คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 12 : 11 : ดวงชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

11



หลังจากงานเปิดตัวก็ถือว่าเจ้าหญิงเป็นผู้ใหญ่ จึงไม่จำเป็นต้องมีครูพี่เลี้ยงอีกต่อไป ราบีนาจึงได้กลับไปอยู่กับสามีที่เมืองท่า ตามระเบียบประเพณีแล้วชีน่าเองก็ต้องย้ายออกจากวังไปเช่นกัน แต่ด้วยความสนิทสนมกับเจ้าหญิงและความคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงในการช่วยงาน จึงได้รับการอนุญาตให้อยู่ในวังต่อได้

เจ้าหญิงและชีน่ายังคงเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนในการศึกษาขั้นสูงต่อไป แต่นอกจากนั้นแล้วก็ไม่ได้ตัวติดกันเหมือนแต่ก่อน ตั้งแต่เจ้าหญิงได้รับอนุญาตให้มองเห็นฟ้า ประตูกลช่องลับในวังก็ไม่ได้รับการแตะต้องจากหญิงสาวทั้งสอง

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เจ้าหญิงไม่ได้ใช้เวลากับเพื่อนสนิทมากเท่าเดิมนั้นเห็นจะเป็นการมาเยี่ยมเยือนของเจ้าชายอันเดรส แม้การเดินทางจากพระราชวังหลวงอาณาจักรสโตเควัสมาพระราชวังแห่งอาณาจักรซีรีคาลที่เจ้าหญิงอยู่จะเป็นระยะทางที่ไม่ใกล้ แต่เจ้าชายก็ดูจะหาธุระมาหาได้เสมอ ช่วงใดที่ห่างหายก็มักจะส่งของขวัญพร้อมจดหมายมาถึงเจ้าหญิง

ผู้ที่ยินดีกับการมาเยือนของเจ้าชายอันเดรสมากกว่าใคร เห็นจะเป็นราชินีทาเลีย พระราชาก็ให้การต้อนรับเจ้าชายต่างแดนอย่างเต็มที่ กระทั่งเจ้าชายไมเคิลเองที่ช่วงแรกไม่แสดงท่าทีก็ยังพูดคุยกับอันเดรสได้ถูกคอ

เจ้าหญิงเองก็ไม่ได้อึดอัดหรือขัดขวงในการพบเจอ อันเดรสเป็นคนประเภทที่ทำให้คนรอบข้างสบายใจ เขาไม่ไว้ท่า ไม่ยกตน หัวเราะไปทั้งใบหน้าและมองโลกในแง่ดี ในเวลาอันสั้นเขาได้กลายมาเป็นเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่งของเจ้าหญิง

 

คืนนั้นเป็นคืนที่สงบ อากาศนิ่ง เมฆมีให้เห็นประปราย เจ้าหญิงนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เก้าอี้ข้างหน้าต่างในห้องนอน เสียงเคาะเรียกดังจากประตู เมื่อเจ้าหญิงเปิดออก พบเป็นพระราชาและราชินียืนเคียงกัน

“ถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จแม่เพคะ” เจ้าหญิงถอนสายบัว

“เราขอคุยกับลูกในห้องสักหน่อยได้ไหม” พระราชาแคสเทลกล่าว

เจ้าหญิงถอยหลังเปิดทางให้ทั้งสองเดินเข้าห้อง แล้วปิดประตูตาม เมื่อหันหลังกลับก็ต้องแปลกใจที่พ่อแม่ไม่ได้นั่งที่ชุดเก้าอี้แต่เอนตัวพิงหมอนอยู่บนเตียง ผ้าห่มถูกดันไปที่ปลายเท้า เป็นภาพที่ประหลาดเพราะทั้งสองยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นชุดเตรียมเข้านอน

“มานี่สิลูก” ราชินีทาเลียตบพื้นที่ว่างระหว่างนางและแคสเทลเบาๆ องค์หญิงปีนขึ้นจากทางปลายเตียงและเคลื่อนตัวเอนนอนระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสอง

“อีกไม่ถึงสองเดือนก็เป็นวันเกิดปีที่ 16 ของลูกแล้วสินะ” พระราชากล่าว ฟังดูเหมือนพูดลอยๆแต่เจ้าหญิงรู้สึกได้ว่ามีเป็นการปูไปยังประเด็นอื่น ไม่เช่นนั้นคงไม่มาหาถึงที่ห้องทั้งสองคนแบบนี้ “เป็นเวลาที่เหมาะสมในการที่จะได้สมรสแล้ว”

