คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Batfam] The Boy who has a Scar on his Mind

“มีหลุมมิติโผล่มาจากตรอกหนึ่งในเมืองก๊อทแธมพร้อมกับชายปริศนาคนนี้ พ่อไม่รู้ว่าเขามีเป้าหมายอะไร แต่ดูแล้วเขาไม่ค่อยจะชอบพ่อเท่าไหร่” “นาย เป็นนายจริงๆสินะ!!”

ยอดวิวรวม

654

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


654

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  9 ก.ย. 61 / 20:27 น.
นิยาย [Fic Batfam] The Boy who has a Scar on his Mind [Fic Batfam] The Boy who has a Scar on his Mind | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 9 ก.ย. 61 / 20:27


จอน โจนส์ หรือ ในชื่อฮีโร่ มาร์เชี่ยน แมนฮันเตอร์ ยืนอยู่คนเดียวบนหอสังเกตการณ์ของสมาพันธ์ยุติธรรมสหรัฐอเมริกา บนหน้าจอขนาดใหญ่ติดฝาผนังตรงหน้าฉายภาพเคลื่อนไหวเหตุการณ์ตามจุดใหญ่ๆของเมืองต่างๆบนโลก มนุษย์ดาวอังคารสไลด์หน้าจอภาพไปเรื่อยๆอย่างเบื่อหน่าย วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดูจะเงียบสงบเป็นพิเศษ ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอกนะ การที่โลกสงบสุขคือเป้าหมายของการที่พวกเขามาเป็นฮีโร่อยู่แล้วนี่นา แค่รู้สึกไม่มีอะไรทำ พวกคนอื่นๆในลีค อย่างซุปเปอร์แมน วอนเดอร์ วูแมน กรีนแลนเทิร์น รวมถึง เดอะแฟลช ตอนนี้ก็ไปปฏิบัติภารกิจนอกอวกาศ เลยไม่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอย่างที่ควรจะเป็น หอสังเกตการณ์ดูจะเงียบเหงาไปเลยเมื่อขาดตัวสร้างสีสัน


มาร์เชี่ยน แมนฮันเตอร์หยุดมือค้างไว้ที่เมืองไหนสักแห่งที่ดูคุ้นตาไปหมด ก่อนจะลอยตัวไปชงกาแฟดื่มเล่นแก้ง่วงที่ห้องโถง ข้อดีของการนั่งอยู่บนหน้าจอ คือ คุณแค่คอยเป็นเบื้องหลังคอยช่วยพวกสายบู๊ ไม่ต้องออกแรงไปเสี่ยงกับสถานที่จริง แต่ความน่าเบื่อก็เป็นของคู่กันอย่างขาดไม่ได้ เขาใส่น้ำแข็ง 5 ก้อนลงไปในกาแฟร้อน โรคกลัวไฟของชาวดาวอังคารทำให้เขาไม่สามารถทานอะไรร้อนๆได้ แม้ว่าเพื่อนฮีโร่บางคนจะบอกว่ากาแฟร้อนอร่อยกว่ากาแฟเย็นก็ตาม แต่เขาก็เลือกที่จะไม่กินมันอยู่ดี


มนุษย์คนสุดท้ายของดาวอังคารยกกาเฟอีนขึ้นมาจิบก่อนที่จะได้ยินเสียงสัญญาณเตือนดังมาจากหอสังเกตการณ์ เขาทิ้งแก้วกาแฟกระดาษลงบนถังขยะอย่างแม่นยำ ก่อนที่จะรีบบินไปที่ต้นกำเนิดเสียง


ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ คือ หลุมมิติปริศนาที่ปรากฏขึ้นบนกำแพงในตรอกซอยเล็กๆแห่งหนึ่งพร้อมด้วยบุรุษปริศนาที่เดินทะลุออกมา เขาเพ่งมองเข้าไป หวังว่าจะเห็นโครงหน้าของชายสวมผ้าคลุมสีดำบนหน้าจอใหญ่ แต่ไม่ทันที่เขาจะมองออกว่าเป็นใคร ชายคนนั้นก็หันมามองหน้าเขาเหมือนรู้ดีว่ากล้องวงจรปิดลับซ่อนอยู่ตรงไหน เจ้าตัวยิ้มให้ก่อนที่จะปามีดสั้นเข้าใส่กล้อง จนภาพตัดมาที่หน้าจอไร้สัญญาณ ก่อนคำถามในหัวว่า หมอนี่เป็นใคร เขาเงยหน้าไปมองชื่อเมืองที่หลุมมิตินั้นโผล่ออกมา


ก๊อทแธมซิตี้

 

 

 

