คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 3 : 2 : ราชินี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

2


ราชินีทาเลียอยากได้ลูกสาว

เจ้าชายไมเคิล ที่นางอุ้มท้องและเลี้ยงดูมาเป็นเวลาเกือบสิบปี เป็นลูกชายที่ดีเท่ากับที่นางเห็นจำเป็นสำหรับรัชทายาทแห่งราชวงศ์กัลเทน นางรักและภูมิใจในตัวเจ้าชาย ทุกก้าวย่างจากทารกสู่วัยเด็ก ราชินีทาเลียมอบความรัก การเอาใจใส่และการอบรมสั่งสอนในฐานะแม่ได้อย่างสมบูรณ์เท่าที่ผู้มีตำแหน่งราชินีจะทำได้

รัชทายาทที่มีร่างกายแข็งแรงและฉลาดเฉลียวอาจดูเพียงพอแล้วสำหรับอนาคตของอาณาจักร แต่มันไม่เพียงพอสำหรับเธอ ราชินีต้องการลูกเพิ่ม นางใฝ่ฝันการเลี้ยงดูลูกผู้หญิง  ฝันการมีนางฟ้าตัวน้อยๆในชุดระบายวิ่งเล่นในสวนดอกไม้ของวัง การถักผมยาวสลวยในแบบต่างกันในแต่ละวัน การเลือกชุดเสื้อผ้าและการตบแต่งใบหน้าของธิดาเมื่อถึงวัยสาว


แต่อย่าเข้าใจผิดว่าทาเลียอยากได้ลูกสาวเพราะความฝันสวยงามเท่านั้น นอกจากความเป็นแม่ นางยังเป็นราชินีของอาณาจักรที่ไม่ได้มีกองทหารใหญ่โต ยุทโธปกรณ์ในคลังแสงก็ไม่ได้ล้นเหลือ อาณาจักรใหญ่ๆในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งติดต่อค้าขายกันอยู่นัั้น นางเตือนตนเองอยู่เสมอว่าอาจจะเข้ารุกรานหรือกดขี่เอาเปรียบอาณาจักรและประชาชนของนางเมื่อใดก็ได้ การมีลูกชายนั้นดีสำหรับการสืบราชวงศ์ แต่การมีลูกสาวคือการเชื่อมสัมพันธ์และสร้างความมั่นคงทางทหารให้อาณาจักรโดยไม่ต้องเกณฑ์คนเพิ่ม

โชคไม่เข้าข้างราชินีเท่าใดนัก วัน เดือน ปี ที่ล่วงเลย ทำอย่างไรลูกคนที่สองก็ไม่มาให้ทาเลียชื่นใจได้เสียที  โอกาสที่นางจะตั้งครรภ์ลดหายลงเรื่อยๆ องค์ราชาได้นั้นถอดใจไปหลายปีก่อนแล้ว

“อะไรจะเกิด มันก็เกิด อะไรที่มันจะไม่เกิด ก็คงจะฝืนไม่ได้หรอก” พระราชากล่าวกับนาง

แต่นั่นก็ไม่ทำให้ราชินีล้มเลิกความพยายาม นางบำรุงรักษาร่างกาย ดื่มยากลิ่นฉุน ออกกำลังกาย และดึงพระราชาออกจากโต๊ะทำงานเท่าที่จะเป็นไปได้

 

ราชินีไม่ได้นับถือเทพเจ้าตามความเชื่อใดเป็นพิเศษ แต่นางก็อธิษฐานอยู่ทุกคืนต่อเทพเทวาหรือสิ่งเหนือธรรมชาติใดๆก็ตามที่ฟังเธออยู่

 คืนหนึ่งในช่วงกลางฤดูหนาว หลังจากที่พระราชาลุกขึ้นมาจากกองหนังสือ เขาได้มาปรึกษานางเรื่องความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในอก ความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดหาย ราชินีจึงใช้โอกาสนี้ลอบย้ำเตือนสิ่งที่พระราชาได้หลงลืมไป

 

            คืนนั้นทั้งสองร่วมอธิษฐาน ประสานเสียงร้องเพลงสวด หวังให้คลื่นเสียงส่งถึงเทพสวรรค์ ให้บันดาลบุตรสาวให้ทั้งสองเสียที 

เพียงไม่กี่เดือนถัดมา ราชวงศ์กัลเทน ก็ได้รับข่าวดี


            ราชินีตั้งครรภ์

 