เจ้าหญิงตัวเกร็งขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน “หม่อมฉันเข้าใจว่าตามประเพณีแล้ว เสด็จพี่ต้องอภิเษกก่อนหม่อมฉัน”

“จริงอยู่” ทาเลียตอบ “แต่ว่าพี่ชายเจ้ายืนยันหัวแข็งว่าจะขอมุ่งมั่นทำงาน ศึกษาลึกซึ้งศาสตร์ศิลป์ทุกแขนงที่จำเป็นต่อการปกครองบ้านเมือง ซึ่งพ่อของลูกก็เห็นงามด้วย”

“ไมเคิลยังอายุไม่มาก เป็นรัชทายาทของบัลลังก์ จะหาคู่ครองเมื่อใดก็ย่อมได้” พระราชาพูดปัด

“หม่อมฉันเยาว์กว่าเสด็จพี่กว่าสิบปีเลยนะเพคะ” เจ้าหญิงตอบเสียงเบา สายตามองตรงขึ้นเพดาน จงใจไม่สบตาร่างที่นอนขนาบข้างทั้งสอง

“จะใครโตกว่าเด็กกว่า เป็นพี่เป็นน้องไม่สำคัญหรอก” ราชินีพูดรัว “สำคัญตอนนี้ที่ว่า เจ้าชายอันเดรสแห่งอาณาจักรสโตเควัสแสดงความสนใจชอบพอในตัวลูก ลูกเองก็ชอบเขาอยู่ไม่ใช่หรือ”

“หม่อมฉันมองเจ้าชายอันเดรสเป็นเหมือนพี่ชายอีกคนหนึ่งเท่านั้นเพคะ”

“ตายจริง บอกเจ้าชายเช่นนั้นไปแล้วหรือเปล่า” ทาเลียพูดเสียงสูง

“มิได้เพคะ เพราะไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลย”

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป” ราชินีถอนใจ นางลูบผมของลูกสาว “เจ้าชายอันเดรสอายุอานามก็เหมาะสม มีความเป็นผู้ใหญ่ที่ยังมีกำลังของคนหนุ่ม รูปร่างหน้าตาราวเทวดาปั้น เขาจะเลือกหญิงใดในอาณาจักรใดก็ย่อมได้ แต่เขาก็ได้ยื่นไมตรีมาให้ลูกมากกว่าใคร เขามีความประสงค์จะสมรสกับลูกอย่างแน่นอน พ่อกับแม่จึงเห็นว่าเป็นเวลากันควรแล้วที่จะจัดงานในวันเกิดปีที่ 16 ของลูก”

หลังจากที่รู้เรื่องราวของตนเองในวันที่เกิด เจ้าหญิงก็ไม่ชอบวันนั้นของปีเท่าใดนัก หากไม่นับครั้งที่ได้เจ้ากาเทามาเป็นม้าในครอบครอง เด็กสาวก็ไม่ชอบวันเกิดของตัวเองเลย

“พระอาญาไม่พ้นเกล้า” เจ้าหญิงพูดเบาจนคล้ายเสียงกระซิบ “หม่อมฉันยังเด็กนัก ไม่พร้อมกับการออกเรือนหรอกเพคะ”

“แม่เองก็แต่งงานกับเสด็จพ่อของเจ้าเมื่ออายุ 16 ปี” ทาเลียตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนรำคาญ “ลูกก็เป็นเจ้าหญิง อันเดรสก็เป็นเจ้าชายของอาณาจักรยิ่งใหญ่ มีข้าราชบริพารคอยปรนนิบัติอยู่ไม่เปลี่ยนไปหรอก แทบจะไม่ต้องปรับตัวอย่างไรเลย แค่เพียงเพิ่มคู่ครองขึ้นมาเท่านั้น และหากการเจรจาเป็นไปอย่างที่เราตั้งใจ ซึ่งแม่เชื่อว่าเป็นแน่ เจ้าชายอันเดรสก็จะย้ายมาอยู่ที่อาณาจักรของเรา เพราะเขาเป็นเจ้าชายคนที่สองของพระราชาและราชินีแห่งสโตเควัส ยศสูงส่งแต่มิได้เป็นรัชทายาท ตำแหน่งนั้นเป็นของพี่ชายของเขาซึ่งตัวรัชทายาทเองก็มีบุตรชายแล้วถึงสามคน พ่อกับแม่เห็นสมควรแล้วว่าการอภิเษกในเวลาอันใกล้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูก”

