Sense of love รักแล้วใช่ไหม ?

ตอนที่ 14 : Ch.14 จบจ้า + ตอนพิเศษใส่ไข่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    14 พ.ย. 63

"ยมเสร็จยัง เร็วว"

"เสร็จแล้ว ๆๆ ไปแล้วจ้า"

"อิฟายอะ"

"กูอยู่นี่ ปะรีบไป"

เอาล่ะ จะบอกให้ค่ะว่าทำไมตอนนี้พวกฉันดูรีบร้อนจะไปไหน นั่นก็เพราะวันนี้เป็นวันรับปริญญาของพวกฉันยังไงล่ะ ที่ต้องรีบก็เพราะมหาลัยนัดตี 5 แล้วตอนนี้มันก็ใกล้เวลาแล้วด้วย สงสัยเหมือนกันว่านัดไปทำอะไรเร็วขนาดนี้แต่ก็ได้แค่บ่น

"โอ้ย ง่วงชิปหาย"  ฟายบ่นขณะขับรถไปด้วย

"มึงขับรถอยู่ อย่าพูดอย่างนี้อิฟาย"

"ให้ยมขับให้ไหมฟาย"

"ก็ว่าตอนนี้กูตื่นเต็มที่แล้ว เดี่ยวรีบขับไปส่งพวกมึงก่อนเลย"

ฟายว่าแล้วรีบนั่งให้ตัวเองตื่นตัวที่สุด เออดีฟาย อย่าให้มะยมมาขับเลยถือว่าขอ

 

ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.Z

ตอนนี้ฉันกับมะยมถึงคณะเรียบร้อยแล้ว ส่วนฟายก็ขับไปคณะตัวเองทันที เราต้องไปรวมกันที่สาขาของแต่ละคนแล้วค่อยขึ้นรถไปหอประชุมใหญ่กันอีกที ซึ่งตอนนี้ฉันกับมะยมต้องแยกจากกันเพื่อเข้าไปหาสาขาของตัวเองแล้ว

"ขิง ทางนี้ !"

ฉันหันไปตามเสียงเรียกก็เห็นฟีฟ่า รุจ ภีมยืนโบกมือเรียกให้ไปหา ฉันเลยรีบเดินไปหาพวกมัน

"พวกมึงมานานแล้วหรอ"  ฉันถามพวกมัน

"ก็สักพักแล้ว"  รุจตอบ

"เห้อ ง่วงชิปหาย นานแค่ไหนแล้วที่กูไม่ได้ตื่นเวลานี้"  ภีมบ่น

"เออ ปกตินี่คือเวลานอนของกูนะ" ฟีฟ่าพูดออกมา ก็ใช่สิมันสายปาร์ตี้อยู่แล้ว เวลาตี 4 ตี 5 คือเวลานอนของมันเป็นปกติ

"ทนหน่อยมึง วันจริงแล้ว"

ฉันพูดปลอบพวกมันไป สงสารก็สงสารเพราะวันซ้อมก็ซ้อมทั้งวัน แล้วไม่ได้ซ้อมแค่วันเดียวด้วย เหนื่อยชิปหาย แต่ก็เอาหน่อย ทนเรียนมาได้ตั้งสี่ปีแค่นี้ทนไม่ได้ก็อ่อนแอไปแล้ว

"นักศึกษา ต่อแถวตามรหัสด้วยครับ !!"

คุยกันได้ไม่นานก็มีเสียงตะโกนเรียกให้ทุกคนไปเรียงแถว แล้วก็เรียงลำดับไปเรื่อย ๆ ไปขึ้นรถเพื่อไปหอประชุมใหญ่ แค่เห็นคนก็เหนื่อยแล้วอะ วันนี้ฉันจะเสร็จตอนไหนเนี่ยยยย

 

เวลา 15.04 น.  ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.Z

"ยม ! ทางนี้ !"

ฉันตะโกนเรียกมะยมให้มันมาถ่ายรูปด้วยกัน หลังจากที่พวกฉันใช้เวลายาวนานในหอประชุมนั้นและออกมาก็โดนให้ขึ้นรถมาส่งที่คณะอีกที จากนั้นก็ไปถ่ายรูปกับอาจารย์ที่สาขา ฉันไม่ลืมที่จะถ่ายกับอาจารย์สุดที่รักฉันหรอกนะ แล้วก็มาถ่ายรูปกับน้อง ๆ ที่ฉันก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าเออ กูก็รู้จักคนเยอะนะ

แล้วก็นั่นแหละค่ะ ตอนนี้ฉัน ภีม ฟีฟ่า รุจและมะยม ก็เพิ่งจะสามารถมารวมตัวกันได้เพราะแต่ละคนก็โซฮอตกันชิปหาย

