คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 13 : 12 : ของขวัญวันมงคล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ก.ย. 63

12



            เจ้าหญิงถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ห้องเครื่องเตรียมชุดอาหารเช้าเล็กๆพร้อมเครื่องดื่มหอมกรุ่น ซึ่งเจ้าหญิงก็ทานหมดด้วยรอยยิ้ม 

ในวันธรรมดาแล้วเจ้าหญิงอาบน้ำคนเดียว แต่ในโอกาสนี้ราชินียืนยันว่าต้องมีผู้ช่วยขัดถูและลูบไล้ยาบำรุงผิวหนัง ชีน่าจึงได้รับบทบาทนี้คนเดียวตามประสงค์ของเจ้าหญิง สบู่และเครื่องหอมชั้นดีได้ถูกผสมอยู่ในอ่างน้ำอุ่นรอไว้เรียบร้อย เจ้าหญิงปลดชุดคลุม ก้าวลงแช่ทันทีเมื่อข้าราชบริพารอื่นออกไปจากห้องอาบน้ำแล้ว ชีน่าก็ลงสบู่บนฟองน้ำแล้วเริ่มงานที่ได้รับมอบหมายทันที เจ้าหญิงรู้สึกขันที่เพื่อนสนิทมาปรนเปรอถึงขนาดขัดให้ถึงปลายเท้า จึงอดไม่ได้ที่จะตีน้ำใส่

“นี่แหนะฮูกน้อย” ชีน่าลูบฟองสบู่ออกจากหน้า “ทำตัวดีๆหน่อยสิ จะเป็นเจ้าสาวแล้วนะ”

“แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นสักหน่อย” หญิงสาวหัวเราะ “ตอนนี้เรายังเป็นฮูกน้อยอยู่ แล้วชีน่าก็ยังเป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกัน วิ่งเล่นด้วยกัน สำรวจทางลับด้วยกันนี่” เจ้าหญิงกวักน้ำสาดใส่เพื่อนที่อยู่ในชุดเครื่องแบบพนักงานในวังเต็มยศ

“หยุดเลยนะ เราไม่ได้มีชุดมาเปลี่ยน” ชีน่ากระโดดหลบ ยืนเท้าเอวอยู่นอกรัศมีน้ำ “มัวแต่เล่นเดี๋ยวน้ำก็เย็นหมด แล้วก็จะเป็นหวัดไข้ขึ้น อยากเป็นน้ำมูกไหลต่อหน้าว่าที่สวามีรึไง”

“ไม่อยากหรอก” เจ้าหญิงงอขานั่งกอดเข่าก้ม ทอดสายตามองมุมห้อง “แต่พอหมดวันนี้เราก็จะเล่นกันแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว”

ชีน่ามองร่างน้อยๆในอ่างอาบน้ำ ร่างเปลือยเปล่ายิ่งทำให้ดูตัวเล็กจนแทบจะจางหางไป

ฟองน้ำชุ่มสบู่บินพุ่งมาชนหน้าเจ้าหญิง กว่าเธอจะตั้งตัวได้ ชีน่าก็เปลื้องเครื่องแบบแล้วโดดลงนั่งในอ่างอาบน้ำฝั่งตรงข้าม น้ำอุ่นล้นกระฉอกออกเลอะพื้นห้องเป็นวงกว้าง หญิงสาวทั้งสองเริ่มกวักน้ำใส่กัน ตีฟองใส่กัน เตะแข้งหยอกกันในน้ำ ทั้งคู่หัวเราะร่ากับการเล่นไม่สมวัย

“เจ้าหญิงเพคะ ช่างเครื่องทรงและช่างแต่งเกศาพร้อมแล้วเพคะ” ข้าราชบริพารหญิงกล่าวจากนอกประตู หญิงสาวทั้งสองยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลบเสียงหัวเราะ แล้วสบตากันเหมือนเด็กซนถูกจับได้

ชีน่ารีบลุกออกจากอ่างอาบน้ำก่อน รีบเช็ดตัว สวมเสื้อผ้าแล้วจัดการช่วยล้างสบู่ เช็ดตัว เช็ดผมพอหมาดและพรมน้ำปรุงให้เจ้าหญิง

