ผมว่าผมก็รุกในระดับหนึ่ง #ดีใจที่มีอุ๋ง

ตอนที่ 9 : แล้วดีใจเลือกอะไรได้ไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    3 เม.ย. 62



             ลงร้านแล้วนาจา ไปตำกันโล้ด!


8

แล้วดีใจเลือกอะไรได้ไหม

 

อุ๋งกลับเข้ามาในคอนโดแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าไฟในห้องมืดสนิท ไม่มีร่องรอยของการใช้งานทั้งไฟและเครื่องปรับอากาศ รองเท้าที่ดีใจใส่ออกไปเมื่อเช้าก็ยังไม่ได้เอากลับมาวาง

...ยังไม่กลับห้องเหรอวะ

ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เขาไม่เห็นรถมอเตอร์ไซค์ของดีใจตั้งแต่ตอนที่กลับออกมาจากใต้ถุนคณะ เลยนึกว่าคงกลับคอนโดมาแล้ว

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกผิดที่เทดีใจไปหาเมษา ทั้งที่ปกติก็ทำบ่อย แถมดีใจเองก็ไม่เคยว่าอะไร

หรือเพราะได้มายืนอยู่ตรงจุดที่คล้ายๆ กัน เลยเข้าใจว่ามันจุกแค่ไหน

คำถามที่ว่าดีใจทำได้ยังไงก็ยังคงวนอยู่ในหัวของเขาอย่างไม่สามารถสลัดออกไปได้ ดวงตากลมๆ หม่นลงเมื่อเริ่มคิดได้ว่าเขาเองก็คงทำร้ายดีใจไม่ต่างจากที่เมษาทำร้ายเขา

เมี๊ยว...

น้องนุ่มเดินมาพันแข้งพันขาเขาก่อนช้อนตามองด้วยสายตาออดอ้อน เป็นเชิงส่งสัญญาณว่าเขาควรจะเทอาหารเย็นให้ทานได้แล้ว อุ๋งย่อตัวลงไปลูบขนฟูนุ่มของอีกฝ่ายสองสามที

“เปลี่ยนชุดแป้บ เดี๋ยวมาเทข้าวให้ เคนะ”

เมี๊ยว...~

อ่า คงแปลว่าโอเคแหละมั้ง

อุ๋งเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดชุดนักศึกษาแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นอย่างที่ชอบใส่ อดคิดไม่ได้ว่าทำไมดีใจยังไม่กลับห้อง ไม่รู้ว่าเพราะเขากำลังรู้สึกแย่มาก เหงา หรือต้องการใครสักคน

แต่ตอนนี้อุ๋งอยากให้ดีใจมาอยู่ตรงนี้

ห้องนี้ตอนนี้มันกว้างเกินกว่าที่เขาจะอยู่คนเดียว

 

Seal : ไปไหนวะ

Seal : ไม่กลับห้องเหรอ

 

Read

ข้อความขึ้นอ่านในเวลาอันรวดเร็ว

แต่ผ่านไปเกือบสิบนาทีก็ยังไม่มีการตอบกลับ

อุ๋งขมวดคิ้วจนแทบจะพันกัน ดีใจไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่เคยอ่านข้อความเขาแล้วไม่ตอบ ถ้าไม่ใช่เพราะจบบทสทนา

เป็นอะไรรึเปล่า

สลับหน้าจอไปที่หน้าบันทึกการโทร กดเบอร์ที่เมมเอาไว้ง่ายๆ ว่า ดีใจแล้วกดโทรออก

โทรติด

แต่ไม่มีคนรับ

อุ๋งฟังเสียงสัญญาณจนดับไป ดวงตากลมฉายแววหงอยเหงาโดยไม่รู้ตัว กระวนกระวายโดยที่ไม่เข้าใจสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร ระบายลมหายใจแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาโดยที่ไม่ได้กดเปิดไฟในห้อง เวลาประมาณห้าโมงเย็น ฟ้าเริ่มมืดลง อุ๋งปล่อยให้ความมืดครอบคลุมภายในห้อง รวมถึงครอบคลุมภายในใจ

อุ๋งไม่รู้ว่าความรู้สึกอึดอัดในอกที่กำลังก่อตัวอยู่คืออะไร รู้แค่ว่าไม่ชอบเลย ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย

ดีใจหายไปไหน...