"มาเร็วว มาถ่ายรูปกัน" ฉันเรียกพวกมันอีกครั้ง

"กูขอคอนเซ็ปต์เริ่ด ๆ ได้ปะ"  ภีมเสนอ

"ยังไงสิ"  ฟีฟ่า

"โพสต์ยังไงก็ได้ให้เหมือนนี่เป็นรูปสุดท้ายที่พวกมึงจะได้ถ่าย"  ภีมบอกอีก

"รูปงานศพมึงหรอ"  รุจ

"เชี่ย ไม่ใช่โว้ย"

"ขอ ref. ได้ไหมภีม"  มะยมขอให้ภีมมันทำให้ดู

"ดู พวกมึงดู จำ แล้วนำไปใช้  พี่ถ่ายให้ทัน"

มันพูดกับพวกฉันแล้วหันไปบอกพี่ตากล้องในประโยคสุดท้าย หลังจากนั้นก็วาดลวดลายโพสต์ท่าไม่ยั้ง เอ่อ..มึงไป The Face ไหมเพื่อน

"พวกมึงว่า มันโอเคไหมวะ" รุจถามพวกฉันที่ยังมองภีมตาไม่กระพริบ

"กูว่าหนักอยู่"  ฟีฟ่าตอบ

"แต่ภีมดูแมนขึ้นนะ"  มะยมพูดออกมา ทำให้พวกฉันต้องหันหน้าไปมองภีมอีกรอบ ก็จริงอยู่ที่คำพูดคำจามันดูแมนขึ้น แต่การกระทำ..

"ไม่หรอก มึงคิดมากยม"

"เออ แล้วพี่แฟรงค์ไม่มาหรอวะ"  รุจถามขึ้น ตอนนี้สองคนนี้ไม่มีบรรยากาศมาคุแล้วนะ แต่ก็ไม่ค่อยพูดกันดี ๆ นักหรอก

"แกบอกติดงานอะ ไม่แน่ใจว่าจะมาไหม"

ฉันตอบมัน เอาจริงก็เข้าใจแหละ ช่วงนี้งานพี่มันเยอะจะมาไม่มาก็แล้วแต่อะ เข้าใจอยู่  แต่ลึกลึกก็อยากให้มา

"อย่าทำหน้าหงอยดิ พี่ซีก็ไม่ว่างมาหายมเหมือนกัน ไม่เป็นไรน่า"  มะยมบอกแล้วส่งยิ้มมาให้ฉัน เห้อ ทำไมมันสดใสขนาดนี้นะ

"พวกมึงจะไม่ห้ามกูจริง ๆ หรอ"

เสียงภีมดังขึ้น เออ ลืมไปเลยว่ามันยังโพสต์ไปไม่หยุด ฮ่า ๆๆๆ จะให้พวกกูห้ามแล้วมึงเล่นใหญ่ทำไมภีม

"มาถ่ายกันดี ๆ   เอานะ 1 2 3 เหี้ยยยยยย"

เออเจริญ ๆ ล่ะพวกกู พูดเหี้ยแล้วยิ้มให้กล้อง ฮ่า ๆๆ

"ขิง"

"หือ ? "  ฉันหันไปหามะยมเพราะมันเรียกแล้วสะกิดฉันเบา ๆ

"แหม ๆๆๆๆ มีคนมาหาเพื่อนขิงแล้วค้าบบ"  ฟีฟ่า

"มาเป็นดอกใหญ่ด้วยค้าบบ"  ภีม

ฟีฟ่ากับภีมแซวฉันทันทีที่พี่แฟรงค์เดินเข้ามาหาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่ ก็แค่พี่มันเดินมาทำไมต้องยิ้มด้วยวะ

"ยินดีกับบัณฑิตใหม่ครับ"

"ขอบคุณค่า"  ฉันพูดแล้วยื่นมือไปรับช่อดอกไม้จากพี่แฟรงค์

"โตแล้วนะ จะทำตัวปัญญาอ่อนไม่ได้แล้วนะ"

"ขิงไม่เคยปัญญาอ่อนเหอะ มีแต่พี่แหละ"

"ของพี่เขาเรียกอ้อน"

เหอะ พูดออกมาได้ อ้อนตีนสิไม่ว่า

"ทำไมขิงได้แล้วยมไม่ได้อะพี่แฟรงค์"  มะยมโวยขึ้นเพราะเมื่อกี้พี่แฟรงค์ถือดอกไม้มาแค่ช่อเดียว

"ของเราไม่ต้องเอาดอกไม้ เอานี่"

พี่แฟรงค์พูดแล้วยื่นซองให้มะยม ดูก็พอรู้ว่าเป็นเงินขวัญถุง แงงง อยากได้เงิน ไม่เอาดอกไม้แล้ว

"ขิงไม่เอาดอกไม้ได้ปะ"

ปั๊ก !

