คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Jondami] The Temporary Cat

จนกว่าขานายจะหาย ระหว่างนี้ก็เป็นแมวชั่วคราวในคฤหาสน์เวนย์ไปก่อนละกัน เนอะ

ยอดวิวรวม

858

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


858

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


17
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 ก.ค. 61 / 19:51 น.
นิยาย [Fic Jondami] The Temporary Cat [Fic Jondami] The Temporary Cat | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ก.ค. 61 / 19:51



(อรึ๋ย ขอบคุณแฟนอาร์ตสุดเริ่ด อลังการ กระแทรกใจไรท์ จาก bakaaochan นะคะ ตามไปทวีตนางได้ที่นี่เลย @bakaaochan งานโปรโมทพี่สาวตัวเองก็มา 555+)


เสียงตะโกนก้องดังไปทั่วถ้ำอับชื้นขนาดใหญ่ พร้อมเสียงหวดลมอะไรสักอย่าง และสายตาสีแดงของค้างคาวหลายตัวในถ้ำกำลังจับจ้องบุคคลหนึ่งที่เป็นต้นเสียงนั้นอย่างไม่ละสายตา เดเมี่ยน เวนย์ ลูกชายคนเล็กของมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองก๊อทแธมหรือ โรบิน ในอีกบทบาทนึงตอนกลางคืนกำลังฝึกซ้อมตามเมนูของตนเอง แขนเรียวยกขึ้นชกลม เม็ดเหงื่อเล็กๆกระเด็นออกมาทุกครั้งที่แขนสะบัดออกไปปะทะกับอากาศ จนได้ยินเสียงลม ฟวบ ฟับ หลังจากทำลายหุ่นดัมมี่ตัวสุดท้ายในถ้ำค้างคาวพังไป เด็กวัยรุ่นก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อดี

วันนี้เพนนีเวิร์ธกับคุณพ่อไม่อยู่ จะเพราะธุระของจัสตีส ลีค หรืออะไรก็ตามแต่ เขาได้กลายเป็นเจ้าบ้านชั่วคราวไปโดยปริยาย และนั่นก็เป็นเหตุผลทำให้เขาลงมาอยู่ที่ถ้ำค้างคาวตั้งแต่เช้า และแน่นอนคุณหนูผู้มีตารางเวลาชีวิตสุดแสนจะเพอร์เฟคอย่างเขา ไม่มีวันปล่อยให้เวลาเสียไปโดยใช่เหตุแน่ๆ เพราะฉะนั้นเขาถึงได้ซ้อมอยู่อย่างนี้ยังไงล่ะ

“โฮ่ง โฮ่ง”

เสียงสุนัขเกรตเดนเห่าอะไรบางอย่าง เรียกให้เจ้าของบ้านเหลือบตาไปมอง ทิทัสไม่เคยกวนสมาธิเขา แสดงว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ว่าแล้วลูกชายคนเล็กของบรูซ เวยน์ก็หยุดการฝึกซ้อมประจำวันของตัวเองลง เดินตามสุนับตัวใหญ่ของตัวเองไป มันเห่าก้อนกลมๆอะไรสักอย่างที่ลอยมาตามกระแสธารน้ำตกในถ้ำค้างคาว เดเมี่ยนเพ่งตามองเพื่อดูว่ามันคืออะไร ก่อนที่จะรีบกระโดดลงไปว่ายน้ำพามันขึ้นมาบนฝั่ง

ให้ตายสิ มีลูกแมวลอยน้ำมา

เด็กวัยรุ่นวิ่งวุ่นหาผ้าขนหนูหนาๆแถวๆนั้นห่อร่างเล็กที่กำลังสั่นงกๆด้วยความหนาวเย็น ลูบหัวลูกแมวสีเหลืองส้มปลอบใจเจ้าตัวเล็กเบาๆ

“ไม่เป็นไรแล้วนะ” แต่ไม่ได้ผลเท่าไหร่ เพราะเจ้าแมวน้อยเอาแต่ร้องแง้วๆ เหมือนเด็กทารก เจ้าของบ้านกระชับอ้อมแน่นขึ้น หวังจะให้อุณหภูมิร่างกายของตัวเองแผ่ความอบอุ่นไปยังสัตว์ตัวเล็กมีขนที่อยู่ในอ้อมแขนเขาได้สักนิดก็ยังดี แต่เดเมี่ยนลืมไปว่าร่างกายของตัวเองก็เปียกมะลอกมะแลกไม่ต่างกัน

“เมี๊ยว...เมี๊ยว...”

“นายถูกน้ำพัดมาตั้งแต่ไหน ถึงลอยมาในถ้ำค้างคาวได้ล่ะ หืม”

“เมี๊ยว...”

“ถ้าทิทัสไม่มาเห็นเข้า มีหวังนายได้ตกเหวแล้วกลายเป็นศพแมวในถ้ำไปแล้ว”

“เมี๊ยว...เมี๊ยว...”

 “ค่อยยังชั่วหน่อย ไม่ต้องกลัวแล้วนะ”

“.......”

“เดี๋ยวชั้นไปหาผ้าหนาๆกว่านี้มาห่มให้นายดีกว่า ทิทัสดูแลแขกด้วยนะ” เด็กวัยรุ่นค่อยๆวางลูกแมวสีส้มเหลืองที่ยันตัวสั่นงกๆลงบนพื้น ก่อนที่จะหันไปลูบหัวชมเชยสุนัขสีดำฮีโร่ของวันนี้ แล้วรีบวิ่งขึ้นคฤหาสน์ไปหาของที่ว่า

...........

.........

....

เจ้าของบ้านเดินลงมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนหนา เห็นแมวน้อยกำลังขู่สุนัขตัวใหญ่ของเขาฟ่อๆ เด็กวัยรุ่นยิ้มขำ มือเรียวยื่นไปหมายจะอุ้มมันขึ้นมาห่มผ้าให้ แต่เจ้าหนูนี่กลับวิ่งหนีไปที่แบทคอมพิวเตอร์ซะได้ เดเมี่ยนรีบเดินตามไป

“แง้วว”

“จับได้แล้ว อย่าซนสิ เจ้าหนู”

“เมี๊ยว...เมี๊ยว..”

“หืม ขานายบาดเจ็บนี่” มนุษย์คนเดียวในถ้ำจับขาที่ดูจะผิดรูปผิดร่างไปสักหน่อยขึ้นมาดูเบาๆ จะว่าไปตอนที่เจ้าตัวเล็กนี่วิ่งหนีเขาดูมันเดินกะเผลกๆด้วย

“น่าสงสารจัง เดี๋ยวชั้นจะช่วยนายเองนะ”

งับ!! แต่แล้ว เจ้าลูกแมวสีส้มขาวกลับลงเขี้ยวมาที่มือของมนุษย์ที่อุ้มมันอยู่อย่างเต็มแรง จนเลือดไหลออกมาจากนิ้วชี้เป็นทางยาว เดเมี่ยนไม่เจ็บอะไร ไม่โกรธเสียด้วยซ้ำ เด็กวัยรุ่นจัดการห่อแมวแปลกหน้ากับผ้าห่มจนเหมือนบูร์ริโต ก่อนที่จะค่อยๆพาสัตว์หน้าขนตัวนี้ไปที่เตียงพยาบาล ระหว่างเดินไปก็กระซิบใส่ร่างเล็กๆในอ้อมแขนไปด้วย

“ไม่ต้องกลัวแล้วนะ”

“.....”

“นายมาจากไหนน่ะ” ค่อยๆวางลูกแมวบนเตียง หยิบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลขึ้นมาจัดการ รักษาขาหลังด้านขวาของมัน

“..เมี๊ยว...” เขาพยักหน้าไปแต่ก็ฟังไม่ออกอยู่ดี ลูกแมวบูร์ริโตยอมอยู่นิ่งๆให้มนุษย์ตรงหน้าพันผ้าก๊อซดามขาของมัน

“หึ...ไปเล่นซนอะไรมาสิท่าถึงได้บาดเจ็บแบบนี้”

“.....”

“นายโชคดีนะรู้มั้ย ที่วันนี้เพนนีเวิร์ธพาอัลเฟรคไปฉีดยาน่ะ” เดเมี่ยน หัวเราะออกมา เมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อกี้ของตัวเอง

“ฮะๆๆ ชั้นหมายถึง พ่อบ้าน ไม่สิ คุณปู่ของชั้น พาแมวของชั้นไปฉีดยาน่ะ ถ้าอัลเฟรคอยู่มีหวังหึงชั้นแน่เลย”

“เมี๊ยว..เมี๊ยว..” เจ้าลูกแมวนั่งร้องแง้วๆใส่คนตรงหน้า เหมือนมันต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่าง เจ้าของบ้านเอียงคอมองอย่างสงสัย

“หืม...ว่าไง”

“เมี๊ยว...เมี๊ยว...เมี๊ยว...”

“หืม...”

“เมี๊ยว..”

“อ๋อ หิวแล้วสินะ”

“ฟ่ออออ” แต่ได้รับคำขู่กลับมาแทน เด็กวัยรุ่นยื่นมือไปเกาคางเจ้าเหมียวเบาๆก่อนที่จะหันหลังไปหยิบอาหารเม็ดของอัลเฟรคที่วางอยู่ทีมุมห้องขึ้นมาเทใส่ถ้วยใบเล็ก วางตรงหน้าลูกแมว มันขยับเข้ามาดมฟุดฟิด ก่อนที่จะทำหน้าเหยเก (เดเมี่ยนไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง แต่เจ้าแมวนี่ทำหน้าตาแบบนั้นจริงๆ) ขาหน้าปัดถ้วยกระเด็น จนอาหารหกกระจายเต็มพื้น แน่ะ กินก็ไม่กิน ยังจะมาเขี่ยอาหารเล่นอีก ซนจริงๆเลยพับผ่าสิ

“ชั้นไม่ทำอะไรหรอกน่า”

“.....”