“มึง เอาคืนมา”

“ไม่คืน”

“อุ๋งโทรมาแล้วนะ”

“แค่สายเดียว”

“ไอ้แทน มึง เป็นชั่วโมงแล้วนะ คืนมา”

“ไม่”

แทนทะเลโยนโทรศัพท์ของดีใจให้หลิงหลิงที่เดินถือน้ำกับขนมมาวาง หลิงหลิงส่ายหน้าให้กับนิสัยซุกซนและชอบวุ่นวายกับความสัมพันธ์ของชาวบ้าน

ถ้าไม่ใช่แฟนก็จะด่าว่าขี้เสือก

อ้าว...ด่าไปแล้ว โทษที

แต่ถึงแบบนั้น หลิงหลิงก็อดเห็นด้วยกับแทนทะเลไม่ได้ มือบางถือโทรศัพท์ของดีใจที่กำลังสั่นไม่หยุด หน้าจอปรากฏขึ้นด้วยชื่อที่ดีใจบันทึกเอาไว้ด้วยรูปหัวใจสีฟ้าดวงเดียว

สีฟ้าที่เป็นสีโปรดของดีใจ หัวใจสีฟ้าที่หมายถึงเป็นหัวใจของดีใจ

ออกตัวแรงแซงโค้งจนคนรู้กันทั้งโลกว่ารู้สึกยังไง แต่เจ้าของชื่อกลับเป็นคนเดียวที่ไม่เคยรู้ตัวเลยสักครั้ง

เรื่องมันมีอยู่ว่าวันนี้แทนทะเลแวะมาค้างที่ห้องของหลิงหลิง และดีใจที่ทำความรู้สึกตัวเองกระจัดกระจายและเย็นชืดพอๆ กับจานข้าวที่ถูกวางทิ้งไว้ก็ไม่รู้จะพาตัวเองไปไหนดี กลับห้องไปก็ปวดใจ พอโทรหาแทนทะเลก็บอกให้ลงมาชั้นแปด มาอยู่ด้วยกันก่อน

โทรศัพท์ก็โดนยึดเพราะรู้ว่าถ้าอุ๋งกลับมาไม่เห็นก็คงจะทักมาถามหา หรือไม่ก็เป็นเขาเองที่ทนไม่ได้จนต้องทักไปถามเองว่ากลับห้องรึยัง พออุ๋งโทรมา แทนทะเลก็ถือเอาไว้นิ่งๆ แต่ไม่ยอมรับสาย

“มึงอะ...อย่าทำตัวเหมือนหมารอเจ้าของกลับบ้านนักเลย”

“...”

“บ้าปะวะ แม่งเทมึงกลับไปหาแฟนเก่าเลยนะ”

“เว่อร์ไปมั้ย เขาแค่ไปกินข้าวกัน”

“ทั้งที่นัดกับดีใจไว้แล้วน่ะเหรอ”

เสียงเบาๆ ของหลิงหลิงเหมือนค้อนปอนด์หนักๆ ที่มาทุบหัวดีใจ ประโยคสั้นๆ แต่คิดว่าคงหน้าสั่นไปอีกหลายวัน ส่วนแทนทะเลถึงกับหันไปชูนิ้วโป้งให้แฟนสาวเพราะสามารถทำให้ดีใจใบ้แดกได้

“คือหลิงไม่ได้จะเสี้ยมนะ แต่ต่อให้ในฐานะเพื่อนอะ แบบเป็นแค่เพื่อน เป็นหลิงหลิงก็น้อยใจนะเว้ย จะเททุกครั้งที่แฟนตามไม่ได้รึเปล่าอะ อย่างน้อยๆ ก็เป็นเพื่อนกัน”

ดีใจรู้สึกจุก ไม่รู้เพราะหลิงหลิงจี้ใจดำ หรือเพราะคำว่าเพื่อนที่กระแทกหน้ารอบแล้วรอบเล่า

30%

“คือดีมีสิทธิ์น้อยใจนะ เข้าใจที่เราจะสื่อป่ะ”

“...”

“ไม่ใช่ว่าไม่ได้เป็นแฟนแล้วจะลดความสำคัญเรายังไงก็ได้อะ”

“ปัญหาคือดีไม่เคยน้อยใจอุ๋งเลยไงหลิง”

ดีใจหยิบน้ำบนโต๊ะขึ้นมาดื่มหลังพึมพำประโยคนั้นจบ ร่างเล็กของหลิงหลิงทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตัวเล็กแล้วเลิกคิ้ว

เรื่องหนึ่งที่ไม่รู้ว่าอุ๋งรู้หรือเปล่า คนเดียวที่เรียกดีใจว่าใจ๋มีแค่อุ๋ง นอกนั้นทุกคนถ้าไม่เรียกดีก็เรียกใจกันหมด

“ก็เคยหน่อยมั้ยอะ”

“...”

