คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Batfam] Weirdo

เดเมี่ยน เวนย์ คิดว่าในโลกนี้สิ่งมีชีวิตที่ประหลาดที่สุด คือ ริชาร์ด ดิ๊ก เกรย์สัน หมอนั่นเป็นผู้ชายที่เดาความคิดไม่ได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ยอดวิวรวม

1,278

ยอดวิวเดือนนี้

9

ยอดวิวรวม


1,278

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


30
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ก.ย. 61 / 20:01 น.
นิยาย [Fic Batfam] Weirdo [Fic Batfam] Weirdo | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ก.ย. 61 / 20:01


เดเมี่ยน เวนย์ คิดว่าในโลกนี้สิ่งมีชีวิตที่ประหลาดที่สุด คือ ริชาร์ด ดิ๊ก เกรย์สัน

หมอนั่นเป็นผู้ชายที่เดาความคิดไม่ได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่

เด็กชายค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาจากการได้ยินเสียงเต้นของหัวใจใครบางคนดังหนวกหูรบกวนเวลานอน พบว่าตัวเขาไม่ได้อยู่บนเตียงคนเดียวในห้องนอนของตัวเอง พ่วงด้วยความรู้สึกของแขนใหญ่ที่โอบรัดลำตัวเขาอยู่ ก็คงจะเดาไม่น่ายาก มีแค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่ชอบถือวิสาสะเข้ามาห้องคนอื่นแล้วนอนกอดเล่นเป็นตุ๊กตาแบบนี้

ความประหลาดอันดับที่หนึ่ง คือ ตอนเกรย์สันอยู่ที่บ้าน

“เกรย์สัน ปล่อยนะ” เด็กชายพยายามแกะแขนปลาหมึกของอีกฝ่าย แต่เจ้าของชื่อกลับกระชับแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม แทบจะรวมร่างกันเป็นร่างเดียวบนเตียงแล้ว เดเมี่ยนตัดสินใจเรียกอีกที

“เกรย์สัน รู้นะว่าได้ยิน มันอึดอัด”

“อืมมม” ได้ยินเสียงครางตอบรับแบบขอไปทีของคนตัวใหญ่ที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ตามมา แกล้งแน่ๆ จงใจแกล้งเขาแน่ๆ ว่าแล้วก็ยื่นมือขอตัวเองตบหน้าอีกฝ่ายแบบไม่ออมแรง

เพี๊ยะ

“โอ้ย ลิตเติ้ลดี พี่ชายเจ็บนะ” ได้ผล ดิ๊ก เกรย์สันลืมตาขึ้นมามองตาสีเขียวมรกตของเด็กชาย แต่มือปลาหมึกก็ยังไม่ปล่อยเจ้าตัวเล็กเป็นอิสระ เขาตั้งรับมือเล็กๆที่กำลังจะประทับหน้าตัวเองอีกครั้งได้ทันท่วงที

“ถ้ารู้ตัวแล้วก็ปล่อยสักทีเซ่”  เด็กชายขึ้นเสียงใส่อย่างอารมณ์เสีย แต่คนเป็นพี่รู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้โกรธอะไรหรอก แค่เขินเขามากกว่า

“ยังงอนอยู่อีกหรอ” ถ้าจะมีอะไรให้เจ้าตัวเล็กหลบสายตาเขาหลังจากได้ยินคำพูดเมื่อกี้แบบนี้ เห็นทีคงเป็นเพราะว่าเรื่องที่เขาเบี้ยวนัดเมื่อไม่กี่วันก่อน

“ไม่ได้งอนสักหน่อย” น้องชายพูดเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ เห็นดังนั้นคนอายุมากกว่าจึงค่อยๆลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ เขารู้ว่าเด็กชายๆไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวเท่าไหร่นัก แต่อยู่ไปนานๆเข้าเขาก็คิดเองเออเองว่าพี่ชายคนโตอย่างเขาน่าจะเป็นข้อยกเว้นพิเศษ ดูจากที่เจ้าตัวไม่ได้แสดงอาการปฏิเสธตอบโต้คนอายุมากกว่า

“ขอโทษนะ”

…..

“นี่ พูดอะไรหน่อยสิ ลิตเติ้ลดี”

“อุตส่าห์ขอคุณพ่อตั้งนาน

“ได้ยินว่าเจย์เจย์กับทิมมี่ก็ไปแทนชั้นแล้วนี่” ใช่แล้ว วันดีคืนดีคุณหนูคนเล็กของบ้านเกิดความคิดอะไรก็ไม่รู้ ขอบรูซไปเที่ยวแอฟริกา แน่นอนว่ามหาเศรษฐีไม่มีวันปล่อยให้เด็ก 10 ขวบแถมเป็นลูกชายแท้ๆ ปีกกล้าขาแข็งออกไปจากปีกใหญ่ของผู้เป็นพ่อที่คอยปกป้องตัวเองอยู่แน่ๆ แต่บรูซก็งานรัดตัวจนหาเวลาว่างไม่ได้ ไหนจะต้องเป็นแบทแมนอีกล่ะ คุณพ่อลูกสี่ไม่มีวันปล่อยลูกชายคนเล็กไปเที่ยวเล่นไกลหูไกลตาตัวเอง เว้นแต่ว่าจะมีคนติดตามไปด้วย อาทิเช่น ลูกชายอีกสามคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วของเขา ซึ่งก็เดาใจเด็กอายุ 10 ขวบไม่ยากเลยว่าเจ้าตัวจะเลือกใคร แต่เพราะวันนั้นดิ๊กมีธุระด่วนเข้ามากะทันหัน

2 คนนั้นแทนนายได้ที่ไหนกันเล่า!!” น้องชายคนเล็กโวยวายออกมาพร้อมทั้งทุบอกคนโตกว่า เขาปล่อยให้เจ้าตัวระบายอารมณ์ไป เพราะแรงที่อีกฝ่ายตีมาแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย

“โอ ลิตเติ้ลดี ชั้นก็กลับมาแล้วนี่ไง”

“ชิส์”

“แล้วตกลงไปเที่ยวสนุกมั้ย หืม”

“เดรคเอาแต่เล่นโน้คบุ๊คอยู่ที่โรงแรม ส่วนทอดด์ก็ไปนั่งแช่อยู่ที่บาร์กับคาสิโน”

“เห น่าสนุกดีนี่”

“ตรงไหนกัน ผมจะไปทะเลทรายซาฮาร่า สองคนนั้นก็ทำแผนผมพังหมดเลย เขาไม่ยอมให้ผมไปคนเดียวด้วย”

“โอ๋ๆๆ”

“ไม่ต้องมาทำเป็นสงสารเลยนะ เพราะนายนั่นแหละ” เดเมี่ยนอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายปล่อยมือจากหัวตัวเองสะบัดตัวออกจากการจับกุมของคนอายุมากกว่าได้สำเร็จ มานั่งอยู่บนเตียงมองสายตาเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่นที่อีกฝ่ายส่งมา ทำเอาเด็กชายคิดอยากจะเอานิ้วไปจิ้มตาสีฟ้าให้เลิกทำแววตาน่าสมเพชนั่นสักที แต่เขาเลือกที่จะหยิบหมอนข้างใกล้ตัวฟาดใส่หน้าผู้ใหญ่อีกคนมากกว่า

หึ หมอนข้างก็มี ไม่เห็นต้องมานอนกอดด้วยเลย ไอบ้านี่

“โอ้ย อย่าทำร้ายพี่ชายซี่ ลิตเติ้ลดี” คนที่ยังนอนอยู่บนเตียงแกล้งร้องโอดโอยไปเรื่อย และเขารู้ว่าเด็กอีกคนก็รู้ว่าเขาไม่ได้เจ็บอย่างที่ปากว่า แต่ก็ยังคงฟาดเขาต่อไป

“สมน้ำหน้า แล้วธุระที่ว่าที่ไปทำมันคืออะไรกันห้ะ”

“อ่อ เรื่องนั้นน่ะหรอ อืม อะไรกันนะ”

“ห้ะ พูดอะไร ไม่รู้เรื่อง”

“ลิตเติ้ลดี….

“......” คนอายุมากกว่าอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายตั้งใจฟังเขาพูด ลุกขึ้นมาคว้าตัวเด็กชายเข้าไปกอดเขาเหมือนเดิม

“เอาไว้ก่อนนะ ขอนอนต่ออีกหน่อย เฮ้อ ง่วงชะมัดเลย” หลับตาลงพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการนอนอีกครั้งโดนไม่สนใจเสียงประท้วงจากตุ๊กตาจำเป็นที่ตัวเองกอดอยู่

“ถ้าจะนอนก็หาหมอนข้างกอดซะเซ่ มันร้อนนะ ปล่อย!!

ดิ๊ก เกรย์สันเป็นคนประหลาด ชอบมองคนอื่นเป็นตุ๊กตาไม่พอ แถมยังหวงมากๆด้วย

 



ความประหลาดอันดับที่สอง คือ ตอนเกรย์สันอยู่ข้างนอก

“สั่งตามใจชอบเลยนะ เดี๋ยวชั้นเลี้ยงเอง” เด็กชายนั่งมองหน้าคนอายุมากกว่าที่อยู่ตรงข้าม วันนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เกรย์สันลากเขามาที่ห้างสรรพค้าในใจกลางเมืองก๊อทแธม และมานั่งอยู่ที่ร้านสีสันน่าอายแบบนี้ สีชมพูทั้งร้านแถมลูกค้าส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เด็กก็เป็นผู้หญิงด้วย เขาไม่เข้าใจว่าที่เกรย์สันพามาเพราะมองว่าเขาเป็นเด็กหรือเปล่า

“ทำไมถึงพาผมมาที่นี่ล่ะ” เดเมี่ยนส่งสายตาไม่ชอบใจให้อีกฝ่าย อย่างน้อยก็หวังว่าลูกชายคนโตของคุณพ่อน่าจะหัวไวว่าเขาเริ่มไม่สบอารมณ์แล้วนะ ดูบรรยากาศร้านสิ มีแต่เด็กไร้มารยาทกินไปหัวเราะไป อะไรน่ะ ไออาหารสีเหมือนยาพิษนั่นมันเอาไว้ล้างสมองเด็กหรอ

“หืม ไม่ชอบกินไอติมหรอ”

“ไอติม? นายหมายถึงไอลูกกลมๆหลายเฉดสีนั่นน่ะเหรอ”

….” ผู้ใหญ่ตรงหน้าเงียบไป เหมือนไม่เข้าใจว่าน้องชายกำลังสื่อสารอะไร หรือว่า

“เดเมี่ยน อย่าบอกนะว่านายไม่รู้จักไอติม”

“หา กำลังหาว่าผมโง่หรอ รู้สิ ผมเคยอ่านในหนังสือ มันคือไขมันอิ่มตัวจากนมและสัตว์ ที่กินแล้วไม่ได้อะไรนอกจากน้ำตาลส่วนเกินที่มนุษย์ต้องการต่อหนึ่งวัน”

“ไม่ได้หาว่าโง่สักหน่อย แต่นายไม่เคยกินไอติมมาก่อนใช่มั้ย”

…..

