#พี่สองสายแปด [YAOI]

ตอนที่ 5 : - น้องเมืองเหนือ -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,966
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    22 มี.ค. 62


- น้องเมืองเหนือ -

 

    ก็...ตอบแทนไง วันนี้พี่ช่วยพาผมดูงาน

“...”

ผมหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าเด็กตรงหน้านั้นวอแววุ่นวายกับผมจนผิดปกติ แต่ก็ไม่รู้สาเหตุอีกว่าเพราะอะไร

ตกลงไหมครับ

แล้วพรุ่งนี้พี่จะมามอยังไง ถ้าวันนี้พี่ไปรถน้องอะ

ผมไปรับ

มันซ้ำซ้อนไปไหม...อีกอย่างมัธยมเรียนแปดโมงไม่ใช่รึไง พี่เรียนเที่ยง จะมารับยังไงฮึ

ไอ้เด็กทำสีหน้าขัดใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแบบที่รู้สึกว่ากำลังไม่พอใจ

ยุ่งยากจัง

ขอรีเพลย์ประโยคเดิมนะ ว่ามันนั่นแหละที่ยุ่งยาก

“...”

แค่อยากไปส่งอะ พี่จะได้นอน

แล้วจะรอรับด้วย ?”

ก็ไม่มีอะไรทำ

ชีวิตคนรวยมันว่างขนาดนั้นเลย

ก็ว่างอยู่นะ นอกจากใช้เงินก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว

อะ หมั่นไส้แม่ง

งั้นเอางี้ ขากลับมาส่งพี่ที่มอ เพราะมอไม่ได้ไกลบ้าน พี่จะได้ขับรถกลับได้

โอเคครับ

เมืองเหนือพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินนำรุ่นพี่ตัวจิ๋วไปยังลานจอดรถด้านหลังมอ วันนี้ผมขับรถมาเอง ขออนุญาตม่านหมอกแล้ว รวมถึงทำใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวแล้วด้วย

ว่าแต่...น้องมีใบขับขี่เหรอ

มีครับ สอบไว้นานแล้ว

เชี่ย...

ผมถึงกับหลุดอุทานออกมาเมื่อเด็กม.ปลายตรงหน้าหยิบกุญแจรถในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดเปิด ก่อนที่ออดี้ Z4 สองประตูคันสีดำสวยจะกระพริบไฟแว้บขึ้นมา

พี่ยังให้เอาคันเก่ามาขับก่อน กลัวไปเสยถนนเอา พี่นั่งได้ใช่ไหม

โห คันนี้เรียกคันเก่า เขาล่ะไม่อยากจะนึกถึงคันใหม่

เป็นบุญวาสนาเหลือเกิน

แถมไอ้เด็กยังทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ เดินไปยังที่นั่งข้างคนขับเปิดประตูให้เขาเข้าไปนั่งก่อนอีก

โอ้โหพ่อ

หรือคิดอีกแง่หนึ่ง มันอาจจะแค่กลัวผมเปิดประตูรถแรงก็เป็นได้ รถมันแพงอะเนอะ พังมาใครจะมีปัญญาจ่ายค่าซ่อมไหว ไม่ใช่ผมแล้วคนหนึ่ง

ผมลอบมองเด็กเข้าใจยากที่เดินวนกลับมานั่งที่นั่งคนขับ ก่อนจะขับรถออกตัวอย่างคล่องแคล่ว มือหนาเอื้อมเปิดเพลงสากลที่ดูฟังสบาย ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่ผมมั่นใจมากว่าน่าจะเป็นรุ่นล่าสุดส่งมาให้

เฮ้ย ไม่เอา

ไม่เอาอะไร จะบอกให้เปิดจีพีเอสให้หน่อยว่าต้องไปส่งที่ไหน แล้วพี่จะได้นอน ไม่ต้องบอกทาง

อ่าว หน้าแตกเพล้งเลยว่ะ

ผมหัวเราะแหะๆ แล้วเปิดกูเกิ้ลแมพปักจุดหมายปลายทางเอาไว้ให้เจ้าของรถ ก่อนจะทิ้งตัวเอนพิงกับเบาะ

