คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic JayTim] Let me (Try to) take care of you

ถ้าจะอธิบายคำว่า Brotherly love ของสี่สำหรับทิม เดรคกับเจสันน่ะเหรอ เหอะ...อย่างน้อยเราก็มีความคิดตรงกันว่าอยู่ห่างกันให้มากที่สุดจะดีกว่า

ยอดวิวรวม

399

ยอดวิวเดือนนี้

10

ยอดวิวรวม


399

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ต.ค. 61 / 20:57 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 13 ต.ค. 61 / 20:57

บันทึกเป็น Favorite


Let me (Try to) take care of you

Pairing : Jason Todd & Tim Drake

Note ** เป็นพาร์ท parallel กับ Let me take care of you นะคะ นี่เป็นเจย์ทิมเรื่องแรกของเราเลย ไม่เคยเขียนคู่นี้มาก่อน สำหรับแฟนเจย์ทิมที่หลงมาอ่าน ถ้าหลุดคาร์ต้องขอโทษด้วยนะคะ โดนเฉพาะคาร์แรคเตอร์น้องทิม มันยากสำหรับเรามากค่ะ ฮือ คอมเม้นต์ ติ ชม อะไรใส่ได้เลยนะคะ

_____________________________________________________


     ถ้าจะอธิบายคำว่า Brotherly love ของสี่พี่น้องในตระกูลเวนย์ให้ฟังแบบคร่าวๆและรวบรัดได้ใจความ สำหรับทิม เดรคจะสรุปสั้นๆว่า ระหว่างดิ๊กกับเดเมี่ยนจะเป็นอะไรที่ฟรุ้งฟริ้งโลกใบนี้เป็นสีชมพูพาดสายรุ้งแสนจะแสบตาจนต้องเอาแว่นดำมาสวม อันที่จริงดิ๊กตัวติดกับใคร พื้นที่แถบนั้นก็กลายเป็นสีชมพูไปซะหมดแหละ แต่กับเจ้าปิศาจจิ๋วอาจจะเป็นสีชมพูที่ชมพูพิเศษกว่าพวกเขาหน่อยล่ะมั้ง ส่วนเขากับเจสันน่ะเหรอ เหอะ...อย่างน้อยเราก็มีความคิดตรงกันว่าอยู่ห่างกันให้มากที่สุดจะดีกว่า เป็นเพราะว่า


‘เจสัน ทอร์ดไม่ใช่คนอ่อนโยน’


“เจ้าตัวแทน ตื่นได้แล้วเว้ย” เจ้าของชื่อที่กำลังเข้าเฝ้าพระอินทร์ได้ที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรทั้งสิ้นเสมือนว่าเสียงของผู้บุกรุกที่ถือวิสาสะเข้ามาปลุกเขาไม่มีผลแต่อย่างใด


“ไปให้พ้น คนจะนอน!!” แน่นอนว่าเสียงติดจะงัวเงียของเจ้าของห้องเมื่อผ่านเข้ามาในหูของคนอายุมากกว่าแล้ว หาได้ใช่คำสั่งและไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำตาม


เจสันก้าวเท้าหนักๆไปเปิดหน้าต่าง นินทาเจ้าของห้องผู้มีศักดิ์เป็นน้องชายในใจว่า เจ้าหมอนี่เป็นผีแวมไพร์หรือไง ใช้ม่านซะทึบจนแสงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาไม่ถึงเหมือนต้องการกีดกันตัวเองออกจากผู้คน แถมสภาพห้องนี่ก็รกยิ่งกว่าอะไรดี เดินไปไหนก็มีแต่กระป๋องกาแฟเต็มไปหมด นี่ถ้าวันดีคืนดีจู่ๆหมอนี่ลื่นล้มกระป๋องพวกนี้หัวฟาดกับพื้นตายไปกว่าพวกบรูซจะพบศพคงขึ้นอืดไปแล้วล่ะ ไม่สิแวมไพร์ไม่ทำตัวซกมกแบบนี้หรอก