อัศวินแห่งรัตติกาลกำลังมองวิดิโอที่เพื่อนฮีโร่เปิดให้เขาดู ฉายมันซ้ำไปซ้ำมาวนไปเป็นรอบที่ 20 ชายปริศนาคนนี้ต้องเป็นคนที่รู้จักสมาพันธ์ดีแน่ๆ มีแค่คนในเท่านั้นที่จะรู้ตำแหน่งกล้องวงจรปิดทั่วโลกที่เขาติดตั้งเอาไว้ แต่การแต่งตัวแบบนั้น จะว่าคุ้นก็ไม่คุ้น จะไม่คุ้นก็ไม่ใช่ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน


“แบทแมน พอจะรู้อะไรบ้างมั้ย” มาร์เชี่ยน แมนฮันเตอร์เดินมาจับไหล่เพื่อนฮีโร่ที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่จอภาพ


“ไม่เลย ทฤษฏีที่เป็นไปได้คือหมอนี่ถ้าไม่ได้มาจากโลกคู่ขนาน อีกจักรวาลนึง ก็น่าจะมาจากอนาคต”


“อนาคต?


“ใช่ และ หลุมมิตินี้ถูกระบุตำแหน่งมาชัดเจนมาก หมายความว่าเจ้านั่นเลือกก๊อทแธมซิตี้เป็นพิกัดอยู่แล้ว คำถามคือ มันมาทำอะไร”


“บรูซ นายคงไม่


“ก๊อทแธมเป็นเมืองในความคุ้มครองของชั้น จอน เรื่องคราวนี้ไม่ใช่เรื่องของลีคแล้ว” มนุษย์ดาวอังคารพอจะรู้ว่ามนุษย์โลกตรงหน้าเป็นพวกชอบทำงานคนเดียว แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่าชายปริศนาคนนี้มีเป้าหมายอะไรถึงได้มาที่นี่ เป็นศัตรูหรือมิตรกันแน่ 


“เข้าใจล่ะ”


แบทแมนอัพโหลดฐานข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ในสมาพันธ์ลงในชุดซุปเปอร์ฮีโร่สุดไฮเทคของเขา ก่อนที่จะขอตัวกลับไปที่เมืองตัวเอง รอให้ถึงเวลากลางคืนก่อนที่จะออกไปเดินลาดตระเวนข้างนอก

 

 


อัศวินรัตติกาลยืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่งใกล้ๆกับตำแหน่งที่หลุมมิติโผล่มาเมื่อตอนกลางวัน บริเวณรอบๆนั้นไม่มีวัตถุน่าสงสัย หรือ หลักฐาน ร่องรอยใด ปรากฏอยู่เลย แม้กระทั่งมีดที่ชายปริศนาเขวี้ยงมาเพื่อทำลายกล้องวงจรปิดก็ไม่เห็นวี่แวว แบทแมนใช้สารเคมีพิเศษหยดลงพื้นและนำไฟฉายมาส่อง เพื่อสืบหารอยเท้าที่น่าจะปรากฏอยู่ แต่เขากลับไม่พบอะไรเลย เหมือนที่แห่งนี้ไม่เคยมีใครย่างกายมาก่อนยังไงยังงั้น


มันไม่น่าเป็นไปได้ ภาพในหอสังเกตการณ์ก็เห็นอยู่ ทำไมที่นี่ถึงไม่มีรอยเท้าเลยล่ะ เท่านี้ก็เท่ากับเขาหาเบาะแสอะไรบุรุษลึกลับคนนั้นไม่ได้เลยน่ะสิ


รอบคอบเกินไป ไร้ร่องรอยจนน่าสงสัย วิธีการเดินโดยไม่เหลือรอยเท้าไว้แบบนี้


หรือจะเป็นพวกเมต้าฮิวเมน เอเลี่ยนจากต่างดาวที่บินไปบนฟ้า แต่เขาก็เห็นแล้วนะว่าเจ้านั่นใช้วิธีเดินบนพื้นเอา แบทแมนเก็บเศษซากกล้องวงจรปิดที่กองอยู่บนพื้นใส่ถุงพลาสติกใส ถึงจะไม่ได้อะไร อย่างน้อยถ้าเอาไปวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือในถ้ำค้างคาวอาจจะได้ชนิดของมีดที่อีกฝ่ายทำลายมันก็ได้


จู่ๆ มีอาวุธปลายแหลมจากมุมมืดเขวี้ยงมาที่อัศวินรัตติกาลด้วยความเร็วหมายที่จะเจาะกลางสมองเขา ถ้าหากเป็นมนุษย์ธรรมดาคงได้หมดหายใจไปตรงนั้นแล้ว แต่นี่เพราะเขารู้สึกตัวทันจึงได้ขว้างแบทตาแรงสวนกลับไปอย่างทันท่วงที ประสาทสัมผัสทั้งห้าเริ่มระวังสิ่งรอบข้างมากขึ้น ดวงตาสองข้างสอดส่องหาตัวการ มือยกขึ้นตั้งรับการโจมตีระลอกสองที่จะตามมาในไม่ช้า