เสียงเพลงเบาๆ กับแอร์เย็นฉ่ำทำให้เปลือกตาของผมหนักขึ้นเรื่อยๆ เห็นไอ้เด็กเหลือบมามองอยู่หลายที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ

ง่วงก็นอนเลยพี่ ไม่เป็นไรครับ

พอได้ยินแบบนั้นก็เหมือนสมองสั่งชัตดาวน์ตัวเองในทันที ผมหลับตาลง แล้วก็เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดาย

 

พี่ พี่ครับ

“...”

พี่สองครับ

หะ หือ...

รู้อีกที ก็ตอนที่ไอ้เด็กตรงหน้าเอื้อมมือมาแตะแขนผมแล้วเขย่าเบาๆ เพื่อปลุกให้ตื่นนี่ล่ะ

ถึงแล้วพี่

ผมกระพริบตาถี่ก่อนจะกระเด้งตัวขึ้นมามองรอบข้างทันที แล้วก็พบว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่อู่รถแล้วจริงๆ พร้อมด้วยสายตาของพวกรุ่นพี่คนขับรถและกระเป๋ารถเมล์ทั้งหลายที่พากันจ้องมองจากด้านนอกมายังรถคันนี้ตาเป็นมัน

แม่งเอ๊ย ลืมบอกไอ้เด็กว่าไม่ต้องขับเข้ามาถึงในอู่

โดนซักเละเป็นผงซักฟอกแน่วันนี้

ขอบใจนะ

แม้จะสติแตกพอสมควรเมื่อนึกได้ว่าคงต้องตอบคำถามอีกเยอะแยะมากมายตอนลงรถจากรถ แต่ผมก็ยังไม่ลืมหันไปขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจที่มีให้กับคนเพิ่งรู้จักกันจากไอ้เด็กคุณหนูนี่

เพราะถึงจะไม่ได้นอนเท่าที่อยากนอนในตอนแรก แถมที่ไม่ได้นอนก็เพราะมันทั้งนั้น แต่การได้หลับสักงีบก็ทำให้ผมรู้สึกดีมากเช่นกัน

ไม่รู้สิ...อาจจะเพราะไม่คิดว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากเด็กคนนี้ละมั้ง

แล้วให้ผมมารับกี่โมง

ประมาณห้าทุ่มก็ได้

แล้วผมจะติดต่อพี่ยังไงอะ

“...”

ขอไลน์ไว้ได้ไหม

ถ้าไม่ติดว่าเรื่องมันชวนงงมาก ผมจะคิดว่าไอ้เด็กนี่พยายามจีบแล้วนะ

อะ เอามาดิ

ผมยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองส่งให้กับเมืองเหนือเพื่อให้อีกคนพิมพ์ไลน์ของตัวเองใส่โทรศัพท์ให้ ซึ่งน้องมันก็ทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนที่บนหน้าจอมือถือรุ่นดึกดำบรรพ์ของผมจะปรากฎชื่อไลน์ง่ายๆ อย่าง ‘mn’ ขึ้น

โห นี่ผมมีไลน์ของลูกชายคนเล็กตระกูลเมฆาหิรันย์ด้วยว่ะ

อย่าแจกต่อนะพี่ เดี๋ยวพี่หมอกดุเอา

เออจ้า

เลิกแล้วไลน์มานะ เดี๋ยวไปรับ

เค

สะพายกระเป๋าลงจากรถ ก่อนจะยืนรอให้ไอ้เด็กขับรถออกไปจนลับสายตา

ไอ้สอง ไหนมาคุยหน่อยดิ้

จ๋าพี่...