"โอ้ย เจ็บนะ"  

แค่ล้อเล่นเอง มาดีดหน้าผากกันได้ ไอ้คนใจยักษ์ใจมาร

"จิ๊ ทีแรกก็ว่าจะบอกวันนี้ แบบนี้ไม่บอกหรอก" ฉันบ่นออกมาพอให้พี่แฟรงค์ได้ยิน แล้วก็เป็นอย่างที่คิดพี่มันหูผึ่งทันที

"บอกอะไร"

"ไม่บอกแล้ว"

"น้ำขิง บอกอะไรครับ"

ฮึ่ย ทำมาเป็นพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน คิดว่าจะตกหลุมรึไง เอ้ะ หรือจะบอกเรื่องนี้ก่อนดี

"อะ"  ฉันยื่นใบประกาศนียบัตรให้พี่แฟรงค์ดู พี่มันก็รับไปดูงง ๆ

"ใบประกาศ ? ทำไม ? "

"แค่จะอวดว่าได้เกียรตินิยม"

ใช่ค่ะทุกคน ฉันได้เกียรตินิยม รางวัลที่เกินฝันมาก ตอนที่เกรดออกแต่ละปีไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าตัวเองจะอยู่จุดนี้ได้ แค่หวังให้ไม่เอฟอะตอนนั้น

"หืม เกียรตินิยม..อันดับ 2 ?"  พี่แฟรงค์ดูใบประกาศอีกรอบ

"ใช่"

"ไม่เอาอันดับ 1 ล่ะ"

"ชอบเลขคู่มากกว่า"

"หึ"

พี่แฟรงค์ยิ้มทันทีที่ฉันพูดจบ ก็คำตอบฉันมันเหมือนกับตอนที่ฉันถามพี่แฟรงค์มาก่อนไง เนี่ย เขินล่ะสิ

"จะบอกแค่นี้หรอ"  พี่แฟรงค์ถามอีกครั้ง

"อืม"

"โอเค งั้นตอบคำถามพี่ก็ได้"

"ว่ามา"

"ขิงรู้ใช่ไหมว่าพี่ทำแบบนี้กับขิงทำไม"

"รู้"  เออเล่นบอกกันต่อหน้าขนาดนั้น

"แล้วจำได้ไหมว่าพี่บอกจะทำให้ขิงรู้สึก"

"จำได้ดิ"  ตราตรึงในใจมาก ไม่มีทางลืมอะ

"แล้วตอนนี้ขิงรู้สึกรึยัง เพราะตอนนี้พี่รู้สึกแล้วนะ"

"..."

"พี่รักขิงนะ"

ตึก ตัก ตึกตัก ตึก ตึก ตัก

อันนี้ไม่ใช่เสียงส้นสูงกระทบพื้น แต่เป็นเสียงหัวใจของฉันที่ดังแรงมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่แฟรงค์ได้ยินไหม

"เป็นแฟนกับพี่ได้ยัง ? "

รุนแรงมาก ดาเมจของพี่แฟรงค์แม่งรุนแรงชิปหาย

"นึกว่าจะไม่ขอ"  

ฉันตอบแล้วยิ้มให้พี่แฟรงค์

"คือ ?"

"เป็นนน ขิงเป็นแฟนพี่แฟรงค์แล้ว"

หมับ !

พี่แฟรงค์ดึงฉันเข้าไปกอดทันทีที่ฉันพูดประโยคนี้ออกมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพี่มันกอดฉันแน่นมากหรือเพราะอะไร แต่ฉันรู้สึกอบอุ่นมากเลย อบอุ่นไปทั้งใจเลย

"พูดแล้วนะ"

"อืม ก็รักไปแล้วหนิ"

"หึ ขอบคุณครับ"

พี่แฟรงค์ยิ่งกอดฉันแน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อฉันบอกรักพี่มันออกไป ก็นะ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ความรู้สึกมันชัดเจนแล้วนี่หน่า

"โอ้ยยย นี่สถานศึกษาครับ" ฟีฟ่า

"รู้แล้วว่าเป็นแฟนกัน" ภีม

"เพลา ๆ หน่อย" รุจ

"ไวไฟมากพี่ชายฉัน" มะยม

ก็นั่นแหละ ฉันกับพี่แฟรงค์เลยต้องผละออกจากอ้อมกอดของกัน ฉันขึงตาใส่พวกมันทีละคนแต่ก็เหมือนพวกมันจะไม่สะทกสะท้านอะไรเลย

"กูพลาดอะไรไปปะวะ"  ฟายที่เพิ่งเดินเข้ามา หันไปถามมะยมแบบงง ๆ เห้อ ช่วยไม่ได้ฟายคณะมึงอยู่ไกลเอง