“หมดหน้าที่แล้วนะ เดี๋ยวเราก็ต้องไปแต่งตัวเหมือนกัน เจอกันอีกครั้งตอนตั้งขบวนนะ” ชีน่ากางเสื้อคลุมแพรสีขาวให้เจ้าหญิงสอดมือสวม

“จ้ะ แล้วค่อยเจอกัน” เจ้าหญิงผูกชุดคลุมปิดด้านหน้า “อยากเห็นชีน่าแต่งชุดสวยเร็วๆจังเลย”

“อ้อ อีกอย่างหนึ่ง” ชีน่าล้วงหยิบกล่องสีนวลขนาดเล็กกว่าฝ่ามือออกมาจากกระเป๋ากระโปรง “สุขสันต์วันเกิด”

เจ้าหญิงสบตากับเพื่อนแล้วรับมา เธอแกะโบว์สีม่วงอ่อนออก ภายในเป็นจี้รูปจันทร์เต็มดวงสีเทาอมฟ้า

“สวยจังเลยชีน่า ขอบคุณมากนะ” เมื่อเจ้าหญิงเงยหน้าขึ้น เห็นเพื่อนชูจี้อีกอันที่มีสีเดียวกันแต่เป็นรูปจันทร์เสี้ยวขนาดใหญ่กว่า

“สองอันรวมกันได้แบบนี้” ชีน่าหยิบสองชิ้นประกบเข้าด้วยกัน จี้จันทร์เสี้ยวโอบล้อมจันทร์เต็มดวงดวงเล็ก ประกอบเป็นจันทร์เพ็ญดวงใหญ่

“ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไร ไม่ว่าพวกเราจะอยู่ที่ไหน เราก็ยังคงเป็นเพื่อนรักกันตลอดไปนะ” ชีน่าแตะหน้าผากตนกับเจ้าหญิง

เสียงเคลื่อนโต๊ะเก้าอี้ด้านนอกดังขัดจังหวะ ทั้งสองผละออกจากกันแล้วเดินออกจากห้องอาบน้ำ เหล่าช่าง พนักงาน ข้าราชบริพารหญิงยืนรอกับเป็นกองทัพย่อมๆ ต่างถืออุปกรณ์เครื่องมือเครื่องทรง เตรียมเปลี่ยนเด็กสาววัยสิบหกปีให้กลายเป็นเจ้าสาวที่คู่ควรแก่เจ้าชายจากอาณาจักรมหาอำนาจ

 

พระอาทิตย์เคลื่อนจนเกือบจะตรงหัว ขบวนรถลากฉลุลายปิดทองทอดยาวบนถนนหน้าพระราชวังเรียบร้อย ปิดหัวท้ายด้วยทหารม้าในเครื่องแบบงานพระราชพิธี แผงคอและขนหางเหล่าอาชาถูกหวีแปรงและตกแต่งด้วยริบบิ้น แถวม้าถูกจัดเรียงให้เดินเป็นคู่ ยกเว้นตัวที่อยู่หน้ารถคันลากแรกที่เดินเดี่ยว เพราะเป็นม้าทรงของเจ้าชายไมเคิล ประชาชนต่างมารอยลโฉมเจ้าหญิงในชุดเจ้าสาว ยืนรอเรียงรายสองข้างทางยาวจากหน้าพระราชวังไปถึงโบสถ์หลวงที่เจ้าชายอันเดรสและเหล่าราชวงศ์อาณาจักรสโตเควัสรออยู่ พระราชา ราชินีและสมาชิกราชวงศ์กัลเทนทยอยขึ้นรถลากตามลำดับของตน

เสียงโห่ร้องอวยพรต้อนรับดังขึ้นทันทีที่เจ้าหญิงปรากฎตัวที่ประตูโถงใหญ่ของวัง ผมยาวถูกม้วนเก็บเป็นมวยสูง มงกุฎมุกถูกผ้าคลุมหน้าบางยาวทับอีกชั้นหนึ่ง ชุดท่อนบนเป็นเสื้อผ้าลูกไม้ละเอียดสีขาวคอสูง กระดุมหน้าแถวชิด ลูกไม้ช่วงแขนแบบโปร่งยาวถึงข้อมือ ช่วงเอวเป็นผ้าสีขาวโอบพอดีทรง กระโปรงสุ่มบานออกยาวคลุมเท้า ชายด้านหลังลากยาวประมาณหนึ่งเมตร

