คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 19 : 17 : อนาคตของซีรีคาล (ตอนจบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 ก.ย. 63

TB

17



            กว่าไมเคิลและชีน่าจะกลับถึงพระราชวังก็ดึกเสียแล้ว ทว่าข่าวการเดินทางกลับได้ล่วงหน้ามาก่อน เจ้าชายจึงเห็นห้องทรงงานของพระราชายังมีแสงสว่างอยู่ พนักงานคอกม้าหลวงมารับม้าของเจ้าชายและเจ้ากาเทาที่อิดโรยจากการเดินทางไป ก่อนที่เจ้าชายและชีน่าจะเดินเข้าไปในตัววัง

            “โชคดีนะ” ชีน่าเลี้ยวไปทางห้องของเธอ

            “เดี๋ยวสิ ไม่คิดจะช่วยข้าทูลอธิบายต่อเสด็จพ่อหรือไง” ไมเคิลท้วง

            “ข้าเต็มใจช่วยอยู่แล้ว ยินดีจะยืนยันให้ทุกคำ” ชีน่าหันกลับ “ข้าแค่นึกว่าเป็นเรื่องของครอบครัว จึงไม่อยากจะยื่นหน้าเข้าไป”

            “เจ้าก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว”

            “นี่ท่านจะมาขอข้าแต่งงานอีกแล้วเหรอ” ชีน่ายิ้มจมูกย่น

            “เจ้าอยู่ในวังมาตั้งแต่เล็ก ได้รับการสั่งสอนจากราชินีราวกับลูก แม่เจ้าเองก็สั่งสอนเจ้าหญิงอยู่หลายปี แล้ว-” เจ้าชายทวนคำพูดหญิงสาวในใจ “แสดงว่าตอนอยู่ในทะเลทรายเจ้าก็ฟังข้าอยู่สินะ”

            “ไม่ฟังท่านแล้วข้าจะฟังใคร ก็มีกันอยู่สองคน” ชีน่ายักไหล่ “เรารีบไปเข้าเฝ้ากันดีกว่า อย่าช้าพระราชาทรงรอนาน”

 

            เมื่อทั้งสองไปถึง พบพระราชานั่งอยู่ที่โต๊ะทรงงานขนาดใหญ่ ส่วนราชินีนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้บุนวมข้างหน้าต่าง สายตาจ้องมองพวกเขาเมื่อเดินเข้าห้องและถวายคำนับ ชีน่าคิดจะถอยหนีแต่ก็ไม่อยากทิ้งให้ไมเคิลรับพายุสองลูกอยู่คนเดียว

            “ได้เรื่องมาว่าอย่างไร ไหนว่ามาสิทั้งสองคน” ผู้เป็นแม่ถามขึ้นด้วยเสียงนุ่มเย็นจนเจ้าชายแปลกใจ เพราะคราวก่อนที่เข้าเฝ้า ทาเลียไม่เหลือสภาพการเป็นกุลสตรีชั้นสูงอย่างที่เป็นมาตลอด

            ไมเคิลเริ่มเล่าถึงการเดินทางและสิ่งที่พวกเขาค้นพบในทะเลทราย โดยมีชีน่าคอยเสริมเป็นช่วงๆ ทุกคำอธิบายที่นักบวชและนางฟ้าบอกมา เจ้าชายและหญิงสาวทูลทุกคำ ไม่ตกหล่น

            ความเงียบแสนอึดอัดเคลื่อนเข้ามาแทนที่อากาศในห้องทันทีที่เล่าจบ ทั้งเจ้าชายและชีน่าไม่กล้าขยับ ไม่กล้าหายใจ ราชินีสบตาพระราชาครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยว่า

           “ชีน่า เจ้าถูกพาไปเดินทางลำบากอยู่หลายวันคงเพลียมาก เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ ข้าให้คนเตรียมน้ำอุ่น สบู่และเครื่องหอม ทั้งจัดที่นอนรอเจ้าไว้แล้ว”

