คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 18 : 16 : คำตอบจากดวงจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.ย. 63

TB

16



ทรายละเอียดของเนินดูดเท้าทุกก้าวที่ย่ำเดิน ชีน่ากับไมเคิลปีนขึ้นได้ไม่เร็วนัก เมื่อถึงยอดสุดก็พบภาพมหัศจรรย์

ลำแสงประหลาดของดวงจันทร์พุ่งลงตรงกลางลานวงกลมที่ล้อมด้วยเสาหิน ลานนั้นเองก็ถูกล้อมด้วยอาคารหินขาวชั้นเดียว ข้างๆมีบ่อน้ำรูปหัวใจพร้อมต้นไม้ล้อมรอบดูไม่น่าจะมีอยู่กลางทะเลทรายเช่นนี้ได้ ตึกรามเตี้ยตั้งเป็นกลุ่มอยู่ในบริเวณอย่างไม่เป็นระเบียบนัก

ไมเคิลและชีน่ากึ่งก้าวกึ่งไถลลงจากเนินเข้าหาหมู่บ้านโดดเดี่ยวนั้น ผ่านกลุ่มตึกที่ไม่มีแสงตะเกียงหรือกองไฟ ไม่มีเสียงหรือการเคลื่อนไหวของคน พวกเขาจับมือกันเพื่อความอุ่นใจ เดินมุ่งสู่จุดที่ลำแสงจากดวงจันทร์ลงถึงพื้น


อาคารหินขาวยาวต่อเนื่องเกือบจรดกับเป็นวงกลม ทั้งสองเดินอ้อมจนเจอช่องเปิดอันนำไปสู่ลานกว้าง เสาหินสูงจำนวน 28 ต้นที่ล้อมอยู่ไม่ได้รองรับโครงสร้างใด โคนเสาสลักเป็นลวดลายอ่อนช้อยแบบโบราณ แผ่นหินด้านบนเป็นรูปโค้งย้อยม้วนลงสองข้าง เหนือขึ้นเป็นหินทรงกลมจำลองดวงจันทร์ โดยเล่นสีแทนรูปร่างดวงจันทร์ครบทั้งข้างขึ้นข้างแรม 

ผู้คนหลากหลายวัยจำนวนเกือบร้อยยืนเลียบผนังอาคาร ทิ้งระยะจากเสาหินซึ่งมีร่างในชุดคลุมยาวสีครีมยืนอยู่เสาละคน ต่างจ้องมองลำแสงจากดวงจันทร์ส่องลงแท่นบูชากลางลาน ซึ่งมีอีกหนึ่งร่างในชุดคลุมยาวสีขาวคุกเข่าอยู่ ไมเคิลเดาว่าคนเหล่านี้คงเป็นนักบวชและผู้นับถือดวงจันทร์ที่นางฟ้าได้กล่าวถึงไว้

เจ้าชายและหญิงสาวพยายามไม่ส่งเสียงขัดพิธีกรรมอะไรก็ตามที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ทันใดนั้นปลายลำแสงก็เคลื่อนออกจากแท่น พาดมายังจุดที่ไมเคิลและชีน่ายืนอยู่ แล้วก็ดับไป

ทุกคนในที่นั้นตวัดมองผู้มาเยือน ชีน่ากระชับมือไมเคิลเมื่อถูกสายตากว่าร้อยมองนิ่ง พวกเขาไม่รู้ว่าควรทักทายหรือควรรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดกันแน่

เพียงอึดใจ ทุกคนก็ละสายตาจากทั้งสอง หันไปพูดคุย ประคอง หยอกล้อกัน แล้วทยอยเดินผ่านทั้งสองไปยังช่องเปิดเพื่ออกจากลานกว้าง


ยกเว้นร่างในชุดคลุมขาว ที่ลุกขึ้นยืนตรงและเดินมาพูดด้วย

“ท่านคงเป็นไมเคิลและชีน่า” เสียงหวานทุ้มต่ำ ใบหน้าคมโครงหน้าชัดและชุดคลุมมีฮู้ดทำให้บอกได้ยากว่าเป็นชายหรือหญิง

“ทำไมท่านถึงรู้จักเรา” ไมเคิลกล่าว “น้องของข้าอยู่ที่นี่หรือ”

“หามิได้ น้องของท่านอยู่กับเทพีดวงจันทร์แล้ว” นักบวชเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์

“ท่านสื่อสารกับเจ้าหญิงได้หรือ” ชีน่าถามบ้าง

นักบวชหันมองเธอ “ไม่ได้หรอก ข้าเพียงแค่รับฟังคำของเทพีดวงจันทร์ เมื่อท่านอยากจะบอกอะไรเราเท่านั้น ไม่สามารถตอบกลับ หรือเรียกหา หรือคุยกับคนที่ถวายตัวไปแล้วได้”

“แล้วพอจะมีทางขอน้องของข้าคืนมาได้ไหม” ไมเคิลกล่าว

“มิได้ การถวายตัวถือเป็นถาวร ไม่มีใครมีสิทธิ์เอาสมบัติของเทพีมาเป็นของตัวเองได้”

“ถ้าเป็นการแลกเปลี่ยนล่ะ” ชีน่าวอน “ข้าจะขอถวายตัวรับใช้เทพีแทนที่เพื่อนของข้าได้ไหม”