            จากที่บำรุงรักษาร่างกายดีอยู่เดิมแล้ว ราชินีเขียนตารางภารกิจประจำวันที่เต็มไปด้วยสิ่งที่จะทำให้เด็กในท้องแข็งแรงสมบูรณ์ นางจะไม่ยอมให้มีความผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นเป็นอันขาด พระราชาผู้ยินดีกับข่าวนี้ไม่แพ้กัน ปรับตารางงานของตนเพื่อมีเวลาดูแลและรับอารมณ์ขึ้นลงของภรรยาที่กำลังท้อง แม้กระทั่งเจ้าชายที่ยังไม่เข้าใจความหมายของการมีน้องอย่างเต็มที่ ก็อดได้รับเชื้อความตื่นเต้นนี้มาด้วยไม่ได้  วันแล้ววันเล่าที่ไมเคิลเฝ้าดูและแนบหูเข้ากับท้องที่ขยายขึ้นของแม่ นับวันรอที่จะได้เห็นหน้าน้องตัวเล็ก ไมเคิลเชื่อว่าน้องจะต้องน่ารักและเป็นเจ้าหญิงที่เพรียบพร้อมที่สุดในโลก 

           

            เมื่อครั้งคลอดไมเคิล วันนั้นเป็นวันต้นฤดูใบไม้ผลิที่อากาศเย็นสบาย ราชินีที่ถูกห้อมล้อมหมอหลวงและพยาบาลมีความกังวลใจพอตัวเพราะเป็นท้องแรก นางเริ่มเจ็บครรภ์ตอนสาย ความเจ็บปวดนั้นเพิ่มความรุนแรงและความถี่จนกลายเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัสเมื่อเวลาเที่ยง ราชินีคิดว่าทุกอย่างนั้นคุ้มค่า เมื่อได้เห็นหน้าเจ้าชายตัวน้อยๆของนางและใบหน้าพอใจของผู้เป็นสามี

 ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ของปลายฤดูใบไม้ร่วง ราชินีรู้สึกถึงการบีบรัดที่จำได้ นางยังมีหมอหลวงและพยาบาลห้อมล้อมเช่นเคย แต่ความกังวลใจของนางต่างไป ด้วยอายุของนาง ทาเลียไม่แน่ใจว่าตนจะมีเรี่ยวแรงพอจะให้กำเนิดลูกน้อยหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น ลูกในท้องจะเป็นลูกสาวอย่างที่ฝันหรือที่ประกาศไว้จริงหรือเปล่า

 ในวันนั้นทั้งพระราชาและเจ้าชายไม่ได้ออกปฏิบัติราชการหรือร่ำเรียนวิชาตามปกติ ทั้งสองเฝ้ารออยู่ในโถงหน้าห้องบรรทมราชินี ทั้งสองพูดคุยไถ่ถามด้วยปนยินดีปนประหม่า ต่างลอบเหลือบมองประตูห้องเป็นระยะๆ รอคอยให้หมอหลวงเปิดประตูให้เข้าชมโฉมเจ้าหญิงองค์ใหม่

 

แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างบานกว้างเปลี่ยนจากนวลอ่อนเป็นจัดจ้า ทำองศาตั้งขึ้นเรื่อยๆ ประตูก็ยังไม่เปิดรับพ่อลูก สายแก่ก็แล้ว เที่ยงก็แล้ว พระราชาและเจ้าชายไม่สามารถคิดสิ่งใดมาคุยกันได้อีก ทั้งสองต้องสะดุ้งเป็นระยะเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของราชินีทาเลีย ทุกครั้งที่ได้ยิน เสียงของนางดังขึ้น ยาวขึ้นและรวดร้าวจนผู้ได้ยินรู้สึกหนาวสะท้านสันหลัง เสียงพูดฟังไม่ได้ศัพท์ของหมอหลวงและพยาบาลเองก็ดังขึ้นและวุ่นวายขึ้น เวลาล่วงเข้าบ่ายกว่า เสียงกรีดร้องปนสะอื้นของราชินีดังสะท้อนไปทั่ววัง พระราชา เจ้าชายและข้าราชบริพารด้านนอกห้องนั้น ก็ได้แต่สวดภาวนาให้ราชินีและลูกปลอดภัยเป็นเสียงเดียวกัน

 

ตกบ่ายแก่ เสียงของราชินีก็ค่อยๆเบาลงจนเงียบไป ก่อนที่พระราชาจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องนั้น หมอหลวงก็เปิดประตูออกมาก่อน

“หม่อมฉันถวายยานอนหลับให้องค์ราชินีก่อนเพคะ พระองค์ทรงล้ามาก ฝืนไปจะยิ่งเป็นอันตราย”

“แล้วมีเหตุอะไรที่ราชินียังไม่คลอด บอกข้ามา” พระราชาพูดเสียงต่ำ

“ช่อง…” หมอหลวงเหลือบตามองเจ้าชายวัยสิบขวบที่ยืนติดอยู่กับพระราชา “...ทางออกของทารกไม่กว้างพอเพคะ และดูเหมือนว่าทารกยังกลับตัวยังไม่ถึงในจุดที่พร้อมกำเนิด”