มันต้องมาอีกแน่


และก็ไม่ใช่เรื่องเหนือคาด บรูซยกแขนตั้งการ์ด รับแรงเตะจากเท้าของอีกฝ่ายในระยะประชิดได้ ในที่สุดชายปริศนาก็โผล่มา แบทแมนคอยตั้งรับการโจมตีของคนตรงหน้าไปสายตาก็วิเคราะห์ลักษณะท่าทางของคู่ต่อสู้ไปด้วย ที่อีกฝ่ายโจมตีมาเป็นศิลปะป้องกันตัวด้วยมือเปล่าแขนงหนึ่งที่เขาเคยเรียนมาเหมือนกัน แถมเหมือนรู้เชิงเขาเสียด้วย ไม่ว่าจะเตะ จะต่อยไปที่ไหนก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะตั้งรับได้หมด และเขาเองก็เช่นกัน ตอนนี้กลายเป็นว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลยสักคน


“นายเป็นใคร มาทำอะไรที่เมืองของชั้น” ในหัวของฮีโร่ค้างคาวเขามั่นใจว่า คนตรงหน้าต้องเป็นคนที่เขารู้จัก หรือไม่ก็รู้จักเขาเป็นอย่างดี การโจมตี การตั้งรับ แบบนี้จะเป็นใครได้


“คุณเป็นแบทแมนไปเพื่ออะไร” บรูซหลบหมัดที่เล็งมาตรงหน้า แล้วสวนต่อยคืนกลับไป แต่อีกฝ่ายก็หลบได้เหมือนกัน กลายเป็นว่าชกลมไปทั้งคู่ ถึงแม้จะไม่เห็นหน้า แต่บุรุษค้างคาวก็พอจะเดาจะเดาได้ว่าหมอนี่ต้องไม่พอใจอะไรเขาแน่ๆ


“นายมาทำอะไรกันแน่” ถามไปอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบอยู่ดี เหมือนเขากับคนแปลกหน้ากำลังคุยกันคนละเรื่อง


“เพื่อก๊อทแธมงั้นเหรอ? คุณคิดจริงๆหรือว่าเมืองนี้จำเป็นต้องมีแบทแมน” ชายปริศนากระโดดถอยหลังออกไปก่อนที่จะเขวี้ยงมีดปลายแหลมแทงไปที่สีข้างอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว


บรูซกระโดดหลบไปอีกมุมหนึ่งของดาดฟ้าตึก มือจับไปที่สีข้างที่โดนแทงเมื่อกี้ มันแค่ถากๆก็จริง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าถ้าเขากระโดดออกมาไม่ทันคงเฉือนโดนเนื้อไปแล้ว มองมือเปื้อนเลือดของตัวเองสลับกับใบหน้าของคนตรงหน้าที่มีผ้าคลุมสีดำปิดบังเอาไว้


“คุณเห็นความเปลี่ยนไปอะไรในก๊อทแธมมั้ย ไม่ว่าคุณจะทุ่มเทให้มันมากเท่าไหร่ เมืองนี้ก็ยังต่ำทราม โสมม ไม่น่าให้อภัยอยู่ดี”


“ไม่ใช่” ปากตะโกนปฏิเสธออกไป มือก็เตรียมรับมืออีกฝ่ายกระโจนเข้าหาเขาไปพร้อมๆกัน แต่ไม่ว่าจะเตะจะต่อยคนตรงหน้าไปที่ไหน อีกฝ่ายก็ตั้งรับได้อย่างเฉียบคมทุกครั้ง ความรู้สึกแปลกๆเหมือนสู้กับตัวเอง เหมือนเขากำลังมองภาพสะท้อนตัวเองในกระจกอยู่


ทั้งอาวุธที่ใช้ ทักษะการสู้แบบมือเปล่า รวมถึงความรวดเร็วคล่องแคล่วระดับนี้ หมอนี่ต้องเป็นนักฆ่ามืออาชีพแน่ๆ  


“ไม่ใช่....หรือคุณจะบอกว่า คุณเป็นแบทแมน เพื่อคนที่คุณรักงั้นเหรอ” ผู้ชายปริศนาควงมีดบนมือ ยืนอยู่นิ่งๆเขานับถอยหลังในใจหนึ่งนาที ก่อนที่จะเห็นทีท่าของอัศวินแห่งรัตติกาลเปลี่ยนไป


“นายเป็นใคร ต้องการอะไรกันแน่” อุ่ก มีดนี้เคลือบยาพิษเอาไว้ บรูซรู้สึกขาแขนสั่นไปหมด แทบยืนไม่ขึ้นจนต้องเอามือพิงกับกำแพง สมองประมวลในหัวน่าจะเป็นยากล่อมประสาทอะไรบางอย่าง แบทแมนหยิบไซลิงค์ยากระตุ้นประสาทที่ออกฤทธิ์ตรงข้ามขึ้นมาจากเข็มขัด (เข็มขัดแบทแมนของเขามีทุกอย่างนั่นแหละ) ขึ้นมาแทงที่บาดแผลเดิม