เสียงพี่จริงใจดังขึ้นทันทีที่รถหายลับไป ผมเอื้อมมือขยี้หัวตัวเองก่อนจะหันไปยิ้มแห้ง เตรียมหาคำอธิบายมาเล่าให้พี่จริงใจที่เท้าเอวยืนรอฟัง

ไอ้เด็กนั่นมันยังไง

[บทบรรยายพิเศษ : เมืองเหนือ]

ผมขับรถออกไปยังถนนใหญ่ ในหัวครุ่นคิดว่าจะเอาเวลาเกือบสี่ห้าชั่วโมงไปทำอะไรดีเพื่อใช้ฆ่าเวลาระหว่างที่สิบสองทำงาน

อันที่จริง ตอนแรกผมก็คิดจะไปนั่งรถเมล์คันที่สิบสองทำงานอยู่นะ แต่ก็โดนพี่เขาเอ็ดเสียงยกใหญ่ว่าจะมานั่งแช่เพื่ออะไร มันกินที่ชาวบ้านที่เขาต้องใช้เดินทาง

เอ้า ไหนบอกเก้าบาทตลอดสายไง ถ้าผมจ่ายแล้วผมจะนั่งไปถึงไหนก็ได้ไม่ใช่เหรอ

ไม่แฟร์เลยอะ

แต่ก็นั่นแหละ พี่สิบสองทำหน้าหงุดหงิดพร้อมกับขู่ว่าถ้าผมดึงดันจะมาก่อกวนกันตอนทำงาน เจ้าตัวจะไม่ให้ผมมารับ และจะให้พี่จริงใจขับไปส่งที่มหาลัยแทน

ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องยอมฟัง กับเหตุผลว่าแค่จะไม่ได้ไปส่ง

แต่ก็ยอม

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิด พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบไวเลสขึ้นมาจากคอนโซลรถเสียบเข้ากับหูก่อนจะกดรับสาย

ม่านหมอกสอนเสมอเลยว่าให้เคารพกฎหมาย แม้ว่าหลายอย่างที่บ้านเมฆาหิรันย์มีจะสามารถทำให้ผมใช้ชีวิตเหนือข้อกฎหมายหลายอย่างได้สมกับชื่อก็ตาม

ว่าไงครับ

[งานโอเพ่นเฮ้าส์ยังไม่เลิกเหรอครับ คุณแม่บอกว่าโทรหาแล้วเราไม่ได้รับสายเหรอ]

น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่คุ้นเคยทำให้ผมระบายลมหายใจเบาๆ คิดว่าอีกฝ่ายก็คงรู้ว่าผมตั้งใจไม่รับ ก่อนจะตอบกลับไปเสียงเรียบแต่แฝงความสุภาพเอาไว้อย่างที่ปลายสายมักสอนเสมอ แต่ก็ตอบเพียงแค่คำถามแรกเท่านั้น

เลิกแล้วครับ

[แล้วไม่กลับบ้านเหรอครับ]

คนปลายสายไม่เซ้าซี้เอาคำตอบของอีกคำถามแต่เปลี่ยนเป็นถามคำถามใหม่แทน เพราะพี่ม่านหมอกเองก็รู้จักผมดีมากพอที่จะเข้าใจนิสัยใจคอว่าการแสดงออกแบบนี้หมายความว่าอย่างไร

ออกมาทำธุระครับ

แม้น้ำเสียงผมจะยังคงความสุภาพ แต่คำพูดก็สื่อเป็นทางอ้อมแล้วว่าหากผมบอกว่าธุระ นั่นหมายถึงเรื่องส่วนตัว และต่อให้เป็นพี่ชายที่เคารพรักยิ่งอย่าง ม่านหมอก เมธาหิรันย์ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นที่ผมจะเล่าให้ฟัง

[แล้วจะกลับกี่โมง]

ซึ่งพี่เองก็ดูจะเคารพในสิทธิ์ของผม แล้วผมก็ได้ยินเสียงเลขาของพี่ตามให้เข้าประชุมอยู่เนื่องๆ

ไม่เกินเที่ยงคืน

[ดึกไปรึเปล่า]

ขออนุญาตกลับดึกครับ

[ได้ครับ แต่อยู่ไหนต้องบอก เข้าใจมั้ย]

