Sense of love รักแล้วใช่ไหม ?

ตอนที่ 6 : Ch.6 วันงงงง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    12 เม.ย. 63

"..งั้นก็นอนคอนโดพี่ดิ จะได้ไม่ต้องขับไปส่งหอ"

"ก็เหี้ยแล้วพี่!" พูดออกมาได้ยังไง ไม่กี่นาทีก่อนยังสอนน้องตัวเองไม่ให้ไปนอนห้องผู้ชายอยู่เลย แล้วนี่พูดอะไรออกมา บัดสบ! อีกอย่างฉันจะไปนอนห้องพี่มันทำซากอะไรวะคะ

"พี่ล้อเล่น ไม่ต้องเกรงใจ เดี่ยวพี่ไปส่งขิงเอง มะยมกับฟายไม่ต้องเป็นห่วง" พี่แฟรงค์ตอบฉันแล้วหันหน้าไปบอกมะยม

"โอเคค่ะงั้นยมกับฟายกลับกันก่อนนะ ปะฟาย"

"หะ เออๆ ไปกลับ ๆ " ฟายเก็บของขึ้นแล้วกำลังจะเดินออกไป แต่มะยมก็หันมาพูดกับพี่แฟรงค์ก่อน

"ยมว่าถ้านอนห้องพี่แฟรงค์เลยก็ได้นะคะ คิๆ" ฉันไม่รู้เหมือนกันว่ายมมันพูดอะไรกับพี่แฟรงค์แต่พูดจบก็หัวเราะคิคิออกไป อ้าว สรุปฉันโดนเพื่อนเทจริงดิ ฮ่วย! อะไรกันครับเนี่ยย

 

-- Frank's talk --

น้องผมนี่มัน..ตัวแสบ หลังจากที่มะยมกับฟายเดินออกไปผมก็หันหน้ามาหาเด็กที่ทำหน้าเหวอมองเพื่อนตัวเองเดินออกไปจากร้านอยู่ ทำไมน้องมันทำหน้าอย่างนั้นวะ

"เอ้า เพื่อนไปแล้ว ทำงานต่อได้แล้ว"

"อะไรวะ กูอยู่ในสถานการณ์นี้ได้ไง" ผมเห็นน้องมันบ่นขมุบขมิบแต่ก็ได้ยินไม่ค่อยชัด

"บ่นไร ทำ"

"ค่าา กำลังจะทำตอนนี้เลยค่าา" หลังจากนั้นน้ำขิงก็เริ่มทำงานตัวเองต่อไป ผมก็คอยบอกส่วนที่ผมพอจะช่วยน้องมันได้ แต่เหมือนน้องมันจะเป็นคนความจำสั้นนะ ผมพูดประโยคเดิมมาสามรอบแล้วมึงช่วยจำใส่สมองทีเถอะขิงเอ้ย

"ก็บอกว่าอย่าใส่อย่างนั้น ให้เอาตัวนี้มาช่วย นี่รอบที่สี่แล้วนะจำหน่อยขิง"

"ก็มันชินอะ ปกติหนูก็ใส่แบบนี้ไง"

"ก็บอกไปแล้วว่าถ้าใส่แบบปกติมันไม่ balance ต้องให้อธิบายอีกกี่รอบหะ"

"โอ้ยยอย่าเพิ่งหงุดหงิด โอเค ๆ จะพยายาม" น้ำขิงพูดแล้วหันไปทำต่อ

"เข้าใจยากขนาดนี้ ผ่านมาได้ยังไงจนปี 4" ก็มะยมเคยบอกผมว่าน้ำขิงเรียนเก่งพอตัว แต่ถ้ามันพูดภาษาคนเข้าใจยากขนาดนี้มันเข้าใจอาจารย์สอนได้ยังไง มีพรสวรรค์งี้ กับคนนี้ผมว่าไม่ใช่

"ก็เพื่อนช่วยดันขึ้น นี่ถ้าไม่ได้รุจช่วยนะ โอ้โหห หนูน่าจะล้มลุกคลุกคลานมาหนักอะ" รุจหรอ เพื่อนของน้ำขิงที่ตอนนั้นไปกินข้าวด้วยแล้วทำตัวนิ่ง ๆ อะนะ อืมม

"รุจนี่เก่งขนาดนั้นเลย?"