“แคร์อุ๋งขนาดนี้ ให้อุ๋งหัดแคร์ความรู้สึกดีบ้างก็ได้มั้ง”

“คือดีเข้าใจที่หลิงจะสื่อนะ แต่ในมุมของดีอะ อุ๋งก็ไม่ได้ผิดอะไรไง แล้วดีก็ไม่ได้อะไรกับการที่อุ๋งจะเทนัดดีไปหาเมขนาดนั้น”

ดีใจรู้สึกตัวเองพูดวกไปวนมา ซึ่งมันจะแปลกอะไร ในเมื่อเขายังเรียบเรียงความรู้สึกตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากำลังรู้สึกแบบไหน

ใจหนึ่งก็บอกว่าเข้าใจ เข้าใจทุกเหตุผลความเป็นไป

“แต่มึงก็เสียใจ”

แต่อีกใจก็เสียใจ เสียใจฉิบหายที่เขาไม่เคยเป็นตัวเลือกแรกในสายตาอุ๋งสักครั้ง

“เออยอมรับ แต่มันเป็นความเสียใจที่เข้าใจได้ไง มึงเกทมั้ย”

“เข้าใจยังไงวะ ไหนอธิบายเป็นภาษาคนดิ้”

แทนทะเลหยิบขนมใส่ปาก แอบดึงมือหลิงหลิงมาเกลี่ยเล่นให้ดีใจต้องกลอกตาด้วยความรำคาญใจ ลมหายใจถูกระบายออกแทนความรู้สึกสับสน เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังงี่เง่า และเขาคิดว่าเขาไม่ควรงี่เง่า เขาไม่ควรทำให้อุ๋งลำบากใจ

“เข้าใจว่าเขาต้องเลือกคนที่รักมากกว่าอยู่แล้ว”

“อะโห ตัดพ้อสัส”

มีสิทธิ์อะไรไปตัดพ้อวะ ถามจริง

เป็นแค่เพื่อน แค่เพื่อนครับพ่อ

เพื่อนไม่จริงด้วย เวร

“หรือดีลองคุยกับคนอื่นมั้ย”

“หืม?”

“แบบ ลองเปิดใจอะไรงี้” หลิงหลิงหมุนมือ ดวงตาเรียวกลอกขึ้นลงตอนพยายามเรียบเรียงคำพูด “อยู่ตรงนี้อาจจะไม่ได้อะไรเลยก็ได้นะ”

“มันลองมาเป็นร้อยรอบแล้วหลิง”

“อืม”

ดีใจขานรับเสียงเบากับคำตอบที่แทนทะเลตอบแทน ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าการรักเพื่อน ผลลัพธ์ปกติก็มักจะจบที่อกหักอยู่แล้ว ยิ่งเพื่อนที่ไม่มีสเป็กเป็นแบบเราเลยด้วยซ้ำ แถมยังตรงข้ามแบบสุดๆ ไปเลย

โห นอกจากอกหักแล้วทำอะไรได้อีกเหรอถามจริง

ลองคุยกับคนอื่นก็เคย ไม่ใช่ไม่เคย

คิดว่ารองเดือนมอ ดีกรีนายแบบอย่างดีใจจะไม่มีคนเข้าหาเลยหรือยังไง เขาน่ะลองมาหมดแล้วทั้งหญิงทั้งชาย

แล้วสุดท้ายก็พบว่าแม่งเหมือนเพลงสิงโต นำโชค ท่อนที่ว่า

 

แล้วฉันก็พบว่าอยู่คนเดียวเสียดีกว่า

หากต้องมีใครเข้ามาแทนที่เธอ

 

บอกตรงๆ ว่ารู้สึกแย่ทุกครั้งที่ความสัมพันธ์จบลงด้วยน้ำตาของฝ่ายตรงข้าม พร้อมกับคำถามสั้นๆ

 

ดีใจเคยรักเรา...แบบที่เรารักดีใจบ้างมั้ย

ในใจของเธอมีใครอยู่กันแน่ มันเคยมีเราบ้างรึเปล่า

ถ้าไม่รักพี่แล้วมาคบกับพี่ทำไมวะ

 

เนี่ย เป็นคนเหี้ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เพราะพยายามแล้วที่จะเปิดใจ พยายามแล้วที่จะรักใครใหม่

แต่ทำไม่ได้เลย

ไม่ว่าใครก็ไม่ทำให้รู้สึกเหมือนอุ๋งทั้งนั้น

“ไอ้ดี ไหวมั้ยมึง”

“ตอบไม่ไหวแล้วกูจะสามารถทำอะไรได้บ้าง”

“...”

แทนทะเลยิ้มเจื่อนเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึมครึมจากตัวของดีใจ จากที่ปกติก็เป็นคนหน้านิ่งหน้าตายอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกไม่ดียิ่งแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนหลิงหลิงเองก็ถึงกับไหล่ตกเพราะไม่รู้ว่าไปพูดอะไรจี้ใจดำเข้าหรือเปล่า

“นี่พวกกูช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นหรือแย่ลงวะเนี่ย”

“อุ๋งโทรมาอีกแล้วน่ะ”

หลิงหลิงชี้โทรศัพท์ที่อยู่ในมือของแทนทะเล ดีใจทำท่าจะลุกไปคว้า หากแต่โดนฝ่าเท้าของโจรขโมยโทรศัพท์ยันเอาไว้เสียก่อน แทนทะเลยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากเป็นเชิงให้ทุกคนเงียบ ก่อนจะกดรับสายแล้วเปิดลำโพง

[ฮัลโหล]

ดีใจขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงที่ดังมาจากสายที่ฟังดูแล้วซึมเซาแปลกๆ ส่วนแทนทะเลก็บุ้ยปากให้ดีใจตอบ

“ว่าไง”

[อยู่ไหนอะ]

“เอ่อ...”

