Sense of love รักแล้วใช่ไหม ?

ตอนที่ 9 : Ch.9 เครียด กับ ..งาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    19 เม.ย. 63

ตอนนี้หัวฉันกำลังจะระเบิดค่ะ ฉัน คิด งาน ไม่ ออก !! ตั้งแต่วันที่ฉันออกไปทำงานที่คาเฟ่กับฟายรอบนั้นฉันก็พยายามทำต่อไปเรื่อย ๆ แล้วนะ แต่เหมือนหัวมันตันยังไงก็ไม่รู้ คิดอะไรต่อไม่ได้เลย แล้วความซวยก็คือพรุ่งนี้อาจารย์ที่ปรึกษาฉันนัดตรวจโปร! คือมันก็เป็นแค่การตรวจว่าเราทำถึงไหนแล้วนั่นแหละ แต่จากวันที่อาจารย์ให้หัวข้อโปรเจคมาจนถึงวันนี้มันก็เกือบ ๆ เดือนแล้วไง งานฉันยังไม่ถึงครึ่งเลย กูโดนพีรพลฉอดแน่ ๆ

~~FRANK is calling~~

"ฮัลโหล"

'ทำไมเสียงเป็นงั้นอะ เครียดอะไร'

ตั้งแต่วันที่พี่แฟรงค์บอกว่าจะทำให้ฉัน..เอ่อ นั้นแหละ พี่มันก็คุยกับฉันทุกวันถ้าไม่โทรก็ไลน์หรือไม่ก็มาหาที่หอโดยใช้ข้ออ้างว่ามาหามะยม อืม

"คิดงานไม่ออกอะ"

'ที่จะส่งพรุ่งนี้อะนะ'

"ใช่"

'ก็บอกแล้วว่าเดี่ยวพี่ทำช่วย'

"อีกล่ะ ก็บอกว่างานหนูหนูทำเองดิ พี่แค่คอยตรวจให้ก็พอ"

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่แฟรงค์เสนอตัวจะทำงานให้ฉัน แต่พี่มึงจะบ้ารึเปล่า นี่งานโปรเจคจบฉันเลยนะ ถึงมันจะยากเย็นแค่นี้ฉันก็ต้องทำด้วยตัวเอง มันเสียศักดิ์ศรีโว้ย

'โอเคครับ ๆ แต่พรุ่งนี้อาจารย์ก็แค่เรียกไปเช็คเฉย ๆ ไม่ใช่หรอ'

"มันก็ใช่ แต่งานมันยังไม่ถึงไหนเลย กลัวจารย์ด่าอะ"

'คิดเองเก่งอีกแล้ว' ถ้าพี่มันได้รู้จักอาจารย์พีจะรับรู้ความรู้สึกฉัน

'เลิกคิดได้แล้ว เค้นความคิดออกมาตอนนี้ยิ่งจะทำขิงเครียดเปล่า ๆ สู้เอาเวลาไปนอนเตรียมตัวพรุ่งนี้ดีกว่า'

อืมม หรือบางทีฉันควรจะคิดได้แบบนี้ ตอนนี้ยิ่งพยายามฝืนเค้นความคิดออกมาเท่าไหร่มันก็ไม่มีอะไรออกมา นอกจากอาการปวดหัว..

"อือ เดี่ยวไปนอนแล้วก็ได้"

'พูดเหมือนโดนบังคับ'

"โอเคค่า กำลังจะปิดไฟห่มผ้านอนตอนนี้เลยค่ะ" ฉันพูดประชดพี่แฟรงค์กลับไป แต่ยังไม่ลุกไปปิดไฟตอนนี้หรอก ขี้เกียจลุก

'อย่าพูดเฉย ๆ ลุกไปปิดจริงด้วยดิ'

"เชี่ย แม่นยังกะตาเห็น"

'หึ ๆ เราเป็นคนยังไงทำไมพี่จะไม่รู้'

"อย่ามาทำเป็นรู้ดี"

'ฮ่า ๆ ไปนอนได้ล่ะหรือจะให้ร้องเพลงตบตูดนอน'

"หนูโตแล้วโว้ย" พูดอย่างกับฉันเป็นเด็กสามขวบ

'อืม ก็โตจริงแหละ'

"ไม่ได้กำลังคิดอะไรอกุศลใช่ไหมพี่แฟรงค์" ฉันว่าคำพูดมัน..