ครับ

ผมคงเตลิดไปไกลกว่านี้แล้ว ถ้าม่านหมอกไม่ใช่พี่ชายที่มีเหตุผลและรับฟังขนาดนี้

[งั้นพี่วางแล้วครับ มีประชุมต่อ]

ครับ สวัสดีครับ

พี่ม่านหมอกวางสายไปแล้ว ในขณะที่ผมยังคงขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จุดหมาย อันที่จริงผมรู้ว่าตัวเองสามารถขับกลับไปรอที่บ้านได้

แต่ผมไม่อยากกลับ

ตัดสินใจขับรถไปจอดไว้ข้างทาง ก่อนจะเอนตัวพิงกับเบาะรถแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าแอพพลิเคชั่นแชทสีเขียวอย่างไลน์ เมินเฉยแชทมากมายที่มีคนพยายามทักมาทั้งหญิงทั้งชาย ก่อนสายตาจะหยุดชะงักกับแชทที่ชื่อ 12 อยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ต้องเลื่อนผ่านเมื่อรู้ว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะทักไปก่อกวน พร้อมกับคนเข้าแชทที่คุ้นเคยแทน

 

mn : อยู่ไหนวะ

king : อยู่ M

 

รอไม่นานข้อความตอบกลับก็ถูกส่งมา เป็นอันรู้กันว่าเจ้าของห้องแชทก็คงจะว่างอยู่ไม่ใช่น้อย และสถานที่ที่อยู่นั้นก็เป็นห้างสรรพสินค้าในเครือกิจการบ้านของผม

 

mn : ไปทำไร

king : ถามไม

king : เป็นเมียเหรอมาอยากรู้อยากเห็น

 

สบถคำหยาบเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดใจ

เดี๋ยวให้รปภ.ไล่ออกจากห้างแม่งหรอก

และเพื่อนสนิทอย่างคิงก็เหมือนจะหยั่งรู้ได้ว่าอย่าเพิ่งกวนประสาทคุณชายคนเล็กของบ้านในตอนนี้ ข้อความถัดมาเลยเด้งตามมาบนหน้าจอของผม

 

king : ว่าจะดูหนัง

king : จะมาเหรอ

 

mm : เออ

king : อีกสามสิบนาทีนะ

mn : เค

 

ผมตอบรับเสร็จก็ทิ้งโทรศัพท์ลงบนเบาะข้างคนขับก่อนจะขับรถไปยังจุดหมายที่แพลนเอาไว้

 

คิดไงมาดูหนังวะ

ว่าง

ป๊อปคอร์นรสชีสถังใหญ่ถูกยัดใส่มือของผมด้วยฝีมือของเพื่อนที่มีส่วนสูงไล่เลี่ยกันหากแต่ตัวโปร่งบางกว่าเล็กน้อย

คิงเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผม เจ้าตัวมีคิ้วเข้ม ดวงตากลม ผิวขาว ริมฝีปากอิ่มและโครงหน้าโดนเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดูทั้งหล่อและหวานไปพร้อมกัน

อันที่จริง ถ้าพูดให้ถูกคงเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคนเดียวที่ผมมีเลยดีกว่า

คนอื่นนอกจากนั้นผมไม่อยากนับเป็นเพื่อนเท่าไหร่ ในเมื่อดูก็รู้ว่าเข้ามากันเพราะอะไร ให้เป็นแค่คนรู้จักก็พอ

ถึงแม้แรกเริ่มเดิมทีผมกับคิงจะสนิทสนมกันเพราะพ่อแม่ทำงานวงการธุรกิจเดียวกัน และเป็นเพื่อนรักมาก่อน เป็นการผูกมิตรทางธุรกิจ แต่ด้วยนิสัยใจคอที่พอจะเข้ากันได้ ทำให้เด็กชายเมืองเหนือในวัยสิบขวบมีเพื่อนคนแรกคือคิง

แล้วไม่กลับบ้าน ?”

