SF/OS WANNAONE #ONGNIEL

ตอนที่ 4 : (SF) SOLO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 ส.ค. 60

SOLO



     ดูเหมือนว่าร้านกาแฟจะกลายเป็นบ้านหลังที่สามของผมไปแล้ว รองจากหอพักและมหาลัย 

     ผมไม่ชอบกาแฟหรอกนะโอเคกลิ่นมันหอมจนบางครั้งก็เผลอสูดกลิ่นนานไปหน่อยเวลาไปคาเฟ่กับเพื่อนแต่รสชาติมันไม่ได้ชวนให้ติดขนาดนั้น ถึงแม้ว่าผมจะต้องพึ่งมันบ้างเวลาปั่นเอสเสก่อนไฟนอลก็ตาม และการมีเพื่อนสนิทที่ชอบกาแฟมันก็ยิ่งเหมือนเป็นการบังคับให้ผมต้องชินกับมัน

     ตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าๆ ผมเดินเข้าคาเฟ่ที่อยู่ใกล้หอพัก เพื่อนตัวดีนัดมาทำงานที่นี้บ่อยเสียจนเจ้าของร้านจะให้ผมเป็นวีไอพีเมมเบอร์อยู่แล้ว อเมริกาโน่แก้วกลางวางบนโต๊ะตรงหน้าผมหลังจากสั่งมาได้สักพัก ความจริงก็ลองมาเกือบจะครบทุกเมนูในร้านแต่ว่าแก้วนี้พอจะโอเคที่สุดสำหรับผม

     ร้านไม่ได้แออัดมากแต่ที่นั่งก็ไม่เคยจะว่าง ดีนะที่มาทันโต๊ะด้านในสุด เพราะติดกับกระจกผมเลยเห็นว่าด้านนอกฝนเริ่มจะลงเม็ดพร้อมกับข้อความของเจ้าตัวที่เป็นคนนัดเขาออกมา


คงเลทอีกสักครึ่งชั่วโมง รถติดเหมือนมีคอนเสิร์ตกลางถนน


     ผมหยิบชีทเรียนของวันนี้ขึ้นมาอ่านผ่านๆ แต่เพลงในร้านมันเพราะซะจนอยากจะเปิด ซาวด์คลาวเพื่อหาเพลงแล้วเก็บลงเพลย์ลิสต์ ไม่ถึง10ทนาทีผมก็เลิกสนใจกับกระดาษที่ตรงหน้า หยิบมือถือขึ้นมาเช็คอินสตาแกรมเสียหน่อย เห็นรูปเพื่อนๆเช็คอินอยู่ที่คลับแล้วก็นึกโกรธตัวเองในใจว่าน่าจะเบี้ยวเจ้าคนนัดแล้วออกไปเที่ยวน่าจะสนุกกว่า


โทษนะครับ ตรงนี้ว่างรึเปล่า


     ผมละสายตาจากจอมือถือเพราะเสียงทักท้วง เขาดูรีบร้อนเพราะจังหวะหายใจที่หอบถี่บวกกับผมและใบหน้าที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ เดาว่าคงจะวิ่งฝ่าฝนมา ผมสั่นศีรษะเบาๆแทนคำตอบเขาก็แทบจะกระแทกตัวเองลงกับเก้าอี้ มือหยิบแลปทอปออกมาเปิดอย่างรวดเร็วพร้อมกับนัยย์ตาที่กวาดบนหน้าจอไปมา ผมมองการกระทำทุกอย่าง เขาไม่ใช่คนแรกที่มาขอแชร์โต๊ะ ผมจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่


 แต่ให้ตาย คนๆนี้ดูดีชะมัด


     ผมคิดว่าเขาคงจะมีสมาธิกับสิ่งตรงหน้ามากพอที่จะไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนมองและสำรวจทั้งใบหน้าและอริยบถ เขาพ่นลมหายใจยาวเหยียดหลังหยุดการรัวแป้นพิมพ์ ผมรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนนี้เขาเบนสายตาขึ้นมาจากหน้าจอ หลุดสะดุ้งโหยงนิดหน่อย