"มหาเทพ"

"แล้วทำไมไม่ให้รุจช่วยงานนี้"

"ก็ยมมันติดต่อพี่ให้ก่อนไง อีกอย่างรุจมันช่วยหลายงานละเกรงใจมัน" น้องมันตอบผมแต่สายตายังจ้องโน้ตบุ๊คลากเม้าท์ทำงานต่อไปเรื่อย ๆ

"หึ"

"นี่เสร็จละห้องนี้ เป็นไงบ้างพี่" น้ำขิงพูดแล้วหันจอโน้ตบุ๊คมาให้ผมดู ก็เหมือนจะเรียบร้อยแต่ก็ยังไม่เท่าไหร่ ต้องเก็บรายละเอียดอีกหน่อย

"ไม่เก็บรายละเอียด?"

"ก็เก็บแล้ว ..นิดหน่อย แหะ ๆ" หน้าอย่างนี้คงจะขี้เกียจเก็บชัวร์

"อย่ามาโกหกพี่ เอาไปทำให้เรียบร้อย"

"แค่นี้เอง" น้องมันทำหน้าเหมือนขัดใจแต่ก็ยอมหันโน้ตบุ๊คกลับไปทำอีกรอบ ฮ่าๆ ไอ้เด็กขี้เกียจเอ้ย

"พี่หิวละ เอาแค่นี้ก่อนแล้วเราค่อยส่งไฟล์มาให้พี่ดูดีกว่า"

"หะ?"

"เก็บของ ไปกินข้าวกัน ปะ"

น้ำขิงก็ยังคงเป็นน้ำขิงทำหน้าเอ๋อได้ตลอดเวลา ผมเห็นน้องมันไม่ยอมเก็บของสักทีเลยเก็บเองซะเลย แล้วเหมือนน้ำขิงจะเพิ่งรู้ตัวเลยช่วยผมเก็บแล้วออกจากร้านคาเฟ่ไป

 

-- NamKing's talk --

ตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนรถพี่แฟรงค์หลังจากเก็บของออกจากคาเฟ่มาแบบงง ๆ เออวันนี้เป็นวันงงแห่งชาติหรอหรืออะไร เหตุการณ์แต่ละอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก งงไปหมด

"อันนี้คือเรากำลังไปไหนกันพี่แฟรงค์" ฉันหันไปถามพี่แฟรงค์ที่ขับรถอยู่ คือล่าสุดพี่มันบอกว่าหิวข้าวใช่ไหมนะ แล้วคือฉันต้องไปกินข้าวกับพี่มันหรอ หรือยังไงวะ ก็ยังงงอยู่

"ไปกินข้าวไง"

"แล้วหนูต้องไปด้วย? "

"ใช่ พี่หิวเราก็หิว พี่รู้"

"ถามหนูสักคำ? " เออ ถามฉันสักคำหรือยังว่าหิว ถึงมันจะทุ่มกว่า ๆ ได้เวลากินข้าวแล้วก็เถอะ

"เอาน่า ถือซะว่าไปกินเป็นเพื่อนพี่ที่พี่อุตส่าห์ช่วยทำงานไง"

"ทวงบุญคุณชัด ๆ "

"ว่างั้นก็ได้"

จากนั้นพวกเราก็ขับรถมาถึงร้านอาหารร้านนึง ร้านอยู่ใกล้ ๆ กับคาเฟ่นั่นแหละ ร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ๊นญี่ปุ่นก็คือเดินมาแล้วรู้เลยว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น

"ขิงอยากกินไร สั่งเลยเต็มที่"

"พูดเหมือนจะเลี้ยง"

"แน่นอน มากับใครครับ"

"ว้าววว ขอบคุณค่ะป๋า" ฉันพูดล้อ ๆ พี่แฟรงค์ อารมณ์ดีแล้วเพราะมื้อนี้อิ่มจังตังค์อยู่ครบ หลังจากสั่งอาหารแบบหน้ามืดตามัวจนพนักงานเดินออกไป ฉันก็เห็นรุจเดินเข้ามาที่ร้านพอดี

"รุจ!"

