ผมว่าผมก็รุกในระดับหนึ่ง #ดีใจที่มีอุ๋ง

ตอนที่ 10 : ดีใจถามอะไรให้มากความ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    3 เม.ย. 62



             ลงร้านแล้วนาจา ไปตำกันโล้ด!


9

ดีใจถามอะไรให้มากความ

 ถ้าถามว่าจูบกับดีใจแล้วรู้สึกยังไง

ไม่เอาอะ

ขอไม่ตอบ

อุ๋งนอนเงยหน้ามองเพดานห้องที่แปะดาวเรืองแสงเอาไว้จนทั่วโดยที่คนติดให้ก็เป็นดีใจนั่นแหละที่มาปีนบันไดติดให้ทีละดวง

เขายอมรับว่าเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึกกับดีใจอยู่คืออะไร

ไม่รู้ว่ามันเป็นแค่ความกลัวจะเสียไป ความเหงา ความหวั่นไหว หรืออะไรกันแน่

แต่สัมผัสอุ่นๆ ยังติดอยู่ที่ริมฝีปากอยู่เลย

อุ๋งเม้มปากแน่น หัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงสายตาของดีใจตอนที่ถอนจูบออกมา

เพราะแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอย่างไร แต่เขากลับรู้สึกได้ว่าดีใจน่ะ มีแต่คำว่ารักเต็มไปหมด มันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายเลย

ทำไมถึงไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองพิเศษมากขนาดไหน

แต่ถ้าถามว่าหลังจากจูบกันแล้วได้คุยอะไรต่อไหม เขาก็ตอบเลยว่าไม่

เพราะพอหลังจากจูบที่สอง เขาก็เหมือนได้สติ เดินหนีดีใจกลับเข้าห้องนอน แล้วก็ยังหลบหน้าดีใจจนกระทั่งตอนนี้

 

Happiness.d : จะบ่ายสามแล้ว

Happiness.d : ไม่ออกมากินข้าวรึไง

 

อุ๋งสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงข้อความที่ดังขึ้น ดวงตากลมกะพริบสองสามที ก่อนจะดึงหมอนสักใบที่กองๆ กันอยู่บนเตียงขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง เขารู้ว่าควรตอบคำถามของดีใจ

แต่ก็ไม่กล้าตอบ

ไม่รู้จะตอบอะไรดี

 

Happiness.d : ถ้าอึดอัด

Happiness.d : กูออกไปข้างนอกก่อนก็ได้นะ

 

อยากจะนอนโง่ๆ จนกว่าจะมีสติมากขึ้นกว่านี้ แต่เสียงข้อความที่เด้งขึ้นมาอีกรอบก็ทำเอาอุ๋งต้องรีบพุ่งพรวดไปเปิดประตูห้องของตัวเองทันที ไม่ได้ จะให้ดีใจเข้าใจผิดหรือคิดว่าเขารู้สึกแย่ไม่ได้

“กูไม่ได้อึดอัดนะ!

โพล่งออกไปทันทีที่เปิดประตูออกไปเจอหน้าดีใจ ร่างสูงหนานั่งกอดน้องนุ่มเล่นอยู่บนโซฟา ดวงตาเรียวรีหันมามองอุ๋งก่อนจะยิ้มน้อยๆ

 และเขารู้สึกเหมือนโดนหลอกให้ออกมาจากห้อง

“ข้าวอยู่บนโต๊ะ ไปแดกไป”

ดีใจบุ้ยปากไปทางโต๊ะกินข้าวในครัว อุ๋งเลยได้แต่เดินไปอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมดีใจถึงสามารถทำตัวตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่นิด ทั้งที่คนที่ควรจะรู้สึกให้มากๆ มันควรเป็นดีใจสิ!

