คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Jondami] Black Mercy

ความฝัน บางครั้งก็สวยงามกว่าความจริง ถ้าความจริงมันโหดร้ายเกินไปนัก ก็สู้หลับต่อไปอย่าได้ตื่นขึ้นมาเลยดีกว่า โจนาธาน เคนธ์ก็เชื่ออย่างนั้น จนกระทั่งมีเหตุการณ์นึงที่เปลี่ยนความคิดของเขาไปตลอดกาล

ยอดวิวรวม

1,028

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


1,028

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


23
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ม.ค. 61 / 20:18 น.
[Fic Jondami] Black Mercy | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
-*Warning*-  เรื่องนี้ Yaoi นะคะ
R-15 (>//<) ใครที่ไม่ชอบชายรักชาย กด x ได้เลยนะคะ เราเตือนไว้ก่อน (ฮา)
เป็นจอนเดเมี่ยน เรื่องแรกที่ Y แบบจริงจัง ชอบไม่ชอบยังไงคอมเมนต์คุยกันได้นะคะ
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ม.ค. 61 / 20:18


     

     มีใครสักคนกล่าวเอาไว้ว่าความฝัน บางครั้งก็สวยงามกว่าความจริง ถ้าความจริงมันโหดร้ายเกินไปนัก ก็สู้หลับต่อไปอย่าได้ตื่นขึ้นมาเลยดีกว่า โจนาธาน เคนธ์ก็เชื่ออย่างนั้น จนกระทั่งมีเหตุการณ์นึงที่เปลี่ยนความคิดของเขาไปตลอดกาล

เขาลืมตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกข้างในหัวมันบอกว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขา แต่จอนคิดว่าเขาน่าจะคิดไปเอง เพราะความไม่คุ้นเคยจากการที่พ่อแม่ย้ายบ้านจากแฮมมิลตันมาอยู่ที่อพาร์ทเมนต์ชุมชนเมืองของเมืองเมโทรโพลิส แต่ย้ายมาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว ก็น่าจะชินได้แล้วนะ เด็กวัยรุ่นลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ ปรับสายตาให้ชินกับแสงที่ส่องเข้ามาจากหน้าต่าง กระโดดออกจากเตียงเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำ

เขาเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง ได้ยินเสียงคนคุยกันออกมาจากห้องครัวพร้อมกลิ่นอาหารเช้าลอยแตะจมูกมา ไม่รอช้าเขาเดินตามกลิ่นนั้นไป เห็นโลอิสแม่ของเขากำลังยืนทำอาหารอยู่พร้อมด้วยพ่อของเขาเป็นลูกมือคอยหยิบจับนู่นนี่ให้ เมื่อทั้งสองเห็นผู้มาใหม่เข้ามาในห้อง ก็พร้อมใจกันหันหน้ามาทักทายลูกชาย

“อรุณสวัสดิ์จอน / อรุณสวัสดิ์ลูก” จอนยิ้มรับและทักทายตอบกลับไป ลงไปนั่งเก้าอี้ฝั่งของตัวเอง ใช่แล้วสองคนนี้คือ พ่อแม่ของเขา ไม่มีอะไรผิดแปลกไปสักหน่อย จอน นายคิดมากไปแล้วนะ และเหมือนจะคิดนานไปหน่อย พ่อที่ไม่รู้ว่านั่งตรงข้ามเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็พูดขึ้นมา

“มีอะไรหรือเปล่าจอน”

“ฮะ...เปล่า...คือพ่อ ผมรู้สึกแปลกๆ ไม่รู้สิ มันบอกไม่ถูก” คลากก์ เคนธ์มองหน้าลูกชายของตัวเองนิ่งๆ แล้วเขาก็ทำหน้าไม่เข้าใจเหมือนกับคนตรงหน้านั่นแหละ คนอายุมากกว่าไม่เข้าใจเลยว่าเด็กชายวัย 15 ต้องการสื่ออะไร

“แปลกแบบไหนล่ะ แปลกแบบเวลากินไข่เจียวที่ไหม้ไปด้านนึงของแม่ โอ้ย-” หัวหน้าครอบครัวพูดออกไปโดยไม่ทันระวังมือปริศนาที่ดึงหูเขาจากทางด้านหลัง ตามด้วยเสียงหวานของภรรยาแต่แฝงไปด้วยความขุ่นเคืองนิดๆ

“ชั้นได้ยินนะคะคุณ” โลอิส เลนกำลังคิดว่าจะลงโทษสามีตัวดีด้วยการงดอาหารเช้าดีมั้ย

“ผมกำลังช่วยเหลือลูกอยู่นะ โลอิส โอ้ยเจ็บ” เป็นคำแก้ตัวที่ฟังแล้วไม่ขึ้นหูเท่าไหร่นัก แต่ภรรยาก็ปล่อยมือออกจากหูเขาแต่โดยดี โลอิสหันหน้าไปทางลูกชายที่นั่งมองเธอกับสามีเงียบๆ

“จอน ลูกโอเคนะ”

“ฮะ ผมแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”

“จริงๆแล้วลูกแค่กำลังตื่นเต้นล่ะสิ ใช่มั้ย” แล้วพ่อแม่ของเขา ก็หันไปมองหน้ากันอมยิ้มไปเหมือนคุยกันผ่านทางโทรจิต จอนไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงคิดว่าเขารู้สึกแบบนั้น

“ตื่นเต้นกับอะไรเหรอฮะ” นั่นสิ มีอะไรให้ตื่นเต้นหรอ ทั้งคลากก์และโลอิสต่างก็ยิ้มแซวๆให้กับลูกชายตัวเอง และก็เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ช่วยตอบคำถามให้

“ไม่ต้องเขินหรอกลูก พ่อรู้ว่าลูกรู้สึกยังไงเวลาจะไปเดต”

“อะไรนะฮะ เดต!!” จอนลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ ทวนคำพูดเมื่อกี้ที่ได้ยิน เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ดะ-เดต หรอ กับใคร เมื่อไหร่ แล้วเขาไปมีแฟนตอนไหนเนี่ย

“อ้าวๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีก ก็วันนี้เรากับ-“

“คุณคะ ลูกยังไม่ได้บอกเราเรื่องนี้”

“อ่อนั่นสินะ ไม่มีอะไรลูก” จอนเห็นหน้าตาเลิกลั่กของพ่อตัวเองกับแม่ที่หลบสายตาเขาหันหลังไปทำอาหารต่อ แบบนี้มันมีอะไรไม่ใช่เหรอไง เขาคิดในใจ เป็นนักข่าวยังไงเก็บความสีหน้ากันไม่เก่งเลย

ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันเนี่ย

เสียงออดที่ดังมาจากประตูหน้า ทำให้คนอายุน้อยที่สุดในบ้านหันเหความสงสัยไปที่คนตรงหน้าประตูแทน เด็กวัยรุ่นลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ เดินออกไปจากห้องครัว

“เดี๋ยวผมไปเปิดประตูเอง”

ใครกันที่มาหาแต่เช้า

 

 

อีกด้านนึง เดเมี่ยน เวนย์ ลูกชายของบรูซ เวนย์ มหาเศรษฐีแห่งเมืองก๊อทแธม ที่ใครได้ยินชื่อ ก็เป็นอันต้องร้องอ๋อ ก็คนในทีวีนี่นา แต่เบื้องหลังเขาเป็นฮีโร่ที่มีชื่อในวงการว่า โรบิน พูดถึงโรบิน สิ่งที่ทำให้เขาลากสังขารตัวเองมายืนขาเดียวอยู่ตรงหน้าอพาร์ทเมนต์ระดับสามัญชนที่เด็กตัวสูงคนนึงเรียกมันว่า บ้าน ก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ เขากับจอนทะเลาะกันมาสักพักใหญ่ๆ จะเรียกว่าทะเลาะก็ไม่ถูก อยู่ในช่วงสงครามเย็นมากกว่า แค่เพราะครั้งก่อนที่ไปทำงานฮีโร่ด้วยกัน เดเมี่ยนดันลุยเข้าไปช่วยเหลือตัวประกันในอาคารไฟไหม้ที่กำลังจะถล่มคนเดียวแล้วได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บที่ขาข้างนึง จนตอนนี้ยังต้องใช้ไม้ค้ำพยุงร่างเวลาเดิน แล้วซุปเปอร์บอยก็มาโกรธเขาที่ทำตามใจตัวเองไม่ยอมฟังเจ้าตัว แล้วมีหรือที่เขาจะยอมฟังเจ้าเด็กเอเลี่ยนบ่นใส่คนเดียว ก็เลยมีปากเสียงกันยกใหญ่ ส่วนมากจะเป็นอีกฝ่ายที่เป็นกังวลที่เขาเอาตัวเข้าไปหาอันตรายเสียมากกว่า และแน่นอนคนอย่าง         เดเมี่ยน เวนย์ ก็ต้องโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของซุปเปอร์บอยที่ฝีมือไม่เอาไหน พึ่งพาไม่ได้ เขาถึงได้ต้องทำแบบนั้น จอนโมโหเขายิ่งกว่าเดิม     ที่ย่ำยีความเป็นห่วงของอีกฝ่าย แต่คงเป็นเพราะคนอายุน้อยกว่าเห็นว่าสภาพเขายังไม่พร้อมเตะต่อยกับเจ้าตัวก็เลยรามือไปก่อสงครามทางประสาทแทน จบลงที่จอนบอกขอโทษที่ทำตัวพึ่งพาไม่ได้ แล้วเจ้าตัวก็งอนสะบัดก้นบินหนีกลับบ้านไป ขาดการติดต่อกันเป็นเวลานับถึงตอนนี้ก็ 2 สัปดาห์เต็มๆ  และที่คุณหนูคนเล็กของตระกูลเวนย์มายืนหน้าห้องเด็กเอเลี่ยนนี่ไม่ได้จะมาง้ออะไรหรอกนะ แค่คิดว่าซุปเปอร์เฮียริ่งกับซุปเปอร์วิชชั่นของ หมอนั่นมันยังจำเป็นกับภารกิจหน้าของเขาเท่านั้นแหละ แล้วก็ กล่องพิซซ่าขนาดจัมโบ้ที่หิ้วติดมือมานี่ก็ไม่ได้จะเอามาง้อด้วย เอาไว้กินเผื่อหิวที่บ้านไอเด็กนี่ต่างหากเล่า ไม่รอช้าคุณหนูยื่นมือข้างที่ว่างอยู่ไปกดกริ่งหน้าประตูอพาร์ทเมนต์

ไม่มีเสียงตอบรับจากคนข้างใน ไม่มีคนอยู่หรอ บ้าน่า เดเมี่ยนลองกดกริ่งอีกทีนึง อีกที อีกที และก็ไม่มีการตอบสนองจากคนที่อยู่ด้านในเลย แต่เชื่อเถอะ ถ้าจะเล่นมุขกดกริ่งไม่ติดแล้ววางของไว้หน้าบ้านก็ดูจะลูกทุ่งเกินไปสำหรับคุณหนูไฮโซอย่างเขา

เหอะ เดเมี่ยน เวนย์ ไม่ชอบการมาแล้วเสียเที่ยว เห็นแก่การขึ้นบันไดอพาร์ทเมนต์สมถะด้วยขาข้างเดียวของเขาด้วย แต่การบุกรุกเข้าบ้านคนอื่นโดยพลการก็ไม่ใช่สิ่งที่ลูกคุณหนูมีการศึกษาอย่างเขาควรทำ เพราะฉะนั้น เขาจะไม่ถีบประตูเข้าไป แต่จะเข้าไปอย่างช้าๆเริ่มจากการค่อยๆบิดลูกบิด

อ้าว ประตูก็ไม่ได้ล๊อคนี่

เด็กหนุ่มวัย 17 ปี พาร่างตัวเองเข้ามาในอพาร์ทเมนต์ขนาดพอดี สำหรับผู้ใหญ่ 3 คน โดยไม่ลืมปิดประตู คนบ้านนี้ไม่น่าจะลืมล๊อคประตู และโอกาสที่โจรจะมายกเค้าในตอนเช้าตรู่แบบนี้ แถมในบ้านที่มีอมนุษย์ที่ยิงแสงเลเซอร์ออกมาจากตาได้อยู่ตั้งสองตน ถ้าไม่ใช่พวกเมต้าฮิวเมนก็คงเป็นโจรใจกล้าสมองส่วนหน้าเสื่อมสมรรถภาพจริงๆ ประสาทรับรู้ไวจากอดีตนักฆ่าจับได้ว่า มีสิ่งที่มีลมหายใจอยู่ในที่แห่งนี้อยู่ 2 จุด ถ้าตัดไปตัวเองไปคนนึง งั้นคนที่อยู่ห้องถัดไปก็น่าจะเป็นคู่หูของเขา เด็กหนุ่มเดินเข้าไปที่ห้องนอนส่วนตัวที่ติดป้ายชื่อประกาศความเป็นเจ้าของไว้ และ เขาก็ได้พบกับคนที่ตามหาเพียงแต่ว่า