“ถ้าอาหารเม็ดไม่กิน งั้นกินนมมั้ย” เด็กชายวัย 17 เดินไปที่ตู้เย็นอาหารสัตว์ หยิบนมของอัลเฟรคขึ้นมารินใส่ถ้วยใบเดิม ยื่นไปตรงหน้าลูกแมวอีกครั้ง แต่เขาดูจากขนาดตัวเจ้าหนูนี่น่าจะกินอาหารเม็ดได้แล้วนะ ทำไมถึงปัดถ้วยทิ้ง ไม่เข้าใจ ทั้งๆที่นี่ก็เป็นยี่ห้อที่ดีที่สุดสำหรับแมวด้วยสิ

“โฮ่ง โฮ่ง” สุนัขเกรตเดนยืนสองขา ขาหน้าสะกิดเรียกเจ้านายตัวเล็กของตัวเอง

“หืม ว่าไงทิทัส” เดเมี่ยนหันมายิ้มให้ ยื่นมือไปขยี้หัวสุนัขที่เดินกระดิกหางเข้ามาใกล้

“โฮ่ง”

“นายอิจฉาเจ้าหนูนี่เหรอ”

“....”

“ไม่เอาน่า ทิทัส ไม่มีใครมาแย่งตำแหน่งนัมเบอร์วันของนายหรอกน่า”

“เมี๊ยว...เมี๊ยว” แต่คนพูดกลับทำสิ่งตรงข้ามกับที่พูดไป เดเมี่ยนหันไปหาลูกแมวตัวสีส้มเหลืองที่นั่งร้องเรียกความสนใจอยู่บนเตียงพยาบาลทันทีที่ได้ยินเสียงเล็กๆ มันแทบไม่แตะอาหารที่เขาให้เลย ทำหน้าเหมือนกับว่าไม่พอใจอะไรสักอย่าง

“ว่าไง เจ้าตัวเล็ก ทำไมไม่กินนมเลยล่ะ”

“เมี๊ยว....”

“หืม ไม่พอใจอะไร เล่าให้ชั้นฟังหน่อยสิ”

“เมี๊ยว เมี๊ยว...”

“เอ้า ถ้าหิวก็กินซะสิ” พลั่ก!! ขาหน้าปัดถ้วยนมตกอีกครั้ง จนกระจายเต็มพื้นห้อง เจ้าของบ้านถอนหายใจ ทำความสะอาดลำบากกว่าอาหารเม็ดอีก ก่อนที่จะยื่นมือไปลูบคางตัวการที่ประท้วงไม่ยอมกินอาหาร มันถอยหนีมือของเด็กวัยรุ่น แถมยังขู่ใส่เขาด้วย

“นี่ยังไม่หายกลัวชั้นอีกเหรอ” ยิ่งพยายามยื่นมือเข้าไปใกล้ยิ่งโดนอีกฝ่ายขู่กลับมา แถมชูเล็บจะข่วนเขาด้วยนะ

“ฟ่อออ ฟ่อออ”

“ก็ได้ ก็ได้ ชั้นจะยืนอยู่ตรงนี้ โอเค” เดเมี่ยนยืนหยุดกับที่ เกรงว่าถ้าเขาขยับเข้าใกล้เจ้าลูกแมวตัวนี้ไปอีก มันคงจะกลัวเขาจนก้าวถอยหลังตกเตียงแน่ๆ พอเข้าใกล้ก็ขู่ พอไม่สนใจก็ร้องให้คนสนใจ เอากับมันสิ

“เฮ้...การเชื่อใจใครสักคนไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวหรอกนะ”

“.......”

“ชั้นเองก็เคยคิดนะว่าคนอื่นน่ะเชื่อใจไม่ได้” รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นมาอยู่บนสีหน้าเด็กชาย ก่อนที่เจ้าตัวจะถกแขนเสื้อขึ้น

“......”

“เห็นแผลเป็นนี่มั้ย ตอนชั้น 5 ขวบชั้นได้ซ้อมต่อสู้กับท่านตาครั้งแรกที่สมาพันธ์นักฆ่า สู้กับราช อัลกูลครั้งแรกแค่อายุ 5 ขวบนี่ถือว่าสุดยอดแล้วนะ แต่ก็นั่นแหละ ชั้นแพ้ท่านตาราบคาบเลย”

“.....”

“ตอนที่ชั้นนอนหอบอยู่บนพื้น ท่านตาก็ยื่นมือมา แต่พอชั้นจะยื่นไปจับ ท่านตาก็แทงดาบลงมาตรงนี้ บอกว่า อย่าเชื่อใจใครบนโลกทั้งนั้น จะแสดงความอ่อนแอให้คู่ต่อสู้เห็นไม่ได้ แล้วชั้นก็ถูกลงโทษแส้หวดที่หลัง...กี่ทีนะ จำไม่ได้แล้วสิ”

“.....”

“มนุษย์น่ะเชื่อใจไม่ได้ ถ้าอยากจะยืนอยู่บนโลกนี้ สิ่งที่นายจะเชื่อใจได้มีแค่ตัวเองเท่านั้น” เดเมี่ยนเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมเจ้าแมวตัวนี้กลับนั่งฟังเขานิ่งๆเหมือนมันเข้าอกเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดยังไงยังงั้น เออ นั่นสิ เขาเองก็ เล่าอะไรแบบนี้ให้แมวฟังทำไมเนี่ย

"เมี๊ยว...”

“แต่ว่านะ มีคนกลุ่มนึงเปลี่ยนความคิดของชั้น พวกเขาให้ความรักกับชั้น เชื่อใจชั้นที่เป็นนักฆ่ามาก่อนแถมยังบอกว่าชั้นมีค่าสำหรับพวกเขาด้วย”

“......”

“แล้วพอชั้นลองเปิดใจดู ชั้นก็พบว่ามนุษย์ไม่ได้น่ารังเกียจแบบที่คิดหรอกนะ”

“......”

“จริงด้วยสิ มีอีกคนนึง หมอนั่นน่ะชอบทำตัวเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ เสนอหน้ามาช่วยคนอื่นเขาไม่เคยถามสักครั้งว่าคนเขาอยากให้ช่วยจริงๆหรือเปล่า”

“......”

“เป็นความลับของเราสองคนนะ จริงๆชั้นเองก็รู้สึกว่าหมอนั่นพึ่งพาได้เหมือนกัน  เฮ้อ พูดมากเกินไปแล้วชั้น”

“เมี๊ยว...”

“เพราะงั้นนะ การเชื่อใจคนอื่นน่ะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรอกนะ ชั้นกล้ารับประกัน” เด็กวัยรุ่นลองยื่นมืออกไปอีกครั้ง สัตว์ตรงหน้าก้าวถอยห่างออกมา มันลังเลชั่วครู่ ก่อนที่จะเดินเข้ามาให้มือเรียวลูบหูลูบหางมันตามใจชอบ

“เมี๊ยว...เมี๊ยว...” ปกติเขาไม่ค่อยคุยเรื่องนี้เท่าไหร่ ไม่สิ ไม่เคยคุยกับใครเลยต่างหาก แต่ทำไมไม่รู้เวลาอยู่กับสัตว์ มันให้ความรู้สึกว่า เราสามารถพูดอะไรกับพวกมันก็ได้ ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดหรือเปล่าก็เถอะนะ

“เฮ้ นายมีเจ้าของหรือเปล่า เจ้าเหมียว” ปลอกคอก็ไม่มี แต่ขนาดอัลเฟรคของเขาก็ไม่มีปลอกคอ ไม่แน่ใจเหมือนกัน มือเรียวเปลี่ยนจากลูบหัวแมวตรงหน้ามาเป็นเกาคางให้

“......”

“หรือว่าถูกทิ้งมา ไม่สิ คงอยู่ตัวเดียวตั้งแต่แรกแล้วสินะ”

“......”

“นายมีพี่น้องหรือเปล่า...เพื่อนล่ะ”

“......”

“......อ่าว...หลับไปแล้วเหรอ” เอียงคอมองดูเจ้าตัวเล็กยิ้มตาปิด นี่เขาเกาคางแมวจนมันเคลิ้มหลับเลยเหรอเนี่ย

“หึ แกคงจะเหนื่อยมากสินะ เจ้าตัวเล็ก”

“.....”

“ชั้นไม่มีปัญหาเรื่องเลี้ยงนายหรอกนะ แต่ถ้ามีคนรอนายกลับไปหาอยู่ มันก็จะไม่ยุติธรรมกับคนคนนั้นน่ะสิ”

เดเมี่ยนยิ้มให้สัตว์สี่เท้าหน้าขนตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินไปหยิบไม้กวาด ไม้ถูพื้นทำความสะอาดพื้นที่เลอะไปด้วยอาหารสัตว์ที่เจ้าแมวตัวนี้ทำไว้ เอาเป็นว่า ถ้าเจ้าหนูนี่ขาหายดีแล้ว เขาจะพามันไปประกาศหาเจ้าของ ระหว่างนี้ก็เป็นแมวชั่วคราวในคฤหาสน์เวนย์ไปก่อนละกัน เนอะ

.......

.....

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่เขาพลาดตรงไหนกันนะ ทำไมเรื่องมันถึงกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้

โจนาธาน เคนธ์กำลังกลุ้มใจ จนอยากเอามือกุมขมับ แต่พอเห็นมือตัวเองเขากลับต้องถอนหายใจออกมา อีกครั้ง

เพราะ มือเขาไม่สิ ทั้งร่างกายเขามันดันกลายเป็น สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “แมว” ไปแล้วน่ะสิ

“อ่าว นายถูกน้ำพัดมาตั้งแต่ไหนเนี่ย ถึงได้มาที่ถ้ำค้างคาวได้ล่ะหืม”

เดเมี่ยน ค่อยยังชั่วหน่อย นี่ชั้นจอนยังไงล่ะ จอนสัมผัสได้ถึงมือนุ่มของอีกฝ่ายที่อุ้มร่างเขาเข้าไปไว้ในอกเจ้าตัวแบบหลวมๆ จนเขาได้ยินเสียงหัวใจของเดเมี่ยนเต้น อืม ฟังแล้วสบายใจจัง แต่ เฮ้ย ไม่ใช่แล้ว

เดเมี่ยน นี่ชั้นเองนะ

“ชู่ว์ เจ้าตัวเล็ก ไม่ต้องกลัวแล้วนะ”  โอ้ย สาบานได้ว่าเขาได้ยินเสียงในหัวมันเป็นภาษาอังกฤษนะ แต่ทำไมเสียงที่พูดออกไปมันกลายเป็นเสียงร้องแง้วๆของแมวไปได้ล่ะ

ที่เรื่องทั้งหมดกลายเป็นแบบนี้ คงต้องย้อนกลับไปที่

วันนี้เป็นอีกวันนึงที่ซุปเปอร์บอยว่างงาน ขณะที่เด็กหนุ่มอายุ 15 กำลังนั่งห้อยขาอยู่บนระเบียงดาดฟ้าของตึกๆนึงระหว่างฆ่าเวลาผ่านไปช้าๆ ประสาทสัมผัสของลูกครึ่งคริปโตเนียนที่ไวกว่ามนุษย์ทั่วไปก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ไม่กี่วินาทีต่อมา จอนก็พาร่างตัวเองลงมาที่สวนสาธารณะ ก่อนที่จะยื่นแขนออกไป

ฮึบ!!

