Sense of love รักแล้วใช่ไหม ?

ตอนที่ 10 : Ch.10 เข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

โป๊ก!

"โอ้ย!"

เสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ไม่ใช่อะไรเป็นแค่เสียงเคาะหัวพี่แฟรงค์แล้วก็เสียงร้องของพี่มันตามมาแค่นั้นเอง เอะอะล่อฉันไปคอนโดตลอด

"ตลก ใครจะไปอยู่ห้องพี่หะ"

"ก็แค่เสนอเอง เจ็บชิปหายเขกมาได้" พี่แฟรงค์พูดแล้วเอามือลูบหน้าผากปอย ๆ หึ สมน้ำหน้า

"ก็สมควรโดน ตัวเองยังเคยบอกมะยมไม่ให้ไปนอนห้องผู้ชายแล้วนี่จะมาชวนหนูไปนอนด้วยได้ไง กลับกลอก"

"งั้นถ้าบอกมะยมไปนอนห้องแฟนเลย ขิงก็จะไปใช่ปะ"

"ใช่เรื่องไหม เดี่ยวปั๊ด" ฉันยกกำปั้นขึ้นเหมือนจะตีพี่มันอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้ตี พูดออกมาได้ บัดสบ!

"จิ๊ เอะอะใช้กำลังตลอด"

"ได้ยินโว้ย"

 

-- Frank's talk --

อะไรวะ ก็แค่เสนอแนวทางการทำงานไหมไม่ได้คิดอะไรเลยนะจริง ๆ น้ำขิงแม่งเอะอะก็ใช้กำลัง นี่ผมอุตส่าห์มาทำกับข้าวให้กินเลยนะ น้องมันอ่อนโยนได้ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ แม่ง เสียกำลังใจหวะ

"พี่แฟรงค์ เงียบทำไม"

น้ำขิงถามขึ้นหลังจากที่ผมเงียบไปพักใหญ่ แค่น้อยใจเฉย ๆ เตรียมกับข้าวให้กิน แนะนำวิธีทำงานให้แต่ก็ถูกมองว่าเป็นคนหื่นกามตลอดเวลา แม่ง

"เปล่า"

"โกรธ ? "

"เปล่า"

"ตัวก็ใหญ่ ทำไมใจน้อยจัง" เออ ขอใจน้อยหน่อย งอนโว้ย "ไม่ง้อนะ"

หะ อ้าว งี้ก็ได้พูดเสร็จแล้วเดินเอาจานไปล้างเฉย ฮึ่ย ! นี่งอนอยู่นะโว้ย !!

 

-- NamKing's talk --

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ ๆ ตีสามที่ฉันนั่งทำงานอยู่ในห้อง คือหมกตัวอยู่ในห้องตั้งแต่ไล่พี่แฟรงค์กลับตอนเย็น แล้วก็นั่งนอนคิดงานทำจนตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงแล้ว เลยตัดสินใจเซฟงานไว้แล้วส่งไฟล์ไปให้พี่แฟรงค์ช่วยเช็คให้ โชคดีที่พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเลยตื่นสายได้ ยังไงก็นอนก่อนแล้วกันนาทีนี้

 

เย็นวันถัดมา

ตอนนี้ฉันกำลังจะฆ่าไอ้พี่แฟรงค์ให้ตายเพราะฉันติดต่อพี่มันไม่ได้! โทรไปก็ไม่ยอมรับ ไลน์ไปตั้งแต่เมื่อคืนก็ไม่อ่านและใช่ งานที่ฉันส่งให้พี่มันดูก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับอะไรมา ตอนนี้ฉันเลยหอบสังขารมาหาพี่มันที่คอนโด ไม่ได้เป็นห่วงพี่มันเลยนะแต่กูห่วงงาน!