“ยอมรับมาเหอะน่า ไม่ใช่เรื่องน่าอายสักหน่อย”

 “เกรย์สันนายคิดว่าประเทศที่มีแต่ทะเลทราย จะมีของพวกนี้ให้กินเล่นหรือไง”

“งั้นก็หมายความว่าไม่เคยสินะ”

“ชิส์” ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจสายตาที่เกรย์สันส่งมาให้เลย อะไรสงสารหรอ สมเพชหรอ แล้วมือนั่นจะเอื้อมมาลูบหัวเขาทำไม บอกแล้วไงว่าไม่ใช่เด็ก

“อย่ามาจับนะ!!” อย่ามาทำตัวเป็นตัวแทนของคุณพ่อนะ ไอคนไม่ได้เรื่อง

“ก๊อทแธม ไอศกรีมแอนด์สไมล์ ยินดีต้อนรับค่ะ เลือกเมนูที่ชอบได้เลยนะคะ ส่วนคุณหนูเรามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเมนูเด็ก-” พนักงานผู้หญิงที่เดินมาวางเมนูตกใจกับเสียงตะคอกของลูกค้าตัวเล็กอายุ 10 ขวบ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยเจอลูกค้าเอาใจยากนะ แต่เด็กที่บอกว่าตัวเองไม่ใช่เด็กนี่มันก็กระไรอยู่

“ผมไม่ใช่เด็ก!!

“เอ่อคือ”

“ขอโทษแทนน้องชายด้วยนะครับ” เป็นเพราะพี่ชายก้มหัวแล้วยิ้มมาให้เธอหรอกนะ ให้ตายสิคนอะไรหล่อชะมัดเลย จะทำเป็นไม่สนใจเด็กที่นั่งกอดอกหน้าบึ้งตรงนี้ก็ได้

“คะค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ รับเมนูอะไรดีคะ”

“เดเมี่ยนเลือกก่อนเลยดูเมนูชั้นก็ได้ถ้านายไม่อยากเลือกเมนูเด็กล่ะก็” คนอายุมากกว่าสับเปลี่ยนเมนูตัวเองกับน้องชาย เจ้าของชื่อรับมันมา ก่อนที่จะส่งสายตาจับผิดไปหาเขา อะไร ชั้นทำอะไรผิด ดิ๊กคิดในใจ

“เอาอันนี้”

“รับเป็นซันเดย์นะจ๊ะ อยากได้ไซส์ไหน-

“เล็กก็พอ”

“งั้นเอาไอศกรีมรสอะไรดีเอ่ย”

….” เดเมี่ยน เวนย์ใช้เวลาครุ่นคิดสักพักก่อนที่จะชี้นิ้วไปที่สีที่ตัวเองคิดว่ามันก็น่าจะอันตรายน้อยที่สุด

“วานิลลานะจ้ะ รับท้อปปิงอะไรเพิ่มมั้ย”

“ไม่ต้อง”

“มีทั้งเยลลี่ คอนเฟรค ช้อคโกบอล กล้วยหอม อัลมอน วิปครีม-

“ก็บอกว่าไม่เอาไง”

“จ้ะ งั้นคุณหนูรับเป็นซันเดย์วานิลลาไซส์เล็ก ไม่ใส่ท้อปปิ้งนะคะ ส่วนคุณผู้ชาย”

“เรียก ดิ๊กก็ได้ครับ”

“ค่ะ ดิ๊ก รับอะไรดีคะ”

“งั้นผมขอ-” เด็กชายนั่งเท้าคางมองออกไปข้างนอก ไอผู้ใหญ่ที่นั่งตรงข้ามเขานี่สั่งอะไรก็ไม่รู้ชื่อยาวเหยียด จนเขาคิดว่ายาวพอๆกับพารากราฟได้แล้วมั้ง เขาเห็นพ่อลูกยืนขี่คอกันเดินเล่นในฮอลใหญ่ของห้างสรรพสินค้า ไม่รู้สิ มันเป็นภาพที่ตลอดชีวิตของเด็ก 10 ขวบอย่างเขาไม่มี ไม่ได้น่าอิจฉาอะไรหรอกนะ ชีวิตเขาน่าภูมิใจจะตาย เป็นทั้งหลานชายของมนุษย์ที่น่าเกรงขามที่สุดในสมาพันธ์นักฆ่า มีคุณพ่อเป็นมหาเศรษฐีควบตำแหน่งอัศวินรัตติกาล แทบจะมีทุกอย่างที่เด็กทั่วโลกไม่มีอยู่แล้ว เด็กที่ไหนจะได้จับมีดฆ่าคนตั้งแต่ 3 ขวบ พอ 7 ขวบก็เรียนจบปริญญา 8 ขวบก็ขับรถได้แล้ว ทำได้เหมือนเขาหรือเปล่า ไม่มี ทำไมถึงต้องมารู้สึกอิจฉากะอีแค่เด็กโง่ๆเดินเล่นกับพ่อโง่ๆตรงข้ามกระจกนี่ด้วย

เมี่ยน เดเมี่ยน”

“ห้ะ มีอะไร”

“อ่อเปล่า” เห็นเรียกตั้งนานไม่หือ ไม่อือคิดว่าจะเป็นอะไรไป คนเป็นพี่หันไปมองตาม หรือว่าเด็กคนนี้จะคิดเหมือนที่เขาคิดกันนะ

“แปลกคน”

“นี่เดเมี่ยน คิดถึงบรูซหรอ”

…..เปล่าสักหน่อย” เดเมี่ยน เวยน์ไม่ใช่คนที่จะเปิดใจให้ใครได้ง่ายนัก ขนาดเป็นคนในครอบครัว เจ้าตัวจะสร้างกำแพงปิดบังความรู้สึกตัวเองไว้ และแสดงมันออกมาในรูปแบบของอารมณ์ร้าย หรือไม่ก็การประชด เสียดสีคนอื่นแทน แต่ดิ๊ก เกรย์สันเป็นผู้ชายคนแรกที่ทำลายกำแพงนั้นได้ ในงานศพของบรูซ ถึงจะพูดว่างานศพก็เถอะจริงๆมันก็แค่โลงเปล่าๆเพราะไม่รู้ว่าอัศวินแห่งรัตติกาลหายตัวไปไหน มันเป็นวันที่ฝนตก ดิ๊กคิดว่าเด็กข้างตัวเขาจะร้องไห้ แต่เดเมี่ยนไม่ได้ร้องไห้ เด็กชายเพิ่งรู้จักพ่อของตัวเองได้ไม่นาน ยังไม่เคยมีความทรงจำดีๆต่อกันด้วยซ้ำ เขาคิดด้วยซ้ำว่าเกรย์สันจะร้องไห้ อย่างน้อยเกรย์สันก็เป็นคนที่ใช้เวลาอยู่ร่วมกับคุณพ่อนานพอสมควร มากกว่าเขาที่เป็นลูกชายแท้ๆซะอีก แต่ก็ไม่ได้ร้อง ผู้ชายคนนั้นแค่ยืนมองหลุมศพที่มีชื่อของคุณพ่อ แล้วจับไหล่เขาแน่นๆเหมือนกลัวว่าเขาจะหายไป ตอนนั้นเองเป็นครั้งแรกที่เด็กชายวัย 10 ขวบคิดว่า เขาได้สูญเสียพ่อของตัวเองไปและกำลังจะกลายเป็นเด็กกำพร้าเหมือนเจ้าของสองมือที่จับเขาอยู่ตรงนี้ ความรู้สึกแน่นแปลกๆที่หน้าอกที่เขาไม่เข้าใจ อาจจะเป็นเพราะว่าถ้าพวกผู้ใหญ่จัดการเรื่องทุกอย่างหมดแล้ว เขาอาจจะต้องถูกส่งตัวกลับไปอยู่กับท่านแม่ที่เกาะอัลกูลเหมือนเดิม และถ้าเลือกได้จริงๆ เดเมี่ยนก็ไม่อยากกลับไปเท่าไหร่นัก แต่ความคิดนั้นถูกทำลายลงเมื่อลูกชายบุญธรรมคนแรกของคุณพ่อ ก้มลงมาอยู่ในระดับสายตา ยื่นมือมาตรงหน้า และ พูดกับเขาว่า ต่อไปชั้นจะเป็นคนปกป้องนายเอง เดเมี่ยนเดเมี่ยนไม่ได้ต้องการการปกป้อง เขาดูแลตัวเองได้ แต่ไม่รู้ทำไมเขากลับยื่นมือไปจับมือใหญ่ของอีกฝ่าย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพังกำแพงลงได้แล้วเขาจะญาติดีด้วยนะ

“ออร์เดอร์เบอร์ 2700 ได้แล้วค่ะ ขอให้สนุกนะคะ”

“ขอบคุณครับ”

“อยากสั่งอะไรเพิ่มเติม กดปุ่มเรียกพนักงานได้เลยนะคะ” ดิ๊กพยักหน้ายิ้มให้กับพนักงานสาวคนเดิม ก่อนที่จะหันไปมองเด็กตรงหน้าที่มองไอศกรีมของเขาเทียบกับของเจ้าตัวอยู่ตอนนี้ อ่าได้เวลาแล้วสิ ว่าแล้วพี่ชายก็สลับถ้วยอาหารหวานของตัวเองกับน้องชาย เขานั่งมองใบหน้าถอดแบบมาจากพ่อบุญธรรมของตัวเองกำลังสับสน สาบานในอีก 3 วินาที เด็กคนนี้จะต้องตะโกนใส่หน้าเขา นับนะ สาม

“เกรย์สัน นายทำบ้าอะไรน่ะ!!!” อ้าว แค่วินาทีเดียวแฮะ

“ก็เห็นอยู่นี่พานายมาเลี้ยงไอติมไง”

“แต่ถ้วยนั่นเป็นของผม” คนอายุมากกว่าถือโอกาสที่มือเล็กจะยื่นมาแย่งถ้วยขนมของตัวเองคืนไป หยิบถ้วยวานิลลาซันเดย์ขึ้นมาให้ห่างเกินกว่าที่เด็กตรงข้ามจะเอื้อมถึง และในขณะเดียวกันเขาก็คว้าช้อนเงินตักไอศกรีมเข้าปาก ทำให้น้องชายกลับไปนั่งหน้าบึ้งบนเก้าอี้ฝั่งตัวเองแต่โดยดี แต่สายตามองจิกจนตัวเขาแทบพรุนนั่นก็ยังไม่เลิกละไปจากคนอายุมากกว่าไปไหน

“ลืมไปแล้วหรือไง ชั้นเป็นคนเลี้ยงไอติม ชั้นมีสิทธิ์เลือกกินถ้วยไหนก็ได้ที่อยู่บนโต๊ะ” ฮ่ะๆ พูดพร้อมกับแลบลิ้นกลับไป

“นั่นความคิดของคนที่เป็นผู้ใหญ่เหรอ”

“ทำไมชั้นถึงไม่รู้สึกว่าถูกชมอยู่เลยนะ”

“ทำตัวเป็นเด็กชะมัด” แต่เด็กชายวัย 10 ขวบก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าผู้ใหญ่ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