ดีใจอึกอักเพราะไม่รู้ควรตอบอะไร ในหัวคิดว่าถ้าตอบไปว่าอยู่ห้องหลิงหลิงที่อยู่ห่างจากห้องของเราแค่สองชั้นแล้วอุ๋งจะรู้สึกยังไง

[ยุ่งอยู่เหรอวะ เมื่อกี้ไม่เห็นรับสาย]

เป็นเมียเหรอมาถามอะ

แทนทะเลขมุบขมิบปากโดยไม่ออกเสียงจนหลิงหลิงถึงกลับต้องปิดปากกลั้นขำ ไม่ให้หัวเราะได้ไงเมื่อแทนทะเลเล่นเบะปากมองบน ใส่จริตยิ่งกว่าหลิงหลิงที่เป็นผู้หญิงเสียอีก แม้กระทั่งดีใจที่กำลังอารมณ์เฟลๆ ก็เผลอกระตุกยิ้มมุมปากออกมากับท่าทางของเพื่อน

แต่นั่นดิ เป็นอะไรกันเหรอมาถาม

อะ เข้าข้างตัวเองไปอีก เพ้อเจ้อไปกันใหญ่

กูควรอยู่ไหนวะ

ดีใจขยับปากถามแทนทะเล เพราะถึงจะเป็นคนโกหกหน้าตายได้ แต่มาให้คิดคำลวงโลกภายในสามวินาทีตอนนี้เขาก็คิดไม่ออกเหมือนกัน

“ใจ เข้าไปแดกได้แล้ว ออกมาทำอะไร...อ้าว คุยกับไอ้อุ๋งเหรอ”

อะ รางวัลตอแหลแห่งปีมีคนเหมาะสมกับตำแหน่งแล้ว

แทนทะเลแกล้งทำเป็นตะโกนเสียงดังแล้วแผ่วเสียงลงตอนท้ายเหมือนตกใจ คลับคล้ายว่าไม่ตั้งใจให้อุ๋งรู้ว่าดีใจอยู่ไหน หลิงหลิง แฟนเธอร้ายว่ะ

[อยู่ร้านเหล้าเหรอ]

เสียงอุ๋งที่แทรกผ่านปลายสายทำให้ดีใจขานรับกลับไปเบาๆ

“เอ่อ...อืม”

[แต่หัววันเลยเหรอ ไปไม่ชวนเลยนะ]

ทีมึงไปแดกข้าวกับเมยังไม่ชวนไอ้ใจเลย

แทนทะเลนี่แม่งก็แค้นเหมือนอุ๋งไปหักอกมันเองเลยจริงๆ มันขมุบขมิบปากแถมยังย่นจมูกไปพร้อมกัน แต่ก็เข้าใจมันแหละนะ ในฐานะของคนที่มองทั้งเขาและอุ๋งมาตลอด มันก็คงรำคาญใจในประมาณหนึ่ง เพราะช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ทุกครั้งที่รู้สึกแย่กับเรื่องนี้ ก็มีแค่แทนทะเลที่เป็นสนามอารมณ์เท่านั้น

“แล้วมึงโทรมามีอะไรรึเปล่า”

[กูทักไปแล้วมึงไม่ตอบ เห็นอ่านแต่ไม่ตอบ]

“แล้ว?”

ดีใจหรี่ตามองแทนทะเลทันที นี่มันกดอ่านแชทอุ๋งไม่บอกเขาด้วยเหรอ

[ก็...ไม่มีอะไรละ]

สายโทรศัพท์ถูกตัดไปโดยไม่มีการบอกกล่าวใดๆ คิ้วของดีใจขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของปลายสาย ร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟาแทบจะทันทีจนแทนทะเลต้องถลาไปคว้าชายเสื้อเอาไว้

“เดี๋ยว มึงจะไปไหน”

“กลับห้อง”

“แต่มึงเพิ่งบอกอุ๋งว่าอยู่ร้านเหล้า”

“...”