“ไง เจ้าเหมียวเกือบไปแล้วมั้ยล่ะ” จอนก้มลงมองลูกแมวสีน้ำตาลในอ้อมแขน มันปีนขึ้นต้นไม้ไล่จับกระรอก แต่กลับไม่สามารถพาตัวเองลงมาได้

งับ!!  แต่ร่างในมือกลับกัดเขาเป็นการตอบแทนซะงั้น ถึงแม้ชายที่เป็นลูกครึ่งคริปโตเนียนอย่างเขาจะไม่รู้สึกอะไรก็เถอะ ให้ตายสิ สัตว์โลกไม่น่ารักเลย จอนค่อยๆวางแมวตัวเดิมลงบนพื้น

งานปกติของซุปเปอร์บอยก็ไม่มีอะไรมาก อย่างเช่น ช่วยคนแก่ถือของข้ามถนน ช่วยลูกหมาลูกแมวตกน้ำ เก็บลูกโป่งที่ลอยไปติดอยู่บนต้นไม้ หรือแม้แต่เข้าไปเล่นฟุตบอลให้ครบทีมกับเด็กๆ ใช่ ฟังดูแล้วมันอาจจะไม่ยิ่งใหญ่เลย ถ้าเทียบกับความสามารถของเขา คงเป็นเพราะตั้งแต่เด็กคนที่บ้านสอนไว้ว่า ให้เป็นฮีโร่ ทุกสถานการณ์อย่าได้เลือกที่จะเป็น เพราะอยากเท่ห์ อยากได้เงินและชื่อเสียง เพราะฉะนั้น เพียงแค่สิ่งเล็กๆถ้าสามารถช่วยคนอื่นได้ เขาก็จะทำ

แต่ลึกๆในใจของเด็กหนุ่มอายุ 15 ก็อยากจะเจอภารกิจหรือศัตรูอะไรที่มันท้าทายบ้าง

พรึ่บ!!

ความรู้สึกเหมือนมีหลุมอากาศอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรเข้ามาในหัวของลูกครึ่งคริปโตเนียน ซุปเปอร์บอยทะยานตัวบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เพ่งสายตามองออกไปจนไปพบกับรอยแยกระหว่างมิติ ก่อนที่สายตาสีท้องฟ้าวันอากาศแจ่มใสจะเห็นผู้ชายผิวเข้มผมสีขาวอยู่ในช่วงก้ำกึ่งจะเรียกวัยรุ่นก็ไม่ใช่จะเรียกผู้ใหญ่ก็เชิงใส่ชุดคลุมยาวสีม่วงเข้มเดินออกมาจากหลุมมิตินั้น จิตใต้สำนึกของเขาประมวลผลออกมาว่า ผู้ชายคนนั้นไม่ได้มาดีแน่ๆ ไวเท่าความคิด ลูกชายของบุรุษแห่งความหวัง รีบบินไปที่ว่านั้นทันที

และก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้ เจ้าหมอนั่นกำลังกระชากคอหาเรื่องคนธรรมดาอยู่

“ห๊า ไอมนุษย์โสโครก บอกมาดิ๊ ว่าที่นี่ที่ไหน”

“ม..เมโทรโพลิส”

“อะไรนะ ชื่อบ้าอะไรไม่รู้จัก ปราสาทคาเมล็อต อยู่ที่ไหน”

“ผ...ผมไม่รู้ ปล่อยผมเถอะ”

“เลิกทำตัวน่ารำคาญสักที เดี๋ยวข้าก็สาปเป็นหมูเหมือนยัยผู้หญิงคนนั้นซะหรอก”

ทันใดนั้นเอง จอนเห็นอีกฝ่ายผายมือท่องอะไรสักอย่างคล้ายๆกับภาษาละติน เขารีบใช้ซุปเปอร์สปีดรุดตัวเข้าไปช่วยพลเมืองคนนั้นโดยด่วน ลำแสงสีม่วงผ่ากลางพื้นถนนเฉียดเขาไปไม่กี่เซน จอนปล่อยชาวเมืองเป็นอิสระ ก่อนที่สายตาจะจับจ้องไปที่ผู้ชายผมขาวตรงหน้า

แค่คำขู่เมื่อกี้ก็เพียงพอแล้วที่จะประกาศว่า หมอนั่นเป็นศัตรู

“ขัดขวางข้าเรอะ ไอเจ้า--!!

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”

“หึ...ท่าทางของเจ้าดูคุ้นๆนี่เหมือนข้าเคยเห็นเจ้าที่ไหนมาก่อน”

“ชั้นไม่เคยเจอแกมาก่อน และ ไม่อยากเจอด้วย” ไม่ให้เสียเวลา จอนพุ่งตัวไปอัดเข้าที่หน้าอีกฝ่าย แต่กลายเป็นว่ายังไม่ทันที่ฝ่ามือเขาจะได้ประทับบนใบหน้า เขารู้สึกเหมือนมีไอพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นครอบคลุมร่างกายของผู้ชายตรงหน้าไว้ ซุปเปอร์บอยรู้สึกว่าตัวเขาถูกหยุดกลางอากาศ ทำไมล่ะ มันเกิดอะไรขึ้น

“ท่าทางไร้มารยาทแบบนี้ ท่านมอร์เดรคคนนี้รับไม่ได้จริงๆ”

“หนอยแน่ แก” ฝ่ามืออีกฝ่ายยื่นมาตรงหน้าเขาพร้อมกับเสียงภาษาที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะถูกแทนที่ด้วยแสงสีขาวแสบตา

ABRACADABRA

รู้สึกตัวอีกทีเขาก็กลายเป็นแมวไปแล้ว

“ฮ่าๆๆๆๆ เจ้ามนุษย์ผู้อ่อนแอ กลายเป็นสัตว์เดรัจฉานไปเสียแล้ว รู้สึกยังไงบ้างล่ะ ฮ่าๆๆ”

หนอยแน่ หมอนี่ โจนาธาน เคนธ์อยากจะกระโจนเข้าไปกัดคนตรงหน้า ถ้าเพียงแต่เห็นว่าอีกฝ่ายหยิบดาบเล่มใหญ่ออกมาจ่อหน้าเขาอยู่

“แล้วถ้าข้าคนนี้ไม่ถอนคำสาปให้ ก่อนดวงจัทร์ลอยอยู่กลางฟ้าเจ้าก็จะกลายเป็นสัตว์หน้าโง่ตัวนี้ตลอดกาล”

“เมี๊ยว” ว่าไงนะไอบ้าเอ้ย

“ตอนที่ติดอยู่ที่คุกเวทมนต์ของท่านแม่ ข้าเบื่อมากเลย อยากหาอะไรบันเทิงใจ อย่างเช่น ดูสัตว์เดรัจฉานบางตัวดิ้นรนหนีตายอย่างสุดชีวิตดูน่ะสิ”

“เมี๊ยว” แกนะแก

“เอ้าๆ รีบหนีสักทีสิ ข้าจะได้วิ่งไล่เจ้า ฮ่าๆๆๆ”

แล้วขาทั้งสี่ก็ใส่เต็มที่ จอนในร่างแมววิ่งหนีอาวุธมีคมปลายแหลมของคนที่สาปเขาอย่างไม่คิดชีวิต แต่ก็โชคไม่ดีที่จังหวะที่เขาหันหลังไปมองว่า มันตามมาหรือเปล่า บังเอิญมีท่อระบายน้ำเปิดฝาทิ้งไว้อยู่พอดี ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย เขาพลัดตกลงไป และ โลกทั้งใบของแมวน้อยก็ดับวูบลง

ลืมตาขึ้นมาอีกที เขาก็ดันมาโผล่อยู่ที่ถ้ำค้างคาวของคู่หูอย่างโรบินซะได้

“นายมาจากไหนน่ะ หืม..”

