คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 16 : 14 : ความรู้สึกที่ห้ามไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ก.ย. 63

TB

14



          ฟ้ายังไม่ทันใกล้สาง ไมเคิลยกสัมภาระแขวนกับบังเหียนม้าคู่กาย

          “แล้วม้าของเจ้าล่ะ” เจ้าชายถามเมื่อเห็นชีน่าเดินแบกกระเป๋าเข้าหา

          “ข้ามีม้าเสียที่ไหนเล่า คิดว่าจะมาหาเอาที่นี่” หญิงสาวยืนเอียงด้วยน้ำหนักข้าวของสำหรับเดินทางไกล “อีกอย่างม้าคอกทั่วไปวิ่งไม่ทัน มีกำลังมีความอดทนไม่เท่าม้าหลวงหรอก”

          “ม้าในพระราชวังจะเอาไปใช้สุ่มสี่สุมห้าไม่ได้หรอก เจ้าก็น่าจะรู้นี่ หากถูกเรียกใช้แล้วไม่พร้อมจะเดือดร้อนกันไปหมด”

          “ใช่ ข้ารู้” ชีน่าเดินผ่านไมเคิลเข้าไปด้านใน “ข้าเลยจะเอาเจ้ากาเทาไป ยังไงก็ไม่ถูกเรียกใช้อยู่แล้ว”

          หญิงสาวยืนตรงหน้าคอกม้าส่วนพระองค์ของเจ้าหญิง เงาร่างสีมัวยืนตะคุ่มอยู่ติดผนังด้านในสุด

“กาเทาไม่ยอมให้ใครขี่นอกจากเจ้าหญิง” ความเจ็บแล่นปลาบในอกเมื่อพูดถึงน้องสาว

ชีน่าไม่สนฟัง เธอบรรจงเปิดกลอนคอกแล้วเดินเข้าไป

อาชามองผู้บุกรุกอย่างไม่ไว้ใจ ย่ำขาหน้าสลับกัน ส่ายหัว สะบัดแผงคอและปัดหาง

“ถอยออกมาชีน่า” ไมเคิลกระซิบเตือนจากข้างหลัง

ชีน่าก้าวเข้าใกล้กาเทาจนรู้สึกถึงลมหายใจของเจ้าม้าหนุ่ม เธอจ้องดวงตามันขลับ “กาเทาเอ๋ย เจ้าคงสงสัยและหงุดหงิดที่ไม่ได้วิ่งเล่นกับนายของเจ้ามานาน ข้าเสียใจที่ต้องบอกว่านายของเจ้าถูกเทพีดวงจันทร์พาตัวไป ข้ากับเจ้าชายจะออกเดินทางเพื่อพาเจ้าหญิงกลับมา ระยะทางไกลเกินกว่าที่ข้าจะไปได้บนสองขา จึงขอวานให้เจ้ารับข้าเป็นภาระบนหลังเจ้าสักนิดแล้วพาข้าไปหาเจ้าหญิงเถิด”

บอกได้ยากว่ากาเทาเข้าใจตามที่พูดหรือยินยอมให้กับความมุ่งมั่นของชีน่า กาเทาก้มหัว หยุดยืนนิ่ง ยอมให้หญิงสาวยกบังเหียนและอานลงสวม แขวนสัมภาระและขึ้นขี่

เจ้าชายตะลึงกับสิ่งที่ไม่เคยมีใครเคยทำได้ ยิ่งเป็นชีน่าผู้ไม่ชอบม้าด้วย เขามองหญิงตรงหน้าที่เขามักจะมองเป็นเด็กแก่นแก้วผู้คอยติดสอยห้อยตามน้องสาวอยู่เสมอ กลายร่างเป็นสตรีเต็มวัยผู้งามสง่า ชีน่าบังคับกาเทาเดินออกไปด้านนอก ไมเคิลจึงรีบขึ้นม้าของตนตามเธอไป

กว่าพระราชาและราชินีตื่นขึ้นมาเห็นจดหมายที่เจ้าชายทิ้งไว้ ทั้งสองก็เกือบพ้นเขตเมืองหลวงไปแล้ว

 