เจ้าหญิงเหลือบมองไปยังทิศที่โรงม้าหลวงตั้งอยู่ คิดถึงเจ้ากาเทาที่คงยืนเหงา ยืนอึดอัดอยู่ในคอก ยกเว้นม้าทรงส่วนพระองค์ของพระราชา ม้าหลวงตัวอื่นๆมีหน้าที่ในขบวนทั้งหมด กาเทาได้รับการยกเว้นด้วยความพยศไม่ยอมให้ใครขี่นอกจากเจ้าของ หญิงในชุดเจ้าสาวหันมองตรงแล้วออกเดินขึ้นรถลากพร้อมด้วยชีน่าที่ในชุดยาวสีครีมที่คอยช่วยจัดและยกกระโปรงสุ่ม

ขบวนรถม้าค่อยๆเคลื่อนตัว เจ้าหญิงมองใบหน้ายิ้มแย้มสองข้างถนน เธอตอบรับด้วยรอยยิ้มและโบกมือทักทายตลอดทาง

ชีน่าก็มองเพื่อนตลอดทางเช่นกัน เธอรู้สึกได้ถึงความขุ่นมัวภายใต้หน้ากากแจ่มใส ความหนักอก ความไม่สบายใจ ช่วงหลังมานี้ชีน่าพยายามให้เจ้าหญิงเปิดใจแต่ไม่เป็นผล จะขอให้ไมเคิล พระราชาหรือราชินีช่วยก็ไม่มีใครรู้สึกเหมือนเธอ จึงไม่รู้ว่าจะช่วยเพื่อนอย่างไร ได้เพียงแค่หวังว่าเป็นเพียงตนเองที่ติดมากและทุกอย่างจะดีขึ้นด้วยตัวเอง

 

รถลากของเจ้าหญิงถึงโบสถ์หลวง ผู้โดยสารของคันอื่นๆได้ลงและเดินเข้าภายในไปเรียบร้อย เจ้าหญิงก้าวลงเมื่อพนักงานเปิดประตูให้ ยิ้มทักทายประชาชนที่มารอเฝ้าสองด้าน กระชับช่อดอกไม้ในมือแล้วเดินขึ้นขั้นบันไดหน้าโบสถ์โดยมีชีน่าเดินตามหลัง เด็กหญิงชายเชื้อพระวงศ์ในชุดน่ารักยืนต่อแถวคอยอยู่หน้าประตูไม้โบราณ เพลงบรรเลงดังขึ้นจากด้านในพร้อมกับที่ทหารด้านหน้าดันประตูเปิดออก เก้าอี้สองฝั่งทางเดินโบสถ์แน่นไปด้วยแขกเหรื่อ เชื้อเจ้า ขุนนางและคุณหญิงจากสองอาณาจักรที่กำลังจะเกี่ยวดองกันด้วยการอภิเษก ทุกคนลุกขึ้นยืนต้อนรับเจ้าสาว มองตามทุกฝีก้าวจนถึงแท่นพิธีด้านหน้า

“องค์หญิงสวยมากเลย” เจ้าชายอันเดรสกล่าวเมื่อเจ้าหญิงเดินถึง ดวงตาสีฟ้าอ่อนเป็นประกาย ผมปัดเสยด้านหลังเช่นเดียวกับวันงานเปิดตัวของเจ้าหญิง แต่วันนี้เขาอยู่ในชุดพระราชพิธีเต็มยศ

เจ้าหญิงกล่าวขอบคุณด้วยไม่มีสิ่งใดจะพูดมากกว่านั้น พิธีการเป็นไปตามที่ซักซ้อมไม่มีติดขัด ทั้งสองกล่าวคำสัญญา แลกแหวน จุมพิตและเดินเคียงคู่ไปขึ้นรถลากกลับไปยังพระราชวัง

 

ช่วงค่ำจะเป็นงานเลี้ยงภายในพระราชวังที่มีแขกเฉพาะครอบครัวบ่าวสาวเท่านั้น ซึ่งจะจัดในโถงใหญ่ มีกุหลาบขาว ไฮเดรนเยีย ฟอร์เกตมีนอทและไอริสจัดช่อกับเฟิร์นสีเขียวอ่อนเข้มผสมกันติดอยู่ตามเสา ขอบหน้าต่างและบนโต๊ะ แท่นบัลลังก์สูงถูกปูทับตกแต่งด้วยริ้วผ้าโทนสีเดียวกับช่อดอกไม้ เชิงเทียนสีเงินวางเป็นระยะเตรียมจุดให้แสงสว่างเมื่อถึงเวลางาน

