คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Batfam] Why the boy prefer animal

เดเมี่ยน เวนย์ เป็นคนรักสัตว์ อาจจะดูขัดๆกับลักษณะภายนอกแต่เขาก็เป็นคนรักสัตว์อย่างที่พูดจริงๆ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวของเขา มันมีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้สัตว์น่าอยู่ด้วยมากกว่ามนุษย์

ยอดวิวรวม

1,075

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


1,075

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


22
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ก.ย. 60 / 20:46 น.
[Fic Batfam] Why the boy prefer animal | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ก.ย. 60 / 20:46

บันทึกเป็น Favorite


note : มีการอ้างถึงเหตุการณ์ใน Favorite Brothers กับ There's a monster under the bed บางส่วนนะคะ ใครยังไม่ได้อ่าน แนะนำให้อ่านก่อนนะคะ 


 

  ขอบคุณรูปประกอบแฟนฟิคจาก bakaaochan ค่ะ ติดตามผลงานนางได้ที่ แบทตาแรงป๊าปๆ


เดเมี่ยน เวนย์ เป็นคนรักสัตว์ อาจจะดูขัดๆกับลักษณะภายนอก และสาบานได้ว่า ถ้ามีคน 10 คนได้ยินแบบนี้ จะมี 7คนที่ต้องลุกขึ้นมาแย้งว่าไม่จริง 2 คนที่เหลือ ต้องบอกว่าไม่เชื่อ แล้วอีกคนจะต้องส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่าเป็นไปไม่ได้แน่ๆ แต่เขาก็เป็นคนรักสัตว์อย่างที่พูดจริงๆ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวของเขา มันมีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้สัตว์น่าอยู่ด้วยมากกว่ามนุษย์

1 สัตว์เลี้ยงจะไม่มีวันปฏิเสธเรา

ไม่” เสียงหนักแน่นของบุรุษผู้มีศักดิ์เป็นหัวหน้าตระกูลร่ำรวยชื่อดังแห่งเมืองก๊อทแธมดังก้องไปทั่วถ้ำค้างคาว บรูซ เวยน์ มองข้อมือเล็กของลูกชายกำแน่นจนมีรอยแดงปรากฏขึ้นมา ใบหน้าบึ้งตึงของลูกชายเป็นสัญญาณว่าสองพ่อลูกกำลังจะมีปากเสียงกันในไม่ช้า

“แต่คุณพ่อ-”

“ไม่”

“แต่ว่า-”

“ครั้งล่าสุดที่เราตกลงกันไว้ว่าลูกจะยอมถูกกักบริเวณถ้าไม่ฟังพ่ออีก แล้วนี่มันก็อีกครั้งแล้วนะ เดเมี่ยน”

“แต่ผมก็จับคนร้ายได้ไม่ใช่เหรอไง”

“ไม่ มันไม่เกี่ยวว่าลูกจะจับเขาได้หรือไม่ แต่ลูกไม่ฟังพ่อ” บุรุษแห่งรัตติกาลยอมรับว่าใจเขาแทบตกไปอยู่ตาตุ่ม เมื่อโรบินกระโดดเกาะวายร้ายตัวนึงแล้วอัดมันกลางอากาศ จริงอยู่ที่ลูกคนเล็กของเขามีความสามารถ โลดโผนไปที่นู่นที่นี่ได้ดั่งใจ เหมือนพวกลูกชายคนโต แต่ไอการที่คิดว่าตัวเองมี 9 ชีวิต นึกจะวิ่งเข้าไปหาเรื่องให้ตัวเองบาดเจ็บเล่นก็วิ่งเข้าไปเนี่ย คนเป็นพ่อรับไม่ได้จริงๆ ครั้งนี้เดเมี่ยนอาจจะปลอดภัยเพราะ ตอนที่ร่วงลงมาเขาคว้าตัวลูกเอาไว้ได้ทัน แต่ถ้าเกิดมีครั้งหน้าที่เขารับไม่ทัน หรือมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นล่ะ เขาคงไม่ให้อภัยตัวเองที่ได้โอกาสคืนชีวิตให้ลูกชายคนเล็กอีกครั้งแล้วปล่อยให้ตายไปอีกแน่ๆ

“แต่ผม-”

“ไม่มีแต่เดเมี่ยน เอาล่ะ ขึ้นไปเปลี่ยนชุดแล้วก็เข้านอนซะ”

“ผมไม่ให้คุณพ่อออกไปคนเดียวหรอก แบทแมนจำเป็นต้องมีโรบินไม่ใช่เหรอไง” บรูซหลบเลี่ยงดวงตาสีเขียวมรกตทั้ง 2 ช้อนตาขึ้นมามองเขา มือเล็กจับชายผ้าคลุมของอัศวินแห่งรัตติกาลเอาไว้หลวมๆ บรูซกัดปากข่มตัวเองไม่ให้ใจอ่อน คนเป็นพ่อกำมือแน่น ก่อนที่มือใหญ่จะสลัดมือเล็กที่จับปลายผ้าคลุมของเขาไว้

เรื่องบางเรื่องเราก็ตามใจลูกไม่ได้เสมอไป

“พ่อลุยเดี่ยวได้”

“ชิส์”

“เดเมี่ยน พ่อขอลูกแค่ 3 อย่าง สุขภาพแข็งแรง-”

“สุขภาพแข็งแรง ตั้งใจเรียน แล้วก็เชื่อฟังทุกอย่างที่คุณพ่อพูดเนี่ยนะ”

“ถ้าลูกรู้อยู่แล้ว งั้นก็ไปเข้านอนซะ” บรูซกุมไหล่ทั้งสองข้าง กำชับเด็กชายอีกที เดเมี่ยนพยักหน้าแบบขอไปที ส่งเสียงจิจ้ะขัดใจออกมาเหมือนจงใจให้เขาได้ยิน

“ชิส์”

“พ่อรักลูกนะ ราตรีสวัสดิ์” คนเป็นพ่อคว้าตัวกอดอีกคนจากด้านหลัง แต่เพียงชั่ววินาทีเขาก็ต้องปล่อยลง หลังจากถูกฟันเล็กๆกัดที่แขน บรูซมองลูกชายคนเล็กก้าวเท้าหนักๆขึ้นไปบนคฤหาสน์ พอร่างเด็ก 11 ขวบลับสายตาไป บุรุษแห่งรัตติกาลก็ออกไปทำหน้าที่ในเวลากลางคืนอีกครั้ง

 

เดเมี่ยน เวนย์ในชุดโรบิน ยืนอยู่ริมหน้าต่าง นับเลข 1-1000 ไปเรื่อยๆ เขาไม่ได้เปลี่ยนชุดแล้วเข้านอนอย่างที่คุณพ่อบอก ไอการที่หัวถึงหมอนหลับฝันดีตอนสี่ทุ่มนี่มันเป็นเวลาของเด็ก และ ให้ตายเถอะ เลิกมองเขาเป็นเด็กสักที หน้าที่ของโรบินคือพาแบทแมนกลับบ้านอย่างปลอดภัย เพราะฉะนั้น ต่อให้โดนกักบริเวณเขาก็ไม่แคร์ยังไงก็จะออกไปข้างนอกอยู่ดี เด็กชายเริ่มทนไม่ไหวนับข้ามตัวเลขหลักสิบ หลักร้อย ไปจนถึง 1000 มือเล็กถึงได้ค่อยเอื้อมไปแง้มเปิดหน้าต่างห้องนอนชั้นสองของตัวเอง ปีนออกมาเดินซัดเซาะไปตามระเบียง จนกระโดดลงมาบนพื้นหญ้าในสวนได้อย่างปลอดภัย เขาวิ่งลัดเลาะไปที่สวนหย่อม แต่พอไปถึงหน้าประตูรั้วด้านหลังของคฤหาสน์ ขาเล็กถึงได้หยุดลง เพราะว่า

“โกลิแอท หลีกไป” เบื้องหน้าเดเมี่ยน เวนย์ คือ สัตว์เลี้ยงมีขนร่างยักษ์ยืนขวางทางอยู่ โกลิแอทพ่นลมหายใจฮึดฮัดเสียงดังออกมา เหมือนมันคิดว่าตัวเองเป็นพัศดีที่กำลังควบคุมไม่ให้นักโทษแหกคุกออกไปยังไงยังงั้น เดเมี่ยนยืนกอดอก ในหัวสงสัยว่าทำไมโกลิแอทถึงมาอยู่ที่นี่ แต่คิดได้ว่า คนที่จะทำให้เรื่องเป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ก็มีแต่คุณพ่อของเขาคนเดียว เขาจึงได้ตัดข้อสงสัยนั้นทิ้งไป และ พูดคำเดิมอีกครั้ง