"อ้าวขิง มากับใค.. อ่อพี่แฟรงค์ หวัดดีครับ" เหมือนรุจมันจะถามว่าฉันมากับใครแต่เห็นพี่แฟรงค์ก่อน

"สวัสดีครับ"

"มึงมากับใครอะ" ฉันถามมันแล้วพยายามมองหาคนที่จะเดินตามหลังมันมาแต่ไม่มี

"กูมากินข้าวกับเพื่อน นู้นอยู่ทางนู้น" มันตอบฉันแล้วชี้ให้ดูโซนโต๊ะเพื่อนมัน น่าจะเป็นเพื่อนอีกคณะของมันที่ฉันไม่รู้จัก

"อ่อ"

"แล้วนี่ทำไมมาด้วยกันได้วะ"

"กูไปทำงานกับพี่แฟรงค์มา"

"อ่อ โปรเจคจบอะนะ"

"เยส นี่ก็ได้ไปแล้ว 20% ฮ่าๆ "

"วันหลังให้กูช่วยก็ได้ เรื่องนี้กูก็น่าจะพอทำได้อยู่"

"แต่พี่ว่าให้พี่ช่วยดีกว่า พี่ถนัดกว่า" ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบอะไรรุจมันกลับ พี่แฟรงค์ก็พูดขึ้นมาก่อน

"ผมเกรงใจพี่หนิครับ อีกอย่างผมก็ช่วยขิงมาตั้งนาน"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ พี่ไม่ถือ" ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าบทสนทนานี้มันทำให้บรรยากาศเริ่มมาคุได้ยังไง เอ่อ ฉันต้องทำอะไรสักอย่างใช่ไหม

"ใช่มึงใช่ ไม่ต้องเกรงใจ กูยังไม่เกรงใจเลย ฮ่า ๆ"

"..."

"..." เงียบ เงียบกันทำไม ฉันพูดอะไรผิดวะ อย่าเงียบสิโว้ยยย

"เพื่อนกูเรียกล่ะ กูไปก่อนละเจอกัน" รุจพูดจบก็เดินไปหาเพื่อนเลย เห้อ ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ โล่งอกก็ว่าได้

"เหมือนเพื่อนขิงคนนี้จะห่วงขิงมากเลยนะ"

"คะ?" ฉันมองหน้าพี่แฟรงค์งง ๆ ก็ปกติไหมวะเพื่อนกันก็ห่วงกันดิ

"เปล่าหรอก ไม่มีอะไร" พี่แฟรงค์พูดแล้วยิ้มให้ฉัน อ้าวงง เนี่ยกูงงอีกแล้ว

จากนั้นไม่นานพนักงานก็มาเสิร์ฟอาหาร ฉันขอเตือนนะทุกคนอย่าสั่งอาหารเพียงเพราะว่าเราไม่ได้เป็นคนจ่ายตังค์ กินสองคนสั่งมาอย่างกับกินสิบคน

"ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้ แหะๆ " ฉันหันไปยิ้มแห้งให้พี่แฟรงค์ ขอโทษได้ไหมที่สั่งมาไม่คิดถึงเงินในกระเป๋าตังค์พี่

"กินไปเถอะ แค่นี้เอง"

"ป๋าเหลือเกิน เงินเดือนเยอะขนาดนั้นเลย? " อันนี้คือถามกวนตีนเฉย ๆ ไม่ได้ต้องการคำตอบหรอก เพราะยังไงพี่มันก็ทำงานแล้วเอาเงินมาเลี้ยงน้องเลี้ยงนุ้งแค่นี้ไม่เป็นไรมั้ง อิอิ

"พูดมาก กินเข้าไปเยอะ ๆ " พี่แฟรงค์พูดแล้วยัดเนื้อแซลมอนเข้ามาในปากฉัน แล้วมันไม่ใช่ชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นเท่าบ้าน โห้ ยัดมาได้

"ไอ้พี่แฟรงค์! คนกำลังจะกิน ยัดเข้ามาได้ถ้าติดคอหนูตายทำไง"

"ก็ยังไม่ตาย กินได้แล้วมัวแต่พูด"

จิ๊ ไม่ขอโทษอีก เออเห็นว่าเลี้ยงนะไม่งั้นกระโดษถีบขาคู่ไปแล้ว แต่อาหารร้านนี้อร่อยมากเลยอะ ฉันเป็นคนที่ชอบกินอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้วแต่ร้านนี้ให้อยู่อันดับต้น ๆ เลยในลิสต์ร้านอร่อยที่ต้องกินก่อนตาย เวอร์ไหมเออเวอร์ นั่งกินไปเรื่อย ๆ พี่แฟรงค์ก็พูดกวนตีนฉันไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้อิ่มกันแล้ว และจังหวะที่พี่แฟรงค์เรียกพนักงานมาเพื่อเก็บตังค์อยู่ ๆ ไลน์ฉันก็เด้ง มะยมมึงไม่ได้จะไปนอนห้องผัวอีกใช่ไหม..