'คิด'

"ไอ้พี่แฟรงค์"

'ฮ่า ๆ ล้อเล่น สบายใจได้พี่คิดไม่ได้หรอก คิดภาพไม่ออก' มันเป็นคำแก้ตัวที่อิหยังวะหน่อย ๆ เป็นอิหยังวะที่ฉันไม่เข้าใจด้วย

"ไปนอนล่ะ คุยกับพี่แม่งไม่ได้อะไรเลย"

'นอนจริง ๆ นะไม่ใช่เปิดยูทูปดูไอดอล' ฮ่วย! มันจะรู้ดีรู้แม่นเกินไปแล้วนะ นี่เป็นหมอดูหรือเป็นสถาปนิก

"ขอนิดหน่อยพอเก็บเอาไปฝัน อิอิ"

'หยุดเลย ฝันถึงแค่พี่ก็พอแล้ว'

"..จะฝันถึงพี่ทำซากอะไร" ขอนอนฝันเห็นน้อง ๆ วงที่กำลังจะได้เดบิวต์แต่ค่ายดองไว้เป็นชาติแล้วก็ยังไม่ยอมเดสักที จะไม่ดีกว่าหรอ

'ใจร้ายอีกล่ะ'

"ขอเห็นคนอื่นบ้าง เห็นพี่ทุกวันแล้ว"

'แสดงว่าฝันเห็นพี่มาทุกวันแล้วหรอ' คำพูดฉันมันส่อความหมายอย่างงั้นหรอ ป่านนี้พี่แฟรงค์ยิ้มแก้มฉีกแล้วมั้ง ฮ่า ๆ เอาเถอะให้พี่แกได้นอนไปพร้อมกับความสุขนี้ไป

"ไปแล้ว ฝันดีค่ะ"

กดวางไปเลยหมั่นไส้ แต่ยอมรับก็ได้ว่าการได้คุยกับพี่แฟรงค์ทำให้ฉันหายเครียดเรื่องงานไปเลย ยังก็ต้องขอบคุณพี่แกล่ะนะ :)

 

ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.Z

"มึงตรวจโปรวันนี้หรออิขิง" เสียงภีมดังขึ้นถามฉันหลังจากเรียนเสร็จ วันนี้ฉันมีเรียนแค่คาบเช้าและอาจารย์ก็นัดตรวจงานตอนเที่ยงพอดี

"ใช่ โคตรเครียดเลยงานกูยังไม่ถึงไหนเลย"

"มึงอย่าไปเครียด เอางี้เดี่ยวพวกกูไปนั่งให้กำลังใจรอหน้าห้อง" ไอ้ฟ่าปลอบฉันแล้วเสนอขึ้น แต่จะให้พวกมันไปนั่งรอก็ยังไง ๆ อยู่ ไม่รู้ด้วยว่าจารย์จะตรวจนานแค่ไหน เผื่อแกล้งฉันล่อไปสามชั่วโมงพวกนี้ได้รากงอกพอดี

"ไม่เป็นไรมึง กูเกรงใจ"

"เกรงใจอะไร เพื่อนกันทั้งนั้น ใช่ไหมไอ้รุจ?" มึงก็หันไปถามถูกตัวซะด้วยฟีฟ่า

ตั้งแต่วันที่รุจมันสารภาพกับฉัน เราสองคนก็ไม่มีโอกาสได้คุยกันซึ่ง ๆ หน้าเลย จะพูดว่ามันพยายามหลบหน้าฉันก็ได้นะฉันรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ และเช่นเดียวกันจากวันนั้นถึงวันนี้เรื่องนี้ไอ้ฟีฟ่ายังไม่รู้

"เอ่อกู กูขอโทษทีหวะพอดีกูมีธุระต้องไปแล้ว ยังไงกูไปก่อนนะ" รุจพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปเลย ทิ้งไว้แค่ความสงสัยบนหน้าฟีฟ่า

"อะไรของแม่งวะ"

พอเป็นแบบนี้อิภีมเลยหันหน้ามาสบตาฉันเหมือนพยายามจะถามว่า 'มึงคุยแล้วใช่ไหม เกิดอะไรขึ้น' ฉันก็ทำได้แค่ยักไหล่แล้วส่งสายตาประมาณ 'กูก็ไม่รู้เหมือนกัน' กลับไปให้มัน