“หลีกไป เจ้าค้างคาวโง่” มันเหมือนจะได้ยิน แต่ก็ไม่ทำตาม เด็กชายทำเสียงจิจ้ะขัดใจก่อนที่จะเดินไปอีกทางแต่ก็ถูกแมนแบทวิ่งตัดหน้าขวางเอาไว้ เหมือนกับเป็นทางกลั้นไม่ให้เขาฝ่าออกไปได้ ครั้งนี้มันร้องใส่ผู้เป็นนายด้วยเสียงดัง

EEEEKKKKK เดเมี่ยนฟังไม่ออก แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่า มันคงจะพูดประมาณว่า อย่าออกไปน้า อะไรแบบนั้น แต่เฮ้ ไม่มีสัตว์เลี้ยงตัวไหนเคยปฏิเสธเขา เพราะฉะนั้น

“โกลิแอท ไปคาบมา” เด็กชายเขวี้ยงกิ่งไม้ขนาดไม่เล็กเกินไป ไปด้านหลังตัวเอง ที่น่าแปลกใจคือแทนที่เจ้าแมนแบทตัวดีจะวิ่งไปคาบมันแล้วเอามาให้เขาอย่างว่าง่าย เจ้าตัวกลับยืนนิ่งขวางทางเขาไว้

เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด

“ไปคาบมาสิ” มันสะบัดหน้าเป็นคำตอบ

EEEKK

“ได้ จะไม่ฟังกันแล้วใช่มั้ย” เดเมี่ยนสังเกตเห็นว่าแววตาสีทองของสัตว์เลี้ยงของตนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับมาหนักแน่นเหมือนเดิม แต่นั่นก็ไม่ได้ลดอาการหงุดหงิดในใจของเขาอยู่ดี เด็กชายกำลังของขึ้น และคงจะไม่ลงในเร็วๆนี้

“......”

“นายเลือกมาเลยว่าจะอยู่ข้างคุณพ่อ หรือ อยู่ข้างชั้น” เขาไม่สนใจว่ามันจะเข้าใจที่เขาพูดหรือเปล่า คุณพ่ออาจจะสั่งให้โกลิแอทเฝ้าเขาไว้ได้ แต่อย่าลืมสิเขาเป็นเจ้านายของโกลิแอทนะ มันต้องเชื่อฟังเขามากกว่าคุณพ่ออยู่แล้วสิ

“......”

“ไม่ตอบหรอ หึ มีใหม่แล้วลืมเก่างั้นสิ”

“......”

“งั้นก็เชิญไปอยู่กับแบทแมนเลย อย่ามายุ่งกับชั้นเชียวนะ” เท่านั้นแหละ แมนแบทตัวใหญ่รีบวิ่งเข้ามาตะครุบร่างเล็กของเจ้านายของตน มันเลียหน้าเด็กชายไปมาแทนคำขอโทษ ก่อนที่จะวิ่งไปคาบกิ่งไม้มาวางไว้บนมือเล็ก เดเมี่ยน เวนย์เช็ดน้ำลายที่อยู่บนใบหน้าก่อนที่จะยิ้มออกมา ยื่นมือขึ้นไปลูบๆวนๆขนนุ่มๆสีแดง

“ดีมาก เด็กดีๆ”

เห็นมั้ย สัตว์เลี้ยงไม่มีวันปฏิเสธเรา

 

2 สัตว์เลี้ยงจะรู้เสมอว่าเวลาไหนควรจะคลอเคลียเจ้านาย

“ทายสิ ใครเอ่ยยยย”

“ริชาร์ด”

“ถูกต้อง อั่ก เจ็บนะลิตเติ้ลดี” ดิ๊ก เกรย์สันลงไปนั่งคุกเข่ากุมท้องตัวเองกับพื้นด้วยความจุก เดเมี่ยนอาจจะตัวเล็กก็จริงแต่แรงที่ข้อศอกก็ไม่น้อยตามขนาดตัวเลย

“หึ สมน้ำหน้า” เด็กชายตัวการหันเก้าอี้มานั่งไขว้ข้าง เชิดหน้ามองพี่ชายคนโตนั่งทรมานอยู่เบื้องล่างอย่างอารมณ์ดี ที่จริงเขาก็รู้สึกตัวก่อนที่มือใหญ่อีกคนจะเข้ามาปิดตาแล้ว แต่เพราะเอาคืนแบบนี้มันสะใจกว่า ใครให้มาแกล้งกันตอนที่กำลังหาข้อมูลคนร้ายในแบทคอมพิวเตอร์อยู่ล่ะ

“โอ้ย ใจร้ายที่สุดเลย ลิตเติ้ลดี” คนอายุมากกว่าพยายามพยุงตัวลุกขึ้นมาจับขาเก้าอี้ตรงหน้าทรงตัวเอาไว้ เขาเห็นน้องชายแกว่งขาไปมาไม่รู้ไม่ชี้อย่างอารมณ์ดี ทำเอาคันไม้คันมืออย่างแกล้งเด็กชายอีกรอบ

“ขอบใจที่ชม”

“ไม่ได้ชมสักหน่อย เฮ้อ เป็นเด็ก 10 ขวบที่ไม่น่ารักเลยจริงๆ”

“12 แล้วต่างหาก” แต่พี่ชายหาได้ฟังไม่ ดิ๊ก อุ้มน้องชายตัวดีขึ้นมากอดแรงๆเหมือนตุ๊กตาให้หายคิดถึง

“คิดถึงพี่ชายมั้ย ลิตเติ้ลดี”

“ไม่มีวันซะหรอก ปล่อยนะ ริชาร์ด” เจ้าของชื่อกลับกอดอีกฝ่ายแน่นเหมือนเดิม ไม่มีตุ๊กตาตัวไหนกอดแล้วสบายใจเท่า เดเมี่ยน เวนย์อีกแล้ว เจ้าตัวลืมไปว่าแขนทั้งสองกำลังโดนเล็บเล็กๆทั้งจิกทั้งข่วน แต่ทำไงได้ล่ะ เขาชินซะแล้ว หน้าด้านหน้าทนให้เด็กชายทำร้ายร่างกายต่อไป

“บอกว่าให้ปล่อยไงเล่า” มือเล็กทุบหน้าอกกว้างไปเต็มแรงแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะหลุดไปจากมือปลาหมึกดึกดำบรรพ์พันธุ์นี้ได้ง่ายๆ เมื่อออกแรงทุบไปจนคิดว่าไม่ได้ประโยชน์ เดเมี่ยนก็เลยยอมอยู่นิ่งๆให้คนเป็นพี่กอดเล่นต่อไป

“รักที่สุดเลย ขอหอมแก้มทีนะ” แทนที่จะได้ทำตามที่พูด ดิ๊กกลับถูกมือของน้องชายผลักหน้าตัวเองออกไป สองพี่น้องแกล้งดึงดัน ยื้อกันอยู่แบบนั้นเป็นเวลาสักพัก เดเมี่ยนตะโกนขึ้นมาเพราะเริ่มต้านทานแรงช้างศาลของคนเป็นผู้ใหญ่ไม่ไหว

“ไม่เอา ปล่อยผมนะ”

“ไม่มีทางซะล่ะ”

“ช่วยด้วย มีคนโรคจิตคิดจะลวนลามเด็ก”

“คิดว่าในถ้ำค้างคาวจะมีคนมาช่วยหรือไง เด็กน้อย” ขนาดคำพูดยังเหมือนตาแก่โรคจิตที่หลุดออกมาจากในหนังไม่ผิดเพี้ยนเลย บางทีริชาร์ดอาจจะต้องลองไปแคสติ้งบทนี้ดู เขาอาจจะได้เปิดตัวเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ด

“ริชาร์ด นายทำผมขนลุกแล้วนะ ปล่อยเซ่”

“หอมแก้มพี่ชายก่อนแล้วจะปล่อย อุ๊ฟ-”

เพี๊ยะ!! เป็นเสียงเดียวที่ดังกลบเสียงทุกอย่างในถ้ำค้างคาว ภาพพี่น้องกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในถ้ำตอนนี้ กลายเป็นภาพสโลวใบหน้าของผู้เป็นพี่หันไปอีกด้านตามทิศทางที่ฝ่ามือเล็กส่งมา ก่อนที่ความเร็วจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม พร้อมด้วยเสียงโวยวายของคนที่เพิ่งโดนทำร้ายไป

“โอ้ย นายตบพี่ชายเหรอ ลิตเติ้ลดี”

“อีกรอบมั้ย จะได้รู้ว่าโดนตบจริงหรือเปล่า”

“ไม่ล่ะ โอ้ย ซี๊ด นี่มันต้องแดงแน่ๆเลย มาย โฮลี่-” ดิ๊กเดินมือข้างนึงกุมแก้มตัวเองเอาไว้ไปหาตู้เก็บความเย็นที่อยู่แถวๆเตียงปฐมพยาบาลในถ้ำค้างคาว เปิดหยิบถุงน้ำแข็งขึ้นมาประคบบริเวณที่โดนน้องชายคนเล็กตบไป ต่อให้ไม่ได้ส่องกระจกเขาก็คิดว่ามันคงจะบวมแล้ว