ในจังหวะที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จู่ๆลูกชายคนรองของมหาเศรษฐีก็ถูกผู้ไม่ประสงค์ดีเขวี้ยงหมอนข้างใส่ที่หัวอย่างแม่นยำ ชนิดที่ว่าถ้าเป็นแบดดาแรงเลือดคงพุ่งเป็นน้ำพุออกจากหัวเขาแล้วล่ะ คนถูกทำร้ายร่างกายหันกลับมามองตัวการที่นอนซุกหน้าลงกับหมอนไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนเตียงตาเขียวปั๊ด


อนึ่ง เจ้าตัวแทน หรือ ทิม เดรค เวนย์อย่างที่ใครหลายคนรู้จักอาจจะเป็นสุภาพบุรุษเมื่ออยู่ต่อหน้ากล้อง สุขุม วางตัวดี ดูมีภูมิฐานสมกับเป็นทายาทเวนย์ เอนเทอไพรส์ แต่ขอโทษ สารรูปของเจ้าหมอนี่ตอนอยู่ที่คฤหาสน์อย่างกับคนละคน มันเป็นซอมบี้ ใช่คำนี้แหละ เป็นซอมบี้ที่มีสมองอันกวนอวัยวะเบื้องล่างทำงานอยู่ และอย่างที่เกริ่นไปตอนต้น เจสัน ทอร์ดไม่ใช่คนอ่อนโยน


“เฮ้ย จะตื่นไม่ตื่น” วันนี้เจสันขอนำเสนอการปลุกคนขี้เซาโดยไม่ใช้อุปกรณ์เสริมใด อย่างกระบอกปืนเพื่อฟาดไปที่ศีรษะ เพียงแค่คุณมีสองเท้าที่ว่างเท่านั้น ข้างนึงวางไว้บนพื้น ส่วนอีกข้างทาบไปที่ใบหน้าของเป้าหมาย เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รับความสะใจแบบไม่ต้องเสียเงินสักดอลล่าร์


//เงียบ


คนที่นอนเป็นตายแลดูจะไม่สะทกสะท้านสักนิดกับฝ่าพระบาทอันหอมหวนของเขา ดูถูกกันมากไปแล้วนะ


อะแฮ่ม ใครว่าเจสัน ทอร์ดคนนี้ไม่รอบคอบ พกมาแผนเดียวกันล่ะ ในเมื่อใช้ตีนปลุกไม่ได้ผล ก็เหลืออีกวิธีหนึ่ง


“โอ้ยๆๆๆ!!”


ทิม เดรคขยี้หัวยุ่งๆของตัวเองลุกขึ้นมานั่งหรี่ตาใส่ผู้บุกรุกอายุมากกว่าอย่างไม่เป็นมิตร หลังจากถูกอีกฝ่ายกระหน่ำปากระป๋องกาแฟใส่หัวเขาอย่างไม่ยั้งจนเต็มเตียง เจสันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะหยิบหมอนข้างขึ้นมาจากพื้นและเขวี้ยงใส่หน้าเจ้าของห้องเป็นการแก้แค้นอีกที


“โอ้ย อะไรนักหนาเนี่ย มายุ่งกับชั้นทำไม” หากดิ๊ก เกรย์สันคือเทวดาผู้มาจากสวรรค์ คนตรงหน้าของเขาคือนรกเดินดิน ทิม เดรคคิดในใจ


“เลือกได้ชั้นก็ไม่อยากเข้ามาในรังของซอมบี้อย่างแกหรอก เจ้าตัวแทน” เจสันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแกมรำคาญ


“งั้นก็ออกไปซะสิ คนจะนอน” ในจังหวะที่คนอายุน้อยกว่าเตรียมจะล้มตัวนอนอีกครั้งก็ถูกแขนใหญ่ของอีกกระชากขาเขาลงจากเตียง หัวโขกกับพื้นดังโป๊กจนต้องร้องออกมา


“โอ้ย!!” ทิม เดรคกร่นด่าพลางร้องควรญคราญต่อโชคชะตาของตัวเองในใจ ทำไมชีวิตของเขาต้องมาเจอคนนิสัยเสียอย่างเจสัน ทอร์ด แล้วทำไมช่วงเวลา 3 ชั่วโมงที่เพิ่งจะได้นอนหลังจากอดนอนนั่งทำธีสิสของมหาลัยร่วมไป 48 ชั่วโมงถึงได้ถูกคนสุดท้ายที่อยากจะเจอหน้าอย่างหมอนี่มารบกวนด้วย