หัวใจเต้นแรงอย่างผิดจังหวะเมื่อพบกล่องข้าวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะคู่กับโพสอิทอันหนึ่ง

ถ้าเมื่อคืนไม่ได้พูดเล่นหรือเปลี่ยนใจ แดกของในกล่องให้หมดนะ

เปิดกล่องข้าวมาเป็นกะเพราทะเลของโปรด กับไข่เจียวที่โปะอยู่ด้านบน

ขี้โกงว่ะ

ซื้อของชอบมาให้ ก็ต้องกินจนหมดมั้ยอะยังไง...

 

“หมดละเหรอ”

“อือ”

ดีใจเหลือบมองอุ๋ง หลังจากที่เขาได้ยินเสียงล้างจานและตามด้วยเสียงฝีเท้ามาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ เจ้านุ่มผละออกจากอ้อมแขนหนาแล้วหันไปคลอเคลียอยู่บนตักอุ๋ง

ดีใจคิดว่าที่น้องนุ่มติดอุ๋งขนาดนี้ อาจจะเพราะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน

“แปลว่าไม่ล้อเล่น”

หยั่งเชิงถามทั้งที่ตัวเองไม่มีความมั่นใจใดๆ แม้แต่น้อย คิดว่าคงปั้นหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำถ้าเกิดอุ๋งบอกว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น และบอกให้เขาลืมๆ ไป

จะลืมได้ยังไง เขาไม่ได้นอนตลอดทั้งคืนเพราะจูบนั้น

ถ้าไม่ติดว่าจะเสียภาพลักษณ์ก็อาจจะขับรถออกไปทุบประตูห้องแทนทะเลด้วยความเสียสติ

“กูอาจจะแค่หิวก็ได้”

แม้อุ๋งจะพูดแบบนั้น แต่ใบหน้าที่แดงก่ำขึ้นสีขึ้นมาก็ทำให้ดีใจรู้สึกใจชื้นขึ้น อุ๋งหยิบรีโมทขึ้นมาเปลี่ยนช่องโทรทัศน์โดยไม่มองหน้าดีใจ ในขณะที่ดีใจก็รู้สึกว่ามือไม้ระเกะระกะจนต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นเกม รวบรวมความกล้าที่หล่นกระจัดกระจายพึมพำเอ่ยคำถามที่ค้างคาในใจ

“แล้วล้อเล่นหรือเปล่า”

“...”

ความเงียบที่ก่อตัวทำให้ดีใจได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้น มันก้องอยู่ในหูจนอื้ออึงอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ และเขาหวังให้อุ๋งช่วยพูดอะไรเพื่อให้มันหยุด

“...”

“เปล่า พูดจริง”

กลายเป็นดีใจที่หูแดงก่ำแทนกับคำตอบนั้น นอกจากอุ๋งจะไม่ช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจดีขึ้นแล้ว เจ้าตัวยังทำให้หัวใจที่เต้นอยู่ในอกเต้นแรงขึ้นอีก

ดีใจพยายามวางสายตาไว้ที่เกมบนหน้าจอทั้งที่ไม่ได้มีสมาธิเลยแม้แต่น้อย

“ข้าวอร่อยมั้ย”

“หือ...ก็ปกติ ให้กับเยอะดี ร้านเจ้นุ้ยป่ะ”

อุ๋งเหลือบไปมองดีใจที่ถามอะไรแปลกๆ  ขึ้นมา ร้านข้าวแถวคอนโดก็มีอยู่แค่ไม่กี่ร้าน รสชาติก็เดิมๆ ทั้งนั้น จะมีอะไรแปลกไปได้ไง

หรือมันจะหมายถึงเขาทานข้าวได้อร่อยกว่าทุกวันรึเปล่า

โห หลงตัวเองไปป่ะ แค่ตกลงจะลองคุยๆ กันเองมะ

“ไม่ หมายถึงไข่เจียวอะ”

เอ๋า ไม่ใช่เหรอ

อุ๋งทำหน้างงเมื่อดีใจขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า หรือมันหมายถึงไข่เจียวที่สั่งมาพิเศษให้เขา?