จะให้พูดจริงๆเหรอ เรื่องมันยาวมากเลยนะเดเมี่ยน... จอนบ่นใส่คนที่ห่อร่างเขาจนกลายเป็นบูริร์โต มันก็อุ่นดีอยู่หรอกนะ แต่เหมือนตัวเองกลายเป็นไส้ในแซนวิชยังไงไม่รู้

“ไปเล่นซนอะไรเข้าล่ะ ถึงได้มีแต่แผลแบบนี้” บางทีเขาก็สงสัยว่าการที่โรบินพูดได้ 10 กว่าภาษาทำไมถึงพูดภาษาสัตว์ไม่ได้กัน ก็พูดอยู่ไงเล่า ว่า ชั้นไม่ได้เล่นซนอะไรทั้งนั้นแหละ ชั้นตกท่อ ชั้นตกท่อ ได้ยินม้ายย

ด้วยความหมั่นไส้ จอนงับเข้าไปในนิ้วมือของเพื่อนสนิทอย่างเต็มแรง

“โอ้ย”

สมน้ำหน้า ทำมาเป็นฟังภาษาแมวรู้เรื่องนัก แต่เด็กชายในร่างแมวคิดว่าเขาจะโดนเดเมี่ยนทำโทษอย่างปล่อยตกพื้น ตี หรือดีดหูอะไรทำนองนั้น คนอายุมากกว่ากลับกระชับอ้อมกอดแน่นกว่าเดิม

“อย่ากลัวไปเลย นายปลอดภัยแล้ว” เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความใจดี น้ำเสียงอ่อนโยนที่เดเมี่ยนมอบให้ ก็รู้มานิดหน่อยล่ะนะ ว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนรักสัตว์ แต่ไม่คิดว่าจะ....อ่อนโยนขนาดนี้ จอนเคลิ้มไปกับมือนุ่มที่อีกฝ่ายค่อยๆลูบหัวเขา ตาจ้องมองไปที่หยดเลือดที่ไหลตามนิ้วเรียวออกเป็นทางยาว

รู้สึกผิดนิดหน่อยแหะ ที่เผลอไปกัดอีกฝ่ายเข้า แต่ให้เลียมือให้เนี่ย เขาไม่เอาด้วยหรอก

เฮ้ เดเมี่ยน

“หืม? ว่าไงเจ้าตัวเล็ก”

นิ้วนายชั้นขอโทษนะ

“ยังหนาวอยู่อีกเหรอ...เดี๋ยวชั้นขึ้นไปหาผ้าขนหนูเพิ่มให้นะ” กะแล้วว่าพูดอะไรไป เดเมี่ยนก็ไม่เข้าใจเขาอยู่ดี ลูกชายของอัศวินแห่งรัตติกาลวางตัวเขาลงบนพื้น ก่อนที่จะวิ่งหายไปจากถ้ำค้างคาว จอนหันไปมองรอบๆ จริงๆเขาก็เคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วนะ แต่พอมาอยู่ร่างนี้ เหมือนทุกอย่างมันใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวเลย ถ้ำค้างคาวกว้างขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย แต่ก็ต้องหยุดชื่นชมเพียงเท่านี้ เนื่องจากเขาสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตกำลังดมฟุดฟิดอยู่ด้านหลังเขา

“โฮ่ง โฮ่ง”

เหวอ เจ้าทิทัสมันตัวใหญ่เบ้อเริ่มเลยขนาดนี้เลยเหรอ อย่านะ อย่าเข้ามานะเฮ้ย

ลูกชายของบุรุษแห่งความหวังก้าวถอยหลังหลบสุนัขเกรทเดนตัวใหญ่สีดำที่กำลังกระดิกหางเดินเข้ามาใกล้ จอนไม่แน่ใจว่ามันจำเขาได้หรือเปล่า แต่มันคงอยากทำความรู้จักกับเขามากหางถึงได้แกว่งเป็นใบพัดเฮลิคอปเตอร์แบบนั้น แต่ก็มีอย่างนึงที่สรุปได้ คือ ต่อให้อยู่ในร่างนี้ เขาก็ไม่สามารถสื่อสารกับสัตว์ได้อยู่ดี คนก็คุยไม่ได้ สัตว์ก็คุยไม่ได้ โถ ชีวิต

“โฮ่ง โฮ่ง”

อย่าเชียวนะ อย่าคิดว่าชั้นจะกลัวนาย เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆจนไปชนกับทางตัน แต่พอหันหลังไปมองทางตันที่ว่าดันเป็นขาคนซะได้

เดเมี่ยน ช่วยชั้นด้วย เจ้าทิทัส หมายักษ์ของนายจะขย้ำคอชั้น

“ทิทัส นายอิจฉาเจ้าหนูนี่เหรอ”

ไม่เห็นจะน่าอิจฉาตรงไหนเลย

“โอ ไม่เอาน่า” จอนยืนมองคู่หูตัวเล็กของเขาก้มลงไปกอดสุนัขของตัวเอง มันให้ความรู้สึกแปลกใหม่กับเขาหลายอย่าง เดเมี่ยน เป็นคนอ่อนโยนแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ทำไมน้ำเสียงที่หมอนี่ใช้คุยกับสัตว์ กับ ใช้คุยกับเขา มันถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้เลยล่ะ

ทั้งๆที่ชั้นเรียกร้องความสนใจไปตั้งไม่รู้เท่าไหร่ นายก็ไม่เคยหันมามองชั้นเลย เดเมี่ยน กำแพงของไอคำว่า อายุน้อยกว่า กับ เพื่อนน่ะมันสูงมากเหรอไง แล้วทำไมทีกับเจ้าพวกนี้นายถึงได้...

เดี๋ยวนะ นี่เขาอิจฉาสัตว์เลี้ยงของเดเมี่ยนงั้นเหรอ โอย ตายๆ ไม่ได้โจนาธาน นายต้องอยู่กับปัจจุบันสิ ถ้านายไม่รีบคืนร่างเป็นมนุษย์ตอนนี้ เดี๋ยวก็อดคุยกับเดเมี่ยน (แบบรู้เรื่อง) พอดีหรอก แต่ก่อนอื่นเลยต้องหาวิธีที่จะทำให้เดเมี่ยนรับรู้ได้ว่า ตอนนี้เขาอยู่ในร่างแมว

เขาสลัดเรื่องงี่เง่าในหัวทิ้งก่อนที่จะมองซ้ายมองขวาจนไปสะดุดตากับแบทคอมพิวเตอร์ นั่นยังไงล่ะ ทำไมชั้นถึงได้โง่แบบนี้ ถ้าจับดินสอปากกาเขียนไม่ได้ อย่างน้อยแบทคอมพิวเตอร์ก็มีแป้นพิมพ์ ว่าแล้วก็รีบสาวเท้าวิ่งไปทันที แต่จอนรู้สึกได้ว่าความเร็วของเขามันช่างอืดอาดเหลือเกิน แถมยังเจ็บขาทุกครั้งที่ก้าวไปข้างหน้าด้วย

พอเด็กวัยรุ่นในร่างแมวใกล้จะถึงที่หมาย ไม่ทันที่ขาหน้าจะได้ฝากรอยเท้าไว้กับตัวอักขระใดๆ จอนก็ถูกมือของมนุษย์คนเดียวในที่แห่งนี้ คว้าตัวเขาขึ้นมาลอยกลางอากาศ

เดี๋ยวสิ เฮ้ย ปล่อยชั้นนะ เดเมี่ยน

“จับได้แล้ว อย่าซนสิ เจ้าตัวเล็ก”

ชั้นไม่ได้เล่นไล่จับกับนาย เฮ้อ

“ไม่ต้องกลัวแล้วนะ”

ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้กลัวน่ะ แต่ในใจก็เริ่มกลัวนิดๆแล้วว่า จะเหลือทางใดบ้างที่เขาจะสามารถสื่อสารกับคนตรงหน้าได้ ก็มีแต่แบทคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เหรอไง

“อ้าว ขานายเจ็บนี่ เจ้าตัวเล็ก ให้ชั้นช่วยนะ”

เฮ้อ ตามใจเลยละกัน คุณหนู เขาถูกเดเมี่ยนจับห่อเป็นบูริร์โตสองชั้น ความจริงตัวเขาก็เริ่มแห้งจนไม่หนาวแล้วล่ะ มันเลยให้ความรู้สึกอึดอัดแปลกๆ คนอายุมากกว่าวางร่างเขาลงตรงเตียงพยาบาล ก่อนที่จะหยิบนู่นหยิบนี่มาดามขาเขาไว้

ระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังทำแผลให้ เดเมี่ยนวางถ้วยอาหารเม็ดไว้ตรงนะเขา และ อ่อ จู่ๆก็นึกถึงหนังติดเกาะที่ดูกับพ่อแม่ตอนเด็กๆขึ้นมาได้ ปัดถ้วยอาหารเม็ดลง ตั้งใจว่าจะเรียงมันเป็นตัวอักษร ถ้าในสถานการ์ณแบบนี้ ควรจะใช้คำว่า SOS ขอความช่วยเหลือ หรือใช้ JON ชื่อเขาไปเลยดีล่ะ แต่ยังไม่ทันตัดสินใจเดเมี่ยนก็อุ้มเขาไว้ไม่ให้กระโดดลงไป

เฮ้อให้ตายเถอะ

“ทำไมถึงไม่กินล่ะ หืม อาหารเม็ดอันนี้ยี่ห้อที่ดีที่สุดในโลกเชียวนะ”

เพราะชั้นไม่มีอารมณ์กินยังไงล่ะ

“กินนมมั้ย กินนมสินะ”

คนอายุมากกว่าวางถาดนมลงตรงหน้าเขาอีกครั้ง รอบนี้จอนปัดมันลงอย่างอารมณ์เสีย แต่ที่ทำไปเขาไม่ได้ใช้อารมณ์เพียงอย่างเดียวนะ เขาวางแผนไว้แล้วน่ะสิ ว่าจะอาศัยจังหวะที่เดเมี่ยนก้มลงไปทำความสะอาด เขาจะวิ่งไปที่แบทคอมพิวเตอร์ แต่ก็แอบหวั่นใจอยู่นิดๆว่าเดเมี่ยนจะไปหยิบมีดมาเชือดคอแมวแปลกหน้าที่หาเรื่องแถมซนแบบนี้หรือเปล่า นั่นๆยื่นมือมาจะบีบคอเขางั้นหรอ ไม่มีทางซะล่ะ ขอขู่คนตรงหน้าก่อนละกัน

ถ้านายฆ่าชั้น ชั้นจะตามไปหลอกนายในฝันแน่ๆ เดเมี่ยน

“เฮ้ การเชื่อใจคนอื่นมันไม่น่ากลัวหรอกนะ”

เอ๊ะ!? อะไร อะไรนะ

“ความจริงชั้นก็เคยกลัวที่จะเชื่อใจคนอื่นเหมือนกัน”

‘…..’ จอนไม่รู้ว่า ทำไมเดเมี่ยนถึงพูดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา แต่พอตอนอีกฝ่ายเลิกแขนเสื้อขึ้นโชว์ให้เขาดูรอยแผลเป็นของอีกฝ่าย ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากนั่งตั้งใจฟังเงียบๆ 

“เห็นรอยแผลเป็นนี่มั้ย....”