ไม่ได้โต๊ะคุณผมคงส่งรายงานสุดท้ายไม่ทัน... ขอบคุณครับ



รอยยิ้มนั่นฆ่าคนตายได้เลยนะ



     แค่ยิ้มรับไปบางๆ ไม่รู้ทำไมถึงไม่อยากให้ไอ้เจ้าของที่ตัวจริงมาถึงตอนนี้ รถช่วยติดนานๆหน่อยนะ คนเริ่มเบาบางลงแล้ว โต๊ะอื่นเริ่มมี่ที่ว่างและผมคิดว่าเขาคงจะไปในไม่ช้า มือที่วุ่นวายเมื่อครู่คว้ากระเป๋ากับแลปทอปขึ้น กล่าวขอบคุณอีกครั้งและกำลังจะหมุนตัวออก


ครับ?


     โอเค การกระทำผมมักจะไวกว่าความคิดเสมออันนี้เพื่อนชอบบอก แต่คราวนี้ไม่เหมือนกับตอนที่เคยไปมีเรื่องกับพวกปากหมาเมื่อตอนมัธยม ผมมองมือตัวเองที่จับบนท่อนแขนนั่นอยู่ ท่าทีเขาดูสงสัยแต่ก็ไม่ได้แสดงออกว่ารีบร้อน แค่ยืนรอผมพูด ความจริงอยากจะตีมือตัวเองแล้วบอกขอโทษครับไม่มีอะไรหรอก มันควรจะดีที่สุด


     แต่ถ้าปล่อยไปแบบนี้….



ถ้าไม่มีอะไรแล้วผม..”


เราจะได้เจอกันอีกรึเปล่า


หูผมต้องแดงมากแน่ๆ นี่ไม่ใช่คำถามที่คิดไว้นี่หว่า

โอ้ยแค่อยากจะรู้ว่าเขาชื่ออะไร ทำไมถึงพูดความในใจวะ



     เขาขมวดคิ้วนิดหน่อย คงจะตกใจ เป็นผมก็คงรู้สึกแบบนั้น คนแปลกหน้าที่ไหนเจอกันไม่ถึง20นาทีดันมาบอกว่าเราจะได้เจอกันอีกรึเปล่า


ทำไมครับ จะขอแชร์โต๊ะผมคืนงั้นสิ


อาเป็นคนที่กวนพอสมควรเลยแฮะ


ฮะๆ ถ้าแบบนั้นจะได้รึเปล่าละ


งั้นคราวหน้าก็เดินเข้ามานั่งแล้วกันนะครับ


รอยยิ้มนั้นไม่ได้ฆ่าคนตายหรอก แต่ฆ่าผมให้ตายกลางอากาศนี่แหละ

 






 

จะยืนอีกนานมั้ยวะ เรียกจนปากจะฉีกละโว้ย


มึงนี่มันตัวขัดความสุขกูจริงๆเลยอูจิน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


 

      อเมริกาโน่ในแก้วพลาสติคใสเริ่มละลายเพราะผมแทบไม่ได้ยกขึ้นมาลิ้มรสชาติเลย ยกนาฬิกาดูก็รู้สึกว่านี่กำลังทำบ้าอะไรอยู่ได้ตั้งสองสามชั่วโมง วันนี้คนในร้านไม่ได้พลุกพล่านแบบเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เราเจอกัน  ผมคิดว่ามันบ้ามากๆถ้าหวังให้มีปาฎิหาริย์เจอเขาอีกเวลาเดิมในที่เดิม รออีกสักสิบนาทีตัดสินใจลุกออกจากร้าน ตอนนี้ยังกลับไปดูฟุตบอลทันครึ่งหลัง  เดินทอดน่องไปเรื่อยๆเพราะผมไม่ได้อินกับแมตช์นี้เท่าไหร่ แค่อยากรู้ผลว่าใครจะไปเจอกับทีมโปรดมากกว่า ฝนเริ่มตกปรอยๆแล้ว สงสัยต้องเดินเร็วขึ้นกว่านี้ถ้าไม่อยากโดนหวัดเล่นงาน


