คำสาปดวงจันทร์

ตอนที่ 11 : 10 : งานเลี้ยงเปิดตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ส.ค. 63

11



ในโถงใหญ่ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีอ่อน โต๊ะเก้าอี้ในการออกว่าราชการของพระราชาถูกย้ายออกไปชั่วคราว เชิงเทียนตั้งพื้นวางเรียงเป็นระยะสลับกับช่อดอกไม้หอมกรุ่น วงดนตรีห้าชิ้นบรรเลงเพลงอยู่ทางด้านซ้ายของประตูทางเข้า อีกด้านหนึ่งเป็นโต๊ะบริการเครื่องดื่มแก่แขกผู้มาเยือน แท่นด้านหน้าถูกเสริมให้สูงขึ้นถึงระดับไหล่เป็นการชั่วคราว ราวกั้นไม้สลักลายล้อมรอบข้างเว้นแต่ทางเดินขึ้นที่ซ่อนอยู่หลังม่านฉาก และทางเดินลงด้านหน้าที่เป็นบันไดลาดลงสู่พื้นโถง โต๊ะเก้าอี้ว่าราชการถูกย้ายออกหมด มีเก้าอี้บุผ้าเรียงชิดผนังห้อง เปิดพื้นที่ตรงกลางโล่งให้เดินพูดคุยพบปะกันอย่างอิสระ

แขกเหรื่อในวันนี้แตกต่างจากครั้งเมื่อเจ้าหญิงอายุหนึ่งเดือนนัก เมื่อคราวนั้นส่วนใหญ่จะเป็นแขกของพระราชา คือเป็นเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ คราวนี้เป็นแขกสำหรับเจ้าหญิง (แม้ว่าเจ้าหญิงจะยังไม่รู้จัก) อาณาจักรและวงศ์ตระกูลสำคัญ ต่างเลือกเฟ้นชายหนุ่มอายุใกล้เคียงเจ้าหญิงมาร่วมงาน แต่ไม่ใช่ทุกครอบครัวจะมีลูกชายวัยนี้ จึงเห็นหนุ่มเล็กที่ยังเสียงไม่แตกและหนุ่มใหญ่สีผมเริ่มจางปะปนมาด้วย

บรรยากาศในห้องโถงผิวเผินแล้วดูสบายๆ แต่ทุกคนต่างรู้ว่างานนี้ที่แท้เป็นการแข่งขัน เหล่าเจ้าชายต่างถิ่น เหลือบตาดูเชิงเป็นระยะๆ และรอเวลาที่เจ้าหญิงปริศนาผู้ต้องสาปดวงจันทร์จะปรากฎตัว


ผู้ที่ตื่นเต้นที่สุด คงหนีไม่พ้นราชินีทาเลีย นางควบคุมดูแลการแต่งองค์ทรงเครื่องเจ้าหญิงตั้งแต่เช้าตรู่ นางนึกภาพเหล่าเจ้าชายงานตะลึงงันกับความงามเพียบพร้อมของลูกสาว นึกภาพชายหนุ่มสูงศักดิ์แย่งชิงกันเข้าหาเจ้าหญิง แข่งกันสร้างความประทับใจและมอบของขวัญล้ำค่าให้อย่างไม่ลังเล

นางไม่ได้สังเกตว่ารอยยิ้มและการตอบรับของลูกสาว ไม่ได้มีความรู้สึกดีมาด้วย


เจ้าหญิงแสนอึดอัด ตั้งแต่จำความได้ เธอไม่ได้เจอใครนอกไปจากคนในวัง อิสระภาพที่ได้มาด้วยความยากลำบากเปิดโลกของเจ้าหญิงออกไปมาก แต่ก็ไม่สามารถลบล้างการถูกกักกันให้อยู่ที่เดิมๆ คุยกับคนเดิมๆ เป็นเวลาสิบกว่าปีลงได้ เจ้าหญิงไม่ชอบการคุยกับคนแปลกหน้า เธอเกลียดการเป็นเป้าสายตา การถูกจ้องมองหัวจรดเท้า ราวกับเธอเป็นเพียงหุ่นโชว์หรือรูปวาดที่ไม่มีความรู้สึก

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหญิงรู้ดีว่าการเปิดตัวหมายถึงการประกาศว่าเธออยู่ในวัยที่จะแต่งงานได้แล้ว แม่ของเธอเน้นย้ำอย่างชัดเจนถึงหน้าที่ของเจ้าหญิงที่มีต่อบ้านเมือง

