Around the world with love Jark

ตอนที่ 7 : New York City - Christmas and "I"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ต.ค. 61


     บนถนนที่มีลุงร่างท้วมใส่หมวกสีแดง ยืนแจกลูกอมกับช็อกโกแลต

     เสียงเพลงระฆังดังกังวาลไปทั่วสารทิศ

     หิมะที่กองอยุ่บนท้องถนน

     คู่รักที่เดินอิงแอบคอยให้ความอบอุ่นแก่กันและกัน


     คริสมาสต์


     ช่วงเวลาอันอบอุ่นหัวใจและแสงไฟประดับประดา มหานครมีชีวิตชีวาเป็นเท่าตัว


     คู่รักหลายคู่จูบกันกลางถนนของไทม์แสควร์อันวุ่นวาย


     ก็โรแมนติกจะตายจุ๊บกันใต้ต้นมิสเซิลโทลในวันคริสต์มาสน่ะ


     สำหรับเขา ได้กลับบ้านไปใช้เวลาในค่ำคืนแสนวิเศษนี้กับคนพิเศษ ก็น่าจะโอเคแล้วล่ะ



กริ๊ง กริ๊ง

แขกประจำของอพาร์ตเมนต์ในแมนฮาตตันกดกริ่งทันทีที่มาถึง เขารีบตรงดิ่งจากที่ทำงานไปซุปเปอร์แล้วก็บึ่งมาที่นี่ทันทีเพราะสัญญากับเจ้าของห้องไว้แล้วว่าจะฉลองด้วยกัน พร้อมไก่งวงจากซุปเปอร์ แต่ยืนเกกังอยู่สักพักแล้วก็ไม่มีวี่แววคนมาเปิดเสียที


     เจ้าตัวก็เลยถือวิสาสะเอากุญแจที่ตัวเองมีไขเข้าไปเอง


     แหม ก็ไม่ใช่บ้านเขานี่นา ถึงมีกุญแจก็ควรเคาะก่อนเนอะ


     ขาเรียวเดินผ่านความมืดบริเวณทางเข้า มือก็คลำไปกดสวิตช์ไฟตรงผนัง เมื่อทุกอย่างอยู่ในความสว่าง เขาก็อดยิ้มให้ภาพตรงหน้าไม่ได้

ใต้ต้นคริสต์มาสที่สูงเกือบเท่าเพดานห้องมีปอมๆหลากสีห้อยประดับอยู่ ไม่ใช่แค่ปอมๆแต่ยังมีกระดิ่ง ตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ระฆัง สายรุ้ง ทุกอย่างที่ต้นสนต้นนึงควรจะมีเพื่อวันคริสมาสต์ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหรอกเพราะว่าประเด็นหลักมันอยู่ที่คนที่หลับสนิทบนพื้นพรมนี่ต่างหากล่ะ


เจ้าของห้องใส่เสื้อกล้ามสีดำเพียงตัวเดียวกับกางเกงนอนบางๆสีเทานอนหงายหน้าอยู่บนพื้นพรม บริเวณอกแน่นๆที่เขาสัมผัสอยู่บ่อยครั้งขยับขึ้นลงเล็กน้อย ได้ยินเสียงลมหายใจยาวสม่ำเสมอบอกเป็นนัยว่าเจ้าตัวคงเหนื่อยมากถึงได้หลับสนิทขนาดนี้ ดีที่ฮีทเตอร์ทำงานอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องจับมาอบรมหน่อยแล้ว หนาวขนาดนี้ยังแต่งตัวอวดกล้ามอยู่ได้ แต่ช่างเถอะ เพราะตอนนี้เขาคิดว่าแจ็คสันคงจะอุ่นมากๆเลยล่ะ



ก็มีเจ้าหนูน้อยมาคู้ตัวซบอกคุณอานี่นา


มาร์คมองดูหลานสาวตัวน้อยของแฟนหนุ่มที่นอนหลับปุ๋ย  โดยที่มือของแจ็คสันก็ประคองร่างน้อยๆนั้นไว้ไม่ให้ไหลตกพื้น เห็นแล้วเหมือนดูลูกโคอาล่ากับหมีโคอาล่ายักซ์ชะมัด มาร์คคิดว่าเอมี่จะต้องรู้สึกสบายมากๆเชียวล่ะเพราะว่าได้เบาะรองสุดพิเศษขนาดนี้


