คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Jondami] Unfriended

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความอ่อนแอของคนคนหนึ่ง ที่ผมไม่เคยเชื่อว่าเขาจะแสดงมันออกมา “ฮึก…ฮึก…” มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก และ ก็คงไม่น่าจะดีเท่าไหร่ แน่ล่ะ เพราะผมเป็นตัวต้นเหตุนี่นา

ยอดวิวรวม

937

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


937

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


20
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ก.ย. 61 / 07:42 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 12 ก.ย. 61 / 07:42

บันทึกเป็น Favorite



(ขอบคุณภาพประกอบฟิค จาก bakaaochan นะคะ เมี่ยนกางเกงขาสั้น งื้อ)

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความอ่อนแอของคนคนหนึ่ง

ที่ผมไม่เคยเชื่อว่าเขาจะแสดงมันออกมา

“ฮึก…ฮึก…”

มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก และ ก็คงไม่น่าจะดีเท่าไหร่

แน่ล่ะ เพราะผมเป็นตัวต้นเหตุนี่นา

“ฮึก…ฮึก…”

“…..”

ผมโจนาธาน เคนธ์ กำลังนั่งกอดเข่ามองเท้าตัวเองไปเรื่อยเปื่อย ในตู้สี่เหลี่ยมเล็กๆขนาด 1.5 x 2.4 เมตร หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันว่า ลิฟต์นั่นเอง และผมก็ไม่ใช่เด็ก 10 ขวบอินดี้มานึกอยากจะมานั่งเล่นในลิฟต์อะไรแบบนั้นด้วยสิ แต่เพราะลิฟต์มันค้างแถมไฟดับอีกต่างหาก แต่ไฟดับไม่เป็นปัญหาสำหรับซุปเปอร์บอยอย่างผมที่มีซุปเปอร์วิชันอยู่แล้ว ก็ยังมองเห็นอะไรต่อมิอะไรเป็นปกติอยู่ดี ซ้ายมือริมสุดของอีกฝั่งมีคนอีกคนอายุไล่เลี่ยกัน นั่งกอดเข่าหันหลังให้ผม ขดตัวอยู่ที่มุมๆนึง แผ่นหลังเล็กๆนั่นสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เหมือนคนกำลังร้องไห้

ไม่สิ ก็กำลังร้องไห้อยู่จริงๆ



ถ้าจะให้เท้าความก็คงต้องเป็นเมื่อ 30 นาทีก่อน

“เดเมี่ยน ชั้นว่า ลิฟต์ค้างแล้วล่ะ”

“ชั้นรู้น่า” อีกฝ่ายตอบออกมาอย่างหัวเสีย ผมเห็นเขาหน้านิ่วคิ้วขมวดมองจอโทรศัพท์ ทำท่าเหมือนจะปาลงพื้นแต่ก็ยั้งอารมณ์ขุ่นมัวในใจเอาไว้ได้เลยเก็บใส่กางเกงขาสั้นสีขาวของเจ้าตัวเหมือนเดิม ปกติเดเมี่ยนเป็นคนอารมณ์ร้ายอยู่แล้ว ยิ่งมาติดแหงกอยู่ในตู้สี่เหลี่ยมแคบๆแบบนี้ ยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม

แต่เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อยนี่

“เป็นเพราะนายนั่นแหละเดเมี่ยน” เจ้าของชื่อหันหน้ามามองผม โค้งมุมปากลงหน้าบึ้งใส่

“เพราะนายต่างหากล่ะเคนธ์ นายเป็นคนพาเรามาไอลิฟต์เฮงซวยนี่ไม่ใช่เหรอไง”

“...นั่นมัน...แต่ถ้านายไม่ลากชั้นออกมาที่นี่ตั้งแต่แรก เราก็คงไม่มาติดแหงกอยู่ที่นี่หรอก”

“ว่าไงนะ จะหาว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของชั้นงั้นเรอะ”

“ก็เออน่ะสิ ที่ชั้นต้องโกหกแม่ แล้วก็ ผิดนัดกับเพื่อนคราวก่อนมันก็เป็นเพราะนายนั่นแหละ” ใช่ มันไม่ใช่ครั้งแรก และ ก็เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่เดเมี่ยน เวนย์ลากผมออกมาข้างนอกตอนกลางคืน ด้วยเหตุผลล้านแปดของเจ้าตัวว่า นี่เป็นงานที่ฮีโร่ต้องทำ นี่ไม่ใช่เวลานอนของเด็ก ชื่อของนายคือซุปเปอร์บอยไม่ใช่เหรอไง บลา บลา บลา เหอะ ก็แค่โดนแบทแมนพ่อตัวเองทิ้งสิท่า ถึงได้มากวนประสาทผมเล่นแทน น่าหงุดหงิดนัก

“ชิส์ ทำตัวเป็นเด็กชะมัด”

“อายุห่างจากชั้นไม่กี่ปี นายก็เด็กเหมือนกันนั่นแหละ”

“เหอะ”

“เหอะ!!” เราหันหน้าไปคนละทางด้วยความเหม็นขี้หน้าอีกฝ่าย บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเดเมี่ยนถึงชอบสรรหาเรื่องมาทะเลาะกับผมได้ตลอดเวลาเลยนะ

ที่เด็กบ้านไร่อย่างผมมารู้จักกับลูกคุณหนูอย่างเขาแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอะไรหรอก ก็แค่ซุปเปอร์แมนพ่อของผมกับแบทแมนพ่อของเดเมี่ยนเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่มันก็ไม่จำเป็นที่ผมจะต้องสนิทกับลูกของเพื่อนพ่อสักหน่อยจริงมั้ย โอเค สาบานได้ว่า ผมไม่ได้เป็นคนใจแคบ แต่ ลองมาเจอเด็กแบบเดเมี่ยน เวนย์ดูสิแล้วจะเข้าใจผม

อย่างเช่นวันนี้เป็นวันหยุด ทั้งๆที่ผมจะได้ตื่นสาย ขี่จักรยานไปเล่นกับเพื่อนก๊วนเด็กผู้ชายแถวบ้าน พอพระอาทิตย์ตกดินก็แยกย้ายกันกลับตามปกติ แล้วก็เข้านอนอย่างมีความสุข ผมกลับต้องมาเจอคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดในเวลานั้น