แต่เจ้าหญิงไม่รู้สึกพร้อมเลยสักนิด


           หลายวันมานี้ เด็กสาวรู้สึกเหนื่อยหน่าย ไม่มีแรงกระตุ้นจะทำอะไร เจ้ากาเทาเองก็รู้สึกได้ เจ้าหญิงไปดูแล เปลี่ยนฟางเปลี่ยนน้ำแปรงขนด้วยตัวเองอย่างเคยทุกครั้่ง แต่ไม่คุยเล่น ไม่ขึ้นขี่ มอบหมายให้พนักงานคอกม้าหลวงพากาเทาไปออกกำลัง พนักงานก็หนักใจ เพราะกาเทาไม่เชื่อฟังเขาเหมือนที่เชื่อฟังเจ้าหญิงแต่ก็ขัดไม่ได้

            ช่วงเข้านอน เจ้าหญิงก็รู้สึกกระสับกระส่ายไม่สบายตัว ยิ่งรู้สึกเช่นนั้นก็ยิ่งหงุดหงิด เธอจึงเปิดหน้าต่างเพื่อมองจันทร์ นั่งจ้องอยู่อย่างนั้นจนจันทร์ลับแล้วจึงจะหลับลง พอเช้าก็ตื่นยาก งัวเงียไม่สดชื่นและโดนดุว่าไม่เข้านอนตรงเวลา

 

            “พริบตาเดียวก็โตขนาดนี้แล้ว” ราชินีจรดมือจัดแต่งผมของเจ้าหญิงแม้ช่างจะจัดทรงให้สมบูรณ์แล้ว นางมองมงกุฏเพชรบนศีรษะลูกสาวผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง มงกุฏนี้ทาเลียเองก็ได้สวมออกงานเป็นครั้งคราวเมื่ออภิเสกกับแคสเทลใหม่ๆ ตัวเรือนทำจากทองสีชมพู ดัดแต่งเป็นทรงโค้งตวัดคล้ายกิ่งไม้เลื้อยและมีเพชรเม็ดเล็กสิบห้าเม็ดเป็นดั่งดอกไม้ ไม่ใหญ่อลังการเกินงาม แต่ก็ไม่เล็กด้อยค่าจนเสียเกียรติ ทาเลียมองใบหน้าลูกที่แต่งเสริมความงามที่มีอยู่ตามวัย โดยเพิ่มเติมมิติให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกระดับ นางรู้สึกปริ่มใจจนน้ำตารื้น เจ้าหญิงเห็นดังนั้นจึงได้แต่ยิ้มปิดปังความประหม่าและความอึดอัดข้างใน

          “ทูลราชินีและเจ้าหญิงเพคะ ได้เวลาแล้วเพคะ” ข้ารับใช้หญิงทักขึ้น

“มาจ้ะหญิงน้อย อย่าทำให้แขกคอยนาน” ราชินีประคองลูกสาวลุกเดินไปยังพิธี เจ้าหญิงเดินขึ้นยังด้านหลังของฉากกั้น ส่วนราชินีเดินไปสมทบกับพระราชาทางด้านหน้า เสียงดนตรีบรรเลงเปลี่ยนจังหวะเป็นสัญญาณให้เจ้าหญิงเตรียมตัว เด็กหญิงกลืนน้ำลายเมื่อเสียงพูดคุยด้านนอกสงบลง แม้ยังมองไม่เห็น เธอก็รู้สึกได้ถึงสายตาคนทั้งห้องจับจ้องมาทางตัวเธอ


ทหารชุดเต็มยศสองนายเปิดม่านฉากชั่วคราวช้าๆ พร้อมกับที่ทหารอีกนายประกาศชื่อเต็มของเจ้าหญิง เด็กสาวตื่นเต้นจนหูอื้ออึงจึงไม่ได้ยินสักคำ เธอเพียงก้าวออกไปด้านหน้าให้ผู้คนได้ยลโฉม ทะเลใบหน้าที่ไม่เคยเห็นทอดไปทั่วโถงใหญ่ เธอรู้สึกเหมือนเป็นวัวเนื้อในการประมูลกลางตลาด ที่จะต้องถูกมอบชะตาให้ใครก็ตามที่ให้เงินมากที่สุด เจ้าหญิงเริ่มรู้สึกวิงเวียน ฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอมองหาครอบครัวเพื่อขอกำลังใจแต่เมื่อเห็นผู้เป็นมารดา นางกลับส่งสายตาให้เธอยิ้มกว้างๆทำหน้าดีๆ

“หญิงน้อย มาทางนี้สิ” เสียงที่คุ้นเคยดังจากปลายบันไดด้านหน้า ไมเคิลในชุดติดยศเต็มยืนรอเธออยู่ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขายื่นมือให้เธอจับเพื่อประคองเธอลงบันได