“จอน!!” เดเมี่ยนปล่อยกล่องพิซซ่าที่อยู่บนมือลงบนพื้นแถวๆนั้น รีบวิ่งเข้าไปหาคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นด้วยความเร็วที่เขาจะทำได้จากการวิ่งโดยใช้ไม้พยุงร่างกาย สิ่งที่เรียกความสนใจให้เขาคือ วัตถุหน้าตาแปลกๆคล้ายๆกับต้นกาฝากที่มีรากพันไปทั่วหน้าอกกว้างของคนที่นอนอยู่บนพื้น ลูกชายของมหาเศรษฐีหยิบเบิร์ดดาแรงที่พกติดตัวฟันวัตถุแปลกปลอมนี้ และพยายามออกแรงดึงด้วยมือเปล่าของตัวเอง ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล สุดท้ายเขาเลยหันไปสนใจตัวคนที่นอนหลับอยู่แทน

“จอน จอนได้ยินมั้ย” เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่บนตัวจอนคืออะไร แต่ที่แน่ๆข้างๆตัวเพื่อนของเขามีกล่องเปล่าตั้งอยู่ด้วยมันมีสัญลักษณ์ที่ทำให้เดเมี่ยนรู้ได้ในทันทีว่าตัวการของเรื่องนี้เป็นใคร เด็กหนุ่มเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบมือถือยี่ห้อเวนย์ เอนเทอไพร์สออกมาโทรหาผู้เป็นพ่อทันที

“คุณพ่อ ผมมีปัญหา ช่วยติดต่อซุปเปอร์แมนให้ทีได้มั้ย”

 

 

“เดเมี่ยน!!” จอนเรียกชื่อคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องเขาอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง เดเมี่ยน เวนย์ในชุดลำลองกำลังยืนยิ้มให้เจ้าของบ้านอยู่ และเหมือนจอนจะอ้าปากค้างตาโตนานไปนิดนึง เลยโดนคนตัวเล็กกว่าตรงหน้าโบกไม้โบกมือเรียกสติ

“จอน ฮัลโหล ได้ยินมั้ย”

“อ่ะ เอ่อ” น่ารักจัง ชุดที่อีกฝ่ายใส่วันนี้มันเป็นชุดธรรมดาที่เด็กวัยรุ่นทั่วไปใส่ไปเที่ยวนั่นแหละแต่พอมันมาอยู่บนร่างของเดเมี่ยนแล้ว จอนรู้สึกว่าคนตรงหน้าโกงอายุ ดูลดอายุตัวเองมาเทียบเท่ากับเขาเลย

“ชุดนี้ไม่เข้ากับชั้นหรอ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าลำบากใจ เจ้าของห้องเริ่มลนลานทำอะไรไม่ถูก

“เอ่อเปล่า มันดูดีมากๆเลย-” โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนตัวนาย แต่จอนไม่ได้พูดให้จบเพราะมีคนพูดแทรกขึ้นมาตัดหน้าเขาซะก่อน

“ว้าว น่ารักจัง เดเมี่ยน มาแต่เช้าเลยนะ” เป็นคลากก์ เคนธ์ พ่อของเขานี่เอง

“ขอบคุณครับ คุณอา วันนี้ผมมีนัดกับจอน” จอนรู้สึกตะหงิดๆกับชื่อเรียกที่เดเมี่ยนเรียกพ่อของเขา แต่สิ่งที่พ่อเขาพูดต่อจากนั้นเรียกความสนใจให้เด็กหนุ่มมากกว่า

“รู้แล้วๆ ไปเดตกันล่ะสิ” เดต เดตกับเดเมี่ยนเนี่ยนะ แกล้งกันหรือเปล่า เขามองหน้าพ่อตัวเองสลับกับเดเมี่ยน ให้ตายสิ แววตาสองคนนี้ไม่ได้โกหก หรือว่าเขากับเดเมี่ยนจะเป็น

“เดเมี่ยนหรือว่านายกับชั้นจะ-”  

“หวังว่าคุณอาจะไม่เอาเรื่องของเราไปเขียนข่าวนะ ผมไม่อยากตอบคำถามกับพวกสื่อ-” คลากก์ยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้กับลูกชายของเพื่อนสนิท     แล้วหันไปตบหลังลูกชายที่ยืนอ้าปากเหวออยู่

“จ้าๆ ฝากจอนด้วยนะเดเมี่ยน เที่ยวให้สนุกนะลูกชาย” ผู้เป็นพ่อดันลูกชายตัวดีเรียกว่าถีบส่งก็ว่าได้ออกมาด้านนอก จนจอนเกือบจะล้มทับคนตรงหน้าที่ยืนอยู่ถ้าเขาไม่ยันตัวเองไว้ พร้อมโยนรองเท้า กระเป๋าตังค์ มือถือ ออกมาให้เรียบร้อยเสร็จสับ แถมปิดประตูใส่หน้าลูกชายอย่างเขา          อย่างไม่ใยดี

จอนก้มลงไปเก็บของที่ตกอยู่บนพื้น สวมรองเท้าแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเดเมี่ยน เขาเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายก็มองเขาอยู่เช่นกัน แวบนึงเขาก็เกิดสงสัยขึ้นมา

“เดเมี่ยน ขานายหายดีแล้วเหรอ” คนอายุมากกว่าทำสีหน้าเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้พูดถาม

“หืม ขาชั้นเป็นอะไรหรอ”

“ไม่ใช่ว่านายวิ่งฝ่าเข้าไปในตึกที่กำลังจะถล่ม เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน...”

“เห ชั้นไม่ใช่ยอดมนุษย์สักหน่อยนี่ จอน” เด็กหนุ่มพยักหน้า คิดใคร่ครวญกับตัวเอง เขาจำได้ว่าเดเมี่ยนยังต้องใส่เฝือกอยู่นี่นา จอน นายกำลังสับสนอะไรของนายอยู่เนี่ย

“จอน นายโอเคนะ” เดเมี่ยนมองหน้าคนอายุน้อยกว่าที่จู่ๆก็เงียบไปอย่างน่าเป็นห่วง จอนมองเข้าไปในดวงตาสีเขียวมรกตของอีกฝ่าย                   กัดริมฝีปากชั่งใจ ก่อนจะพูดออกไป

“เดเมี่ยน นายคือเดเมี่ยน เวนย์ใช่มั้ย”

“อื้ม ถามทำไมน่ะ” คนตรงหน้าพยักหน้ารับอย่างงงๆ เอียงคอถามเด็กอายุน้อยกว่า

“พ่อนายคือ บรูซ เวนย์ ถูกต้องใช่มั้ย”

“คิดว่าชั้นมีพ่อกี่คนกันล่ะ”

“อึกขอโทษที ชั้น” นั่นน่ะสิ เขาจะสงสัยในตัวอีกฝ่ายทำไม คนตรงหน้าเขาก็เดเมี่ยนไง ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย

“งั้นไปกันเถอะ” คนตัวเล็กพูดพร้อมกับยื่นมือมาจับมือของเขาแล้วพาเดินลงบันไดอพาร์ทเมนต์ไป

“ไปไปไหนล่ะ”

“จอน นายแกล้งลืมเล่นๆหรือขี้ลืมจริงๆเนี่ย ก็ไปเที่ยวกันน่ะสิ”

 

 

“แบล๊ค เมอซี่?” เดเมี่ยนทวนคำพูดของผู้เป็นพ่อที่อยู่ในสายโทรศัพท์อีกครั้ง

“ลูกได้ยินไม่ผิดแล้ว อดีตมันเคยเป็นเครื่องมือของมอนกูลศัตรูเก่าของพ่อกับซุปเปอร์แมน แต่หมอนั่นน่ะยังอยู่ในคุกแพนธอม โซนนี่นา”

“แล้วคุณพ่อจัดการมันได้ยังไงหรอครับ มีวิธีกำจัดมั้ย” ลูกชายคนเล็กของบรูซ เวนย์เริ่มเดินไปเดินมาในห้องนอนแคบๆของจอนเล่น เขากำลังบอก  ตัวเองไม่ให้กระวนกระวายแต่ชีพจรของจอนที่เขาจับครั้งล่าสุด มันดันต่ำลงเรื่อยๆเนี่ยสิ

“เดเมี่ยน อย่าดึงกาฝากนั่นออกจากตัวซุปเปอร์บอยเด็ดขาด มันเชื่อมอยู่กับหัวใจเขาถ้าลูกซี้ซั้วจัดการมันตอนมันยังสิงร่างคนอยู่ คนที่เป็นร่างต้นจะตายไปด้วย” ถึงแม้ว่าตอนแรกเดเมี่ยนจะลองทำสิ่งต้องห้ามที่คุณพ่อบอกไปแล้วก็เถอะ โชคดีไปที่เขาไม่พยายามดึงมันออกจากตัวซุปเปอร์บอยต่อ แต่ถ้าจะดึงกาฝากนี่ออกได้ คงต้องใช้แรงระดับวอนเดอร์วูแมนแล้วล่ะ

“แต่คุณพ่อ ชีพจรของจอนต่ำลงเรื่อยๆ ผมไม่รู้ว่า-

“เขาจะแค่หลับไป เดเมี่ยน ใจเย็นๆ ตอนนี้พ่อจะไปที่หอสังเกตการณ์รายงานให้คลากก์รู้ก่อน ลูกคอยดูอาการเขาไว้ แบล๊คเมอซี่ของเทียมที่ทำมาจากพวกเล็กซ์ ลูเธอร์ที่อยู่บนตัวเพื่อนลูกน่ะ ไม่อันตรายเท่าของจริงหรอก เดี๋ยวพ่อให้คนรู้จักติดต่อไป คอยรับมือถือนะลูก”

“คุณพ่อ เดี๋ยวสิ คนรู้จักที่ว่านี่ใคร” แล้วเสียงตัดสายสัญญาณก็ดังขึ้นมาแทนคำตอบของบรูซ เวนย์ เดเมี่ยนหันไปมองคนที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นอีกครั้ง เด็กหนุ่มเดินเข้าไปช้อนตัวคนตัวใหญ่กว่าให้ไปนอนราบบนเตียงของเจ้าตัวดีๆแม้ร่างกายของเขาจะไม่ค่อยให้ความช่วยเหลือเท่าไหร่แถม    ไอเด็กเอเลี่ยนนี่ก็ตัวหนักไม่ใช่เล่น แต่สุดท้ายลูกชายของมหาเศรษฐีก็พาคนที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมาบนเตียงได้สำเร็จ

ถ้าคุณพ่อบอกว่านายแค่หลับไป คนหลับก็ต้องนอนบนเตียงใช้มั้ยล่ะ

จะว่าไปห้องนอนของจอนนี่ไม่ต่างอะไรกับเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่เมืองแฮมมิลตันเลยแฮะ เหมือนยกมาเมโทรโพลิสทั้งห้องเลย จะมีก็แต่โปสเตอร์การ์ตูนกลายเป็นนักกีฬา ลายผ้าปูเตียงก็เริ่มเหมือนคนมีสมองเขาใช้กัน นอกนั้นข้าวของต่างๆก็วางอยู่ในตำแหน่งเดิม เด็กหนุ่มเดินไปหยุดอยู่ที่กล่องหน้าตาคุ้นๆที่อยู่ชั้นล่างสุดของชั้นวางหนังสือ เขาถือสิทธิ์เป็นผู้ดูแลคนในห้อง หยิบมันขึ้นมาดู

นี่มันมังกี้ มอนเตอร์รุ่นลิมิตเตด ที่เขาซื้อให้คนที่นอนอยู่บนเตียงเมื่อตอนวันคริสมาสต์เมื่อ 5 ปีก่อนนี่นา