เดเมี่ยน เวนย์

โอ้ พระเจ้าเขามาทำอะไรที่แฮมมิลตันคนเดียวตอน 2 ทุ่มแบบนี้ มันเหมือนการที่คุณคาดหวังให้เจอซานต้า ครอสมายืนยิ้มให้คุณอยู่ในห้องในคืนคริสต์มาส แต่ต่างกันตรงที่กรณีผมดันเจอบูกี้แมนแทน เขาเป็นตัวแปรที่อยู่เหนือการควบคุม คาดเดาไม่ได้ เขาคือฝันร้าย

ผิดที่ ผิดเวลา หายนะชัดๆ

ใช่ สรุปเขาก็ลากผมออกมาจากบ้านจนได้ ถามว่า มาทำอะไรน่ะเหรอ นั่นสิผมก็อยากรู้เหมือนกัน แต่ที่อยากรู้มากกว่าคือทำไมผมถึงได้ยอมเออออตามเดเมี่ยนทุกครั้ง ไม่ยอมเมินเวลาที่เจ้าตัวสรรหาคำพูดต่างๆยั่วให้ผมหงุดหงิด ท้าตี ท้าตบจนมาจบที่ตามออกมาด้วยเนี่ย

แล้วก็เกิดเรื่องอิรุงตุงนัง บ้าๆบอ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกผมสองคนทะเลาะกัน (แน่นอนว่าเดเมี่ยนเป็นคนเริ่มก่อน ) วุ่นวายสารพัดจนมาติดแหงกอยู่ในลิฟต์แคบๆแบบนี้จนได้

“เฮ้อ ให้ตายสิ”

“....”

“ชั้นไม่น่าบ้าจี้ตามนายออกมาเลย”

“เคนธ์ เดี๋ยวนี้นายขี้บ่นขึ้นเยอะเลยนะ”

“แล้วมันไม่จริงเหรอไง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ป่านนี้ชั้นคงนอนอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข” ไม่ใช่มาอยู่ในลิฟต์ กับ คุณหนูขี้วีน เอาใจยากสองต่อสองแบบนี้

“ชิส์ ทำตัวอย่างกับเด็กผู้หญิง”

“ว่าไงนะ!!”

“เหอะ หูหนวกหรือไงใกล้แค่นี้ยังไม่ได้ยินอีก” ไม่ชวนหาเรื่องผมทุกครั้งที่เปิดปากสักครั้งจะได้มั้ย

“ไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอกนะ” ตาสีเขียวมรกตหรี่มองมาเหมือนจะขู่ให้กลัว แต่ หึ ตัวก็เล็กกว่า เป็นมนุษย์ธรรมดาพลังพิเศษก็ไม่มี ใครเขาจะกลัวล่ะ อายุมากกว่างั้นเหรอ ใครสนกัน ผมจ้องตาเขากลับไปอย่างไม่น้อยหน้า เหมือนจะสื่อข้อความผ่านอากาศว่า ผมก็ไม่ได้เป็นพระอิฐพระปูนให้เดเมี่ยนมาว่าผมฝ่ายเดียวหรอกนะ

“รับไม่ได้ก็บินกลับบ้านไปร้องไห้ซบตักแม่ของนายซะสิ”

“เออ ถ้าชั้นออกไปได้ล่ะก็..”

“หุบปากแล้วก็นั่งเฉยๆ นายจะดูเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้นนะ” ผมนั่งหันหน้าเข้าผนังเงียบๆ ไม่ใช่เพราะทำตามที่อีกฝ่ายบอกหรอกนะ เป็นเพราะว่าผมกำลังสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่ต่างหาก ใจเย็นๆไว้จอน เดเมี่ยนเป็นเพื่อน ไม่ใช่ศัตรู ถึงแม้เขาจะกวนประสาท ปากไม่ดี หยิ่งยโสแค่ไหน แต่เขาก็เป็นลูกของเพื่อนสนิทพ่อ แล้วก็เป็นเพื่อนนายนะจอน

เพื่อน? เพื่อนหรอ? เหอะ ตลกร้ายชะมัด จะเดเมี่ยน เวนย์ หรือ โรบิน ก็ไม่เคยมองผมเป็นเพื่อนด้วยซ้ำ เขาเรียกผมว่าอะไรนะ อาวุธลับ งั้นเหรอ พวกลูกคุณหนูคงเห็นคนที่ฐานะต่ำกว่าเป็นสิ่งของ ของเล่นของตัวเองเหมือนกันหมดเลยสิท่า หรือจะเป็นแค่คนข้างๆผมคนเดียว แต่ก็ไม่ต่างกันหรอก

โว้ย เมื่อไหร่จะออกไปจากไอตู้แคบๆนี่ได้สักที



อ่ะใช่สิ ทำไมถึงคิดไม่ออกกันนะ

ผมลุกขึ้นยืน เอื้อมมือไปที่บานประตูตรงหน้า แต่ยังไม่ทันที่จะออกแรง เสียงของคนด้านหลังก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

“เผื่อนายไม่รู้ บนนั้นมีกล้องวงจรปิด แล้วตอนนี้นายก็เป็นโจนาธาน เคนธ์เด็ก 10 ขวบ ลูกชายของคลากค์ เคนธ์ นั่นสิ อาจจะได้ลงหน้าหนังสือพิมพ์หัวข้อข่าวว่า ว้าว เด็กบ้านนอกเกรด 4 จากแฮมมิลตันใช้แรงอภินิหาร ช่วยตัวเองออกมาจากลิฟต์ค้างที่ชั้นบนสุดของตึก K ได้อย่างปลอดภัย” คนอายุมากกว่าจงใจเน้นเสียง ว้าวของตัวเองเหมือนตั้งใจประชดผม แต่ถ้าจะเขียนข่าวจริงคงมีชื่อเดเมี่ยน เวนย์ลูกชายของบรูซ เวนย์มหาเศรษฐีขึ้นก่อนนั่นแหละ แล้วผมจะมาพูดเรื่องหนังสือพิมพ์ทำไมเนี่ย โอ้ยตาย ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง กล้องสีดำๆที่อยู่บนเพดาน ก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