“ฮ่าๆๆ ส่วนนายเป็นเด็กก็หัดทำตัวให้มันเหมาะสมกับเด็กหน่อยสิ กินซะ สั่งมาให้นายนั่นแหละ” ใช่ ดิ๊ก เกรย์สันวางแผนอย่างนั้นไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เขาเลยสั่งพาเฟต์ไซส์จัมโบ้ 12 สกู๊ป มีไอศกรีมครบทุกรส ท้อปปิ้งทุกอย่าง และที่สำคัญมีธงอเมริกาปักเอาไว้บนยอดด้วยนะ สุดยอดแค่ไหน ถามใจเด็กๆโต๊ะอื่นที่มองกันตาวาววับได้ ตอนแรกเขาไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะสั่งแค่ไอศกรีมวานิลลาซันเดย์เปล่าๆแถมยังไซส์เล็กอีก นี่เอาไว้ให้แมวดมหรือไง และพอคิดว่าตัวเองต้องมาสลับของหวานกับเด็กชายแล้ว เขาก็นั่งใคร่ครวญว่าควรจะช่วยเดเมี่ยนกิน หรือจะสั่งส่วนของตัวเองเพิ่มดี

….ให้ผมหรอ”

“อ่ะห้ะ”

“ทำไม”

“อืมนั่นสิ ถือว่าฉลองครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไอติมละกัน โหย แค่วานิลลาน่ะ มันไม่ได้รสชาติของชีวิตหรอกนะ” ดิ๊กรู้ว่าในหัวเด็ก 10 ขวบต้องคิดว่าเขาพูดเว่อร์ หรือ ไม่ก็เป็นไอขี้โม้แน่ๆ แต่เขาก็แค่อยากจะให้เด็กคนนี้ได้มีช่วงเวลาที่เป็นเด็กธรรมดาบ้างเท่านั้นเอง และบางทีอาจจะมีโอกาสไม่มากก็น้อยที่เด็กคนนี้จะเปิดใจให้เขามากขึ้น

“รสชาติของชีวิตอะไรกัน” เดเมี่ยนทวนคำพูดคนอายุมากกว่าอีกรอบนึง

“อ่าวๆ เดี๋ยวก็ละลายหมดหรอก รีบๆกิน นั่นช้อน”

“ชิส์” คนเป็นพี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อน้องชายเริ่มลงมือกับอาหารหวานชามโตตรงหน้าแต่โดยดี ตอนแรกเขาคิดว่าเด็กคนนี้จะอะละวาดกลางร้าน อย่างปัดถ้วยทิ้ง หรือ กระโจนเข้ามาบีบคอเขาอะไรแบบนั้น กลายเป็นว่าที่เขาเตรียมแผนมาตั้งรับไว้สูญเปล่าล่ะสิ เฮ้อ เสียดายจัง เดี๋ยวนะ นี่เขาคิดอะไรอยู่

และเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กชายเปลี่ยนไปเมื่อได้บรรจงลิ้มรสมิ้นช๊อคโกแลคชิพ บิงโกล่ะ

“เป็นไง อร่อยมั้ย” เดเมี่ยนไม่ตอบอะไร แต่เขาก็สังเกตเห็นได้ว่าเจ้าตัวแอบเลียริมฝีปาก แล้วจัดการไอศกรีมของตัวเองต่อเงียบๆ ท่ามกลางสายจ้องมองอยู่ตลอดของพี่ชาย

….

“เฮ้ ถ้าอยากมากินอีกก็บอกชั้นได้นะ”

….

“แต่ก่อนเวลาอัลเฟรคไม่อยู่บรูซก็ชอบพาชั้นมากินที่นี่เหมือนกัน”

….

“จะบอกว่าเป็นเลี้ยงต้อนรับโรบินก็ได้มั้ง ตอนเจสัน ชั้นพาเขาไปร้านเบเกอรี่ ส่วนทิมก็ไปกินสตาร์บัคด้วยกัน พวกนั้นน่ะพอเห็นชั้นสลับเมนูก็ตกใจกันใหญ่เลยล่ะ” คนพูดนึกถึงหน้าน้องชายคนโต กับน้องชายคนรอง ตอนสองคนนั้นเป็นสมาชิกใหม่ของตระกูลเวนย์ ทิมมี่ยอมกินลาเต้หวานๆของเขา แทนกาแฟดำของตัวเอง แม้ว่าจะส่งสายตาไม่พอใจที่เขาแย่งเครื่องดื่มของโปรดไปก็เถอะ แต่เฮ้ ไอนี่ขมจะตาย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าน้องชายคนรองกลืนมันเข้าไปได้ยังไง ส่วนเจสันนี่กระชากคอเสื้อพร้อมเอาเรื่องเขาเต็มที่ ทำเอาปาติชิแอร์กับลูกค้าคนอื่นในร้านแตกตื่นกันหมดเลย ก็ดันไปสลับขนมปังปอนด์ใหญ่ของเจ้าน้องชายกับโดนัทถาดพิเศษของเขา ฮ่าๆ นึกแล้วตลกชะมัด

“นายจะเล่าเรื่องพวกนี้ไปทำไม”

“หืม ก็แค่อยากพูดเฉยๆน่ะ มีอะไรหรือเปล่า”

“ประหลาดคน” คนอายุมากกว่าไม่สนใจคำครหาจากเด็กที่นั่งตรงข้าม ถ้าเขาประหลาด เดเมี่ยนไม่ประหลาดกว่าเขาหรอ

“แล้วก็นะ เดเมี่ยนตอนนี้นายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราแล้วนะ”

“เห็นแก่ความจำสั้นของคนมีอายุอย่างนายนะ ผมเป็นลูกชายคนเดียวของคุณพ่อ”

“จ้าๆ ไงก็เถอะ นายก็เป็นน้องชายคนเล็กของบ้านนี้แล้วนะ เดมี่”

“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”

“เดมี่ไง น่ารักดีออก ปกติชั้นก็ชอบตั้งชื่อน้องชายตัวเองเล่นๆ อย่างเช่น ทิมมี่ กับ เจย์เจย์-” ใช่ มันเป็นนิสัยติดตัวเขาไปแล้ว ไอพวกการชอบตั้งชื่อเล่นๆนี่ คนที่คฤหาสน์เวนย์มีชื่อเล่นกันคนละชื่อ บรูซก็เป็นบี อัลเฟรคก็เป็นอัลฟี่ อะไรประมาณนี้ คงเพราะ ชื่อเขา ริชาร์ดมันมีชื่อเล่นคือ ดิ๊ก มั้ง เลยอยากให้คนอื่นๆมีชื่อเล่นบ้าง

“ไม่เอาด้วยหรอก ชื่อปัญญาอ่อนแบบนั้นน่าอายจะตาย”

“เบบี้เบิร์ดล่ะ?

“ไม่”

“เบบี้แบท?

“ไม่” ริชาร์ดพยายามไล่ชื่อเล่นที่ตัวเองคิดไว้ในหัว ออกมาเรื่อยๆ ทั้ง เบบี้นู่น เบบี้นี่ หรือ เดมินนี่ เมี่ยนเมี่ยน บลา บลา บลา แต่ดูเหมือนเด็กตรงหน้าเขาแทบจะไม่ถูกใจมันสักชื่อ

“งั้นเอาเป็นชื่อ ลิตเติ้ลดี ดีมั้ย”

….

“ชั้นดิ๊ก นายเดเมี่ยน ชั้นก็เป็นบิ๊กดี ส่วนนายก็เป็นลิตเติ้ลดี เป็นชื่อสำหรับเราสองคนพี่น้องไง”

….อืมก็ได้” เฮะ นี่เขาหูฝาดไปหรือเปล่า ที่ได้ยินเดเมี่ยนตอบตกลง จู่ๆก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา เหมือนเวลาจับสลากหลากร้อยรอบแล้วในที่สุดก็ได้รางวัลใหญ่  หรือจริงๆเด็กตรงหน้าแค่รำคาญเขากันแน่

“แต่ผมไม่มีวันเรียกนายว่าบิ๊กดีหรอกนะ เกรย์สัน”

“เรียกพี่ชายยังไงก็ได้ ลิตเติ้ลดี นี่ถ้ายังไงให้ชั้นช่วยกินไอติมมั้ย” แทบไม่ต้องรอฟังคำตอบ ดูจากการที่แขนเล็กคว้าถ้วยอาหารหวานเข้าใกล้ตัว ก็พอจะเดาได้แล้วว่า เดเมี่ยน เวนย์ไม่ชอบแชร์ ถึงแม้ยังเหลือไอศกรีมอยู่อีกครึ่งถ้วยก็เถอะ แต่ตอนนี้เขาเองก็หมดอารมณ์จะสั่งไอศกรีมเพิ่มเหมือนกัน นั่งมองน้องชายคนเล็กกินของหวานตรงหน้าแทนดีกว่า

แต่เหมือนดิ๊กจะลืมอะไรไป ไอที่ว่ามันคืออะไรหว่า 

....ช่างมันละกัน เดี๋ยวก็นึกออก

ใช้เวลาไม่นาน พวกเขาก็เช็คบิลแล้วออกมานั่งเล่นที่ลานใหญ่ของห้างสรรพสินค้าแทน หลายครั้งที่เขาสังเกตเห็นเด็กข้างๆ เดเมี่ยนมักชอบมองไปที่เด็กคนอื่นที่เดินเล่นสนุกสนานอยู่กับพ่อแม่ แล้วสายตาที่เด็กคนนี้ใช้มองคนพวกนั้น ดิ๊กรู้ดี มันเหมือนเขาตอนย้ายมาอยู่คฤหาสน์เวนย์ใหม่ๆ ตอนที่เขาเพิ่งเสียพ่อกับแม่ไป ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่เคยแสดงออกให้พี่ชายอย่างเขาเห็นหรือแม้แต่บอกว่า ผมเหงา ผมคิดถึงคุณพ่อแต่เขาก็รับรู้ได้อยู่ดี ริชาร์ดยื่นมือออกไปลูบหัวน้องชายเบาๆ แปลกตรงที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้แบบทุกที หรือไม่ลิตเติ้ลดีอาจจะยังเหม่อลอยอยู่ก็ได้ ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดลอยๆออกไป

“ไม่ต้องกังวลแล้วนะ ชั้นอยู่ตรงนี้”

….” เขาเปลี่ยนจะลูบเส้นผมนุ่มๆนั่นย้ายมาเป็นกุมมือเล็กที่เย็นเฉียบแทน พวกเขานั่งอยู่อย่างนี้กันสักพัก มองคนหลายคน ครอบครัวหลายครอบครัวเดินผ่านไป คนแล้วคนเล่า พลเมืองพวกนี้กำลังมีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ และ ริชาร์ดก็อยากให้มันเป็นแบบนั้นกับตัวเขากับเด็กที่นั่งข้างๆคนนี้บ้าง แต่นั่งมองคนอื่นเขามีความสุขไปเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก

“ลิตเติ้ลดี กลับบ้านกันเถอะ” ลุกขึ้นยืน ได้ยินน้องชายครางรับเบาๆแล้วกุมมือเขาแน่นขึ้น บางทีนี่อาจจะเป็นก้าวแรกที่เขาจะได้เขาไปยืนอยู่ในหัวใจที่ปิดสนิดของเดเมี่ยนก็เป็นได้ ดิ๊ก เกรย์สันคิดในใจ

“ขี่หลังชั้นมั้ย”

“หา”

“ขี่หลังชั้นมั้ย” รอบนี้พูดพร้อมกับก้มตัวลงไปนั่งย่อๆประกอบ

“ผมไม่ใช่เด็กนะ เกรย์สัน”

“ใครบอกว่าขี่หลังจำกัดอายุล่ะหืม ขึ้นมาสิ” ตอนแรกเขาคิดว่าเดเมี่ยนจะเมินเขาและเดินนำหน้าไป แต่น้ำหนักตัวของเด็ก 10 ขวบที่มาลงที่แขน ทำให้คนอายุมากกว่ายิ้มออกมาแบบไม่มีเหตุผล มันไม่ได้หนักอย่างที่คิด แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่จะบอกว่าเบาเหมือนขนนกก็คงโดนด่าว่าไอขี้เว่อร์แน่ๆ เขาหันหน้าไปยิ้มให้เด็กที่กอดคออยู่ แต่ก็โดนตาสีเขียวมรกตหลบสายตาไปในทันที เขาอาจจะเพี้ยนที่คิดว่าน้องชายคนเล็กคนนี้ก็ทำตัวว่าง่าย น่ารักเป็นเหมือนกันแฮะ

“กลับบ้านกัน”

“อืม”

….

