่กระพริบ หากเป็นเด็กอื่น คงไม่เห็นว่าประหลาด ดวงจันทร์เป็นสิ่งสวยงามดึงดูดตา แต่เมื่อราชินีสังเกตเห็นพฤติกรรมนี้ของเจ้าหญิงบ่อยครั้งก็กลัดกลุ้ม พอปรึกษาพระราชาก็โดนดุว่าหวาดระแวงเรื่องไร้สาระ ราชินีทาเลียจึงคอยเฝ้ามอง เจ้าหญิงจ้องมองดวงจันทร์ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านั้น จึงโล่งใจไปหนึ่งเปลาะ ชักจูงตัวเองให้เชื่อว่าเป็นเพียงเพราะเจ้าหญิงชอบดวงจันทร์

            เมื่อองค์หญิงอายุได้หนึ่งปี พอที่จะเริ่มเดินและส่งเสียงเป็นคำได้เล็กน้อย พฤติกรรมนี้กลับแย่ลง ไม่ว่าเจ้าหญิงจะทำอะไรอยู่ ทานอาหาร เดิน เล่นของเล่น คุยกับแม่ หรือ เล่นกับพี่ชาย เมื่อเห็นดวงจันทร์บนฟ้า ผ่านหน้าต่าง หรือสะท้อนบนพื้นผิวเงา ก็จะหยุดทุกอย่างและจ้องมองจันทร์ จนกว่าจะมีเมฆมาบังหรือมีใครพาอุ้มเจ้าหญิงไปยังที่ที่ไม่เห็นฟ้า แต่เมื่อทำเช่นนั้น เจ้าหญิงก็จะร้องไห้จ้า ไม่ยอมหยุดจนกว่าจะหลับไปเอง


ดวงจันทร์ไม่ปรากฏกายแน่นอนเหมือนพระอาทิตย์ แต่จะเคลื่อนบนฟ้าตอนกลางวันหรือกลางคืนแล้วแต่คาบ จึงเป็นที่รู้กันระหว่างราชินีและพี่เลี้ยง ในการปิดหน้าต่างห้องใดๆที่เจ้าหญิงอยู่ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดของวันและไม่พาออกนอกหลังคาถ้าไม่จำเป็น ยกเว้นเมื่อเจ้าหญิงหลับ จึงพอละเว้นได้ เวลาที่เจ้าหญิงได้เดินเล่นสูดอากาศภายนอก ก็คงจะมีเพียงเมื่อพระราชาพาออกไปเท่านั้น แคสเทลยังคงยึดมั่นว่าคำสาปพระจันทร์เป็นเรื่องโกหก


            ฤดูร้อนที่มาถึงนี้ ก่อให้เกิดความไม่สบายตัวในอาณาจักรซีรีคาลกันถ้วนหน้า พระอาทิตย์ดูเหมือนจะส่องสว่างแรงและนานเป็นพิเศษ เมฆแทบไม่ก่อตัวให้เห็น ต้นไม้ใบหญ้าหุบใบแห้งเฉาลงไปตามๆกัน ยังดีที่อากาศร้อนทำให้หิมะบนเทือกเขาละลายลงมามากพอให้ประชาชนได้กินดื่ม อาบคลายร้อน รดพืชผลและเลี้ยงปศุศัตว์กันได้ทั่วถึง ในพระราชวังเองก็ไม่ได้โชคดีไปกว่ากันเท่าไหร่ พระราชาอนุโลมให้ทหารและข้ารับใช้ลดชั้นของเครื่องแบบที่ไม่ใส่ก็ไม่น่าเกลียดและให้เวลาพักถี่ขึ้นกว่าเดิม

            เมื่อตกค่ำ ซึ่งเป็นคืนวันเพ็ญ หน้าต่างห้องนอนเจ้าหญิงจึงเปิดไว้เพื่อระบายความร้อน