ใช่ ทั้งผมและเดเมี่ยน ตอนนี้ไม่ใช่ซุปเปอร์บอยหรือโรบิน เรื่องมันคงจะเคลียร์ง่ายกว่านี้ถ้าเราใส่หน้ากากปกปิดตัวตนอยู่ จะไม่มีคนตั้งคำถามว่าออกมาได้ยังไง ยังเด็กอยู่เลยนี่ อ้าวก็นี่ลูกชายของซุปเปอร์แมนไง บลา บลา บลา ผมหันหลังกลับไปมองคนอีกคนใส่เสื้อสเวตเตอร์สีดำกางเกงขาสั้นสีขาวที่นั่งพิงผนังลิฟต์อยู่

“ชั้นก็ยังดีกว่าใครบางคนที่นั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรหรอกนะ”

“เคนธ์ ชั้นไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่านายกำลังเสียดสีชั้นอยู่”

“อย่างกับชั้นพูดไม่จริงงั้นแหละ” ตาสีเขียวมรกตช้อนขึ้นมามองผมอย่างจิกกัด เขายืนขึ้นเดินมาข้างๆผม

“ชิส์ ดูนี่นะ นี่คือปุ่มติดต่อเรียกเจ้าหน้าที่ข้างล่าง” พูดพร้อมกับกดปุ่มดังกล่าวลงไป ผมเงี่ยหูฟังดู ได้ยินแต่เสียงคลื่น ซ่า ซ่า แล้วก็ตามมาด้วยเสียงเหมือนคนกำลังกรน?

“เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ลิฟต์บ้านี่ค้างอยู่ที่ชั้นบนสุดแล้ว”

“หมายความว่า...”

“มีคนมองเราจากกล้องวงจรปิดในนี้อยู่ แต่เขาหลับ”

“.....”

“และพอเขาตื่นขึ้นมา เด็กสองคนก็ได้ออกจากลิฟต์อย่างปลอดภัย โดยที่ความไม่แตกเรื่องโรบินกับซุปเปอร์บอย”

“.....”

“เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราควรทำคือ นั่งรอให้ยามคนนั้นตื่นอย่างใจเย็น ไม่งี่เง่าเดินไปเดินมา หรือ พูดมากให้อากาศในนี้หมดไปไวกว่าเดิม”

“จะบอกว่าชั้นแย่งอากาศหายใจของนายงั้นสิ”

“อ้าว ก็ไม่ได้โง่นี่” น้อยแน่ คำก็โง่ คำก็งี่เง่า คิดว่าตัวเองดีงั้นสิ

“เด็กบ้านนอกคนนี้ต้องขอประทานโทษด้วยครับที่ไปขโมยอากาศของคุณหนูเดเมี่ยนผู้สูงส่งหายใจ”

“ชิส์ ไองี่เง่า”

“อ้าว ก็รู้ตัวเองดีนี่”

“หุบปากซะเคนธ์”

“ไม่นายนั่นแหละหุบปาก”

“เหอะ”

“เหอะ!!” และก็วนกลับมาลูปเก่าเหมือนเดิม พวกผมนั่งหันหน้ากันไปคนละทาง ปกติผมไม่ใช่คนชอบหาเรื่องอะไรหรอกนะ แบบหาเรื่องใครไปทั่วน่ะไม่เคยมีในประวัติชีวิตของโจนาธาน เคนธ์หรอกสาบานได้ แต่กลับคนข้างๆผมคนนี้แล้ว เวลาอยู่ใกล้เดเมี่ยน เวนย์ในรัศมีระยะ 2 เมตร ผมจะโดนรังสีกวนประสาทจากเจ้าตัวบั่นทอนเส้นประสาทอดทนอดกลั้นต่อสิ่งเร้ายั่วโมโหของผมไปเรื่อยๆ และยิ่งอยู่ในลิฟต์แน่นอนว่าตอนนี้ผมใกล้จะใจเย็นไม่ไหวเข้าไปทุกที

เฮ้อ จะต้องอยู่แบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่เนี่ย

ผมนั่งมองเงาสะท้อนบูดๆเบี้ยวๆของหน้าตัวเองผ่านทางผนังลิฟต์ น่าเบื่อชะมัด ไม่มีอะไรทำเลย แต่ขอล่ะ อย่าแนะนำให้ผมไปคุยกับคนแถวนี้เลย มันจะยิ่งทำให้แย่ลงกว่าเดิม มองซ้ายมองขวาไม่มีอะไรน่าสนใจ ผมเลยนั่งเคาะนิ้วเล่น มันไม่ได้ช่วยแก้เซงได้เท่าไหร่แต่ก็ดีกว่านั่งเฉยๆไม่ทำอะไรล่ะนะ

ป๊อก ป๊อก

“.....” เหมือนสวมวิญญาณดีเจ ผมเริ่มเคาะเป็นทำนองเพลง

ป๊อก ป๊อก

“.....”

ป๊อก ป๊อก

“.....”

“นี่ หยุดสักทีได้มั้ย”

“ห้ะ นายไม่เบื่อบ้างเหรอไง”

“...น่ารำคาญ” ทำยังกับตัวเองไม่เคยทำงั้นแหละ ใครบ้างไม่เคาะนิ้ว

“สงสัยนายทำไม่เป็นสิท่า ชั้นสอนให้เอามั้ย ง่ายมากเลยนะ” ผมเอื้อมมือไปคว้ามือใต้แขนเสื้อสเวตเตอร์สีดำของเขา บางครั้งก็ลืมไปเลยว่าเดเมี่ยนแก่กว่าผม 3 ปี ไม่ใช่ว่าผมตัวโตกว่าเด็กผู้ชายวัยเดียวกันหรอก เพื่อนแถวบ้านก็ตัวเท่าๆนี้กันหมด เดเมี่ยนนั่นแหละที่ตัวเล็กกว่าคนอื่น ดูสิ เทียบมือผมกับมือผอมๆมีแต่กระดูกของอีกฝ่าย ไม่แปลกใจเลยที่บางทีคนอื่นๆก็หาว่าผมเป็นพี่ชายของเขา

“ปล่อย!!”