ถุงมือลูกไม้บางจับถุงมือสีขาว เจ้าหญิงก้าวอย่างระวังไม่ให้สะดุดชายกระโปรงใหญ่ เธอเงยหน้ามองพี่ชายด้วยความประหลาดใจ เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าไมเคิลเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว เขามีร่างสูงกำยำ ความน่าเกรงขามมาจากท่วงท่าการวางตัวและสายตาเด็ดเดี่ยว เป็นครั้งแรกที่เจ้าหญิงสงสัยเหมือนกับราชินี ว่าทำไมไมเคิลถึงยังไม่มีคู่ครอง

ส่วนเจ้าชายเองก็เพิ่งได้สังเกตว่าน้องเป็นสาวเต็มตัว ไม่ใช่เด็กเล็กๆวิ่งวุ่นอยู่ในตัววังอีกต่อไป เขารู้สึกภูมิใจและเสียดายพร้อมๆกัน อีกไม่นานน้องก็ต้องออกเรือน ไม่ว่าจะเธอจะได้อยู่ซีรีคาลต่อไปหรือไม่ น้องก็จะไม่ใช่เพียงน้องของเขาอีกต่อไป


“อย่ามัวแต่ดึงน้องไว้สิไมเคิล มีคนมากมายต้องการอวยพรเจ้าหญิงนะ” ราชินีเดินเข้ามาฉวยมือน้องสาวจากพี่ชาย ไมเคิลมองตามเด็กสาวที่ถูกลากไปพบเจ้าชายต่างเมืองคุณชายต่างตระกูลคนแล้วคนเล่า เขาแค่นหัวเราะเบาๆด้วยไม่มีคนใดคู่ควรแม้แต่จะได้เป็นคนรู้จักของน้องสาวเลย การแต่งงานยิ่งไม่ต้องพูดถึง

“จ้องเขม็งขนาดนั้นใครจะกล้ามาคุยด้วยล่ะ” เสียงเด็กสาวที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ

“ไม่กล้าก็ไม่กล้า ข้าไม่ต้องการให้คนขี้ขลาดมาคุยกับน้องหรอก” เจ้าชายเบะปากเมื่อเจ้าชายหนุ่มต่างเมือง หน้าแป้นตัวเตี้ยเดินเข้าไปแนะนำตัวกับเจ้าหญิง

“ข้าหมายถึงท่านต่างหากไมเคิล ที่จะไม่มีคนกล้ามาคุยด้วย”

เจ้าชายเหลียวมองชีน่า สะดุดตากับรูปโฉมที่แปลกตา เพื่อนสนิทเจ้าหญิงเองก็เป็นสาวเต็มตัว เธอสูงน้อยกว่าเขาไม่ถึงคืบ รูปร่างยังคงท้วมแต่ก็เพรียวลงจากตอนเด็กๆอย่างเห็นได้ชัด ผิวขาวอมเหลืองเรื่อสีแทนจากการออกแดด ผมหยักศกสีดำขลับม้วนเก็บเป็นมวยต่ำ ริมฝีปากแต้มสีแดงสด อาจดูจัดไปสักนิดสำหรับงานทางการเช่นนี้ แต่ก็ดูเข้ากับชีน่าอย่างปฏิเสธไม่ได้ เธอสวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้มคลุมเท้าแต่ไม่ลากพื้น

“ทำไมถึงจะอยากมีคนคุยกับข้าล่ะ พวกเขามาเพื่อพบเจ้าหญิงต่างหาก”

“อย่าโง่ไปน่ะเจ้าชาย ลองมองดูดีๆ ในงานนี้มีแต่ผู้ชายเสียที่ไหน” ชีน่าหัวเราะ

เจ้าชายมองตามที่ชีน่าบอก ก็สังเกตเห็นว่าในหมู่ชายหนุ่มก็มีหญิงสาว ใบหน้ามีความหวังเช่นเดียวกัน หลายๆคนมองมาทางเขา

“เดี๋ยวก็จะเริ่มเต้นรำแล้ว ท่านรีบเข้าหาเจ้าหญิงสวยๆเถอะ เดี๋ยวจะเหลือแต่สาวแก่แม่หม้ายให้เต้นด้วย” ชีน่าขยิบตาก่อนเดินจากไป