“ยังเก็บไว้อีกหรอเนี่ย ทิ้งๆไปคนเขาก็ไม่ว่าหรอกนะ” เดเมี่ยนบ่นใส่คนอายุน้อยกว่าที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง มันเป็นของเล่นที่เขาแย่งชิงมาจาก คลากก์พ่อของจอนในเสี้ยววินาทีก่อนที่ร้านขายของจะปิด บอกเลยว่าสะใจมากที่เอาชนะความเร็วของเอเลี่ยนเพื่อนพ่อได้ นึกถึงช่วงเวลาตอนเจ้าเด็กบ้านี่รู้ตัวว่าเขาเป็นคนซื้อของเล่นชิ้นนี้มาให้แล้วตลกชะมัด หันไปมองหน้าคนบนเตียงอีกครั้ง จอนเป็นพวกที่ยึดติดกับความทรงจำมาก ของทุกอย่างที่เจ้าตัวคิดว่ามันสำคัญก็จะเก็บเอาไว้ แม้ว่าบางอย่างมันจะดูปัญญาอ่อนสำหรับลูกชายมหาเศรษฐีอย่างเขามากก็ตาม คิดดูสิหมอนี่เก็บตั้งแต่      ไม้ไอศกรีมฟรี กระป๋องน้ำอัดลมที่เขาเลี้ยง กล้องถ่ายรูปที่ใช้การไม่ได้แล้ว ยันเครื่องบินกระดาษที่มีภาพสเก๊ตช์ที่เขาวาดเยาะเย้ยคนอายุน้อยกว่าเล่นๆตอนไปโดนผู้หญิงหักอกมาแล้วมานั่งร้องไห้ใส่เขา ทั้งๆที่เขาเขวี้ยงลงถังขยะเพราะความสมเพชไปต่อหน้าต่อตาแล้วแท้ๆ ยังจะเก็บไว้อีก      เป็นคนที่เดเมี่ยนรู้จักมาถึง 5 ปีเต็มๆแล้วไม่เคยเข้าใจจริงๆสักที

“เมื่อไหร่นายจะตื่นมาทะเลาะกับชั้นสักที เอเลี่ยน” เขาอาจจะนั่งมองคนบนเตียงนานเกินไปจนไม่รู้ตัวว่ามือถือตัวเองร้องดังมานานแล้ว             ลูกชายมหาเศรษฐีดูเบอร์โทรที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นตัวเลขที่เขาไม่คุ้นเคย หรือ นี่จะเป็นคนรู้จักที่คุณพ่อเขาพูดถึงกัน ไม่รอช้าเด็กหนุ่มรีบ             กดปุ่มรับสายทันที

“ฮัลโหล”

“เจ้าหนูโรบิน ไม่เจอกันนานเลยนะจำชั้นได้มั้ย” มีหลายคนที่เรียกเดเมี่ยน เวนย์ ว่าเจ้าหนู เป็นเพราะว่า เขาตัวไม่สูง แถมเข้ามาอยู่ในวงการนี้ตอนอายุยังน้อย และ ที่สำคัญคือมองว่าเขาเป็นเด็ก แม้ว่าเวลาจะผ่านไปจนโตมาอายุ 17 แล้วก็ยังไม่หยุดเรียก จนบางทีคนรุ่นใหม่ในลีคที่ไม่รู้จัก         เขามาก่อน ก็พากันเรียกเขาว่าเจ้าหนูให้เดเมี่ยนอยากกลับไปเชือดคอคนเล่นเหมือนเก่า แต่น้ำเสียงของผู้หญิงที่ฟังแล้วน่าหมั่นไส้นี่เขาไม่มีวันลืม  

“ซุปเปอร์เกิร์ล”

 

ตอนนี้โจนาธาน เคนธ์กำลังอยู่บนรถโดยสารประจำทาง ตัวเขานั่งที่นั่งติดหน้าต่างโดยมีคนข้างๆนั่งพิงไหล่เขาอยู่ ใช่แล้ว นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย       เดเมี่ยนกำลังจับมือเขาแถมนั่งพิงไหล่เขาด้วย เด็กชายหยิบมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมาหยิกแก้มตัวเองเพื่อทดสอบว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า   ถ้าเขาฝันอยู่เขาจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่โอ้ มันเจ็บ แปลว่า เขาไม่ได้ฝันไป

“จอน เป็นอะไรไปน่ะ ทำไมเงียบจังเลย”

“ชั้นกำลังคิดว่าชั้นฝันอยู่หรือเปล่าน่ะสิ”

“แล้วตกลงฝันอยู่มั้ย”

“....เดเมี่ยนวันนี้ชั้นรู้สึกไม่เป็นตัวเองเลย ทั้งๆนี่ก็เป็นตัวชั้น แต่ไม่รู้ทำไมชั้นถึงมีความทรงจำในเรื่องที่มันไม่เคยเกิดขึ้น...ชั้นจำตัวเองไม่ได้ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวันนี้ต้องไปเที่ยวกับนาย ชั้น-” นิ้วชี้เล็กๆยกขึ้นมาปิดปากคนตัวสูงกว่าไม่ให้พูดต่อ จอนมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังต้องมนต์สะกดจากดวงตาสีเขียวคู่นั้น โอ้ ให้ตายเถอะ เขาละสายตาที่เดเมี่ยนยิ้มให้เขาไม่ได้เลย

“ชู่ว ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ให้ชั้นช่วยนะ” คนตัวเล็กกว่ายื่นมือมาใกล้ใบหน้าเขา จอนเผลอหลับตาปี๋ในจังหวะที่มือเล็กทั้งสองข้างสัมผัสบนใบหน้าเขาพอดี แล้วเขาก็โดนอีกฝ่ายหัวเราะใส่ เพราะเดเมี่ยนแค่ถอดแว่นตาเขาออกเท่านั้น บ้าจริง ตอนแรกจอนคิดว่าอีกฝ่ายจะดึงเขาไปจูบ                      เขาคิดอะไรอยู่เนี่ย

“.....”

“เขยิบมาใกล้ๆสิ” คนอายุน้อยกว่าทำตามอย่างว่าง่าย ลูกชายมหาเศรษฐีค่อยๆยื่นหน้าเข้ามากระซิบบางอย่างใส่เขา

“นายชื่อโจนาธาน เคนธ์ คนอื่นเรียกนายย่อๆว่า จอน นายเป็นเด็กนักเรียนเกรด 9 ของเมโทรโพลิส ไฮสคูล ชอบเรียนวิชาคณิตศาตร์ วิทยาศาสตร์ งานอดิเรก คือ เล่นฟุตบอล บาสเกตบอล สีที่ชอบคือ สีฟ้า เพราะนายชอบท้องฟ้าในวันที่อากาศแจ่มใส เวลาอยู่ข้างนอกนายชอบใส่แว่นตากรอบใหญ่สีดำทั้งๆที่สายตานายก็ปกติ นายบอกว่ามันเท่ดี แค่ตอนเวลาเราอยู่ด้วยกันเท่านั้นนายถึงจะถอดมันออก เพราะ ชั้นไม่ชอบให้มีอะไรมาบังหน้านาย พ่อชั้นกับพ่อนายเป็นเพื่อนสนิทกัน เราเลยได้รู้จักกันตอนพ่อนายพานายมาเล่นที่บ้านชั้น ความสัมพันธ์ของเราสองคน-” เดเมี่ยนหยุดพูดกะทันหัน แล้วหันหน้าไปมองหน้าต่าง ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นคว้าข้อมือคนตัวใหญ่กว่า จอนลุกขึ้นตามอย่างว่าง่าย เมื่อกี้เขาแทบจะเคลิ้มไปกับน้ำเสียงหวานๆที่อีกฝ่ายกระซิบใส่หูเขาซะแล้วถ้ารถบัสไม่จอดซะก่อน ยังเหลือคำถามนึงที่เขาสงสัย

แล้วตกลงที่นี่ไม่มีซุปเปอร์ฮีโร่อยู่เลยหรอ

“อ้าว ถึงที่หมายแล้วสิ” พวกเขาสองคนพากันลงจากรถ เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มอายุ 15 คือ

“พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เมโทรโพลิส”

“เรามาที่นี่กันบ่อยๆ จำได้มั้ย” ไม่รู้ทำไมพอได้ยินอีกฝ่ายพูดเขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา แล้วภาพความทรงจำต่างๆก็เริ่มทยอยเข้ามาทับซ้อนกับของเดิมในหัว แต่เขานึกไม่ออกอยู่ดี มันเหมือนเป็นภาพเบลอๆคลุมเครืออยู่ในความทรงจำ เขาเคยมาที่นี่กับเดเมี่ยนด้วยหรอ

ทำไมนายชอบพาชั้นมาข้างนอกในเวลานอนของชั้นอยู่เรื่อยเลยนะ รู้มั้ย แม่ชั้นน่ะนะ-’

ชื่อของนายคือซุปเปอร์บอยไม่ใช่หรอ เวลานอน มันสำหรับเด็ก

จริงๆแล้วนายก็เด็กเหมือนกันน่ะแหละ ครูที่โรงเรียนบอกว่าถ้านอนดึกตัวจะไม่สูง แล้วนายก็เตี้ยกว่าชั้นอีกนะ

รูปร่างของชั้น เขาเรียกว่าคล่องแคล่วต่อการจัดการผู้ร้ายต่างหากล่ะ

เขาเรียกว่าเตี้ยแล้วไม่ยอมรับความจริงมากกว่า ที่คฤหาสน์พ่อนายเคยซื้อนมให้กินมั้ย

เลิกยุ่งเรื่องอาหารการกินของชั้นสักที นายเองก็เหอะ บินไม่ได้ยังจะปากเก่งอีก

อย่างน้อยชั้นก็ปล่อยแสงออกมาทางตา แล้วก็เป่าลมออกมาเป็นน้ำแข็งได้ล่ะน่า

‘….’

ไง เถียงต่อไม่ได้ล่ะสิ

ที่นายพูดมาทั้งหมดมันเป็นพลังที่ได้มาจากพ่อนายไม่ใช่เหรอไง มีอะไรที่นายหามาได้ด้วยตัวเองมั่งล่ะ

‘….’

ไง เถียงต่อไม่ได้ล่ะสิ

“อืม...ขอโทษนะ เดเมี่ยน ชั้นจำไม่ได้”

เด็กหนุ่มเห็นคนอายุมากกว่าเงียบไป เดเมี่ยนมองหน้าเขานิ่งๆแต่จอนรับรู้ได้จากสายตาสีเขียวคู่นั้นว่ากำลังผิดหวังในตัวเขาอยู่ ในอกของเขารู้สึกว่าบีบรัดแน่นแปลกๆ เขาไม่ชอบใบหน้านี้ของคนตัวเล็กตรงหน้าเลย เด็กชายยื่นมือไปหมายจะหยิบผมที่ปกหน้าอีกฝ่ายออกให้ และ เดเมี่ยนก็ไม่ได้ปฏิเสธเขา

“ชั้น...ชั้นไม่รู้ว่าชั้นเป็นอะไรเหมือนกัน ชั้น...”

“ไม่เป็นไรหรอก จอน ชั้นจะช่วยให้นายจำได้เองนะ” เดเมี่ยนเงยหน้ามายิ้มให้เขา คว้ามือคนตัวสูงกว่าพาเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ จอนมองคนตัวเล็กกว่าจากด้านหลัง ส่วนนึงเขารู้สึกว่าแผ่นหลังนี้มันช่างคุ้นเคย แต่ความรู้สึกย้อนแย้งในหัวมันบอกว่ามือที่เขาจับอยู่นี้มันไม่ใช่

“....”

ทั้งสองเดินเข้าไปในตัวอาคาร มีนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมาไม่เยอะเท่าไหร่ น่าจะเป็นเพราะว่าที่นี่เพิ่งเปิด ผู้คนคงจะทยอยกันมาตอนประมาณเที่ยงๆ เขาเห็นคุณครูพาเด็กประถมตัวเล็กๆกลุ่มนึงมาทัศนศึกษา เดเมี่ยนพาเขาเดินตามกลุ่มเด็กนั้นไป จนมาหยุดที่หน้าจอฉายภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่ อีกฝ่ายถึงได้ปล่อยมือเขาลง

พวกเขายืนมองภาพ 3 มิติฉายเรื่องราวเหตุการณ์ทางธรรมชาติ ตั้งแต่สาเหตุว่าเกิดจากอะไร ประเภทและความรุนแรงของมัน รวมถึงแนวทางการป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้น จอนยอมรับว่าเขาไม่ได้ฟังเสียงผู้บรรยายเท่าไหร่เขามัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ในหัว แต่พอพื้นที่เขายืนอยู่มันเกิดสั่นขึ้นมา สาธิตเหตุการณ์จำลองการเกิดแผ่นดินไหว เขาถึงค่อยได้สติมองเด็กๆที่ส่งเสียงเอะอะ บ้างตื่นเต้น บ้างก็ตกใจ แล้วหันไปมองคนข้างๆที่พยายามยืนทรงตัวอยู่ เดเมี่ยนพูดขึ้นมาเบาๆ

“ครั้งหนึ่งเราเข้าไปเล่นโซนแผ่นดินไหว ชั้นหกล้มจนร้องไห้แล้วนายก็วิ่งกลับมาหาชั้น”

….