“เอ้ะ ชั้นก็แค่...” อยากให้สถานการณ์มันดีขึ้น

“ชั้นบอกว่าให้ปล่อยไง” เดเมี่ยนสลัดมือออกจากการจากพันธนาการของผม ผมชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านซ้ายของเขา มันน่าสงสัยนักว่า เขาเคยเล่นสนุกเหมือนเด็กวัยตัวเองหรือเปล่า เอาแต่ปฏิเสธผมทุกที

“....”

“เคนธ์ นายมันงี่เง่า ปัญญาอ่อน”

“นายมันใจแคบ เอาแต่ใจ” ปากไม่ดี โมโหร้าย ทำหน้าบึ้งเป็นอยู่หน้าเดียว ชอบหาเรื่องชวนทะเลาะ กวนประสาท โว้ย ผมบรรยายข้อเสียเขาได้ยาวกว่าบอกชื่อรัฐในอเมริกาเสียอีก

“ถามจริง เดเมี่ยน นายเคยออกไปเล่นกับเพื่อนบ้างหรือเปล่า”

“ชิส์”

“อ่อ ลืมไปว่าคุณหนูอย่างนายคงไม่ลดตัวมาทำอะไรที่เด็กธรรมดาแบบชั้นทำ”

“อย่ามายุ่งกับชั้น”

“เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอไง”

“เราไม่ใช่เพื่อนกัน”

“เราไม่ใช่-”

“ใช่ เราไม่ใช่ ก็แค่คนมีประโยชน์ร่วมกัน” นี่สรุปคือเขาเห็นผมแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ย ไอที่เป็นซุปเปอร์บอยกับโรบินที่ผ่านมา ก็แค่คนมีประโยชน์ร่วมกันงั้นเหรอ

แล้วเพื่อแค่นั้นเนี้ย ผมจำเป็นต้องโกหกแม่ กับ ผิดนัดกับเพื่อนด้วยหรือไง

แบบนี้มันหลอกใช้กันชัดๆเลยนี่

ทำไมข้างในมัน...แปลกๆ...ผมกำลังโมโหอยู่สินะ

“นายหลอกใช้ชั้น”

“ม…...ชั้นคิดว่า ชั้นบอกนายตั้งแต่แรกที่เราเจอกันแล้วนะ ว่า เราไม่มีวันเป็นเพื่อนกันได้หรอก ”

“งั้นนายก็ไม่รู้สิท่าว่ามีเพื่อนมันดีตรงไหน”

“ชิส์ ไม่เห็นสำคัญเลย”

“แสดงว่านายไม่เคยมีเพื่อนเลยล่ะสิ เดเมี่ยน”

“เหอะ ไร้สาระ”

“ก็เพราะนายเอาแต่ทำตัวแบบนี้ไง ชาตินี้ทั้งชาตินายก็ไม่มีวันหาเพื่อนได้หรอก!!”

“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ เอเลี่ยน”

“ถึงชั้นจะเป็นเอเลี่ยน แต่ชั้นก็ยังเป็นผู้เป็นคนดีกว่าน- โอ้ย!!” ผมไม่ทันตั้งรับหมัดที่เขาชกมาตรงหน้า ล้มคว่ำหน้าไปกับพื้น มันก็เจ็บอยู่หรอก แต่โมโหมากกว่า

“ไปตายซะ”

“เอางั้นเหรอ ได้สิ” ผมลุกขึ้นยืนเก็บแว่นขึ้นมาจากพื้น เอี้ยวตัวหลบลูกเตะของเขาที่ตั้งใจเล็งมาที่กลางหน้าผาก แต่ก็ไม่ทันระวังหมัดที่เขาสวนมาอีกครั้ง

พลั่ก!

ผมยกแขนเสื้อเช็ดเลือดออกตรงมุมปาก เริ่มเลือดขึ้นหน้าแล้วเหมือนกัน ไม่ยอมให้เดเมี่ยนมาต่อยอยู่ฝ่ายเดียวหรอก สองครั้งแล้วด้วย เขาหาเรื่องผมก่อนชัดๆ ผมใช้ซุปเปอร์สปีดสไลด์ตัวเองเข้าไปคว้าข้อมือทั้งสองของเดเมี่ยนขึ้นมา

“นายคิดว่าแรงคนธรรมดาจะมาสู้มือเปล่ากับชั้นไหวหรอ” ดูสิ ออกแรงบีบนิดเดียวแขนผอมแห้งนี่ก็ใช้การไม่ได้แล้ว ไม่ต่างอะไรกับหักไม้จิ้มฟันหรอก ผมเห็นลูกชายของเพื่อนพ่อนิ่วหน้าพยายามสลัดมือให้ออกจากแรงซุปเปอร์บอยของผม ข้อมือเล็กๆนี่คงจะช้ำห้อเลือดแล้วล่ะ เหอะ แต่เดเมี่ยนจะทำอะไรได้ ตัวเล็กกว่า พลังวิเศษก็ไม่มี

“ชิส์ ปล่อยนะ เอเลี่ยน” ผมดันตัวเขาเข้าไปติดกับผนังอีกด้านนึง ก้มลงไปกระซิบใส่หูอีกฝ่าย

“พ่อนายคงไม่ได้บอกน่ะสิว่า อย่าทำเอเลี่ยนโมโหโดยที่ไม่ได้พกคริปโตไนน์” เงยหน้ามองใบหน้าของลูกชายของเพื่อนพ่อนิ่งๆ ดวงตาสีเขียวมรกตคู่ตรงข้ามสั่นไหวนิดๆหลบตาของผม กัดปากตัวเองพยายามที่จะไม่แสดงอาการออกมาว่ากลัวผม ผมไม่รู้ว่าตัวเองยิ้มออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่   

“....”