แต่ตอนนี้ยังคงเป็นเวลาบ่ายแก่ หลังจากที่เหล่าช่างแต่งเสริมความงามสำหรับงานเลี้ยงให้แล้ว เจ้าหญิงขอตัวพักผ่อนคนเดียวในห้อง ซึ่งของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าได้ถูกย้ายไปยังห้องชุดอีกฝั่งหนึ่งของพระราชวัง เพราะห้องเดี่ยวของเจ้าหญิงนั้นถูกเห็นว่าไม่เหมาะจะใช้สำหรับคู่ข้าวใหม่ปลามัน

เด็กสาวนั่งพับเพียบบนเตียง เนื้อผ้าหลายชั้นของสุ่มกระโปรงกองสูงจนเหมือนตัวเธอจมอยู่ในหิมะ เธออยากจะทิ้งตัวนอน อยากจะถอดท่อนบนที่บีบรัด แต่ก็ได้สัญญากับเหล่าช่างเครื่องทรงและช่างผมแล้วว่าจะไม่ทำอะไรให้ผมหลุดหรือชุดยับ จึงได้เพียงนั่งตัวตรงอยู่อย่างนั้น

เจ้าหญิงรู้สึกว่าห้องนี้เหมือนกับตัวเอง คุ้นเคยแต่ก็แปลกตา มีเครื่องเรือนครบแต่ก็ว่างเปล่า เธอมองออกนอกหน้าต่าง มองท้องฟ้าค่อยๆมืดลง


ทรงกลมแสงนวลที่มุมหน้าต่างยังมองเห็นได้ไม่ชัดนักในเวลานี้ เจ้าหญิงกล่าวทักทายในใจ เธอย้อนคิดถึงหลายครั้งต่อหลายครั้งที่เธอได้ยินได้อ่านเรื่องดวงจันทร์ คิดถึงการอ้อนวอนขอให้ได้เพียงมองกับพระราชา ราชินี เจ้าชายและเพื่อนรักอันไร้ผล

เธอยังจำได้ชัดเจนในวันที่ได้มองเห็นครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สามและหลายๆครั้งหลังจากนั้น เธอจำความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นรูปร่างที่เปลี่ยนไปในเวลาที่ต่างกัน เธอจำหลายวันที่สลับตัวกับชีน่าเพื่อกึ่งขอกึ่งบังคับให้พ่อแม่ให้อิสระการมองฟ้ากับเธอ

เจ้าหญิงนึกสงสัย หากเธอยังคงไม่สามารถมองเห็นฟ้าได้เหมือนครั้งวัยเยาว์ เธอยังจะถูกบังคับให้แต่งงานเช่นนี้อยู่ไหม

เธอไม่ได้คิดอะไรต่อ เป็นเหมือนทุกครั้งที่มองจันทร์ ในหัวของเธอว่างเปล่า ไร้เวลา ไร้ความคิด ไร้ความรู้สึก ไร้สัมผัส ไร้ตัวตน มีเพียงเธอและดวงจันทร์ในความว่างเปล่าตลอดกาล

 

เมื่อถึงเวลางานเลี้ยง คู่แต่งงานใหม่เดินเข้าโถงเป็นลำดับสุดท้ายแล้วนั่งลงคู่กันที่หัวโต๊ะ เจ้าหญิงยังอยู่ในชุดเจ้าสาวเช่นเดิม เพียงแต่เติมสีทาปากให้เข้มขึ้นและประดับผมด้วยมงกุฎแซฟไฟร์ ส่วนเจ้าชายแต่งชุดงานฉลองสีฟ้าขลิบทอง โต๊ะงานเลี้ยงต่อยาวจัดให้ครอบครัวเจ้าสาวเจ้าบ่าวนั่งสลับกัน ต่างหันคุยกับคนข้างๆอย่างสุภาพ เครื่องจานแก้วช้อนส้อมพิธีการมันวาววางตรงหน้า ข้าราชบริพารชายในชุดเต็มยศยืนตัวตรงตลอดความยาวโถงรอรับใช้