“แล้วก็โซนสัตว์ดึกดำบรรพ์ ชั้นก็เคยกลัวโครงกระดูกที่เขาสตาฟไว้จนไม่กล้าเดินไปต่อถ้านายไม่จับมือชั้นพาออกไป”

….

“นายเคยอยากขี่จรวดมากๆ แต่พอเราไปถึงโซนเทคโนโลยีอวกาศ เจ้าหน้าที่บอกว่าขึ้นได้ทีละคน ชั้นไม่อยากถูกทิ้งไว้คนเดียวแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป แล้วจู่ๆนายก็เปลี่ยนใจไม่ยอมขึ้นไปซะงั้น” จอนยืนฟังเด็กหนุ่มข้างกายยิ้มไปเล่าเรื่องในอดีตระหว่างพวกเขาสองคนไป ตอนนี้เขาเริ่มจำเรื่องเล่าเหล่านั้นได้รางๆแล้ว พอดีกับที่พื้นหยุดสั่นไปและเดเมี่ยนก็จูงมือเขาเดินออกจากโซนภัยธรรมชาติ เด็กหนุ่มอายุ 15 มองซ้ายมองขวา ภาพต่างๆที่เขาได้เห็นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

บางทีนี้อาจจะเป็นเรื่องจริง ดูเหมือนว่าเขาตื่นจากฝันแล้ว

“เป็นไงบ้าง พอจำได้มั้ย” คนตัวเล็กกว่าพูดขึ้นมาเมื่อลากเขาเข้ามาในลิฟต์ ที่มีแค่เขากับเดเมี่ยน 2 คน เจ้าตัวกดไปที่ชั้น 7 ชั้นบนสุด ระหว่างยืนเงียบๆด้วยกัน จอนกระชับมืออีกคนที่จับอยู่ให้แน่นขึ้น ในเมื่อเขาฝันว่าทั้งเขาและคนข้างๆเคยเป็นคู่หูฮีโร่เคียงข้างกัน แล้วความจริงคืออะไร        ก่อนจะพูดในสิ่งที่คิดออกไป

“อืมเดเมี่ยน ตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรกันน่ะ” อีกฝ่ายยิ้มกลับมา จอนรู้สึกว่าตัวเองตกลงไปในมนต์สะกดของดวงตาสีเขียวคู่นั้นอีกแล้ว

“จอน นายไม่น่าถามเรื่องที่มันชัดเจนขนาดนี้แล้วเลยนะ”

 

 

“ทำไมถึงต้องเป็นเธอด้วยเนี่ย” เดเมี่ยน เวนย์ อยากจะเอามือกุมขมับ ผิดแต่ว่ามือทั้งสองข้างเขาดันไม่ว่างแล้วสิ

“อะไรยะ เจ้าหนูนายคิดว่าชั้นพึ่งพาไม่ได้หรือไง” คนปลายสายบ่นกลับมาทันควัน

“เหอะ แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนล่ะ เอเลี่ยน”

“ชั้นไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าชั้นมาจากนอกโลก แต่เรียกสุภาพสตรีแบบนี้มันหยาบคายนะรู้มั้ย”

“ชิส์”

“นี่แล้วตกลง เกิดอะไรขึ้นหรอ เจ้าหนู แบทแมนติดต่อชั้นมาให้ไปหานาย” มนุษย์โลกพยายามแกะเสียงจากปลายสาย เขาไม่ค่อยแน่ใจว่า             ซุปเปอร์เกิร์ลอยู่ที่ไหน ฟังแล้วเหมือนเจ้าตัวกำลังเดินฝ่าฝูงชนอะไรเทือกนั้น

“แล้วเธอมัวแต่ทำอะไรอยู่ล่ะ ไม่มาที่บ้านของซุปเปอร์แมนสักที”

“ก็ทำงานน่ะสิ ชั้นเป็นนักข่าวเดินดินต้องทำมาหากิน ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองแบบนาย คุณหนูเวนย์”

“คนตระกูลเธอทำได้แค่ยุ่งเรื่องชาวบ้านแล้วเอาไปประกาศโพนทะนาสินะ”

“โอ้ย ไม่ประชดผู้ใหญ่สักวันมันจะตายมั้ย ว้าย ว้าย ว้าย-แล้วเสียงกรี๊ดกร๊าดตามประสาผู้ใหญ่น่ารำคาญในความคิดของเด็กหนุ่มก็ดังตามมา    จนเดเมี่ยนต้องยกมือถือให้ห่างออกจากหู ถ้าสามารถวาร์ปไปหาคนในสายได้เขาอยากจะเอาไม้ดามขานี่ฟาดหน้าของคนอายุมากกว่านี่สักที

“เป็นอะไรของเธอ ส่งเสียงดังเอะอะอยู่ได้”

“นี่งานเปิดตัวสวนสัตว์เปิดใหม่ที่ลาสเวกัสน่ะ ชั้นก็ต้องมีอารมณ์ร่วมหน่อยสิ” คาร่าตอบอย่างดีใจ แต่เหมือนเด็กในสายจะไม่ค่อยแฮปปี้กับเธอ     เท่าไหร่นักฟังจากน้ำเสียงที่เงียบไป

“โฮ่ ตอนนี้ทำสารคดีสัตว์โลกมหัศจรรย์อยู่สินะ ขณะที่หลานชายเธอโดนแบล๊คเมอซี่เล่นงานจนนอนไม่ได้สติอยู่-

“ว่าไงนะ แบล๊คเมอซี่งั้นหรอ ทำไมไม่บอกชั้นให้เร็วกว่านี้เล่า อ๊า ทำไงดีล่ะ จริงๆจะปลีกตัวไปตอนนี้ก็ไม่ได้ด้วย คนไม่พอน่ะสิซุปเปอร์เกิร์ลวางกล้องวิดิโอในมือลง เมื่อได้ยินว่าหลานชายของเธอโดนศัตรูตัวเก่าเล่นงาน แต่แทนที่เธอจะได้ทำตามที่พูด เด็กในสายดันตะคอกกลับมาก่อน และ   โอ้ มีมนุษย์โลกไม่กี่คนนักที่กล้าตะคอกใส่เธอแบบนี้

“ห้ะ กะอีแค่เรื่องสวนสัตว์เปิดใหม่ มันน่าสนใจมากเลยเหรอไง”

“มางอนอะไรของนายน่ะ เจ้าหนู ชั้นก็รีบอยู่เนี่ย แต่ขอเวลาสัก 2 ชั่วโมง”

“ชั้นไม่ได้งอน จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ”

“เข้าใจแล้ว ชั้นจะรีบไปนะ”

….

“แต่เฮ้อ ชีวิตหลานชั้นก็สำคัญด้วยสิ แต่หัวหน้าเอาตายแน่ถ้าไม่สัมภาษณ์เจ้าของสวนสัตว์ โอ้ย ไอแก่นั่นเมื่อไหร่จะออกมาสักที” คาร่าเริ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ถึงแม้จะเป็นซุปเปอร์เกิร์ลแต่เธอก็ไม่สามารถแยกร่างไป 2 ที่ได้

“ดเดี๋ยวชั้นหาทางช่วยเขาเอง เธอคอยบอกผ่านทางมือถือนี่แหละว่าชั้นต้องทำอะไร” ผู้ใหญ่ในสายเกิดคำถามขึ้นสองสามอย่างในหัว หนึ่งคือ ทำไมเด็กชายถึงเกิดเปลี่ยนใจกะทันหันเมื่อกี้ยังประชดเธออยู่เลย สองคือ เกิดอะไรขึ้นกับจอนกันแน่ แต่ในเมื่อเด็กในสายว่าอย่างนั้น

หรือ เดเมี่ยน เวนย์จะเป็นแคร์คนอื่นมากกว่าที่คิด ทั้งๆที่เจ้าหนูนี่เป็นเด็กกระหายเลือด รังเกียจสิ่งมีชีวิตแทบจะทุกอย่างที่อยู่ในสายตาและพร้อมที่จะท้าต่อยกับทุกคนได้ทุกเวลาที่หงุดหงิด อาทิเช่น เธอ กับ ครอบครัวเธอ รวมถึง ทุกคนในลีคที่เรียกตัวเองว่า เจ้าหนู ซึ่งก็เกือบทุกคนจะเรียกแบบนั้น เป็นต้น ก็น่ารักดีหรอกนะ แต่ เฮ้ อย่าหลงประเด็นสิคาร่า

“ก..ก็ได้ แล้วตอนนี้จอนเป็นยังไงบ้าง”

“ตั้งแต่ชั้นมาถึงก็หลับอยู่ตลอดเลย แถมชีพจรก็ต่ำลงเรื่อยๆด้วย”

“อืม อาการเดียวกันเหมือนชั้นกับคาเอลเลย ตอนชั้นทำงานอยู่ที่ดีอีโอ กาฝากนั่นเล่นงานชั้นจะน่วมเลย”

“ซุปเปอร์เกิร์ล เธอรู้วิธีจัดการมันมั้ย”

“เจ้าหนูอย่างนายน่าจะรู้นะว่า พอไม่ใส่ผ้าคลุมแล้วชั้นชื่อ คาร่า”

“ตอบมาสิ”

“ตกลงใครอายุมากกว่ากันแน่เนี่ย โอเค แบล๊ค เมอซี่จะสะท้อนภาพชีวิตอันเพอร์เฟ็คที่จิตใต้สำนึกร่างต้นปรารถนามากที่สุด ชั้นกับคาเอลน่ะฝันว่าได้มีชีวิตแสนสุขอยู่บนดาวคริปตอน แต่กรณีของจอนน่ะ ตั้งแต่เกิดมาก็อยู่บนโลกที่เป็นดาวบ้านเกิดเลย ชั้นไม่แน่ใจว่าเขามีความคิดที่อยากจะไป     ดาวคริปตอนบ้านของชั้นกับคาเอลหรือเปล่า เข้าใจที่ชั้นพูดมั้ย”

…..” เด็กในสายเงียบไป แต่คาร่ามั่นใจว่าเด็กหัวไวอย่างเดเมี่ยน เวนย์ต้องเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดแน่ๆ

“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าปล่อยเขาไว้แบบนี้”

“เขาจะถูกโลกที่สมบูรณ์แบบในความฝันครอบงำจิตใจจนยอมรับว่าตัวเองอยู่ในความจริงแล้ว เวลานั้น นั่นสิก็น่าจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว”

“แล้วชั้นต้องทำอะไร มีอะไรที่ชั้นพอจะทำได้บ้าง”

“ไม่มีอะไรที่คนนอกจะทำได้หรอก อเล็คหมายถึงพี่สาวบุญธรรมของชั้นน่ะ เธอพยายามจะช่วยชั้น โดยส่งตัวเองเข้ามาในฝันเพื่อดึงชั้นออกไป แต่มันอันตรายเกินไป เราไม่รู้ว่าเขาฝันถึงอะไร แถมการจะเอาชนะแบล๊คเมอซี่ได้ มีแต่ให้ จอนปฏิเสธตัวตนของโลกในฝันเท่านั้น”

“แล้วถ้าชั้นไปดึงจอนกลับมาจากฝันเขาล่ะ เทคโนโลยีของดีอีโอถ้าเทียบกับในลีคเองก็น่าจะมีทาง-

“เป็นชั้นจะไม่ให้ทำ และแน่นอนแบทแมนพ่อนายก็ไม่ยอมให้ทำแน่ๆ เดเมี่ยน ผู้คนในฝันน่ะอันตรายมากๆ และถ้านายตายในฝัน จิตใจในโลกจริงของนายก็จะตายไปด้วย ยิ่งมีขาเดียวแบบนี้จะไปช่วยอะไรใครได้จริงมั้ย” คาร่าไม่แน่ใจว่าพูดแทงใจดำแรงไปหรือเปล่า แต่เธอก็อยากให้คนในสายเข้าใจสถานการณ์ เธอเคยทำงานร่วมกันกับโรบินมาก่อนถึงจะแค่ครั้งเดียวเหตุเพราะพ่อของเจ้าตัวไม่อยู่ และตอนนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะไปหานักสืบคนอื่นที่พอช่วยได้ที่ไหน เธอพอจะรู้ว่าเดเมี่ยนเป็นเด็กเข้มแข็ง โตกว่าไวก็จริงแต่ลึกๆแล้วจิตใจของเด็กคนนี้เปราะบางอย่างไม่น่าเชื่อ และก็คงจะเป็นเพราะว่าจอนเป็นเพื่อนคนสำคัญของเจ้าหนูนี่ด้วย เจ้าตัวถึงได้ลนลานเป็นพิเศษ

…..