“หึ ก็สมควรโดนแล้วล่ะ มาทำอะไรไม่เข้าท่าเอง”

ใจร้ายจริงๆเล้ย เด็กคนนี้ ดิ๊ก เกรย์สันถอนหายใจออกมา เดินกลับไปหาเด็กชายที่นั่งหันหลังกลับไปทำอะไรสักอย่างบนแบทคอมพิวเตอร์

“ริชาร์ด มาทำอะไรน่ะ” ตอนนี้เขาเลื่อนระดับความสนิทสนมมาเป็นริชาร์ด แทน เกรย์สันแล้วนะ จะบอกให้ แอบดีใจนิดๆ แต่ก็ไม่ชินอยู่ดี เพราะไม่มีใครเรียกเขาด้วยชื่อตัวเลยน่ะสิ จะมีแต่ ดิ๊ก ดิ๊ก ดิ๊ก เต็มไปหมดบางทีเจ้าของชื่อก็คิดว่าคนอื่นแอบด่าเขาในใจหรือเปล่า แต่มันก็ต้องมีสักคนแหละที่คิดอย่างนั้นจริงๆเวลาเรียกชื่อเขา

“เอาของมาให้บีตรวจสักหน่อยน่ะ” คนเป็นพี่ยืนเท้าแขนกับเก้าอี้ตามองมอนิเตอร์จอใหญ่เบื้องหน้าไปพร้อมกับน้องชาย เดเมี่ยนพยักหน้ารับรู้ แล้วกดหาข้อมูลวิเคราะห์รูปพรรณของคนร้ายต่อไป

สักพักใหญ่ๆ สัตว์ตัวเล็กมีขนเดินวนเวียนเข้ามาคลอเคลียเจ้านายร่างใหญ่ ก่อนที่จะกระโดดไปนั่งตักเจ้านายร่างน้อยของตน มันเอาหัวถูไปกับแขนเรียวเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงานเรียกร้องความสนใจ ให้เจ้านายผมสีดำตาสีเขียวก้มหน้ามาเอาใจมัน

“อัลเฟรค” ได้ผล เดเมี่ยน เวนย์ละมือจากสิ่งที่ทำอยู่มาลูบหัวเกาคางแมวของเขา ปกติมันเอาแต่นอนกลางวัน กิน แล้วก็นั่งเลียขนตัวเอง ไม่ค่อยเรียกร้องความสนใจเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่ารักอยู่ดี

“เมี๊ยวว” เจ้าของชื่อร้องครางรับอย่างมีความสุข มันชอบเวลาเจ้านายตัวน้อยของมันเกาคางให้ กระทั่งมีมือใหญ่มาลูบหัวขัดใจจังหวะความสุขของมัน เขี้ยวทั้งสองจึงได้ทำหน้าที่กัดตัวทำลายความสุขของมันให้สิ้นซาก

“โอ้ย เจ็บนะ อัลเฟรค” ดิ๊ก เกรย์สันชักมือตัวเองกลับออกมา หลังจากยื่นเข้าไปแจมเล่นกับแมวของน้องชายบ้าง แต่กลับโดนมันกัดซะได้ อะไรกันเมื่อกี้ยังมาพันแข้งพันขาเขาอยู่เลย

“ดีมาก เด็กดีๆ” นั่นเจ้าน้องชายยังจะไปชมมันอีก แถมนั่นอะไร แมวลำเอียงหรอ ทำไมทีเดเมี่ยนลูบหัวมันไม่เห็นกัดเจ้าตัวเลยล่ะ แล้วทีเขาล่ะ

“ไม่ยุติธรรมเลยนี่ ลิตเติ้ลดี นายเลี้ยงแมวยังไงของนายเนี่ย”

“สงสัยอัลเฟรคคงจะไม่ถูกใจคนอย่างริชาร์ดละมั้ง” จะว่าแมวมันมาตรฐานสูงงั้นสิ โฮ่ อะไรกันเนี้ย ดิ๊ก ก้มลงมองแมวสีดำท้องขาวเหยียดยิ้มใส่ตัวเอง ทำเอาคนเป็นพี่อยากจะยื่นนิ้วมือไปดีดหู ด้วยความหมั่นไส้ แต่น้องชายของเขาเป็นพวกรักสัตว์มาก เขาคงกลายเป็นศพในถ้ำค้างคาวถ้าเกิดทำอะไรสัตว์ร่างขนของเด็กชายเป็นแน่ คนเป็นพี่จึงได้เก็บอารมณ์ขุ่นเคืองในใจเอาไว้

เมี๊ยว...” อัลเฟรคนอนแผ่ทำทีอ้อนให้เจ้านายลูบท้องมัน เดเมี่ยนหัวเราะในใจแล้วทำตามใจมันแต่โดยดี มันจะรู้ที่รู้เวลาเสมอว่าตอนไหนควรอ้อนเขา ตอนไหนไม่ควร สัตว์เลี้ยงตัวอื่นนอกจากอัลเฟรคก็เช่นกัน

เพราะอย่างนี้แหละ เขาถึงรักสัตว์

 

3 สัตว์เลี้ยงจะไม่มีวันกวนประสาทเจ้านาย

“ทอดด์!!

“เอะอะโวยวาย อะไร เบบี้แบท” เจสัน ทอดด์ชายตาไปมอง เด็กชายยืนเท้าเอวส่งเสียงหนวกหูอยู่ใกล้ๆกับตู้เย็น ก่อนที่จะทำเป็นไม่สนใจหันกลับมายกเบียร์ขึ้นดื่มหมดไปอีกกระป๋อง

“นายขโมยแซนวิซในตู้เย็นของผมไปใช่มั้ย” คนที่นั่งอยู่บนเคาท์เตอร์แทบจะพ่นเบียร์ออกมา แต่เขากลั้นใจไว้ทันเลย ทำทีกระแอมนิ่งๆแล้วมองหน้าน้องชายตัวเองตามปกติ

“ให้ร้ายชั้นเรอะ เจ้าตัวเล็ก ว่ามาสิ ทำไมถึงคิดว่าชั้นเป็นคนทำ”

“ก็เพราะว่าในที่นี้มีแค่ผมกับนายเท่านั้นยังไงเล่า”

“ไหนล่ะหลักฐาน นายเขียนชื่อไว้เหรอไง”

“ก็เขียนไว้น่ะสิ”

“.....” เจสันมองใบหน้าเล็กๆของน้องชายที่จ้องมาที่ตัวเองอย่างไม่วางตา คนเป็นพี่ถอนหายใจกรอกตามองบนเพดาน เปิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกกระป๋องขึ้นมาซดอย่างสบายใจ

“ไม่ต้องมาดื่มเบียร์กลบเกลื่อนเลยนะ ไอคนขี้ขโมย” เดเมี่ยน เวนย์ยืนชี้หน้าผู้ใหญ่ที่นั่งชิลล์ไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนเคาท์เตอร์ มือเล็กกำแน่นตั้งท่าว่าจะไปกระโจนบีบคออีกฝ่ายซะเดี๋ยวนี้

“เด็กผี ทำไมนายถึงคิดว่า แซนวิชที่มีแต่ผัก มันเป็นแซนวิชของนายล่ะหืม”

“ก..ก็เพราะว่าผมซื้อมันมาเมื่อคืน แล้วก็เขียนชื่อติดไว้ไงล่ะ”

“นายคิดอย่างนั้นจริงๆหรอ”

“....ทำไมล่ะ...”

“ก็ถ้านายเอามันมาแช่ไว้ในตู้เย็นที่อพาร์ทเมนต์ของชั้น....”

“.......”