เจ้าชายกลอกตาก่อนที่จะกลับไปมองน้องสาวอีกครั้ง เห็นเจ้าชายในเสื้อแขนยาวสีขาวขลิบทองประดับยศยืนพูดอยู่กับน้อง เขามีใบหน้าคม คิ้วดกหนา ผมทองเข้มปัดเสยไปด้านหลัง ผิวขาวดูเหมือนไม่เคยเจอแสงแดด ไมเคิลเยาะหนุ่มเจ้าสำอางอยู่ในใจ เขาเกือบจะเดินไปหาขนมกินแล้วเมื่อสังเกตเห็นว่าเจ้าหญิงกำลังหัวเราะกับอะไรก็ตามที่เจ้าชายชุดขาวกำลังพูด

ไมเคิลหรี่ตา เขารู้จักน้องสาวดี เขาแยกรอยยิ้มจริงใจกับรอยยิ้มฝืนของเจ้าหญิงได้

นี่เป็นรอยยิ้มจริงใจ

รู้ตัวอีกทีไมเคิลก็ยืนอยู่ข้างทั้งสองแล้ว

“หญิงน้อย เหนื่อยรึยัง นั่งพักก่อนไหม”

เจ้าหญิงและเจ้าชายแปลกหน้าหันมามองไมเคิลด้วยความประหลาดใจ

“ยังไม่เหนื่อยหรอกเพคะ” เจ้าหญิงตอบ “เสด็จพี่ หม่อมฉันขอประทานอนุญาตแนะนำเจ้าชายอันเดรสแห่งอาณาจักร  สโตเควัส เจ้าชายอันเดรส ขอแนะนำเจ้าชายไมเคิลแห่งซีรีคาลเพคะ”

เจ้าชายทั้งสองทำความเคารพกับตามพิธีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแบบหยั่งเชิง เจ้าหญิงดูจะไม่ได้สังเกตจุดนี้และพูดต่อ

“เจ้าชายอันเดรสกำลังเล่าถึงม้าตัวแรกของพระองค์เพคะ เป็นม้าดื้อเหมือนเจ้ากาเทาของหม่อมฉันเลย” เจ้าหญิงหัวเราะเบาๆ “คนส่วนใหญ่จะเห็นว่าม้าดื้อไม่มีประโยชน์ เลี้ยงไปก็สิ้นเปลืองเปล่า แต่หม่อมฉันชอบพลังงานและการรักอิสระของม้าเหล่านี้ เห็นด้วยไหมเพคะ”

ไมเคิลกำลังจะตอบแต่ก็เห็นทันว่าน้องสาวไม่ได้พูดกับตน เจ้าชายอันเดรสยิ้มและโต้ตอบในแบบที่ไมเคิลเองก็ต้องยอมรับว่ามีเสน่ห์ เจ้าชายเจ้าบ้านจึงถอยหลังออกมาให้น้องสาวได้คุยกับสหายใหม่ตามสบาย


งานเลี้ยงเป็นไปได้ดีกว่าที่คาด ราชินีพอใจที่ได้เห็นเจ้าหญิงเข้าหาพูดคุยกับเหล่าเจ้าชายเจ้าหญิงอย่างสุภาพและเป็นกันเอง เห็นเจ้าหญิงเต้นรำอย่างงามสง่าเป็นที่ตรึงตราของทั้งงาน

ตรงข้ามกับพี่ชายของเธอ ที่เมื่อราชินีหันไปมองทีไรก็มักจะเห็นเขายืนนิ่งทำหน้าเบื่ออยู่ริมห้องหรือยืนซุบซิบหัวเราะกับชีน่าอย่างมีเลศนัย

พระราชาเดินมาโอบไหล่ทาเลีย ร่วมชื่นชมความสำเร็จในการสร้างความมั่นคงของอาณาจักรอีกขั้น

 

หลังจากวันนั้นมาเจ้าหญิงก็ได้ออกเดินทางมากขึ้น ไกลขึ้น มีโอกาสได้ออกนอกอาณาจักรบ้านเกิดเป็นครั้งแรก เจ้าหญิงได้เห็นทะเล ได้เห็นทุ่งหญ้ากว้าง ได้เห็นป่าทึบป่าโปร่ง  เห็นเทือกเขาหินแหลมสีดำ ทะเลทรายสีเหลืองนวลสุดสายตา หนองน้ำชอุ่ม ปราสาทบ้านเรือนต่างแดนรูปทรงแปลก เสื้อผ้าหลากสีสันบนตัวผู้คนมากหน้าหลายตา เหล่าสัตว์เลี้ยงสัตว์ป่าและนกบนฟ้า

ไม่ว่าเจ้าหญิงจะไปที่ใด ไม่ว่าเธอกำลังตื่นเต้นกับการมองสิ่งไหน ดวงจันทร์ก็ตามเธอไปเสมอ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

credit

theme : CHERMADA

photo :  Diogo Nunes


 

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น