“โถ่ ทาเลีย” พระราชาแคสเทลถอนใจ เขาโอบลูกชายเข้าชิด

“องค์ราชา” หมอหลวงจำใจต้องเอ่ย “เราไม่สามารถปล่อยให้ราชินีต้องพยายามอีกต่อไปได้เพคะ ทรงฟื้นเมื่อไหร่ ก็จะต้องทำคลอดให้ทันที ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม เพียงแต่…”

“เพียงแต่อะไร หมอ” เป็นเจ้าชายที่ถามขึ้น

“เพียงแต่ เป็นไปได้ที่พระองค์จะต้องเลือก ระหว่างราชินีและเจ้าหญิง เพคะ”

พระราชาตาเบิกโพลง “ไม่ ข้าเป็นพระราชาแห่งอาณาจักรซีรีคาล ผู้ครองวังหลวงแห่งมหานครเลคีล ผู้สืบตระกูลจากเทพผู้สถิตย์ ณ ยอดเขารีคบิน ข้า พระราชาแคสเทล ฟิลิปป์ นาเอล กัลเทน ไม่ต้องเลือกอะไรทั้งนั้น พระราชินีจะต้องรอด ลูกข้าจะต้องรอด ไม่เช่นนั้นข้าจะขังเจ้าทุกคนในคุกใต้ดิน ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันไปจนตาย”


เสียงพระราชาก้องโถง หมอหลวงและข้ารับใช้ได้แต่ก้มหน้าเงียบ แคสเทลสูดหายใจลึก เขาหันไปหาลูกชายเมื่อรู้สึกถึงมือกระตุกชายเสื้อ ไมเคิลตาชื้น เขาขมวดคิ้วสายหน้าน้อยๆ

“นั่นไม่ใช่คำสั่ง ไม่มีใครต้องติดคุกทั้งนั้น” พระราชาประกาศ ก่อนที่จะพูดเสียงเบาจนมีเพียงหมอหลวงและไมเคิลที่ได้ยิน “ถ้าหากต้องเลือก ก็ให้ราชินีทาเลียเป็นผู้เลือกเถอะ ข้าเลือกไม่ได้จริงๆ”

“องค์ราชินี ได้เลือกแล้วเพคะ แต่ได้ตรัสว่า พระองค์ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกสิ่งใดขัดกับพระประสงค์พระราชาได้ จึงให้หม่อมฉันมาทูลถาม” หมอหลวงกล่าวแล้วเงยหน้าขึ้น “หม่อมฉันและพยาบาลทุกคนพร้อมใจถวายชีวิตแก่องค์ราชินีเพคะ พวกเราไม่หวังสิ่งใดมากไปกว่าพลานามัยอันสมบูรณ์ขององค์ราชินีและพระธิดา หม่อมฉันขอทูลลาไปถวายงานต่อเพคะ”

หมอหลวงถวายบังคมและเดินกลับเข้าห้องไป

 

เวลาพลบค่ำ อาหารที่ห้องเครื่องจัดถวายพระราชาไม่ถูกแตะ ตรงข้ามกับของเจ้าชายที่ถูกบังคับให้กินจนหมดโดยพระพี่เลี้ยง ตอนนี้ทั้งในและนอกพระราชวังเงียบลงจากตอนกลางวันมาก ร้านรวงต่างๆปิดการค้าขาย เด็กๆถูกกล่อมเข้านอน ปศุสัตว์ถูกต้อนเข้าคอก มีเพียงโรงเตี้ยมและร้านบริการเครื่องดื่มที่ยังให้บริการอยู่

 จันทร์เพ็ญไต่ขึ้นท้องฟ้า เจ้าชายมองตามผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ปล่อยความคิดล่องลอยจนเกือบเคลิ้มหลับ

ทันใดนั้นเสียงโอดครวญของราชินีก็ดังขึ้นอีกครั้ง

            เจ้าชายอยากจะปิดหู ราชินีที่เขารู้จัก แม่ของเขา มีน้ำเสียงอ่อนหวานและหนักแน่น อ่อนโยนและเด็ดขาด เหมือนแม่น้ำสายใหญ่ ไหลอย่างสงบนิ่ง ต่อเนื่องและเลี้ยงดูชีวิตสองฟากฝั่ง

หากแต่ตอนนี้เสียงนั้นกลายเป็นเหมือนสัตว์ติดกับดักนายพราน เสียงเล็บขูดกระดานดำ เสียงปลายตะปูลากบนโล่เหล็ก รวมเป็นเสียงเดียวกัน

ไมเคิลลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยกสองมือปิดหูแล้ววิ่งไปคุกเข่าหน้าบานหน้าต่าง เบื้องหน้าดวงจันทร์

“ได้โปรดเถอะ ช่วยแม่และน้องของข้าด้วย ช่วยให้แม่ไม่ต้องเจ็บปวด ขอให้น้องปลอดภัย ได้โปรดเถิดดวงจันทร์ ช่วยประทานพรให้แม่และน้องของข้าด้วยเถิด”

เจ้าชายรู้สึกถึงร่างใหญ่ที่มาคุกเข่าอยู่ข้างๆ สองพ่อลูกร่วมกล่าวคำวิงวอน ดวงตาจับจ้องแสงนวลที่แขวนนิ่งอยู่บนฟ้า


แต่ทันใดนั้น จันทร์ที่สว่างเป็นทรงกลมสมบูรณ์ก็เกิดสั่นไหวเบาๆ ริมขอบเกิดเรื่อเป็นสีแดงสนิม เงาโค้งสีดำกัดกินดวงจันทร์จากด้านล่าง พระราชา เจ้าชายและทุกคนในอาณาจักรที่มองท้องฟ้าอยู่นั้น ต่างตะลึงงันกับภาพที่เห็น เงาดำค่อยๆลามขยายบดบังแสงพระจันทร์จนเกือบมิด ทว่าเงาดำนั้นมีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์อยู่ เมื่อพาดทับเต็มที่ จึงเป็นเป็นวงแหวนสีนวลซ้อนแดงอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่เงานั้นจะเคลื่อนออกและหายไป ทิ้งให้จันทร์เพ็ญส่องราตรีอยู่เช่นเดิม

พระราชาหลุดจากภวังค์และรู้สึกถึงความเงียบจากห้องบรรทมราชินี หัวใจของเขาทั้งโลดและตกวูบในขณะเดียวกัน เขาไม่รู้ว่าความเงียบนี้หมายถึงอะไร

แต่เขารู้ว่าเขาทนรอไม่ได้อีกแล้ว

พระราชาพุ่งโพลงเข้าไปในห้อง เตรียมใจรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจรอเขาอยู่

 

แต่ตรงกันข้าม สิ่งที่เขาเห็นคือภรรยาของเขา ซีดเซียว เหงื่อชุ่ม เหนื่อยหอบ แต่ยังคงความงดงามเหนือหญิงใด นางเงยหน้ายิ้มให้เขาและก้มลงยิ้มให้กับก้อนผ้าน้อยๆในอ้อมแขน เหล่าหมอและพยาบาลแหวกทางให้ พระราชาเดินเข้าไปคุกเข่าที่ข้างเตียง ก้อนผ้าน้อยๆขยับกระตุก ส่งเสียงไม่ได้ศัพท์ออกมาหนึ่งคำราวกับร้องเรียก ราชินีเอียงก้อนผ้านั้นให้พระราชาได้ชม

“ทักทายพ่อสิจ๊ะ นางฟ้าน้อยของแม่” ราชินีเอื้อนเอ่ย

“ช่างน่ารักอะไรเช่นนี้” พระราชายื่นปลายนิ้วชี้สัมผัสแก้มลูกน้อยราวกำลังแตะฟองสบู่ เขาอยากจะหอม อยากจะกอดแต่ก็ไม่กล้า

“มานี่สิไมเคิล มาดูน้องมา” ราชินีเรียกลูกชายเมื่อเห็นว่าไมเคิลยืนรออยู่ที่ปลายเตียง เด็กชายปีนขึ้นอีกฝั่งเพื่อนั่งข้างแม่ ซึ่งทำให้ทาเลียเจ็บเล็กน้อยแต่นางก็ไม่สนใจ ราชินีเอียงทารกให้ไมเคิลชมและเห็นประกายของความรักและความหวงแหนต่อน้องสาวที่เกิดขึ้นทันทีในตาของพี่ชาย

“ทุกอย่างปกติดีใช่ไหม” พระราชาถามหมอหลวง

“เพคะ พระธิดามีร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์ หายใจได้คล่องแคล่ว เลือดลมไหลเวียนดี องค์ราชินีอาจจะต้องพักฟื้นนานสักหน่อย แต่คงกลับมาแข็งแรงอีกได้ไม่ช้าเพคะ”

พระราชาแคสเทลยิ้มกว้าง เขาลุกขึ้น จุมพิตทาเลียตรงหน้าผากและโอบกอดครอบครัวของเขาอย่างอ่อนโยนที่สุด

“ชีวิตของข้า ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

credit theme : CHERMADA


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น