..

.

“เกรย์สัน”

“หืม”

“ปวดท้องอ่ะ” อ่า ก็ว่าแล้วว่าลืมอะไรไป ลิตเติ้ลดีเพิ่งเคยกินไอศกรีมเป็นครั้งแรก แถมเจ้าตัวซัดคนเดียวตั้ง 12 สกู๊ป นี่ยังไม่รวมท้อปปิ้งที่เขาสั่งมาให้อีกนะ ลืมไปว่าตอนเจสันกับทิมพวกนั้นโตเป็นวัยรุ่นกะเพราะใหญ่พอที่จะอัดเมนูมหัศจรรย์ที่เขาสั่งได้ แทบไม่ต้องคิดเลยว่ากลับบ้านไปอัลเฟรคจะต้องดุเขาเรื่องทำคุณหนูคนเล็กของบ้านท้องเสียเพราะไอศกรีมทำพิษแน่ๆ โอ้ว รู้งี้ให้กินแค่วานิลลาก็ดีอยู่แล้วเชียว

ในความคิดของเดเมี่ยน เวนย์ ดิ๊ก เกรย์สัน เป็นคนแปลกๆ ชอบสลับไอศกรีมชาวบ้านตามใจชอบ แถมยังชอบตั้งชื่อเล่นบ้าๆบอๆให้คนอื่นอีก ไม่มีเหตุผลเลยจริงๆ ผู้ใหญ่คนนี้



 

ความประหลาดอันดับที่สาม คือ ตอนเกรย์สันตื่นขึ้นมากลางดึก

“เดเมี่ยน” ลูกชายคนโตของมหาเศรษฐีรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมามองเด็กชายทำหน้าเฉยเมยที่อยู่บนตัวเขา สิ่งที่เรียกความสนใจให้เขาไม่ใช่การปรากฏตัวกลางดึกบนเตียงนอนห้องเขาของน้องชาย แต่เป็นมีดปลายแหลมที่เจ้าตัวกำลังจ่อคอหอยเขาอยู่ต่างหาก

……” อ่า นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ ตั้งแต่ที่บรูซหายตัวไป และ เขารับหน้าที่เป็นผู้ปกครองของลูกชายคนเล็กของพ่อบุญธรรม ดิ๊กเป็นคนหลับลึกก็จริง แต่อย่างน้อยเขาก็มีสัญชาตญาณและความรู้สึกไวพอที่จะสัมผัสได้ว่าห้องนอนที่เขานอนหลับทุกคืน ไม่ได้มีแค่เขาที่เป็นเจ้าของห้องอยู่คนเดียว เมื่อเด็กตรงหน้าไม่ขานรับ เขาเองก็ไม่กล้าขยับตัว เจ้าของห้องตัดสินใจเรียกอีกฝ่ายอีกครั้ง

“เดเมี่ยน มีอะไรหรือเปล่า” เขายิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เหมือนเมื่อตอนที่ยังเป็นฟายอิงค์เกรย์สันอยู่ที่คณะละครสัตว์ การตีหน้ายิ้มให้คนดู และการเก็บความรู้สึก เป็นสิ่งที่เขาถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก และ มันก็เป็นทักษะที่เป็นประโยชน์พอๆกับทักษะกายกรรม เมื่อเขาเป็นโรบิน และ ไนท์วิง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกขอบคุณพ่อแม่อยู่เลย และดูเหมือนเด็กตรงหน้าเขาจะตกใจกับสีหน้าเขาไม่น้อย

“ทำหน้าอย่างนั้นทำไม ไม่กลัวหรอ” ยิ้มทั้งๆที่มีดจ่อคออยู่น่ะนะ แหม่ไม่น่าถาม กลัวสิ เป็นใครใครเขาก็กลัวทั้งนั้นแหละ

“ก็ไม่มีอะไรนี่ แล้วเข้ามาหาชั้นทุกคืนมีอะไรหรอ”

…..

“หรือว่าฝันร้าย”

“เปล่าสักหน่อย” ตะคอกใส่คนอายุมากกว่า แล้วกดมีดลึกลงไปกว่าเดิม ตอนนี้ผิวตรงคอเขาเริ่มรู้สึกถึงความเย็นของด้ามมีดเหล็กได้แล้ว จะกลืนน้ำลายยังไม่กล้าเลย ใจเย็นไว้ริชาร์ด

“หืม งั้นอะไรล่ะ”

“ผมจะฆ่านาย”

…..

“ไม่ได้พูดเล่นนะ ผมจะปาดคอนายซะ นี่เป็นวิธีการฆ่าที่เงียบและเร็วที่สุด”

“ทำไมล่ะ”

“หา”

“ทำไมถึงต้องฆ่าชั้นล่ะ”

“เพราะว่า เพราะว่ามันเป็นหน้าที่ของนักฆ่าของตระกูลอัลกูลน่ะสิ”

“นายถูกสั่งมาให้ฆ่าชั้นงั้นเหรอ” เดเมี่ยน หลบสายตาสีฟ้าของคนใต้ร่างที่จ้องมาอย่างไม่หลบสายตาเขา ลูกชายคนโตของคุณพ่อ คนที่คุณพ่อเลือก คนที่คุณพ่อต้องการไม่ใช่เขา เด็กที่เกิดมาด้วยความไม่ได้ตั้งใจ เขาเกลียดดวงตาสีฟ้าของเจ้าหมอนี่ เขาไม่เข้าใจ ผู้ชายคนนี้เป็นเหยื่อคนแรกเลยที่กล้าสบตาเขานิ่งๆทั้งๆที่กำลังจะโดนฆ่า แล้วยังมีหน้ามาถามอะไรโง่ๆอีก

….นายยิ้มทำไม” ทำไมไม่ร้องขอชีวิต ทำไมไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนกหวาดกลัวอะไรเลย ทั้งๆที่ชีวิตตัวเองจะเป็นหรือจะตายขึ้นอยู่กับมีดที่เขาถืออยู่แล้วนะ

“ไม่รู้สิ แค่คิดว่านายนี่เป็นเด็กอ่อนโยนจัง ขนาดจะฆ่าชั้นยังเลือกวิธีที่เร็วที่สุดแถมเงียบที่สุดให้อีก” หมอนี่พูดอะไรออกมาน่ะ นี่เขากำลังมือสั่น เดเมี่ยน อัลกูล เวนย์คนนี้กำลังมือสั่นงั้นหรอ เป็นไปไม่ได้ แค่เห็นสายตาอ่อนโยนน่าสมเพชที่อดีตคู่หูของคุณพ่อส่งมานี่นะ

…..

“งั้นก็เชิญทำหน้าที่ของนายเลย เอาเลย ฆ่าชั้นสิ” ดิ๊กคว้าข้อมือเล็กๆที่กำลังสั่นและถือมีดเล็งที่เส้นเลือดดำใหญ่ตรงหลอดลมเขาอย่างแม่นยำ จู่ๆเขาก็ไม่รู้สึกกลัว อาจจะเป็นเพราะประสบการณ์สะสมที่ได้จากการเป็นโรบินกับไนท์วิงออกไปวิ่งไล่จับกับผู้ร้ายที่เมืองแห่งความโกลาหลอย่างก๊อทแธมตอนกลางคืนหลายปีล่ะมั้ง เขารู้อยู่แก่ใจแล้วว่าถ้าพลาดสักนิดเขาอาจจะตายได้ เพราะฉะนั้นความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัวสำหรับเขา การมีชีวิตอยู่โดยระลึกถึงคนที่ตายไปแล้วสิน่ากลัวมากกว่า

คนอายุมากกว่ายังคงยิ้มให้ดวงตาสีเขียวมรกตที่กำลังสั่นล่อกแล่กอยู่ตรงหน้า และดูเหมือนมือเล็กที่เขากำลังจับอยู่มันจะสั่นยิ่งกว่าเดิม คำถามที่ค้างคาในหัวตอนนี้คือ ตั้งแต่ตอนที่บรูซหายไปจนถึงตอนนี้ทำไมเดเมี่ยนถึงยังไม่ฆ่าเขา ทั้งๆที่โอกาสให้นักฆ่าตัวน้อยบนตัวเขานี่ก็มีตั้งมากมาย เดเมี่ยนเคยบอกด้วยซ้ำว่ามีเจ้าตัวมีวิธีเป็นร้อยๆวิธีที่จะฆ่าเขา แต่ไม่ใช่ว่าทุกคำถามจำเป็นต้องมีคำตอบเสมอไปนี่นา ช่างมันละกัน

“เอาเลยเดเมี่ยน ดับลมหายใจของชั้นเลย”

ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ เด็ก 10 ขวบกัดปาด ก่อนที่จะง้างมีดปลายแหลมขึ้นมาแล้ว แทงมันลงไปที่เป้าหมาย ดิ๊กหลับตาเตรียมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา แต่เขาก็กลับลืมตาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เมื่อสัมผัสไม่ได้ถึงของมีคมที่ควรจะมาอยู่ที่คอเขา เบื้องหน้าเขาคือเด็กชายก้มหน้าเอามือปิดตาตัวเองหายใจหอบแรงๆ อยู่บนตัวเขา เขาเอียงหน้าไปด้านข้าง อาวุธชิ้นนั้นปักอยู่ที่หมอนตำแหน่งเดียวกับคอหอยของเขาพอดิบพอดี

“เดเมี่ยน….” ดิ๊ก ค่อยๆลุกขึ้นมาแตะไหล่เล็กๆที่กำลังสั่นสะท้านอยู่ตอนนี้

“ฮึกฮึก” โอ้ เด็กคนนี้กำลังร้องไห้ ไม่ได้ร้องโวยวายเหมือนเด็กวัยตัวเอง มีแค่เสียงสะอื้นออกมาให้ได้ยินเท่านั้น และแน่นอนคนอายุมากกว่ารีบรวบตัวลูกนกน้อยเข้ามาอยู่ในความอบอุ่นของอ้อมแขนใหญ่เขา เขาโยกตัวไปลูบหัวปลอบใจเด็กข้างกายเบาๆ

“ชู่ว์” ยังคงมีเสียงสะอื้นตามมาให้ได้ยินเรื่อยๆ เด็กในอ้อมแขนเขาตอนนี้ช่างตัวเล็ก บอบบาง อ่อนแอเสียเหลือเกิน เหมือนไม่ใช่เดเมี่ยน เด็กน้อยที่ทำตัวโตกว่าวัย อารมณ์ร้าย ใจดำ ฆ่าผู้ใหญ่ตัวโตกว่าตัวเองเท่าตัวได้โดยไม่ปราณี

“ฮึก….

“ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะต้องโอเค” ดิ๊กยังคงไม่ปล่อยมือที่ลูบหัวปลอบประโลมเด็กชายต่อไปเรื่อยๆ

“ผมฮึกต้องฆ่าแบทแมนฮึกแต่คุณพ่อไม่อยู่แล้ว..

“อืม ไม่เป็นไรนะ”

“ผมเลยจะฆ่านาย..ฮึก..ที่เป็นแบทแมน..ฮึก..ลูกคนโตของคุณพ่อ...

“อืม”

“แต่นายก็ดันบอกว่าจะปกป้องผม แทนที่จะส่งผมกลับไปอยู่กับท่านแม่

…..

“อัลกูลมาเป็นอันดับหนึ่ง เวนย์อันดับสอง ยังไงผมก็จะฆ่านายอยู่ดี”

…..

“แต่ทุกครั้งที่มีโอกาส ทุกคืนที่เข้ามา ผมก็ทำไม่ได้ ผมไม่เคยรู้สึกลังเล มือของผมไม่เคยสั่น ผมไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร” คนอายุมากกว่านั่งมองเด็กตัวเล็กกำลังพังทลายตรงหน้าไปเรื่อยๆ สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงกอดร่างที่สั่นสะท้านเหมือนลูกนกตกรังเอาไว้และพูดแต่คำเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา

“ไม่เป็นไรนะ….

“ทั้งๆที่นายใจดีกับผม แต่ผมกลับหักหลังคิดจะฆ่านาย”

…..

“ผมทำให้ท่านแม่ผิดหวัง ผมหักหลังนาย ผมรู้สึกไร้ค่า ผมไม่ควรจะเกิดมา” ดิ๊กกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ไม่รู้ทำไมตอนนี้เขาถึงคิดว่าเด็กคนนี้เหมือนเด็กทารก เป็นแค่ผ้าสีขาวบริสุทธิ์ ที่ย้อมให้เป็นสีอะไรก็ได้ และเขาโกรธทาเลีย อัลกูล ผู้หญิงคนนั้นเธอเห็นลูกของบรูซเป็นลูกตัวเองหรือเปล่า หรือเป็นแค่เครื่องมือเอาไว้ฆ่าผู้ชายที่ไม่มีวันรักเธอ แล้วยิ่งแผลเป็น รอยฝกช้ำ เฆี่ยนตี ร่องรอยการถูกทารุณอย่างหนักที่ปรากฏตัวอยู่บนร่างกายของเด็กตัวเล็กๆคนนี้ ใจคอเธอทำด้วยอะไร เขาอยากจะรู้นัก เดเมี่ยนไม่รู้จักคำว่ารักที่ถูกต้องด้วยซ้ำ จะมีเด็ก 10 ขวบคนไหนโชคร้ายได้เท่าเด็กที่เขากอดอยู่ตรงนี้หรือเปล่า และดิ๊ก เกรย์สันตัดสินใจแล้ว

“หยุดพูดแบบนั้นนะเดเมี่ยน มันไม่จริง”

“นายโกหก-

“ชู่ว์ ไม่มีใครไม่สมควรเกิดมาเดเมี่ยน และ ชั้นรักนาย

…..ทั้งๆที่ผม”

“ทั้งๆที่นายเอามีดมาหวังจะปาดคอชั้นแทบทุกคืนอ่ะนะ โอ้ มันธรรมดามากเดเมี่ยน แต่ชั้นก็รักนาย ได้ยินมั้ย ชั้นรักนาย

“แต่คุณพ่อไม่ต้องการผม” ดิ๊กคลายอ้อมกอดออกมายื่นมือไปลูบหน้าลูบตาใบหน้าเปลื้อนน้ำตาของเด็กชาย และ เกลี่ยผมที่ปรกหน้าเดเมี่ยนออกให้เขาได้เห็นดวงตาสีมรกตของน้องชายชัดๆ ก่อนที่จะตะโกนใส่หน้าอีกคนดังๆ

ช่างหัวบรูซสิ ช่างหัวทุกคนบนโลกเลย!!

…..

“ชั้นขอบคุณพระเจ้าที่ประทานให้นายมาเป็นน้องชายของชั้น จากนี้ไปชั้นจะปกป้องนายเอง ใครอยากมีปัญหากับนายก็ข้ามศพดิ๊ก เกรย์สันคนนี้ไปก่อน หึ” เขาส่งรอยยิ้มอวดฟันขาวประจำตัวไป และลูบหัวอีกฝ่ายแรงๆ จะเรียกขยี้ก็ว่าได้

“เกรย์สัน

“จำไว้นะ นับแต่นี้ไปห้ามคิดว่าโลกนี้ไม่มีใครต้องการนายอีกตราบใดที่ชั้นยังมีลมหายใจอยู่”

เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของเด็กคนนี้ เดเมี่ยนไม่ผิดที่เกิดมา ถ้าจะโทษ เขาจะโทษทาเลีย ผู้หญิงใจร้าย เปลี่ยนเด็กชายตัวเล็กๆให้กลายเป็นอาวุธสังหารไร้หัวใจ ไร้อารมณ์แบบนี้ และเขาจะโทษบรูซ เนื่องจากเป็นพ่อที่โง่มากไม่รู้อะไรเลยจนกระทั่งลูกชายอายุตั้ง 10 ขวบ และ โอ้ ต่อให้บรูซอยู่ เขาก็ไม่มีวันเชื่อใจนักฆ่า เชื่อใจเด็กคนนี้แน่ๆ เป็นพ่อที่โคตรจะโง่จนนึกอยากจะไปขุดโลงขึ้นมาแล้วชกหน้าให้ฟันหลุด ถ้าไม่ติดที่ว่าตอนนี้เจ้าตัวหายหัวไปจนหาศพไม่เจอก็เถอะ

“ชั้นสาบาน ชั้นจะไม่มีวันทอดทิ้งนาย ชั้นจะไม่ยกนายให้ทาเลีย ชั้นจะปกป้องนาย” ที่พูดออกมาทั้งหมด บอกเลยว่านี่คือใจจริงของเขา ไม่ใช่ภาระที่ต้องรับผิดชอบ เขาสมัครใจและตั้งใจจะทำ ทั้งๆที่ลูกชายบรูซไม่เคยสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจอะไรให้กับเขาเลยก็ตาม แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ใช่ความผิดของเดเมี่ยนสักหน่อย และเขาคิดว่า ถ้าทาเลียใช้เวลา 10 ปี สร้างเด็กคนนี้ให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารได้ เขาเองก็จะใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตเปลี่ยนเด็กคนนี้ให้กลายมาเป็นเด็กธรรมดาได้เหมือนกัน คอยดูสิ

“เป็นโรบินของชั้นนะเดเมี่ยน”

“ห้ะ”

“เป็นน้องชายชั้น คู่หูชั้น โรบินของชั้นนะ”

“แล้ว แล้วเดรคล่ะ

“เดี๋ยวชั้นจัดการเอง ตกลงมั้ย”

“ก็ได้ ตามใจละกัน” ดิ๊กโยนหมอนที่มีมีดปลายแหลมปักอยู่ไปไว้ที่ไหนสักแห่งบนพื้นในห้อง แล้วคว้าตัวเด็ก 10 ขวบให้ล้มลงมานอนทับอกตัวเอง

“คืนนี้นอนด้วยกันนะ” คืนต่อๆไปก็ด้วย แต่คนอายุมากกว่าเลือกที่จะไม่พูดออกไป เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขากับอีกฝ่าย บนเตียงที่ขนาดใหญ่แบบนี้นอนคนเดียวสบายก็จริง แต่ก็สู้นอนกับน้องชายตัวเองไม่ได้ล่ะนะ

….

“เกรย์สัน”

“หืม”

“ขอบ….คุณนะ”

“อะไรนะ ชั้นไม่ได้ยิน”

…..” อ่าว หลับไปแล้วหรอ หึ เวลานอนก็ดูใสซื่อเหมือนเด็กทั่วไปแท้ๆ ไม่น่าถือมีดฆ่าคนเล่นได้เลย พูดแล้วก็หงุดหงิดแม่ของเด็กที่นอนหลับซุกอกอยู่ตอนนี้ ไม่ได้ ไม่ได้ มัวแต่คิดเรื่องนี้ นอนไม่หลับกันพอดี คิดดีกว่าว่าจะพาเดเมี่ยนไปเที่ยวที่ไหนพรุ่งนี้ดี ห้างสรรพสินค้าก๊อทแธมดีมั้ยนะ จะได้พาเจ้าตัวเล็กนี่ไปเปิดหูเปิดตา ทำอะไรที่เด็กวัยเดียวกันเขาทำบ้าง ดีล่ะ ว่าแล้วเจ้าของห้องก็ก้มหน้าลงไปจูบหน้าผากเด็กชายเบาๆ แล้วเริ่มเข้าสู่ช่วงนินทาของตัวเอง

“ราตรีสวัสดิ์ เดเมี่ยน” ดิ๊กไม่รู้ว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่ทั้งๆที่หลับไปแล้ว และมันก็เป็นอย่างนั้นจนถึงพรุ่งนี้เช้า

 เดเมี่ยน เวนย์คิดว่า ดิ๊ก เกรย์สันเป็นคนประหลาด เป็นผู้ชายที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าได้ทุก 24 ชั่วโมง ขนาดกำลังจะโดนฆ่า ก็ยังยิ้มออกมากอีก เขาไม่เคยเจอใครที่แปลกได้เท่าเกรย์สันอีกแล้ว

 

 


ความแปลกประหลาดที่สี่คือ ตอนเกรย์สันเป็นแบทแมน

เดเมี่ยน เวนย์ยอมรับว่าตั้งแต่ได้เป็นโรบินคู่กับแบทแมนดิ๊ก เกรย์สัน พี่ชาย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเกรย์สันโกรธ และ มันน่ากลัวพอๆกับ ท่านตา ราซ อัลกูลของเขาเลยล่ะ

ถ้าพูดถึงริชาร์ด ดิ๊ก เกรย์สัน ภาพที่นึกขึ้นมาได้ในหัวทันทีคือ รอยยิ้มเอกลักษณ์ของเจ้าตัว และ ความมีอารมร์ขัน เฮฮาอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปดิ๊กอาจจะเป็นคนอารมณ์ดีที่สุดถ้าเทียบกับคนทั้งบ้านตระกูลเวนย์เลยก็เป็นได้ และ เดเมี่ยนชอบที่พี่ชายเขาร่าเริงสดใส ทำพื้นหลังเป็นท้องฟ้าอากาศดีไปทั่วมากกว่า

ไม่ใช่ไอมนุษย์ที่โกรธจนหน้าขึ้นสีแบบที่ เขาเห็นอยู่ตอนนี้

เดเมี่ยน เวนย์ในชุดโรบินกำลังนั่งมอง แบทแมนกระทืบผู้ร้ายโชคร้ายคนนึงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น ได้ยินไม่ผิดหรอก กระทืบจนสภาพปางตายเลยล่ะ และ หมอนี่ไม่ใช่คนเดียวด้วย อีกห้า หกคนนอนสลบ เละเทะไม่ต่างกันกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ที่เขายังนั่งอยู่ไม่ใช่อะไร เขาถูกโซ่ล่ามติดกับเก้าอี้ แถมยังถูกปิดปากไว้อีกต่างหาก และ โอ้ นั่น ฟันกรามกระเด็น ออกมาจากปากแล้ว