“คุณคิดว่าการเป็นแบทแมน ทำให้คนที่คุณรัก มีความสุขจริงๆหรอ” จู่ๆชายหนุ่มตรงหน้าก็ตอบมาด้วยเสียงของแบทแมน ทำให้แบทแมนตัวจริงจับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา ในหัวเกิดคำถามขึ้นมามากมายสับสนไปหมด หรือว่าหมอนี่จะเป็นตัวเขามาจากอีกโลกนึง หรือจะแค่ใช้เครื่องดัดเสียงเอาเฉยๆ แต่ฝีมือแบบนี้ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครได้อีกล่ะ ยกมือขึ้นเตรียมตั้งการ์ดการโจมตีของคนตรงหน้าอีกครั้ง



…..


“ท้ายที่สุด พวกเขาจะเหลืออะไรจากการที่คุณเป็นแบทแมน”


คำถามเมื่อตอนกลางวันตอนนี้บรูซได้คำตอบแล้ว หมอนี่เป็นศัตรูแน่ๆ  แบทแมนปาระเบิดควันออกไป ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าก่อนว่าเขาควรจะกระโดดเข้าไปโจมตีในกลุ่มควันนั่นอีกครั้งเพื่อจับมันซะ หรือ ล่าถอยออกไปก่อน แต่สภาพตอนนี้ขืนอยู่ต่อไปเขาที่เสียเปรียบอยู่แล้ว น่าจะเป็นฝ่ายเสียท่าซะเอง คิดดังนั้นอัศวินแห่งรัตติกาลหยิบปืนยิงเชือกขึ้นมายิงก่อนที่จะโหนตัวลงไปที่ตรอกมืดใกล้ๆ เข้าไปนั่งที่แบทโมบิล และขับออกไปจากพื้นที่การต่อสู้

 

 


เดเมี่ยน เวนย์อายุ 11 นั่งเท้าคางมองหน้าจอแบทคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้าด้วยความเบื่อหน่าย หัวจะฟุบกับพื้นกระจกบนโต๊ะอยู่รอมร่อ เด็กน้อยหาวออกมาเป็นรอบที่….รอบที่เท่าไหร่แล้วนะ คืนนี้คุณพ่อออกไปลาดตระเวนคนเดียวและให้เขาประจำการคอยดูว่ามีอะไรน่าสงสัยเกิดขึ้นมา จะอะไรก็ตามตั้งแต่หลังจากลงมาเปลี่ยนชุดที่ถ้ำค้างคาว เพนนีเวิร์ธพ่อบ้านประจำตระกูลเวนย์ก็บอกเขาว่า คุณพ่อเขาออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว และไม่อนุญาตให้เขาตามออกไปอีกต่างหาก แต่นี่เขาก็นั่งดูหน้าจอมาจนจะค่อนคืนแล้วก็ยังไม่เห็นมีอะไรน่าสงสัยที่ว่าเลย อยู่เฉยๆที่ถ้ำค้างคาวน่าเบื่อชะมัดเด็กน้อยนั่งเขย่าขาตัวเองใต้โต๊ะแก้ง่วง จนพ่อบ้านชราอดดุไม่ได้


“คุณหนูเดเมี่ยน กระผมว่าถ้าง่วงแล้วคุณหนูขึ้นไปนอนดีกว่านะครับ”


“ไม่ เพนนีเวิร์ธ ผมไม่ได้ง่วงสักหน่อย” พูดทีหาวออกมาที ตาแทบจะปิดอยู่แล้ว นี่เหรอสภาพของคนไม่ง่วง อัลเฟรคถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย แต่ก็ไม่แปลกใจในคำตอบของเด็กอายุ 11 เท่าไหร่นัก เขาหยิบผ้าห่มที่เตรียมมาใช้เผื่อการนี้อยู่แล้วขึ้นมาคลุมไหล่เล็กๆของคนไม่ง่วงที่นั่งหน้าบึ้งมองหน้าจอว่างเปล่าของแบทคอมพิวเตอร์ แล้วยืนเฝ้าคุณหนูของเขาเหมือนเดิม ในใจคิดว่าหากเด็กคนนี้หลับสนิทเมื่อไหร่ เขาจะพาเจ้าตัวไปนอนบนเตียงห้องตัวเองดีๆ อัลเฟรคเงยหน้ามองภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วเมืองก๊อทแธมบนมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ คืนนี้ดูจะเป็นคืนที่สงบเป็นพิเศษ ถ้าไม่ติดที่ว่าอีกไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงยานพหนะแสนคุ้นเคยจากด้านนอกเคลื่อนที่เข้ามาในถ้ำค้างคาว เรียกสติให้เขาและเด็กชายที่สะลึมสะลือหันไปมอง