จู่ๆ ภาพความทรงจำนึงก็ผลุดขึ้นมาในหัว

เดเมี่ยน ให้ชั้นทำแผลให้นายนะ

อย่ามายุ่งกับชั้น เอเลี่ยน

นายทำที่หลังคนเดียวได้หรือไง แถมแขนยังสั้นจนเอื้อมไม่ถึงอีก

หุบปากน่า โอ้ย จะทำอะไรน่ะ

เดเมี่ยน แผลเป็นพวกนี้นายได้มาจากไหนน่ะ มัน...น่ากลัวจัง

........นายจะรู้ไปทำไม รู้ไปมันก็ไม่ได้หายไปจากหลังชั้นหรอกนะ

อย่างน้อยถ้ามีชั้นอยู่ ชั้นก็จะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นบนตัวนายอีกไง

ใครต้องการการปกป้องจากนายไม่ทราบ เอามืออกไปจากหลังชั้นเดี๋ยวนี้นะ โอ้ย

เชื่อใจชั้นสิ

ชิส์

“....มนุษย์น่ะไม่ได้น่ารังเกียจแบบที่คิดหรอกนะ”

เดเมี่ยนไม่เคยเปิดใจให้เขาสักครั้ง ควรจะขอบคุณที่กลายเป็นแมวดีมั้ย เขาถึงได้รู้เรื่องของอีกฝ่ายมากขึ้นน่ะ

ใช่ มาถึงตรงนี้ บอกเลยละกันว่า โจนาธาน เคนธ์อายุ 15 แอบชอบ เดเมี่ยน เวนย์มาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว ตอนเด็กๆมันอาจจะคลุมเครือไม่ชัดเจนจนเขาไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่พอถึงตอนนี้เขาก็รู้ความรู้สึกตัวเองแล้วว่า เขาตกหลุมรักเพื่อนสนิทที่อายุมากกว่าตรงหน้าตัวเองไปซะแล้ว

เดเมี่ยน เวนย์เป็นคนน่าค้นหา มีอะไรบางอย่างที่จอนอธิบายในตัวคนๆนี้ไม่ถูกเหมือนกัน เขาชอบที่จะได้รู้เรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเจ้าตัว ถึงแม้พวกเขาส่วนใหญ่จะทะเลาะกันเป็นประจำก็เถอะ จอนหงุดหงิดทุกครั้งเวลาที่เดเมี่ยนได้รับบาดเจ็บ เพราะ ความไม่เอาไหนของเขา และ เขาอยากจะปกป้องคนตัวเล็กตรงหน้านี้ตลอดไป

ยิ่งครั้งนี้เขาได้เห็นรอยยิ้มจริงใจที่อีกฝ่ายมอบให้เขาโดยตรงก็เถอะ ยอมรับว่ามันมีเสน่ห์จนอยากให้ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองมาที่เขาแล้วยิ้มให้แบบนี้ตลอดไป แต่เพราะว่าเดเมี่ยนคิดว่าร่างของเขาเป็นแค่ลูกแมวธรรมดาที่หลงเข้ามาในถ้ำค้างคาวน่ะสิ ปกติหมอนี่ไม่เคยยิ้มให้เขาหรอก พูดดีๆด้วยก็ไม่เคยเลยสักครั้ง

ทำไงได้ล่ะ เพราะ ตัวตนเขาในชีวิตของเดเมี่ยน เวนย์เป็นได้แค่คู่หูที่อายุน้อยกว่าแถมยังฝีมือไม่เอาไหนของเจ้าตัวน่ะสิ

“แต่มีไอบ้าอยู่คนนึง..” หืม

อะไรนะ

“หมอนั่นน่ะ ชอบเสนอหน้ามาช่วยคนอื่นเขาไม่ถามสักคำเลยว่าคนเขาอยากให้ช่วยหรือเปล่า”

‘….นายหมายถึง

“เป็นเด็กที่น่ารำคาญมาก ทั้งๆที่อายุน้อยกว่าแต่ดันตัวสูงกว่าชั้น แล้วก็ชอบส่งสายตาลูกหมาเวลาชั้นปฏิเสธหมอนั่น คิดดูสิชั้นก็เป็นคนมีมือมีเท้าไม่ได้เป็นง่อยนะ ชั้นช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ได้ต้องการการปกป้องจากหมอนั่นสักนิด”

‘……’

“แต่..เป็นความลับของเราสองคนนะ ความจริงชั้นก็คิดว่าหมอนั่นพึ่งพาได้อยู่เหมือนกัน เอ้อะ ชั้นพูดอะไรให้แมวฟังเนี่ย นายไม่ต้องเข้าใจมันก็ได้”

เดี๋ยวนะ ทำไมเขารู้สึกว่าคนที่เดเมี่ยนพูดถึงมันคือเขากันล่ะ ขอคิดเองเออเองได้มั้ย ว่าเดเมี่ยนพูดถึงเขา แล้วก็นั่น อะไรนะ ชั้นพึ่งพาได้งั้นเหรอ ไม่รู้ทำไมข้างในหัวในมันถึงรู้สึกพองโตแบบจะทะลักออกมาแล้ว เขาอยากคืนร่างเดิมแล้วกระโดดกอดร่างตรงหน้าเสียเดี๋ยวนี้เลย

เดเมี่ยนนนนนน แต่เฮ้ย ไม่ใช่สิ คำว่าพึ่งพาได้ที่หมอนั่นใช้ ไม่ได้แปลว่าเดเมี่ยนชอบเขาเหมือนกันสักหน่อย

โถ จอนเอ้ย

“เฮ้ นายมีเจ้าของหรือเปล่า หืม” แล้วนายอยากเป็นเจ้าของชั้นหรือเปล่าล่ะ

เขาเดินเข้าไปรับสัมผัสอ่อนโยนที่อีกฝ่ายมอบให้ มือนุ่มของคนตรงหน้าลูบหูลูบหัวเขาก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นเกาคาง และโอ้ ให้ตายเถอะ เขาจะ..เขาจะ..

ตรงนั้นไม่ได้นะเดเมี่ยน มัน... จอนเข้าใจเลยว่าเจ้าโกลดี้แมวที่บ้านรู้สึกยังไงเวลาที่เขาเกาคางให้ แล้วมันนอนหงายไปกับพื้น มันฟินอย่างนี้เองสินะ หาว ทำไมถึงรู้สึกง่วงแปลกๆ ชักอยากนอนแล้วสิ

จู่ๆตาทั้งสองข้างก็หนักจนลืมตาไม่ขึ้น แล้วจอนก็หลับไป

จอนลืมจาตื่นขึ้นมาอีกที พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงปฐมพยาบาลเหมือนเดิม แต่ร่างของเพื่อนสนิทที่อยู่กับเขาจนเขาผล๊อยหลับไปดันหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ กี่โมงแล้วเนี่ย ห้ะ 3 ทุ่ม ไม่ได้การล่ะ ถ้าไม่รีบหาวิธีคืนร่างเดิมก่อนจะถึงเที่ยงคืน เขาต้องกลายเป็นแมวตลอดไปแน่ จอนรีบกระโดดลงจากเตียงพยาบาล วิ่งออกจากถ้ำค้างคาว เข้าไปในตัวคฤหาสน์ตระกูลเวนย์

สมองสั่งการอย่างรวดเร็วว่าเป้าหมายที่ไหนเขาต้องไป และเขาก็คิดว่าเดเมี่ยนน่าจะอยู่ในห้องนอนของตัวเองแน่นอน ขาสี่ขารีบสาวเท้าเท่าที่จะทำได้ จนมาหยุดข่วนประตูที่ของลูกชายคนเล็กของบรูซ เวนย์

แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!!!

ไม่นานนัก เจ้าของห้องก็เปิดประตูออกมา ตาสีเขียวมรกตก้มลงมาจ้องมองตัวเขา เอียงคอถามอย่างสงสัย

“อ้าว ว่าไงเจ้าหนู”

เดเมี่ยน นี่ชั้นเอง จอน ชั้นติดอยู่ในร่างนี้

“นายอยากนอนกับชั้นหรอ”

เปล่า ไม่ ก็ใช่อ่ะนะ แต่เฮ้ย ไม่ใช่

“ถ้าเพนนีเวิร์ธรู้ว่าชั้นแอบเอาสัตว์ขึ้นมา ชั้นโดนดุแน่เลย”

ชั้นไม่ใช่สัตว์ ชั้นเป็นคนที่ติดอยู่ในร่างสัตว์ ฮือ เด็กหนุ่มอายุ 15 อยากจะร้องไห้เป็นภาษาแมว ซึ่งเขาได้ทำมันลงไปแล้วเดี๋ยวนี้

“แต่สภาพนี้ ให้นอนกับชั้นไม่ได้นะ”

อะไรนะ เหวอ ร่างของเขาถูกอีกฝ่ายอุ้มขึ้นมา พาเข้าห้องนอนแต่เจ้าของห้องดันตรงไปที่ห้องน้ำอีกมุมนึงน่ะสิ ถ้าเขาเดาไม่ผิด อย่าบอกนะว่า

“อาบน้ำด้วยกันนะ” นั่นยังไงล่ะ

.......

...