กล้าแตะต้องเด็กชั้นอีกล่ะก็ ชั้นจะเอาเลือดออกจากหัวพวกแกให้หมด!!” เสียงคำรามดังลั่น ห้องใต้ดินของอาคารร้างแห่งหนึ่งในย่านอันธพาลของเมืองก๊อทแธม เจ้าของเสียงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแบทแมนอัศวินแห่งรัตติกาล

ชั้นจะแสดงให้แกดูว่าฝันร้ายมันเป็นยังไง จำไว้ซะ!!” ถึงแม้ที่พูดไปเดเมี่ยนมั่นใจว่าไอผู้ร้ายที่สลบอยู่ตรงนี้มันจะไม่ได้ยินก็เถอะ แต่ก็น่าจะมีสมองคิดได้ว่าถ้ามีโอกาสได้ออกจากคุก คงจะไม่กล้ามายุ่งกับมนุษย์ค้างคาวอีกเป็นครั้งที่สองแน่ๆ

มันอาจจะเป็นคอมมอนเซ้นส์สำหรับเหล่าวายร้ายก็ได้ อย่างการจัดการไซค์คิกของฮีโร่ตัวเบ้งก่อนอะไรงี้ และเมื่อเทียบขนาดตัวแล้ว การลักพาตัวโรบินไม่ใช่เรื่องยากเลย ใช่ ใช่ เรื่องกลยุทธ์แบบนี้ก็ถือว่าฉลาดมาก จัดการลูกสมุนก่อนค่อยไปเล่นตัวพ่อ แต่กลับแบทแมนมันต่างกันสิ้นเชิง

คนอาจจะหาว่าดิ๊ก เกรย์สันที่เป็นแบทแมนอาจจะเทียบรุ่นเก๋าไม่ได้ก็จริง ความสามารถในการสืบสวนน้อยกว่า ใจอ่อนกว่า ภาวะการตัดสินใจไม่เฉียบคมเท่าบรูซ คำครหาเปรียบเทียบต่างๆมากมายจนทำให้ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเท่าไหร่นี่แหละต้องมานั่งกุมขมับเครียดอยู่ตอนนี้

แต่ถ้าเป็นเรื่องของโรบินล่ะก็ เจ้าตัวจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างไม่น่าเชื่อ แม้แต่เดเมี่ยนเองก็ยังอึ้ง

ไม่ใช่ว่าเขาประมาท หรือ หลวมตัวให้ผู้ร้ายมาลักพาตัวได้ เขาดูแลตัวเองได้ แหม่คิดว่าเขาเคยเป็นอะไรมาก่อนล่ะ แต่สถานการณ์บางอย่างมันสุดวิสัย อย่างเช่นกฎเหล็กที่คุณพ่อตั้งขึ้นมาว่าห้ามฆ่าคน และเกรย์สันก็ดันเอามันมาบังคับใช้กับเขา จะด้วยเหตุผลที่ว่าอยากให้เป็นฮีโร่มากกว่านักฆ่าอะไรก็ตามเถอะ เขาโคตรจะเกลียดกฎบ้าบอคอแตกนี้ชะมัด และ แน่นอนไอพวกที่จับเขาไปต้องเจอกับความกวนประสาทขั้นวิกฤตของเด็กอย่างเขา (เดเมี่ยนรู้ตัวว่าตัวเองมีนิสัยกวนประสาท) หลังๆมานี่บางทีเขาก็โดนโปะยาสลบขนาดล้มช้าง พอรู้สึกตัวอีกทีเครื่องมือที่ใช้กักตัวเขาจากเทปกาว ก็กลายเป็นเชือก สายไฟ กุญแจมือ จนถึงโซ่ อย่างที่เห็นตอนนี้

โรบินส่งสายตาไปมองแบทแมนที่กำลังยืนหายใจแรงมองสภาพเหล่าผู้ร้ายที่ก้มตัวนอนปางตายกันเกลื่อนทางเดินไปหมด ถ้าเสร็จแล้วก็หันมาปลดโซ่นี่แล้วเอาผ้าที่อุดปากออกสักทีสิ เกรย์สัน เดเมี่ยนคิดในใจ ภาวนาให้ฮีโร่แห่งเมืองก๊อทแธมหันมาสนใจตัวเอง

ใครต่อใครก็บอกว่าโรบินเป็นตัวถ่วงแบทแมน เป็นจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของแบทแมน แต่เดเมี่ยนรู้สึกว่าความคิดนี้เชื่อได้ครึ่งเดียว เมื่อเขาถูกจับเป็นตัวประกันเขาอาจจะถ่วงแบทแมนก็จริง แต่ถ้าเกรย์สันเลือดขึ้นหน้าอะละวาดขนาดนี้มันก็อีกเรื่อง ทฤษฎีใหม่ที่เด็กชายคิดได้คือ โรบินอาจจะเป็นตัวบลัฟให้แบทแมนน่ากลัวขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าก็ได้

“ลิตเติ้ลดี!?” เหมือนมนุษย์ค้างคาวจะเพิ่งได้สติคืนมา ขายาวรีบวิ่งเข้าไปหาเด็กชายชุดสามสีที่นั่งมองตัวเองนิ่งๆอยู่บนเก้าอี้ ก่อนที่จะใช้อุปกรณ์พิเศษในชุดแบทแมนตัดสิ่งที่พันธนาการคู่หูตัวเล็กของตัวเองออกไปให้พ้นๆ จากนั้นจึงดึงผ้าที่อุดปากเด็กชายออกไป

“ไม่เป็นไรนะ เจ็บตรงไหนมั้ย” โรบินส่ายหน้าเป็นคำตอบ ปัดมือใหญ่ที่กำลังจับเนื้อต้องตัวดูว่าเขามีบาดแผลตรงไหนหรือเปล่าตอนนี้ไปให้พ้นๆ เห็นดังนั้นคนอายุมากกว่าจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย”

“ไม่พูดชื่อในเวลางานสิ แบทแมน”

“อ่ะ ขอโทษที เวลาเรียกคนอื่นว่าโรบินมันไม่ค่อยชินน่ะ” เหมือนเรียกตัวเองยังไงก็ไม่รู้ มันแปลกๆน่ะ อดีตโรบินคนแรกคิดในใจ

“แล้วก็ ที่พูดเมื่อกี้น่ะ ใครเป็นเด็กของนายไม่ทราบ” หา เมื่อกี้เขาพูดอะไรออกไปงั้นเหรอ จำไม่เห็นได้เลย แฮะ

“ชั้นพูดหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ กล้าแตะต้องเด็กชั้นอีกล่ะก็-” พอเห็นอีกฝ่ายตั้งใจจะกรอเทปฉากเมื่อกี้ซ้ำอีกทีให้ฟัง คนอายุมากกว่าก็ถือโอกาสพูดดักคอขวางเสียก่อน เดี๋ยวนะ เด็กของชั้นเหรอ ดิ๊ก นายพูดอะไรออกมาตอนเลือดขึ้นหน้าเมื่อกี้ แย่ล่ะ ต้องเผลอพูดอะไรน่าอายกว่านี้ออกไปอีกแน่ๆเลย ให้ตายสิ

“อะแฮ่ม ยังไงก็เถอะ โรบิน นายไม่ฟังคำสั่งชั้นอีกแล้วนะ”

“ชิส์” แบทแมนได้ยินเสียงคู่หูตัวจิ๋วส่งเสียงจิจ้ะขัดใจ เลยแกล้งยกฮู้ดคลุมหน้าของอีกฝ่าย ต้องสั่งสอนกันซะบ้าง

“ทำบ้าอะไรน่ะ!!!

“นี่คือภาพที่ชั้นเห็นตอนหันหลังกลับไปแล้วไม่เจอนาย โรบิน ทุกอย่างมันมืดไปหมด รู้ตัวอีกทีชั้นก็-” เกือบทุกครั้งที่เป็นแบบนั้น หัวใจของคนอายุมากกว่าจู่ๆก็เต้นแรงผิดปกติ เขาแทบจำไม่ได้ว่าหายใจอยู่หรือเปล่าด้วยซ้ำ หน้ามืดตามัวตามหาน้องชายที่นึกอยากจะกระโจนไปตรงนู้นที ไปตรงนี้ที เขากลัวว่าจะเสียเด็กคนนี้ไป แต่เขาก็ไม่อยากใจร้ายกักขังอิสรภาพเจ้าตัวไว้เหมือนกัน และกฎห้ามฆ่าคนของบรูซที่เขาเอามาใช้ดูเหมือนจะทำให้เด็กชายอึดอัดมากก็ตามเถอะ

…..

“เฮ้อ คราวหน้าจะไปไหนก็บอกชั้นบ้างนะ ชั้นเป็นห่วง” โรบิน พยักหน้ารับแบบขอไปที พวกเขาจัดการมัดเหล่าร้ายรวมกันเอาไว้กับเสา ติดต่อเจ้าหน้าที่ G.C.P.D. และรถพยาบาล ก่อนที่จะพากันออกไปนั่งห้อยขาอยู่บนหอนาฬิกาใหญ่ใจกลางสวนสาธารณะของเมืองก๊อทแธม นั่งมองวิวกลางคืนเงียบๆอยู่สักพักเด็กชายข้างๆก็เปิดบทสนทนาขึ้น

“เกรย์สัน โกรธผมหรอ ที่ผมไม่ฟังที่พูด”

“เปล่า ลิตเติ้ลดี ชั้นแค่มันไม่ใช่โกรธหรอก ชั้นกลัวน่ะ”

“ไม่มีอะไรที่แบทแมนกลัวนะ”

“ฮะๆ ชั้นอาจจะเป็นแบทแมนที่ไม่ได้เรื่องเท่าบรูซจริงๆล่ะนะ ชั้นกลัวว่านายจะหายไปแล้ว ชั้นหานายไม่เจอ”

…..