“ไอ้สัส นั่ง”

แทนทะเลกดไหล่ของดีใจให้นั่งลง ยอมคืนโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายแต่ไม่ยอมให้ลุกกลับห้องง่ายๆ แทนทะเลอึดอัดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว เขาคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ควรไปให้สุดได้สักทางเสียที

ถ้าอุ๋งไม่รัก

ดีใจก็ควรตัดใจได้แล้ว

ส่วนดีใจ ใจหนึ่งก็ห่วงอุ๋งแทบแย่ อยากจะไปหาให้รู้ว่าเป็นอะไรรึเปล่า แต่อีกใจก็บอกให้รักตัวเองบ้าง มันเหมือนทั้งห่วง ทั้งอยากรู้ว่าสำหรับอุ๋งแล้วเขามีตัวตนอยู่ในสายตาแค่ไหน

หรือมีค่าแค่ตอนที่อุ๋งไม่มีใครเท่านั้น ความสำคัญ ความสัมพันธ์ อุ๋งจัดวางเรื่องระหว่างเราไว้ตรงจุดไหน

ดีใจนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นราวครึ่งชั่วโมง ไม่มีข้อความใดๆ มาเพิ่มเติมจากอุ๋ง และไม่มีการโทรเข้าใดๆ อีก ร่างสูงถอนหายใจ เอนตัวพิงผนังโซฟาด้วยความรู้สึกหม่นๆ

อดอิจฉาเมษาไม่ได้ ที่หายไปแค่แป้บเดียว อุ๋งก็กระวนกระวายตามหา บอกคิดถึงตลอดเวลา

ส่วนเขาน่ะเหรอ...ก็คงมีค่าแค่เท่านั้น

มือหนาปัดโทรศัพท์ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ด้วยความรู้สึกเจ็บลึกในใจ ถามตัวเองซ้ำๆ ว่าเขาควรพอได้หรือยังกับการหลอกตัวเอง ตอนแรกก็หลอกว่าอุ๋งมีแฟนเลยไม่คิดจะมองเขา แต่ตอนนี้ ต่อให้ไม่มีใคร เขาก็ไม่ใช่คนที่อุ๋งคิดจะมองอยู่ดีหรือเปล่า

เขาควรพยายามต่อไปจริงๆ อย่างนั้นเหรอ

แต่ความคิดทั้งหมดก็พลันหยุดชะงักในเสี้ยววินาที ทันทีที่โทรศัพท์ของเขาสั่นอีกครั้ง และมีข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

 

Seal : กูอยากให้มึงอยู่ตรงนี้

 

“ไอ้ดี จะไปไหน”

แทนทะเลคว้าเอาแขนเพื่อนอีกครั้งเมื่อเห็นดีใจลุกพรวดในทันที

“กลับห้อง”

“กลับไปเป็นหมาอะเหรอ”

“ช่างแม่ง”

“...”

“ต่อให้เป็นหมาก็ช่างแม่ง”

ตอบเสร็จก็หุนหันพลันแล่นทิ้งทุกอย่างเดินออกจากห้องไปในทันที ทิ้งให้แทนทะเลนั่งอ้าปากค้าง ส่วนหลิงหลิงก็ถอนหายใจแล้วทิ้งตัวนั่งตรงที่วางแขนของโซฟาที่แฟนหนุ่มของตัวเองจับจองอยู่

“ดูห่วงอุ๋งมากเลยเนอะ”

“เธอว่ามันมากไปป่ะ”

“ไม่หรอก” หลิงหลิงยิ้มน้อยๆ ยกมือเกลี่ยปอยผมของแทนทะเลที่เงยหน้าขึ้นมามอง

“ทำไม”

“เพราะต่อให้สถานะจะเป็นแค่เพื่อน แต่ในใจของดี อุ๋งไม่ได้เป็นแค่นั้นนี่”

“...”

“ถ้าเป็นเธอที่หงอยแบบนั้น เค้าเองก็คงทนไม่ได้เหมือนกัน ก็รักนี่เนอะ”

หัวใจของแทนทะเลเต้นแรงเมื่อเห็นรอยยิ้มหวานๆ ของคนตรงหน้า แขนยาววาดเอาเอวเล็กขึ้นมานั่งบนตักและซบไหล่ของหลิงหลิงเอาไว้แทนความรู้สึกที่มี

ผู้ชายห่ามๆ อย่างแทนทะเลอาจจะไม่โรแมนติกพอที่จะพูดอะไรหวานๆ

แต่เขาก็คิดว่าตัวเองแม่ง...โคตรโชคดีเลยที่ได้ผู้หญิงคนนี้มาครอง

70%

 

คีย์การ์ดก็มี แต่มายืนเหมือนเป็นขโมยอยู่หน้าห้อง

ดีใจระบายลมหายใจหนักๆ มือกำคีย์การ์ดตั้งท่าจะแตะตรงประตูแต่ก็ไม่แตะสักที ดวงตาเรียวมองซ้ายมองขวา แล้วก็วนมาถอนหายใจใหม่

เนี่ย ก็เป็นแบบนี้ทุกที

มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่เขาอดคิดไม่ได้ว่าทำไมน้ำเสียงของอุ๋งถึงฟังดูไม่ดี ทำไมถึงได้มีทีท่าหงอยๆ ทำไมถึงได้กลับห้องเร็วทั้งที่ตอนแรกบอกว่าจะไปกินข้าวกับเมษา มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า