-Line-

Ruj : มึงจะกลับยังไง

ไม่ใช่มะยมแฮะ แต่เป็นรุจ แล้วกลับยังไงนี่หมายถึงฉันจะกลับหอยังไงหรอ ใช่แหละ มึงก็มีที่ให้กลับแค่ที่หอปะวะขิง

Nam-King : พี่แฟรงค์ไปส่งไง ทำไม

Ruj : เดี่ยวกูไปส่ง

Nam-King : เห้ย ไม่เป็นไร มึงมากับเพื่อนก็อยู่กับเพื่อนดิ

Ruj : พวกกูอิ่มแล้ว เนี่ยกำลังกลับ

อือ เอาไงดีนะ หอรุจมันก็เป็นทางผ่านก่อนไปถึงหอฉันอะ ถ้าฉันไปกับรุจมันก็ต้องวนรถกลับมาหอตัวเองอีก แต่ไปกับรุจมันก็ไม่ต้องเกรงใจพี่แฟรงค์ให้ไปส่ง แต่ฉันมากับพี่แฟรงค์ไงก็ต้องกลับกับพี่แฟรงค์ปะวะ โอ้ยเลือกไม่ได้

"เป็นไรขิง ทำหน้าซีเรียสจัง"  พี่แฟรงค์น่าจะเห็นฉันทำหน้าเครียด ก็เลยถามขึ้น

"คอนโดพี่แฟรงค์อยู่ไกลหอขิงปะ"   ใช่ ถ้าคอนโดพี่แฟรงค์ห่างกันคนละโยชน์ฉันจะได้กลับกับรุจไง

"ก็อยู่แถวนี้แหละ"

"เชี่ย งั้นก็ห่างกันคนละโยชน์เลยดิ"   แถวนี้กับหอฉันมันไกลกันอยู่นะ ขับรถก็ตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง

"งั้นนอนคอนโดพี่ดิ"

"ตลกไหม เดี่ยวหนูกลับกับรุจแล้วกันหอใกล้กันพอดี"

"รุจ? "

"ใช่ มันกินเสร็จพอดี อีกอย่างหอใกล้ ๆ กันเดี่ยวหนูกลับกับมัน"

"ขิง กลับเลยไหม"   พูดยังไม่ทันขาดคำ รุจก็เดินเข้ามาหาฉันที่โต๊ะพอดี

"ตามนั่นนะพี่ แล้วเดี่ยวงานคืนนี้หนูส่งให้ดูอีกที และก็ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ"   

ฉันขอบคุณพี่แฟรงค์แล้วเดินออกมาจากร้านเลย ไม่ใช่อะไรนะถ้าอยู่ต่อนานกว่านี้ฉันกลัวจะมีบรรยากาศไม่ดีมาอีกรอบ เลี่ยงดีกว่า

 

-- Frank's talk --

อะไรของน้ำขิงวะ ตอนมาก็มาด้วยกันแล้วนี่พอจะไปก็บอกว่าแค่ตามนั้น ตามนั้นเหี้ยไร แล้วไปกับใครไม่ไปไปกับไอ้เพื่อนรุจของน้องมันอีก ทำไมผมจะมองไม่ออกว่าไอ้รุจอะไรนั้นชอบน้ำขิง แล้วยังไงวะผมก็.. เออ ผมก็อะไรวะ ไม่รู้แม่งแค่ไม่ชอบอารมณ์ตอนนี้มาก x!

-Line-

Qew : มึงแดกเบียร์

ไลน์ผมเด้งขึ้นมาพอดี เหอะ ไอ้คิวชวนกินเบียร์ นึกว่าจะเป็น.. ช่างมันเถอะ

Frank : ที่

Qew : ร้านจารย์ทพ

Frank : เดี่ยวไป

เออ ไหน ๆ ก็หงุดหงิดหาที่ลงไม่ได้ ก็ไปกินเบียร์ให้มันหายแล้วกัน

 

20 นาทีต่อมา

"เชี่ย ไอ้แฟรงค์มาเว้ย"

ทันทีที่ผมก้าวเข้ามาที่โต๊ะเสียงไอ้วินก็ดังขึ้น มันเป็นเพื่อนตั้งแต่เรียนมหาลัยด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ ตัวสังสรรค์เลยล่ะไอ้นี่

"กูก็ตกใจตั้งแต่ไลน์ชวนแม่งแหละ ดีลง่ายชิป"

ส่วนนี่ไอ้คิว คบกันมาตั้งแต่มหาลัยเหมือนกัน เดือนคณะรุ่นผมเลยนะตัวนี้

"สัส พูดมาก"