“คุณพ่อกลับมาแล้ว” เดเมี่ยน เวนย์พูดออกมา ก่อนที่จะลุกพรวดออกจากเก้าอี้ เมื่อเห็นแบทแมนเปิดประตูแบทโมบิล ลงมาอย่างทุลักทุเล คุณพ่อเขาได้รับบาดเจ็บ


อัลเฟรค เพนนีเวิร์ธรีบรุดตัวเข้าไปพยุงอัศวินรัตติกาลขึ้นมา นายท่านบรูซมีบาดแผลฉกรรจ์เต็มตัวไปหมด แต่ที่หนักที่สุดน่าจะเป็นตรงสีข้างที่ตอนนี้เป็นรอยแผลเหวอะติดเชื้อจนน่ากลัว พ่อบ้านรีบพานายท่านของเขาไปบนเตียงทำแผล โดยมีคุณหนูเดเมี่ยน ยืนมองอยู่ข้างๆ ชายชราหยิบมีด เข็มฉีดยา และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลต่างๆขึ้นมาลงมือทำแผลผู้เป็นนาย เรื่องฉุกเฉินพวกนี้เกิดขึ้นได้ทุกคืนอยู่แล้ว จะบอกว่าหนักกว่านี้ก็เคยเจอมาก่อน แต่ถ้าเลือกได้เขาขอให้ทุกคนกลับคฤหาสน์มาอย่างปลอดภัยดีกว่า


“คุณพ่อ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”


“อั่ก!! เรื่องมันยาวนิดนึง” บรูซกัดฟันตอบลูกชายไป ยามที่พ่อบ้านทายาฆ่าเชื้อลงที่แผลของเขา


“กระผมหวังว่านายท่านบรูซคงจะไม่รังเกียจที่จะเล่าให้พวกเราฟัง” อัลเฟรคพูดขึ้นมา นายท่านบรูซเป็นพวกที่ชอบเก็บอะไรทุกอย่างไว้คนเดียว และ จัดการเรื่องทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวโดยไม่หวังพึ่งคนอื่น นิสัยแบบนี้ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่เชื่อใจกันในครอบครัวมาแล้ว และจบลงที่บรูซสัญญาว่าจะไม่ปิดบังอะไรกันอีก เรื่องนี้ก็ด้วย บรูซถอนหายใจ ยกมือขึ้นลูบหัวเดเมี่ยนมองเขาอย่างเป็นห่วง ก่อนที่จะหยิบเมมโมรี่การ์ดออกมาจากชุดค้างคาวยื่นให้เด็กชาย


เดเมี่ยนเดินเอาชิฟการ์ดที่ว่าไปเปิดในแบทคอมพิวเตอร์ ระหว่างอัลเฟรคเย็บแผลให้พ่อของเขา ใช้เวลาอ่านประมวลผลชั่ววินาที ภาพวิดิโอที่เป็นมุมมองของแบทแมนก็ฉายขึ้นมาบนจอภาพขนาดใหญ่บนถ้ำค้างคาว คนเป็นพ่อนั่งรับการปฐมพยาบาลอยู่บนเตียงไป พูดเรื่องที่ตัวเองประสบมาไปกับวิดิโอ


“มีหลุมมิติโผล่มาจากตรอกหนึ่งในเมืองก๊อทแธมพร้อมกับชายปริศนาคนนี้ พ่อไม่รู้ว่าเขามีเป้าหมายอะไร แต่ดูแล้วเขาไม่ค่อยจะชอบพ่อเท่าไหร่”


…..” เมื่อเห็นว่าคุณหนูคนเล็กของบ้านพยักหน้าให้ความสนใจไปที่จอภาพ เขาก็เล่าต่อ


“ที่น่าสงสัยคือ เขารู้ตำแหน่งกล้องวงจรปิดทั้งหมดของเมืองนี้ ถ้าไม่ใช่คนในลีคก็ไม่น่าจะรู้ได้”


…..


“แล้วก็ทักษะการต่อสู้แบบประชิดตัวของเขา จะต้องเป็นคนรู้จักพ่อดีมากๆ ถึงได้เลือกวิธีตั้งรับที่ดีที่สุดได้ในจังหวะที่ลงตัวทุกครั้ง”


…..” บรูซเห็นลูกชายมองวิดิโอที่เขาต่อสู้กับอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเดเมี่ยนฟังที่ตัวเองพูดอยู่หรือเปล่า แบทแมนปลดเข็มขัดคาดเอวลง หยิบมีดที่เก็บได้ในระหว่างการต่อสู้ขึ้นมา


“แล้วก็มีดอาบยาพิษเล่มนี้ พ่อคิดว่าชายปริศนาคนนั้นน่าจะเป็นนักฆ่ามืออาชีพ”


เดเมี่ยนหันมามองโลหะปลายแหลมที่คุณพ่อโชว์ให้ดู ก่อนที่จะตาโตขึ้นมาแล้วรีบกลับเป็นเหมือนเดิมทันที แต่ก็หนีไม่พ้นสายตาเฉียบคมของยอดนักสืบ


“มีอะไร เดเมี่ยน”


