คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 4 : 3 : คำเตือนของนางฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ส.ค. 63

 3


         เวลาล่วงเลยจากคืนนั้นเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ราชินีทาเลียฟื้นคืนกำลังกลับมาได้รวดเร็วอย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งส่วนหนึ่งคงมาจากความสุขใจที่ได้บุตรสาวอย่างที่หวังมานาน


ขณะที่ราชินีพักฟื้น พระราชาควบคุมการเตรียมงานฉลองอายุครบหนึ่งเดือนของเจ้าหญิงตามประเพณี ในรั้วพระราชวังคึกคัก ขวักไขว่ไปด้วยข้ารับใช้ที่ง่วนทำความสะอาดเครื่องเรือน พื้น พรม ผ้าม่าน ประตู หน้าต่าง รูปภาพ เครื่องตกแต่ง โคมไฟไปถึงเตาผิง คนสวนรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยต้นไม้ในสวนเป็นพิเศษ สั่งซื้อดอกไม้จากทางใต้ที่อากาศอุ่นกว่าเข้ามาแต่งเสริม สีอันสดใสตัดกับหิมะโปรยทอดทับยอดหญ้าสวยราวภาพวาด ห้องเครื่องทำงานกับแทบไม่ได้หยุด ทั้งอาหารที่ต้องถวายประจำและเครื่องปรุงที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับพระราชอาคันตุกะที่จะมายลโฉมเจ้าหญิง ห้องพักรับรองในวังได้รับการทำความสะอาดและตกแต่งพร้อมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติเหล่านี้ ส่วนห้องโถงใหญ่อันเป็นที่ที่จะเปิดตัวเจ้าหญิงน้อยก็ได้รับการประดับประดาด้วยโคมไฟระย้า ผืนผ้าขาวและแจกันสูง


ตัวเจ้าหญิงนั้น ไม่ได้รับรู้ความตื่นเต้นวุ่นวายที่อยู่รอบด้าน เธอนอน ตื่น ร้องไห้ กิน ขับถ่าย ทำสิ่งเหล่านี้สลับกันอย่างไม่เป็นเวลาเหมือนทารกทั่วไป ราชินีแทบจะไม่ห่างลูกสาว นางดีใจที่เจ้าหญิงแข็งแรงและเลี้ยงง่ายกว่าพี่ชายเธอเมื่ออายุเท่ากัน

 

ในที่สุดวันเฉลิมฉลองก็มาถึง เป็นวันที่อากาศสดใส ท้องฟ้าโปร่ง โดมผ้าสีขาวขนาดใหญ่ตั้งคลุมลานหินในสวนวัง ข้างในโดมมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับมื้อว่างยามสาย บนโต๊ะและเสาโดมถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หอมกรุ่นนานาพันธุ์ เชื้อพระวงศ์จากอาณาจักรใหญ่ๆที่ได้พักในวังได้นั่งจิบชาพูดคุยกันเบาๆ โดยมีผู้ติดตามของตนยืนอยู่ไม่ห่าง ขณะที่แขกส่วนที่พักด้านนอกเริ่มทยอยลงจากรถม้าเข้ามาร่วมงาน ข้าราชบริพารในวังต่างก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันในเครื่องแบบเต็มยศ


เสียงแตรดังขึ้นเป็นทำนองสั้นๆจากหน้าประตูโถงใหญ่ เป็นสัญญาณให้แขกทุกคนเตรียมพร้อม ประตูสูงถูกดันเปิดออกจากด้านใน โถงที่ปกติค่อนข้างโล่ง ตอนนี้มีเก้าอี้จัดเรียงเต็ม โดยมีพรมกำมะหยี่ปูแบ่งกลาง สุดปลายพรมถูกเว้นไว้ ด้านซ้ายและขวามีโต๊ะกว้างหลายตัว รอรับของขวัญสำหรับเจ้าหญิง บัลลังก์ว่าราชการของพระราชาถูกแทนที่ด้วยบัลลังก์บุผ้าที่อ่อนนุ่มกว่า ราชินีนั่งอยู่พร้อมทารกหญิงในอ้อมแขน โดยมีพระราชาและเจ้าชายยืนประกบ พี่เลี้ยงและเปลรออยู่ด้านหลัง เจ้าหญิงหลับตาพริ้ม ทำปากขมุบขมิบเหมือนกำลังคุยกับใครในฝัน

แขกทรงเกียรติทั้งจากภายในอาณาจักรและต่างแดนเดินเรียงแถวเข้ามอบของขวัญและชมโฉมเจ้าหญิง พระราชาและราชินีรับของ คำแสดงความยินดีและชื่นชมด้วยรอยยิ้ม เจ้าหญิงก็ให้ความร่วมมือด้วยการไม่งอแงแม้แต่น้อย