~~ก็อก ก็อก ก็อก~~

เงียบ

~~ก็อก ก็อก ก็อก~~

ก็ยังเงียบอยู่ คิดถูกแล้วที่เอาคีย์การ์ดสำรองมาจากมะยม ปลดล็อกเข้าไปแม่ง

"พี่แฟรงค์ อยู่ไหน"

ฉันเดินเข้ามาในห้องก็เหมือนเดิมจากคราวที่แล้ว รกเหมือนเดิม.. ชะโงกดูตรงโซฟาก็ไม่มีใคร น่าจะอยู่ในห้องนอนคิดได้อย่างนั้นฉันก็เลยเปิดประตูห้องที่เคยเห็นพี่มันเดินเข้าไปคราวที่แล้วเข้าไปดู

"พี่แฟรงค์!"

"อะไร"

เชี่ย ยังมีหน้ามานอนเล่นโทรศัพท์สบายใจ แล้วนี่ฉันเข้ามาไม่ตกใจหน่อยหรอวะ

"ทำอะไรอยู่เนี่ย ทำไมไม่รับโทรศัพท์"

"ไม่ว่าง"

ตอบไม่ว่างแต่ตาพี่มันไม่ออกจากโทรศัพท์เลย นี่ไม่ได้กวนตีนฉันอยู่ใช่ไหม

“แล้วแบบที่หนูส่งให้มันพอได้ยัง”

“แบบไหน ไม่ได้ดู”

“ทำไมไม่ได้ดู หนูนั่งปั่นแล้วส่งให้พี่ตั้งแต่ตี 3 เลยนะ”

“อ่อ ตอนนั้นพี่กินเหล้าอยู่”

อืมมม คำง่าย ๆ แต่ความหมายสุดลึกล้ำมาอีกแล้ว โอเค คนกินเหล้าฉันเข้าใจได้เพราะฉันก็เคยเป็น

“แล้วตอนเช้าไม่ดูให้อะ”

“ตื่นบ่าย” โอเค คนกินเหล้ามันตื่นสายได้ฉันก็เคยเป็น

“แล้วไม่ว่างดู ? ”

“อือ เล่นเกมอยู่ อย่าเพิ่งเซ้าซี้ ป้อมจะแตกแล้ว”

“อือหือ พี่แฟรงค์... ป้อมกับหัวพี่มึงอะไรมันจะแตกก่อนกันฮะ!! มานี่ดิ!”

แต่ฉันว่ากรณีพี่แฟรงค์มันกวนตีนแล้ว ! แม่งข้ออ้างนู่นนี่เยอะมาก ขออีกสักทีเถอะขอเขกหน้าผากพี่มันอีกสักทีเถอะมา

“โว้ยยยยยยย”

 

หลังจากความวุ่นวายสงบลง

"พี่เป็นอะไร"

ตอนนี้ฉันนั่งจ้องพี่แฟรงค์อยู่บนเตียงแล้วถามคำถามที่ฉันอยากรู้ที่สุด หลังจากเหนื่อยที่จะโวยวายและไล่ตีพี่มันมาพอสมควร

"สนใจด้วยรึไง" พี่แฟรงค์ตอบแล้วหันหน้าหนี อะไรวะ อย่าบอกว่างอนตั้งแต่เมื่อวาน

"งอน ? "

"หึ"

"พี่งอนแค่เรื่องที่หนูไม่ยอมมาอยู่คอนโดพี่อะนะ" จริงจังปะเนี่ย แม่งจะบ้าเกินไปแล้วนะ

"ขิงแม่งมองพี่หื่นตลอดอะ พี่ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นจริง ๆ นะ แล้วที่อยากให้มาอยู่ก็จะได้มีเวลาช่วยเต็มที่ ไม่ต้องส่งไฟล์ไปมาให้ยุ่งยาก คนเป็นห่วงขนาดนี้แม่งถูกมองในแง่ร้ายอีก"

"..แล้วพี่มองมุมขิงบ้างยัง ? " ฉันถามพี่แฟรงค์กลับ

"พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ นะ" 