          ชีน่าเหลือบตามองเจ้าชาย “ขอบพระทัยยิ่งเพคะ” หญิงสาวถอนสายบัวแล้วออกจากห้องไป

         “เจ้ารู้ใช่ไหมว่าให้อยู่ต่อเพราะอะไร” พระราชาลุกขึ้นยืน

“หม่อมฉันก่อการกบฏด้วยการสั่งให้เหล่าขุนนางขัดพระราชบัญชาโดยตรงของพระราชา” เจ้าชายปั้นหน้านิ่งกลบความกลัว บังคับเสียงให้นิ่งที่สุด

          “เจ้ารู้ว่าโทษของกบฏคืออะไรใช่ไหม” พระราชาเดินย่างเข้าหา

          “โทษประหารพะยะค่ะ” ไมเคิลยืนตัวแข็ง

“รู้แล้วก็ยังทำ แถมยังกล้าบอกว่าจะขอรับโทษแทนเหล่าขุนนางด้วย อย่างกับว่าถูกประหารได้มากกว่าหนึ่งครั้ง”

“กระหม่อมไม่มีข้อแก้ตัวพะยะค่ะ” เจ้าชายมองตรง จ้องชั้นหนังสืออีกฝั่งหนึ่งของห้องด้วยไม่กล้าสบตาพระราชาหรือราชินี

“พ่อไม่เคยรู้สึกภูมิใจเช่นนี้มาก่อนเลย” แคสเทลตบมือลงบนบ่าไมเคิล เขย่าน้อยๆจนลูกชายตั้งตัวไม่ทัน “เจ้าไม่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำเหตุผลหรือบดบังความสำคัญของหน้าที่ความรับผิดชอบแม้ว่าตัวเองจะต้องเดือดร้อน มีความเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา

ไมเคิล ลูกรัก พ่อไม่มีอะไรจะสอนเจ้าอีกแล้ว วันหน้าเจ้าจะต้องเป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรซีรีคาลอย่างแน่นอน” 

เจ้าชายถอนใจ มองรอยยิ้มกว้างของพ่อแล้วก็อดลั่นหัวเราะออกมาไม่ได้

ราชินีลุกเดินเข้าสมทบ ทาเลียโอบกอดลูกชายแน่น “ดีใจที่ลูกกลับมาจ้ะ”

วันรุ่งขึ้น พระราชาสั่งหยุดการยิงปืนใหญ่ที่ยอดเขา เหล่าทหารที่ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่กลับลงมาอย่างปลอดภัยทุกนาย คำสั่งต่อไปคือการยกเลิกการเนรเทศนางฟ้าประจำอาณาจักร พระราชาให้ทหารม้าเร็วเดินทางไปเชิญนางฟ้ามาเพื่อสานสัมพันธ์กันใหม่ เจ้าชายได้บอกตำแหน่งวิหารตามที่ตนพบ

คำสั่งสุดท้ายคือจัดงานเฉลิมฉลองวันเก็บเกี่ยว

 

การเตรียมงานเป็นไปอย่างรีบเร่ง เพราะหลังจากที่เจ้าหญิงหายตัวไป ได้มีประกาศเลื่อนงานฉลองทุกชนิดออกไปอย่างไม่มีกำหนด ปกติแล้วการเตรียมงานนี้ใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือน ครั้งนี้มีเวลาแค่เจ็ดวันก่อนที่พระจันทร์เก็บเกี่ยวจะปรากฎ กระนั้นความรักเทศกาลนี้ของทุกคนก็ทำให้สามารถรวบรวมเครื่องปรุงอาหาร เตรียมโต๊ะเก้าอี้ ผ้าสี ดอกไม้ โคมไฟจัดแต่ง สร้างกองไฟ รวมทั้งเตรียมพลุได้ทัน เรื่องความบันเทิงนั้น จัดหาได้ทันเพียงแต่นักแสดงที่อยู่ในอาณาจักร ส่วนการเต้นรำภูติผี ราชินีมอบหมายให้ชีน่าเป็นผู้ควบคุมการแสดง

 

วันงานฉลองมาถึง ลมหนาวปีนี้มาเร็วกว่าปกติ ผู้คนที่มาร่วมงานแม้ต้องตัวสั่นกลางลานโล่ง แต่ก็มีใบหน้ายิ้มแย้ม ตื่นเต้นที่จะได้ชมการแสดงและทานอาหารอร่อย