"พี่ว่าถ่ายรูปเป็นที่ระทึกหน่อยดีกว่า"  พี่แฟรงค์เสนอขึ้น

"ดีมากค่ะไอดอลของหนู มา ๆๆ ถ่ายรูปกันพวกมึง"  ฟายรีบพูดแล้วจัดแจงที่ทางให้ทุกคน

"ไม่ต้องยุ่งน่า เดินเองได้" รุจ

"ก็เดินช้าอะ" ฟายเถียง

"จะเอาเร็วแค่ไหนอีก"  รุจ

"เร็ว ๆ เลยค่ะ"  ฟายพูดแล้วส่งยิ้มให้รุจ กูว่ามึงรุกแรงไปฟาย

"มะยมมาข้างเราดีกว่า" ฟีฟ่าเรียกให้มะยมไปยืนข้างตัวเอง

"ไม่ต้องฟังมันยม อยู่นี่แหละ" ภีมรีบขวาง

"เชี่ยภีม ก้างขวางคอกูสัส"  ฟีฟ่า

"กูแค่ต้องกันมะยมออกจากความชั่วร้ายแบบมึง" ภีม

"มึงดีนักแหละ แม่ง" ฟีฟ่าตอบไปอีก

เออ วันนี้พวกมันจะได้ถ่ายกันไหมวะ รูปใบนี้ใบเดียวเนี้ย ทำไมมันดูวุ่นวายอะไรกันขนาดนี้ โว้ยยย

"มองกล้องนะครับ 1 2 3 ! "

แชะ !!

แล้วพี่ตากล้องก็ถ่ายรูปสุดท้ายของวันให้โดยที่พวกบ้านี่ยังเถียงกันอยู่อย่างนั้นแหละ สงสารพี่แกจริง ๆ ที่ต้องมารับงานให้คนบ้าแบบนี้

แต่ก็ดีใจนะที่ได้มารู้จักพวกมันทุกคน กับคนข้าง ๆ ฉันตอนนี้ก็ดีใจมากเลย จะไม่สัญญาให้อยู่ด้วยกันตลอดไป แต่จะทำให้ดีทุกวันที่ยังมีเขาอยู่ข้าง ๆ

ขอบคุณนะ

รักแล้วจริง ๆ .

 

----------------------------------------The end--------------------------------------------

จบแล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจทุกวิวเลยนะ เกินคาดมากไม่คิดว่าจะมีคนอ่าน5555555

เจอกันอีกทีตอนว๊างว่างนะคะ ตอนนี้ขอกลับไปอ่านนิยายที่ซื้อไว้ก่อน หลายเล่มมาก555555

ขอบคุณมาก แล้วเจอกันใหม่ค่ะ

----------------------------------------------------------------------------------

 

-พิเศษใส่ไข่-

 

2 ปีผ่านไป ณ คอนโดแฟรงค์

“ขิง เห็นแบบพี่ไหม”

พี่แฟรงค์ถามฉันหลังจากเดินวนรอบห้องมาได้สักพักใหญ่ ๆ

“จะเห็นด้วยไหมเล่า งานพี่นะ”

“ชิปหายแน่ พี่ต้องเอาไปให้ลูกค้าดูวันนี้แล้ว”

ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่แฟรงค์มันหางานตัวเองไม่เจอ ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่มันทำงานหายก่อนจะเอาไปให้ลูกค้าดู และไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่มันซื่อบื่อแบบนี้! 

หลังจากที่ฉันตกลงเป็นแฟนกับพี่แฟรงค์ เราก็คบกันมาได้ 2 ปีแล้ว และแน่นอนว่าเป็น 2 ปีที่ฉันเริ่มทำงานด้วย ตอนคบกันช่วงแรก ๆ เราหาเวลาให้กันยากมาก เพราะแต่ละคนก็งานรัดตัวกันทั้งนั้น พี่แฟรงค์เลยงอแงให้ฉันย้ายมาอยู่ด้วยกันให้ได้ โดยให้เหตุผลว่าคอนโดเขาใกล้ที่ทำงานฉันมากกว่า อีกอย่างจะได้มีเวลาให้กันมากขึ้น แต่ถึงฉันไม่ยอมพี่มันก็คอยจะงอนฉันอยู่ดี

“แล้วพี่ไม่อัพลงไดร์ฟล่ะวะคะ”

“คือมันเป็นเปเปอร์ว่ะครับ”

กวน..ตีน คบกันมานานแค่ไหนพี่แฟรงค์ก็ไม่เลิกกวนตีนอยู่ดี

“นี่มันสมัยไหนกันแล้วคะคุณพี่ ยังเขียนแบบใส่กระดาษอยู่อีก”

“ก็คุณพี่คิดไอเดียได้ตอนไม่มีคอมน่ะครับเลยเขียนใส่กระดาษไปก่อน อีกอย่างคือคุณพี่คนนี้มีความสามารถในการเขียนแบบม๊ากมากน่ะครับ เลยไม่ต้องพึ่งคอมก็ได้”

“น่าหมั่นไส้”

ฉันก็พอรู้แหละว่าพี่แฟรงค์มันชอบเขียนงานใส่กระดาษก่อนจะเอาไปทำในคอมอีกที แต่ไอ้คำพูดยกยอปอปั้นตัวเองของพี่มันเนี่ยน่าหมั่นไส้ชิป

“น่าภูมิใจต่างหากที่มีแฟนเก่งแบบพี่”

“เก่งแต่ขี้หลงขี้ลืมก็ไม่เอานะ”

“แต่ก็เอาแล้วปะ”

“เอาอะไรพูดดี ๆ ”

ไอ้พี่บ้านี่พูดจาสองแง่สองง่ามตลอด เอาบ้าเอาบออะไร แล้วฉันจะไปคิดถึงเรื่องนั่นทำไมเนี่ย ฮ่วย!