"แล้วคนอื่นเขาคิดแบบที่พี่คิดไหม ? "

"ทำไมต้องสนใจคนอื่น"

"ขิงว่าเหตุผลนี้พี่แฟรงค์เคยบอกมะยมมันไปแล้วนะ"

พี่แฟรงค์เงียบไปหลังจากที่ฉันพูดจบ เหมือนพยายามนั่งคิดว่าเคยพูดกับมะยมว่ายังไง ก็เข้าใจในความหวังดีของพี่มันแหละ แต่การจะให้มาอยู่ที่นี่ในสถานะที่ยังไม่ใช่แฟนด้วยซ้ำมันก็ยังไง ๆ อยู่

"ขิงเห็นด้วยนะที่ว่ามาอยู่นี่มันสะดวกในการทำงาน แต่ขิงไม่สบายใจไง พี่แฟรงค์เข้าใจขิงด้วยได้ไหมคะ"

"...พี่ขอโทษ ขอโทษที่ไม่มองให้มันลึกกว่านี้"

"ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะที่ห่วงขิงขนาดนี้"  ฉันพูดแล้วยิ้มให้พี่แฟรงค์บาง ๆ คนเรามันหน้ามืดตามัวกันได้แหละหน่า

"ทำไมพี่งี่เง่าจังวะ"

"หึ ไม่เห็นเป็นไร ขิงเข้าใจ ..คนวัยทองก็งี้"

"อ้าว ด่ากันปะ"

"ชื่นชมอยู่ เออพี่แฟรงค์ไม่สงสัยหน่อยหรอว่าขิงเข้ามาได้ไง ทำไมดูไม่ตกใจอะไรเลย"

ก็ตอนเข้ามาในห้องนอนพี่แฟรงค์ก็เห็นพี่มันนอนเล่นโทรศัพท์สบายใจ ไม่ได้ตกใจที่มีคนเปิดประตูเข้าไปเลย หรือพี่มันไม่ได้อยู่คนเดียว

"ก็มะยมไลน์มาบอก"

"อ้าว อ่านไลน์มะยมแล้วไม่อ่านไลน์ขิงอะ"

"ก็ตอนนั้นงอนอยู่"

"งอนไม่อ่านไลน์ก็มา โถ่ ๆๆ "  เป็นเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ แต่ถ้าพี่มันช่วยอ่านไลน์ฉันสักนิดฉันจะไม่ต้องหอบร่างมาที่นี่เลยนะ

"แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรเลยครับ สบายใจ๊สบายใจ"

"ถ้าสบายใจ๊สบายใจขนาดนั้นก็รบกวนเช็คงานให้ดิฉันด้วยค่ะ"

"เดี่ยวจะเช็คให้ตอนนี้เลยครับ"

ว่าแล้วก็ลุกไปเอาโน้ตบุ้คมาเปิดดูงานที่ฉันส่งให้เมื่อคืน ฉันกับพี่แฟรงค์ใช้เวลาสักพักใหญ่ ๆ ในการพูดคุยเกี่ยวกับงานที่ฉันทำไป เออให้ความรู้สึกเหมือนตอนนี้ฉันกำลังทำงานควบกับนักออกแบบภายในจริง ๆ ด้วย เอ้ะ แต่พี่แฟรงค์ก็เป็นนักออกแบบภายในไง ก็ต้องเหมือนดิวะ

"ก็เอาไปทำให้เสร็จชั้นนี้แล้วส่งมาให้พี่ดูอีกที แต่พี่ว่าภายในอาทิตย์นี้จะดีมาก"

"อืม หนูก็กะไว้ว่าอย่างนั้น"

ฉันเหลือเวลาทำโปรเจคอีกแค่เดือนเดียวแล้วเ-ือกบอกอาจารย์ว่าจะทำอาคาร 3 ชั้น อืม ๆๆๆๆ หาเหาใส่หัวจริงจริ๊ง แต่ถ้าทำเสร็จอาทิตย์ละชั้นนี้ก็น่าจะทัน ประเด็นมันอยู่ที่หัวฉันตอนทำงานมันจะแล่นไหมนี้แหละ