“ฮัลโหล เฮ้ ฮัลโหล เจ้าหนูเป็นอะไรหรือเปล่า”

…..

“เดเมี่ยน ฮัลโหล ได้ยินมั้ย”

“เงียบหน่อยสิ คนกำลังใช้สมาธิ”

“เอ๊อะ ขอโทษ แต่ถามหน่อยได้มั้ยว่ากำลังคิดอะไร เผื่อชั้นจะช่วยได้บ้าง โอ้หนูจ๊ะ หนูอยากมาดูอะไรในสวนสัตว์นี่เหรอ พี่สิงโตหรอจ้ะ เหมือนกันเลย เย่”

“ถ้าเธอบอกว่าเจ้ากาฝากนี่สะท้อนภาพชีวิตที่แสนเพอร์เฟ็ค แล้วจอนจะฝันถึงอะไรล่ะ” เดเมี่ยน เวนย์เลิกสนใจเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังมาจากปลายสาย นั่งมองคนที่หลับไม่ได้สติจากปลายเตียงอีกครั้ง เท่าที่เขารู้ โจนาธาน เคนธ์ เป็นเด็กที่เกิดมาในครอบครัวอบอุ่นสุดๆถ้าเทียบกับครอบครัวของเขา ที่พ่อกับแม่แยกทางกัน พ่อของเดเมี่ยนเป็นทั้งเศรษฐีเป็นทั้งแบทแมนก็จริง แต่บรูซ เวนย์ก็เป็นนักธุรกิจที่งานรัดตัวจนไม่มีเวลาให้ลูกชายคนเล็กอย่างเขา ไหนจะเรื่องพี่ชายอีก 3 คน เชื่อเถอะ ตอนที่ได้มาเห็นตอนผู้ชายร่างใหญ่คนนั้นนอนหมดสภาพบนเตียง บางครั้งเดเมี่ยนก็คิดว่าคุณพ่อเขาไม่ใช่ผู้ชายที่เพอร์เฟ็คอย่างที่คนหลายคนเห็นทางทีวี แต่กับจอนล่ะ คลากก์ เคนธ์เป็นทั้งซุปเปอร์แมน บุรุษแห่งความหวังของทุกคนบนโลก             (ยกเว้นครอบครัวเขา) เป็นทั้งพ่อที่แสนดีด้วยกันกับโลอิส เลน นักข่าวสาวเท่ที่เป็นแม่ ตั้งแต่เด็กก็ได้มีชีวิตเป็นเด็กจริงๆ ได้มีเพื่อนเล่นเป็นเด็กวัยเดียวกัน ได้เข้าเรียนโรงเรียนเหมือนๆกับเด็กธรรมดา มีความสุขไปวันๆ กลับบ้านทำการบ้าน ช่วงซัมเมอร์ก็ปิดเทอม ต่างจากเขาที่ตั้งแต่จำความได้ก็ถือดาบตัดหัวคนเห็นเลือดจนชิน โรงเรียน เหอะ แค่หน้านักวิจัยที่ท่านแม่จ้างมาสอนเขายังจำไม่ได้เลยก็เล่นโดนฆ่าตายกันหมดถ้าไม่เหลืออะไรจะสอนเขาแล้ว จอนไม่น่าจะชอบเงิน อย่างน้อยที่เจ้าเด็กนั่น ชอบเรียกเขาว่า คุณหนู ก็ไม่ได้แปลว่าเจ้าตัวอิจฉาฐานะที่บ้านเขา

กลับกันเดเมี่ยนต่างหากที่อิจฉาในชีวิตที่แสนสุขของจอนด้วยซ้ำไป เด็กที่มีทั้งครอบครัวที่เพียบพร้อม เป็นที่รักของทุกคนเรียนก็ดี กีฬาก็เก่ง แถมมีเพื่อนตั้งเยอะแยะแบบนี้ จะมีอะไรที่ต้องการอีกหรอ

“จอน คนที่มีชีวิตที่เพอร์เฟ็คไปหมดทุกอย่างแบบนาย จะฝันถึงอะไรที่เพอร์เฟ็คกว่านี้ได้อีกหรอ” เดเมี่ยนรู้ว่าเด็กที่นอนอยู่ข้างๆจะไม่มีวันตอบเขา   ถ้าหากเจ้าตัวยังนอนเป็นผักอยู่แบบนี้ เขาค่อยๆเขยิบตัวไปใกล้ๆ วางไม้ดามขาพาดกับโต๊ะข้างเตียงนั่งจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ แล้วเอานิ้วชี้จิ้มไปที่แก้มคนที่นอนหลับอยู่เล่น

….

“นี่ตื่นขึ้นมา แล้วบอกชั้นสักทีสิ ว่านายฝันถึงอะไร”

 


“ชั้นฝันมาตลอดเลยนะว่าได้เป็นแฟนกับนาย ไม่ใช่ว่าชั้นเป็นเกย์ด้วยสิ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน”

“หรอ แต่เราก็เป็นแฟนกันมาตั้งนานแล้วนะ จอน” พอดีกับที่คนตัวเล็กกว่าพูดเสร็จ ลิฟต์ก็พาพวกเขาทั้งสองมาอยู่บน ชั้น 7 มีป้ายเหลืองห้ามเข้าล้อมรอบบริเวณ จอนมองไปที่ด้านหน้าประตูบานใหญ่ มันเขียนว่าท้องฟ้าจำลอง ตามด้วยอักษรตัวเล็กกว่า ปิดปรับปรุงชั่วคราว ดูท่าว่าพวกเขาจะมาเสียเที่ยวซะแล้ว แต่คนข้างๆเขาดันมุดข้ามป้ายห้ามเข้าพวกนั้นไปเนี่ยสิ จอนเดินตามไปคว้าไหล่คนอายุมากกว่า

“เดเมี่ยน ป้ายนั่นเขียนว่าปิดปรับปรุงอยู่นะ”

“อื้ม ชั้นเห็นแล้ว”

“แล้วทำไม

“นายคิดว่าเจ้าของที่นี่เป็นใครกันล่ะ”

“อ่ะ เอ่อ” มีชื่อมหาเศรษฐีที่คุ้นหูจอนไม่กี่คนในหัวหรอก การที่พวกเขาไม่เสียค่าเข้าตรงทางเข้าเมื่อกี้ รวมถึง เวลาเดินผ่านโซนไหนๆก็จะได้      สิทธิรับชมก่อนด้วย มันไม่ยากเลยที่จะเดาออกว่า เจ้าของที่นี่เป็นใคร

“คุณพ่อบอกว่าแค่ซื้อเครื่องฉายดาวระบบดิจิตัลตัวใหม่ กับเพิ่มห้องฉายดาวให้มีที่นั่งมากขึ้นเท่านั้นเอง จริงๆก็เสร็จมาพักนึงแล้วด้วย นายจะได้ใช้เป็นคนแรกเลยนะ ขนาดที่คนปกติจะได้ใช้ในอีกตั้ง 2 สัปดาห์หน้าแน่ะ ภูมิใจไว้เถอะ”

“ไม่ใช่แค่ชั้นสิ เดเมี่ยน เราต่างหากล่ะ ชั้นกับนาย” พวกเขาสองคนเดินข้ามเขตห้ามเข้า แล้ว เปิดประตูเข้าไปในห้องโถงที่มีเก้าอี้โรงหนังวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ เดเมี่ยนพาเขามานั่งเก้าอี้แถวบนแล้วขอตัวไปจัดการอะไรสักอย่าง คาดว่าน่าจะไปเปิดเครื่องฉายดาวนั่นแหละ ไม่นานนักเจ้าตัวก็เดินกลับมานั่งกับเขา

“ขอโทษที รอนานมั้ย” จอนส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

“งั้นก็ดีแล้ว” พออีกฝ่ายพูดจบไฟที่เปิดอยู่ในห้องก็ทยอยดับลงแล้วรอบๆก็ฉายภาพท้องฟ้า ยามกลางคืน พวกเขาสองคนนั่งมองกันอย่างเงียบๆ      สักพักเดเมี่ยนก็ทำลายความเงียบนั้นลง

“จอน”

“หืม”

“ชั้นปิดเสียงคำบรรยายออกไป คิดว่าเปิดไปเราสองคนก็ไม่ฟังกันอยู่ดี โอ๊ะ นั่นกลุ่มดาวหมีใหญ่ใช่มั้ย” จอนมองตามนิ้วเล็กๆของอีกฝ่าย               เขาเห็นจุดสีขาวกระจุกกันอยู่เป็นกลุ่มๆ ดวงดาวพวกนี้ช่างคุ้นเคย เหมือนเขาเคยพาเดเมี่ยนไปดูมันมาก่อน แต่ไม่ใช่ที่นี่

เดเมี่ยน ดูนั่นสิกลุ่มดาวพ่อนาย

อะไรของนายห้ะ

ก็ กลุ่มดาวค้างคาวไง โอ้ย อย่าดึงผมสิ เดี๋ยวก็ตกหรอก

ถ้านายจะพาชั้นมาทำเรื่องงี่เง่า อย่างดูดาวฤกษ์ไร้สาระพวกนี้ ให้ชั้นไปอยู่กับทีนไททันยังจะ-’

เอะอะ นายก็จะไปอยู่กับพวกนั้น เราทำงานกันเป็นคู่ไม่ใช่เหรอไง ซุปเปอร์ซันส์น่ะ

เดี๋ยวนี้ติดละครดราม่าหรอ ขี้บ่นขึ้นนะ

เปล่า คุณหนู อย่าชวนทะเลาะได้มั้ยเล่า ช่วงนี้ถ้านายไม่ยุ่งกับทีนไททัน นายก็อยู่กับไนท์วิงตลอดเลย ชั้นก็แค่อยากทำอะไรร่วมกับนายเท่านั้นเอง

‘….’

ถ้านายรำคาญงั้นชั้นพานายกลับไปที่ตึกทีนไททันก็ได้

อย่าอย่าเพิ่ง

‘….’

ชั้นอยากไปดูแสงเหนือ ไปขั้วโลกได้มั้ย

เลยเที่ยงคืนมาแล้วด้วยไม่รู้ว่าจะทันรึเปล่านะ

มีอะไรที่ซุปเปอร์บอยไม่ทันบ้างล่ะ

เกาะแน่นๆละกันโรบิน

จอนหลับตาพริ้มกับภาพความทรงจำตอนอายุ 13 ที่ผุดขึ้นมาในหัว แต่ความทรงจำเหล่านี้มันย้อนแย้งกับที่ที่เขาอยู่ตรงนี้เหลือเกิน เขาคิดในใจ ลืมตาขึ้นมาเห็นภาพกลุ่มดาวตรงหน้าเปลี่ยนไป คนที่นั่งข้างๆก็ยังคงพูดกับเขาไม่หยุด

เขาต้องอยู่กับความจริงสิ เดเมี่ยนคนนั้นเป็นแค่ความฝัน เดเมี่ยนตรงหน้าต่างหากล่ะตัวจริง

แถมเป็นแฟนเขาอีกต่างหาก

“แล้วนั่นก็กลุ่มดาวคนยิงธนู จอน จอนฟังอยู่หรือเปล่า”

“อื้ม ชั้นฟังอยู่”

“นายเคยบอกว่าชอบดาวคริปตอน แต่ดาวดวงนั้นหลุดวงโคจรไปแล้ว น่าเสียดายจังที่เขาเอามาฉายไม่ได้”

“ไม่หรอก เดเมี่ยน แค่ได้มาที่นี่ก็ดีใจแล้ว นั่น กลุ่มดาวนายพรานนี่ เห็นมั้ย ตรงนั้น” คนอายุน้อยกว่าอาศัยจังหวะทีเผลอที่อีกฝ่ายหันหน้ามองไปตามนิ้วมือที่เขาชี้ไป ยื่นหน้าเข้าไปสัมผัสแก้มอีกคนแบบไม่ทันตั้งตัว

“ไหนๆ อ่ะ อะไรเนี้ย จอน นายหลอกชั้นเหรอ” แม้ว่าข้างในห้องจะมืดจนเห็นแค่ดวงดาวจำลองที่โคจรรอบๆเท่านั้น แต่จอนรู้สึกได้ว่าคนตัวเล็กข้างๆเขากำลังหน้าแดงอยู่ และ โอ้ เขาชอบมัน

“ฮะๆ เขินหรอ นี่ เดเมี่ยนเล่าให้ชั้นฟังหน่อยสิว่าเรารู้จักกันได้ยังไงน่ะ” บางทีเขาน่าจะลืมความทรงจำปลอมๆในหัวนั่น แล้วหันหน้าเข้าหาความจริงได้แล้ว ก็แฟนอยู่ตรงหน้าทั้งคน จะมัวคิดถึงคนในฝันได้ยังไงล่ะ

“คิดว่าจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้งั้นเหรอ ได้ ตอนเด็กๆชั้นร่างกายอ่อนแอเลยไม่ได้ออกไปข้างนอก ก็มีนายนั่นแหละที่เป็นเพื่อนเล่นชั้น เวลาที่คุณอามาคุยงานกับคุณพ่อ” คนอายุน้อยกว่าตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ เขามองหน้าเดเมี่ยนแต่อีกฝ่ายเอาแต่มองไปที่ดวงดาวบนเพดานห้องไม่ได้มองมาที่เขา

….