ซ่าส์ เสียงน้ำจากฝักบัวไหลกระทบลงอ่างอาบน้ำดังสะท้อนทั่วห้อง จอนนั่งมองน้ำในอ่างค่อยๆสูงขึ้นมาระดับนึง เขาก็ได้เห็นเดเมี่ยนปิดน้ำ แต่อะไรนะ เมื่อกี้ นายบอกว่าอาบน้ำด้วยกันงั้นเหรอ หรือว่าจะ

โอ้ ไม่นะ จอนรีบหันหลังเมื่อเห็นร่างของเพื่อนตรงหน้ากำลังปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด แย่ล่ะ เดเมี่ยนกำลังถอดเสื้อผ้าต่อหน้าเขา เดเมี่ยนกำลังแก้ผ้าต่อหน้าเขา  

“หืม เป็นอะไรไปน่ะ”

ไม่ เอ่อ คือ เดเมี่ยน

“มานี่มา” จะลืมตาขึ้นมาไม่ได้นะ เดเมี่ยนไม่รู้ว่าเขาอยู่ในร่างนี้ แต่ถ้าอีกฝ่ายรู้ขึ้นมา เขาต้องโดนโกรธแน่ๆ ห้ามลืมตาเด็ดขาดนะจอน

แต่ถ้าแค่ขอดูนิดๆจะได้มั้ยนะ แบบ ไม่ได้ตั้งใจจะดูน่ะ แค่มันบังเอิญเห็น

ไม่ได้ ไม่ได้ สุภาพบุรุษจะไม่ทำแบบนี้ แต่นี่เขาอยู่ร่างแมว เขาไม่ใช่คนสักหน่อย

ถ้าแค่ 3 วิจะเป็นไรมั้ยนะ โอ้ย นายจะบ้าเหรอไงโจนาธาน เคนธ์ จอนกำลังทะเลาะกับด้านดีด้านมืดของตัวเอง เขาพอจะเข้าใจฉากในละครแล้วว่า ทำไมเวลาถึงสถานการณ์คับขันแบบนี้มันจะมีตัวแองเจิ้ลกับเดวิลมาคอยเป่าหูอยู่ข้างๆ

ช่างมัน จะลืมตาแล้วนะ เป็นไงเป็นกัน สาม..สอง

“ไปทำอะไรมาน่ะ ทำไมถึงได้มอมแมมแบบนี้”  อะอ่าวเดเมี่ยนไม่ได้โป๊นี่นา แค่เจ้าตัวถอดเสื้อนอกเองงั้นเหรอ นึกขอบคุณในใจที่ลืมตาขึ้นมาเห็นเสื้อกล้ามสีขาวที่อีกฝ่ายใส่อยู่ ไม่งั้นเขาคงได้เลือดกำเดาไหลตายอย่างสงบในร่างนี้แน่ๆ

แต่ก็แอบผิดหวังลึกๆแฮะ

“เป็นแมวก็ต้องรักสะอาดสิ”

ก็ชั้นไม่ใช่แมวน่ะสิ

เดเมี่ยนบีบสบู่เหลวใส่มือ ตีเป็นฟองก่อนที่ละเลงทั่วร่างแมวสีส้มเหลืองตรงหน้า จอนยอมรับว่าการที่อีกฝ่ายลูบไล้เรือนร่าง (แมว) ของเขาอย่างอ่อนโยนแบบนี้ มันฟินอย่างบอกไม่ถูก อืม...ตรงนั้นแหละ...

อ่า..ไม่นะ..ตรงนั้น...ไม่ได้นะ เดเมี่ยน

“อ้าว ไม่ชอบหรอ ก็เมื่อกี้ยังให้เกาคางอยู่เลยนี่นา”  ก็ชอบแหละ...แต่ตรงนั้น..มัน..โอ้มายก๊อด

อืม..ลงมาอีก..ซ้าย ซ้าย..นั่นแหละ

“รู้สึกดีมั้ย เจ้าตัวเล็ก”

สุดๆไปเลยล่ะ

“ปกติคนเขาบอกว่า แมวไม่ชอบน้ำนะ แต่นายนี่แปลกดี ฮะๆ”

อืม..

ในชีวิตวัย 15 ปีของโจนาธาน เคนธ์ การอาบน้ำกับเพื่อนสนิทครั้งนี้ ไม่สิ การที่เพื่อนสนิทอาบน้ำให้ครั้งนี้ มันรู้สึกดีเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ แต่ก็ต้องกลั้นใจไม่ให้เคลิ้มจนหลับไปอีกรอบ โอ้ การอดทนต่อความรู้สึกฟินนี่มันยากกว่าที่คิดเอาไว้มากเลย มันรู้สึกดีจนเขาเริ่มอยากเป็นสัตว์เลี้ยงของอีกฝ่ายซะแล้วสิ

จอนสะบัดน้ำแบบขอไปที แล้วปล่อยให้เดเมี่ยนเช็ดตัวเขา ก่อนที่จะปล่อยเขาเป็นอิสระเดินเข้ามาในห้องนอนของตน

เขาหันไปมองนาฬิกาที่อยู่บนหัวเตียง 3 ทุ่มครึ่ง ยังพอมีเวลาสินะ ต้องหาทางให้เจ้าของห้องรู้ให้ได้ว่า เขาคือซุปเปอร์บอย มองซ้ายมองชวาก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับโต๊ะวาดรูปของอีกคน

ใช่สิ ยังมีอีกวิธีนี่นา

จอนรีบพาร่างของตัวเองกระโดดไปบนโต๊ะวาดภาพ เขาพยายามจับดินสอตรงหน้า แต่ไม่ว่าจะทำยังไง ก็ไม่สามารถถือมันขึ้นมาได้เลย

โอย ให้ตายสิ

“อย่าซนสิ เจ้าตัวเล็ก” โอ้ ไม่นะ เดเมี่ยนเดินมาแล้ว ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง เร็วเข้าสิ

..............

.....

แล้วเขาก็ถูกอีกคนจับอุ้มไปนอนบนเตียงข้างกับเจ้าตัวอย่างง่ายดาย

“ชั้นจะตั้งชื่อนายว่าอะไรดีนะ”

ชั้นมีชื่ออยู่แล้ว จอนไง

“อืม..ไม่เอาดีกว่า รอฟังชื่อนายจากเจ้าของนายละกัน”

เฮ้อ

“งั้นชั้นนอนก่อนนะ นายจะนอนตรงไหนก็ได้ แต่ระวังโดนชั้นทับละกัน”

เอาตามที่คุณหนูเดเมี่ยนสบายใจเลยครับ

“ฝันดีนะ เจ้าตัวเล็ก”

.....

...

เด็กหนุ่มอายุ 15 ในร่างสัตว์สี่เท้า มองไปที่เข็มสั้นชี้ที่ 11 นาฬิกา หันมาจ้องมองใบหน้าหลับสนิทของคนที่เขาแอบชอบ เดเมี่ยนหลับไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายจนได้สัมผัสได้ถึงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเจ้าตัวแบบนี้ บอกตามตรงเขาหลงรักใบหน้าตอนหลับของเดเมี่ยน เวนย์เข้าแล้ว ยิ่งเป็นสัตว์ เจ้าตัวยิ่งลดการ์ดป้องกันลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกว่าร่างตรงหน้าช่างน่ารัก อ่อนโยนและไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน

จอนลองยื่นขาหน้าเข้าไปเกลี่ยไลผมที่ปรกหน้าอีกฝ่ายดู เจ้าตัวยังไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ

พอเห็นเป็นสัตว์ นายก็นอนไม่ระวังตัวขนาดนี้เลยเหรอ เดเมี่ยน

จอนนั่งมองคนนอนหลับพริ้มสักพัก ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในที่สุดก็ทำใจได้สักที

เหลือแค่วิธีนี้ วิธีเดียวเท่านั้น

......

...

“โอ้ย ชั้นแพ้นายอีกแล้ว บิลลี่”

“หึหึ จอน นายก็รู้ตัวดีว่าแพ้ทางสายเวทย์แบบชั้น อย่าลืมสิว่าซุปเปอร์แมนยังเคยแพ้ชั้นเลย”

“เฮ้อ ถ้าถูกศัตรูที่ใช้เวทย์มนต์เล่นงานเข้า ชั้นจะเอาอะไรไปสู้เนี่ย” ซุปเปอร์บอยถอนหายใจมาเป็นรอบที่ 10 หลังจากที่พ่ายแพ้ในการฝึกซ้อมดวลกับเพื่อนในลีค บิลลี่ แบทซัน หรือชื่อในวงการฮีโร่ว่า ซาแซม เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ...ทุกครั้งเลยมั้ง

“ฮ่าๆ แต่ถือว่ารอบนี้นายเก่งขึ้นมากแล้วนะ ขนาดชั้นสาปลดพลังนายไปตั้งครึ่งแน่ะ”

“แต่ก็แพ้นายอยู่ดี เฮ้อ ไม่มีวิธีอะไรที่จะเอาชนะเวลาถูกพวกใช้เวทย์มนต์สาปได้เลยเหรอไง”

“นายหมายถึงวิธีแก้คำสาปน่ะเหรอ” บิลลี่เดินเข้ามานั่งข้างๆเด็กหนุ่มที่นั่งห่อเหี่ยวใจเพราะเพิ่งแพ้เขาไป

“หา เปล่า แต่ก็ใช่”

“อืม ที่ได้ผลชัวร์ที่สุด ก็คือ ให้คนที่สาปถอนคำสาปให้ แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีคนไหนที่สาปแล้วจะล้างคำสาปให้เล่นๆหรอก เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่เราก็จะ ให้นักเวทย์คนอื่นร่ายเวทมนต์ที่ได้ผลข้างเคียงหักล้างกับคำสาปนั้นได้ ตัวอย่างเช่น ชั้นสาปให้นายถูกแช่แข็ง นายก็แก้โดยการโดนไฟเผาอะไรประมาณนั้น หรือไม่ก็ต้องใช้เครื่องรางเวทย์มนต์ในการแก้คำสาป แต่วิธีมันยุ่งยากเพราะกว่าจะรู้ว่าต้องใช้เครื่องรางชิ้นไหน คนโดนสาปไม่ตายก็แก้คำสาปไม่ทันแล้ว”

“งั้นเหรอ...”

“แล้วก็มีอีกวิธีนึง อันนี้ชั้นก็ฟังมาจากคุณซานตาน่าน่ะนะ”

“....??” จอนเขยิบตัวไปเมื่อบิลลี่กระดิกนิ้วเรียกให้เขาเข้าไปใกล้ อีกฝ่ายเอามือป้องปากก่อนที่จะกระซิบใส่คนอายุน้อยกว่า

“นายรู้จักจุมพิตจากรักแท้หรือเปล่า”

 .......

....

เขาไม่คิดว่า คำพูดของรุ่นพี่ฮีโร่จะมามีประโยชน์เอาก็ตอนนี้ ตอนนี้ก็ใกล้จะหมดวันแล้วด้วย วิธีอื่นก็ไม่มีแล้ว ก็มีแต่วิธีที่ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่ไม่ใช่เหรอไง

แต่ว่า ให้จูบ จูบกับเดเมี่ยนงั้นเหรอ

มันจะขี้โกงไปหรือเปล่า

แต่ตอนนี้เดเมี่ยนก็หลับสนิทอยู่ด้วย วิธีนี้น่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดไม่ใช่เหรอ เอาจริงๆถ้าถามใจเขาเองก็...