"แต่ก็นั่นแหละ กูอยู่ได้พวกมึงกลับเลย" ฉันบอกฟีฟ่าอีกครั้ง

"เออโอเค ๆ แต่ถ้าอยากได้ตัวซัพพอร์ตก็เรียกกูนะ" เนี่ยไอ้พวกนี้มันเป็นแบบนี้ไง ฉันเลยไม่อยากเสียมันไป

"อือ" ฉันตอบแล้วยิ้มให้พวกมันสบายใจ

"อ่ะ ๆ งั้นแยกย้าย มึงรีบไปหาจารย์พีได้ล่ะส่วนพวกกูสองผัวเมียจะไปกินกัน"

"ไปหาข้าวกินกัน มึงอย่าพูดให้กูเสียวหลังแบบนี้" ฟ่าหันไปพูดกับภีมหลังจากที่มันพูดคำเชิญชวนออกมา

"พวกเหี้ย ไป ๆ แยกย้าย"

ฉันพูดแล้วเดินแยกออกจากพวกมันมา ตรงไปที่ห้องพักอาจารย์ที่ปรึกษาสุดเคารพรักของฉันทันที กลั้นใจรวบรวมสติสักพักก็เคาะประตูห้องพักอาจารย์

-- ก็อก ก็อก --

"ขออนุญาตค่ะอาจารย์"

"เชิญ"

พอได้ยินเสียงอนุญาตฉันก็เปิดประตูเข้าไปทันที เห็นอาจารย์พีนั่งทำงานเอกสารอะไรก็ไม่รู้ของแกอยู่บนโต๊ะ ฉันไหว้สวัสดีแกแล้วเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามแบบไม่รอให้แกพูด มาจนเซียนแล้วแต่ก็ยังเกรงกลัวทุกครั้งที่เข้ามา

"ผมนึกว่าใคร คุณนี่เองพิชชาภา"

"ค่ะอาจารย์ หนูเอาโปรเจคมาให้อาจารย์ตรวจค่ะ" พูดเสร็จก็หันโน้ตบุ้คที่เปิดไฟล์งานเตรียมไว้ตั้งแต่หน้าห้องให้อาจารย์ดู

"อืม ของคุณหัวข้อที่พัก interior ใช่ไหม" อาจารย์ถามฉันแต่ตากับมือก็คือเลื่อนเช็คงานไปเรื่อย ๆ

"ใช่ค่ะ"

"คุณจะทำอาคารกี่ชั้น"

"ตอนนี้ที่คิดไว้ 3 ค่ะ ชั้นแรกว่าจะทำให้เป็นสตูดิโอสามารถทำงานได้ด้วย ส่วนชั้นที่ 2-3 จะเป็นโซนที่พักค่ะ"

"อืม ...แต่ผมไม่ได้บอกให้ทำที่ทำงานนะ คิดเองรึเปล่า" อาจารย์พูดเสร็จแล้วหันมายิ้มให้ฉัน เรียกว่าไงดีคือมันเป็นรอยยิ้มแบบแสยะยิ้มอะ กูโดนแล้ว

"อ่าค่ะ"

"แล้วคุณบอกจะทำ 3 ชั้นแต่นี้เพิ่งได้ 2 ห้องเองนะ"

"ค่ะ"

"แล้วเป็น 2 ห้องที่ไม่ตรงโจทย์ผมด้วย" ยิ้มอีกแล้ว รอยยิ้มพิฆาต ฮืออ

"ขอโทษค่ะอาจารย์ เดี่ยวหนูกลับไปทำใหม่ค่ะ"

"ผมก็ถามแล้วนะว่าเข้าใจไหมวันที่มารับหัวข้อไป แล้วคุณก็บอกผมว่าเข้าใจไม่ใช่หรอ"

"ใช่ค่ะ"

"ถ้าไม่เข้าใจก็ถาม ไม่ใช่ไปคิดเองเออเองแบบนี้มันเสียเวลาทำงาน เห็นใช่ไหม ?" เต็มที่เลย กูโดนเต็มที่

"เห็นค่ะ"

"แล้วเหลือเวลาแค่เดือนเดียว คิดว่าจะทำเสร็จไหม ?"