“นายคอยอยู่กับชั้นมาตลอด พวกเราชอบเล่นวิ่งไล่จับกันที่คฤหาสน์ แต่พอนายเข้าโรงเรียนประถม นายก็ไม่ค่อยมาหาชั้นที่บ้าน”

….

“ครั้งหนึ่งที่คุณพ่อพาชั้นไปหานายบ้าง นายก็ดันไปเล่นฟุตบอลกับเด็กแถวนั้น ชั้นก็เลยตามไปเล่นด้วย แต่แค่แป๊ปเดียวชั้นก็เป็นลม จนนายต้องพาชั้นขี่หลังกลับบ้าน”

….

“แล้วก็มีอีกหลายครั้งที่ชั้นทำให้นายลำบาก แต่นายก็ไม่เคยบ่นเลยสักครั้ง จอน สำหรับชั้น นายเป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็กควบตำแหน่งฮีโร่เพียงคนเดียวของชั้นเลยนะ นั่นแหละชั้นเลยชอบนาย”

“เดเมี่ยน”

 “ไหนๆเราก็เป็นแฟนกันแล้วด้วย”

“เดเมี่ยน จะทำอะไร อุ๊ฟ-จู่ๆเดเมี่ยนก็ดึงเขาเข้าไปจูบ ใช่ จูบนั่นแหละ ที่ปาก ไม่ใช่ที่แก้ม หรือ หน้าผาก จอนรู้ว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้ในที่สาธารณะ ถึงจะมีแค่เขากับเดเมี่ยนสองคนก็เถอะ แต่บรรยากาศมันพาไป รู้ตัวอีกทีเขาก็เขยิบเข้าหาแล้วจูบตอบอีกฝ่ายจนได้ เฮ้ เดเมี่ยนเริ่มก่อน มาโทษเขาไม่ได้นะ ย้อนกลับมามองที่ตัวเอง จอนไม่ได้เป็นเกย์ หรือ ไบเซ็กชวล เขาชอบผู้หญิง แต่ตอนนี้คนตรงหน้ามีฐานะเป็นแฟนเขา เดเมี่ยนเป็นผู้ชายแมนๆเหมือนเขา ไม่ได้สวยหวานตุ๊ดแต๋วเหมือนผู้หญิง และเขาคิดว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีรสนิยมทางเพศต่างจากผู้ชายคนอื่นด้วย เขาไม่เคยรู้สึกอย่างว่ากับเพศเดียวกัน แต่กับเดเมี่ยน ไม่รู้สิ พอปากของเขาสัมผัสได้ถึงปากนุ่มๆของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มรู้สึกว่าเขาสามารถละทิ้งกฏเกณฑ์ทุกอย่างที่โลกนี้ตั้งไว้แล้วจูบกับเดเมี่ยนต่อได้โดยไม่รู้สึกระแคะระเคืองใจ บางทีเขาควรจะโทษฮอร์โมนวัยรุ่นที่ทำงานหนักเกินไป หรือ โทษอีกคนนึงที่พามาอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องมืดๆ พวกเขาจูบกันปากชนปากอยู่กันสักพัก เหมือนคนตัวเล็กกว่าอยากจะค้นหาอะไรในตัวเขามากขึ้น เจ้าตัวกัดปากเขาให้เปิดออกมาแล้วเราก็จูบกันลึกซึ้งกว่าเดิม เขาสัมผัสได้ว่าข้างในปากของคนตัวเล็กมันช่างหวานและน่ารุกล้ำเข้าไปต่อ ค่อนข้างแปลกใจตัวเองไม่น้อยที่ตัวเองไม่รู้สึกขัดขืนหรือรังเกียจคนตัวเล็กกว่าเลย เขาก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้กับคนอื่นมาก่อน แต่กลับตอบรับท่วงทำนองของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี และ โอ้ ยอมรับเลยว่า เขาชอบที่ได้จูบกับเดเมี่ยน มันสนุกและรู้สึกหัวโล่งแปลกๆ ตอนนี้เด็กวัยรุ่นรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่อีกครึ่งหนึ่งของเขาก็รู้ตัวว่าเขากำลังไม่มีสติ เหมือนมีไฟมาสปาร์คที่เขากับเดเมี่ยน ในขณะที่สติกำลังจะประเจิดประเจ้อมือเล็กๆที่เริ่มอยู่ไม่สุขของอีกฝ่าย ก็เริ่มซุกไซร้ไปตามร่างกายใต้เสื้อผ้าของเขา จอนจำไม่ได้ว่าเดมี่ยนปีนขึ้นมานั่งอยู่บนตัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

“เดี๋ยวก่อน เดเมี่ยน” จอนถอนจูบออกมา มองใบหน้าที่หอบไม่ต่างกันกับเขาของคนตัวเล็กบนตัก เขาจับมือของอีกฝ่ายที่ล้วงใต้เสื้อเขาอยู่ค้างเอาไว้ คนอายุมากกว่ารู้สึกขัดใจนิดๆ ที่บรรยากาศเข้าด้ายเข้าเข็มถูกขัดจังหวะ

“จะให้หยุดตรงนี้หรอ”

“ปเปล่า มไม่ใช่ยังงั้นคือว่า..” จอนพูดติดๆขัดๆ คนตัวเล็กกว่าอาศัยจังหวะเดียวกันเอามือออกมาปลดกระดุมเสื้อตัวเองทีละเม็ดต่อหน้าเขา จอนเผลอกลืนน้ำลายลงไปเมื่ออีกฝ่ายโยนเสื้อของตัวเองไปที่ไหนสักแห่งบนพื้น แล้วเขยิบเข้ามากอดคอเขา สัมผัสของอกแบนราบของอีกฝ่ายที่โดนตัวเขามันทำให้จอนแทบคลั่ง ถ้าเพียงแต่มีบางอย่างรั้งเขาไว้ไม่ให้ล้ำเส้นนั้นไป เสียงเรียกจากใครสักคนคอยยื้อเขาไว้ในหัว

“อะไรล่ะ”

“เอ่อ นั่นไงล่ะ ชั้น 15 แล้วนายก็เพิ่ง 17 เรายังเป็นเด็กกันอยู่เลย

“จอน รังเกียจชั้นหรอ”

“ไม่มีวัน แต่ เดี๋ยว เดี๋ยว เดเมี่ยน ไม่เอา” จอนเดาว่าตอนนี้เสียงเขาตอนนี้คงเหมือนสาวน้อยวัยแรกรุ่นที่กำลังจะเสียเวอร์จิ้นอะไรอย่างนั้น เดเมี่ยนไม่ได้ฟังที่เขาพูดเท่าไหร่ ก้มลงมาถอดเสื้อตัวนอกของเขา จอนเบรกจังหวะโดยจับมือของคนที่นั่งอยู่บนตักค้างไว้ เขาพยายามหายใจควบคุมสติ ในที่มืดๆแถมอยู่ด้วยกันแค่เขาสองคนแบบนี้อารมณ์มันต้องมีบ้างอยู่แล้วเป็นธรรมดา แต่ในหัวของเขาได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังเรียกเขาอยู่ เขาไม่รู้ว่าเสียงนั้นเป็นใคร รู้ตัวอีกทีตอนที่อีกฝ่ายเข้ามาซุกอกเขา คนอายุน้อยกว่าตอบรับโดยการยื่นแขนออกไปโอบคนตัวเล็กกว่าหลวมๆ

“ถ้านายเกลียดก็บอกสิ ชั้นจะได้หยุด แต่นายไม่ได้พูดมันออกมา ชั้นก็คิดว่า-

“เฮ้ ชั้นจะเกลียดแฟนตัวเองไปทำไมล่ะ แค่ปวดหัวนิดหน่อย เหมือนมีคนเรียกอยู่น่ะ” ทันทีที่จอนพูดจบเดเมี่ยนก็เงยหน้าขึ้นมาจูบเขาอีกครั้ง      มันไม่ใช่จูบที่ยาวนานเหมือนเมื่อกี้ แต่ก็มีพลังมากพอที่จะดึงสติเขากลับมาอยู่ที่ปัจจุบันได้ และ โอ้ เชื่อเลย เสียงคนที่เรียกเขาอยู่เมื่อกี้หายไปแล้ว  เดเมี่ยนถอนริมฝีปากออกมากระซิบใส่หูเขา

“งั้นก็ลืมหมอนั่นไปซะ สนใจแค่ชั้นคนเดียวสิ”

 

 

“จอน จอน ตื่นสักทีเซ่ โธ่เว้ย”

“สบถไปก็ไม่ได้ช่วยให้จอนตื่นหรอกนะ เจ้าหนู” ซุปเปอร์เกิร์ลยืนกอดอกมองเดเมี่ยน เวนย์ นั่งเขย่าตัวหลานชายของเธอเป็นรอบที่..รอบที่เท่าไหร่แล้วนะ ช่างเถอะ ถ้าจอนเป็นเด็กธรรมดา คงสมองไหลกันไปข้างนึงล่ะ คนที่ถูกเรียกว่าเจ้าหนูหันมามองเธอด้วยสายตารำคาญเต็มที่

“ถ้าเธอจะมาที่นี่เพื่อยืนเฉยๆ ก็กลับไปสวนสัตว์เปิดใหม่ที่ลาสเวกัสเถอะ เอเลี่ยน”

“โอ้ย นี่ชั้นก็รีบมา จนใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวเองนะ”

“ชิส์”

“ลองจูบเขาดีมั้ย” คาร่าเกือบหลุดขำออกมาเมื่อเห็นใบหน้าสะอิดสะเอียนของเด็กชาย

“อี๋ คิดอะไรอยู่น่ะ”

“ไม่เคยดูหรอ พวกเจ้าหญิงสโนไวท์ เจ้าหญิงนิทรา ที่ว่าจุมพิตจากรักแท้จะช่วยให้พ้นจากคำสาปได้น่ะ”

“สองอย่างนะ หนึ่ง จอนโดนแบล๊ค เมอซี่กาฝากจากต่างดาวไม่ใช่เวทมนต์ สอง ตอนนี้หมอนี่โดนผู้หญิงที่ชอบหักอกไปแล้ว เพราะงั้นไม่มีรักแท้    สรุปวิธีการในโลกเพ้อฝันของเธอมันใช้ไม่ได้ผล”

….ไม่ลองไม่รู้หรอกนะ แค่เอาปากชนปากนิดเดียวเอง”

“งั้นเธอก็ทำสิ”

“ไม่ นายนั่นแหละทำเดเมี่ยน ชั้นว่ามิตรภาพของนายกับจอนน่ะมันแข็งแกร่งมากเลยนะ ดูสิ นายถึงกับลากสังขารตัวเองมาหาหลานชายชั้นเนี่ย   แถมยังไม่ทิ้งเขาไปไหนด้วย”

“เธออยากให้หลานชายโดนผู้ชายจูบมากเลยหรือไง”

“อ่าเปล่าสักหน่อย แต่ เฮ้อ ชั้นไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีเหมือนกัน” ผู้ใหญ่ตรงหน้าถอนหายใจเดินกลับไปนั่งบนเก้าอี้ของเจ้าของห้องที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ไม่มีวิธีที่จะช่วยให้หลานชายเธอตื่นขึ้นมาสักวิธีเลยหรอ