ไม่ได้นะ โจนาธาน มันก็เหมือนกับว่านายฉวยโอกาสคนที่นอนหลับอยู่น่ะสิ นายจะทำแบบนี้ไม่ได้นะเฟ้ย

จอนกำลังทะเลาะกับความคิดของตัวเองอีกครั้ง มันน่าปวดหัวยิ่งกว่าปัญหาโลกแตกซะอีก เขากำลังทะเลาะกับตัวเอง

แต่โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีง่ายๆสักหน่อย ถ้าเกิดเดเมี่ยนไม่ได้ชอบเขา ทั้งชีวิตนี้เขาอาจจะไม่มีวันได้จูบกับเจ้าตัวเลยก็ได้ เขาบอกว่าถ้ามีโอกาสมาให้รีบคว้าเอาไว้ไม่ใช่เหรอไง

แต่ว่ามันก็เหมือนชั้นไปล่วงเกินเดเมี่ยนน่ะสิ...โอ้ย สับสนโว้ย

“อืม...”

เดเมี่ยน

“ทิทัส นอนได้แล้ว” ฟู่ว เห็นมั้ยเดี๋ยวเดเมี่ยนก็ตื่นพอดีหรอก จะทำอะไรก็รีบทำสิจอน

คิดดูสิ ถ้าเกิดนายกลายเป็นแมวตลอดไป จะปกป้องเดเมี่ยนได้ยังไงล่ะ 

มันไม่ผิดใช่มั้ย ถ้าชั้นจะทำแบบนี้ ไม่ผิดสิ เราทำเพื่อถอนคำสาปยังไงล่ะ แค่เอาปากไปชนกับปากเล็กๆของอีกฝ่าย...

ขนาดมือของเดเมี่ยนยังนุ่มขนาดนี้ ถ้าเป็นรีมฝีปากของเจ้าตัวจะนุ่มขนาดไหนกันนะ

โอย เป็นไงเป็นกัน ชั้นขอโทษนะเดเมี่ยน

.......

.....

“มองอะไรอยู่น่ะ จอน” บิลลี่สะกิดเรียกรุ่นน้องที่เอาแต่เหม่อลอยไปที่อีกด้านนึงของโรงฝึก คนอายุมากกว่ามองตามสายตาสีฟ้าคู่นั้น มันไปหยุดที่ใครบางคนที่กำลังชกกระสอบทรายตั้งพื้น

“...ห้ะ อ่อ เปล่า ไม่มีอะไรครับ”

“เจ้าหนูโรบินงั้นเหรอ ชอบเขาหรือไง”

“อ่ะ...ไม่นะครับ ผมแค่ เอ่อ..”

“รสนิยมนายนี่ SM ชะมัดยาก” และเห็นเด็กตัวผอมเตะกระสอบทรายจนได้ยินเสียงหนักแน่นแบบนั้น บิลลี่ก็กลืนน้ำลาย ส่ายหน้าแล้ว ถ้าเขาในร่างปกติโดนเตะก้านคอมีหวังสลบเป็นหมาแน่

“เพ้อเจ้อแล้วครับ”

“ถ้าชั้นเพ้อเจ้อทำไมนายต้องหน้าแดงด้วยล่ะ อั่นแน่ะ อั่นแน่ะ”

“เฮ้อ...”

“แล้วบอกเจ้าตัวเขาไปยัง”

“มะ...ยังครับ ผมคิดว่า ไม่บอกดีกว่า” บิลลี่นั่งมองเด็กวัยรุ่นที่เอาแต่ก้มหน้าหลบตาเขามองมือตัวเอง

“อ่าวไหงงั้นล่ะ พวก นี่ศตวรรษที่เท่าไหร่แล้ว สังคมมันเปิดกว้างเรื่องนี้มาตั้งนานแล้วนะ”

“ผมว่ามันยังไม่ถึงเวลา แถมถ้าเกิดบอกไปแล้วเดเมี่ยนรังเกียจผมขึ้นมาล่ะ”

“แล้วนายต้องรอเวลาไหนถึงจะบอกเขาล่ะ”

“......”

“เฮ้ โอกาสก็อยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ นายจะปล่อยผ่านไปเฉยๆเหรอไง”

.........

......

พรึ่บ!! ประตูห้องน้องลูกชายคนเล็กของมหาเศรษฐีเปิดขึ้น พร้อมกับร่างของผู้มาใหม่ทั้งสามย่างกายเข้ามา จอนหันหน้าไปมองก่อนที่แสงอะไรมาอย่างจะกระเด็นเข้ามาใส่ตาเข้า

“นั่นไง เขาอยู่นั่น จัดการเลย”

ARBADACARBA

“จอน ไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ยลูก” เขาลืมตาขึ้นมาอีกที พบว่าตัวเองกำลังถูกอ้อมแขนใหญ่ที่แสนอบอุ่นของใครบางคนโอบไว้อยู่ แทบไม่ต้องเดาเลยว่าคือใคร

“พ...พ่อ”

“ค่อยยังชั่วหน่อย ลูกปลอดภัยแล้ว” เด็กชายก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง ไม่ได้มีปุ่ม มีเล็บแล้ว เขากลับมาเป็นมนุษย์เหมือนเดิมแล้ว แต่ทำไมถึงได้โป๊แบบนี้ล่ะ

“มีคนเจอเสื้อผ้าของซุปเปอร์บอยตกอยู่แถวๆโรงเรียนประถมเมโทโพลิส ชั้นลองย้อนภาพจากกล้องวงจรปิดดูเห็นมอร์เดรคหนีออกมาจากคุกเวทมนต์ ก็เลยเข้าใจว่าซุปเปอร์บอยน่าจะโดนสาป” เป็นบรูซ เวนย์เจ้าของคฤหาสน์ที่แต่งตัวอัศวินรัตติกาลเต็มยศ เข้ามาตอบให้ ข้างๆแบทแมนเป็นซานตาน่าฮีโร่นักเวทย์สาวที่ได้ชื่อว่า เป็นนักเวทย์สาวที่แข็งแกร่งที่สุดในอเมริกาตอนนี้

“อืม...เอะอะอะไรกันน่ะ ค..คุณพ่อ” คนที่หลับอยู่ ค่อยๆลุกขึ้นมานั่งขยี้ตาสะลึมสะลือเหมือนคนยังไม่ตื่นดี บรูซ เดินเข้าไปจับไหล่เล็กทั้งสองข้างของลูกชาย

“เดเมี่ยน ลูกไม่เป็นอะไรนะ”

“ค...ครับ..นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมซุปเปอร์แมน กับ ซานตาน่ามาอยู่ที่นี่ จอน!! อะไรเนี้ย” เขานั่งชี้นิ้วใส่คนแปลกหน้าที่ไม่น่าจะมายืนรวมกันอยู่ในห้องนอนของตัวเองได้ หรือเขายังฝันอยู่กัน

“เรื่องมันยาวน่ะ ก่อนอื่นเลยพ่อขอยืมเสื้อผ้าลูกให้จอนเขาหน่อยนะ” เดเมี่ยนยังคงกรอกตาไปมาเหมือนยังปรับตัวไม่ทัน บรูซถือว่าลูกเขาเข้าใจแล้ว เดินไปหยิบเสื้อและกางเกงที่ขนาดใหญ่กว่าตัวลูกชายเขาที่อยู่ในตู้ออกมาโยนให้ลูกชายเพื่อนสนิท จอนรับมาใส่พลางเหล่มองไปที่อีกคน เห็นว่าคนบนเตียงกำลังจ้องมองเขาอย่างไม่วางตาเช่นกัน

 “มีใครอธิบายให้ผมฟังได้บ้างว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น”

“ลูกฟังพ่อนะ มอร์เดรคศัตรูเก่าของพ่อกับคลากค์สาปเพื่อนลูกให้กลายเป็นแมว พ่อจัดการส่งมันกลับไปคุกเวทย์มนต์แล้ว แต่เพื่อนของลูกยังไม่คืนร่างเดิม ซานตาน่าเลยมาล้างคำสาปให้” เดเมี่ยนตั้งใจฟังแบทแมนอธิบายเรื่องราวทั้งหมดก่อนที่จะทำหน้านิ่วคิ้วขมวดยิ่งกว่าเดิม สายตาสีเขียวมรกตเพ่งมามองจิกกัดที่เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตน จนจอนสะดุ้ง เฮือก

“จอน นายคือแมวตัวนั้นงั้นเหรอ”

“เอ่อ..อืม ใช่แล้วล่ะ”

“นายหลอกชั้น”

“ชั้นขอโทษแต่ว่า-”

“กล้าดียังไงถึงได้-!!

“เดเมี่ยน ชั้นพยายามจะบอกนายแล้ว แต่นายไม่ฟังเอง!!” แต่ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไรต่อ เดเมี่ยนก็พูดแทรกขึ้นมา

“แสดงว่านาย...ไอบ้าเอ้ย ไปตายซะ!!” พอเห็นท่าไม่ดี ซุปเปอร์แมนก็เข้ามาขัดจังหวะสงครามกลางห้องนอนที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เอาล่ะ พวกลูกใจเย็นๆกันก่อนนะ จบเรื่องแล้วใช่มั้ย”

“......” จอนมองหน้าลูกชายของบรูซนิ่งๆไม่ตอบอะไร ผิดกับเด็กวัยรุ่นอีกคนที่นั่งหน้าบึ้งไม่พอใจ

“ชิส์”

“เดเมี่ยน นายกำลังสับสนอยู่ตอนนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเราค่อยมาคุยกันนะ พวกชั้นกลับแล้วนะ ขอบคุณมากบรูซ ซานตาน่า” คลากค์ยิ้มให้เพื่อนฮีโร่ทั้งสองก่อนที่จะ ก้มหน้ามามองลูกชายหน้าแดงทำท่าเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเขาสะกิด จอนกลับหันมาพยักหน้า แล้วสองพ่อลูกคริปโตเนียนก็บินออกทางหน้าต่างกลับเมโทรโพลิส

“ยินดีเสมอจ้ะ แล้วเจอกันบรูซ” ซานตาน่าวาดไม้กายสิทธิ์ไปที่พื้นที่ว่างร่ายคาถาอะไรบางอย่าง เกิดเป็นหลุมมิติก่อนที่จะกลับไปอีกคน

......