"ก็ตกใจหนิครับ ปกติมึงมาง่ายซะที่ไหน"   ตามที่ไอ้วินบอกเลยครับ ปกติผมไม่ค่อยออกมากินเบียร์กับพวกนี้หรอก นาน ๆ ทีถ้าไม่เครียดจริง ๆ ก็ไม่ออกมา

"หรือมึงเป็นไร"  ไอ้คิวถามผม จะให้ตอบยังไงวะ

"กูก็ไม่รู้เหมือนกันกูเป็นไร"

"เรื่องหญิงชัวร์"  ไอ้วินพูดขึ้น  "มึงมีหญิงไม่บอกเพื่อนหรอวะ"

"ไอ้สัส ไม่ใช่"

"อะไรไม่ใช่ มึงเป็นไรก็คุยกับพวกกู"  คิวแม่งเป็นแบบนี้ตลอดเลย เวลาผมมีปัญหาอะไรมันมองผมออกตลอด ทรูเฟรนด์มากกูซึ้ง

"กูแค่หงุดหงิด"

"หงุดหงิด?"

"เออ แบบมึงทำดีด้วยกันมาตลอด..ไม่ตลอดหรอกแต่เป็นส่วนใหญ่ แล้วแม่งพอมีคนเข้ามาน้องเขาก็ไปกับคนคนนั้นเลย กูแม่งไม่เข้าใจชิปหาย"

"มึงหวง?"

"หวงเหี้ยไร กูแค่หงุดหงิด"

"ไอ้สัส กูอยากจะเตะมึงจริง ๆ "   วินพูดเบา ๆ พอให้ได้ยินแค่ตัวเองกับคิว

"แล้วมึงจะหงุดหงิดทำไม มึงชอบน้องเขารึไง"

"กูไม่.. ไม่รู้วะ"   ผมตอบคำถามไอ้คิวไม่ได้ แม่งคำถามนี้ผมถามตัวเองแล้วเหมือนกันแต่ก็ยังตอบไม่ได้สักที แม่งเอ้ย!

"แล้วมึงรู้สึกยังไงเวลาอยู่กับน้องเขา"  คำถามนี้ไอ้วินเป็นคนถาม

"ก็ดี ตลกดี สบายใจมาก ๆ ด้วย"   ผมคิดถึงความรู้สึกเวลาที่ได้อยู่กับน้ำขิง ผมรู้สึกว่าเวลาผมอยู่กับน้ำขิงผมสบายใจมากเลยนะ มันเป็นตัวของตัวเองดี แล้วน้องมันก็เป็นคนน่าแกล้งด้วยผมเลยแกล้งตั้งแต่วันแรกไง

"มึงยิ้ม"

"น่าจะมีความสุขมาก ๆ "   นี่ผมยิ้มอยู่หรอ

"ทำตัวเป็นเด็กมัธยมหัดมีความรักไปได้"   ไอ้วินพูด

"กู? จริงหรอวะ"

"เออ / เออ"   ทั้งไอ้วินกับไอ้คิวประสานเสียงขึ้นพร้อมกัน แต่ผมก็ไม่ตกใจเท่าข้อสรุปที่เพื่อนผมบอกมา ผมเนี่ยนะชอบน้ำขิง เด็กแบบนั่นเนี่ยนะที่ผมจะชอบ

"กูไม่รู้นะว่าทำไมมึงไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง แต่มึงลองมองมุมข้างนอกดู ชัดเจนเลยเพื่อน"  คิวพูด

"..."

"อีกอย่างมึงจะมาหงุดหงิดไม่ได้ มึงไม่ได้เป็นอะไรกับน้อง น้องมีสิทธิ์ที่จะไปกับใครก็ได้"

"..."

"ถ้าอยากหงุดหงิดก็หาสถานะก่อนไหมครับเพื่อนแฟรงค์"

เชี่ย ทำไมคำพูดไอ้คิวมันถึงทำให้ใจผมกระตุกขนาดนี้วะ ผมหงุดหงิดไม่ได้หรอ เหตุการณ์แบบนี้หงุดหงิดไม่ได้จริง ๆ หรอวะ แล้วแม่งผมชอบน้ำขิงหรอวะ ชอบจริง ๆ หรอวะ แม่งเอ้ย ไม่คิดแล้ว แดกเบียร์!

 

*************************************************************************************************************************************************

คำเตือน

1.สรุาเป็นเหตุให้ทะเลาะวิวาทและอาชญากรรมได้

2.คำหยาบมีเยอะหน่อยเพื่ออรรถรสทั้งนั้น ใช้วิจารณญาณนะฮะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น