"เสร็จค่ะอาจารย์" ฉันรีบตอบกลับทันที ถึงจะยังไม่แน่ใจว่าจะทำเสร็จอะนะ

"แต่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาคุณได้แค่ 2 ห้องนี้เองนะ คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าคุณจะทำอาคาร 3 ชั้นของคุณเสร็จภายในหนึ่งเดือนหลังจากนี้"

"..." เงียบเลยกู เออหวะ แค่เดือนเมื่อกี้ยังได้แค่ 2 ห้องแล้วจะเอาอะไรมาชัวร์ว่าจะเสร็จ 3 ชั้น

"อย่าสักแต่พูด ทำด้วยนะครับ"

"..."

"กลับไปทำงานของคุณและช่วยจริงจังด้วยนะครับคุณพิชชาภา"

"ค่ะอาจารย์ ขอบคุณค่ะ"

ไหว้ลาอาจารย์เสร็จฉันก็เดินออกจากห้องพักอาจารย์มาแล้วเศร้าเลย แม่ง อุตส่าห์มีไฟฮึดขึ้นแล้วก็มานอยลงเพราะคำพูดอาจารย์อีก แต่จารย์ก็พูดถูกอะ ฉันแม่งทำงานไม่จริงจัง คิดว่าจะทำ ๆ แต่ก็ไม่ยอมทำสักทีจนเวลามัน..ไม่ทัน กูนี่มันแย่จริง ๆ เลยโว้ยย

เดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยสักพักก็เพิ่งรู้ตัวว่ามาถึงคิววินหน้ามอ ฉันเดินแบบไม่สนใจโลกภายนอกขนาดนี้เลยหรอวะ หลังจากนั้นก็ใช้บริการน้าวินกลับมาที่หอเพื่อขึ้นห้องไปเตรียมตัวทำงานแบบนอย ๆ จะว่าไงดีโดนอาจารย์ด่ามานะเว้ย ใครมันจะอารมณ์ดีวะ

"กลับมา.."  

กำลังจะบอกว่ากลับมาแล้วแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้มะยมไม่อยู่ห้อง ไปหาผัวจ่ะ เอออยู่คนเดียวอีกแล้ว

"กลับมาแล้วหรอ"

"เห้ย! พี่มาได้ไง"

จะไม่ตกใจได้ยังไงก็อยู่ดี ๆ พี่แฟรงค์แม่งก็โพล่หน้าออกมาจากไหนไม่รู้ แล้วพี่มันเข้ามาได้ไงอย่าบอกว่ามะยมให้กุญแจนะ

"ขับรถมา"

"..เอาดี ๆ "  มีหน้ามากวนตีนอีก

"พี่ไปขอกุญแจห้องมะยมมา"  อืม ชัดเจน  "ก็มาหาคนแถวนี้ ได้ยินว่าไปตรวจงานไม่รู้โดนอะไรมาบ้าง เลยมารอ"

คำง่าย ๆ แต่ความหมายสุดลึกล้ำ ไม่ใช่จากพี่ตูนแต่เป็นที่พี่แฟรงค์มันพูดออกมา จะว่าไงดีฉันไม่เคยมีใครมารอในตอนที่จังหวะชีวิตมันเป็นแบบนี้อะ ปกติถ้าเจอเรื่องแย่ ๆ ก็ต้องอยู่กับตัวเองให้ได้ พอมีคนมาแคร์เราแบบนี้แล้วแม่ง โคตรอ่อนแอเลย

"พี่แฟรงค์.."

"แต่ดูจากหน้าก็น่าจะโดนมาเยอะ"  พี่แฟรงค์พูดแล้วเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าฉัน  "ถ้าไม่สบายใจก็บอกพี่"

ไม่ไหวหวะ จบคำพูดนั้นอยู่ดี ๆ น้ำตามันไหลมาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่รู้ด้วยว่าเป็นน้ำตาเสียใจที่โดนอาจารย์ด่ามาหรือน้ำตาดีใจที่มีคนแคร์ มันจุกในอกเกินไป พี่แฟรงค์ไม่พูดอะไรต่อแต่เดินเข้ามากอดฉันไว้ให้หน้าผากฉันชนกับอกด้านซ้ายพี่มันพอดี นาทีนั้นคือก้อนสะอื้นออกมาเต็มที่ แม่งอบอุ่นไปแล้ว