“ก็อร่อยดี”

“เหรอ”

“ทำไมวะ”

สุดท้ายก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ได้เมื่อเขาบอกว่าอร่อยดีแล้วดีใจก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แถมยังอมยิ้มให้กับหน้าจอโทรศัพท์ทั้งที่ตัวเองกำลังจะโดนฝ่ายตรงข้ามตีตาย

“ก็...กูทำเอง”

“...”

“ไข่เจียวอะ กูทำเอง”

อุ๋งอ้าปากค้างทันที เอาตามจริง เขาแทบไม่ได้สังเกตไข่เจียวฟองนั้นด้วยซ้ำ คิดแต่ว่ามันผิดปกติจากที่ควรจะเป็นไข่ดาว รสชาติก็จัดว่าธรรมดา ไม่ได้มีอะไรพิเศษ

แต่พอได้ยินว่าคนทำคือดีใจ ดีใจที่ปกติต้มมาม่ายังไม่ค่อยอร่อย หน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

กลิ่นน้ำมันผสมกลิ่นไหม้ที่ได้กลิ่นจากเสื้อเมื่อวันก่อนปะติดปะต่อกับคำพูดในวันนี้

“...”

“มึงเคยบอกชอบคนทำอาหารเป็น กูเลยลองทำให้แดกดู”

พระเจ้า...ช่วยด้วย

“...”

“แดกได้ก็ดีใจละ”

ไม่รู้เพราะอะไร แต่เขากลับรู้สึกอยากย้อนเวลาไปสักครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้

อาจจะอยากมองกล่องข้าวกล่องนั้นนานๆ จนกว่าจะหยุดหัวใจที่เต้นแรงอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้

บรรยากาศในห้องเงียบลงถนัดตา ดีใจละสายตาจากหน้าจอหันไปสบกับหน้าจริงของคนที่นั่งข้างๆ จังหวะที่ดวงตาสบกัน ดีใจก็เป็นฝ่ายที่หลบตาหนีก่อน

เคยมีคนบอกว่าถ้าอยากชนะในเกมของความรัก ต้องอย่าเป็นฝ่ายชอบก่อน

อืม...งั้นดีใจคงแพ้ แพ้แบบราบคาบ

“ถามไรหน่อยดิ”

อุ๋งเปิดปากพูดขึ้นก่อนตัดบรรยากาศที่กำลังเงียบสนิท เขาคิดว่าถ้าจะลองคุยกัน อย่างน้อยก็อยากคุยเรื่องนี้ให้เคลียร์ก่อน อุ๋งหยุดการกระทำที่ไม่เป็นประโยชน์อย่างการเปลี่ยนหน้าจอโทรทัศน์ไปมา หันไปสบตากับดีใจที่ตอนนี้ก็วางโทรศัพท์มือถือลงแล้วหันมาสบตากับเขาเช่นกัน

“อะไร”

“มึงอยากได้กูเป็นเมียเหรอ”

“...อืม” ดีใจตอบกลับแทบจะทันที และอุ๋งก็ชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินคำตอบเหมือนกัน ไม่ได้เหนือความคาดหมายเท่าไหร่เพราะมองยังไงดีใจก็คงไม่ได้อยากมาเป็นเมียเขาอยู่แล้ว เพียงแต่มันก็รู้ปะวะว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากเป็นเมียใครเหมือนกัน

เกิดรู้สึกดีต่อกันไป แล้วเรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหาในอนาคตไหม

หากแต่ดีใจกลับเอียงคอหน่อยๆ แล้วเอ่ยต่อ

“แต่จริงๆ กูแค่อยากได้มึงเป็นแฟน แค่อยากรัก อยากดูแล ไม่ได้คิดว่ามึงต้องยอมเป็นเมียกูเท่านั้นหรอก”

“...”