แช๊ะ


อุ๊ย ลืมปิดเสียงเลย


“หือออ” เสียงครางหือดังขึ้น แจ็คสันกระพริบตา เขาเอียงศีรษะไปมองต้นเหตุของเสียงที่ทำหน้าเจื่อนอยู่บริเวณทางเข้าห้องนั่งเล่น


“อื้อ มาร์คหรอครับ กลับมานานหรือยะ/ชู้ว!” คนที่เพิ่งได้สติถามไถ่แต่ยังไม่ทันจบดี ก็โดนสัญญาณให้เงียบลงเสียอย่างนั้น แจ็คสันปรายตามองตามสายตาของคนรักแล้วก็พบเข้ากับก้อนน้อยๆบนอก


อ๋อ


คุณอารีบประคองตัวหนูน้อยไว้แนบอกก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่งโดยที่ไม่ทำให้นางฟ้าตัวน้อยสะเทือนเลยแม้แต่นิดเดียว เขาอุ้มเอมี่ไปในห้องนอน ส่วนมาร์คเองก็รีบวางข้าวของที่ซื้อมาไว้บริเวณโต๊ะหน้าทีวี ก่อนจะเดินตามเข้ามา


“ทำอะไรกันวันนี้หืม หลานหมดแรงเชียว”


“ก็รอมาร์คกลับมานั่นแหละ ให้หลานดูยูทูป ไปเจอวิธีทำปอมๆแขวนต้นคริสต์มาสเข้า ก็เลยคิดว่าทำรอมาร์คก็น่าจะดี เอมี่จะได้ไม่เบื่อด้วย”


“อ๋อ คุณอาก็เลยไปขนไหมพรมจนหมดร้านสินะเนี่ย”


แจ็คสันไม่ได้ตอบอะไร มาร์คก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าคุณอามือใหม่เห่อหลานพอประมาณอยู่ ปีนี้พี่ชายแจ็คสันต้องเดินทางมาทำงานที่นิวยอร์คพอดี ก็เลยถือโอกาสพาครอบครัวมาเที่ยว มาร์คยังจำได้อยู่เลยว่าวินาทีที่แจ็คสันรู้ว่าจะได้เจอหลาน เจ้าตัวดีใจหูหางตั้งไปหมด หวังพัพพี่น่ะต่อให้จบ Ph.D. ก็แพ้เด็กวันยังค่ำนั่นแหละ


คุณอามือใหม่น่ะรีบไปรอที่ JFK Airport ก่อนเวลาตั้งสามชั่วโมง เขาล่ะเชื่อความเวอร์ของแฟนตัวเองจริงๆ


หนูน้อยเดินทางมาถึงเมื่อวันก่อนแต่แทนที่จะได้ไปเที่ยวตามแผน คุณพ่อน้องก็งานรัดตัวเสียจนต้องฝากหลานรักไว้กับคุณอาหนึ่งวัน คุณพ่อน้องก็เสียดายที่ไม่ได้อยู่ฉลองกับลูกสาว แต่เข้าทางคุณอาเขาเลยล่ะ รีบลางานมาทำคะแนนเชียว เมื่อวานก็พาไป Gulliver’s Gate เห็นแล้วก็หมั่นไส้คนเห่อหลานมากๆ


แจ็คสันนั่งลูบผมของเอมี่อยู่บนเตียง อดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นมุมอ่อนโยนของอีกฝ่าย มาร์คคิดว่าถ้าหากแจ็คสันมีลูก เขาคงจะเป็นพ่อที่ดีมากๆแน่


มีลูกหรอ…


"แจ็คสัน" แขกของบ้านเรียกอีกฝ่ายที่กำลังลูบศีรษะเด็กน้อยบนเตียง แจ็คสันหันกลับเเล้วเลิกคิ้วนิดๆเป็นการถามกลับ


"แจ็ค...อยากมีลูกหรือเปล่า"


แจ็คสันชะงักเล็กน้อย ก่อนจะละมือออกจากนางฟ้าตัวน้อยใต้ผ้าห่ม หันกลับมาสบตาคนที่นั่งอยู่บนเตียงฝั่งตรงข้าม


บรรยากาศในห้องเงียบไป ด้านนอกเริ่มมีหิมะโปรยลงมา เกล็ดสีขาวร่วงหลนจากฟากฟ้าในยามที่เมืองสว่างไสวด้วยแสงไฟประดับถนน เสียงเพลงคาโรลขับกล่อมจากโบสถ์ประสานเสียงดังกังวาลไปทุกทิศทาง ไม่ว่าที่ไหนก็มีความอบอุ่นแทรกซึมอยู่ในคืนที่หนาวเหน็บ