ยังไม่อยากกลับ ถามมากจังวะ โอ๊ย สัสคิง

ถ้าไม่ใช่มึงกูจะทิ้งให้ยืนโง่อยู่ตรงนี้คนเดียวแล้ว ชอบพูดจาหมาไม่แดกนักนะ

เจ็บนะเว้ย

คิงเอื้อมมือไปตบหัวเมืองเหนือดังป้าบก่อนจะเอ่ยเสียงเนือย

สมน้ำหน้า ปากดีนัก

ตบกูทำไมเนี่ย

มึงพูดจาไม่ดี

ไม่ดียังไง

คนอื่นฟังแล้วเขาจะเสียใจ ถ้าเขาถามด้วยความหวังดี

แล้วมึงหวังดีเหรอ

เปล่า กูแค่อยากเสือก

สัสคิง

ผมระบายลมหายใจด้วยความรำคาญ ใจอยากปาป๊อปคอร์นใส่แม่งแต่ติดที่พี่ม่านหมอกสอนว่าของกินไม่ใช่ของเล่น เลยได้แต่หยิบป๊อปคอร์นเข้าปากแล้วเดินนำเพื่อนเข้าไปยังโรงหนังแทน

เดี๋ยวดูเสร็จกินข้าวกันมั้ย

กินไร

“KFC”

ไก่ทอดอะเหรอ เดี๋ยวนี้มึงกินร้านนี้ด้วยเหรอ

คิงยักไหล่กับคำถามของผม มีเพียงรอยยิ้มปริศนาที่ปรากฎขึ้นบนใบหน้า

ก็จริงอยู่ที่ปกติพวกผมไม่ค่อยทานฟาสฟู้ดหรืออะไรราวๆ นั้น เรามักจะโดนหล่อหลอมว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพและคุณภาพไม่ได้มาตรฐานบ้าบออะไรสักอย่างซึ่งคิงก็บอกผมว่าถ้ามันไม่ได้จริง ทำไมคนเกือบทั้งประเทศที่กินถึงไม่มีใครเป็นอะไรเลยวะ หลังจากนั้นคิงเลยมักจะใช้เวลาว่างทั้งหมดที่มีในการทำทุกอย่างที่คนที่บ้านห้ามไม่ให้ทำ

แล้วก็สรุปได้ว่ามันไม่ได้มีอะไรหรอก บ้านพวกเขาแค่เรื่องมากเท่านั้นเอง

โดยเฉพาะบ้านของผม บ้านของคิงน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่คิงชอบบอกว่าบ้านผมมันโคตรเวอร์

ลองดูแล้วก็ไม่แย่นะ อร่อยดี

อร่อยจริง ?”

เออจริง ไม่แปลกใจทำไมคนชอบกินกัน

คนชอบกินเยอะเหรอ...

ผมพึมพำอะไรคนเดียวจนได้รับสายตาแปลกประหลาดส่งมาจากเพื่อนรัก แต่ผมก็ปล่อยให้คิงขมวดคิ้วโดยไม่อธิบายอะไรก่อนจะลากเพื่อนให้เข้าไปนั่งกันในโรงเสียที

หรือไม่กิน กินอย่างอื่นก็ได้นะ มึงอาจจะไม่ชอบก็ได้

คิงกระซิบเสียงเบาลงเมื่อเข้ามาภายในโรงหนังแล้ว เพราะเมื่อก่อนผมมักจะชอบปฎิเสธมันอยู่บ่อยๆ เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ได้มาตรฐานจริงๆ อย่างที่พี่ม่านหมอกเคยบอกไว้

แต่จากการกินก๋วยเตี๋ยวไก่ข้างทางรอบนั้น ผมก็ได้เรียนรู้ว่ามันไม่ได้ต่างอะไรกันเลย

กินไอ้ที่ว่านั่นก็ได้

เอาจริง ?”