“งั้นลองวิธีนี้ดูนะ” เดเมี่ยนค่อยๆหันหน้าไปหาเด็กที่นอนอยู่บนเตียง ยกมือง้างไว้ 45 องศาโดยประมาณ แล้วใส่แรงทั้งหมดที่มีไปที่หน้าข้างนึงของอีกฝ่าย เสียงกระทบกันระหว่างหน้าของจอนกับมือของเขาดัง เพี๊ยะ ตามด้วยเสียงตะโกนใส่คนที่หลับอยู่

“จอน ลืมตาขึ้นมามองหน้าชั้นนี่” ลูกคุณหนูเริ่มใส่อารมณ์ทุกอย่างไปกับน้ำหนักที่มือ เขารู้ว่าอีกไม่นานหน้าของจอนจะแดงเป็นรูปรอยมือเขา แต่ทำไมล่ะ ก็เขาหงุดหงิด ขาเขาไม่สามารถหาอะไรเตะได้ ก็มีแต่มือที่พอจะหาอะไรตบได้เหมือนกัน และเดเมี่ยน เวนย์ก็เลือกใช้ใบหน้าอีกคนระบายอารมณ์เขานี่แหละ เขาตบหน้าอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ

“เรายังต้องทำภารกิจด้วยกันนะ แผนของเราคือให้นายใช้หัวทำลายกำแพงฝ่าเข้าไปในแลปของเล็กซ์ ลูเธอร์ ชั้นทำคนเดียวไม่ได้นะ”

“เราทำงานเป็นคู่กันไม่ใช่เหรอไง ซุปเปอร์ซันส์น่ะ”

“สิ่งที่นายกำลังฝันอยู่มันไม่ใช่เรื่องจริง ตื่นขึ้นมาทะเลาะกับชั้นสิ”

“ภาพในฝันมันสวยหรูจนนายอยากจะอยู่ที่นั่นตลอดไปขนาดนั้นเชียวหรอ นายไม่สนใจคนด้านนี้เลยหรือไง”

“ไอที่มันอยู่บนตัวนายมันกำลังหัวเราะเยาะที่จะได้กินร่างนายอยู่นะ รีบๆตื่นแล้วมาจัดการมันสักที”

“ชั้นเจ็บมือแล้วนะ ไอเด็กเฮงซวยเอ้ย”

“เดเมี่ยน พอเถอะ” คาร่าที่มาอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จับข้อมือเล็กของเด็กตรงหน้าเอาไว้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นห่วงใบหน้ารูปมือของหลานชายเขา เธอแค่ไม่อยากเห็นโรบินเด็กที่เข้มแข็งคนนั้น พังทลายไปมากกว่านี้เท่านั้นเอง

 

 

“ขอโทษนะ เดมี่ยน ชั้นทำไม่ได้”

“ไม่เป็นไร ไว้ครั้งหน้าก็ได้” จอนส่ายหน้าปฏิเสธ

“ชั้นหมายถึงไม่มีครั้งหน้า ชั้นทำแบบนี้กับนายไม่ได้” เขาค่อยๆยกตัวเดเมี่ยนไปนั่งเก้าอี้ข้างๆ แล้วหยิบเสื้อของอีกคนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา เดเมี่ยนยังคงจ้องหน้าเขาเหมือนกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“นายรังเกียจชั้นหรอ ชั้นขอโทษ”

“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น เดเมี่ยน คือว่า นายเหมือนคนที่ชั้นแอบชอบมากๆ เพราะฉะนั้น ชั้นไม่อยากจะฉวยโอกาสนายที่หน้าตาเหมือนเขาไปมากกว่านี้”

….

“เดเมี่ยน เวนย์ที่ชั้นรู้จักน่ะ เขาไม่ต้องการให้ชั้นปกป้องเขาหรอก เด็กคนนั้นแข็งแกร่ง ทั้งๆที่ตัวก็เล็กบอบบางซะขนาดนั้น แถมยังปากร้าย วันๆมีแต่ด่ากับดูถูกชาวบ้าน มีเรื่องท้าต่อยกับทุกคนที่เข้าใกล้ แต่ชั้นรู้ว่าลึกๆแล้วหมอนั่นแค่สร้างกำแพงขึ้นมาไม่อยากให้คนอื่นเข้ามาเห็นส่วนที่เปราะบางของจิตใจเท่านั้น รู้ตัวอีกทีชั้นก็ชอบเขาซะแล้ว”

“จอน นายกำลังพูดถึงใครอยู่น่ะ”

“ชั้นกับเขาเป็นฮีโร่ทำงานด้วยกันมา 5 ปีแล้ว แม้ว่าหลังๆเราจะเหินห่างกันไปบ้างก็เถอะ จริงๆชั้นก็เคยคิดจะตัดใจจากเขาอยู่นะ คิดดูสิลูกชายของมหาเศรษฐีที่มีเพียบพร้อมทุกอย่างทั้งเงินทองและชื่อเสียงจะมาชอบเด็กผู้ชายธรรมดาหน้าตาบ้านๆแบบชั้นได้ยังไง แล้วเดเมี่ยนก็ไม่ได้เป็นเกย์ด้วย แต่พอชั้นตัดสินใจชอบผู้หญิง ชั้นก็ไปหักอกเธอมาทั้งๆที่เธอก็ชอบชั้น แล้วชั้นก็แกล้งร้องไห้เพื่อกลับไปเรียกร้องความสนใจให้เดเมี่ยนมาเห็นใจชั้นบ้าง เห็นแก่ตัวมั้ยล่ะ”

“จอนนายพูดอะไรอยู่น่ะ ชั้นไม่เข้าใจ” เจ้าของชื่อคว้าร่างคนตรงหน้าเข้ามากอดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขากระชับอ้อมแขนให้แน่นกว่าปกติ มันมีอะไรหลายๆอย่างยุ่งเหยิงกันในหัวเขาไปหมด เดี๋ยวก็ความฝัน เดี๋ยวก็เรื่องจริง แต่ทั้งความทรงจำและเสียงเรียกของใครสักคนคนนั้นมันทำให้เขาเข้าใจหมดแล้ว

โลกนี้ไม่ใช่โลกของเขา เป็นเพียงแค่โลกที่เขาอยากให้เป็นเท่านั้น

จอนชอบเดเมี่ยน แต่ในความเป็นจริงเดเมี่ยนไม่ได้ชอบเขา แบบมากกว่าเพื่อนอ่ะนะ เขาอยากจะเป็นคนปกป้องอีกฝ่าย เพราะฉะนั้น ฮีโร่ในโลกนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมี อยากจะเป็นความทรงจำดีๆในวัยเด็กให้ อยากทำให้เดเมี่ยนมีความสุขเหมือนที่พวกพี่ชายของเจ้าตัวทำได้ เพราะที่โลกนั้น เขาทำไม่ได้สักอย่าง เดเมี่ยนไม่เคยเปิดโอกาสให้เขาเข้าหาเลย เจ้าตัวมองเขาว่าเป็นเด็ก เป็นฮีโร่รุ่นน้องที่คอยสร้างปัญหารบกวนให้เท่านั้น เขาก็แค่อยากให้    เดเมี่ยนมองเขาเป็นผู้ชายคนนึง

แต่เขาจะมาฉวยโอกาสจากเดเมี่ยนคนนี้ไม่ได้ มันไม่ยุติธรรมกับเดเมี่ยนตัวจริงแล้วก็เดเมี่ยนในฝันของเขา พูดแล้วน่าสมเพชชะมัดทั้งๆที่ตัวเองก็เผลอจูบอีกคนไปแล้ว

และถ้าให้เลือกโลกที่อยากอยู่ ยังไงเขาก็ต้องกลับไปโลกที่เขาเป็นซุปเปอร์บอยอยู่แล้ว

“ที่นี่เป็นความฝันของชั้น ที่นี่ไม่เคยมีอยู่จริง เป็นแค่ภาพลวงตา”

“จอน ไม่นะ นายพูดอะไรออกมา” เด็กหนุ่มอายุ 15 รู้สึกว่า บรรยากาศรอบกายของเขา เริ่มเปลี่ยนไป เดเมี่ยนในฝันจับมือเขาแน่นขึ้น มันเหมือนกับจอทีวีที่ไม่มีสัญญาณมีแต่คลื่นซ่าๆ แล้วที่ที่เขายืนอยู่จากห้องฉายดาว ก็กลายเป็นห้องนอนของเขา แล้วก็ตัดมาที่ในรถประจำทาง วนเวียนไปมาจนน่าปวดหัว

สุดท้ายพวกเขาสองคนก็มายืนอยู่บนลิฟต์ตัวเดิม

“นายอยากเลิกกับชั้นงั้นเหรอจอน ชั้นทำอะไรผิด”

นายไม่ผิดหรอก แต่ชั้นมีคนที่ต้องกลับไปหา”

“คนใจร้ายที่นายเล่าเมื่อกี้งั้นเหรอ”

“อื้ม”

“นายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยากให้นายกลับไปหารึเปล่า เขาไม่คิดถึงนายด้วยซ้ำ”

“นั่นสิ แต่ชั้นคงเป็นไอโง่จริงๆ ที่อยากจะกลับไปแอบรักหมอนั่นต่อล่ะนะ”

จอนยิ้มเซงๆกับตัวเอง ก่อนจะยื่นมือกดเปิดประตูลิฟต์ เขาปล่อยให้คนตัวเล็กกว่าเดินออกไปก่อน แต่จังหวะที่ขาก้าวตามไป สายพานที่แบกน้ำหนักลิฟต์โดยสารตัวนี้ก็ชำรุดกะทันหัน ถ้าเขาไม่ได้ออกมาก่อน ก็คงจะตายไปพร้อมกับลิฟต์ที่ตกไปนั่นแหละ เด็กหนุ่มหลับตาปี๋ โชคยังดีที่เดเมี่ยนเอื้อมมือมาจับเขาไว้ แต่เรี่ยวแรงของคนตัวเล็กแบบนั้นคงถือเขาไม่ได้นานเท่าไหร่หรอก จอนรู้ดี เขาเงยหน้าไปมองหน้าตาที่ถอดแบบมาจากคนที่เขาแอบชอบ

“จอน จับแน่นๆนะ ใครก็ได้ มาช่วยที มีคนกำลังจะตก”

“เดเมี่ยน ปล่อยเถอะชั้นไม่เป็นไร”

“นายจะบ้าหรือไง ไองี่เง่า นี่ชั้น 7 นะตกไปก็ตายกันพอดีน่ะสิ”

“ฮะๆๆ นี่เป็นคำด่าคำแรกเลยนะ ที่ได้ยินจากปากของนาย”

“มันไม่ตลกเลยนะ จับชั้นเอาไว้ ใครก็ได้ ได้ยินมั้ย”

“นี่ เดเมี่ยน ถ้าสมมติว่ามีชั้นกับคนธรรมดาคนนึงอยู่ตรงนี้ แล้วลิฟต์เกิดตกขึ้นมาเหมือนตอนนี้นายจะช่วยใคร” เขายังคงมองหน้าของเดเมี่ยน มือสั่นๆของเจ้าตัวเหมือนเป็นสัญญาณว่าไม่ไหวแล้ว แต่ถ้าไม่ปล่อยมือจากเขา มีหวังได้ตกตามกันไปด้วยแน่ๆ

“ไม่น่าถามนี่นา ก็ต้องช่วยนายอยู่แล้วสิ นายเป็นคนสำคัญของชั้นนะ”

….

“ถึงตอนนี้นายจะสมองเพี้ยนๆไปแล้วก็เถอะ ปฏิเสธไม่ทำอะไรกับชั้นในท้องฟ้าจำลอง แถมยังพูดถึงผู้ชายอีกคนต่อหน้าชั้นอีก แย่ที่สุดเลยแต่ว่า

….