“ก็เท่ากับว่ามันเป็นของชั้นแล้วไง เหวอ-” สิ้นเสียงนั้น เจสัน ทอดด์แทบจะตกเก้าอี้เมื่อเด็กชายกระโจนเข้ามาใส่เขาอย่างไม่ทันตั้งตัว มือเล็กดึงเส้นผมพี่ชายเหมือนตั้งใจจะถอนรากถอนโคนให้ผมหลุดออกไปจากหนังศีรษะให้หมดยังไงยังงั้น เขายังไม่อยากหัวโล้นตอนนี้นะเฮ้ย ไอเด็กบ้า

“หยุดนะโว้ย ไอเด็กผี” คนอายุมากกว่าลุกขึ้นยืน โยนตัวน้องชายคนเล็กลงบนโซฟา เมื่อเห็นเด็กชายตั้งท่าว่าจะโจมตีมาอีกรอบ เขารีบวิ่งไปที่ห้องครัวหาของมาเป็นเครื่องป้องกัน มันอาจจะเป็นภาพปัญญาอ่อนมาก ถ้าคนอื่นมาเห็นผู้ชายตัวใหญ่ยืนตั้งการ์ดถือกระทะเทปลอนกับฝาหม้อ เตรียมรับการโจมตีของเด็กตัวเล็กกว่าเขาเท่าตัว

“ไอคนขี้ขโมย” เดเมี่ยน เวนย์หายใจฟึดฟัดในลำคอ ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปโดยไม่เกรงกลัวเครื่องครัวที่พี่ชายจอมขโมยแซนวิชถืออยู่ในมือ แต่พอใกล้จะถึงไอพี่บ้ากลับวางโล่ทั้งสองลงแล้วเอามือก่ายหน้าผากน้องชายไว้ไม่ให้เข้าใกล้ซะงั้น ความต่างของความยาวแขนของคนทั้งสองวัยทำให้พี่ชายเป็นฝ่ายได้เปรียบ เจสันหัวเราะเยาะออกมา

“ฮ่าๆ อย่าพยายามเลย เจ้าหนู ตู้เย็นก็ตู้เย็นชั้นเถอะ”

“ไองี่เง่า”

“ของอื่นในตู้ก็มีให้กินตั้งเยอะ”

“ก็มีแต่เบียร์ไม่ใช่เหรอไงเล่า”

….” เออจะว่าไป ของในตู้เย็นเขาก็หมดแล้วนี่นา พี่ชายเพิ่งนึกขึ้นมาได้ ที่เขากินแซนวิชของเบบี้แบทไปเพราะว่าท้องว่างพอดีด้วย ในชีวิตของชายโสดวัยยี่สิบกว่าที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวใครมันจะซื้อวัตถุดิบไว้ทำกับข้าวติดตู้เย็นตลอดเวลา รอไอเด็กนี่มาค้างแรมได้ทุกครั้งฟร้ะ เขาก็ซื้ออาหารฟ้าดฟู้ดกินปกตินั่นแหละ นานๆทีถึงได้ทำอาหารกินเอง และดูเหมือนคนอายุมากกว่าจะเพิ่งรู้สึกผิดที่กินมื้อเย็นของน้องชายหมดไป แต่แซนวิชมังสวิรัติขนาดเท่าแมวดมนั่น ยัดเข้าปากก็หายวับแล้วแถมยังไม่ได้รสชาติอะไรเลย ไอเด็กตรงหน้าเรียกมันว่าอาหารได้ยังไง เขาสงสัย

“นี่ ชั้นพาไปกินไก่ผู้พันเอามั้ย”

“ห้ะ!!

“หรือจะเอาบาร์บีคิว ฮ่าๆๆ”

“ไม่ตลกเลยนะ” ยังไม่ทันที่น้องชายจะพูดจบ เจสันละมือที่ยันหน้าผากอีกคนไว้ ย่อตัวนั่งยองๆอยู่ระดับสายตาของอีกฝ่าย จับข้อมือทั้งสองของเดเมี่ยนขึ้นมา ดวงตาสีฟ้าจ้องมองไปที่ใบหน้าบูดบึ้งเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองในใจ

“เบบี้แบท นายตัวผอมไปแล้วนะ” ดวงตาสีเขียวมรกตหันหลบตาสีฟ้าแซฟไฟร์ของพี่ชายที่จ้องมาที่ตัวเอง บทจะจริงจังก็จริงจังทำเอาน้องชายไปต่อไม่ถูก เจสันบีบข้อมือเล็กของอีกฝ่ายเบาๆ

…..

“แขนเท่าก้านต้นหอมแบบนี้ เดี๋ยวก็โดนผู้ร้ายข้างนอกจับหักเล่นหรอก เจ้าเปี๊ยกเอ้ย”

…..

“หัดกินเนื้อซะบ้างสิ อายุ 10 ขวบ แต่ตัวเท่าเด็ก 8 ขวบแบบนี้ มันใช่เหรอ” เดเมี่ยนรู้ว่า เจสันรู้เรื่องที่เขาเป็นมังสวิรัติ แต่ก็นั่นแหละ ไอมุขไล่ให้ไปกินเนื้อก็ยังเป็นหนึ่งในความกวนตีนที่หมอนี่ชอบเอามาใช้กับเขาทุกครั้งที่เจอกัน

เจสันปล่อยมือเด็กชายให้เป็นอิสระ ก่อนที่จะยื่นมือไปยีกลุ่มผมนุ่มของคนตรงหน้าให้ยุ่งเล่นๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อนอกกับกระเป๋าเงิน เดินออกจากห้องโดยไม่ลืมบอกน้องชายที่มองมาที่เข้าอย่างสงสัย

“จะไปซื้ออะไรให้กินเดี๋ยวนี้แหละ เอาสเต็กไก่แบบเดิมใช่มั้ย ฮ่าๆ”

“ทอดด์!!!” น้องชายจะเขวี้ยงกระทะเทปลอนมาแทนคำตอบ เจสัน ทอดด์เอี้ยวตัวหลบอย่างเชี่ยวชาญปิดประตูเดินหัวเราะร่าออกมาจากห้อง ลงไปซื้อของร้านมินิมาร์ทใกล้ๆกับอพาร์ทเมนต์ ที่เด็กเวรนี่มาอยู่กับเขาแบบนี้เป็นเพราะว่า ตาแก่คนนึงดันมีภารกิจไปอวกาศกับจัสตีส ลีค กะทันหัน แถมเจ้าดิ๊กเฮด ลูกชายคนโปรดดันเป็นกาฝากติดตามไปด้วยอีก ตอนนี้เมืองก๊อทแธมเลยอยู่ในความดูแลของเร้ดฮู้ด และ โรบิน ไป 1 คืนโดยปริยาย (ว่าแต่ เจ้าตัวแทนไปไหน บ้ะ ช่างมันละกัน)

.........

.....

“เด็กผี เอ้า สเต็กไก่ของนาย” คนอายุมากกว่าเปิดประตูห้องพร้อมกับอัญเชิญถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อลงบนเคาท์เตอร์ เดเมี่ยนคลี่ถุงออกมาดูและในนั้นก็เป็นสเต็กไก่อย่างที่อีกฝ่ายพูดไว้จริงๆ

“ทอดด์!!

“อะอ้าว ผิดถุง ของนายมันถุงนี้ฮ่าๆๆ” เจสันยกมือขึ้นปิดปากแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เดเมี่ยนหันมามองตาขวางใส่เจ้าของห้องก่อนที่จะวางมือถือลงบนโต๊ะแล้วหันไปสนใจกับมื้อเย็นที่อีกฝ่ายซื้อมาให้

เจสัน ผิวปากไม่รู้ไม่ชี้เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบเบียร์มาเปิดอีกกระป๋อง ตาสีฟ้ามองไปที่หน้าจอสมาร์ทโฟนที่ขึ้นเป็นรูปเกมเด็กวิ่งหนีรปภ.ที่อยู่บนมือของเด็กชาย

“ทำอะไรอยู่น่ะ”

“ยุ่ง” เหอะๆ รู้สึกคันไม้คันมืออยากตบกบาลเด็กสักป๊าป แต่เพราะเห็นแก่คะแนนในเกมที่มันขึ้นสูงแล้วนะ เจสันหยิบป๊อปคอร์นส่วนของตัวเองกินแกล้มเบียร์ แล้วเดินไปนั่งสบายบนโซฟาหาอะไรดูในทีวี โชคดีที่มีรายการฟุตบอลให้ดูเล่นพอดี

ทั้งอพาร์ทเมนต์ตกอยู่ในความเงียบไปสักพักใหญ่ เสียงคนพากย์บอลเป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังอยู่ในห้อง บรรยากาศชวนให้น่าหลับแบบนี้ ทำเอาเจ้าของห้องหาวออกมา แล้วนึกหาอะไรทำแก้ง่วงเล่น โดยการแกล้งปาป๊อปคอร์นไปที่เด็กที่นั่งเพ่งกับการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง

แปะ!!

เสียงข้าวโพดคั่วกระทบกับหน้าผากเด็กน้อยได้พอดิบพอดีจนคนมือบอลกลั้นขำแทบไม่ทัน

“..........” คนเป็นพี่รอฟังเสียงโวยวายของเด็กชาย แต่พอเงี่ยหูไปฟังแล้วไม่ได้ยินอะไร เจสันเลยหันหลังกลับไปอีกที เจ้าหนูทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่สิ จดจ่อกับมือถือจนไม่สนใจเขามากกว่า แต่คิดว่าคนอย่างเขาจะนั่งนิ่งๆปล่อยให้น้องชายได้อยู่อย่างสงบสุขเหรอ ไม่มีทางซะล่ะ ว่าแล้วก็หยิบป๊อปคอร์นขึ้นอีกเม็ด เล็งที่ตำแหน่งเดิม ยิ่งไม่สนใจเขา ต้องยิ่งแกล้งสิ สนุกล่ะ

แปะ!!

แปะ!!

แปะ!!