ลองดู

และผมก็ทำให้คิงแปลกใจด้วยการตอบรับเสียอย่างนั้น

เฮ้ย ผีอะไรเข้ามึงรึเปล่าวะ

จะว่าสังคมหล่อหลอมก็ว่าได้ แต่ผมมักจะได้รับสิ่งที่ใครต่อใครบอกว่าดีที่สุดเสมอไม่ว่าจะต้องการหรือไม่

ตั้งแต่เรื่องการใช้ชีวิต เสื้อผ้า อาหารการกิน ทุกอย่างต้องผ่านการดูแลอย่างพิถีพิถัน ต้องเป็นของคุณภาพดีที่สุด

ซึ่งบางครั้งผมก็ไม่มั่นใจหรอกว่ามันดีอย่างที่ใครเขาว่าจริงรึเปล่า เพราะพี่ชายมักจะบอกเสมอว่าให้เชื่อเขา แล้วชีวิตผมจะออกมาดีที่สุด ซึ่งผมก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เคยต้องลำบากอะไรเลย มันก็ออกมาดีจริงๆ ผมได้ทุกอย่างที่ต้องการ

แต่นั่นก็น่าเบื่อมากเช่นกัน

มันเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้วันนั้นผมตัดสินใจลองขึ้นรถเมล์ดู รถสาธารณะที่ใครๆ ล่ำลือว่าราคาถูกแสนถูกและสามารถเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้

หรืออย่างอาหารข้างทางที่ใครๆ พากันบอกว่าสกปรก ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่มีคุณภาพ บลาๆ พอได้ลองจริงๆ ผมก็ว่ามันอร่อยดี ไม่ได้กินแล้วท้องเสียหรือตาย

ขนาดตอนเอาให้พี่ม่านหมอกทาน พี่ยังบอกว่าอร่อยเลย

แม้จะทำหน้าเหมือนอยากตายหน่อยๆ ตอนเห็นจำนวนถุง จนต้องบอกว่าขอเอาไปแบ่งพวกป้าแม่บ้านและพวกพนักงานในบริษัทได้หรือเปล่า

ตอนแรกผมก็แอบใจเสียนิดหน่อย คิดว่าพี่ชายไม่ชอบ แต่คนไม่ชอบก็คงไม่กินคนเดียวสามถุงเลยหรอก ใช่มั้ย แล้วพอกินเสร็จ เจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นมาอธิบายอย่างเป็นจริงเป็นจัง

 

เหนือครับ

ครับ…’

ซื้อมาทำอะไรเยอะแยะขนาดนี้ครับ…’

จะได้ทานหลายๆ วันไงครับ มันถูกมากนะ แถมอร่อยมากด้วย

แต่เหนือครับ…’

ครับ ?’

ยี่สิบถุงพี่จะทานยังไงหมดครับ...บูดก่อนพอดี

อุ่นทานไม่ได้เหรอครับ

อุ่นทานได้ครับ แต่ต้องทานกี่วันถึงจะหมด แถมเก็บนานๆ มันก็จะไม่อร่อยเหมือนเดิมแล้วนะ

 

นี่ก็ความรู้ใหม่เหมือนกัน...ว่าอาหารไม่สามารถเก็บไว้กินหลายวันได้ ไม่อย่างนั้นมันจะบูดเอา แถมแต่ละอย่างก็มีระยะเวลาการหมดอายุที่ไม่เท่ากัน

ยุ่งยากเป็นบ้า

ช่วยไม่ได้นี่นะ ตั้งแต่เกิดจนโตเวลาอยากกินอะไรก็มีคนมาคอยสรรหามาให้ตลอด กินเสร็จก็จบมื้อต่อมื้อ ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าอะไรหมดอายุวันไหน

แค่ลองถามป้าแม่บ้านว่าของในตู้เย็นมีวันหมดอายุด้วยเหรอ ป้าก็ทำหน้าแปลกใจจะแย่ แทบจะตามหมอมาวัดไข้ตรวจอาการป่วยว่าลูกชายคนเล็กของบ้านเมฆาหิรันย์เกิดไข้ขึ้นอะไรขึ้นมา

คิง

ว่า ?”