“ชั้นรับปากกับอัลฟี่แล้วว่าให้ปลุกแกไปงานกาล่าเย็นนี้ให้ได้ แลกกับการที่ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่ในวันขอบคุณพระเจ้า เพราะฉะนั้น ลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว เจ้าตัวแทน”เจ้าของห้องทำเป็นหัวทวนลมนอนกรอกตามองบนเพดาน เขารู้สึกง่วง ง่วงชนิดว่าสามารถหลับได้ทุกที่ ถ้าเขาสั่งให้สมองหยุดทำงานไปเลยตอนนี้จะดีมั้ยนะ แต่ความคิดนี้ก็ถูกขัดลงด้วยปลายเท้าของคนอายุมากกว่าเขี่ยขาเขา


“จะลุกไปดีๆ หรือจะไปแบบมีลูกปืนเจาะหัวฮะ” ปกติเขาต้องพูดว่า ‘จะลุกไปดี หรือจะลุกไปทั้งน้ำตา’ ไม่ใช่เหรอไง แต่ความง่วงทั้งหลายทั้งปวงที่ถาโถมเข้ามาทำให้คนที่ยังนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นเลือกที่จะปิดปากเงียบๆ และความสนใจของทิม เดรคจากบนเพดานก็เบนไปที่คนอีกคนที่ยืนเท้าเอวอยู่ใกล้ๆเขา เจสันเลิกคิ้วขึ้นมองตาสีฟ้าของอีกฝ่ายจ้องมาที่เขาตาแป๋ว


“อะไร”


“เจย์” อะไรของมันวะ จู่ๆก็มาเรียกชื่อเล่นกันเฉย


“.....”


“นายรู้จักกับเจ้าปิศาจมาก่อนงั้นเหรอ” ประโยคนี้คนพูดหันกลับไปให้ความสนใจกับเพดานสีขาวในห้องของตัวเองต่อ


“วันนั้นแกก็อยู่ที่นั่นด้วยเหรอ บ้ะ ไม่น่าถาม แอบฟังเรื่องชาวบ้านนี่งานถนัดแกนี่นะ”


“ม...ไม่ได้แอบฟังสักหน่อย”


“หืม”


“เฮ้อ ใช่ชั้นหลบอยู่แถวๆพุ่มไม้ตรงนั้น ตอนที่นายกับดิ๊ก-” ไม่ทันได้พูดจบประโยค คนข้างๆก็เป็นฝ่ายตอบให้


“ต่อยกัน?”


“ใช่” ภาพของเหตุการณ์ครั้งนั้นกำลังย้อนกลับเข้ามาในหัวของทิม เดรค มันเป็นช่วงสัปดาห์ต่อมาหลังจากงานศพของเดเมี่ยน เวนย์ น้องชายคนเล็กของพวกเขา อาจจะฟังดูแปลก และ ขัดกับสภาพความเป็นจริงที่เขากับเดเมี่ยนแต่ก่อนไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ ปากบ่นว่าเกลียดกัน จะฆ่ากันให้ตายทุกวัน 2 ครั้งหลังอาหารเช้าและเย็นด้วยซ้ำก็ว่าได้ แต่ทิมเป็นคนหนึ่งที่มาเยี่ยมหลุมศพของเดเมี่ยนทุกวัน น่าตลกเนอะ กว่าจะรู้ว่าตัวเขาที่จริงแล้วไม่ได้เกลียดน้องชายอย่างที่พูดก็ปาเข้าไปวันที่เดเมี่ยนจากโลกไปแล้ว และในวันนั้นที่เขามาเยี่ยมหลุมศพของน้องชายตามปกติก็ได้เจอกับดิ๊ก และ เจสันที่ยืนอยู่ก่อน


เป็นเพราะอะไรไม่รู้ที่ทำให้ทิมเลือกที่จะหลบในพุ่มไม้แทนที่จะเข้าไปทักทายพี่ชายทั้งสอง เขาแอบฟังทั้งคู่คุยกัน มันเป็นน้ำเสียงที่เบามากจนแทบจะไม่ได้ยิน จนกระทั่งเจสันตะคอกใส่ดิ๊กและต่อยพี่ชายคนโตล้มหน้าคว่ำไปกับพื้น  เขายังจำน้ำเสียงแหบๆสั่นๆของเจสันก่อนที่จะเดินออกไปได้ดี


‘ทำไมโกลเด้นอย่างแกถึงปกป้องเขาไว้ไม่ได้ ทำไมกัน!!’