“ไง โรคดีแต่ปากหายไปไหนแล้วล่ะ คุณหนู”

“ชั้นเกลียดนาย”

ความจริงเราควรจะหยุดทะเลาะตั้งแต่ตีกันแล้ว แต่แทนที่จะเป็นอย่างนั้น ผมกลับทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดลงไป



“......ชั้นเกลียดนายเดเมี่ยน บางทีชั้นก็อยากให้นายหายๆไปจากชีวิตชั้นซะ!!!…...”




















กลับมาที่ปัจจุบัน

“ฮึก...ฮึก….”

ข้างในตู้สี่เหลี่ยมแคบๆนี้มันเงียบมาก จนได้ยินเสียงสะอื้นของเขาชัดเจน ผมเห็นคนข้างๆพยายามที่จะกลืนเข้าไปเป็นส่วนนึงในมุมนึงของลิฟต์ เหมือนต้องการซ่อนตัวจากโลกทั้งใบ เดเมี่ยนนั่งกอดเข่าไหล่ลู่ลงทำให้เขาดูตัวเล็กลงกว่าเดิม และ ทุกครั้งที่เขาสะอื้น มันคงจะดูน่าสงสารจับใจในสายตาคนทั่วไป แต่ไม่ใช่กับผม โอเค ผมค่อนข้างแปลกใจกับภาพลักษณ์ใหม่ในตัวลูกชายของเพื่อนพ่อมาก แต่ที่ผมเห็นในตัวคนอายุมากกว่ามีเพียงแต่ ความอ่อนแอ เขาอ่อนแอ เขาเป็นแค่มนุษย์ ความหยิ่งยโสของเขาถูกผมทำลายหมดแล้ว เขาดูน่าเกลียดในสายตาผม นั่งกอดเข่าขดตัวร้องไห้อยู่ในมุมๆนึงของลิฟต์คนเดียว โดดเดี่ยว

ผมเลือกที่จะนั่งเฉยๆ มีอะไรที่ผมทำได้ด้วยเหรอไง

“ฮึก...ฮึก….”

ผมปลอบใจคนเป็น แต่ผมคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องทำกับเขาสักหน่อยนี่

เรื่องทั้งหมดที่เป็นแบบนี้ มันก็เพราะ เดเมี่ยนทำตัวเองนั่นแหละ

“ฮึก...ฮึก….”

แต่...ไม่รู้ทำไมข้างในมันรู้สึกอึดอัดแปลกๆ

อ๋อ ผมคงหนวกหูเสียงร้องไห้ของเขาสินะ

แน่อยู่แล้วล่ะ น่ารำคาญจะตาย

เมื่อไหร่จะผ่านคืนนี้ไปได้สักที


ผมไม่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ พอรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่เห็นแสงสว่างจากด้านนอกคอยๆสาดเข้ามาในลิฟต์ ผมหรี่ตามองเห็นเงาใหญ่ๆของคนคุ้นเคย ก่อนที่จะตาโตขึ้นเมื่อเงานั้นกระโจนเข้าหาตัวผม

“จอน!!”

“พ...พ่อ”

“ค่อยยังชั่วโล่งอกไปที” ผมยกแขนกอดตอบอ้อมแขนใหญ่ที่โอบรอบตัวผมอยู่ ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความรัก และ ความห่วงใยจากซุปเปอร์แมน แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นคลาก เคนธ์ หรือซุปเปอร์แมน สำหรับผมแล้ว เขาก็คือ พ่อเพียงคนเดียวของผม

“จอน ลูกไม่เป็นอะไรใช่มั้ย”

“ฮะ”

“งั้นกลับบ้านกันเถอะลูก” พอพ่อคลายกอดออกมา พวกเราสองคนถึงนึกขึ้นได้ว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่ผมกับซุปเปอร์แมน เดเมี่ยน เวนย์ยืนกอดตัวเองมองพวกผมอยู่ห่างๆ จากตรงนี้ผมเห็นใบหน้าขึ้นสีแดงจางๆ และ ดวงตาบวมๆของเขาได้ชัดเจน เขายังสะอื้นอยู่ โดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง และ น่าสงสาร ผมหันไปมองพ่อของผมเดินไปหาเขา

จะเรียกแอบฟังก็ไม่ได้ เพราะระยะไม่ได้ห่างมาก ผมเลยบังเอิญได้ยินเท่านั้นแหละ

“เดเมี่ยน..”

“.....”

“เธอเองก็ไม่เป็นไรใช่มั้ย” เดเมี่ยนพยักหน้าเบาๆ หันหน้าหลบตาซุปเปอร์แมน

“....”

“เธอจะกอดชั้นก็ได้นะ” พ่อผมอ้าแขนออกมากว้างๆ ถ้าเป็นเด็กทั่วไปคงวิ่งเข้าไปแย่งชิงอ้อมกอดอันอบอุ่นของซุปเปอร์แมนกันใหญ่แล้ว แต่เด็กตรงหน้าพ่อกลับส่ายหน้าพร้อมกับก้าวถอยหลัง เหมือนพวกสัตว์ป่าระแวงนักล่า

“พวกพี่ชายของเธอก็ชอบกอดชั้น มันไม่ผิดหรอกนะที่แสดงความเป็นเด็กน่ะ”

“ผ..ผมไม่ใช่เด็ก”

“ชั้นคงเป็นฮีโร่ที่แย่ ขนาดมีคนมาร้องไห้อยู่ตรงหน้ายังปลอบใจไม่ได้”

“นะ” เดเมี่ยนค่อยๆเดินเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆเหมือนยังลังเลใจอยู่ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมรับกอดจากซุปเปอร์แมนแต่โดยดี มีเด็กคนไหนไม่ชอบความอบอุ่น อ่อนโยนของบุรุษแห่งความหวังบ้างล่ะ เขาดูกลืนหายไปกับผ้าคลุมของซุปเปอร์แมนเลย ถ้าผมไม่สังเกตเห็นมือใหญ่ของพ่อลูบผมเขาเบาๆ

“ฮึก...ฮึก….”

“ไม่เป็นไรนะ”

“ฮึก...ฮึก….”