     เหมือนบังเอิญหรือตั้งใจที่ต้องเจอเขาในวันที่ฝนตก เสื้อเชื้อสีดำนั่นกับกางเกงขายาวนั้นพึ่งจะวิ่งข้ามถนนมาจากอีกฝั่งนึง ผมหรี่ตาดูให้แน่ใจว่าใช่จริงๆรึเปล่า นึกเกลียดสายตาตัวเองที่เกิดไม่ดีขึ้นมากระทันหัน ทีตอนลอกข้อสอบต่อให้อยู่หน้าห้องก็ยังมองเห็น 


 

ผมว่าใช่เขา ดูดีแบบนี้ไม่ได้เห็นได้บ่อยๆตามท้องถนน



 

     เขาเดินนำ ผมเดินตาม แต่ดูเหมือนว่าเขากำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินซะมากกว่า นี่กำลังรีบอีกแล้วรึเปล่านะ หรือว่าเขาพลาดรถเมเที่ยวสุดท้าย ชั่งใจอยู่นานว่าจะเข้าไปทักทายแล้วอาสาไปส่งดีไหม คิดว่าคงไม่ละลาบละล้วงเกินไปหรอกมั้ง แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ในระยะห้าเมตรผมก็เลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมาแทน ก็เขาวิ่งไปหาใครบางคนที่รออยู่ตรงป้ายรถเมนี่ ผมเดินทิ้งระยะมาสักพักก็เหลือบสายตาไปมอง อาจจะเป็นพี่น้องกันก็ได้ใครจะรู้ ถึงหน้าตาจะไม่ได้ใกล้เคียงกันแม้กระทั่งสีผมของเขาที่ออกดำกับอีกคนที่ผมประบ่าแต่สีน้ำตาล 


แต่พี่น้องอะไรมันจะยืนเบียดกันขนาดนั้นวะ 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


 

     ผมไม่เคยชอบกับการเป็นที่สนใจของผู้คนมากมายตั้งแต่ได้เป็นประธานชมรมหรือแม้แต่ตอนที่ได้เป็นตัวแทนประกวดเดือนคณะ(ที่สุดท้ายยูซอนโฮจะได้ตำแหน่งไปก็เถอะ) แต่ว่าวันนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้วล่ะ


นี่จะไม่ลงด้วยกันจริงๆหรอ


งานล้นมือขนาดนี้ เธอลงเถอะ


     ผมเงยหน้าจากใบกระดาษรับสมัครเข้าชมรมบนโต๊ะ นี่จงใจวนเวียนมาให้ผมเห็นหน้าหรือยังไงกันเนี่ย ผมแค่คิดว่าถ้าเกิดวันนี้เขาเดินมาที่โต๊ะสักหน่อยก็คงจะดี เขายืนกดมือถือทั้งที่ปากยังพูดคงไม่ทันสังเกตว่ามีคนมองอยู่ขณะที่เพื่อน ผมคิดว่าเพื่อนก่อนแล้วกัน เธอกำลังลงชื่อ ผมละสายตาไปหาเมื่อเธอถามถึงรายละเอียดของชมรม ผมสีแดงนั่นทำให้ผิวเธอดูขาวชะมัด อย่าก้มแรงเลยครับใจนี่เต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว


นมไม่ค่อยจะมีก็ชอบโชว์เหลือเกินนะ


หวงก็บอกว่าหวง ไม่ใช่ประชดสิแหม


     มือที่วางลงบนผมสีแดงๆนั่นและการกระทำที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงจะสนิทกันระดับนึง หวังว่าผมจะควบคุมสีหน้าอยู่นะ