            พระราชินีเตรียมตัวจะเข้านอน นางเช็ดผมจนแห้ง สวมชุดนอนพลิ้วบาง ประพรมยาบำรุงผิวหน้า ก่อนที่จะเดินไปยังห้องเจ้าหญิงเพื่อจุมพิตราตรีสวัสดิ์ เมื่อนางเดินเข้าไป พี่เลี้ยงสาวสองคนก็เดินถอยออกมาจากเจ้าหญิงไปยืนรอหน้าประตู ราชินียื่นมือขอพัดจากพี่เลี้ยงแล้วนั่งลงข้างเตียงเจ้าหญิง ทาเลียโบกพัดช้าๆ มองดวงหน้าเจ้าหญิงที่กำลังหลับสนิท ใจนางเริ่มล่องลอยไปถึงอนาคตของเจ้าหญิงเมื่อโตขึ้น อย่างที่เป็นตั้งแต่เจ้าหญิงยังไม่เกิด รูปโฉม รูปร่าง ท่วงท่า วาจา สติ ปัญญา ราชินีตั้งมั่นว่าลูกสาวจะต้องเป็นทุกอย่างที่นางเป็นและเป็นยิ่งกว่านั้น ลูกสาวจะต้องสมบูรณ์แบบ ราชินีหันไปมองนอกหน้าต่าง ตัวเมืองเลคีลปรากฏให้เห็นจางๆในแสงจันทร์ ยังมีโคมไฟติดอยู่ตามหน้าต่างอาคาร ราชินีภูมิใจในบ้านเรือนที่สงบสุขและมั่นใจว่าเจ้าหญิงจะรักษาเอาไว้ได้หลังจากที่นางจากไปแล้ว


            “ราชินีเพคะ! องค์หญิง!” เสียงพี่เลี้ยงตัดเข้ามาในความคิด ราชินีหันหน้ากลับมามองเตียงเจ้าหญิงทันที แต่มันกลับว่างเปล่า จึงรีบหันไปมองพี่เลี้ยง ทั้งสองดวงตาเบิกโพลง สายตามองสูงพร้อมชี้มือ ราชินีมองตาม

            ร่างของเจ้าหญิงตัวน้อย ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ชุดนอนผ้าแพรสะบัดปลิวแม้ไม่มีลม ลำแสงสว่างนวลห่อหุ้มหัวจรดเท้า เจ้าหญิงยังคงหลับสนิทขณะที่ร่างกำลังลอยออกนอกหน้าต่าง ไปยังทิศทางของจันทร์เพ็ญ

            ทาเลียลืมความเป็นกุลสตรีไปสิ้น นางพุ่งเหยียบเตียงแล้วกระโดดเหยียบขอบหน้าต่าง ไม่สนใจเสียงขาดของชุดนอน หรือความสูงจากพื้นดินภายนอก มือหนึ่งนางคว้าม่าน อีกมือคว้าตัวเจ้าหญิงไว้เข้าแนบอก เจ้าหญิงสะดุ้งตื่นแล้วกรีดร้องเสียงดังด้วยเสียงที่เด็กเล็กไม่ควรทำได้ เธอถีบตัวดิ้นจนทาเลียเสียการทรงตัว โชคยังดีที่พี่เลี้ยงวิ่งเข้ามาช่วยคว้าราชินีได้ทัน สองสาวช่วยประคับประคองแม่ลูกลงนั่งในห้อง ผู้ใหญ่สามคนถอนใจด้วยความโล่งอก แต่เจ้าหญิงก็ยังไม่หยุดร้องไม่หยุดดิ้น


            พระราชา เจ้าชายและทหารที่อยู่ในระยะได้ยินเสียงร้องพุ่งเข้ามาในห้อง ต่างงุนงงกับภาพเบื้องหน้า ราชินีจ้องหน้าสวามี เล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นด้วยเสียงนิ่ง ดังพอให้แหวกเสียงร้องของทารกในอ้อมแขน เมื่อฟังจบ พระราชามองพี่เลี้ยงที่พยักหน้ารัวยืนยันคำพูดราชินี

            ทาเลียส่งลูกน้อยให้พี่เลี้ยงกล่อมต่อ นางลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่าง เอื้อมมือปิดบานไม้ทั้งสองข้าง ราชินีหมุนตัวกลับและประกาศแก่ทุกคนในห้อง

            “ต่อไปนี้ ห้ามไม่ให้เจ้าหญิงอยู่ใต้แสงจันทร์เป็นอันขาด ห้ามเจ้าหญิงอยู่ในที่ที่เห็นฟ้าไม่ว่ากลางวันกลางคืน หน้าต่างบานไหนปิดได้ก็ลงกลอนเสีย บานไหนเป็นกระจกใสก็เอากระดานมาปิดให้ทึบ ห้ามเปิดประตูใดทิ้งไว้ ห้ามให้ใครพาเข้าหญิงออกนอกหลังคาวังเด็ดขาด ไม่ว่าใครก็ตามฝ่าฝืน หรือใครเห็นคนฝ่าฝืนแล้วไม่หยุดยั้ง คนนั้นก็จะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันไปตลอดชีวิต”

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

credit

theme :  CHERMADA

photo : Shannon Egan



           

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น