“เรื่องนั้นไว้ค่อยคิดตอนนั้นเถอะ กูอาจจะสมยอมมึงก็ได้ ใครจะรู้ ให้บรรยากาศมันพาไปแล้วกัน”

ทั้งที่ตั้งใจว่าถ้าไม่ได้โพสิชั่นที่ชัดเจน อุ๋งคงสบายใจไม่ได้

“อืม”

แต่คำพูดของดีใจกลับทำให้เขารู้สึกว่าทำไมเขาต้องมาคิดมากเรื่องนี้ด้วย ก็ลองดู ไม่ได้มีอะไรเสียหาย

 “...คิดจะเคลมแล้วเหรอ ยังไม่ทันคบเลยนะ”

“สัสใจ๋”

“กูถามไรบ้างดิ”

“ถามว่า”

“จูบกับกูรู้สึกยังไงอะ”

“...”

ห่า...

อุ๋งอยากเอาตากลับไปมองรายการทีวี แล้วไล่ดีใจให้หันกลับไปเล่นเกมต่อ แต่เพราะสายตาที่มองมาอย่างจริงจังกับคำถามนั้นทำให้เขาต้องพยายามนิ่งเข้าไว้

บอกตัวเองว่าปกติก็พูดกับสาวๆ กับคนอื่นได้ ทำไมกับดีใจจะพูดไม่ได้

“ยังไงของมึงคือแบบไหนอะ จูบเก่งมั้ยงี้เหรอ”

อุ๋งถามด้วยสีหน้าที่พยายามไม่ประหม่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงยากนักกับการตอบคำถามง่ายๆ

“ไม่”

“...”

“หมายถึงว่ารู้สึกดีบ้างไหม”

ดีใจพูดแล้วก็เขยิบตัวเข้ามาใกล้เขามากขึ้น

จนรู้อีกที อุ๋งก็ตัวติดอยู่ตรงพนักโซฟาโดยที่มีดีใจอยู่ห่างเพียงลมหายใจกั้น

“กู...”

“เพราะกูรู้สึกดีมาก มากจนอยากจูบมึงอีกรอบ”

อุ๋งมองใบหน้าของดีใจที่อยู่ห่างเพียงไม่กี่เซ็นไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าดวงตาเรียวของอีกคนมีเสน่ห์ขนาดนี้ ไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าไฝใต้ตาข้างขวาของอีกคนน่ามองแค่ไหน และไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าริมฝีปากกับอ้อมแขนของดีใจจะอบอุ่นกว่าผ้าห่มผืนใด

“มึง รู้อะไรป่ะ”

แต่จะยอมให้ดีใจรุกเอารุกเอาก็คงเสียเชิงหมด อุ๋งระบายลมหายใจที่เต็มไปด้วยความขัดเขินก่อนคลี่ยิ้มแล้วกลายเป็นฝ่ายโน้มตัวเข้าไปหาดีใจจนกลายเป็นตัวเองที่ล้มคร่อมอีกคนเอาไว้บนโซฟา

“...?”

ดีใจมองอุ๋งที่อยู่เหนือกายตัวเองแล้วหรี่ตามองเป็นเชิงถาม อันที่จริง เขาไม่ได้คิดอะไรมากเรื่องโพสิชั่น เพราะคิดว่าสุดท้ายอะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด อย่างที่บอก เขาอาจจะเป็นฝ่ายสมยอมก็ได้ถ้าบรรยากาศพาไป

หมายถึงถ้าอุ๋งสามารถน่ะนะ

เพราะตอนนี้เขาเพลินมือมากกับการได้ที่วางมือไว้บนเอวบางของอีกคน และเพลินตามากับการจ้องใบหน้าของอีกฝ่าย ไล่ตั้งแต่ดวงตาไปถึงกลุ่มดาวสามดวงตรงข้างแก้มซ้าย

“มึงไม่ควรพูดอะ...ควรทำเลย”