‘เป็นพี่ชายประสาอะไร แกควรจะปกป้องเขาสิ!!’

‘ชั้นไม่น่าไว้ใจคนอย่างแกให้ดูแลเขาเลยจริงๆ!!’


ดิ๊กยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่อย่างนั้น เหมือนเขายอมรับว่าเขาสมควรโดนหมัดของเจสัน เขาสมควรแบกรับความผิดทั้งหมด ทิมกลับมานั่งคิดถึงประโยคที่เจสันพูดกับดิ๊กอีกที จนเขาสรุปได้ว่าเดเมี่ยนกับเจสันน่าจะเคยรู้จักกันมาก่อน และจิ๊กซอว์ปริศนาข้อสันนิษฐานของเขาก็ได้รับความเชื่อถือมากขึ้น เมื่อตอนเช้าของวันต่อมา เจสันมาปรากฏตัวกลางโต๊ะกินข้าว บอกกับบรูซว่าจะหาทางฟื้นคืนชีพให้เดเมี่ยน โดยไม่สนว่าบรูซจะตอบตกลงหรือปฏิเสธ


ทิมไม่เคยเห็นเจสันในมุมจริงจังแบบนั้นมาก่อน แววตามุ่งมั่นของเขายามที่พูดชื่อของน้องชายคนเล็กของพวกเรามันแปลก


แปลก พอๆกับที่เขาที่นั่งเงียบๆบนโต๊ะอาหารตอนนั้นดันรู้สึกเจ็บข้างในหน้าอกข้างซ้ายขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ


ถ้าในวันนั้นคนที่ตายเป็นชั้นแทนเดเมี่ยน


“....”


นายจะร้องไห้ให้ชั้นเหมือนที่ร้องไห้ให้เจ้าหนูหรือเปล่า


“ห๊า!? พูดบ้าอะไรของแกน่ะ”


“คิก คงไม่ร้องไห้หรอก ก็ชั้นน่ะเป็นแค่- โอ้ย!!” คนพูดน้ำตาเล็ด รีบเอามือกุมหัวหลังจากโดนอีกฝ่ายฟาดกระบอกปืน.22มาที่หน้าผากเขาเต็มๆ เดาว่ามันคงจะโนปูดบวมขึ้นมาในอีกไม่ช้า


“หุบปากซะ ชั้นสงสัยจริงว่าสมองอันชาญฉลาดของแกคิดเรื่องบัดซบพรรคนี้ได้ยังไง”


“.....”


ถึงแม้ชั้นจะชอบเรียกแกว่า เจ้าตัวแทน แต่ชั้นก็ไม่ได้หมายความว่าชั้นอยากจะให้แกมาแทนที่ใครสักหน่อย


“.....”


“ไม่มีใครสมควรตายแทนใครทั้งนั้นแหละ ไม่มีทั้งนั้น”


“.....”


“เฮ้อ บางทีแกก็ชอบทำตัวโง่ขัดกับสมองไอคิว 140 ของแกนะ โรบินที่ได้ทั้งบู้และบุ๋น เป็นทั้งหัวหน้าทีนไททัน ว่าที่ CEO เวนย์เอนเทอไพรส์ แถมยังเป็นหัวกะทิในมหาลัยอย่างแกทำไมถึงคิดเรื่องน้อยอกน้อยใจพรรค์นี้ออกมาได้กันชั้นล่ะสงสัย ภูมิใจในตัวเองหน่อยสิเว้ย ในพวกเรา 4 คน ไม่มีใครเจ๋งเท่าแกแล้วรู้มั้ย”


“.....”