เมื่อแขกคนสุดท้ายแสดงความยินดีแก่ราชินีแล้ว พระราชาเตรียมกล่าวขอบคุณ แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อมีดวงไฟสีขาวพุ่งเข้ามาในโถง แสงของมันสว่างจ้าราวดวงอาทิตย์เล็กๆ ลำแสงสะท้อนกับโคมไฟและเครื่องประดับบนคอของคุณหญิงคุณนายจนเป็นแสดงระยิบระยับทั่วทุกด้าน ดวงไฟพุ่งไปทางซ้าย ทางขวา ก่อนที่จะหยุดเบื้องหน้ารูปวาดนางฟ้าบนผนัง

ดวงไฟลดความสว่างลงพร้อมกับขยายขนาดขึ้น จนเผยให้เห็นร่างหญิงสาวในชุดกระโปรงสีฟ้าสะบัดพลิ้ว ผมทองสว่างหยักศกยาว ผิวขาวมีประกาย รูปร่างเป็นผู้ใหญ่แต่ความสูงเท่าเด็กห้าขวบและมีปีกใสคล้ายแมลงปองอกออกมาจากหลัง เป็นภาพเดียวกับรูปวาด ราวกับลอยออกมาจากผืนผ้าใบ


นางฟ้าไม่ได้เป็นเพียงตำนาน แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ได้เห็นบ่อยๆ การปรากฎตัวของนางฟ้าเป็นสิ่งที่น่ายินดี โดยเฉพาะงานมงคลเช่นนี้ เจ้าหญิงเจ้าชายองค์ใดที่ได้พรจากนางฟ้า ก็จะเติบโตเป็นพระราชาและราชินีที่ยิ่งใหญ่ เป็นเกียรติแก่ราชวงศ์และอาณาจักรทุกคน แต่ละอาณาจักรก็จะมีนางฟ้าประจำถิ่น นางฟ้าองค์นี้เป็นนางฟ้าของอาณาจักรซีรีคาล จึงได้มีรูปวาดอยู่ในวัง


นางฟ้าสะบัดปีกเบาๆ ลอยตัวลงสู่เบื้องหน้าราชินีและเจ้าหญิง

“ถวายบังคมองค์ราชา องค์ราชินีและองค์ชายเพคะ” นางฟ้าจับกระโปรงและงอขาในอากาศ “หม่อมฉันขอประทานอนุญาต ให้พรแก่องค์หญิงเพคะ”

พระราชาและราชินีพยักหน้าพร้อมกัน ส่วนเจ้าชายได้แต่จ้องมองนางฟ้าตาไม่กระพริบ เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตจากตำนานเช่นนี้มาก่อน นางฟ้าชูมือขึ้นสูงแล้วลดมือลงช้าๆ พลางให้พร

“ด้วยอำนาจแห่งสรรพสิ่ง ท้องฟ้า ดารา ผืนดิน ผืนน้ำ ผืนป่า มหาสมุทร ที่สอดประสานพลังให้กำเนิดสรรพสิ่งทั้งหลาย ข้าขอน้อมนำมาอวยชัยให้พรแก่เจ้าหญิงน้อยให้เจริญเติบใหญ่ด้วยร่างกายแข็งแรง มีความสุขในทุกย่างก้าว จิตใจเบิกบาน..”

แต่ทันใดที่ปลายนิ้วของนางฟ้าจรดลงบนหน้าผากทารกน้อย ก็ได้เกิดแสงสว่างวาบขึ้นในโถง เป็นแสงที่ต่างไปจากแสงตะวันจากด้านนอก หรือแสงเรืองของนางฟ้า มันเป็นแสงสีฟ้าสว่างที่ร้อนและเย็นในเวลาเดียวกัน สว่างขึ้นมาพริบตาเดียวก็มีความมืดสลัวเข้าแทนที่ ราวกับมีใครนำผ้าห่มยักษ์มาคลุมพระราชวังทั้งหลัง แล้วห้วงความมืดนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว ภายในห้องโถงสว่างด้วยแสงโคมไฟและดวงอาทิตย์อีกครั้ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แม้เหตุการณ์นั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ทุกคนก็สังเกตเห็น แม้แต่แขกวัยชราที่แอบงีบหลับยังสะดุ้งตื่นมาตกใจ มีเพียงองค์หญิงเท่านั้นที่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆทั้งสิ้น


นางฟ้าขยับเป็นคนแรก เธอลอยตัวถอยหลัง ก่อนที่จะละสายตาจากเจ้าหญิงแล้วมองพระราชาและราชินีสลับกัน

“พระอาญาไม่พ้นเกล้า” นางฟ้าถอนสายบัวในอากาศอีกครั้ง “ข้าเกรงว่าจะเป็นสัญญาณของสิ่งที่ไม่สู้ดีนัก”

“เมื่อครู่...เกิดอะไรขึ้น” ราชินีถาม

“หากหม่อมฉันจำไม่ผิด เมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว เกิดจันทรุปราคา หม่อมฉันต้องขอถามว่า องค์หญิงประสูติในช่วงเวลานั้นหรือไม่”