“ทอดด์!!!!  เจ้าของห้องโดนสายตาสีเขียวช้อนขึ้นมามองตาขวาง เดเมี่ยน เวนย์ถอนหายใจออกมาอย่างเหลืออดยกมือข้างนึงชูนิ้วกลางใส่คนเป็นพี่แต่อีกมือก็ยังไม่ละไปจากหน้าจอมือถือ เจสันหันหลังกลับไปนั่งเนียนพร้อมแกล้งกรนแสร้งว่าหลับไปแล้ว

ครอก ฟี้

แต่ก็นั่นแหละ นับในใจ 5 วิ คราวนี้เขาเขวี้ยงป๊อปคอร์นอีกครั้งโดยไม่ได้หันหลัง

แปะ!! พลั่ก!!

รอบนี้ไม่ได้มีเสียงตะโกนโวยวายของเด็กอีกคนในห้อง แต่มีสมาร์ทโฟนยี่ห้อเวนย์ เอนเทอร์ไพรส์เขวี้ยงมาด้วยความเร็วสูงจนคนที่แกล้งหลับต้องยกมือขึ้นมากุมหัว ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

.......

....

ในที่สุดก็ถึงเวลานอน มันก็จะต่างจากครั้งที่แล้วหน่อยตรงที่สองพี่น้องไม่ได้ทะเลาะเรื่องที่นอนกันแบบแต่ก่อน แต่ก็นั่นแหละมีหรือที่คนตระกูลเวนย์จะไม่ทะเลาะกัน

“รอบนี้ชั้นมีผ้าห่มสองผืนแล้ว เพราะฉะนั้น โอ้ย-”

“ผมไม่หนาว นายเอาไปใช้ทั้งสองอันเลยนั่นแหละ”

“ว่าไงนะ นายนั่นแหละเอาไปสองอันเลย ชั้นมันคนขี้ร้อน”

“ขี้ร้อนบ้าอะไร คราวก่อนก็กอดคนอื่นเขาแทนผ้าห่มที่อยู่ใต้เตียงซะจนหายใจไม่ออก”

“ห๊า เถียงชั้นหรอ นายเอาไปสองผืนเลยไป”

“ไม่ นายนั่นแหละ เอาไป” และสงครามปาของบนเตียงก็เริ่มขึ้นเหมือนเดิม และก็จบเหมือนเดิมโดยที่หมอน ผ้าห่มนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นห้องนั่นแหละ

“ชั้นชักจะขี้ร้อนขึ้นมาจริงๆแล้วนะ” เล่นเอาซะเหงื่อแตกเลย ไอเด็กบ้า

“ขี้ร้อนหรอ ชั้นคิดว่านายเป็นคนขี้เหงาซะอีก” จู่ๆเด็กอีกคนในห้องก็นั่งกอดเข่าทำสีหน้าล้อเลียนใส่ ดวงตาสีเขียวจ้องไปที่ใบหน้าของพี่ชาย เจสันก้มลงไปหยิบหมอนขึ้นมาบนเตียงก่อนที่จะตอบอีกฝ่าย

“...พูดบ้าอะไรน่ะ ชั้นเนี่ยนะ”

สวัสดีเตียงนอน สวัสดีหมอนข้าง ”และพี่ชายก็ใช้หมอนข้างที่ถืออยู่พอดีเขวี้ยงไปที่หน้าเด็กชายที่ยกมือคว้ามันได้อย่างทันท่วงที

“อย่ามาเลียนเสียงคนอื่น โดยที่เจ้าของไม่อนุญาตสิฟ้ะ ไอเด็กผี” มันขนลุกแปลกๆ เวลาเจ้าหนูนี่เลียนเสียงชาวบ้านได้ตามใจชอบ แขนใหญ่คว้าคอเด็กชายให้นอนลงไปก่อนที่จะดึงผ้าห่มขึ้นมาห่ม เดเมี่ยนประท้วงเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้นอนปิดไฟแต่โดยดี

ความเงียบฆ่าเวลาผ่านไปสักพัก เด็กชายก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากรู้สึกถึงท่อนขาใหญ่ของผู้ใหญ่อีกคนในห้องพาดมาที่กลางลำตัวเขา และ มันอึด-อัด-มาก

“ทอดด์” เด็ก 10 ขวบเรียกพี่ชายคนรองหวังว่าจะปลุกให้ตื่น แต่กลับไม่ได้ผล จะพลิกตัวกลับไปก็ไม่ได้ เลยต้องนอนตะแคงโดยมีขาอีกฝ่ายทับเอาไว้

“ทอดด์” ลองเรียกอีกทีด้วยเสียงดังขึ้น แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เดเมี่ยนตัดสินใจออกแรงยกขาขึ้นมา จนเขาลุกขึ้นมานั่งได้ ก้มมองใบหน้าของคนที่หลับไม่ได้สติ ก่อนที่จะดีดหน้าผากคนเป็นพี่อย่างไม่ออมแรง จนได้ยินเสียงกระทบกันดังโผ๊ะ

“หึ สมน้ำหน้า” เด็กชายล้มตัวนอนเหมือนเดิม แต่ไม่ทันทีตาจะปิด รอบนี้เขาโดนมารรังควานมาแบบคูณสอง ทั้งขาและแขนที่อีกฝ่ายพาดมา และ ความง่วงที่มีอยู่จนถึงเมื่อกี้ได้หายวับไปแล้ว

เดเมี่ยน เวนย์ลืมตาตื่นเต็มที่แล้ว จงใจแน่ๆ จงใจแกล้งเขาแน่ๆ

“ทอดด์!! ตื่นอยู่ใช่มั้ย”

“.....”

“เอาแขนกับขาออกไปจากตัวผมนะ มันหนัก”

“......”

“โว้ยย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ” ดูท่าว่าความกวนตีนของพี่ชายคนนี้คงจะไม่หายไปในเร็ววันนี้แน่ๆ เลิกแกล้งเขาสักทีเถอะ คนจะนอนโว้ย

............

.....

“ทิทัส”

“โฮ่ง”

“นั่ง”

“หมอบ”

“แกล้งตาย”

“ดีมาก เด็กดี” เดเมี่ยน เวนย์ยืนลูบหัวเจ้าหมาเกรทเดนตัวใหญ่ของตัวเองที่ทำตามคำสั่งของเขาอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาเพิ่งสั่งให้ทิทัส และ อัลเฟรค โจมตีใส่เดรคไป และ โอ้ สัตว์เลี้ยงทุกตัวของเขามันช่างเชื่องเสียเหลือเกิน ทำเอาเด็กน้อยยิ้มอารมณ์ดีตั้งแต่เช้า

“ทิทัส”

“โฮ่ง”

“ทิทัส”

“โฮ่ง” มันขานรับทุกครั้งเวลาที่เด็กชายเรียกชื่อ เขาสามารถพูดได้เต็มปากว่า สัตว์ไม่ได้โง่ มันรู้ชื่อของมัน คำสั่งของเขา และ การวางตัวต่อเจ้านายแต่ละคน พวกมันใช้งานได้ แถมยังน่ารักด้วย แต่ที่ดีที่สุดคือ มันไม่กวนประสาท เหมือนมนุษย์นี่แหละ

 

 

4 สัตว์เลี้ยงจะไม่มีวันจู้จี้จุกจิกยุ่มย่ามกับเจ้านาย

“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ คุณหนูเดเมี่ยน”โรบินจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้ที่โรงรถ เดินเข้ามาในตัวถ้ำค้างคาว เด็กชายถอดหมวกกันน๊อควางไว้บนโต๊ะ สะบัดผมที่ปกหน้าตัวเอง เตรียมจะไปจัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง แต่ก็ต้องสะดุดลงเพราะสายตาดันไปเจอคนที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่ถ้ำค้างคาวตอนนี้

“เพนนีเวิร์ธ ทำไมเดรคถึงมาอยู่ที่นี่!!”  คนอายุน้อยที่สุดชี้นิ้วไปที่พี่ชายคนที่สาม นั่งอยู่หน้าแบทคอมพิวเตอร์ ทิม เดรคไม่สนใจน้องชายที่เอะอะโวยวายอยู่ตรงทางเข้าถ้ำค้างคาว วิจัยอะไรต่อมิอะไรในฐานข้อมูลแบทคอมพิวเตอร์ตรงหน้าต่อไป

พ่อบ้านชราเหล่สายตาไปมองคุณหนูคนเล็กของตระกูลเวนย์เขาอยากจะเอ็ดเรื่องมารยาทว่า ชี้หน้าคนอื่นมันไม่ดี แต่ก็โดนเด็ก 10 ขวบตะโกนใส่หน้ากลับมาซะก่อน

“เพนนีเวิร์ธ!!