พอคิดแบบนั้น อารมณ์หงุดหงิด เจ็บๆ ในอกที่มีก็หายวับไปทันตา หายไปทั้งที่เขายังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าไอ้ความรู้สึกแย่ๆ ที่กำลังก่อตัวในอกนี่มันใช่ความรู้สึกน้อยใจหรือเปล่า

...ก็คงรักมากไปอย่างที่แทนทะเลบอก

แค่อุ๋งบอกว่าต้องการ แค่บอกว่าอยากให้อยู่ตรงนั้น แม้ไม่รู้ว่าจะต้องการไปเพื่ออะไรหรือในสถานะไหน เขาก็พร้อมจะกลับไปยืนตรงนั้นโดยที่ไม่คิดถึงใจตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว

สุดท้ายก็แตะคีย์การ์ดให้ส่งสัญญาณเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปในห้อง

ภายในห้องนั่งเล่นมืดสนิท ไม่มีแสงไฟ มีเพียงเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้ ดีใจมองซ้ายมองขวารอบห้อง ไม่มีแสงลอดออกมาจากประตูห้องทั้งของเขาและของอุ๋ง

แต่ตรงระเบียงห้อง เขาเห็นแสงไฟสีแดงเล็กๆ พาดอยู่บนปลายนิ้วเรียวตัดกับเงาของร่างโปร่งบางที่ยืนเท้าแขนอยู่ตรงนอกระเบียงห้อง โดยมีม่านสีขาวโปร่งบดบังไว้จางๆ

สูบบุหรี่อีกแล้ว...

ดีใจเดินตรงไปทางระเบียง จ้องมองแผ่นหลังของอีกคนอย่างเงียบๆ จดจำและสัมผัสความรู้สึกที่คนตรงหน้าซึ่งกำลังหันหลังให้รู้สึกอยู่ เขาไม่ชอบเลยที่ไหล่แคบใต้เสื้อกล้ามนั่นดูเหงาและอ้างว้าง ไม่ชอบที่มันดูเจือความเศร้าและเหงาหงอย

ก๊อก...

เคาะกระจกระเบียงเพียงครั้งเดียวอุ๋งก็สะดุ้งสุดตัว เจ้าตัวเสยผมตัวเองขึ้นก่อนหันกลับมามอง และแม้ว่าภายในห้องจะมืดสนิท แต่แสงไฟจากด้านนอกก็เผยให้เห็นแววตาประหลาดใจของอุ๋ง

มือเรียวรีบบี้บุหรี่ลงกับพื้น โบกมือไปมาสองสามครั้งเพื่อไล่ควัน

ก็เป็นเสียแบบนี้...

ดีใจรู้มาตลอดว่าอุ๋งติดบุหรี่ เมื่อก่อนต้องสูบอย่างน้อยวันละสองถึงสามมวน ส่วนตัวดีใจเองก็แพ้ควันบุหรี่ และตั้งแต่ที่อุ๋งรู้ อุ๋งก็แทบจะไม่สูบบุหรี่ภายในห้อง หรือไม่สูบใกล้ๆ ดีใจเลยสักครั้ง

แต่จริงๆ ดีใจอยากให้อุ๋งเลิกไปเลยมากกว่า เพราะมันไม่ดีกับสุขภาพของอีกฝ่าย

เขาเคยพูดเรื่องนี้สองสามครั้ง แม้อุ๋งจะไม่ได้เลิกขาดตามที่เคยเปรย แต่เจ้าตัวก็ลดปริมาณการสูบลง จากที่สูบเพราะติดก็เปลี่ยนเป็นสูบแค่เฉพาะตอนเครียดแทน

ดีใจยืนสบตากับอุ๋งผ่านกระจก รู้ว่าอุ๋งไม่ยอมเปิดเพราะควันยังไม่จาง ไม่อยากให้เขาต้องทั้งจามทั้งไอไม่หยุด ส่วนเขาก็ได้แต่ยืนรอ

รอเวลาที่ควันจาง

เวลาที่เขาจะสามารถเข้าไปหาอีกฝ่ายได้

ไม่ได้อยู่ร้านเหล้า

ริมฝีปากบางขยับเป็นคำถาม และดีใจส่ายหน้า

กินข้าวรึยัง

ดีใจขยับปากถามบ้าง อุ๋งสบตาเขาเงียบๆ ครู่หนึ่ง ก่อนสั่นศีรษะเช่นกัน

บอกจะออกไปกินข้าว แต่ไม่ได้กิน แปลว่าคงมีอะไร

ดีใจยกมือแตะกระจกก่อนจะนิ่งไปเมื่ออุ๋งเอนหัวมาชนตรงกระจก ตรงจุดที่ดีใจวางมือเอาไว้ แล้วก็กลายเป็นดีใจคนเดิมที่ทนไม่ได้ ยอมเปิดประตูออกไปแม้จะรู้ว่าต้องมานั่งหายใจไม่ออกทีหลัง วางแขนหนารวบตัวของอุ๋งมากอดเอาไว้ กดใบหน้าของอีกคนให้จมลงกับอก และยกมือขึ้นแตะกลุ่มผมนุ่มโดยที่ไม่ต้องผ่านกระจกกั้นบานใด

ทั้งกระจกใส

ทั้งกระจกความรู้สึก

“...ขอโทษ”

“...”