“คุณพ่อ มีดพวกนี้เป็นของนักฆ่าไม่ผิดแน่ ผมเคยชะ..ผมเคยเห็น” ตอนแรกเด็กชายตั้งใจจะพูดว่าตัวเองเคยใช้ฆ่าคนมาก่อน แต่ในใจของเด็กน้อยก็ปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่นักฆ่าอีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้น แค่เคยเห็นเท่านั้นแหละ แต่ลักษณะของมีดเล่มนี้มันเหมือนกับ


บรูซพยักหน้าให้เด็กชาย ก่อนที่จะนิ่วหน้าเมื่ออัลเฟรคใช้มีดเฉือนเนื้อที่ติดเชื้อตรงสีข้างของเขาออกมา ชายชราบรรจงทาแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อรอบบริเวณปากแผลไป บรูซกัดฟันทนความเจ็บจี๊ดที่สีข้างเขา ตามองไปที่ภาพบนหน้าจอที่เป็นช่วงที่เขาคุยไปสู้ไปกับชายปริศนา เสียงวิดิโอดังก้องไปในถ้ำค้างคาว นอกจากคำพูดที่น่าสงสัยของชายคนนี้ สิ่งที่สะกิดใจให้คนฟังต่างช่วงวัยในถ้ำทั้งสอง คือ เมื่ออีกฝ่ายพูดด้วยเสียงของคนที่นั่งอยู่บนเตียง


เจ้าหมอนี่ดัดเสียงของคุณพ่อเขาได้ เดเมี่ยน เวนย์คิดในใจ เขาตัดทฤษฏีที่คุณพ่อเสนอมาว่าอาจจะเป็น บรูซ เวนย์ในจักรวาลอื่นออกไปทันที เพราะมันไม่ใช่แน่นอนอยู่แล้วยังไงล่ะ แต่ความคุ้นเคยของคนๆนี้มัน หันหน้าไปมองคุณพ่อกับพ่อบ้านอีกที ถ้าเป็นไปได้ เดเมี่ยนก็ไม่ได้อยากจะเชื่อลางสังหรณ์ของตัวเองเท่าไหร่


“พ่อก็ไม่รู้ว่าจะมีการโจมตีมาอีกตอนไหน เดเมี่ยน ลูกห้ามออกไปข้างนอกโดยไม่มีพ่อนะ มันอันตราย” บรูซกำชับลูกชายตัวเองที่จู่ๆก็นั่งเงียบไป


….


“เดเมี่ยน ลูกฟังอยู่หรือเปล่า”


“ผมได้ยินแล้ว”


คลิปวิดิโอตัดจบลงทีแบทแมนปาระเบิดควันออกไป พอดีกับที่อัลเฟรค เพนนีเวิร์ธทำแผลให้นายท่านของเขาเสร็จ บรูซกล่าวขอบคุณพ่อบ้านของเขา ก่อนที่จะลุกขึ้นหยิบมีดที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุใส่ไว้ในตู้กระจกเตรียมไปวิเคราะห์พรุ่งนี้ คืนนี้เขาอ่อนเพลียเกินกว่าจะสืบอะไรต่อแล้ว ยื่นมือมายีหัวเด็กชายและลงมือเปลี่ยนชุดตัวเองพร้อมเรียกลูกชายให้มาเปลี่ยนชุดโรบินเป็นชุดนอน


“เดเมี่ยน เข้านอนได้แล้ว เดี๋ยวเราค่อยจัดการเรื่องนี้ต่อพรุ่งนี้” ยืนเท้าเอวหาวไป มองลูกชายที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนชุดเสียที


“คุณพ่อกับเพนนีเวิร์ธไปก่อนเลย ผมอยากอยู่ดูคลิปต่ออีกหน่อย”


…..


“ผมขออีกครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวผมปิดไฟกับแบทคอมพิวเตอร์เอง คุณพ่อกับเพนนีเวิร์ธขึ้นไปก่อนเลย” เดเมี่ยนหันหน้าไปบอกคุณพ่อ กับพ่อบ้านที่กำลังจัดการเก็บอุปกรณ์พยาบาลอยู่บนเตียง ก่อนที่จะเดินไปนั่งเก้าอี้ที่เดิมที่ตนนั่งรอเขาตั้งแต่แรก ทีแรกบรูซอยากจะไปหยุด และ อุ้มเดเมี่ยนให้ขึ้นไปนอนกับเขา แต่ก็รั้งมือไว้เมื่อคิดว่าเจ้าตัวคงเบื่อแย่ที่ไม่ได้ออกไปลาดตระเวนคืนนี้ เลยตามใจ เขาไม่อยากบังคับให้ลูกทำอะไรในสิ่งที่ไม่ชอบ ในเมื่อลูกเขาก็รับปากแล้ว อีกทั้งตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเดเมี่ยนก็ดีขึ้นมากแล้วด้วย บรูซหันไปพยักหน้าให้อัลเฟรคที่มองมาด้วยสายตาที่เป็นคำถามว่า จะดีเหรอครับ ให้คุณหนูอยู่ต่อ อัลเฟรคยังคงเป็นห่วงสารทุกข์สุขดิบของคนในบ้านเสมอ แต่ก็ต้องรับคำจากนายท่านที่ให้ตามใจคุณหนูคนเล็กของบ้านอยู่ดี ชายชราพูดกับคุณหนูของตนอีกที


“ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณหนูเดเมี่ยน อย่าลืมเข้านอนตามที่พูดด้วยนะครับ”


“รู้แล้วน่า เพนนีเวิร์ธ” เด็กอายุ 11 หันมาหน้าบึ้งใส่ บรูซยิ้มแล้วลูบหัวลูกชายอีกที (เขาติดนิสัยชอบลูบหัวเดเมี่ยนไปแล้ว) ก่อนที่จะโดนเด็กน้อยปัดมือทิ้ง เจ้าของบ้านเดินนำพ่อบ้านออกจากถ้ำค้างคาวไป


เดเมี่ยน เฝ้ามองจนแผ่นหลังของผู้ใหญ่ทั้งสองละสายตาไป ก่อนที่จะเปิดดูวิดิโอใหม่ตั้งแต่แรก อีกจอก็เปิดกล้องวงจรปิดในตัวคฤหาสน์ไป พอเห็นพ่อบ้านกับคุณพ่อเข้าห้องนอนของตัวเองไปแล้วถึงได้ปิดวิดิโอลง ลุกขึ้นออกจากเก้าอี้เปิดตู้กระจกหยิบมีดเล่มเดิมออกมา หมุนไปหมุนมาแล้วเขาก็เจอสิ่งที่เขาตามหา


นี่ยังไงล่ะ


เด็กชายเหน็บมีดไว้กับเข็มขัด ปิดแบทคอมพิวเตอร์และไฟในถ้ำค้างคาว ก่อนที่จะเดินไปที่ทางออกคนละทางกับทางขึ้นคฤหาสน์ ถูกแล้ว เดเมี่ยน ไม่ได้จะกลับไปนอนตามที่พูดไว้ตอนแรก เขาเจอหลักฐานขนาดนี้แล้วจะให้ขึ้นไปนอนเฉยๆ รอคืนพรุ่งนี้เนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก เด็กชายเปิดประตูทางออกถ้ำค้างคาวและวิ่งออกไปข้างนอกทันที ระบบการป้องกันในคฤหาสน์ถูกคุณพ่อถอดออกหมดแล้ว เพราะตอนนี้ไว้ใจเขาว่าจะไม่ออกไปไหนแล้วยังไงล่ะ เดเมี่ยนคิดใคร่ครวญกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่สักพัก ชั่งใจว่าการที่เขาโกหกผู้ใหญ่สองคนในบ้านมันควรหรือไม่ แต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ ที่เขาทำอยู่ไม่ได้โกหกสักหน่อย เขาอยากช่วยคุณพ่อต่างหาก เขาจะไปจัดการหมอนั่นแล้วก็กลับมานอน ใช่ เขาไม่ได้โกหก


เพราะตอนนี้เขารู้แล้วยังไงล่ะ ว่าชายปริศนาคนนั้นเป็นใคร

 


เดเมี่ยน เวนนย์โหนตัวมาที่ดาดฟ้าของตึกหลังเดิม ที่ที่คุณพ่อเพิ่งต่อสู้กับชายปริศนามา เด็กชายเก็บปืนยิงเชือกในเข็มขัด ก่อนที่จะหันซ้ายหันขวา บรรยากาศยามกลางคืนของเมืองก๊อทแธมช่างเงียบสงบเสียเหลือเกิน  โดยเฉพาะเมื่อเวลาเลยผ่านช่วงเที่ยงคืนไปแล้ว แม้แต่เสียงรถยนต์ก็ไม่มี มองออกไปทิวทัศน์รอบๆ บ้านเรือนต่างๆปิดไฟเข้านอนกันหมดแล้ว เหลือแต่เขาที่ยืนรอการปรากฏตัวของใครบางคนอยู่ และ รอเพียงไม่นาน ประสาทการรับรู้ว่ามีสายตาคู่นึงจ้องมองตัวเองอยู่ด้านหลังก็เรียกให้เด็กชายหันไปมอง


มาแล้วสินะ


แต่พอหันมาเขากลับไม่พบอะไร ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น ก่อนที่เสียงกระซิบข้างหูจากอีกคน ทำให้เด็กชายรีบหยิบแบทตาแรงที่อยู่ในมืออยู่ก่อนแล้ว ฟันเข้าที่หน้าอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เข้าเป้า หันหลังกลับไปอีกที ในที่สุดคราวนี้เขาก็เจอผู้ชายที่เขากำลังตามหา


“มาคนเดียวหรอ นกน้อย” ผู้ชายตรงหน้าจับข้อมือเล็กที่ถืออาวุธรูปร่างเหมือนค้างคาวหมายที่จะสร้างบาดแผลบนหน้าเขาอีกรอบ โรบินโจมตีสวนกลับมาทันที แต่คนตัวใหญ่กว่าตั้งรับมือและเท้าเล็กๆนั่นได้ทุกทันท่วงที จนสุดท้ายเด็กน้อยก็หลุดออกจากการจับกุมของเขา กระโดดไปอีกมุมหนึ่งของดาดฟ้า จ้องหน้าคนตัวโตกว่าเขม็ง


นาย เป็นนายจริงๆสินะ!!”