“หมายถึงเอาเป็นแฟนไง ..หรือถ้าอยากเอาจริง ๆ ก็บอกนะ พี่พร้อมเสียตัว”

พี่แฟรงค์ไม่พูดเปล่าแต่ยังทำท่าทางเขินบิดตัว แหม่ ตัวเล็กตัวน้อยมากมั้ง แล้วคำพูดพี่มันอีก ฉันควรโกรธสิแต่ทำไมน่ามันแดงเขินเล่า

“ไอ้พี่แฟรงค์!!”

“ค้าบบ”

โว้ยยยย กวนประสาทจริง ๆ

“แต่ที่รักไม่เห็นแบบพี่จริง ๆ หรอครับ ?”

พี่แฟรงค์ถามแล้วนั่งลงที่โซฟาข้าง ๆ ฉัน แต่พี่มันไม่นั่งเฉย ๆ ไง พี่มันกอดฉันไว้หลวม ๆ ด้วย แต๊ะอั๋งฉันทุกทีที่มีโอกาส จนตอนนี้ฉันเบื่อจะบ่นแล้ว อีกอย่างคือชอบอยู่ในอ้อมกอดพี่มันด้วยแหละ อบอุ่นดี

“ขิงไม่เห็นจริง ๆ ”

กระดาษวาดแปลนพี่แฟรงค์มีเป็นแสน ยังไม่รวมกับของงานฉันอีกแต่ก็น้อยกว่าของพี่แฟรงค์อยู่ดี ฉันว่างานพี่แฟรงค์มันอยู่ที่ไหนสักที่ในห้องนี้แหละ สสารไม่มีทางหายไปได้ถ้าไม่มีคนย้ายนะคะ

“เห้อ ถ้าไม่เห็นแย่แน่ ๆ แย่มากแน่ ๆ เลย”

พี่แฟรงค์บ่นกับตัวเองเบา ๆ แล้วซบหน้าเอาคางเกยไหล่ฉันไว้

“งานสำคัญหรอ”

ฉันถามพี่แฟรงค์ด้วยความห่วงใย ด้วยความที่พี่แฟรงค์บ่นออกมาแบบนั้นบวกกับหน้าตาเหนื่อยล้าของพี่แฟรงค์อีก

“อืม ลูกค้ารายใหญ่น่ะ”

อ่าา ฉันเข้าใจดีเลยเพราะฉันก็เคยต้องรับมือกับงานของลูกค้าแบบนี้เหมือนกัน เหมือนเอาชื่อบริษัทเป็นเดิมพันเลย ไม่แปลกหรอกที่พี่แฟรงค์จะกังวล

แต่เอ๊ะ ลูกค้ารายใหญ่หรอ เหมือนอาทิตย์ที่แล้วพี่แฟรงค์ก็เพิ่งบอกว่าเสนองานให้ลูกค้ารายใหญ่ไปหนิ นี่พี่แฟรงค์รับงานใหญ่ซ้อนกันเลยหรอ

“เดี่ยวนะพี่แฟรงค์ พี่เพิ่งเสนองานให้ลูกค้ารายใหญ่ไปไม่ใช่หรอ ทำไมรอบนี้ได้งานใหญ่อีกอะ ? ”

“ก็พี่เก่งไง”

“พี่แฟรงค์ เอาดี ๆ ”

หาเรื่องชมตัวเองอยู่ได้ ไอ้แฟนคนนี้นี่

“พี่โหมงานใหญ่มาหลายงานแล้วนะ จะขยันไปทำไมหนักหนา”

ฉันว่าฉันไม่ได้คิดไปเองแน่ว่าพี่แฟรงค์มันขยันเกินเหตุ ปกติรับงานแล้วแต่อารมณ์จะตาย ต่อให้งานใหญ่แค่ไหนถ้าพี่แฟรงค์ไม่มีอารมณ์มันก็ไม่ยอมทำอะ

“ดูออกขนาดนั้นเลย ? ”

“แฟนขิงทั้งคนนะ”

“ทำไมน่ารักจัง”

ฟอดด~

พี่แฟรงค์ว่าแล้วก้มหน้ามาหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ บอกแล้วว่าพี่มันชอบฉวยโอกาส!

“อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่อง ตอบคำถามขิงก่อน”

“ครับ ๆๆ พี่ตอบแล้ว”

พี่แฟรงค์ยกมือขึ้นเป็นเชิงว่ายอมแพ้ ฉันเลยหันไปมองหน้าพี่แฟรงค์ตรง ๆ ทันที

“ที่จริงก็ไม่ใช่งานใหญ่หรอก แค่..”

“แค่..?”

“แค่แบบบ้านของเราเฉย ๆ ”

ห่ะ วะ..ว่ายังไงนะ

บ้านของเรา ของเราคือใคร ของฉันหรอ หรือของพี่แฟรงค๋ หรือของฉันกับพี่แฟรงค์ คือบ้านของฉันกับพี่แฟรงค์หรอ ?