คงเป็นการตอบคำถามว่าจูบของดีใจดีหรือไม่ด้วยการกระทำที่ชัดเจนที่สุด

ว่าถ้าไม่ดี คงไม่มีครั้งที่สาม สี่ ตามมาอย่างนี้

ไม่รู้ว่าเป็นริมฝีปากของอุ๋งที่กดลงไป หรือเป็นดีใจที่ดันตัวเองขึ้นมาปิดปากแสนซนนั้นเอาไว้ รสจูบที่เป็นกลิ่นนมสดที่อุ๋งใช้ดื่มล้างปากผสมกับกลิ่นมินต์ที่ดีใจเพิ่งอมลูกอมไป

จูบกลิ่นนมผสมมินต์เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น อุ๋งเป็นฝ่ายที่รุกไล่ดูดดึงริมฝีปากล่างของร่างหนาก่อนจะโดนตอบโต้ด้วยเรียวลิ้นร้อนๆ ที่รุกล้ำเข้ามาในริมฝีปาก และถูกอุ๋งตอบกลับด้วยการเกี่ยวกระหวัดแบบไม่มีใครยอมใคร ผละริมฝีปากออกบ้างเมื่อหายใจไม่ทัน และกดลงไปใหม่ราวกับไม่รู้จักพอ บางจังหวะที่ถูกไล่ต้อนก็หวิววูบจนต้องหลับตาลงและปล่อยให้การสื่อสารผ่านริมฝีปากเป็นตัวทำหน้าที่

จูบกันเหมือนมันเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสนี้

“รับปากหน่อย”

“หือ...”

อุ๋งครางรับเสียงเบาเมื่อดีใจผละจูบออกแล้วใช้ปลายนิ้วไล้ตรงข้างแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา แตะปลายนิ้วลงบนกลุ่มดาวใต้ตาของเขาแล้วคลี่ยิ้ม

ปกติเคยแต่เป็นคนที่ทำแบบนี้ พอถูกสัมผัสด้วยความทะนุถนอมบ้างก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจ

“รับปากกูหน่อย กูขอแค่ได้ลองพยายาม”

“...”

“ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ช่วยบอกกูตรงๆ ด้วย”

“อืม”

“...”

“กูจะช่วยมึงพยายามด้วยอีกแรง”

รอยยิ้มกว้างๆ จนตาหยีของอุ๋งเป็นอะไรที่ดีใจหลงรัก เขาชอบเวลาที่ตาใสๆ คู่นั้นหยีลงพร้อมกับริมฝีปากที่วาดเป็นรอยยิ้ม เหมือนกับดาวทั้งจักรวาลได้มารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้

“มาเล่นเกมกันมั้ย”

“หือ”

“กูรู้ว่ามึงมีเรื่องสงสัยเยอะ กูก็มีเรื่องอยากรู้เกี่ยวกับมึงเหมือนกัน เรามาผลัดกันถามคำถามวันละคำถามมั้ย กูสัญญาจะตอบความจริง”

“เอาดิ”

อุ๋งเป็นคนชอบเล่นซน แถมยังเบื่อมากกับดีใจที่มีนิสัยปากแข็ง งัดยังไงก็ไม่ยอมพูด ถ้าเป็นเกมนี้ เขาอาจจะได้รู้อะไรจากปากของอีกฝ่ายมากขึ้น

“กูให้มึงถามก่อน”

รอยยิ้มของดีใจปรากฏตอนที่เอ่ย พร้อมกับมือหนาที่โอบรอบเอวคอดของอีกคนเอาไว้แน่น จนรู้อีกที อุ๋งก็นั่งอยู่บนตักของดีใจเสียแล้ว

แม้ท่าทางจะชวนให้ขัดใจและหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่เพราะรอยยิ้มหมายักษ์กับเกมที่กำลังล่อลวงอยู่ อุ๋งถึงได้ยอมนั่งนิ่งอยู่บนตักหนา

ในขณะที่ดีใจก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายตัวเบากว่าที่เขาคิด

“ตกลงชอบกูตั้งแต่เมื่อไหร่”

first time we met (ครั้งแรกที่เจอ)”

“...”