“เทพีดวงจันทร์เลือกเครื่องบรรณาการด้วยตัวท่านเอง การเสนอหรือขอแลกเปลี่ยนนั้นเป็นไปไม่ได้ เชื่อเถิดว่าข้าได้พยายามหาทางทำเช่นนั้นหลายครั้งแล้ว” ดวงตาของนักบวชแสดงความเข้าใจความเจ็บปวด ราวกับเคยผ่านเหตุการณ์เดียวกันมาก่อน “เทพีดวงจันทร์มิได้อยู่ในมิติเนื้ออย่างพวกเรา ดวงจันทร์ที่ลอยอยู่ให้เห็นนั้นไม่ใช่ตัวท่าน แต่เป็นดังช่องทางในการประทานแสงสว่างแก่มนุษย์โลก เทพีดวงจันทร์มีตัวตนที่ไร้ร่างกายอยู่ในมิติอันว่างเปล่า บริวาร วิหารและสมบัติของท่านก็เช่นกัน”

“ไม่นะ” ชีน่ายกมือขึ้นปิดหน้า ซ่อนน้ำตาที่พรั่งพรู

“ไม่มีทางจริงเลยๆหรือ” ไมเคิลโอบไหล่ชีน่าเพื่อปลอบ ทั้งที่เขาเองก็รู้สึกโหวงในท้อง

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” นักบวชโค้งคำนับแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ทั้งสองยืนอยู่โดดเดี่ยว ชีน่าหมุนตัวเข้าซบอกไมเคิลผู้โอบกอดด้วยน้ำตา

“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป” คราวนี้เจ้าชายเป็นฝ่ายถาม

“ถ้าเป็นเรื่องของเจ้าหญิง พวกท่านทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว” เสียงอ่อนโยนกล่าวขึ้นจากด้านบนทำคนทั้งสองสะดุ้ง เมื่อหันไปมองเห็นเป็นหญิงสาวในชุดกระโปรงสีฟ้านั่งอยู่บนยอดเสาหิน ปีกใสคล้ายแมลงปอขยับขึ้นลงช้าๆ

“นางฟ้าแห่งอาณาจักรซีรีคาล” ไมเคิลทักด้วยความประหลาดใจ

“ข้าไม่ใช่นางฟ้าของอาณาจักรไหนทั้งนั้น พ่อของท่านเนรเทศข้าแล้ว” ร่างผู้ใหญ่ในความสูงเด็กห้าขวบเชิดจมูก “ทำไมคนโอหังจึงไม่มาด้วยตัวเองเล่า ข้านับรอวันที่จะพูดกับเขาว่า ข้าบอกเจ้าแล้ว มานานมากเหลือเกิน”

เจ้าชายพูดไม่ออกด้วยโกรธที่นางฟ้าต่อว่าเย้ยเยาะบิดาของตน

แต่ยิ่งโกรธไปกว่านั้น คือเพราะนางฟ้าไม่ได้พูดผิดเลยสักคำ ซึ่งยิ่งจี้ใจดำของพี่ชายที่เพิ่งถูกบอกอย่างชัดแจ้งว่า ไม่มีทางจะได้น้องสาวคืนมาตลอดกาล

เขาโทษนางฟ้าในความทุกข์ของตัวเองไม่ได้เลย เขาทำตัวเองทั้งหมด

“ไม่ใช่ความผิดท่านหรอก เจ้าชาย” นางฟ้ากล่าวราวอ่านใจของไมเคิลออก เธอลงจากยอดเสามาบินอยู่ในระดับสายตา “ไม่ใช่ความผิดใครเลย ไม่ว่าจะเป็นพระราชา ราชินีหรือชีน่า”

“ท่านรู้ชื่อข้าได้ยังไงหรือ” ชีน่าถาม เธอมั่นใจว่าไม่เคยได้พบนางฟ้ามาก่อน

“คิดว่าข้าจะน้อยอกน้อยใจพระราชาจนไม่สนใจใยดีพวกท่านเลยอย่างนั้นหรือ” นางฟ้ายิ้ม “ข้าคอยแวะเวียนไปมองดูพวกท่านอยู่เรื่อยๆ จึงสามารถบอกได้ว่าการที่เจ้าหญิงถูกพาตัวไป ไม่ใช่ความผิดของใครเลย

แต่เป็นความพลาดของทุกคน

พลาดที่ไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับชะตาสภาพของเจ้าหญิง พลาดที่แสดงความหวังดีโดยกรอบความคิดของตัวเอง”

ชีน่าและไมเคิลนิ่งเงียบ ความคิดล่องอดีตทบทวนความทรงจำ

“ยอมรับเถิดว่า อนาคตของพวกท่านจะมีเจ้าหญิงอยู่ด้วยในรูปแบบของความทรงจำเท่านั้น

เพียงแต่ท่านจะเลือกจำนาทีที่เจ้าหญิงจากไป

หรือจะจำ 16 ปีแห่งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การผจญภัย ความงาม ความตื่นเต้นและความรักที่มีร่วมกัน”

“ข้าเข้าใจ แต่ว่าข้าไม่ทำอะไรเลยไม่ได้หรอก” เจ้าชายยืนกราน

“สิ่งที่เจ้าชายทำได้คือการดูแลผู้ที่ยังอยู่บนโลกนี้กับท่าน พระราชา ราชินี ประชาชนอาณาจักรของท่าน” นางฟ้ายิ้ม กระพือปีกบินสูงขึ้นแล้วกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะหายไปว่า “และห้ามลืมคนใกล้ตัวของท่านล่ะ”

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

credit

photo : pixabay

theme : CHERMADA


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น