To be continue....


Talk : เอามาลงใน Dek-D ได้แค่นี้ล่ะค่ะ ต่อจากนี้ให้ไปหาลิงค์ดูจาก twitter ของเราเอานะคะ อยู่ใน wordpress ของเราเลย

(Dek -D ไม่ให้ใส่ลิงค์ต่อตรงไปเลยอ่าค่ะ ต้องขอโทษในความไม่สะดวกด้วยนะคะ)

นี่เป็นคู่บาปกรรม และ ผิดศีลธรรมมากๆเท่านี้เราเคยเขียนมาจนถึงตอนนี้ =3= //เแฮร่

สำหรับคนที่จะอ่านต่อ ขอเตือนให้เช็ค Warning ก่อนนะคะ เรื่องนี้ไม่ใส ไม่แฮปปี้นะ มันปวดตับจริงๆ

บอกไว้ก่อน เผื่อสภาพจิตใจรับไม่ได้ 

***Warning : Major Character Death , Graphic of Violence, Rape, Non-Consensual, Threesome, Pedophile, Marathon Sex, Exhibitionism, Incest, Lost Virgin, Drug, Underage , Kink, Blowjob, Handjob, Double Penetration, Bondage, Age difference, Size difference, omg, I write this instead of sleeping, god forgive me

เตือนแล้วนะคะ //กราบงามๆ รักคนอ่านนะคะ สวัสดีค่ะ  


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ +-.แลนข้ามคลอง.-+ จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 P-e-c to the k
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 20:17

    ไรท์จ๋าาาาา ไรท์แต่งดาร์กขนาดนี้แล้วหรอออ ฮืออออ ไปอ่านในเวิร์ดเพรสคือบับบบ ภาษานี่มาเต็ม เห็นภาพชัดมากกกก

    #3
    1
    • 14 กันยายน 2561 / 19:33
      ไรท์ดาร์คมาตั้งแต่ Broken แล้วค่ะ แต่พอเทียบกันแล้ว Broken ดูอ่อนไปเลย XD 555+
      สงสารน้องเมี่ยนกับบรูซนะคะ แต่ก็ชอบ// อะไรของหล่อน = =''
      แนะนำให้ตามทวิตเราไว้นะคะ เราชอบลงในเด็กดีเป็นเรื่องสั้น
      ถ้าอัพเรื่องใหม่ๆอาจจะไม่รู้ ถ้า follow ไว้จะได้ตามมาอ่านทันเนอะ
      (ไม่ค่อยรีอะไรเยอะหรอก ทวิตลงแต่ฟิคเนี่ยแหละค่ะ)
      #3-1
  2. วันที่ 13 กันยายน 2561 / 20:06

    ตะไมใจร้ายกะเมี่ยนนนนนนน(แง้งงงงงงงงงง//ล้มตัวลงชักดิ้นชักงอร้องห้ายยยยย)

    #2
    1
    • 14 กันยายน 2561 / 19:29
      อยากลองเปลี่ยนแนวเขียนดูบ้างค่ะ อิอิ
      จะได้หลากหลายดี XD และฟิคเรื่องนี้ก็เป็นน้องเมี่ยนเมะครั้งแรกของเราด้วย
      //บอกแล้วว่าเมะได้ กับใครน่ะเหรอ เมี่ยนไง (ฮา)
      #2-1
  3. #1 แปมคนสวย
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 17:56

    ไปอ่านมาแล้วค่ะ ตอนแรกไม่คิดอะไรมาก แต่อ่านไปอ่านมาเท่านั้น ...... โอเคค่ะ บาปจริงอย่างที่ไรต์เตือนจริงด้วย

    #1
    1
    • 12 กันยายน 2561 / 07:18
      เตือนแล้วนะ​!! //ทำเสียงเชฟป้อม​
      เป็นเรื่องแรกที่ไรท์เขียนเมี่ยนเมะได้ค่ะ​ แต่ก็เมะกับเมี่ยน​ ฮา​ หนีไม่พ้นจริงๆ​ และก็เป็น​ 3P​ เรื่องแรกอุ้ยต้ะ​ แสดงว่าต้องเขียน​ 3P​ เรื่องอื่นอีก​ แน่น๊อนค่ะ​ 555
      #1-1