“กระผมว่าคุณหนูเข้าไปทักทายนายท่านทิโมธีเอง น่าจะเป็นมารยาทที่ดีกว่านะครับ”

“ชิส์” เดเมี่ยน ส่งเสียงจิจ้ะขัดใจ เดินไปใกล้เก้าอี้ตรงหน้าแบทคอมพิวเตอร์ที่มีคนนั่งอยู่ ยืนกอดอกมองไปที่พี่ชายคนที่สาม

“เดรค นายมาทำอะไรที่นี่” ทิมไม่แปลกใจกับคำพูดห้วนๆของเด็กชาย เด็กผีนี่ทักทายคนดีๆไม่เป็นหรอก

“สนใจเรื่องของชั้นด้วยเหรอไง ปิศาจ”

“หึ ก็คิดว่าถ้ายังไม่ตายชั้นจะได้สงเคราะห์ให้”

“อัลเฟรค เดี๋ยวผมขอกาแฟเพิ่มนะ” คนเป็นพี่จงใจเมินเด็กที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ใกล้ หันหลังไปหาพ่อบ้าน เขาไม่อยากเสียเวลามาทะเลาะกับเดเมี่ยน เอาจริงๆถ้าต้องกลับบ้านแล้วมาเจอเด็กนี่เขาก็ไม่อยากกลับมาหรอก ถ้าไม่มีงานจากไอพี่ชายคนโตล่ะก็นะ

“อย่าลืมวางยาเขานะ เพนนีเวิร์ธ” ทิมมองเด็ก 10 ขวบตาขวาง ก่อนที่จะกรอกตามองบน แล้วหันไปสนใจหน้าจอแบทคอมพิวเตอร์ต่อ

“คุณหนูเดเมี่ยน” อัลเฟรค เพนนีเวิร์ธ ใช้สายตาดุใส่โรบินที่ยืนหน้าบึ้ง เดเมี่ยน เวนย์แสดงอาการหงุดหงิดออกมาเล็กน้อย สะบัดตัวเดินไปหาสัตว์เลี้ยงที่อยู่อีกฝั่งในถ้ำค้างคาว ทำไมเพนนีเวิร์ธ ถึงต้องมองเขาด้วยแววตาแบบนั้นด้วยล่ะ ทำอย่างกับว่าเขาทำอะไรผิดงั้นแหละ ชิส์

หลังจากพ่อบ้านขึ้นไปหยิบกาแฟมาให้คนที่นั่งใช้งานคอมพิวเตอร์ ทิม เดรค รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงไอคอกแค่กดังก้องถ้ำค้างคาว ชายหนุ่มชายตาไปมองน้องชายทางนิตินัยที่น่าจะเป็นต้นเสียง

“แค่ก...แค่ก”  เห็นเดเมี่ยนยืนเล่นกับวัวนมกับไก่งวงในคอกสัตว์ แต่ปากก็ไอคอกแค่กไปด้วย ไม่รู้ว่าจงใจกวนสมาธิเขาหรือเปล่า คนอายุมากกว่าส่ายหัว พยายามไม่สนใจเด็กอีกคน

“แค่ก...แค่ก” แต่ยิ่งไม่สนใจ ยิ่งได้ยินเสียงไอของไอเด็กบ้าดังขึ้นซะงั้น ทิโมธี ใจเย็นๆ ปิศาจกำลังกวนประสาทนายอยู่

“แค่ก....แค่ก” ทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย

“เฮ้ย เจ้าปิศาจ หยุดกวนชั้นสักทีได้มั้ย”

“อะไรน- ฮัดชิ้ว!!” จามออกมาเสียก่อนจะพูดจบ พอดีกับที่พ่อบ้านชราเดินยกถาดกาแฟเข้ามาในถ้ำค้างคาว

“กาแฟได้แล้วขอรับนายท่านทิโมธี” อัลเฟรคเสริฟ์เครื่องดื่มให้กับนายท่านตรงท่าน ก่อนที่จะเดินไปหาคุณหนูคนเล็กของเขาที่ยืนเช็ดจมูกอยู่ เขายินเจ้าตัวเล็กไอตั้งแต่แรกแล้ว ทำเอาพ่อบ้านอดเป็นห่วงไม่ได้ และก็ไม่ผิดจากที่เดาไว้ สภาพของเด็กชายตอนนี้ตัวสั่นงกๆเหมือนลูกแมวตกน้ำมายังไงยังงั้น

“คุณหนูเดเมี่ยน”

“...ห้ะ”

“กระผมขอถามได้มั้ยว่า คุณหนูไปไหนมา” ทำไมถึงได้ตัวเปียกแบบนี้ คงไม่ได้เล่นอะไรพิเรนทร์หรอกนะ โรบินละมือที่ถือหญ้าป้อนให้แบทคาวอยู่หันมามองพ่อบ้านที่ยืนมองดูอยู่ใกล้ๆ

“แบทแมนไปจัสตีส ลีค ไม่ได้หมายความว่าโรบินจะต้องหยุดงานสักหน่อย ฮัดชิ้ว!!” แต่คำตอบที่ได้กลับมากลับไม่ตรงคำถามซะงั้น ชายชราส่งกระดาษทิชชู่ให้คุณหนูตัวเล็กของเขา ก่อนที่มือเหี่ยวย่นจะสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่เย็นเฉียบของเด็กชายจนน่าเป็นห่วง ใครมันจะไปคิดว่าจะมีหนูวิ่งตัดหน้าตอนที่กำลังวิ่งที่ท่อระบายน้ำของใต้ดินพอดีอยู่ล่ะ แล้วคิดว่าจิตใจคนรักสัตว์อย่างเดเมี่ยน เวนย์จะกล้าเหยียบมันได้ลงคอเรอะ ก็มีแต่พุ่งลงน้ำไปนั่นแหละ เขาถึงได้กลับบ้านมาสภาพเปียกโชกขนาดนี้

“แล้ว..คุณหนูจะไม่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหรอครับ” เด็ก 10 ขวบส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“ผมมีอะไรต้องวิเคราะห์นิดหน่อย คุณบอกเดรคทีสิว่า เขาเกะกะมากเลย”

“ชั้นได้ยินนะ เจ้าปิศาจ”

“ชิส์ แค่ก...แค่ก..”

“กระผมว่าคุณหนูไปอาบน้ำอุ่นล้างตัวสักก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวไข้หวัดจะถามหาเอาได้” ในถ้ำค้างคาวที่อับชื้นแบบนี้ เป็นหวัดง่ายขึ้นกว่าเดิมอีก พ่อบ้านห่วงสุขภาพของทุกคนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เดือนที่แล้วคุณหนูนอนซมเพราะไข้หวัดใหญ่เล่นงานจนเขาอดคิดไม่ได้ว่า มันจะกลับมาเล่นงานเด็กชายอีกครั้ง

“ผมไม่ได้อ่อนแอเหมือนเดรคสักหน่อย เพนนีเวิร์ธ” ทิมอยากจะหัวเราะออกมา นึกถึงช่วงเวลาที่น้องชายคนเล็กป่วย

“ชั้นยังจำครั้งที่แล้วได้นะ ไอเด็กผี ตอนนั้นนายน่ะ-”

“ยุ่งน่า แค่ก..แค่ก”  

“เดี๋ยวเป็นหวัดขึ้นมาอีกชั้นจะขำให้”

“หุบปากน่ะ เดรค ใครถามความเห็นนายไม่ทราบ”

“เหอะ”

“คุณหนูเดเมี่ยน เดี๋ยวกระผมจัดยาแก้หวัดให้ทานนะครับ” พ่อบ้านจับไหล่เย็นชื้นของคุณหนูของเขา เดเมี่ยนเงยหน้าไปมองบุคคลที่เป็นเหมือนตัวแทนคุณปู่ เขาไม่อยากให้เพนนีเวิร์ธมาเป็นห่วงเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าเวลามีคนมาเอาใจแบบนี้มันรู้สึกดีเหมือนกัน

“มะ-”

“เขาไม่เอาหรอกอัลเฟรค ชอบอวดดีคิดว่าตัวเองแข็งแรงนักไง” ชอบขัดใจชาวบ้านอยู่เรื่อยเลยหมอนี่ ถ้าไม่ติดว่าเพนนีเวิร์ธอยู่ตรงนี้ ชั้นจะเขวี้ยงแบทดาแรงเฉาะกลางหน้าผากนายแน่ เดรค เด็กชายกัดปาก รู้สึกคันมืออยากฆ่าพี่ชายคนที่สาม

“อยากตายนักเหรอ เดรค”

“ตัวเท่าลูกหมายังจะปากดี ไอเด็กผี” ทิม เดรคก็ไม่น้อยหน้า ชอบขู่ฆ่าเขานักสิ ไม่เห็นจะเคยทำได้สักทีน่ะ