“...”

“เพราะอะไรวะ”

“หมดโควตาแล้ว ถ้าอยากถามเพิ่มต้องเอาอะไรมาแลกก่อน”

เพราะคำถามยังคาใจ เพราะคำว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่พบทำให้หัวใจผิดปกติ อุ๋งหรี่ตามองดีใจที่ไล้มือไปตามเอวของเขาเบาๆ

มือไวจนน่าโมโห

“อยากได้อะไร”

“อะไรก็ได้ ที่ทำให้พอใจอะ”

โห...ท้าทายว่ะ

ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าเกมแบบนี้มีผลลัพธ์คืออะไร แต่เพราะความอยากเอาชนะ บวกด้วยสายตาและบรรยากาศที่มอมเมา อุ๋งถึงได้กดจูบลงไปที่ริมฝีปากของดีใจอีกครั้ง งับเบาๆ เชิงออดอ้อนให้อีกฝ่ายรุกกลับมา แต่พอดีใจทำท่าจะจูบตอบ อุ๋งก็ผละออกแล้วยิ้ม

“อยากจูบเหรอ”

“...”

“ตอบก่อนดิ”

“ร้ายว่ะ”

“ไม่ร้ายจะรับมือมึงได้รึไง ตกลงตอบมาได้ยังว่าเพราะอะไร”

“เพราะนี่” ดีใจแตะตรงเปลือกตาของอุ๋งเบาๆ พอให้สะดุ้งแล้วหลับตาลง ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านกลุ่มดาวตรงข้างแก้มพลางพึมพำ “เพราะสบตากับมึงในวันนั้น”

“...”

“แล้วก็เพราะนี่” ลากปลายนิ้วมาจรดตรงริมฝีปาก ดวงตาคมฉายประกายวาววับพร้อมกับคลี่ยิ้ม “เพราะรอยยิ้มกว้างๆ ของมึงในวันนั้น”

“...”

“เคยตกหลุมรักรอยยิ้มของใครสักคนมั้ย นั่นแหละกูในวันนั้น”

ดีใจไม่ได้พูดต่อ ว่าเพราะชอบรอยยิ้มของอุ๋งมาก นับตั้งแต่วันนั้น เลยตั้งใจว่าจะทำทุกทางเพื่อรักษารอยยิ้มนั้นเอาไว้ ไม่ให้ห่างหาย ไม่ให้ไปไหนไกล

“ใจ๋”

“หือ”

“อยากเป็นเมียอะ”

“ไอ้อุ๋ง ฮะๆๆๆๆ”

ดีใจหัวเราะออกมาไม่หยุดเมื่ออยู่ดีๆ อุ๋งก็พึมพำแบบนั้นแล้วยกมือปิดหน้าตัวเอง เขารู้ว่าอีกฝ่ายพูดล้อเล่น แต่ท่าทางที่ชอบเล่นใหญ่เกินเบอร์ สดใสน่ารักมันก็ทำให้เขารู้สึกมันเขี้ยว ทั้งอยากถนอม ทั้งอยากกอดให้จมอก

น่ารักฉิบหาย

“ทำไมตอบดีจังวะ ยืมไปใช้บ้างได้ปะ”

พึมพำโวยวายในลำคอทั้งที่หน้าแดงก่ำไปหมด ก็คิดแบบนั้นจริงๆ นี่ ปกติเคยแต่อยากเป็นผัวคนอื่น แต่พอเจอดีใจที่ใจดีขนาดนี้ ก็ชักอยากลองเป็นเมียขึ้นมาแล้ว

ดีใจหัวเราะขำ รอยยิ้มประดับขึ้นบนหน้าอย่างห้ามไม่ได้ ส่วนอุ๋งเองก็พยายามยั้งจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติว่าจะเขินอะไรนักหนา มีอะไรน่าให้ต้องเขินขนาดนั้นเลยรึไง

แล้วคำตอบก็คือใช่ เขาเขินขนาดนั้นเลยแหละ...