อ้าว คุณนี่เอง เขาทักขึ้นเมื่อละสายตาจากสมาร์ทโฟน ผมยิ้มตอบ

 

ไงครับ วันนี้คงไม่ต้องขอแชร์โต๊ะอีกแล้วเนอะ

 

นี่รู้จักด้วยหรอ

 

พอดีเจอกันที่ร้านกาแฟ วันที่ฉันตากฝนไปง้อเธอจนเกือบไมได้ส่งงานไง

 

จุดประเด็นอีกเดี๋ยวโดนดีแน่องซองอู ว่าแต่ First Meet วันไหนหรอคะ

 

ศุกร์หน้าเลยครับ มาได้ตั้งแต่สี่โมงครึ่เงลยนะ งานเลิกสามทุ่มที่ CB 4ต้ชั้นลอยเลย ว่าแต่…”

 

คะ?

 

ไม่ชวนแฟนให้ลงชื่อด้วยหรอครับ งานสนุกมากๆเลยนะ

 

แฟนเหรอครับ? ขอกัดลิ้นตายดีกว่า โอ๊ย!มันเจ็บนะจะฟาดให้หลังหักเลยรึไง

 

อย่างน้อยก็แค่เพื่อนละนะ


แต่เพื่อนกันเค้าไม่เดินจูงมือกันไม่ใช่หรอวะ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


 

     ผมแอบอู้งานรับน้องของชมรมมาดูดบุหรี่ตรงหลังอาคาร ทั้งที่สัญญากับที่บ้านว่าจะเลิกแต่ยังต้องให้ได้สักวันละสามสี่มวน  รู้แล้วก็อย่าไปบอกแม่ผมล่ะ 

เอาเท้าขยี้เจ้าสารก่อมะเร็งงมวนสุดท้ายบนพื้นเพราะมือถือสั่นเป็นเจ้าเข้า คิดว่าถ้าไม่ใช่ไอ้อูจิน ก็คงเป็นพี่จีซอง น่าสงสารพี่เขาเหมือนกันที่มีน้องแบบผม ทำไมเขาไม่เป็นประธานเองนะอยากรู้  ยังไม่ทันพ้นช่วงตึกก็เห็นรถยนต์สีดำพึ่งจะเทียบจอดตรงที่พวกผมพึ่งเอาป้ายมาวาง นี่มันพวกชอบแหกกฎรึยังไง เขาเดินลงจากรถจังหวะเดียวกับที่ผมจะเดินไปหา


โทษนะครับ ช่วยเลื่อนรถไปจอดที่หลังอาคารรวมด้วย ตรงนี้ อ้าว


แหม นี่เราจะบังเอิญเจอมันทุกอาทิตย์เลยรึเปล่าเนี่ย


พรหมลิขิตมั้ง ผมว่า


     มหัวเราะ เขาก็เหมือนกัน น่าแปลกที่ผมชอบแม้กระทั่งเสียงขำเพียงเล็กน้อยนั่น ถ้าเดาไม่ผิดผมคิดว่าคงจะมารอ….


แล้วนี่


??


คุณมา ขับรถเล่นในมอหรอครับ


 เวร…. คำถามอะไรวะเนี่ย


ไม่รวยขนาดเอารถมาผลาญน้ำมันเล่นหรอกมั้งครับ แล้วก็เรียกผม ซองอูเถอะ องซองอู จะทางการกันไปถึงเมื่อไหร่กัน


ก็ยังไม่มีจังหวะได้ถามชื่อนี่ ผมคังแดเนียลนะ ว่าแต่ผมไม่ค่อยเจอซองอูที่มอเลย


ยุ่งๆนะ แล้วก็ไม่ค่อยได้เข้ามอด้วยช่วงนี้ต้องเขียน report ส่งทางโรงงานอีก


“…. นี่ปีสี่หรอครับ


หน้าเด็กใช่มั้ยล่ะ ไม่ต้องบอกหรอกคนชมเยอะ


     ผมยกมือไหว้แทบไม่ทัน ก็แหมกว่ากว่าตั้งสองปีนี่ครับ ถึงเขาจะบอกว่าไม่มายด์เรื่องการเคารพรุ่นพี่รุ่นน้อง 


แต่อายุมากกว่านี่สเปคเลย


 

 “มารอรับเพื่อนหรอครับ


โดนใช้ให้มารับมากกว่า


"น้องผมแดงอะหรอ"


"ความจำแม่นจังเลยนะเรา"



แหม ดูแลเพื่อนดีจังพี่ เพื่อนกันจริง?