“ลิตเติ้ลดี ชั้นสัญญาต่อหน้าหลุมศพบรูซแล้วว่าจะปกป้องนาย ถ้าแค่ปกป้องน้องชายตัวเองยังทำไม่ได้ จะมีหน้าไปปกป้องเมืองทั้งเมืองได้ยังไงล่ะ”

“เกรย์สัน ผมดูแลตัวเองได้”

“ชั้นรู้ แต่นายเป็นน้องชายของชั้น หน้าที่ของพี่ชายก็คือปกป้องน้องชายถูกมั้ยล่ะ”

“ไม่ใช่สักหน่อย” ถ้าเด็ก 10 ขวบสามารถขออะไรสักอย่างได้ เขาอยากจะป้อนคำว่า เดเมี่ยน เวนย์ดูแลตัวเองได้ ลงไปสมองส่วนที่ลึกที่สุดของผู้ใหญ่ตรงหน้าจริงๆ ตั้งแต่ทำงานร่วมกันกับพี่ชายคนนี้ บอกได้คำเดียวว่า ดิ๊ก เกรย์สันปกป้องเขาเกินกว่าเหตุจริงๆ  เขาเอาตัวรอดได้ ทั้งๆที่ดิ๊กก็รู้ว่าเขาเคยกระทืบผู้ชายตัวโตๆมาหมดแล้ว และก็อีกอย่างคนอายุมากกว่าเข้าใจผิดเรื่องสำคัญอยู่เรื่องนึงด้วย

“ถึงงั้นก็เถอะ อย่าหนีชั้นไปไหนอีกนะ รู้มั้ย-”

“แบทแมนมีคนน่าสงสัยตรงนั้น!!” พูดพร้อมกับกระโจนลงไปในทันที ทิ้งให้คู่หูอายุมากกว่านั่งงงอยู่บนหอนาฬิกาคนเดียว แบทแมนยืนมองโรบินค่อยๆละสายตาไป เขาอยากจะเอามือกุมขมับ หรือไม่ก็เอาหัวโขกเข็มนาฬิกาให้ตาย พอดีกับที่เข็มยาวบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนยักษ์ชี้ไปที่เลข 12 เสียงดนตรีเริ่มต้นชั่วโมงใหม่ดังกลบบรรยากาศยามกลางคืนน่าหลงใหลของเมืองก๊อทแธม  

“เดี๋ยวสิ โรบิน ชั้นยังพูดไม่จบ”

เฮ้อ ให้มันได้อย่างนี้สิ เพิ่งบอกไปอยู่หยกๆว่า อย่าหนีเขาไปไหนอีก บรูซ ลูกชายนายไม่ฟังคนอื่นเหมือนใครบางคนเลย นายว่ามั้ย แบทแมนบ่นในใจ ก่อนที่จะลุกขึ้นหยิบปืนยิงเชือกกระโดดตามลงไป

ดิ๊ก เกรย์สันเป็นคนประหลาด ทั้งๆที่เวลาปกติดูเป็นคนใจดี ร่าเริง แต่พอน้องชายมีอันตราย เจ้าตัวสามารถโกรธเลือดขึ้นหน้าจนน่ากลัวยิ่งกว่าแบทแมนคนเก่าเสียอีก

 

ดิ๊ก เกรย์สัน คิดมาตลอดว่า เดเมี่ยน เวนย์เป็นเด็กประหลาดที่สุดในโลก

ทั้งๆที่อายุแค่ 10 ขวบ กลับทำตัวโตเกินวัยตัวเอง แถมยังสับสนในตัวเองอีกด้วย ทั้งที่เหงา โดดเดี่ยว แค่พูดคำเดียวว่า ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน เขาก็พร้อมที่จะเป็นพี่ชายให้เจ้าตัวด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว แต่ความจริงกลับปฏิเสธเขาอยู่ทุกทีไป ชอบบอกว่า ผมไม่ใช่เด็กนะบ้างล่ะ ผมไม่ได้เป็นน้องชายนายสักหน่อย เกรย์สันบ้างล่ะเป็นเด็กปากไม่ตรงกับใจที่ไม่น่ารักเลยจริงๆ

ที่เขาคิดนี่ไม่ใช่ว่าเดาส่งเดชนะ เขายังมีเหตุผลอีกตั้งหลายอย่าง บางคืนที่เดเมี่ยนแอบเข้ามานอนกับเขาตอนดึก เขาก็คิดว่าเจ้าตัวเล็กอาจจะฝันร้ายแต่ไม่กล้าพูด แต่ดันมาบอกว่าแอร์ในห้องเสียเนี่ยนะ แล้วจำเป็นด้วยเหรอว่าต้องทำให้มันพังจริงๆน่ะห้ะ เห็นรอยฟันดาบเป็นหลักฐานอยู่ทนโท่ ยังจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีก อยากนอนกับเขาก็บอกดีๆก็ได้ พื้นที่เตียงเขามีตั้งกว้าง ไม่เห็นจะต้องทำลายเครื่องปรับอากาศมันซะทุกครั้งเลยนี่ เป็นเด็กประหลาดๆออกแนวเพี้ยนด้วยซ้ำไป ในความคิดของผู้ใหญ่อย่างเขา

และโอ้ ทีเด็ดสุดคือ เจ้าน้องชายคนนี้ชอบกินไอศกรีมอย่างไม่น่าเชื่อ คือจริงๆมันก็ไม่แปลกหรอกที่เด็กจะชอบไอศกรีม เขายังชอบเลย แต่การที่เขียนชื่อติดอยู่บนส่วนของตัวเองในตู้เย็นทุกครั้งที่เขาซื้อมาติดบ้านไว้ พร้อมทั้งบ่นอุบอิบใส่เขาว่า ซื้อมาทำไมไออาหารขยะพวกนี้แล้วก็ตบท้ายด้วยการด่าว่าเขางี่เง่า มันก็ตลกดีแหละที่เห็นดวงตาสีมรกตคู่นั้นวาววับแล้วรีบกลับมาเป็นเหมือนเดิมเวลาที่กินไอศกรีม แต่พอเขาแกล้งประชดว่า ถ้าไม่กินก็เอาทิ้งไปให้หมดนั่นแหละ ดันโดนเด็กคนนี้ด่ากลับมาอีกว่า 'ไอคนสิ้นเปลือง ไม่รู้จักคุณค่าของอาหาร' นี่เขาทำอะไรผิด

ดูท่าว่าอัศวินแห่งรัตติกาลจะตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองเกินไปหน่อยเขาเลยไม่ทันได้ระวัง รอยฝ่าเท้าเล็กที่ประทับบนใบหน้ามาเต็มแรงพอดิบพอดี จนตัวเขาหงายหลังไปกับพื้น ตามด้วยเสียงตะโกนของคนฝากรอยเท้ามาติดๆ   

“แบทแมน ระวัง!!” เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับที่ล้มลงไปก็จริง แต่ความรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาตรงแก้มต่างหากที่สัมผัสได้ และ อ้าว เขาเลือดออกตอนไหนนี่

“เป็นอะไรไปน่ะ นายไม่มีสมาธิเลย มัวแต่คิดอะไรอยู่ห้ะ”

“แบทแมน ดูเหมือนว่านายจะทำงานเหนื่อยแล้วนะคืนนี้ ถ้าไม่มีนกน้อยมาช่วยไว้ ลูกปืนอาจจะลงกลางหน้าผากเป๊ะๆเลยก็ได้ แหม น่าเสียดายจัง” เงยหน้าขึ้นไปมอง เห็นแผ่นหลังเล็กของน้องชายยืนบังหน้าเขา ฝั่งตรงข้ามฟากถนนมีผู้ชายถือปืนเล็งมาที่พวกเขาทั้งสองอยู่

หมอนี่มันหัวหน้าดีลเลอร์ค้ายา ที่เขากับเดเมี่ยนตามตัวอยู่นี่นา 

“แก...” เสียงเด็กชายตรงหน้าเรียกสติของดิ๊ก เกรย์สันให้อยู่กับปัจจุบัน

“โรบิน-”

“แก ถ้าแกคิดจะยิงอีกล่ะก็ แกจะได้รู้ว่ารสชาติของความกลัวมันเป็นยังไง”

“โอ๊ะโอ ชั้นกำลังถูกเด็กขู่อยู่หรอเนี่ย ชั้นจะกลัวอะไรล่ะ ถึงแม้ลูกน้องโง่ๆจะโดน เจ้าหนูตัวกะเปี๊ยกซัดหมอบไปหมดแล้วก็เถอะ แต่อย่าลืมสิชั้นยังมีกระสุนอีกหลายนัด”

“หึ ชั้นจะทำให้สมองของแกจะมีแต่ความกลัว แม้แต่จะร้องไห้หาแม่ยังทำไม่เป็นเลยล่ะ”

“แน่จริงก็อย่าเก่งแต่ปากเจ้าหนู เหวอ...” เร็วกว่าคำพูด เด็กตรงหน้าเขารุดตัวกระโจนเข้าไปโจมตีใส่หัวหน้าแก๊งค์ค้ายาเสพติดอย่างไม่ทันตั้งตัว ดิ๊กมองเห็นสายตาของเดเมี่ยนจากไกลๆ ถ้าเขาสามารถเห็นหน้าตัวเองได้ เขาจะรู้ว่ามันเป็นแววตาเดียวกันกับเขา แววตาของความกลัวว่าการสูญเสียคนสำคัญ

ใช้เวลาไม่นาน ผู้ร้ายที่สภาพน่าจะเป็นผู้เคราะห์ร้ายมากกว่า ก็ยอมพ่ายแพ้ นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นแต่โดยดี

ใครใช้ให้ไปดูถูกอดีตนักฆ่ากันล่ะ

“เกรย์สัน”

“หืม”

“นายเข้าใจผิดอยู่เรื่องนึงนะ พี่ชายไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องน้องชายอย่างเดียวซะหน่อย” เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดวงตาสีมรกตคู่ตรงข้ามจับจ้องอยู่แถมยังไม่สามารถหลบสายตาไปไหนได้อีกด้วย 

“....”

“พี่น้องมีหน้าที่ดูแลกันและกันต่างหากล่ะ เพราะฉะนั้นเลิกปกป้องผมอยู่ฝ่ายเดียวสักที” คนอายุมากกว่าคิดว่าตัวเองกำลังหูฝาดไป แต่ก็ขอเข้าข้างตัวเองว่าที่ได้ยินเมื่อกี้ ออกมาจากปากเด็กตรงหน้าเขาจริงๆ ตลอดเวลาที่เดเมี่ยน เวนย์ เข้ามาเป็นส่วนนึงของชีวิตชายหนุ่มอายุยี่สิบสักอย่างนี่แหละของเขา พูดตรงๆว่ามันยาก เด็กคนนี้มีเกราะที่มองไม่เห็นป้องกันตัวเองเอาไว้ไม่ให้คนนอกอย่างกรายเข้ามา แต่เขาก็พยายามจะทำลายมันและเข้าไปทีละนิดทีละนิด แม้ว่าจะโดนอีกฝ่ายด่าทอ อารมณ์เสียใส่ อย่างร้ายสุดก็ได้แผลกลับมา เป็นน้องชายที่เข้าหายากที่สุดถ้าเทียบกับเจสันกับทิม แต่วันนี้ ที่ได้ยินเมื่อกี้นี่มัน

ขอคิดเองเออเองได้มั้ยว่าเดเมี่ยนปกป้องเขา กระทืบมันเพื่อเขาน้องชายคนนี้แคร์เขา

บางทีเขาอาจจะทำสำเร็จนิดนึงแล้วก็ได้ เรื่องที่ว่าจะเปลี่ยนเด็กคนนี้ จากเครื่องจักรสังหารให้เป็นเด็กธรรมดา

รู้สึกแปลกๆที่น่าอกชะมัด เขาเรียกว่าอะไรนะ ซาบซึ้งหรอ ไม่รู้ทำถึงควบคุมใบหน้าไม่ให้ไม่ยิ้มไม่ได้ ต่อให้ไม่มีกระจกเขาก็เดาว่าตัวเองกำลัง ยิ้มหน้าบานอยู่แน่ๆ

“ลิตเติ้ลดี”

“ห้ะ”

ชั้นรักนายนะ

“เป็นบ้าอะไรขึ้นมาน่ะ ล้มหัวฟาดพื้นเมื่อกี้สมองกลับไปแล้วหรือไง” ดิ๊ก เกรย์สันรู้ดีว่าน้องชายกำลังเขิน เขาถือโอกาสนี้พูดสิ่งที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กเขินหน้าแดงใส่เขาต่อไปอีก