ตะวันเลื่อนตกดิน แม้จะมีโคมไฟห้อยอยู่นับร้อย แต่บริเวณงานก่อนจุดกองไฟก็ดูอึมครึมเพราะท้องฟ้ามีเมฆหนาทึบ ซ่อนแสงจันทร์เพ็ญไว้มิด ทหารเป่าแตรสั้นเป็นสัญญาณ พระราชาเดินขึ้นยืนบนแท่นหน้ากองฟืน

“เราขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ที่ร่วมมือทำงานหนัก ดำรงตนเป็นพลเมืองที่ดีของอาณาจักรซีรีคาล ขอพวกท่านดำรงความดีต่อไปในปีหน้าและปีต่อๆไป เพื่อความสุขสบายและเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรซีรีคาล”

เหล่าประชาชนในงานปรบมืออย่างไม่แน่ใจ เพราะประโยคหลังที่พระราชาพูดมักเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มฉลองอย่างเป็นทางการ แต่แคสเทลยังดูเหมือนอยากพูดอะไรต่อ

“พวกท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมช่วงก่อนหน้านี้จึงมิให้มีการจัดเฉลิมฉลอง” พระราชากล่าวต่อ “พวกท่านส่วนใหญ่คงทราบว่าลูกสาวของเรา เจ้าหญิงของพวกท่าน ได้หายตัวไป แต่อาจจะไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไรและตอนนี้เจ้าหญิงอยู่ที่ไหน”

ราชินีและเจ้าชายยืนนิ่ง มองพระราชาเล่าความจริงของเจ้าหญิงให้ทุกคนในเมืองหลวงได้ฟัง แคสเทลใช้คำพูดที่ไม่ได้กล่าวโทษผู้ใด เพียงบอกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างย่อเหมือนกำลังสอนวิชาประวัติศาสตร์

“เราจึงใช้โอกาสนี้ สำหรับพวกเราทุกคนที่รักเจ้าหญิงและเป็นผู้ที่เจ้าหญิงรัก รำลึกถึงเจ้าหญิง งานรำลึกไม่ใช่งานอาลัย นี่เป็นงานฉลองที่เจ้าหญิงรักมากและคงอยากจะเห็นทุกคนมีความสุข สนุกไปกับครอบครัว เพื่อนฝูง อาหาร การแสดง ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและความอิ่มเอม

บัดนี้งานฉลองวันเก็บเกี่ยวได้เริ่มขึ้นแล้ว”

พระราชาจรดคบเพลิงลงที่กองฟืนแล้วเดินมาสมทบราชินีและเจ้าชาย ทั้งสองสัมผัสแขนแคสเทลคนละข้าง เพื่อสื่อถึงความชื่นชมในความกล้าหาญของการเปิดเผยใจให้คนมากมายได้เห็น จากนั้นพระราชาและราชินีได้เดินไปร่วมการทานอาหารในงาน ส่วนเจ้าชายเดินไปหาชีน่าที่กำลังจัดลำดับนักแสดงชุดแรกของคืน แถมยังยกไม้ยกมือย้ำท่าเต้นกับนักแสดง

“พอเถอะ ข้าเห็นพวกนางโดนเจ้าสั่งให้ซักซ้อมจนเหนื่อยแทน ไม่ลืมท่ากันหรอก”

ขณะที่เหล่าข้าราชบริพารที่เป็นนักแสดงชุดภูติผีถวายบังคมเจ้าชาย ชีน่าก็ยังไม่หยุดทำท่า “นี่เป็นการแสดงในความควบคุมของข้าครั้งแรก ข้าไม่ให้มีอะไรผิดพลาดหรอก”

หญิงสาวหันมองไปในงาน ไม่สนใจเจ้าชายที่ยืนกลั้นขำอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นว่าได้เวลาจึงส่งสัญญานให้นักดนตรีเล่นเพลงจังหวะช้าแล้วปล่อยนักแสดงออกไปเป็นแถว ชีน่ามองตามตาไม่กระพริบ ปากขมุบขมิบเหมือนกำลังบอกท่าต่อไป