“ไม่เคยทำอะไรดีๆ ให้เลย ขอโทษ ..”

เสียงสั่นๆ ของอุ๋งทำให้ดีใจเจ็บแปลบ เขาลูบกลุ่มผมนุ่มของคนที่ยังคงนิ่งอยู่ในอ้อมแขน แม้จะไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าที่อุ๋งพูดนั้นหมายถึงใครหรือเรื่องอะไร

“มึงมีกูนะอุ๋ง”

“...”

“รู้รึเปล่าว่ามึงมีกู”

ดีใจมักย้ำแบบนี้เสมอทุกครั้งที่อุ๋งรู้สึกเสียใจ เพราะปัญหาที่พ่อแม่ของอุ๋งหย่าร้างกันตั้งแต่เด็ก อุ๋งอยู่คนเดียวมาโดยตลอดโดยที่พ่อกับแม่ผลัดกันส่งเงินให้ใช้ เพราะทั้งคู่ต่างมีครอบครัวใหม่ ช่องว่างที่โดดเดี่ยวตรงนี้ทำให้อุ๋งรู้สึกว่าตัวเองอยู่คนเดียวมาเสมอ

เขาขี้เหงา และเกลียดการอยู่คนเดียว

“กูกลัวมึงจะหายไป”

อุ๋งพูดเสียงเบาตอนที่ผละออกจากอ้อมกอดของดีใจ มือเรียวยังคงกำเสื้อของดีใจเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป

“ทำไม”

“กูไม่เข้าใจว่ามึงทำได้ยังไง”

“...”

“ทำไมอยู่กับกูทั้งที่กูไม่ได้รู้สึกกับมึงได้”

อะอุ๋ง กูเจ็บมั้ยล่ะ มาย้ำแบบนี้

ดีใจข่มความรู้สึกเจ็บจี๊ดในอกเอาไว้ ดวงตาเรียวยังคงมองร่างโปร่งที่ตัวเล็กกว่าเขานิ่งๆ

“อยากรู้จริงเหรอว่าเพราะอะไร”

“...”

เป็นครั้งแรกที่ดีใจแตะปลายคางของอุ๋งให้เงยหน้าขึ้นมามองเขา เขาอยากให้อุ๋งสบตากับเขาตอนนี้ มองตาเขาฟังคำพูดของเขาที่ไม่มีคำโกหกแม้แต่คำเดียว ฟังอย่างตั้งใจ ให้สมกับที่เขาเองก็ตั้งใจจะบอกออกไป

“เพราะกูรักมึง”

“...”

“รักเกินกว่าจะเอาแต่ใจกับมึง กูไม่ได้รักมึงเพราะมึงรักกูตอบ กูรักเพราะมึงเป็นมึง มึงที่ตัวเท่านี้ นิสัยแบบนี้ ทั้งหมดที่เป็นมึงคือสิ่งที่กูรัก”

“...”

“แล้วกูจะอยากอยู่ข้างคนที่ตัวเองรัก มันแปลกตรงไหนวะ”

ถ้ามันเป็นครั้งแรกที่ดีใจพูดความจริงออกไป นี่ก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่อุ๋งตัดสินใจทำอะไรลงไปด้วยความรู้สึกที่มี โดยไม่สนผลลัพธ์ใดๆ หลังจากนี้

มือเรียวคว้าเอาคอเสื้อของดีใจลงมา เขยิบตัวเข้าหาแล้วแตะริมฝีปากตัวเองลงบนริมฝีปากของดีใจ กลิ่นบุหรี่กับรสชาติขมนิดๆ ที่ติดอยู่ตรงริมฝีปากของอุ๋งทำให้หัวใจของดีใจแทบหยุดเต้น

ทั้งที่เขาเกลียดกลิ่นบุหรี่ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกอยากลองสูบดูสักครั้ง

อุ่น...นุ่ม...ชวนให้ละลาย

ร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่งด้วยความตกใจในทีแรก ก่อนจะเป็นฝ่ายรวบตัวของอุ๋งเข้ามาชิดแล้วกดริมฝีปากแนบลงไปอีก ขบริมฝีปากบางของอีกฝ่ายเบาๆ ตักตวงความหวานและป้อนความรู้สึกทั้งหมดที่ตัวเองมีลงไปแทน ซึ่งอุ๋งก็เหมือนจะไม่ยอมน้อยหน้า บดจูบกลับไป ป้อนริมฝีปากตัวเองให้อีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ

ทีแรกคิดว่าจะแปลกประหลาด

แต่ไม่...ไม่เลยสักนิด

ดีกว่าที่คิดเสียอีก

นานเกือบนาที...กว่าดีใจจะยอมผละริมฝีปากออก

อุ๋งมองเขาด้วยแววตาแปลกประหลาด ภายในดวงตากลมใสเขามองเห็นภาพของตัวเองสะท้อนอยู่ในนั้น ลมหายใจหอบเบาดังขึ้น ริมฝีปากบางขึ้นสีจากการสัมผัสที่รุนแรง และดีใจก็รู้สึกว่าอยากจูบคนตรงหน้าอีกครั้ง

อีกครั้ง...จนกว่าจะเช้า

“ที่บอกว่าไม่รู้สึก...กูว่ามันคงไม่ใช่”

“...”