“แล้วนี่แกจะนอนเป็นขยะคลุกคลีกับกระป๋องกาแฟพวกนี้ไปอีกเมื่อไหร่ ทิม ลุกขึ้นไปอาบน้ำได้แล้ว” ครั้งนี้พูดพร้อมกับยื่นมือมาดึงให้คนอายุน้อยกว่าลุกขึ้นมานั่งบนพื้นดี เจ้าของชื่อทำตามอย่างว่าง่ายหรือไม่มีแรงจะขัดขืนก็ไม่รู้ ทิม เดรคกำลังทำหน้าอึ้ง นี่เขาหูฝาดไปหรือเปล่าที่ได้ยินเจสันเรียกชื่อเขา


“เจย์”


“จะลุกไม่ลุก ถ้าลีลาชั้นจะแบกแกไปห้องน้ำแล้วนะ”


“อ...โอเค ม...ไม่หมายถึง ชั้นลุกเอง” คนพูดรีบลุกขึ้นมา ก่อนจะรับผ้าเช็ดตัวที่พี่ชายคนรองโยนมาให้อย่างแม่นยำ เขามองเจสันใช้เท้าหยิบปืนขึ้นมา (จะขี้เกียจไปไหน) ก่อนจะใช้มันชี้ไปที่ห้องน้ำอีกฝั่งพลางเพยิกหน้าเป็นเชิงว่า ให้เขาไปอาบน้ำได้แล้ว แม้ภาพมันจะดูเหมือนผู้ร้ายปล้นธนาคารกำลังขู่ให้พนักงานนำเงินออกมาก็ตามจริง แต่ในความคิดของคนอายุ 20 ต้นๆอย่างทิม เดรคกลับมองว่าตลกซะมากกว่า ทิมหัวเราะเบาๆก่อนจะทำตามแต่โดยดี แต่ระหว่างที่ขากำลังจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำ หูเขากลับได้ยินเสียงอีกฝ่ายพูดไล่หลังมาก่อนว่า


“รู้อะไรมั้ย แกพูดถูกเรื่องนึง ถ้าแกตายไปชั้นคงไม่ร้องไห้หรอก” จบประโยคนั้นทิมรู้สึกสะอึกไปชั่วขณะนึง ขาที่กำลังจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำกลับแข็งทื่อไม่ยอมขยับเหมือนโดนกัปตันโคลยิงปืนน้ำแข็งใส่ เขาไม่กล้าหันหน้าไปหาเจสัน ไม่กล้ายอมรับว่าประโยคที่ตัวเองได้ยินเมื่อกี้อีกฝ่ายพูดออกมาจริงๆ

ใช่สินะ ถึงยังไงเขาก็เป็นได้แค่คนไร้ตัวตนคนนึงในสายตาของเจสัน คนที่เขาจะไม่แยแส ไม่แคร์ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงเท่านั้นแหละ เทียบกับเดเมี่ยนไม่ได้หรอก


และ ชายหนุ่มก็สะดุดกับคำพูดของคนอายุมากกว่าอีกครั้ง


เพราะว่าคนอย่างชั้นจะไม่มีวันปล่อยให้น้องชายของตัวเองต้องตายอย่างเด็ดขาดยังไงล่ะ


“.....”


“เอ้า จะยืนบื้ออยู่หน้าห้องน้ำอีกนานมั้ยรีบไปอาบน้ำซะสิ วัยรุ่นใจร้อนนะเฟ้ย หรือจะให้ชั้นยิงไล่ ชอบถูกกระตุ้นด้วยลูกกระสุนงั้นเหรอ”


“ร...รู้แล้วน่า” เจ้าของห้องรีบเก็บซ่อนใบหน้าแดงระเรื่อของตัวเองไว้ก่อนจะอมยิ้มเดินเข้าห้องน้ำไป


เจสันเดินผิวปากมานั่งแกว่งขาตรงปลายเตียง ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เหลือเวลาอีกเยอะนี่นา ทำอะไรต่อดีนะ


สักพักเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายจากนอกห้องก็ดังขึ้นมาให้ได้ยินถึงข้างใน พร้อมกับลูกชายคนโตของบรูซ เวนย์กระชากประตูเปิดเข้ามาหันซ้าย หันขวาก่อนจะจ้องไปที่น้องชายคนโตของเขาบนเตียง