นี่ก็ดูสนใจนักนะ จะจีบรึไง

 

     ทำไมผมร้อนๆที่หน้าแบบนี้เนี่ย หูต้องแดงแล้วแน่ๆบ้าชิบ  ยิ่งเจอสายตาคาดคั้นนั้นอีก โอ๊ยหัวใจนี่ก็เต้นช้าๆได้มั้ยวะ กลัวเขาไม่ได้ยินรึไง

 

ถ้าบอกว่าใช่ละครับ…”

 

“…แต่หมายถึงจีบพี่นะ

 

หืม? ฉัน?

 

     ผมพยักหน้า ยกมือเกาๆจับๆที่เปลือกตาแก้เขิน หน้าตาเขาดูตกใจนิดหน่อยคงคิดว่าผมจะจีบเพื่อนเขาละมั้งตอนแรก หรือแฟน ก็ไม่รู้ละไม่สนใจอยู่แล้ว


ตรงๆเลยนะพี่


ตั้งแต่ที่เจอกันวันนั้น ผมพึ่งเข้าใจว่าการเจอใครที่ทำให้อยากทำสิ่งที่ไม่ชอบมาตลอด ไปรอพี่ที่ร้านทุกวันแค่เพราะพี่บอกว่า งั้นคราวหน้า แต่ก็ไม่เจอ


“….”


“อีกวันพี่กับผมกำลังเดินทางเดียวกันแต่พี่คงไม่สังเกตเพราะผมอยู่ข้างหลัง  ใจอะจะเดินขอไปส่งแล้วแต่ติดว่าพี่อยู่กับแฟนพี่อะดิ หรือเพื่อน หรืออะไรก็ช่างอะ ใจแป้วแล้วตอนนั้น


“….”


ล่าสุดก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พี่เหมือนรู้ว่าผมอยากเจอพี่อะ เป็นพ่อมดรึเปล่า แค่คิดถึงก็วนเวียนมาอยู่ใกล้ๆตลอด แต่ทำไมไม่มาคนเดียววะ ทำไมต้องมากับคนอื่น


อะไรกันคังแดเนียล


ครับ?


ชอบฉันขนาดนั้นเลยรึไง

 

ใช้คำว่าชอบมากมากเลยดีกว่า


คนแรกเลยนะเนี่ยที่มาบอกว่าชอบฉันขนาดนี้ หมายถึง ผู้ชายหน่ะ


ผมก็......ไม่รู้เหมือนกัน นี่ก็เป็นครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้


     อา…. เขายิ้มอีกแล้ว ถึงจะแค่ยิ้มบางๆก็เถอะ นี่มันน่าหลงใหลเป็นบ้า ให้ตาย ผมชอบคนทีพึ่งเจอกันได้ไม่เท่าไหร่มากขนาดนี้เลยหรอ


ว่าแต่เมื่อกี้เดินมาบอกว่าตรงนี้ห้ามจอดใช่มั้ย


อย่าพึงเปลี่ยนเรื่องสิพี่ซองอู


แล้วต้องการให้ฉันพูดว่าอะไรละ


บอกแค่ว่าพี่โสด แค่นั้น


     เขาทิ้งสะโพกพิงลงบนกระโปงรถ มือล้วงกระเป๋าข้างนึง อีกข้างน่าจะพิมพ์ข้อความหาใครบางคนนะ ไม่ได้ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรอก ก็แค่ระดับสายตาผมมันเห็นพอดี


แล้วอะไรทำให้คิดว่าฉันไม่โสด


??