เส้นทางลงใต้เป็นแถบพื้นที่เนินเขาเตี้ย ความสูงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างนุ่มนวล บางช่วงเป็นผืนป่าโปร่งอันเป็นที่อยู่ของสัตว์เล็ก แถบตอนกลางของอาณาจักรซีรีคาลอาจไม่มีอันตราย แต่เป็นภูมิประเทศที่พิศวง บางที่มีลักษณะเหมือนอีกที่จนทำให้สับสนว่าเป็นจุดเดิมหรือจุดใหม่ บางที่เพียงเดินไปเล็กน้อย ภูมิทัศน์ก็เปลี่ยนไปราวอยู่คนละฟาก นักเดินทางผู้ไม่ชำนาญเสียเวลาหลงอยู่หลายต่อหลายครั้งแล้ว

แต่เจ้าชายรู้ว่าทางที่ดีที่สุดคือตามแม่น้ำสายหลักของอาณาจักรลงไปจนกว่าจะพบเมืองรอง แม้บางช่วงเส้นทางจะออกห่างแม่น้ำหรือผ่านป่าทึบ เขาก็สามารถกลับไปยังทางเลียบแม่น้ำได้ ด้วยเจ้าชายเดินทางปฏิบัติหน้าที่ที่เมืองรองและเมืองท่าเป็นประจำจึงใช้เส้นทางนี้บ่อย


ตกเย็นทั้งสองก็เดินทางถึงกระท่อมกึ่งหินกึ่งไม้ที่ตั้งอยู่ระหว่างต้นสนใหญ่ อันเป็นจุดบอกครึ่งทางระหว่างเมืองเลคีลและเมืองรอง สร้างไว้ตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครจำได้ มันทำหน้าที่เป็นที่ค้างแรมชั่วคราวสำหรับใครก็ได้ที่ผ่านมา คนทั้งคู่ปลดสัมภาระและอานลงจากม้าของตน ชีน่าจูงพวกมันไปที่ลานหญ้าและแบ่งผลไม้ของตนให้พวกมันกิน ส่วนเจ้าชายหยิบถังไปตวงน้ำจากแม่น้ำมาเทลงรางให้ม้าดื่ม

ไมเคิลเหลือบมองชีน่าแต่ก็คิดเรื่องที่จะพูดด้วยไม่ออกจึงมองหนี ชีน่าเองก็ลอบมองอีกฝ่ายแต่ก็ปิดปากเงียบ ตลอดทางที่ขี่ม้าเคียงคู่กันมาทั้งวัน พวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรมากไปกว่าเรื่องเส้นทาง สภาพอากาศและช่วงไหนควรจะให้ม้าพัก

เมื่อจัดการจูงม้าไปพักในคอกแล้ว ทั้งสองจึงเข้าไปหลบลมหนาวในกระท่อม จุดไฟเตาผิงแล้วเตรียมมื้อเย็น

“ถ้าข้าบอกอะไรบางอย่างกับท่าน ท่านจะโกรธไหม” ชีน่าพูดขึ้นก่อน เธอนั่งพับเพียบบนพื้นหิน วางกระทะเล็กบนฐานกองไฟ ใช้ส้อมเขี่ยไส้กรอกกับหัวมันหั่นเป็นแท่งไปมา

“ลองบอกมาก่อนก็ได้” เจ้าชายนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ใกล้ประตู

“ข้าโมโหมากเลยตอนนี้”

“เจ้าโมโหใคร”

“โมโหเจ้าหญิง” ชีน่าทิ่มมันเพื่อดูความสุกแรงกว่าที่จำเป็น “ข้าโมโหที่ความรักของข้าที่มีต่อเจ้าหญิง เพื่อนสนิทผู้เป็นเหมือนน้องสาวที่โตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันเกือบทุกฝีก้าว กลับจากกันไปง่ายๆแบบนั้น ไม่มีคำลา ไม่มีคำอธิบาย ครั้งสุดท้ายที่เจอกัน ข้ายังเห็นเจ้าสาวที่งดงามดังนางสวรรค์ ยิ้มแย้มท่ามกลางคนที่เธอรัก ไม่ทันข้ามวัน กลับหนีหายไปเสีย เหมือนกับข้าไม่มีความหมายอะไรแม้แต่น้อย

ทุกอย่างที่ข้าทำให้เจ้าหญิง มันไม่เคยเพียงพอเลยหรอกหรือ”