ซื้อเฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวไก่มาไว้บ้านดีมั้ย

“...ฮะ

คิงตาเหลือกกับคำถามประหลาดของผม ใช้ดวงตากลมๆ จ้องผมอย่างต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม แต่มันจะต้องการคำอธิบายอะไรกัน ซื้อเฟรนไชส์ก็คือซื้อเฟรนไชส์ไง

ฮะอะไรวะ

มึงจะซื้อเฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวมาทำไมวะ

ก็อยากกินทุกวันอะ ซื้อร้านมาตั้งเลยดีมั้ย หรือซื้อกิจการมาเลยดี ดูขายดีอยู่นะ

“...พอ หยุดความคิดมึงเอาไว้ตรงนั้น

“...”

ดูหนังเถอะเพื่อนครับ ถือว่ากูขอกันดีๆ

เนี่ย คิงชอบเปลี่ยนเรื่องหนี ไม่ยอมคุยให้จบตลอด

ไม่เข้าใจเลยว่าผมทำอะไรผิด

[จบบทบรรยายพิเศษ]




100%

วิธีคนรวยมันก็อย่างนี้แหละน้า

40%

เอาแล้ว พี่จริงใจยังดูออกเลยอะ

พี่สิบสองอะ ดูออกไหมคะ

20%

เด็กมันช่างเอาใจอะเน้อ

0%

เอาสปอยมาฝาก เจิมรอเลยเด้อ เดี๋ยวมาอัพค้าบผ้ม :-)




YB BOOKS ส่งความสุขต้อนรับปีใหม่กับโปร 1+1 = 5
สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อ
พี่สองสายแปด คู่ รักกับพี่แถมฟรีหัวเข็มขัด (reprint.ปกใหม่)
รับมินิสเปประจำเรื่องและ Short fiction เรื่องสั้นพิเศษจากปลายปากกา Bear on the moon และ YBSoulmate 
ราคาเซต 1+1 (289+440) = 729 บาท ยังไม่รวมค่าจัดส่ง 
_________________________________
สามารถสั่งซื้อได้ที่ 
YBBOOKS SHOP : (https://bit.ly/2QKIClb)
หรืออินบ็อกซ์แฟนเพจ ybbooks publishing 
_________________________________
*หมายเหตุ*
-โปรโมชั่นมีจำนวนจำกัดและสงวนสิทธิ์เฉพาะรอบพรีออเดอร์เท่านั้น 
-Short fiction ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในนิยาย
-สำหรับคนที่มีเวอร์ชั่นเก่ารักกับพี่ฯ สามารถซื้อมินิแยกได้ในราคา 59 บาท 
-รักกับพี่แถมฟรีหัวเข็มขัดไม่มีวางจำหน่ายหน้าร้าน 
-พี่สองสายแปดลงร้านหลังงานสัปดาห์หนังสือมีนา 62 
-จัดส่งหนังสือภายใน 15 มีนาคม 2562


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

105 ความคิดเห็น

  1. #94 Shido_Hikaru (@Ray_Earth) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 07:06
    โถวววววววววน้องงงง
    น่าเอ็นดูวววววววว
    #94
    0
  2. วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 07:20

    ถึงกับจะซื้อเฟรนไชเพราะอยากกิน 5555

    #82
    0
  3. #81 So Lucky My Love (@toei-siripreeya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 00:20
    วิถีคนรวยจริง 555555555
    #81
    0
  4. #80 Sasi2546 (@Sasi2546) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:19
    นี่ถึงขั้นจะซื้อเฟรนไชส์เลยหรอ เอามาล่อพี่สองรึป้าววววว
    #80
    0
  5. #79 No10051 (@No10051) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:16
    เรื่องนี้คือต้องซื้อของมันต้องมี!!!!
    #79
    0
  6. #78 DEMON_ (@DEMON_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:01
    ไม่อัพต่อแล้วอ่อ
    #78
    0
  7. #76 Nov. (@CB_HH42) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:23
    ไรท์มีแนวโน้มจะทำอีบุ๊คมั๊ยคะ?
    #76
    0
  8. #74 Myungyeol13 (@myunghyung13) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:45
    น้องมันรุกอะ 65555 น่ารักดี ชอบๆๆ รออัพน้าา
    #74
    0