“พี่แฟรงค์หมายถึงบ้านใครนะ ? ”

“บ้านของพี่..”

พี่แฟรงค์ไม่พูดเปล่า แต่จับมือฉันจิ้มไปที่ตัวของพี่แฟรงค์เอง แล้วจากนั้นก็ย้ายมือฉันให้มาจิ้มเข้าที่อกฉันเอง

“กับขิง บ้านของเรา”

ฉันมองหน้าพี่แฟรงค์ทันทีที่ฟังจบ นี่หมายถึงพี่แฟรงค์..อยาก.. ไม่จริงน่า..

“อ้าว เงียบเฉย”

“…”

“พี่ไม่ได้อยากจะอยู่คอนโดไปทั้งชีวิตหรอกนะ ที่จริงว่าจะเซอร์ไพรส์ขิงทีเดียวตอนบ้านเสร็จ แต่ไม่ทันแฮะ ฮ่าๆๆ”

คำพูดของพี่แฟรงค์มันบ่งบอกว่าพี่แฟรงค์คิดถึงอนาคตมาตลอด ที่สำคัญคืออนาคตนั้นพี่แฟรงค์ใส่ฉันลงไปด้วย ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกันนะ ดีใจ ตื้นตันใจ รู้แค่ว่ารู้สึกดีชะมัดเลย

“พี่แฟรงค์คิดดีแล้วหรอ ? ”

“คิดดีเรื่อง ? ”

“ขิง”

อยากที่บอก ฉันรู้สึกดีมาก ๆ แต่ก็กลัวมากเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าไม่มั่นใจในตัวพี่แฟรงค์นะ แต่คุณเข้าใจใช่ไหม ความไม่แน่นอนน่ะ

“ขิง เรื่องเดียวที่พี่คิดไม่ดีคือตอนขิงอาบน้ำ”

“ไอ้พี่แฟรงค์!! ”

ป๊าบ!

ฉันตบแขนพี่แฟรงค์เข้าไปที คนเขากำลังซีเรียส วกกลับมาเรื่องใต้สะดือตลอด กูเปนเคียด

“ฮ่าๆๆ ล้อเล่น”

พี่แฟรงค์ว่าแล้วยกตัวฉันขึ้นไปนั่งบนตักให้ฉันหันหน้าเข้าหากัน พร้อมกับกอดประคองฉันไว้ไม่ให้ตก

“พี่ไม่เคยคิดว่าพี่คิดผิด ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับขิง”

พี่แฟรงค์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแววตาแน่วแน่

“พี่ไม่รู้นะว่าขิงกังวลอะไร แต่แค่ตอนนี้เรามีกันก็พอแล้วไม่ใช่หรอ”

“…”

“ขิงรักพี่ไหม ? ”

“รักสิ ถามบ้าอะไรเนี่ย”

ฉันตอบทันทีที่พี่แฟรงค์ถามจบ ไม่รักไม่อยู่ด้วยมาถึงตอนนี้หรอก

“พี่รักขิงนะ”

“รู้แล้ว”

ก็บอกทุกวันนี่หน่า

“ก็อยากบอกให้ขิงมั่นใจ พี่ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะดีร้ายยังไง พี่รู้แค่ว่าพี่อยากมีขิงอยู่ข้าง ๆ ในทุกเส้นทางที่พี่จะไป”

“พี่แฟรงค์…”

“ขิงช่วยเดินไปข้าง ๆ พี่ได้ไหม นับจากนี้เป็นต้นไป”

พี่แฟรงค์ถามฉันด้วยเสียงเว้าวอนแต่สายตาที่ส่งมาถึงฉันแสดงถึงความแน่นอนว่าเขาอยากทำตามที่พูดจริง เขาอยากมีฉันอยู่ทุกช่วงเวลาจริง ๆ

“ก็เดินมาตั้งนานแล้วนี่”

ฉันตอบพี่แฟรงค์กลับไป พร้อมรอยยิ้มที่รู้เลยว่ามีความสุขที่สุดในชีวิต ไม่สิ ในชีวิตฉันยังต้องมีรอยยิ้มที่มีความสุขมากกว่านี้อีกแน่ ก็ฉันมีเขาอยู่ข้าง ๆ แล้วนี่น่า

“ตกลงแล้วนะ”

“ตกลงอะไร พี่ยังไม่ว่าอะไรเลย”

จะมาขี้ตู๋อะไรอีก พี่มันยังไม่พูดคำนั้นออกมาด้วยซ้ำ เนียนตลอด

“น้ำขิงครับ มาเป็นเมียพี่นะ”

ป๊าบ!!