“จริงจังขนาดนี้เชียวหรือ” ไมเคิลอดถามไม่ได้

“แน่นอน นี่เป็นงานสำคัญที่ราชินีทรงเชื่อใจข้าให้ทำเลยนะ ในเวลาจำกัดเสียด้วย” ชีน่าขมวดคิ้วเมื่อเห็นแขนที่ยืดด้วยองศาไม่เท่ากันเป๊ะของนักแสดง “สงสัยว่าทำไมถึงให้ข้าทำเองทั้งหมด ปกติข้าเป็นเพียงผู้ช่วย”

“เพราะปีต่อๆไปเจ้าก็ต้องเป็นคนทำ เริ่มทันทีจะเป็นอะไรไป”

“ท่านก็พูดเป็นเล่นไมเคิล” ชีน่าถอนใจ “เดิมทีก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ในวังตั้งนานแล้ว ที่อยู่ได้ต่อเพราะเป็นพระสหายของเจ้าหญิง ตอนนี้เจ้าหญิงไม่อยู่แล้ว จบงานนี้ก็คงต้องย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่เมืองท่า”

“เจ้าอยากอยู่ในอีกฐานะไหมเล่า”

ได้ยินดังนั้น ชีน่าจึงละสายตาจากการแสดงมามองไมเคิล เจ้าชายมองตอบด้วยรอยยิ้มในดวงตา

“ท่านอย่าล้อเล่นกับข้าแบบนี้อีกเลย ขอร้องล่ะไมเคิล” ชีน่ากลั้นน้ำตา

“ข้าไม่ได้ล้อเล่น” ไมเคิลช้อนมือหญิงสาวกุมไว้ “เสด็จพ่อเสด็จแม่ก็มิได้ขัดข้องที่ข้าจะขอเจ้า-”

“อย่าพูดออกมานะ” หญิงสาวตัดบท

“นี่เจ้ากำลังปฏิเสธข้างั้นเหรอ” ไมเคิลหน้าเสีย

“ข้ารู้ที่ของข้าไมเคิล” มือทั้งสองโดนจับไว้ ชีน่าจึงไม่สามารถซ่อนน้ำตาที่ไหลลงได้ “ข้าเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา เงินทองสมบัติก็ไม่ได้มากมาย ยิ่งรูปสมบัติแล้วก็ไม่มีไปอวดใครได้ ส่วนท่านเป็นเจ้าชายรัชทายาทสืบบัลลังก์ ท่านจะเลือกแต่งงานกับเจ้าหญิงรูปงามของอาณาจักรใดก็ได้”

“ไม่เอาแบบนั้นหรอก เดี๋ยวก็ได้เจอคนสวยแต่รูปแบบเจ้าชายอันเดรสอีก” ไมเคิลกลอกตา “ข้าอาจเลือกใครก็ได้ แต่ข้าไม่ต้องการใครก็ได้

ข้าต้องการเจ้า ผู้ที่ไม่เพียงอยู่เคียงข้าง ยังเป็นผู้เดียวที่ไม่เคยมองเห็นตำแหน่งของข้าก่อนที่จะเห็นตัวข้า เจ้าหญิงอาณาจักรอื่นอาจทำให้ความมั่นคงระหว่างอาณาจักรดีขึ้นก็จริง แต่เจ้าจะช่วยเตือนให้ข้าเป็นคนดีที่สุดที่เจ้าชายหรือราชาจะเป็นได้

ข้ารักเจ้า ชีน่า

เจ้ารักข้าหรือไม่”

ชีน่าไม่อาจโกหกหรือหลบเลี่ยงต่อไปได้ “รักสิ”

“ดังนั้นข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย” เจ้าชายทรุดตัว คุกเข่าลงหนึ่งข้างโดยไม่ปล่อยมือ “ชีน่า เจ้าจะแต่งงานกับข้าหรือไม่”

หญิงสาวพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าเท่านั้น

ไมเคิลลุกขึ้นยืน ประทับจูบลงบนริมฝีปากคนรัก

 

เมฆทึบแหวกตัวออก ดวงจันทร์เพ็ญส่องเรืองอาบทั้งสองกาย


-------------------------------------------------------------------------------------------

The End

-------------------------------------------------------------------------------------------

credit

photo :  Alex Andrews 

theme : CHERMADA



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น