“ก็อยากพูดนี่ ชั้นรักนายนะ”

“หนวกหูน่า หุบปาก”

“ชั้นรักนายนะ ชั้นรักนาย” พี่ชายยิ้มขำ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยกมือขึ้นมาปิดหูของตัวเอง แล้วเดินหนีเขา แต่จะมีหรือที่คนเป็นพี่จะยืนมองเฉยๆ เขาเดินตามไป พูดคำเดิมๆใส่น้องชายซ้ำไปซ้ำมานั่นแหละ ถ้าเดเมี่ยนไม่ได้เขินเขาจริงๆ ก็แอบหวั่นใจว่าจะโดนระเบิดยัดปากอยู่เหมือนกัน

“ไม่ได้โกหกนะ รักน้องชายคนนี้ที่สุดเลย”  

“บอกให้หยุดพูดไง เกรย์สัน”

“ไม่มีวันซะหรอก ฮ่าๆ โอ้ย อย่าข่วนพี่ชายสิ นี่เพิ่งโดนกระสุนเฉี่ยวหน้านะ”

ในความคิดของดิ๊ก เกรย์สัน เดเมี่ยน เวนย์ เป็นเด็กที่ประหลาดที่สุดในโลก เขาไม่เคยเห็นเด็กที่ไหนด่าไปยิ้มหน้าแดงไปน่ารักได้เท่าเด็กตรงหน้าอีกแล้ว หรือเขาจะสมองกลับอย่างที่น้องชายว่าจริงๆ

ในความคิดของเดเมี่ยน เวนย์ ดิ๊ก เกรย์สันเป็นผู้ใหญ่ที่ประหลาดที่สุดในโลก เขาไม่เคยเห็นคนบ้าที่ไหนพร่ำบอกคำว่ารักฟุ่มเฟือยได้เท่าผู้ใหญ่ตรงหน้าเขาอีกแล้ว แต่ก็ไม่ได้รำคาญอย่างที่พูดไปหรอกนะ หรือว่าเขาจะโดนเกรย์สันล้างสมองไปแล้วกัน  

“ลิตเติ้ลดี”

“อะไรอีก”

“กลับบ้านกันเถอะ” ดิ๊กยื่นมือใหญ่ของตัวเองออกไปตรงหน้าเด็กชายที่มีศักดิ์เป็นทั้งน้องชาย และ คู่หูของเขา ชายหนุ่มภายใต้หน้ากากอัศวินแห่งรัตติกาลรู้ว่าเดเมี่ยนจะปัดมือเขาทิ้งตามนิสัย แต่ก็มีเรื่องให้ประหลาดใจอีกจนได้ ที่มือเล็กๆนั่นดันยื่นมาจับเขาจริงๆ

เหอะ ก็บอกแล้วว่าเด็กนี่แปลก มีเรื่องให้เซอร์ไพร์สได้ทุกครั้งเลยสิน่า

“ให้ผมขับรถกลับนะ”

“ไม่”

“ไม่เอาน่า ผมขับเป็นนะ ตั้งแต่ 8 ขวบแล้วด้วย”

“นั่นยิ่งไม่ได้เลย ถ้าบรูซรู้หมอนั่นปีนขึ้นจากหลุมมาบีบคอชั้นในฝันแน่”

“นายนี่แปลกคนนะ เกรย์สัน คนที่ตายไปแล้วจะมาเข้าฝันได้ยังไงเล่า”

“นายเองก็แปลกเหมือนกันนั่นแหละ ลิตเติ้ลดี อายุ 10 ขวบก็ทำตัวให้มันเหมาะสมกับวัยหน่อยเซ่”

สุดท้ายนี้คงสรุปได้เพียงว่า ทั้งดิ๊ก เกรย์สัน และ เดเมี่ยน เวนย์ เป็นพี่น้องที่แปลกๆทั้งคู่นั่นแหละ

 _____________________________________The END__________________________________________

แถมพี่น้องแอบมองอยู่ในมุมมืดซุบซิบนินทากันอยู่ 2 คน

เจสัน : เจ้าตัวแทน ตอนเด็กๆพวกเราไม่เคยเจอแบบนี้ใช่มั้ย 

ทิม : เจย์เจย์ ถ้าความทรงจำชั้นไม่ถูกบิดเบือน ชั้นว่าน่าจะไม่

 

Talks : ในที่สุด พี่ชายคนโตก็ได้ฤกษ์มีเรื่องเป็นของตัวเองแล้วค่าาา //ซับน้ำตา คือนางโดนเมนชั่นแทบจะทุกตอน 

แต่ก็ยังไม่มีเรื่องเป็นของตัวเองสักที เทียบกับน้องชายอีกสองคนที่ลอยลำ มีคนละเรื่องไปก่อนแล้ว ฮา

จัดโมเม้นหนักๆให้นางหัวเราะทีหลังดังกว่าค่ะ //โดนฝ่าเท้าของทิมกับเจสันประทับมาที่หน้า

เอาจริงๆคือ เราชอบเขียนเรื่องแนวครอบครัว พี่น้องมุ้งมิ้ง น่ารัก  มากกว่า ไม่ค่อยจะเบนเข็มไปเรื่องรักๆใคร่ๆเท่าไหร่

(พูดโดยคนแต่ง jondami มา 3 ตอน = ='') แต่ที่ไม่เปลี่ยนคือ น้องเมี่ยนจะ always cute ค่ะ เป็นคนลำเอียงแบบออกนอกหน้า

ชอบหรือไม่ชอบ อยากจะโวยวาย กรีดร้องยังไงก็คอมเม้นต์มาได้นะคะ


แถมรูป Fan art จ้า


 น่ารักน่าฟัด เห็นขาอ่อนเมี่ยนขนาดนี้ คนวาดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พี่สาวคนเดิม bakaaochan นั่นเอง 

กว่าจะวาดให้ ฮึ่ม!! <เจ้อยากให้น้องเมี่ยนใส่กางเกงทหารขี่คอเฮียดิ๊กอ่ะ> <ไม่เอาอ่ะขี้เกียจ>

 

แล้วก็ของอีกคนนึง (มีคนวาดให้อีกรูปอ่ะแกร โคตรปลื้ม น้ำตาจะไหลแล้ว) 

 

จาก คุณ @AtitaYZ ขอบคุณมากๆนะคะ //กราบบบ 

มันเป็นฉากที่เหมือนภาพในหัวเราเลยค่ะ สุดยอดมาก ใจตรงกันเป๊ะ แบบตอนที่นางทวิตส่งภาพมาให้นี่แบบ 

(อ่านใจชั้นอยู่หรอ หืม!?) 555 เราจะมาเสพติดความน่ารักของเมี่ยนไปพร้อมๆกันค่ะ จับมือ


อันนี้ทวิตเรานะคะ @llau_7yacht คุยได้เสมอเลยน้า เราชื่อ เนย นะคะแต่จะเรียก แลนข้ามคลองก็ได้ (ฮา)

ชอบเมาส์ได้ทุกเรื่อง แต่จะเมาหน่อยๆ + พิมพ์ผิดบ่อยมาก ใครอยากวาดรูปแฟนอาร์ตเรื่องที่เราแต่งวาดได้เลยนะ ยินดีมากเลย

วาดแล้วเอามาให้เราดูด้วยนะ บอกเลยว่านอกจากอ่านคอมเม้นต์ก็มีเนี่ยแหละที่ทำให้เรายิ้มหน้าบานเหมือนคนบ้า ฮ่าๆๆ 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ +-.แลนข้ามคลอง.-+ จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 01:22
    พี่น้องที่แปลกแต่น่ารักมากกกเราชอบอ่านแนวครอบครัวของแบทแฟมมากเลย ดีจังที่มีไรท์แต่งอะไรแบบนี้ให้อ่าน น่ารักทั้งครอบครัวแบบแปลกๆอ่ะนะ 555
    #3
    1
    • 1 พฤศจิกายน 2560 / 21:12
      ตอนแรกไม่กล้าลงเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ มันแปลกๆ แต่ความจริงเราจิ้น dami มาก่อน เลยเขียนดิ๊กเห่อน้องซะ จนถึงขั้นบราค่อนอ่อนๆ (ทำอะไรลงไป) ยังตีบทพี่ดิ๊กไม่แตกเลยค่ะ คือในคอมมิคนางก็เป็นพี่ชายนะ แต่ไม่ได้อะไรกับเมี่ยนขนาดนั้น แต่ในฟิคเราไม่รู้มันเกินๆไปหรือเปล่า ถ้ามีโอกาสจะลองเขียน dami จริงๆจังๆสักเรื่องค่ะ
      #3-1
  2. วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 20:25
    จะภาคของบรูซกะเมี่ยนมั้ยอ่ะคะ อัลเฟรดกะเมี่ยนด้วย เอาเปนว่า อยากเห็นตอนอยุ่กะคนอื่นทุกคนเลย ว่าเมี่ยนจะมีปฏิกิริยากับแต่ละคนยังไงอ่าาาา
    #2
    1
    • 6 สิงหาคม 2560 / 14:20
      มีหรือไม่มี ต้องรออ่านต่อไปนะคะ XD ความจริงก็กำลัง....(ขออุบไว้ก่อน)
      แต่น้องเมี่ยนมีทุกตอนแน่นอนค่ะ (ความลำเอียงอยู่ตรงนี้) อย่าเพิ่งเบื่อน้องนะคะ
      #2-1
  3. วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 03:00
    โอยยยยบ มันจะตะมุนตะไมในหัวจิตหัวใจป้าเกินไปแล้วววว บอกได้คำเดียวเลยค่ะว่า อิจ ดิ้ก ฉันอิจฉานายเป็นที่สุด อยากกอด อยากอุ้ม อยากแกล้งเมี่ยนบ้างงงงงง นายมีความบราค่อนสุดๆอ่ะค่ะดิ้ก อีกสามปี เตรียมรับมือกะสัมมีในอนาคตของน้องให้ดีๆนะคะ  รายนั้นทำหน้าน่ารักน่าชังดูใสซื่อ แค่มันแอบร้ายกะรุนแรงกะน้องเมี่ยรเล็กน้อย ขุ่นพี่ชายต้องปกป้องดูแลน้องน้อยของบ้านให้ดีๆนะคร่าาา ระวังเอเลี่ยนจูเนียร์ฉุดไปไม่รูตัววววววว~
    #1
    1
    • 31 กรกฎาคม 2560 / 18:44
      ดิ๊กทำตัวได้น่าอิจมากจริงๆค่ะ กดไลค์รัวๆ มีความมั่นหน้า บราค่อนแล้วไง
      พูดถึงแฟนในอนาคตของน้อง บัลลังค์พี่ชายคนโปรดแข็งแกร่งมากเลยนะคะ นางมาทวงบังลังค์คืน
      ไหนจะพี่ชายอีก 2 คน งานนี้จอนเหนื่อย ต้องพยายามหน่อยละ
      ขุ่นพี่บอก ซุปเปอร์บอยหรอ ไม่กลัว (ขึ้นเสียงสูง)
      ดิ๊กเด เขาเป็นเรือใหญ่มาก่อน หนูจอน จะเอาอะไรไปสู้ 555
      #1-1