“มันใช่คำนี้ที่ไหนกันเล่า! ”

ไอ้บ้า คนเขากำลังรอคำโรแมนติก ๆ เลย แล้วดูสิพูดอะไรออกมา

“มันก็สถานะเดียวกันนะ”

“มึงช่วยโรแมนติกให้กูทีเถอะพี่”

จะโดนขอทั้งทีฉันก็อยากมีโมเม้นท์หวาน ๆ น่ารัก ๆ บ้างนะเว้ย

จุ๊บ

พี่แฟรงค์จุ๊บริมฝีปากฉันเบา ๆ ก่อนจะผละออกไปพูดว่า

“พูดคำหยาบ”

ก็มันเผลอตัวอะ พี่แฟรงค์มันกวนประสาทด้วยให้ทำไง

“ก็พี่กวนอะ จะขอก็ไม่ขอดี ๆ”

เดี่ยวหนีไปหาผัวใหม่แม่ง ได้แค่คิดแหละ ฮ่าๆ

แต่งงานกับพี่นะ

ก็แค่เนี่ย พูดดีก็พูดได้ หึ่ยย

“ว่าไงครับ ? ”

“อืมม ไม่รู้สิ ขอคิดดูก่อนนะ”

ฉันพูดพร้อมกับทำท่านั่งคิดสักพักใหญ่ แค่อยากแกล้งพี่แฟรงค์มันแค่นั้นแหละ คำตอบก็น่าจะรู้กันอยู่แล้ว

“ขิงงง”

“ขาาา”

“กวนตีน”

“พูดคำหยาบ!”

จุ๊บ

ฉันโน้มหน้าเข้าไปประกบริมฝีปากของตัวเองกับของพี่แฟรงค์อย่างรวดเร็ว แล้วผละหน้าออกมา

“ก็รู้คำตอบอยู่แล้วปะ”

ฉันถามพี่แฟรงค์

“ก็อยากได้ยินชัด ๆ ”

พี่แฟรงค์ตอบกลับมา แล้วจ้องตาฉันแบบรอคอยสุด ๆ

แต่งค่ะ

จุ๊บ~

ทันทีที่ฉันพูดจบพี่แฟรงค์ก็ดึงหน้าฉันเข้าไปประกบจูบทันที แต่จูบรอบนี้มันเป็นจูบแบบจูบจริง ๆ ไม่ใช่แค่ปากแตะปากที่เราเคยทำกัน พี่แฟรงค์ค่อย ๆ ละเลียดริมฝีปากฉันเบา ๆ แต่ทุกสัมผัสแฝงไปด้วยความโหยหา จะแปลกไหมนะถ้าฉันจะบอกว่าจูบพี่แฟรงค์โคตรหวานเลย

“ไม่ให้คืนคำนะ”

พี่แฟรงค์ผละหน้าออกจากจูบ แล้วพูดบอกฉันชิดริมฝีปาก

อ่าา เสียงพี่แฟรงค์โคตรกระเส่าเลย ขิงมึงคิดบ้าอะไรเนี่ย!

“ทำไมหน้าแดงจัง นี่คิดจะทำมิดีมิร้ายพี่หรอ เด็กลามก! ”

ชีวิตหนอชีวิต ชีวิตอิขิงมันจะมีช่วงเวลาโรแมนติกได้ไม่ถึงสิบนาทีเลยสินะ พี่แฟรงค์พูดบ้าอะไรของมันเนี่ย ใครคิดอะไรไม่มี๊

“น้อยหน่อยเถอะ คนที่ต้องพูดคำนั้นคือขิงโว้ยย”

“ไม่ปฏิเสธ แปลว่าขิงคิดจะปล้ำพี่จริง ๆ สินะ ต้องโทรไปบอกแม่ล่ะว่าวันนี้จะเสียตัว”

ใครก็ได้ช่วยดึงสติของผู้ชายที่นั่งประจันหน้าฉันอยู่ตอนนี้ที ทำไมถึงเล่นใหญ่ขนาดนี้วะ

“ดี ถ้าจะโทรก็บอกแม่ด้วยว่าไม่มีบ้านให้อยู่เพราะคนแถวนี้ทำแปลนหาย”

ว่าจบฉันก็ตะเกียกตะกายลงจากตักพี่แฟรงค์มานั่งที่โซฟาดี ๆ เฮอะ มาบอกจะพาไปอยู่บ้าน แต่ทำแบบบ้านหาย มันใช้ได้รึไง!

“ไม่ได้หาย อยู่แถวนี้แหละ”

แหนะ ยังเถียง

“งั้นก็ไปหามาให้เจอเถอะ พูดอยู่นี่มันคงลอยมาหา”

ปิ๊ว~~

อยู่ๆ ก็มีกระดาษแผ่นนึงลอยมาตามลม เพราะฉันเปิดระเบียงห้องไว้ให้ลมเข้าน่ะ แต่จะไม่เป็นไรเลยถ้าพี่แฟรงค์มันไม่หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาแล้วหันมาบอกฉันว่า

“แต่มันลอยมาหาพี่นะ”

เชี่ยย จังหวะซิตคอม

“ลอยมาหาแบบนี้ สงสัยเป็นลางว่าให้รีบทำบ้านให้เสร็จแน่ ๆ ”