เมื่อเจ้าชายไม่ได้ตอบ เธอจึงพูดต่อ

“ข้ารู้ว่ามันบ้าที่คิดอย่างนั้น รู้ว่าไม่มีเหตุผลที่จะโมโห แน่นอนว่าข้าไม่มีสิทธิ์รู้สึกเช่นนั้น เพราะเจ้าหญิงถูกพาตัวไป ไม่ได้จากไปเอง หากแต่พยายามเท่าใดความรู้สึกนี้ก็ไม่หายไปสักที จนข้าโมโหตัวเองที่โมโหเจ้าหญิง โมโหตัวเองที่อ่อนแอ ไร้ประโยชน์ ปกป้องเพื่อนไม่ได้”

หญิงสาวปาดน้ำตา กระนั้นเจ้าชายก็ยังไม่ส่งเสียงใด

“ท่านคงโกรธข้าสินะ” ชีน่าก้มหน้า ไม่กล้าหันมองอีกฝ่าย “ท่านจะต่อว่าด่าทอข้าก็ได้ แต่ช่วยพูดอะไรทีเถอะ อย่าเงียบต่อไปเลย”

เจ้าชายเดินมาหยิบกระทะออกจากกองไฟก่อนที่ไส้กรอกกับมันจะไหม้ “ที่เงียบไป ข้าไม่ได้โกรธหรอก”

            ชีน่าสบตาไมเคิล ไม่ปรากฎความขุ่นเคืองใดๆบนหน้าเจ้าชาย

            “ข้าก็คงต้องสารภาพว่ารู้สึกไม่ต่างไปกับเจ้า” ไมเคิลนั่งลงบนพื้นหน้าเตาผิง “มากไปกว่านั้น ข้ารู้สึกผิดที่ไม่ยืนยันที่จะคงมาตรการป้องกันไม่ให้น้องเห็นฟ้า รู้สึกผิดที่บกพร่องในหน้าที่ฐานะพี่ชาย แม้ตอนนี้ที่ข้ากำลังออกมาพยายามช่วยน้อง ใจก็ยังถูกกัดกินด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่ดูแลเสด็จพ่อเสด็จแม่ ทั้งยังทิ้งการงานความรับผิดชอบออกมาแบบนี้ ข้าเป็นเจ้าชายที่ไม่ได้เรื่องสักนิด”

            “ท่านคิดผิดแล้วไมเคิล” ชีน่าพูดขัด “การที่ท่านพยายามตามหาเจ้าหญิงเป็นการทำหน้าที่ของเจ้าชายอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะหากเลือดเนื้อของตนเองยังไม่ช่วย ประชาชนของท่านคงไม่วางใจจะให้ดูแลพวกเขาหรอก”

            “ขอบใจมากนะ” ไมเคิลยิ้ม “ข้าจะตอบแทนคำปลอบของเจ้าด้วยคำพูดนี้

ความรักของเจ้าที่มีต่อน้องข้านั้นมากยิ่งกว่าเพียงพอ อย่าให้เหตุการณ์เลวร้ายเหตุเดียวลบเลือนเรื่องราวและความรู้สึกดีๆที่พวกเจ้าเคยมีให้กัน หากน้องไม่มีเจ้า ก็คงจะไม่เติบโตเป็นคนที่สดใส เฉลียวฉลาด กระฉับกระเฉงอย่างที่เป็นหรอก”

ไมเคิลจ้องมองหน้าหญิงสาว แพขนตาและแก้มยังคงเปียกไปด้วยน้ำตา แต่ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ เขาเอนเข้าหาเมื่องเห็นตัวชีน่าเอนเข้าใกล้

หญิงสาวตวัดแขนโอบลำตัว วางหัวบนไหล่ของเจ้าชาย “ใช่แล้วล่ะ ขอบคุณที่เตือนใจนะ”

 

คืนนั้นชีน่านอนบนเตียงในกระท่อม ส่วนเจ้าชายปูผ้านั่งพิงกำแพงอยู่ด้านนอก ทั้งคู่หลับไปในคืนที่เงียบสนิท มีเพียงดวงจันทร์คอยเฝ้ามอง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

credit 

photo :  Reinhold Silbermann

theme : CHERMADA


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น