“ทูลพระราชาโนเดรวาล” พระราชาคาสเทลลุกขึ้นกล่าว “ข้าพเจ้า ราชินีทาเลีย เจ้าชายไมเคิลและราชวงค์กัลเทนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างล้นพ้นที่พระองค์ ราชินีอะมีเลีย รวมทั้งราชวงค์แห่งอาณาจักรสโตเควัส ได้เดินทางมาเป็นสักขีพยานในพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงแห่งซีรีคาลและเจ้าชายแห่งสโตเควัส

ข้าพเจ้าเชื่ออย่างยิ่งว่าการสมรสนั้นต้องมาจากความรักของสองคนที่มีให้กัน ซึ่งสิ่งนี้เป็นปริศนายิ่งนัก เพราะคิดจะเกิดหรือไม่เกิดกับใครที่ใดก็ย่อมได้ ข้าพเจ้าจึงรู้สึกยินดีอย่างไร้ที่สุดเมื่อเจ้าชายอันเดรส ผู้มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเป็นผู้ชนะความรักของธิดาคนเดียวของข้าพเจ้าได้

อาณาจักรสโตเควัสและอาณาจักรซีรีคาลเป็นดังบ้านพี่เมืองน้องกันมาอย่างยาวนาน การสมรสครั้งนี้ยิ่งเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเก่า จากวันนี้ไป สองราชวงศ์ได้เกี่ยวดองกันด้วยการอภิเษก

และอีกไม่นานก็จะเกี่ยวดองกันด้วยสายเลือดเมื่อคู่บ่าวสาวมีทายาทสืบตระกูล

ทูลเชิญพระราชาโนเดรวาล ราชินีอะมีเลีย และเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกดื่มอวยพรให้เจ้าชายและเจ้าหญิง”

ราชวงศ์ทุกคนยกเว้นบ่าวสาวลุกขึ้นยืนพร้อมแก้วเครื่องดื่มในมือ เจ้าชายนั่งอกผาย ยิ้มรอรับคำอวยพร ขณะที่เจ้าหญิงยังรู้สึกอื้ออึงกับคำพูดของพ่อของตน


เจ้าหญิงในชุดขาวทะลึ่งตัวลุกขึ้นยืน

แก้วทุกใบที่กำลังจะชูขึ้นสูงชะงัก ดวงตาทุกคู่จ้องมาที่เจ้าหญิง

ไม่ทันที่ใครจะได้กล่าวอะไร ความสว่างในห้องโถงก็วูบมืดลง เหลือเพียงแสงนวลประหลาดที่ห่อหุ้มตัวเจ้าหญิงอยู่

ประตูโถงหนักอึ้งเหวี่ยงเปิดออกโดยไม่มีคนหรือลมดัน เสียงกระแทกเรียกให้ทุกคนหันไปมอง ลอยอยู่กลางฟ้าด้านนอกเป็นดวงจันทร์กลมสว่าง

ทว่าไม่กลมสมบูรณ์ ริมขอบเรื่อเป็นสีแดงสนิม เงาโค้งสีดำเคลื่อนขยายจากด้านข้าง ลามบดบังอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงงัน ไมเคิลรู้ตัวเป็นคนแรก เขาหันไปมองน้องสาวแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

ร่างเจ้าหญิงลอยคว้างอยู่ในอากาศ ผ้าคลุมหน้าและชุดกระโปรงสะบัดพลิ้ว ดวงตาปิดสนิทคล้ายกำลังนิทรา ร่างเจ้าหญิงลอยสูงเกือบถึงเพดานโถง ผู้เป็นพี่ชายกระโจนเหยียบวิ่งบนโต๊ะยาว ไม่สนใจแก้ว จานชาม ดอกไม้หรือเชิงเทียน กระโดดเอื้อมสุดกำลังหมายจะดึงตัวน้อง

 มือเขาของคว้าได้แค่เสี้ยวหนึ่งของปลายกระโปรงในจังหวะเดียวกับที่แรงปริศนาดึงตัวเจ้าหญิงออกไปทางประตู

พุ่งหายขึ้นไปบนท้องฟ้า

 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

credit

photo : Ricardo Moura

theme : CHERMADA

 

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น