....

ระหว่างการเดินทางบินกลับเมโทรโพลิส คลากค์สสังเกตเห็นว่าลูกชายเขาเงียบไปตลอดทาง จนคนเป็นพ่ออดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่ลูกของเขาโดนสาป แล้วมันเกี่ยวข้องกับเดเมี่ยน ลูกชายของบรูซด้วยหรือเปล่า

“จอน ลูกโอเคนะ”

“ฮะ” เด็กวัยรุ่นตอบกลับมาโดยที่สายตายังคงเหม่อลอย

“ถ้ามีเรื่องกลุ้มใจอะไรปรึกษาพ่อได้เสมอนะ” คงมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่คนเป็นพ่ออย่างเขาจะทำได้ คลากค์คิดในใจ

จอนหันหน้าไปยิ้มแห้งๆให้พ่อของตน แล้วหันกลับไปมองทางเหมือนเดิม มือข้างนึงยกขึ้นมาแตะปากตัวเอง คำถามที่ยังค้างคาใจเขาตอนนี้คือ

สรุปเมื่อกี้โดนหรือเปล่านะ

 

 

ตอนนี้เหลือแค่เจ้าของบ้านกับลูกชายคนเล็กที่ยังนั่งสับสนกับสถานการณ์อยู่ในห้องนอนของตัวเอง บรูซจ้องมองลูกชายที่เอาแต่นั่งเหม่อลอยหน้าแดง จนคนเป็นพ่ออดเป็นห่วงไม่ได้

“เดเมี่ยน”

“ห้ะ...ค..ครับคุณพ่อ”

“ลูกไม่เป็นอะไรจริงๆใช่มั้ย” บรูซแตะไหล่เด็กชายเบาๆ เดเมี่ยนพยักหน้าช้าๆ ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่า ไอความรู้สึกอุ่นๆตรงริมฝีปากนี่มันอะไรกัน แต่เจ้าตัวก็ตอบคุณพ่อไปว่า

“ผมโอเค” บรูซยื่นมือไปลูบกลุ่มผมสีดำนุ่มเบาๆ

“งั้นก็ดีแล้ว นอนต่อเถอะ ราตรีสวัสดิ์ลูก”

“ค..ครับ คุณพ่อก็ด้วย” เด็กวัยรุ่นยิ้มให้คุณพ่อของตัวเอง มองร่างผู้ใหญ่ตรงหน้าเดินออกไปจากห้องจนลับสายตาไป

ก่อนที่จะ ยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเอง ตั้งคำถามตัวเองในใจว่า

เมื่อกี้เขาฝันไปรึเปล่านะ

............................

................

.......

 

 

 

 แปะภาพของ bakaaochan อีกรูป อร้ายๆๆๆๆ ชอบอันนี้ (เป็นคนบังคับนางวาด ชั้นภูมิใจ 555)


___________________________THE END____________________________

Talks: อั่ก!! สรุปว่าได้กันหรือเปล่า ได้กันหรือเปล่า //โดนคุณพ่อขี้หวงเขวี้ยงแบทดาแรงใส่กลางหน้าผาก

JONDAMI อีกเรื่องนึงแล้วค่ะ นายจะได้บทเยอะเกินไปแล้วนะจอน ณ จุดๆนี้ไรท์อิจฉาลูกครึ่งเอเลี่ยนค่ะ

(ฮา แต่งเองอิจเอง) ชอบกันหรือเปล่าเอ่ย บอกกันได้นะ คือที่ไม่เขียนชื่อเรื่องว่า jondami ตั้งแต่แรกเพราะว่า

อยากให้มาเซอร์ไพร์สน้องค่ะ ไม่รู้ว่าวิธีนี้ทำไปจะเซอร์ไพร์สจริงหรือเปล่า เพราะถ้าอ่านแท๊กก็จะรู้ทันทีเลย (ฮรือ)

รักน้องเมี่ยน เอ็นดูน้องจอนกันเยอะๆนะคะ หาเรื่องคุยกับเราได้เลยนะ

แรงบันดาลใจจาก : ฟิคเรื่องล่าสุด why the boy prefer animal อยากเห็นอิจ้อนกลายเป็นสัตว์ แล้วก็ Justice League Unlimited Episode 03 : Kid Stuff ความเบียวของเด็กนี่กระชากใจสุดๆ

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ +-.แลนข้ามคลอง.-+ จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 18:07
    โอ้ยยยยยยยน่ารักอะไรแบบนี้ ไรต์เขียนดีมากเลยอ่ะ อยากให้ไรต์มาอัพเรื่องใหม่ๆบ้างนะคะ
    #4
    2
    • #4-1 ..-+iiau..-+ (@lancelotkun) (จากตอนที่ 1)
      1 พฤศจิกายน 2560 / 17:16
      (*w*)/ ใจจริงอยากจะอัพบ่อยๆนะคะ แต่พอคิดว่ายังแต่งไม่ดีพอ ก็เลยแก้แล้วแก้อีก บางทีก็พล๊อตตัน เขียนเมาๆมึนๆ คือเราอยากให้เรื่องแต่ละเรื่องมันออกมาดีที่สุด (ก็เลยมีฟิคที่เขียนแล้วไม่ได้เอามาลงเยอะเลยค่ะ) แล้วก็เราคิดมาตลอดว่า อยากจะแต่งฟิคที่ทำให้คนอ่านอ่านแล้วยิ้มตาม และ กลับมาอ่านใหม่ได้อีกค่ะ เรื่องต่อไปใกล้จะมาแล้วอดใจรอนิดนึงนะคะ ทวงฟิคเราในทวีตก็ได้ ฮี่ๆ @llau_7yacht
      #4-1
    • 2 พฤศจิกายน 2560 / 01:03
      ได้ไปตามจริงๆแน่ ถ้าคิดถึง 5555
      #4-2
  2. วันที่ 25 กันยายน 2560 / 21:37
    อะไรคือการที่ฉันนั่งอ่านฟิคทั้งหมดของไรท์ ในที่เดียวแบบหยุดอ่านไม่ได้แม้ว่าฉันจะป่วยหนักก็จะสู้กับหมอเพืออ่านฟิคต่อ.
    หมอค่ะฟิคนี่นะคือกำลัวใจในการรักษาของหนูค่าาาาาาาา
    #3
    1
    • 22 ตุลาคม 2560 / 21:15
      ตายแล้ว ตอนนี้หายดีหรือยังคะ (>o<)/
      อ่านทุกเรื่องแบบนี้รักตายเลย //กระโดดกอด อ่าวเดินหนีเค้าทำไมอ่าา
      #3-1
  3. วันที่ 7 กันยายน 2560 / 09:37
    จอนคะ กำไรเหนาะๆเลยมั้ยล่ะคะลูก อุ้ม โดนลูบ โดนถู โดนเกา ได้เห็นเมี่ยนอ่อนโยนอีกด้วย กำไรมากๆแล้วลูก
    #2
    2
    • 8 กันยายน 2560 / 07:21
      ชีวิตอิจ้อนดีจนน่าหมั่นไส้เลยทีเดียว 555 บางทีก็อยากเขียนให้นางอกหักไปเลย
      "เดี๋ยวชั้นหาแฟนใหม่ให้เดเมี่ยนเอง แกตกกระป๋องแล้วซุปปี้เอ้ย"
      เราจะอัพๆหยุดๆอย่างนี้ไปเรื่อยๆนะคะ แต่ไม่หยุดแต่งหรอกค่ะ
      (คือถ้าอารมณ์มี พล็อตมี เวลามีก็ทำ) ฟิลแบบหาฟิคอ่านเองไม่ได้ก็แต่งมันซะเลย (ฮา)

      ปล.กลับไปเล่นทวิตแล้วค่ะ @llau_7yacht แต่ก็เป็นพวกโซเชี่ยลรกร้าง 555

      #2-1
    • 11 กันยายน 2560 / 02:33
      @AtitaYZ ไปส่องภาพเราได้เน้อ(พอดีเพิ่งสมัครยังเล่นไม่เป็น)ถ้าเล่นเป็นแล้ววาดFAแล้ว เดี๋ยวแทคหาเน้อ
      #2-2
  4. #1 พีววาลิน
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 07:22
    อ้ากกกกกกกกก---------เอ็นดูวววววว &#128557;&#128557; น่ารักขั้นสุดค่ะ ฮือออออออ ภาษาอร่อยมากก น้องจอนน่ารัก ฮือ //กราบมอร์เดรค เดี๋ยวเอาโอเลี้ยงไปเยี่ยมนะคะ--- แค่ก--
    #1
    2
    • 8 กันยายน 2560 / 07:10
      อรึ๋ยยยย เอาโอเลี้ยงแบบยกแพ๊คกินฟรีตลอดชีวิตให้นางเลยค่ะ (ฮา)
      แต่ง 2 คนนี้มา 4 เรื่องแล้ว มี Y แบบจริงกันก็เรื่องนี้กับ Black Mercy แหละค่ะ
      แต่ความสัมพันธ์ของคู่นี้ก็ยังไม่ชัดเจนสักที จอนมันช้า มันกลัว มันไม่กล้า เมี่ยนเราก็รอต่อไปสิ
      //เดี๋ยวก็ให้คนอื่นมาคาบน้องเมี่ยนไปซะหรอก 555 (หักมุมไง ไรท์ชง allmian อยู่แล้ว ฮ่าๆ)
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ >///<
      #1-1
    • #1-2 พีววาลิน
      11 กันยายน 2560 / 20:15
      โอเลี้ยงเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลยค่ะงานนี้ 55555

      //โถ่ว เจ้าน้องจอน แต่นึกๆแล้วก็น่าให้เมี่ยนสวนกลับอยู่นะค--- &#128514; ข้อหาไม่เริ่มสักที 5555
      #1-2