พี่แฟรงค์หันหน้ามาหาฉัน แล้วพูดประโยคต่อไปที่ทำฉันอยากจะกรี้ดออกมาลั่นคอนโด

“แต่กว่าจะทำบ้านเสร็จเนี่ยคงอีกนาน งั้นมาทำรักกันก่อนเถอะ”

พูดจบพี่แฟรงค์ก็อุ้มฉันพาดบ่าเดินเข้าไปในห้องนอนทันที

“อ้ากก ทำอะไรของพี่เนี่ย”

“ทำสัญญากับลางบอกเหตุไง”

“บ้านพี่เขาทำสัญญากันอย่างนี้รึไง! ”

ฉันตะโกนถามออกไปในจังหวะเดียวกับที่พี่แฟรงค์วางฉันลงบนเตียง แล้วตามมาคร่อมฉันไว้

“พี่นี่แหละจะเป็นคนเริ่มการทำสัญญาแบบนี้เอง”

“มันได้ที่ไหนกันเล่า! ”

“ได้เสมอ พี่บอกแล้วไงว่าพร้อมเสียตัวให้ขิงตลอด”

ใครเสียให้ใคร พูดดี ๆ นะโว้ยยย

“เนี่ย เดี่ยวหลังจากเสียตัวให้ขิงเสร็จพี่ก็จะโทรบอกให้ผู้ใหญ่รับรู้ สุดท้ายขิงก็ต้องมาสู่ขอพี่นะ เพราะพี่บอบช้ำ”

“บอบช้ำบ้าบอบช้ำบออะไร! ”

“ไม่รู้ใช่ไหมล่ะว่าบอบช้ำอะไร งั้นมาพี่จะทำให้รู้ว่าบอบช้ำอะไร”

“มันเป็นแค่คำสบทโว้ยย ไม่ใช่คำถาม”

พี่แฟรงค์มันแยกไม่ออกหรือไงกัน !

และหลังจากนั้นพี่แฟรงค์ก็ไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดอะไรอีกเลย มีแค่บทรักอันหอมหวานที่ถ่ายทอดออกมาระหว่างฉันกับพี่แฟรงค์ สัมผัสจากพี่แฟรงค์อ่อนโยนและทะนุถนอมฉันไว้เป็นอย่างดี จะว่าฉันบ้าก็ได้นะ แต่ฉันอยากให้พี่แฟรงค์เสียตัวบ่อย ๆ จัง ฉันพร้อมยกขันหมากไปสู่ขอพี่แฟรงค์ทุกเวลาเลย

.

 

********************************************************************

แวะมาทักทายด้วยตอนพิเศษของน้องน้ำขิงกับพี่แฟรงค์ค่า

ที่แรกว่าจะลงตอนพิเศษสัก 3-4 ตอน แต่นี่กดนิยายจบไปแล้วเลยเพิ่มตอนไม่ได้

โปรเจคตอนพิเศษเลยต้องพับเก็บ ฮ่าๆ

อีกอย่างคือแวะมาฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยค่ะ ‘What in your mind? คิดอะไรกันแน่?’

เป็นแนวลึกลับ+รักโรแมนติก/รักวัยรุ่น+ดราม่านิดหน่อย แต่ฟีลกู้ดแน่นอน เอ๊ะ นี่มันนิยายหมวดไหน5555

นั่นแหละ ฝากด้วยน้าา เรื่องนี้แต่งยาวแน่นอน!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 sakura-eye (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 21:49
    สนุกมากๆเลยค่าา เพิ่งมาเห็นเรื่องนี้
    #5
    2
    • #5-1 wind-flower(จากตอนที่ 14)
      18 มกราคม 2564 / 10:54
      ขอบคุณที่ชื่นชอบนิยายเรื่องเล็ก ๆ ในซอกลืบของเว็บนี้นะคะ
      หวังว่าจะสร้างรอยยิ้มให้คุณได้นะคะ แค่มุมปากก็ยังดี :)
      #5-1
  2. #3 64545 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 16:34

    รักเลย....
    #3
    1
    • #3-1 wind-flower(จากตอนที่ 14)
      18 มกราคม 2564 / 10:47
      แงงง เขินนะ ฮ่าๆๆ
      ขอบคุณมากๆนะคะ
      #3-1
  3. #2 ping122 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 13:48

    สนุกมากค่ะเรื่องนี้สามารถสร้างรอยยิ้มบนใบหน้านี้ได้ค่ะ^^..เป็นกำลังใจให้ทำผลงานออกมาอีกนะคะ..>>

    ปล.ไม่อยากให้จบเลยยย..ฮือๆ•~•..)

    #2
    1
    • #2-1 wind-flower(จากตอนที่ 14)
      7 กรกฎาคม 2563 / 22:12
      ขอบคุณมากๆนะคะที่ชอบ ฝากตัวด้วยน้าาา
      ส่วนเรื่องต่อไปอดใจรอก่อนนะะ
      #2-1