“ชั้นอาจสู้พ่อเธอไม่ได้ แต่ชั้นดีใจนะที่เธอไม่รังเกียจชั้น”

มันมีหลายครั้งที่ผมเห็นในทีวี หรือกับตาตัวเอง ที่ซุปเปอร์แมนกอดกับเด็กคนอื่นๆ มันชินซะแล้วล่ะที่เราต้องแชร์พ่อตัวเองกับคนอื่น ช่วยไม่ได้เพราะพ่อผมเป็นบุรุษแห่งความหวัง ขวัญใจเด็กๆกับประชาชนนี่นา แต่ไม่รู้ทำไมพอเห็นคนสองคนตรงหน้า ผมกลับรู้สึกไม่ดี ไม่ชอบใจ ขอบตาร้อนผ่าวแปลกๆ

อิจฉาหรอ บ้าน่า เป็นไปไม่ได้

ผมเดินเข้าไปหาทั้งสองคน พอดีกับที่ซุปเปอร์แมนคลายกอดลง พ่อหันมายิ้มให้ผมตามปกติ ขณะที่เดเมี่ยนไม่หันมามองหน้าผมเลย เหมือนกับแสร้งว่าผมกลายเป็นธาตุอากาศในสายตาสีเขียวมรกตคู่นั้นไปเรียบร้อยแล้ว หึ ผมก็ไม่มีอะไรต้องคุยกับเขาเหมือนกันนั่นแหละ

“กลับบ้านด้วยกันเถอะ เดี๋ยวชั้นไปส่งเธอเอง”

“ม...ผมกลับเองได้”

“นี่ดึกมากแล้ว บรูซคงไม่ยอมแน่ถ้าชั้นปล่อยให้ลูกชายเขากลับบ้านคนเดียว”

“.....”

“ขอร้องล่ะ ชั้นเป็นคนอาสาพ่อเธอมาเอง คิดซะว่าทำเพื่อชั้นเถอะนะ” ลังเลอยู่สักพักสุดท้ายก็ยอมให้ซุปเปอร์แมนอุ้ม พ่อหันหน้ามาขยิบตาให้ผม ลืมไปเลยว่า ตอนนี้ผมเป็นโจนาธาน เคนธ์เด็ก 10 ขวบธรรมดา ไม่ใช่ซุปเปอร์บอย ผมเดินไปขี่หลังเขา

และก็ได้เวลา พวกเราสามคนบินออกจากตึกบ้าๆนี่สักที

ตลอดการเดินทางผมก้มไปมองหน้าเดเมี่ยน และผมรู้ว่าเขารู้ เขาถึงได้ทำเหมือนผมไม่มีตัวตน

ผมนั่งคิดถึงคำพูดสุดท้ายที่เขาพูดกับผม มันคือคำสามคำสั้นๆ ‘ชั้นเกลียดนาย’

เหมือนสายสัมพันธ์ของผมกับเขาขาดออกจากกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมผมดันเห็นภาพตัวเองเป็นคนถือกรรไกรตัดมันเองกับมือ

‘เราไม่ใช่เพื่อนกัน’

มันหมายถึงแบบนี้เองสินะ

ว่า ผม กับ เดเมี่ยน ไม่มีวันเป็นเพื่อนกันได้ตั้งแต่แรกแล้ว



14 วันแล้วสินะ ที่เขาไม่โผล่มาให้ผมเห็นหน้า

ผมนั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ บนโต๊ะมีกระดาษการบ้านคณิตศาสตร์ที่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยวางอยู่ ข้างๆมีโทรศัพท์ของผมเองเปิดวิทยุทิ้งไว้ ผมไม่ได้ฟังมันหรอก ตอนนี้เล่นเพลงอะไรอยู่ผมก็ไม่รู้ ช่วงนี้รู้สึกจิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอยเลยไม่รู้เป็นอะไร

หลังจากคืนนั้นที่ซุปเปอร์แมนพาลูกชายของแบทแมนไปส่งถึงที่หน้าประตูคฤหาสน์ พ่อบ้านประจำตระกูลก็มายืนรอคุณหนูของเขาอยู่แล้ว พอลงจากตัวซุปเปอร์แมน เขาก็เดินเข้าบ้านหายไปเลย ผมเห็นพ่อคุยอะไรกับคุณอัลเฟรคนิดหน่อย ไม่น่าสนใจอะไร เลยเลือกที่จะมองดาวบนฟ้าแทน

“กระผมต้องขอโทษคุณหนูจอนแทนคุณหนูเดเมี่ยนด้วยนะครับ”

“อ๊ะ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็-”

“คุณหนูเดเมี่ยนฝากกระผมมาบอกว่า เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ครับ” ผมควรจะดีใจไม่ใช่เหรอที่ได้ยินแบบนี้ ทีนี้ชีวิตผมจะเลิกข้องเกี่ยวกับเดเมี่ยน เวนย์สักที จะไม่มีใครมาหาเรื่องกวนประสาท ชวนทะเลาะให้ปวดหัวเล่น แต่ทำไมผมถึงไม่ดีใจกับมันเลยล่ะ

ทำไมผมถึงต้องเปิดหน้าต่างรอว่าจะมีใครสักคนเข้ามาหาทุกคืนด้วย

แต่ก็ไม่มีวี่แววของคนที่ว่าเลย

ให้ตายสิ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ในหัวมีแต่เรื่องของเดเมี่ยน พอไม่มีเขามันเหมือนอะไรบางอย่างมันขาดหายไป

ผมคิดถึงเขา

‘อ่าวล่ะครับมาถึงช่วงถามตอบจากคุณผู้ฟังทางบ้านบ้างแล้วครับ คำถามในวันนี้ส่งมาจากคุณ ABC ถามเลิฟกูรูของเราว่า อะแฮ่ม ขอโทษนะคะ อาจารย์ คือหนูทะเลาะกับแฟนรุนแรงมากเลยค่ะ ถึงขั้นยืนยันว่าจะเลิกกันเลยค่ะ หนูจะทำยังไงดีคะ ทั้งๆที่หนูเป็นคนผิดเองแท้ๆ แต่หนูก็ยังรักเขา ขนาดตอนเขียนเนี่ยยังมองรูปเขาอยู่เลยล่ะค่ะ’

ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่ได้อยู่กับเดเมี่ยน เราทะเลาะกันตลอดก็จริง แต่ลึกๆแล้วมันก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่า ผมสนุก ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับเขา

ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับเดเมี่ยน เวนย์

ผมชอบเวลาที่เขายิ้มให้กับสัตว์เลี้ยงของเขา ชอบเวลาที่เขาหน้าบึ้งใส่ผมเวลาผมไปแหย่เล่น ชอบดวงตาสีเขียวภายใต้หน้ากากเวลามองมาที่ผม ผมชอบที่จะได้ยินเสียงของเขา และเกลียดเวลาที่เห็นใบหน้าเล็กๆนั่นมีน้ำตา ผมอยากจะให้เขายิ้มให้ผมมากกว่านี้ อยากจะทะเลาะกับเขามากกว่านี้ อยากจะให้เขามาเป็นโรบินของผม

ผมอยากอยู่กับเขา

อยากเจอเขาจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว

‘อืม ก่อนอื่นเลยพี่ต้องบอกให้คุณน้องใจเย็นๆก่อนนะคะ ความรักเนี้ยมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่มันเข้าใจไม่ยากเลยค่ะ การทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดามากเลยค่ะ น้องแค่กลับไปหาเขา คุยกับแฟนของน้องดีๆ พี่เชื่อว่าพวกน้องจะต้องผ่านมันไปได้ค่ะ เอาใจช่วยน้องนะคะ’

‘เป็นคำตอบที่ประโยชน์มากเลยนะครับ แล้วก็มาถึงช่วง-’

ผมเองก็ได้คำตอบของตัวเองแล้วเหมือนกัน ตัดสินใจแล้วล่ะ

ผมคว้าโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าเสื้อนอก รีบวิ่งออกจากห้องนอนสาวเท้าก้าวลงบันไดมาชั้นล่าง หารองเท้าผ้าใบเก่าๆคู่โปรดในตู้ ระหว่างนั่งผูกเชือก หันหลังตะโกนไปหาพ่อแม่ที่น่าจะนั่งคุยกันอยู่ในห้องครัว

“พ่อ แม่ ผมไปข้างนอกหน่อยนะฮะ”

“จอน จะไปไหนลูก”

“ไปหาเดเมี่ยน เพื่อนของผม”

“นั่นเป็นชื่อของคนที่เราไม่ได้ยินมานานเลยว่ามั้ย โลอิส”

“ทีนี้ลูกจะได้เลิกทำหน้าเหงาๆแบบนั้นสักที ค่อยยังชั่วหน่อย”

“ผมไปนะฮะ!!”

“จ้า อย่าให้เย็นมากนะลูก”

เคยได้ยินมาว่าสายสัมพันธ์น่ะ ถ้าขาดไปแล้วต่อยังไงก็ไม่ติด

ตอนนี้ภาพที่ผมเห็นในหัว คือตัวเองกำลังเอาเส้นด้ายของผมกับเดเมี่ยนขึ้นมาต่อใหม่

ถึงผมจะผูกเงื่อนไม่ได้เรื่อง แต่แล้วไงล่ะ

ถ้าเป็นเงื่อนตายล่ะก็ผมผูกได้สบายอยู่แล้ว


_________________________________________THE END_______________________________________________


Note : ห่างหายกันไปนานเลย ลืมเราไปแล้วใช่มั้ยคะ //ร้องไห้หนักมาก 
มาคราวนี้เจอหนูจอน new version คือ จริงๆอยากให้นางเป็นแบบนี้นานแล้ว ชอบคนซาดิสถ์ 555 เพิ่งได้มีโอกาสมาเขียนจริงๆ
แกล้งหนูเมี่ยนอีกแล้วค่า ฮรือ รักน้องต้องแกล้งหนักๆ 
แล้วก็เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เขียนดำเนินเรื่องแบบบุรุษที่ 1 เลยไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่ตอนแต่งนี่มันส์มือมากค่ะ 555 
ตอนคิดชื่อเรื่องนี้อย่างฮา มี on the elevator (เชย), I hate you , เมื่อไหร่จะสอบมิดเทอมเสร็จฟร๊ะ (เดี๋ยวๆอันนี้ไม่ใช่ละ)
จนมาจบที่ unfriended ได้ยังไงก็ไม่รู้ 555

ปิดท้ายด้วย ภาพแถมจาก bakaaochan กร๊าวใจจนไรท์คิดไปไกลเลย (ฮรือ อิจอนโดะเอส จะทำอะไรมิดีมิร้ายกับเมี่ยนน้อยฮะ!!?)

คอมเม้นต์ ติชมกันได้นะคะ กำลังใจของไรท์ทุกคน T^T ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

**อัพเดท 12/09/2018 เพิ่มแฟนอาร์ตอีกรูปของคุณ  AtitaYZ หายไปนานจนไรท์คิดว่าทิ้งไรท์ไปแล้ว ฮือ //ร้องไห้หนักมาก ดีใจที่กลับมาค่ะ คิดถึง

เอ ดูไปดูมาทำไมเห็นเหมือนน้องกำลังจะโดนสองพ่อลูก.... //ปั่ก โดนบรูซเขวี้ยงแบดทาแรงเสียบกลางหัว บาปกรรมมากความคิดแก 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ +-.แลนข้ามคลอง.-+ จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 กันยายน 2561 / 01:08
    I'm back ค่ะ เรายังอยู่วววววว ดีใจที่ไรต์อัพฟิคมาเยอะมั่กๆเยย...จะทยอยวาดFAเปย์ให้ทันตามน้าาาา><
    #7
    1
    • 14 กันยายน 2561 / 19:37
      อัพฟิคไว้เยอะขนาดนี้ มาตามอ่านด้วยน้าาา อย่าเพิ่งทิ้งไรท์ไป
      #7-1
  2. วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 19:14

    อยากเห็นรีแอคพวกพี่ๆของเมี่ยนจังเลย

    พี่ดิ๊กจะไม่ทนแน่นอน(ฮาาา)