น้ำเสียงประหม่าของอุ๋งทำให้ดีใจสั่นไหว แต่คำพูดของอุ๋งนั้นส่งผลรุนแรงกว่าน้ำเสียงนั่นเป็นร้อยเท่าพันเท่า

“ช่วยหน่อยได้ไหม”

“...”

“ช่วยทำให้กูรู้สึก...เท่าที่มึงรู้สึกกับกูที”

ไม่ว่าที่มาของคำพูดนี้จะเป็นเพราะอะไร จะเป็นความหวั่นไหว อารมณ์ชั่ววูบ หรือจะทำเพื่อลืมใคร

แต่ถ้ามันเป็นโอกาสเพียงสัก 0.01%

ดีใจก็อยากจะขอลองดู

แล้วจูบครั้งที่สองของเรา ดีใจก็เป็นคนเริ่มต้น

 100%


tbc
มาอัพแล้ว 55555555555555555
ขอโทษที่หายไปพักนึงเลย จะอัพต่อเรื่อยๆ แล้วจ่ะ ไม่ต้องห่วงนะ
มาพูดมาคุยมาจอยกัน 
หนังสือลงร้านแล้ว ใครอ่านจบแล้วมาเม้ามอยกันก็ได้
แบบอีบุ๊คก็มีเช่นกัน ไปตามได้ในเมบโล้ดเล้ย

ขอฝากเรื่องใหม่ด้วย กำลังอัพ 

dear deer แด่เธอที่รัก #คินกวาง
'แด่เธอที่รัก' คือข้อความสุดท้ายที่ปรากฎบนหน้าหนังสือ
เพื่อเป็นการบอกว่า .. นับจากตัวอักษรนี้ไป
ผ ม จ ะ ไ ม่ รั ก คุ ณ อี ก แ ล้ ว


พี่สิบสองมีวางขายตามร้านหนังสือ และมีเวอร์ชั่นอีบุ๊คแล้ว

สามารถสั่งซื้อแบบรูปเล่มได้ทาง YB BOOKS และตามร้านหนังสือนาจา





สนใจสั่งซื้ออีบุ๊ค จิ้มตรงนี้เลยจ้า กดเพื่อซื้อพี่สองสายแปด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

255 ความคิดเห็น

  1. #251 annything (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 11:38
    เปิดใจให้ใจดีซักทีนะอุ๋งงง
    #251
    0
  2. วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 09:01

    ใกล้แล้วดีใจ

    #250
    0
  3. #249 ทะเลบนท้องฟ้า26 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:08
    ดีใจนะที่จะกลับมาอัพบ่อยๆ ส่งกำใจให้นะ ชอบ
    #249
    0
  4. #248 ทะเลบนท้องฟ้า26 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 09:36
    อย่าหายไปนานนะ รออ่านอยู่ตลอดน๊าาาาา
    #248
    0
  5. #247 Kinnaphat (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 21:42
    ห่างให้รู้สึกว่าถ้าขาดไปจะเป็นยังไงๆๆๆ//คุณไรท์กลับมาเเย้วเย่
    #247
    0
  6. #246 narawadee1001 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:28
    เอาสิ!! เอาให้อุ๋งขาดใจเลย!! //นี่อินมาก5555
    #246
    0
  7. #244 myQ_min (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 18:22

    ไม่เห็นด้วยกับการเทเพื่อนจริงๆนะ ต่อให้คนนั้นไม่ใช่ใจดีเป็นเพื่อนคนอื่นอุ๋งก็ไม่ควรทำ อุ๋งควรต้องคิดละว่าให้ใจดีได้แค่ไหนไม่ใฃ่อยากกลับมาก็มาจะได้มูฟออนกันไปใจดีก็จะได้ทำใจมีใหม่

    #244
    0
  8. วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 07:36

    ทำดีมากแทน มันต้องให้อุ๋งรู้สึกบ้างว่าดีใจไม่ใช่ของตาย

    #243
    0
  9. #242 oatcool48 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 02:21
    อุ๋งเครียดตายแล้ววววดีใจเอ้ยยย
    #242
    0
  10. #241 0873513289 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:02
    กลับมาอัพเเล้วดีจายยยยย
    #241
    0