“จะเอาไปใช้กับใครไม่ทราบ”

ดีใจแกล้งถามเสียงดุพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงมือเรียวที่ปิดหน้าออก เขาสบตากับอุ๋งเป็นเชิงคาดคั้นเอาคำตอบ และได้ประโยคน่ารักๆ กลับมาเป็นของตอบแทน

“กับมึงจ้า”

“ไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่”

เสียงหัวเราะพอใจของอุ๋งเรียกรอยยิ้มจากดีใจได้เป็นอย่างดี ราวกับเขามีคนตรงหน้าเป็นพลังงานความสุขเสมอมา

และเสมอไป

“อะ ตามึงถามละ”

เปลี่ยนเรื่องก่อนที่สถานการณ์หวานเลี่ยนนี่จะทำให้ทั้งเขาและดีใจจมน้ำตาลตายจนเข้าหน้าไม่ติดกันไปก่อน อุ๋งเอียงคอเลิกคิ้วรอฟังคำถาม

“อืม ..”

ส่งสายตาแสดงความอยากรู้อย่างไม่ปิดบัง เขาเองลิสต์คำถามเจาะใจขนาดนี้ เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าดีใจจะถามอะไรเขา

“ว่าไง”

นานเกือบนาทีที่ดีใจมองหน้าอุ๋งนิ่งๆ ไม่พูดอะไร ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะคลี่ยิ้มหน่อยๆ แล้วเอ่ยคำพูดที่ชวนให้หน้าร้อนออกมา

“มันเขี้ยวว่ะ ขอจูบได้ไหม”

“...”

แต่ก็นะ ถ้ายอมให้ดีใจง่ายๆ ก็คงไม่ใช่อุ๋งแล้วล่ะ

อุ๋งเป็นคนโน้มหน้าเข้าไปหาดีใจอีกรอบ กดริมฝีปากย้ำๆ ลงไปบนริมฝีปากหนาของอีกคนแล้วพึมพำชิดริมฝีปาก

“...”

“กูบอกแล้วไง ว่าไม่ต้องขอ”

อะ หมดโควตาสำหรับคำถามในวันนี้แล้ว 

 100%


tbc
หนังสือลงร้านแล้ว ใครอ่านจบแล้วมาเม้ามอยกันก็ได้
ตอนนี้วางจำหน่ายในงานหนังสือด้วยนาจา บูธนายอินทร์ก็ลด 15% แบบแซ่บๆ ไปเร้ย
แถมอีบุ๊คก็มีเช่นกัน ไปตามได้ในเมบโล้ดเล้ย

ขอฝากเรื่องใหม่ด้วย กำลังอัพ 

dear deer แด่เธอที่รัก #คินกวาง
'แด่เธอที่รัก' คือข้อความสุดท้ายที่ปรากฎบนหน้าหนังสือ
เพื่อเป็นการบอกว่า .. นับจากตัวอักษรนี้ไป
ผ ม จ ะ ไ ม่ รั ก คุ ณ อี ก แ ล้ ว


พี่สิบสองมีวางขายตามร้านหนังสือ และมีเวอร์ชั่นอีบุ๊คแล้ว

สามารถสั่งซื้อแบบรูปเล่มได้ทาง YB BOOKS และตามร้านหนังสือนาจา





สนใจสั่งซื้ออีบุ๊ค จิ้มตรงนี้เลยจ้า กดเพื่อซื้อพี่สองสายแปด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

255 ความคิดเห็น

  1. #252 LT2017 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:08

    ฮื่ออออ เขินไปหมดแล้วอ่ะไรธ์ธ์ธ์
    #252
    0