“ว่าไง โกลดี้ วันนี้หน้าหล่อขึ้นนะเนี่ย” เจสันโบกมือทักอีกฝ่ายไปตามมารยาท แต่ก็โดนดิ๊กหน้าบึ้งใส่


“ขอบใจที่ชม เจย์ นายเห็นลิตเติ้ลดีผ่านมาแถวนี้มั้ย” ดูจากเลือดบนใบหน้าหล่อๆนั่น ชายหนุ่มก็พอจะสรุปเรื่องได้แล้วล่ะว่าต้นเหตุของเสียงโวยวายเมื่อกี้คืออะไร


“ไม่นะ มีอะไรหรอ” เดาว่าคำพูดต่อมาของเจ้าลูกคนโปรดต้องมีชื่อเดเมี่ยนหรือลิตเติ้ลดีอย่างใดอย่างหนึ่งล่ะ ไม่มีให้เอาปืนฟาดหน้าเขาเลย


“นายว่างหรือเปล่า ช่วยชั้นตามหาลิตเติ้ลดีหน่อย” นั่นไงเล่า


“เอาซี่ แต่แลกกับแกเลิกมาจุ้นจ้านที่อพาร์ทเม้นต์ชั้น โดยเฉพาะที่เอาซีเรียลมาตุนที่ตู้เก็บของชั้นด้วย ตกลงมั้ย ดิ๊กกี้”


“3 วัน” หนอยแน่ ยังมาต่อรองอีก


“ไม่”


“2 สัปดาห์”


“ไม่โว้ย”


“1 เดือน หรือจะให้ชั้นบอกที่อยู่ของนายกับบี เลือกเอา ดีลไม่ดีล” อ...ไอเจ้าบ้าเอ้ย


“ดีล”


“ต้องอย่างนี้สิ น้องชาย อ้ะ ทิมมี่ออกมาพอดี ช่วยชั้นกับเจย์เจย์ตามหาลิตเติ้ลดีหน่อยสิ”


“ดิ๊ก หน้านายไปโดนอะไรมาน่ะ”


“เดี๋ยวไว้ค่อยเล่าทีหลังนะ ลิตเติ้ลดี อยู่ไหนน่ะ!!” แล้วคนอายุมากที่สุดก็รีบวิ่งออกจากห้องไป ทิ้งให้เจ้าของห้องที่กำลังยืนเช็ดผมงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทิมหันไปหาคำอธิบายจากอีกคนบนเตียงที่กำลังทำหน้าบึ้งเหมือนหมาพันธุ์ปั๊ก


“เอ่อ...”


“ตามนั้นแหละ แกแต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกมาช่วยด้วยแล้วกัน หนอยแน่ เดเมี่ยน เจ้าเปี๊ยก หายหัวไปไหน ออกมาเดี๋ยวนี้นะโว้ย!!”


“ฮะ?”

.

.

.

และนี่ก็คือ Brotherly love ของพี่น้องแบทแฟม

[END]

_______________________________________________________

Talk : สอบเสร็จแล้ว วู้ว อัพสองเรื่องเลย อิอิ

สำหรับฟิคเรื่องนี้ Dear My Sister แฮปปี้เบิร์ดเดรย์ 13/10 Bakaaochan นะคะ หนูทำลายกำแพงมาเขียน Jaytim เพื่อเจ้เลยนะ

เป็นเจย์ทิมเรื่องแรก บอกเลยค่ะว่ายาก กลัวแต่งได้ไม่ดี แต่มันก็คลอดออกมาจนได้ 555 //ปาดเหงื่อ ต่อไปนี้จะลองอะไรใหม่ๆดูค่ะ

ขอบคุณคนอ่านทุกคน และแฟนๆที่คอยตามอ่านฟิคทุกเรื่องของเรานะคะ เลิฟ ยู้ว


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ +-.แลนข้ามคลอง.-+ จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 เพนกวิน
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 20:45