    #6
    1
    • 14 กรกฎาคม 2561 / 21:53
      ตอนที่น้องจอนมาง้อ พวกพี่ๆจะเอาคริปโตไนท์มากั้นขวางล้อมรอบบ้านค่ะ 555
      เอ็งไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้น้องชายชั้น!!
      ทำลิตเติ้ลดีของคนบ้านนี้ร้องไห้คิดว่า แค่ขอโทษแล้วมันจะจบเรอะ!! //ไปให้พ่อมาขอเดี๋ยวนี้ (ไม่ใช่ละ ฮา)
      #6-1
  3. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 16:41
    ขอสมัครเป็นแฟนบอยไรท์นะคะ 55555 ชอบเดเมี่ยนมาก #ชิพคู่เจเมี่ยน
    #5
    1
    • 17 พฤศจิกายน 2560 / 19:40
      คอมเม้นต์นี้น่ารักจัง ขอบคุณนะคะ ^w^ //กราบ เจสันเดเมี่ยนคือความแรร์ค่ะ 555
      เราจะมาเอ็นดูน้องเมี่ยนไปด้วยกัน (เผยแพร่ลัทธิโรบิน อาแมน)
      #5-1
  4. วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 16:55
    อยากให้พวกพี่ๆของน้องอยู่บ้านด้วยตอนจอนง้อ
    #4
    2
    • 1 พฤศจิกายน 2560 / 19:07
      ถ้าเป็นกองหนุนกองเชียร์ก็ดีไป แต่ถ้าเป็นกองกำลังต่อต้านนี่ก็ต้องพยายามหน่อยนะคะจอน
      #4-1
    • 4 พฤศจิกายน 2560 / 02:24
      กองกำลังต่อต้านน่าจะดีจะได้ให้พวกพี่เขียนเรื่องสิบวิธีการปกป้องน้องเมี่ยนจากน้องจอน
      #4-2
  5. #3 พีววาลิน
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 02:12
    กรี๊สส--- น้องจ้อนนนนนน ทำไมชอบ ฮือ ก๊าวใจ แงงงง //สงสารเมี่ยนน้อย แต่น้องจอนทำดี เอ๊ะ? (หลบบรรดาพรี่ๆเมี่ยนน้อยนะคะ--)



    น้องจอนขึ้น(?)กับเมี่ยนน้อยเปลือกแตกดีงามมากค่ะไรท์ Y///Y ผูกเงื่อนตายรอบนี้เอาแบบไม่ต้องฟื้นกันเลยนะ 5555
    #3
    1
    • 23 ตุลาคม 2560 / 13:53
      ทำดีแล้ว อาแมน งานนี้ง้อแฟนกันยาว และ ยากด้วย (=w=)/
      ดันทำของรักของหวงของบ้านเขาร้องไห้ขนาดนี้ มันไม่จบแค่บินไปง้อง่ายๆหรอกจอนเอ๋ย
      พวกพี่ชายนางคงสร้างกำแพงโบกด้วยคริปโตไนน์กันอิจ้อนไว้ 555
      สมน้ำหน้า!! ฮ่าๆ (ตกลงเข้าข้างเมี่ยนหรือจอน!?)


      ปล.ที่ว่าผูกเงื่อนตายนี้ผูกที่ไหนนะคะ!? เอ๊ //เสียงสูง อะไรนะ
      กำลังคิดอยู่ว่ามี Part 2 เขียนตอนนางไปง้อมั้ย....จอนเถื่อนแบบนี้อยากให้มีหลายๆตอนจัง
      #3-1
  6. #2 yuzo2 (@yuzo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 01:19
    จอน ใจร้าย คนบ้าๆๆๆๆ//ทุบอกจอนรัวๆ
    ทำไมพูดกะเมี่ยนน้อยแบบเน้!!!!//โอ๋เมี่ยน
    ปล.มีความกังวลหนักมากนึกว่าไรต์จะไม่มาต่อแล้วง่าาา ดีใจมากๆ ที่ไรต์กลับมาาาาา
    ชอบจอนver.รังแกเมี่ยน+เมี่ยนอ่อนแอมากๆ(ระวังโดนแบทเฟมเอาคริปโตไนท์ไปไว้ไต้หมอนตอนกลางคืนนะลูกนะ...)
    **เข้าใจว่า จอนเป็นประเภทชอบดุใส่คนที่ชอบสินะ...แอบซาดิสนะเราอ่ะ...
    #2
    1
    • #2-1 ..-+iiau..-+ (@lancelotkun) (จากตอนที่ 1)
      23 ตุลาคม 2560 / 08:45
      ชอบมั้ย >w< จอนลุคซาดิส คิดว่าเรื่องก่อนๆนิสัยจอนมัน soft ไปจริงๆ
      คืออ่าน super sons รู้สึกว่านางก็ไม่ได้ยอมเดเมี่ยนนะ ก็กวน teen ไม่น้อยหน้ากันเลย
      ก็เลยอยากเอามาเขียนอะไรแบบนี้ (ความจริงอยากเขียนมานาน แต่ทำใจไม่ลง //โกหก มันโกหก)
      พีคสุดตรงฉากจับกดกับกำแพง (มันมีอะไรมากกว่านี้ใช่มั้ยคะ ตอบ //ไม่มี๊ ไม่มีเลยจริง)
      #2-1
  7. วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 22:11
    เมี่ยนร้องละจะร้องตาม แง่ว์ นังจอน นังคนเลววววว //ชอบค่าาาาา มาต่ออีกนะคะ ชอบที่ไรท์แต่งทุกเรื่องเลยค่ะ
    #1
    1
    • 22 ตุลาคม 2560 / 23:44
      >w< อ่านทุกเรื่องเลยอย่างนี้มาให้กอดหน่อย งื้อ //รักค่าาา
      คิดว่ามันหลุดคาร์ไปมั้ยอ่ะ? แต่อยากให้น้องเมี่ยนละเอียดอ่อนเรื่องแบบนี้
      คือแบบนอกหน้าปากดีแต่ข้างในเปราะบาง //น่ารัก
      #1-1