“นายท่านทิโมธี” อัลเฟรคเอ็ดนายท่านอีกคนเบาๆ ทิมชักสีหน้าใส่เด็กอีกคน หันกลับไปมองหน้าจอแบทคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม คนอายุมากที่สุดในถ้ำค้างคาวมองเห็นกระแสไฟฟ้าวิ่งตัดกันไปมาระหว่างนายท่านกับคุณหนูทั้งสองของเขา พ่อบ้านถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ย่อตัวลงมามองหน้าเด็กชายหน้าเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ สงสัยว่าคงจะเป็นหวัดแน่ๆ

“คุณหนูเดเมี่ยน หากคุณหนูจะไม่ห่วงสุขภาพตัวเอง กรุณาอย่าทำให้คนอื่นต้องมาเป็นห่วงด้วยสิครับ” ดวงตาสีเขียวหลบสายตาที่พ่อบ้านส่งมาที่ตัวเองอย่างเป็นห่วง แต่ไม่ทันที่เจ้าตัวจะยอมรับความห่วงใยจากผู้ใหญ่ตรงหน้า กลับมีเสียงจากอีกฟากของถ้ำค้างคาวดังขัดมาเสียก่อน

“ผม-”

“อัลเฟรคกำลังพูดอ้อมๆว่า นายมันดื้อและงี่เง่าแน่ะ ปิศาจ”

“เดรค!!!” เหมือนมีเส้นอะไรบางๆขาดผึงลงไป โรบินกระโจนเข้าไปหาพี่ชายที่นั่งทำหน้ากวนเส้นประสาทไขสันหลังเขา ไม่สนใจเพนนีเวิร์ธแล้วตอนนี้ ขออัดให้ไอพี่บ้านี่หุบปากสักทีเถอะ

ชอบยุ่งย่ามเรื่องของคนอื่น น่ารำคาญนัก

เร้ด โรบินลุกขึ้นมาจากที่นั่ง หยิบไม้กระบองขึ้นมาตั้งรับเบิร์ดดาแรงของโรบินได้ทันควัน เขาสะบัดตัวเด็กชายออกไป สายตาจับจ้องไปที่น้องชายที่ไม่ค่อยจะญาติดีกันเท่าไหร่ เตรียมตั้งรับการโจมตีที่กำลังจะมาในอีก 3...2...

“ฮัดชิ้ว!!” ภาพตรงหน้ามันตลก จนคนเป็นพี่หลุดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ทิมลงไปนั่งกุมท้องกับพื้น ท่ามกลางสายตาสีเขียวไม่พอใจคู่นึงที่จ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา

“ฮะๆๆๆ ขึ้นไปเปลี่ยนชุดเลยไป ฮะๆ” เป็นหวัดก็ยอมรับมาสิว่าเป็นหวัดน่ะ เอ้อ คนเรา

“หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้นะ เดรค!!” ทิม เดรคใช้ไม้กระบองยันพื้นยืนทรงตัวขึ้นมา แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดหัวเราะกับภาพเมื่อกี้ได้ ให้ตายสิ คนอุตส่าห์ตั้งรับซะดิบดีคิดว่าจะโจมตีมา กลับจามซะได้ ตลกชะมัด

“ฮะๆๆๆๆๆ”

“เดรค!!!!

“คุณหนูเดเมี่ยน กระผมเห็นด้วยกับนายท่านทิโมธี คุณหนู-”

“เลิกจู้จี้จุกจิกเรื่องของผมสักทีเถอะ!!!” เดเมี่ยน ชักสีหน้าใส่ผู้ใหญ่สองคนในห้องก่อนที่จะเดินกะฟัดกะเฟียดกลับไปหาสัตว์เลี้ยงสองตัวในถ้ำที่ยืนมองเจ้านายทั้งสามมีปากเสียงกันมาตลอด

“เจอร์รี่” ไก่งวงเจ้าของชื่อ ยื่นหัวไปคลอดเคลียแขนของเด็กชายเปรียบเสมือนว่าตัวเองเป็นแมวยังไงยังงั้น เดเมี่ยนหัวเราะเบาๆก่อนที่จะหยิบเมล็ดข้าวโรยบนพื้นให้เจ้าไก่สัตว์เลี้ยงตัวล่าสุดของเขา แบทคาวเห็นดังนั้นก็ไม่น้อยน่า มันร้องเรียกเจ้านายตัวเล็กผู้ให้ชีวิตใหม่กับมัน

“มู”

“รู้แล้วๆแบทคาว ชั้นไม่ลืมนายหรอกน่า” เดเมี่ยนหยิบหญ้าจำนวนหนึ่งป้อนใส่ปากวัวนมที่ตนช่วยชีวิตมาจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วมันก็เป็นเหตุผลให้เขาเป็นมังสวิรัติด้วย เด็กชายลูบคลำสัตว์ทั้งสองตัวด้วยความเอ็นดู เจ้าพวกนี้เข้าใจง่ายพอได้กินอาหาร ก็จะเลิกร้องโวยวาย ไม่มายุ่งย่ามอะไรกับเขา สัตว์จะไม่ขี้จุกจิก พอได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้วก็จบ อยู่นิ่งๆไม่รบกวนประสาทคนอื่น

เหอะ ไม่เหมือนมนุษย์หรอก น่ารำคาญกันทุกคนเลย ยิ่งคนในบ้านนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะงี้ล่ะเขาเลยรักสัตว์มากกว่ามนุษย์

..................

.........

.....

“เดเมี่ยน ยืนเหม่ออะไรอยู่น่ะ”

“การ์ฟิลล์...” บีสบอยเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆเด็กวัยรุ่น บนระเบียงตึกทีนไททัน คนตัวเขียวมองขึ้นไปบนฟ้า ก็ไม่เห็นมีดาวมีอะไรเลยนี่นา แล้วโรบินมายืนทำอะไรอยู่คนเดียวตรงนี้เนี่ย

“เฮ้ กินกาแฟหน่อยมั้ย” คนอายุมากกว่ายื่นเครื่องดื่มในมือตัวเองไปตรงหน้าอีกคน แต่ก็ถูกอีกฝ่ายปฏิเสธน้ำใจอย่างรวดเร็ว

“กระป๋องเดียวกับนายไม่เอาด้วยหรอก”

“อะไรฟร้ะ เป็นคุณหนูงั้นสิ เลยไม่อยากมาคลุกคลีกับชาวบ้านอย่างชั้น”

“เหอะ จะคิดอย่างนั้นก็ตามใจ” บีสบอยเบ้ปากกรอกสายตามองบนท้องฟ้ายามกลางคืนที่ไร้ดวงดาวตอนนี้ ไม่เห็นมีอะไรให้หน้ามองเลยแหะ เด็กวัยรุ่นเปลี่ยนใจหันมามองหน้าโรบิน หัวหน้าทีนไททันคนปัจจุบันแทน

ความเงียบกัดกินเวลาผ่านไปสักพัก ก่อนที่คนอายุน้อยกว่าจะทำลายมันลงไป

“การ์....”

“หืม”

“ถ้าชั้นบอกว่าชั้นเป็นคนรักสัตว์ นายจะเชื่อมั้ย” เดเมี่ยน เวนย์หันหน้ามามองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังครุ่นคิดกับคำถาม แต่ไม่กี่อึดใจ การ์ฟิลล์ก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“เชื่อสิ”

“ไหงตอบเร็วจัง ได้คิดหรือเปล่าเนี่ย”

“เพราะชั้นรู้น่ะสิ ตลอดเวลาที่อยู่ที่ทีนไททันน่ะ”

“.....”

“ก็เวลาชั้นแปลงร่างเป็นสัตว์ทีไร นายจะเข้ามาเล่นกับชั้นทุกที”

“......”

“อย่างเช่นถ้าชั้นแปลงเป็นหมาตอนนี้ นายก็จะลูบหัวชั้นใช่มั้ยล่ะ” ร่างเด็กวัยรุ่นตรงหน้าโรบินกลายเป็นสุนัขขนยาวสีเขียว โรบินหัวเราะแล้วยื่นมือไปลูบหัวเพื่อนอายุมากกว่าอย่างอารมณ์ดี

“อื้อ ต่อสิ”

“แล้วก็ทุกครั้งที่ดวลกันนายจะรีบซัดชั้นให้หมอบก่อนที่ชั้นจะแปลงร่าง เพราะถ้าเกิดชั้นแปลงร่างเป็นตัวอะไรน่ารักๆนายจะไม่กล้าทำร้ายชั้น เมี๊ยว” หมาขนยาวสีเขียวพูดได้ตรงหน้ากลายร่างเป็นแมวสีเขียวกระโดดเกาะราวระเบียงคลอเคลียแขนผอมๆของมนุษย์ข้างๆจนอีกฝ่ายยื่นมือไปเกาคางให้

“มีครั้งหนึ่งที่นายกระโจนไม่คิดชีวิตเข้าไปช่วยลูกหมาที่อยู่ในซากตึกถล่มด้วย ทั้งๆที่น่าจะรอให้เรเวนกับอาเจ้สตาร์ไฟร์มาก่อน แล้วก็ตอนนู้น-”

“.......”