เจ้าหญิงเม้มปาก ห้ามตัวเองให้ไม่ต่อความ กระนั้นราชินีก็บอกเหตุผลของตอนต่ออยู่ดี

“จะรอช้านานไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ลูกเองก็ไม่ได้ชอบพอกับใครที่ไหนอยู่ อันเดรสก็ใจดีกับเจ้า ไมเคิลเองก็ไม่ได้ขัดข้อง หากเจ้ามัวแต่ลังเล เจ้าชายอันเดรสอาจหน่ายเจ้าแล้วสมรสกับหญิงอื่นก็ได้”

“หม่อมฉันเห็นสมควรตามที่เสด็จพ่อเสด็จแม่จะโปรดเพคะ” องค์หญิงฝืนยิ้ม

“พ่อดีใจกับเจ้าเหลือเกิน” พระราชาจุมพิตหน้าผากเจ้าหญิง

“เรารักลูกเหลือเกินจ้ะ ราตรีสวัสดิ์นะ” ราชินีจุมพิตแก้มเจ้าหญิง

ผู้ใหญ่ทั้งสองลุกขึ้นจากเตียง คลุมผ้าห่มให้เจ้าหญิง ดับตะเกียงแล้วเดินออกจากห้องไป

 

สำหรับเจ้าหญิง วันเวลาหลังจากคืนนั้น เลื่อนลอยปนเปผสมกันจนแยกไม่ออก ขณะที่ทุกคนรอบตัววุ่นวายกับการจัดเตรียมสถานที่ ส่งคำเชิญร่วมงาน เตรียมเครื่องปรุงอาหารสำหรับงานเลี้ยง ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับบ่าวสาวในพิธี  จัดเตรียมเครื่องพิธีการ เจ้าหญิงก็ได้แต่เพียงไปในที่ๆถูกบอกให้ไป ยืนนิ่งเมื่อถูกวัดสัดส่วน ซักซ้อมการเดินและการกล่าวคำในพิธีตามที่มีคนบอก ราวกับเป็นใบไม้แห้งในลมพายุ จะบินสูง ลงต่ำ ขึ้นเหนือ ล่องใต้เช่นใด เจ้าหญิงไม่ได้มีอำนาจในการควบคุมทิศทางของตัวเองเลย

 

“ฮูกน้อย ขอกินหน่อยนะ” ชีน่าคว้าเค้กก้อนเล็กในชุดน้ำชายามบ่ายของเจ้าหญิงเข้าปากโดยไม่รอคำตอบ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “เราถูกบังคับลดอาหาร พวกช่างเสื้อบอกว่าเดี๋ยวใส่ชุดเพื่อนเจ้าสาวไม่สวย เมื่อวานเย็นก็ได้ทานแค่ผักไม่กี่ใบ เมื่อเช้าก็เป็นแค่ซุปใสๆ เราหิวทนไม่ไหวแล้ว”

“งั้นเหรอ ดีจังเลยนะ” เจ้าหญิงไม่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือ

“ดีที่ไหนกันล่ะฮูกน้อย ได้ฟังเรารึเปล่า” ชีน่าจ้องหน้าของอีกฝ่าย

“ขอโทษทีนะไม่ทันได้ฟัง” เจ้าหญิงวางหนังสือลงบนโต๊ะ

เพื่อนซี้ไม่ตอบทันที ชีน่ามองซ้ายมองขวาเพื่อดุว่าไม่มีใครในสวนวังที่อยู่ในระยะได้ยิน “อีกสองสัปดาห์ถึงวันงานแต่งแล้วนะ ตื่นเต้นไหม”

“ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนทุกอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด”

“จริงด้วยนะ รู้สึกเหมือนเมื่อวานเธอยังเป็นเด็กตัวน้อย ร้องไห้อยากมองจันทร์อยู่เลย ไม่กี่วันก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว” ชีน่ายิ้มกว้าง