"อยากสิ"


เขาตอบคำถามนั้นไม่ลังเล ชีวิตครั้งนึง เขาเองก็อยากจะมีครอบครัว มีหลานให้คุณพ่อคุณแม่ มีลูกของตัวเอง ได้สอนเขาให้เรียนรู้ พร้อมทั้งเรียนรู้ไปกับเขา ใช้เวลาด้วยกันเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม แน่นอนเขาต้องอยากมีลูกอยู่แล้ว



“อ๊ะ นี่!/ชู้ว”


แต่ยังไม่ทันไรคนที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้นตาม รวบร่างบางๆนั่นขึ้นไปพาดบ่า อยากจะโว้ยวายแต่ก็กลัวจะทำให้นางฟ้าตัวน้อยตื่นหลังจากปิดประตูห้องนอนเรียบร้อย แจ็คสันก็พามาร์คมาที่โซฟากลางบ้าน ไม่ต่างจากที่คาดคิดเท่าไหร่ทันทีที่วางคนขี้น้อยใจลงเจ้าตัวก็จะรีบผลักเขาออกอย่างเดียว แต่แรงลูกแมวก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ


ก็เลยรวบตัวมากอดไว้บนตัก


“ปล่อยเลย”


“ไม่ อย่าเพิ่งโกรธสิ”


“ไม่ได้โกรธ!”


แต่เสียงนี่เขียวเลยนะ


“ครับๆ ไม่โกรธก็ไม่โกรธ นี่รอมาฉลองคริสต์มาสด้วยกันไม่ใช่หรอ หืม?”

“ไม่อยากกินแล้ว จะกลับแล้ว ปล่อยเลย”

เจ้าตัวดื้อดิ้นไปมาบนตักแต่ก็ไม่หลุดจากวงแขนแกร่งนั่นสักที แจ็คสันใช้มือข้างเดียวรอบแขนขาวมาจับไว้ เขาเอาคางเกยบนบ่าเล็กๆนั่น

“อย่าคิดมากสิ แจ็ครักมาร์ค แจ็ครักก็คือรัก เรื่องลูกถ้าเราอยากมีจริงๆ ไปรับเด็กมาเลี้ยงก็ได้ ขอแค่เราอยู่ด้วยกัน อยู่ด้วยกันแบบนี้ก็พอ”

“ฮึก” ใบหน้าเรียวซบลงบนไหล่ผ่าย ปล่อยให้ความอัดอั้นในใจไหลเป็นน้ำตาออกมาชุ่มบนเสื้อ


บางครั้งเราก็เปราะบางเกินกว่าดอกหญ้าในวันลมแรง พร้อมหลุดลอยไปตามสายลมกรรโชก คงจะดีไม่น้อยถ้าหากมีใครสักคนใหพักพิงในยามอ่อนไหวว

มันพูดลำบากเมื่อความสัมพันธ์ของเรานั้นช่างแปลกแยกในสายตาคนอื่น ทั้งๆที่เราก็แค่รักกัน

ใช่ ที่เราเป็นอยู่คือ รัก

เราแค่รักกัน


เราเป็นผู้ชายทั้งคู่


เราพบรักกันเหมือนที่ เดอะ ฟิฟ เอเวอนิว ที่แคปคันเหลืองเกือบพุ่งเข้าชนเขาในวันนั้น


ที่ใครคนหนึ่งคว้าเขาเอาไว้ และปลอบประโลมคนแปลกหน้าที่กำลังร้องไห้


ที่ความผิดหวังจากไปเมื่อเขาเข้ามา


เขารู้ตัวว่าตัวเองชอบผู้ชาย จริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเย็นนักหรอกในสังคมเสรีที่หลายคนใฝ่ฝันจะมาอยู่ แต่มันก็ไม่ง่ายนักสำหรับลูกชายคนเดียวในครอบครัวเชื้อสายจีน


แจ็คสันเป็นคนฮ่องกง เราพบกัน ตอนนั้นเขาเป็นแค่นักศึกษาสาขาจิตวิทยาปริญญาโทของ Columbia University เท่านั้นเอง

แจ็คสันเล่าให้เขาฟังว่า เขาไม่เคยมีคนรักเป็นผู้ชายเลย มาร์คคือคนแรก

แต่นั่นไม่สำคัญเท่าตอนที่นายนั่นพูดว่า


“และผมจะให้คุณเป็นคนสุดท้าย”