“เพราะงั้นแหละ ชั้นเชื่อว่านายรักสัตว์ เรื่องนี้คนอื่นเขาก็รู้กันทั้งนั้น” บีสบอยกลับคืนร่างเป็นมนุษย์เหมือนเดิมยืนกอดคอคนตัวเล็กกว่าไว้หลวมๆ แต่แทนที่โรบินจะจับเขาทุ่มเหมือนทุกครั้งที่เขาแตะเนื้อต้องตัวอีกฝ่าย คราวนี้กลับยอมยืนนิ่งๆซะงั้น

“.....”

“แล้วตกลงเมื่อกี้นายยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะหืม”

“แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ” เดเมี่ยน เวนย์คิดในใจ เขาคงจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เขาเป็นคนรักสัตว์ ถ้ามีคน 10 คนได้ยินแบบนี้ จะมี 7คนที่ต้องลุกขึ้นมาแย้งว่าไม่จริง 2 คนที่เหลือ ต้องบอกว่าไม่เชื่อ แล้วอีกคนจะต้องส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่าเป็นไปไม่ได้แน่ๆ แต่ก็จะมีคนที่ 11 ที่เดินเสนอหน้าออกมาบอกว่าเชื่อเขา และคนที่ 12 13 ทยอยเดินออกมาเห็นด้วย

เขาเป็นคนรักสัตว์ มันมีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้สัตว์น่าอยู่ด้วยมากกว่ามนุษย์

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักมนุษย์นะ

“การ์...”

“ว่า”

“ถ้าไม่เอามืออกจากชั้นในอีกสามวินาทีชั้นจะเหวี่ยงนายลงจากระเบียง” การ์ฟิลล์รีบชักมือออกมาก่อนที่จะแปลงร่างกลายเป็นแมวสีเขียวเกาะไหล่แคบของเด็กวัยรุ่นข้างๆ

“เฮ้ย เดี๋ยวสิ นี่ไง ชั้นเป็นแมวน้อยน่ารัก เมี๊ยวๆ”

“แมวสีเขียวที่ไหนพูดภาษาอังกฤษได้กันล่ะ”

“เดเมี่ยน นายกล้าทำร้ายสัตว์โลกน่ารักแบบชั้นเหรอ”

“หึ” ยังไงเขาก็รักสัตว์มากกว่ามนุษย์อยู่ดีนั่นแหละ

 

 _____________________________________________THE END_____________________________________________

Talk : วายยยยย จบไปอีกเรื่องนึงแล้วค่า จู่ๆก็อยากเขียนอะไรเกี่ยวกับสัตว์แล้วก็ออกมาเป็นเรื่องนี้จนได้

มีใครสังเกตเห็นอะไรมั้ย มีรูปภาพประกอบแล้วน้า เย่ เย่ เย่ อาเจ้ bakaaochan คนวาดคนนี้นอกจากจะวาดให้แล้ว ยังเป็นคน

ที่คอยแก้พล๊อตป่วยๆให้เราทุกเรื่องค่ะ //กราบนาง สกรีมคนเดียวว่า เอ็นดูเจย์เจย์จนออกนอกหน้า ยาวขนาดนี้

มุงไปแต่ง Favorite Brothers spin-off ต่อเหอะ (ฮา) บีสบอยก็มางานนี้ ให้เรือน้องจอนได้โคลงเคลงเล่นบ้าง

(แกจะจิ้น alldamian ใช่มั้ยตอบ ใช่จ้ะ ฮ่าๆๆๆ) มีอะไรพูดคุยกับไรท์ได้นะคะ จะตามไปตอบคอมเมนต์ให้หมดเลยค่า

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ +-.แลนข้ามคลอง.-+ จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 เพนกวิน
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:55

    เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านเลย เราว่าเราอ่านครบทุกเรื่องแล้วนะ555

    ชอบโมเมนต์พี่เจน้องเมี่ยนมากคร่าาาา (พึ่งรู้ว่าเดเมี่ยนเป็นมังสวิรัติ) เจสันนี่พี่ชายสายเกรียน แต่อบอุ่น ละมุน

    ส่วนการ์ฟิลแอบชิพอยู่นะคู่นี้ ก็เบื่อคู่จอน//โดนจอนตบ

    #4
    2
    • 23 กรกฎาคม 2561 / 06:53
      อ่านแล้วอ่านอีกก็ได้ค่ะ อิอิ
      น้องเมี่ยนอยู่กับใครไม่สนุกเท่าอยู่กับเจสันหรอกเนอะ (กินกับอะไรก็อร่อย...เอ๊ะยังไงล่ะ)
      น้องเป็นมังสวิรัติค่ะ ตอนที่ช่วยแบทคาวที่โรงฆ่าสัตว์น้องเห็นเลือดเยอะ ทำใจไม่ได้ เลยบอกที่บ้านว่า
      นับแต่นี้ไปผมเป็นมังสวิรัติ แล้วนางก็เคร่งมากด้วย 555
      BB กับน้องก็เป็นคู่ที่อยากลองเขียนเหมือนกันอ่ะค่ะ //แต่จอนมันหวง ไม่ให้หนีไปชิปคู่อื่นเลย
      #4-1
    • #4-2 เพนกวิน
      7 สิงหาคม 2561 / 18:41
      รอคู่กาฟิลแน่นอนค่า เราอ่านแบทแฟมซ้ำบ่อยนะ อิอิ พออ่านของไรท์แล้วอ่านของคนอื่นมันไม่ชิน
      #4-2
  2. #3 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 00:58
    น่ารักมากอ่าาาาา ชอบเวลาเจย์หยอกน้องเรื่องมังสวิรัติ 55555
    #3
    3
    • 2 พฤศจิกายน 2560 / 01:04
      อยากให้มีคนสองนี้สักเรื่องจังคงกลายเป็นฟิคที่บันเทิงแน่ๆ 555
      #3-2
    • #3-3 ..-+iiau..-+ (@lancelotkun) (จากตอนที่ 1)
      3 พฤศจิกายน 2560 / 20:01
      https://my.dek-d.com/lancelotkun/writer/view.php?id=1664767
      อ่านเรื่องนี้หรือยังคะ นี่ก็เจสันกับเดเมี่ยนสองคนเลยนะ (*-*)/
      #3-3
  3. วันที่ 5 กันยายน 2560 / 23:16
    เราวาดแฟนอาร์ตมั่งได้มั้ยง่า~
    #2
    1
    • 6 กันยายน 2560 / 08:33
      ได้สิคะ ยินดีเลย วาดเลย วาดเลย เย่ b(>w<)b
      เขินเลยอ่าาาาา (>,///,<)
      #2-1
  4. #1 yuzo2 (@yuzo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 01:16
    งือออ ไรท์กลับมาแล้วววว ครั้งนี้มีความรอนานมาก นึกว่าจะไม่มาแต่งหนูเมี่ยนให้เสพแล้วววว หนูเมี่ยนยังคงน่ารักน่าชังน่าหยิกเหมือนเดิม...ดิ้กค่ะ บางทีเราก็คิดว่านายเป็นบราค่อนไม่ก็โชตะค่อนไปนะ เจสันกวนteenได้เสมอต้นเสมอปลายดีจริมๆ ชอบลุงอัลมากๆ~ลุงอัลที่ความดุเด็กแบบอ่อนโยนนนนน ชอบการ์คะ อย่ามาใช้มุขแปลงร่างเป็นสัตว์มาแอบแต๊ะอั๋งเมี่ยนสิ สามีน้องมาเจอระวังโดนยิงเรเซอร์ใส่นะหนูขียวน้อย...
    ปล.คิดถึงไรท์ที่สุดเลยยยยย
    #1
    1
    • #1-1 ..-+iiau..-+ (@lancelotkun) (จากตอนที่ 1)
      5 กันยายน 2560 / 19:41
      ขอโทษที่กลับมาช้านะคะ 555
      คิดถึงคนอ่านเหมือนกัน >//<
      สปอยล์ว่าอีกเรื่่องนึงกำลังจะมาเร็วๆนี้ค่ะ XD
      ชอบบีสบอยมากๆเลยค่ะ คือ ในทีนไททันนางหล่อแบบไม่แคร์สาววายตรงนี้ (ว่าจะไม่จิ้นกับเดเมี่ยนแล้วนะ)
      ฮา แต่ก็ไม่รอดจิ้นไปแล้ว //จับไหล่จอน มีแล้ว 3 เรื่องจะเอาอะไรอีกแบ่งคนอื่นเขามั่งเถอะ

      ปล.โปรโมทคนวาดแฟนอาร์ตค่ะ งานดี 555 @bakaaochan นางเหงาอยากคุยกับคน
      ที่สำคัญ คือ ทวงฟิคผ่านนางได้ค่ะ "แกต้องเขียนเพราะชั้นอยากลงรูป อั่ก"
      #1-1