"ปกติขิงทำงานที่ไหนแล้วหัวแล่นมากกว่า"

"คิดว่าคาเฟ่นะ ยิงเป็นร้านที่ไม่เคยไปนะ จะโฟกัสกับงานมากแล้วไอเดียก็ผุดขึ้นมาเยอะมากเหมือนกัน"

"เหมือนต่างที่ต่างทางแล้วจะเป็นทำเป็นเก่งงี้ ?"

"เก่งจริงต่างหาก"

"แต่ฟังบรีฟอาจารย์ไม่รู้เรื่องอะนะ"

"พี่แฟรงค์ !"  

คนเรามันก็มีผิดพลาดกันได้ปะ แล้วเรื่องนี้ใครมันจะไปอยากพลาด ต้องเคยเป็นกันบ้างแหละ ตอนฟังบรีฟก็คิดว่าเข้าใจแต่ทำไมเริ่มต้นทำจริงแม่งอิหยังวะ

"เอางี้ วันไหนที่ขิงว่างบ้างบอกตารางพี่มา"

"ฮึ ? "

"พี่จะพาไปตะลุยคาเฟ่ ขิงจะได้ทำงานได้หัวแล่นนน"

เห้ย พี่แฟรงค์มันจริงจังไปปะเนี่ย ฉันหัวแล่นก็จริงตอนทำงานแต่มันจะรบกวนเวลาทำงานพี่มันเกินไปไหม ถึงจะเคยบอกว่าไม่เกรงใจพี่มันแต่ก็ลึก ๆ ก็เกรงใจอยู่ดีนั้นแหละ

"แล้วพี่ไม่ต้องไปทำงานรึไง"

"ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงาน ว่าง"

"แต่.."

"พี่เต็มใจ"

พี่แฟรงค์พูดแล้วสบตาฉันด้วยแววตาแน่วแน่มาก เนี่ย ก็ดีขนาดนี้จะไม่หวั่นไหวได้ไงวะ

"อะ เค้ พูดเองนะ"

"แน่นอนครับ สรุปว่างวันไหนบ้าง"

"ถ้าไม่มีงานอะไรมาแทรก ปกติมีเรียนแค่อังคารกับศุกร์"

"เรียนแค่สองวันเนี่ยนะ"

"ก็ปีสุดท้ายแล้วไหม เก็บตก"

"งั้นแปลว่าพรุ่งนี้ว่าง"

"ใช่"  ก็พรุ่งนี้วันพฤหัส ก็ว่างสิ

"โอเคเดี่ยวพี่พาไปหาร้านนั่งทำงาน จะพาไปซักจังหวัดแม่ฮ่องสอน"

"ไปคนเดียวเหอะงั้น"  ไปทำซากอะไรไกลขนาดนั้น แค่นั่งทำงานโว้ย

"แต่ตอนนี้หิวข้าว ออกไปหาไรกินกัน"

"นึกว่าจะทำกับข้าวให้กินอีก"

ฉันพูดแซวพี่แฟรงค์ เอาจริงพี่มันก็ไม่ได้ทำอาหารน่าเกลียดขนาดนั้นมันก็พอกินได้ แค่ต้องปรับปรุงน่าตาอาหาร ฮ่า ๆ

"เนี่ย พี่ไม่กล้าทำอีกนะ"

"ฮ่า ๆๆ ล้อเล่นน่า พี่แฟรงค์ทำไรขิงก็กินหมดแหละ"  เหมือนจะเห็นคนแถวนี้เขินด้วย หึ่ย น่ารัก!