เจ้าหญิงยิ้มตอบ ด้วยยิ้มเดียวที่ใช้มาตลอดในช่วงเดือนที่ผ่านมา ยิ้มเพื่อตอบรับ เพื่อปิดบังความรู้สึก เพื่อบอกว่าเธอไม่มีอะไรจะโต้แย้ง

สำหรับคนอื่นที่ไม่สนิทจะเห็นว่าไม่มีอะไรผิดแปลก ผู้ที่เห็นเจ้าหญิงมานานอย่างพ่อ แม่และพี่ชาย เหมือนจะจงใจมองข้าม มีเพียงแค่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่ไม่ปล่อยให้ยิ้มนี้จบบทสนทนา

“เอาจริงๆสิ ฮูกน้อย” ชีน่าวางมือทับมือข้างขวาของเจ้าหญิงที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ “มีแค่เราสองคนเท่านั้น กังวลใจอะไรก็บอกเราได้นะ”

บอกไปแล้วเธอก็ช่วยไม่ได้ เจ้าหญิงตอบอยู่ในใจ เธอรู้ไปก็หนักใจเปล่า เราไม่อยากเป็นภาระ ไม่อยากทำให้รำคาญ


องค์หญิงแห่งซีรีคาลได้แต่เงียบ อัดอั้นอยู่กับความโต้แย้งในใจของตัวเอง เธอไม่อยากแต่งงานในตอนนี้ เธอไม่ได้รังเกียจว่าที่สวามี ล่วงไปในอนาคตเธอก็อาจจะเริ่มมีความรักให้เขาก็เป็นได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ที่เธอยังเห็นเขาเป็นเหมือนพี่ชายและเพื่อนที่คุยกันถูกคอคนหนึ่ง

เธอเศร้าโศกกับอิสระที่เคยคิดว่าเธอได้รับมาด้วยความพยายามอย่างยากลำบาก เพื่อที่จะพบว่าเป็นเพียงแค่เรื่องหลอกตา เธออาจจะได้รับอณุญาตให้มองจันทร์มองฟ้า ได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนเมืองต่างๆมากกว่าประชาชนทั่วไป แต่เธอเลือกอะไรไม่ได้ ชีวิตของเธอได้ถูกเขียนโดยพ่อแม่และถูกผูกมัดไว้กับพระราชวังตลอดชีวิต

เจ้าหญิงรู้ว่าตนเองโชคดีที่มีทุกสิ่งเพียบพร้อม ปัจจัยในการดำรงชีวิตไม่เคยต้องขาด ความบันเทิง สิ่งของ สมบัติที่มาจากการลงแรงของคนอื่น ดังนั้นจึงควรแล้วที่เธอต้องทำตามหน้าที่ของตน เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของทั้งอาณาจักรในส่วนที่เธอจะทำได้

เธอรู้ถึงเหตุผล แต่อย่างไรความรู้สึกก็เป็นเรื่องที่ห้ามให้เกิดไม่ได้ เธอไม่อยากแต่งงาน เมื่อรู้สึกเช่นนั้น เธอก็รู้สึกผิดที่ไม่อยากแต่งงาน รู้สึกผิดที่ไม่อยากทำตามหน้าที่ รู้สึกผิดที่เป็นคนเห็นแก่ตัว

ความคิดทั้งหมดนั้นปั่นวนในหัวเจ้าหญิงหลายวันหลังจากที่พระราชาและราชินีมาบอกว่าเธอต้องแต่งงาน

ทว่าเจ้าหญิงไม่ได้รู้สึกโกรธ ไม่ได้เสียใจ ไม่อยากโวยวายหรือดิ้นรน เธอเพียงแค่อยากจะหยุด เธออยากจะขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเจอหน้าใคร ไม่อยากกินอะไร ไม่อยากแม้แต่จะหายใจ

เธออยากจะหยุดทุกอย่าง หยุดการเป็นตัวเอง อยากทุกอย่างรอบตัวหยุด อยากให้เวลาหยุด ให้ทุกสิ่งที่กำลังวุ่นวายจบลง ณ ตรงนี้

เจ้าหญิงยกมือซ้ายขึ้นวางทับมือของชีน่าบนมือเธอ

“ไม่ได้กังวลหรอกชีน่า เราแค่ตื่นเต้นนิดหน่อย ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

credit

photo :  inkflo 

theme :   CHERMADA


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น