บ้าจริง ทำไมถึงได้มีคำพูดเลี่ยนๆแบบนี้กันนะ เป็นผลมาจากอ่านงาน eroticism มากไปแน่ๆ


ผ่านการเรียนรู้ ผ่านความเข้าใจ ผ่านการทะเลาะ แต่มันไม่หายไปหรอก ความสัมพันธ์ของเรา มันจะวนอยู่แบบนั้นเพื่อให้เราเข้าใจกันมากขึ้น เพื่อให้เรารู้ที่จะประนีประนอม เพื่อให้เราถนอมกันและกัน



แต่ความกังวลใจเล็กๆ เช่น การมีลูก แม้ฟังดูธรรมดาแต่กับความรักของเรา ความรักที่แปลกแยกในสายตาของคนอื่น มันทำให้มาร์คกลัว

ถ้าวันนึงแจ็คสันอยากจะมีลูก


สิ่งที่มาร์คไม่มีวันให้ได้

เรื่องของเราจะจบลงหรือเปล่า


กลัว


น่ากลัวเหลือเกิน

มือใหญ่ลูบไล้บนแผ่นหลังบางกระเพื่อมตามแรงสะอื้น เขารู้ว่ามาร์คอ่อนไหว ขี้หึง ดื้อเงียบ แต่เขาเองก็มีข้อเสียไม่ต่างกัน ด้วยรักทั้งนั้นที่เรายอมปรับตัว


จริงๆเขาเด็กกว่ามาร์คกือบปีแต่คนที่ทำตัวเด็กจนอายุเท่าเอมี่น่ะ เขาอดเอ็นดูไม่ไหวหรอก ร้องไห้ เขาจะปลอบประโลมเอง ถ้าทำได้จะไม่ทำให้ต้องร้องไห้เลยเด็ดขาด


“มาร์ค ผมเคยอ่านงานของ Tim May มันตอบคำถามหลายๆอย่างในชีวิตของผม ผมคิดว่าผมเข้าใจมันแล้ว แต่จริงๆแล้วคุณต่างหากที่ทำให้ผมเข้าใจมันจริงๆ”


“มาร์คทำให้แจ็คเข้าใจอะไร”


“The search for self-identity in terms of our overwhelming need for love - of loving and being loved”. (ที่เราต้องการเป็นตัวของตัวเองเสียเหลือเกินก็เพราะเราต้องการ “ความรัก” - การได้รักและถูกรัก)

“I am always myself when I am with you” (ผมเป็นตัวเองเสมอเมื่อผมอยู่กับคุณ)


มันใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่เราพุ่งเข้าหากันเหมือนแม่เหล็ก ริมฝีปากของเราบดเบียดกัน ปรับองศาให้ต่างคนต่างได้แนบชิดสนิทยิ่งขึ้น ลิ้นหนาที่แตะบนริมฝีปากแทนคำขออนุญาตเมื่อคนบนตักป้าปากรับการรุกล้ำที่หวาบหวาม เกี่ยวกระหวัด และร้อนแรง มือบางเลื่อนขึ้นมากำแน่นตรงมัดกล้ามบนไหล่ผ่าย ไม่ต่างจากมือใหญ่ที่เอื้อมไปซุกไซร้นิ้วยาวอยู่หลังท้ายทอยทุยสวย กินระยะเวลายาวนานเป็นนาทีก็ที่เราจะผละออกจากกัน

เสียงลมหายใจดังขึ้นทันทีเพราะร่างกายต้องการออกซิเจน


ใบหน้าแดงกล่ำ

ดวงตาหวานฉ่ำของคนที่ร้องไห้


รอยยิ้มของคนที่มองมา


“ถึงไม่ได้จูบใจ้ช่อมิสโซเทิล แต่รักของเราก็จะยาวนานใช่ไหม”


“ตราบใดที่เรายังรักกัน”


“เข้าใจแล้วล่ะ ไม่เปลี่ยนใจหรอก”


เรายังจูบกันอีกครั้ง อีกหลายครั้ง บนโซฟาตัวใหญ่ในห้องที่มีต้นคริสต์มาส ในคืนที่หิมะโปรยปราย




Merry Christmas 2017

30 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 มกราคม 2561 / 12:04
    ง้อได้น่ารักมากกกกกก
    #30
    0
  2. #29 เอินคือซาทัง (@amsunarat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 00:40
    นึกว่าจะงอนกันแรงซะแล้วววว
    #29
    0