"อย่ามายอ"

"ไม่ยอก็ได้ ไปกินข้าวก็เถอะ ปะ"

 

ร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งที่ไม่ได้มีสาขาแค่แห่งเดียว

ตอนนี้ฉันกับพี่แฟรงค์กำลังนั่งคุยกันระหว่างรอออเดอร์ที่เพิ่งสั่งไปไม่นาน แต่คนเยอะพอตัวออเดอร์พวกฉันน่าจะต้องใช้เวลาอีกนาน ฉันอะไม่เท่าไหร่หรอกเพราะยังกินข้าวเที่ยงมาแล้ว แต่พี่แฟรงค์อะดิยังไม่กินอะไรตั้งแต่เช้าเพราะมัวแต่รอฉันไปง้อ เหอะ ควรจะขำหรือสงสารก่อนดี

"ทำหน้าอย่างกับจะตายขนาดนั้น"

"หิวไส้กิ่วหมดแล้ว หิววว"

"สมน้ำหน้า ใครบอกให้อดข้าวทั้งวัน"

"เรานั้นแหละ ไม่รีบมาง้อพี่"

"เอ้า กลายเป็นหนูผิดได้ไง" เออ คุยไปคุยมาฉันผิดเฉย อะไรวะ

"พี่ว่าจะถามนานแล้ว ทำไมบางครั้งขิงก็แทนตัวเองว่า 'ขิง' บางครั้งก็แทนว่า 'หนู' พี่สงสัย"

อ่า เรื่องนี้ สนใจไปได้ยังไงนะ ฮ่า ๆ

"ปกติจะแทนว่า 'ขิง' แค่กับที่บ้านหรือไม่ก็ตอนที่รู้สึกว่ามันเป็น comfort zone อะ"

"แสดงว่าพี่เป็น comfort zone ขิงแล้วใช่ปะ"

"อืม.."  

ฉันทำท่าคิดอยู่สักพัก จะให้ว่าไงดีคือก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าแทนตัวเองว่า 'ขิง' กับพี่มันไปตอนไหนบ้าง แล้วมันเป็นตอนที่สามารถเป็น comfort zone ไหมอีก

"หรือพี่เป็นคนในครอบครัวขิงล่ะงั้น"

"ยังจ่ะ"

"ใจร้ายว่ะ"

"แต่อาจจะอยู่ใน comfort zone แล้วนะ"

พี่แฟรงค์หันมามองหน้าฉันทันทีที่ฉันพูดจบ ก็แค่พูดตามที่รู้สึกเองตกใจอะไรขนาดนั้นเล่า แม่งจ้องนานกูก็เขินอีก

"แฟรงค์"

หมดช่วงเวลาเขินแล้วจ่ะ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความงงว่าแม่หญิงคนนี้คือใคร เพราะเสียงเมื่อกี้เป็นเสียงของผู้หญิงหน้าตาน่ารักมาก ๆ คนนึงทักพี่แฟรงค์ ฉันกับพี่แฟรงค์เลยหันหน้าไปมองผู้หญิงคนนั้น ฉันอะมองด้วยความสงสัยแต่พี่แฟรงค์เนี่ยดิ แม่งมองด้วยความตกใจ

"จีน.."

"ไม่เจอกันนานเลยนะ"

ฉันว่าเซนส์ฉันต้องไม่มีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ ฉันคิดว่าสองคนนี้ต้องมีซัมติง ! แต่ฉันไม่รู้ว่าซัมติงยังไง เจ้าหนี้ลูกหนี้ ครูบาอาจารย์ หัวหน้าลูกน้อง หรือแฟนกงแฟนเก่า แต่อย่างหลังสุดนี่น่าจะเป็นไปได้สุด เอาเถอะระหว่างนี้เก็บข้อมูลไปก่อน อย่าเพิ่งตื่นตูม!

 

***************************************************************************************************************************************************

ใคร ๆ ก็ดูออกปะว่าแม่นางนี่คือใคร เห้อ บิ้วท์ทำไมวะ

อีกอย่าง ทำไมต้องคิดพล็อตนิยายออกตอนตี2ตี3วะ ไม่เข้าใจตัวเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น