    สนุกมากค่า ชอบเจสัน+เดเมี่ยนเป็นพิเศษ และชอบทิมน้อยที่สุด แต่พอมาอ่านฟิคนี้แล้วทำให้ชอบทิมมากขึ้น//นายขี้น้อยใจเหมือนฉันเลย น่ารัก

    #4
    1
    • 25 พฤศจิกายน 2561 / 12:14
      ดีใจที่ชอบนะคะ ขอบคุณที่คอยติดตามและคอมเม้นต์ฟิคของเรามาตลอดนะคะ
      //ปกติแล้วเราไม่ค่อยเขียนบทพี่ทิมเท่าไหร่ นางจะขี้น้อยใจก็ไม่แปลก 555
      #4-1
  2. วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 04:10
    โอ้ยยยยย ตาเจย์ไม่อ่อนโยนจริงจริ๊งง นั่นน้องนะพี่5555555 ไรต์แต่งได้ดีนะคะ คาร์ตาเจย์นี่ได้เลย คาร์ทิมก็ประมาณนี่แหละเวลาอยู่เบื้องหลังมาดที่ดูดีๆ แค่กกก55555 เราเข้าใจเลย ตอนแต่งJondamiเรื่องแรกเราก็ไม่มั่นใจเลยว่าจะดีมั้ย รักคู่เด็กๆนะแต่ก็ไม่เคยแต่ง เลยกลัวว่าจะบรรยายไม่ถูก แงงงง

    ทั้ง2เรื่องน่ารักมากค่ะ ชอบความวุ่นวายในแฟมนี้ น่ารักกก ฮื่อออ
    #3
    1
    • 15 ตุลาคม 2561 / 23:25
      คำว่าอ่อนโยน ไม่มีอยู่ในผู้ชายอย่างเจสัน ทอร์ดค่ะ
      ขอบคุณนะคะ แต่งเจย์ทิมครั้งแรกไม่มั่นใจเลย กลัวว่าจะหลุดคาร์ซะแล้ว

      แบทแฟมกับความวุ่นวายเป็ฯของคู่กันค่ะ อิอิ
      แต่ถ้ามีบ้านซุปมาจะกลายเป็นความโรมานซ์ -0-
      #3-1
  3. #2 P-e-c to the k
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:18

    ความสัมพันธุ์ของเจย์ทิมน่ารักอ้าาา แต่งได้ดีเลยค่าไรท์ชอบมากกกกๆๆๆๆๆ


    ต้องการฉากเจอเมี่ยน มีจอนมาแจมาด้วยก็ดี555

    #2
    2
    • #2-1 P-e-c to the k
      14 ตุลาคม 2561 / 22:19
      โอ๊ยยยย เขียนคำว่าสัมพันธ์ผิดรีบไปหน่อย เบลอนิดๆ5555
      #2-1
    • 15 ตุลาคม 2561 / 23:23
      ถ้าเขียนภาคต่อคงกลายเป็น วันวาน เล่นซ่อนแอบ + วิ่งไล่จับ ของ Wayne Kids ไป 555+
      น้องจอนมาแจมก็โกงสิคะ นางมีซุปเปอร์วิชชันแสกนได้ เดี๋ยวพี่ๆหาน้องเมี่ยนเจอ
      #2-2
  4. วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 21:42

    ขอฉากที่หาเดเมี่ยนเจอต่อได้ไหมคะ? 55555555555555555555555555555


    เนื้อเรื่องดีมากกกกกกกกกกก ชอบมากเลยค่ะ และก็คิดถึงมากเลยค่ะ อยากอ่านนิยายของไรท์บ่อยๆมากเลยค่ะ \*0*/

    #1
    1
    • 13 ตุลาคม 2561 / 22:30
      ขอบคุณนะคะ​ น้องเมี่ยนจะเล่นซ่อนแอบในคฤหาสน์​กับพวกพี่ชายยอดนักสืบ​ทั้งสามคนได้นานแค่ไหนกันน้ากว่าจะหาเจอ

      ปล.คิดถึงเหมือนกันค่ะ​ เห็นหายไปนาน​ คิดว่า​ ติดเกม​ identity V จนลืมไรท์ซะแล้ว​ ฮือ​ มาให้กอดหน่อย
      #1-1