     เขาหมุนมือถือในมือเล่น เกลียดสายตาแบบนี้ชะมัด ผมอ่านไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าคนที่มองเป็นพี่เขาผมก็โอเคนะ


นั่นหรอ   พยักเพยิดหน้าไปทางด้านหลังผม สงสัยว่าจะคุยนานไปหน่อยตอนนี้คนอื่นเริ่มทยอยออกมากันแล้ว คิดว่าคงจะหมายถึงผู้หญิงผมแดงที่กำลังคุยกับเพื่อนอย่างออกรสแน่ๆ


แล้วใช่ใช่มั้ยละครับ


ก็ใช่


“…….”


ก็ไม่โสด แต่อยู่ในโหมดอิสระ


“ห่ะ?


ไม่อยากจะโกหกนายว่าฉันโสด


“….”


แต่ถ้าพรุ่งนี้ว่างหลังสองทุ่ม เจอกันที่โต๊ะเดิม


เครื่องดื่มฉันไม่เรื่องมาก สั่งอะไรก็ได้ เพราะอย่างอื่นน่าสนใจกว่า

     



     เส้นผมสีแดงเฉียดผ่านหัวไหล่ผมไปหาคนตรงหน้า เขายิ้มหัวเราะถามไถ่กันเป็นปกติ สนุกมั้ยทำอะไรบ้าง ถ้าหิวคงต้องไปกินไกลหน่อยเพราะร้านปิดแล้ว หรือจะไปทำอาหารกินที่ห้องกันเอง เธอเดินมาทักทายผมนิดหน่อยก่อนจะขอตัวกลับ เขายิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มที่ปกติแต่ผมคิดว่ามันมีความนัยแฝงอยู่

พี่จีซองกับคนอื่นๆเดินมาตบหัวผมแทบจะทันทีหลงจากรถยนต์สีดำเคลื่อนตัวออกไป ได้แต่ขอโทษและเถียงข้างๆคูๆไปว่าปวดท้องหนักเลยไมได้เข้าไปช่วย เหมือนว่าคืนนี้จะมีฉลองที่หลังมอ คาบเช้าคงต้องยกตัวเองแล้วล่ะ


ไอ้แดน มึงยิ้มอะไรคนเดียวว่ะ น่ากลัว


ไอ้อูจิน


ไรมึง


กูว่ากูเริ่มติดกาแฟเหมือนมึงแล้วว่ะ

 



xoxo

- อยากมีเด็กๆมาแอ๊วบ้างจังเลยค่ะ ......

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น

  1. #84 helloploy19 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 19:17
    พี่โองงงงงงงงงง คลรั้ยกาจตจจจตจ
    ตกลงน้องผมแดงก็กิ้กกั้กกันอยุ่ละก็จะกิ้กกั้กกับน้องแดนด้วยชั่ยมั่ยชั่ยคะพี่ -.- เด็ด
    #84
    0
  2. #30 หมายิ้มของพี่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 15:32
    แอบแบ๊ดนะคะ แบ๊ดบอยยย
    แต่แบบคิดว่าพี่เขาชั่วแล้วหล่อ หนูก็ยอมค่ะ
    #30
    0
  3. #26 AeJeaNNy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 17:04
    หื้มมมมมม หนูจะเป็นน้อยเค้าหรอลูก 5555555
    #26
    0
  4. #16 Valentine9792 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 06:21
    จบแล้วเหรอ แง ค้างเฟ้อ น้องดานี่น่ารักแมนๆนิดนึงดีอะ ชอบ
    #16
    0
  5. #14 pineapple129122 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 21:49
    หืมมมม ความสัมพันแบบนี้มันอารายย
    #14
    0
  6. #10 HOWSWEETBJIN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 20:48
    งื้ออออ ชอบคุณองง
    #10
    0