ราชินีทาเลียไม่ได้ตอบ แต่ใบหน้าตกตะลึงปนหวาดกลัวนั้นเป็นการยืนยันที่เพียงพอแล้ว

“เทพีดวงจันทร์ผู้สว่างนวลนั้นเป็นเทพที่มีเมตตาและเป็นผู้ให้พรแก่สรรพสิ่งบนผืนพิภพ แต่ช่วงการเกิดจันทรุปราคาเป็นเวลาที่ท่านเสพเครื่องดื่มอาหาร ผลัดเปลี่ยนเครื่องทรงและดื่มด่ำชื่นชมของที่ผู้บูชาท่านถวาย สิ่งมงคลใดๆที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นถือว่าเป็นของท่าน หม่อมฉันเสียใจเหลือเกินที่ต้องกราบทูลว่า องค์หญิงมีชะตาที่จะต้องถวายตัวแก่เทพีดวงจันทร์ ไม่ช้าก็เร็ว”

“หมายความว่าอย่างไร ไม่ช้าก็เร็ว” ราชินีถามเสียงสั่น

“หม่อมฉันบอกเวลาที่แน่นอนหาได้ไม่ เทพีดวงจันทร์มีบริวารน้อยใหญ่ด่างเพศต่างวัย ต่างสายพันธุ์นัก” นางฟ้าหุบปีกลงยืนกับพื้น “และเมื่อถวายตัวแก่เทพีแล้ว ก็จะต้องรับใช้เทพีตลอดไป”

“รับใช้?” พระราชาตวัดเสียง “ลูกสาวข้าจะไม่รับใช้ใครทั้งนั้น เจ้าเอาเรื่องอะไรมาพูด”

“พระอาญาไม่พ้นเกล้า สิ่งที่หม่อมฉันทูลเป็นความจริงทั้งสิ้น” นางฟ้ากล่าวด้วยเสียงหนักแน่น

“ข้าจะไม่ยอมเสียลูกไปเด็ดขาด” ราชินีกล่าว “มีวิธีไม่ให้เทพีดวงจันทร์พาลูกข้าไปได้ไหมนางฟ้า”

“วิหารแห่งดวงจันทร์คงจะช่วยองค์หญิงได้ นักบวชผู้บูชาเทพีดวงจันทร์โดยสละทิ้งทรัพย์สมบัติยศฐาบรรดาศักดิ์ ครองตัวบริสุทธิ์อยู่ภายในรั้ววิหารตลอดชีวิต อุทิศตนให้แก่การบูชาดวงจันทร์ หากเจ้าหญิงเข้าร่วมวิหารและบวชเมื่อเจริญวัยแล้ว เทพีอาจจะพอใจ ไม่พาตัวองค์หญิงไปยังภพของนางก็เป็นได้”

“พอได้แล้ว” พระราชาแคสเทลตวาด จนเจ้าหญิงตกใจร้องไห้จ้า แต่ก็ไม่ทำให้พระราชาหยุดต่อว่านางฟ้า “เหลวไหล เจ้ากล้าดียังไง มาสาปแช่งลูกข้าด้วยคำโกหกเช่นนี้ เทพีดวงจันทร์ เฮอะ ไร้สาระสิ้นดี ยังมีหน้ามาบอกให้ลูกข้าไปบวชเป็นชีในวิหารจอมปลอม”

“องค์ราชา” นางฟ้าวิงวอน “ข้าเพียงต้องการช่วย อย่างน้อยพระองค์ยังสามารถไปเยี่ยมและพบเจอเจ้าหญิงได้ที่วิหาร แต่ถ้าเทพีพาองค์หญิงไป พระองค์จะไม่ได้เจอกันอีกเลยนะเพคะ”

“หุบปาก” คราวนี้เป็นราชินีที่ตวาดขึ้นบ้าง โดยลืมปลอบทารกในอ้อมแขนไปชั่วขณะ แขกเหรื่อต่างมองหน้ากันด้วยความอึดอัด “ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าอยากได้ลูกข้าไปเป็นของตัวเองใช่ไหม เพราะเจ้ามีลูกไม่ได้ใช่ไหมเล่า เห็นว่าลูกข้าน่ารัก จึงจะลักไปด้วยเรื่องปั้นแต่งมาตบตาพวกเรา”

“หาได้ไม่องค์ราชินี” นางฟ้าตอบ

“ออกไปซะ” พระราชาสั่ง “ข้าเนรเทศเจ้าออกจากอาณาจักรซีรีคาลตลอดไป”

อันที่จริงแล้ว ถ้าจะพูดถึงพลังอำนาจเวทมนตร์ นางฟ้าย่อมมีมากกว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างพระราชา พระราชินีหรือเหล่าทหารที่กำลังเดินเข้าใกล้ หากเธอต้องการ นางฟ้าก็สามารถทำอันตรายแก่คนเหล่านี้ก็ได้ แต่เธอไม่ทำ เพราะเธอเป็นนางฟ้าแห่งอาณาจักร ราชวงศ์และประชากรซีรีคาล เธอจึงได้แต่ก้มหน้า สยายปีกและบินจากไป

 -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Credit

photo : Comfreak

theme : CHERMADA


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น