"ขอบคุณนะ"

ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ในสภาพนั้นนานแค่ไหน แต่พอหมดน้ำตาก็เลยผละหน้าออกมา มองหน้าพี่แฟรงค์แล้วยิ้มให้บาง ๆ

"แค่นี้เอง"  พี่แฟรงค์ยิ้มตอบแล้วเอามือมาลูบหัวฉันเบา ๆ

"พอแล้ว ไม่ร้องแล้ว"

"โอเค งั้นไปล้างหน้าล้างตามากินข้าวกัน พี่ทำกับข้าวไว้รอแล้ว"  หูฉันไม่ได้ฟาดใช่ไหม พี่แฟรงค์อะนะทำกับข้าว

"พี่อะนะทำ"

"อย่ามาทำหน้าตาไม่น่าเชื่อ พี่ทำได้แล้วกัน"

อะจ่ะเชื่อก็ได้ ฉันพยักหน้าน้อย ๆ แล้วเอาของไปเก็บในห้องล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เดินออกมาเคาเตอร์กินข้าวทันที อือหือพี่มันทำกับข้าวเป็นจริง ๆ ถึงหน้าตามันจะไม่ค่อยสวยก็เถอะ

"ทำเป็นจริงด้วย"

"ใช่ไหมล่ะ ไม่ธรรมดานะพี่เนี่ย"  พูดชมตัวเองก็ได้เนาะคนเรา

"ขอชิมหน่อยสิ"  ฉันว่าแล้วใช้ช้อนตักแกงจืดขึ้นมาชิม อืมก็อร่อยดี ไม่น่าเชื่อแหะน่าตากับข้าวไม่น่าทานแต่รสชาติรสดี

"เป็นไง"

"รสชาติได้ แต่รูปลักษณ์ปรับปรุงนะ"

"ก็แปลว่าอร่อยอยู่ดี"

แล้วแต่ใจเธอเลยจ่ะถ้างั้น ว่าแล้วเราก็นั่งกินข้าวไปคุยเรื่องที่ฉันเข้าไปหาอาจารย์แล้วโดนอะไรมาบ้างให้พี่มันฟัง แต่พี่แฟรงค์ก็บอกว่าจะเถียงอาจารย์ก็ไม่ได้เพราะฉันทำผิดโจทย์จริง ๆ เอออันนี้ก็พอรู้ตัวมาแล้วอย่าซ้ำ

"แต่ที่หนูคิดมากตอนนี้คือ เวลาแค่เดือนเดียวหนูจะทำเสร็จได้ยังไงมากกว่า"

อันนี้คือสิ่งที่รบกวนจิตใจฉันมาโดยตลอด คือเวลาในการทำงานอะ มันสั้นมากไงแล้วจะทำยังไงให้ทันวะ

"ทัน เชื่อพี่ดิ"

"หนูยังไม่เชื่อตัวเองเลย"

"งั้นก็เชื่อในตัวพี่"

"หือ ?"  พี่มันคิดจะทำอะไรอีก

"พี่มีข้อเสนอ"

"ว่า ? "

"ขิงเอางานไปทำกับพี่ พี่จะได้ช่วยขิงตลอดเวลาได้"

"ปกติก็ส่งไฟล์ให้ก็ได้หนิ"

"มันไม่เร็ว ถ้านั่งทำด้วยกันมันจะเร็วกว่า"  อืมพูดอีกก็ถูกอีก แต่จะให้ฉันหอบงานไปทำกับพี่มันทุกวันก็เหนื่อยตัวเองนะ

"แล้วหนูต้องหอบงานไปทำกับพี่ทุกวันอะนะ"

"หอบไปแค่วันเดียว"

"หือ ? "  อิหยังวะ

"หอบไปไว้คอนโดพี่วันเดียว แล้วขิงก็ไปอยู่คอนโดพี่เลย"

 

*************************************************************************************************************************************************

มีคนล่อน้องค่ะหมวด ปล.วงที่ยังไม่เดวงนั้นดีจริง ๆ นะจนถึงตอนนี้ยังเลือกเมนไม่ได้เลย ฮ่าๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น