“แต่ว่านะ ชั้นก็รักนายอยู่ดี นายเป็นฮีโร่คนแรกของชั้น รู้ไว้ด้วยนะ จอน”

“เดเมี่ยน ขอบคุณนะที่รักชั้น แต่นายรู้อะไรมั้ย เดเมี่ยน เวนย์ที่ชั้นรู้จักน่ะ เขาจะไม่เลือกช่วยชั้นหรอก”

“แล้วนายจะไปแคร์หมอนั่นอีกทำไมเล่า”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่อีกอย่างนึงนะ สีที่ชั้นชอบน่ะ คือ สีเขียวมรกต สีของดวงตาของนายต่างหากล่ะ เพราะฉะนั้นปล่อยมือเถอะ ได้เวลาที่ชั้นต้องตื่นแล้ว”

“จอน

“ขอโทษที่จูบนายไปนะ แล้วก็ขอบคุณที่พาชั้นมาเดต วันนี้สนุกมากๆเลย”

“จอน ชั้นน่ะ-” ไม่ทันที่จอนจะได้ฟังเสียงของอีกคนพูดจบ เขาก็บีบข้อมือจนอีกฝ่ายต้องเผลอปล่อยเพราะความเจ็บ แล้วปล่อยร่างตัวเองลงมา เขารู้ว่าถ้าตกลงไปเขาจะตาย แต่เฮ้ บางทีเขาก็อาจจะตื่น ตื่นขึ้นมาในโลกความจริงอีกครั้ง จอนภาวนาให้เป็นอย่างนั้น

ก็เคยได้ยินมานี่นา ว่าถ้าอยากตื่นจากฝันเราต้องกระทบกับอะไรแรงๆ

 

 

แรงของฝ่ามือที่สัมผัสหน้า ทำให้เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมา โจนาธาน เคนธ์พบว่าตัวเขากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของตัวเอง ภาพที่สะท้อนเข้ามาในตาเป็นภาพเพดานสีขาวว่างเปล่าของห้องเขา และ ฝ่ามือของใครสักคนที่ลอยมากระทบหน้าเขาพอดี แรกเริ่มนั่นเขาไม่รู้สึกตัวเท่าไหร่ แต่พอได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเองนานเข้า และ รอยเจ็บที่แก้มเริ่มชาจนรู้สึกได้ เขาก็ลืมตาตื่นเต็มที่

“จอน ตื่นมาสักทีเซ่”

“เดเมี่ยน!?” เด็กชายคว้ามือเล็กที่กำลังจะตบหน้าเขาไว้ได้ทันท่วงที เจ้าของชื่อเงยหน้ามามองเขาแบบอึ้งๆ

“จอน รู้สึกตัวแล้วเหรอ”

“เดเมี่ยน นายมาที่นี่ได้ไงน่ะ แล้วนี่อะไรบนตัวชั้นเนี้ย” เขายังงงอยู่ปรับตัวไม่ทัน เดเมี่ยนมาอยู่ในห้องเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไม่ได้รับคำตอบอะไรสิ้น คนตัวเล็กกว่าตะโกนมาพร้อมกับเขวี้ยงเบิร์ดดาแรงมาที่หน้าอกเขา

“ใช้ฮีทวิชชั่นยิงใส่มันซะ!!” มันคือต้นไม้อะไรสักอย่าง จอนทำตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างว่าง่าย เขากระชากไอที่เกาะตัวเขาอยู่ออกไปบนพื้น แล้วจัดการปล่อยเลเซอร์ที่ตาเผามันในชั่วพริบตา

ทั้งห้องตอนนี้มีเด็กวัยรุ่น 2 คน กำลังมองซากสิ่งมีชีวิตต่างดาวสภาพไหม้เกรียมจนมีควันลอยออกมา คนที่เพิ่งได้สติหันหน้าควับไปทางอีกคนที่ยังคงอึ้งๆอยู่

“นายไม่เป็นไรนะ จอน”

“ห้ะ อื้อ ชั้นโอเค นี่ชั้นเป็นอะไรไปหรอ”

“กาฝากที่นายกำจัดมันไปเมื่อกี้ คือ แบล๊ค เมอซี่ มันยึดร่างคนโดยทำให้ร่างที่มันสิงติดอยู่ในฝันที่ไม่มีวันตื่น”

“แล้วนี่ชั้นยังฝันอยู่หรือเปล่า”

“ให้ชั้นตบหน้านะอีกทีมั้ยล่ะ”

“โอ ไม่ล่ะ ขอบใจ” จอนรีบชูมือขึ้นปฏิเสธ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถกแขนเสื้อพร้อมจะลงไม้ลงมือกับหน้าเขา

“หึ แล้วนายฝันว่าอะไรล่ะ”

“ฝันว่าอะไรงั้นเหรอ” จู่ๆเรื่องราวทั้งหมดในโลกที่เขาฝัน ก็ฉายวนซ้ำเหมือนหนังฟิลม์ ที่พีคคือความรู้สึกต่างๆที่ยังจับได้รางๆ ดันเป็นเรื่องบนท้องฟ้าจำลองซะส่วนใหญ่เนี่ยสิ

อ่า ในฝัน เขาเผลอไปจูบกับเดเมี่ยน แถมยังเกือบจะมีอะไรกันแล้วด้วย ลูกชายของบุรุษแห่งความหวังก้มลงไปมองมือตัวเองยังจำความรู้สึกที่เคยกอดคนตรงหน้าในสภาพเปลือยท่อนบน เขาเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ถามเมื่อกี้

แล้วเขาก็หน้าแดงขึ้นมาแบบไร้สาเหตุ

“เฮ้ ได้ยินหรือเปล่า”

“เอ่อ ห้ะ เดเมี่ยนนายอย่ารู้เลยดีกว่าแค่ฝันไร้สาระน่ะ ฮะๆๆๆ” เขาแกล้งเนียนหัวเราะไป โชคดีที่เดเมี่ยนไม่ได้ชอบสอดรู้เรื่องคนอื่นมากนั้น เลยไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจเท่าไหร่  แต่จอนไม่รู้ว่าภายในชั่ววินาทีร่างตรงหน้าเขาแสดงสีหน้าน้อยใจออกมาให้เห็นเล็กน้อย ก่อนที่จะตีหน้านิ่งเฉยชาใส่โลกเหมือนเดิม

“หรอ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นชั้นไปล่ะ” คนตัวเล็กกว่าพูดก่อนที่จะลุกออกไปจากเตียง หยิบไม้ดามขา แล้วเดินออกจากห้องไปแต่ไม่ทันที่ขาอีกฝ่ายจะก้าวพ้นประตู เสียงเรียกจากเจ้าของห้องก็ดังขึ้นมารั้งไว้ซะก่อน

“เดเมี่ยน นายมาหาชั้น มีธุระอะไรหรือเปล่า ชั้นหมายถึง เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน...”

“ชั้นแค่มาส่งพิซซ่า มันเย็นแล้ว ถ้าจะกินนายก็ยิงฮีทวิชชั่นอุ่นหน่อยละกัน”

“ไม่ใช่แค่นั้นสิ เรามีเรื่องต้องคุยกัน” จอนวิ่งเข้ามาดึงแขนเดเมี่ยนเอาไว้ แต่ก็ถูกสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี

“แต่ชั้นไม่มีอะไรจะคุยกับนาย ชั้นจะกลับแล้ว”

“นายน้อยใจที่ชั้นไม่เล่าเรื่องฝันให้ฟังหรอ”

“ชั้นไม่สนใจเรื่องฝันปัญญาอ่อนของนายหรอก ชั้นบอกว่าชั้นจะกลับ ปล่อยสักที” แต่คนอายุน้อยกว่าสนใจไม่เขาลากอีกฝ่ายมานั่งบนเตียงข้างๆ   เขาดีๆ ลูกชายของมหาเศรษฐีพยายามรั้งขาตัวเองไว้แต่แรงเด็กเอเลี่ยนนี่มากกว่าเขา แถมยังต้องพยุงขาข้างเดียวไม่ให้ล้มลงไปด้วย

“ไม่ จนกว่าจะตอบคำถามของชั้นมาก่อน”

“อะไรล่ะ” เดเมี่ยนถามน้ำเสียงปนรำคาญ ในเมื่อจอนก็ตื่นแล้ว คาร่าก็บินกลับไปทำธุระต่อเมื่อ 15 นาทีที่แล้ว คลากก์ เคนธ์ เจ้าของบ้านก็กำลังจะกลับบ้านในอีกไม่นาน ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องอยู่ต่อแล้วนี่ ไม่ได้น้อยใจอย่างที่ไอเด็กเวรพูดสักนิด

“สมมตินะเดเมี่ยน ถ้าชั้นที่พลังหมดกับคนธรรมดายืนอยู่บนลิฟต์-

“โฮ่ ปัญหาเชาว์หรอ หรือ แบบทดสอบทางจิตวิทยา นายไปถามเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนไม่ดีกว่าหรือไง”

“อย่าขัดสิ ต้องเป็นนายเท่านั้น”

“ชิส์ จะพูดอะไรก็รีบพูด”

“แล้วถ้าเกิดลิฟต์ตัวนั้นเกิดตกขึ้นมา นายจะเลือกช่วยใคร”

…..

“จอน รู้ตัวมั้ยว่าคำถามนายมันดูถูกสติปัญญาชั้นมากเลย”

“ชั้นจริงจังนะ”

“หึ ได้ ยังไงการช่วยเหลือพลเมืองก็ต้องมาก่อนสิ” ว่าแล้วเชียว เดเมี่ยนตัวจริงต้องเป็นฮีโร่แบบนี้แหละ เด็กหนุ่มคิดในใจ เดเมี่ยนที่เข้มแข็ง       ปกป้องผู้อื่น และ ไม่สนใจใยดีเขานี่แหละ คนที่เขาแอบชอบ ถึงแม้จะรู้สึกผิดหวังในคำตอบนิดๆก็เถอะ แต่ จอน นายก็รู้ดีนี่ว่า เดเมี่ยนจะตอบอะไร นายไม่น่าถามทั้งที่รู้คำตอบเลยว่ะ

“หรอ...ก็ว่างั้นแหละ ฮะๆ”

“ถ้ารู้แล้วก็ปล่อยมือชั้นสักที ชั้นจะได้กลับ” เขาปล่อยมืออีกฝ่ายแต่โดยดี คนอายุมากกว่าใช้ไม้ดามขา ค่อยๆเดินออกจากไปจอนก้มหน้านั่งมองมือตัวเอง

ในฝันเขาได้จับมือกับเดเมี่ยนตลอด เขาชอบที่ได้จับมือเย็นๆนั่นและทำให้มันอุ่นขึ้นด้วยตัวเขา แต่ ในความจริงมีกำแพงที่สูงใหญ่มากกั้นอยู่ระหว่างเขากับอีกฝ่าย เดเมี่ยนไม่มีวันยิ้มให้เขา เดเมี่ยนไม่มีวันพูดกับเขาดีๆ และ ไม่มีวันที่จะชอบเขา

“แต่ว่า...นายคงจะดูถูกชั้นมากเกินไปถ้าคิดว่าชั้นช่วยคนสองคนในเวลาเดียวกันไม่ได้”

“หืม หมายความว่าไง” จอนเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ริมประตู เดเมี่ยนไม่ได้หันหน้ามามองเขา

“ถ้านายหมดพลังไปจริงๆมันก็ช่วยไม่ได้ ยังไงชั้นก็ไม่ปล่อยให้ใครตายไปต่อหน้าต่อหรอก คิดว่าชั้นเป็นใครกันห้ะ”

“.....”

หรือบางทีกำแพงที่จอนคิดว่ามี มันอาจจะไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก

“เดเมี่ยน”

“อะไรอีก”

“คือว่า...” ชั้นชอบนาย ชอบมาตลอด เป็นแฟนกับชั้นนะ พูดออกไปสิจอน

“ห้ะ” แค่คำ 3 คำง่ายๆเอง ทำไมมันถึงพูดยากแบบนี้

“เอ่อ...”

“ชั้นฟังอยู่ มีอะไรก็พูดมา” จอนเร็วเข้าสิ เดเมี่ยนอยู่ตรงหน้านายแล้วนะ มันจะยากอะไรกัน

“เอ่อ คือ...”

“ว่าไง” หายใจเข้าลึกๆ เอาล่ะนะ สาม สอง...

“นายอยากรู้หรือเปล่าว่าชั้นฝันว่าอะไร”

“อยู่ดีๆก็นึกอยากเล่าขึ้นมาเหรอไง ได้ ว่ามาสิ”

“ชั้นฝันว่า-” 

...

..

.














____________ The END _____________

Talk : เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยที่แต่ง Y แบบออกนอกหน้า (ฮา) เป็นเรื่องที่ใช้เวลาแต่งนานนนนนนนมาก แล้วก็ยากสำหรับเรามากเลยค่ะ

คือถ้าเป็น Batfamily คนอื่นๆ โลกใน Black Mercy จะคิดง่ายมาก แต่พอเป็นน้องจอนแล้ว เอ้า อินี่ก็ชีวิตลัลล้าดีนี่นา แต่งไงดีเนี่ย

สรุปก็ออกมาเป็น 23 หน้าใน word (ทำไปได้ยังไง งงตัวเองเหมือนกัน (- _-)'')  ถ้าถามไรท์ว่าตอนจบน้องจอนได้เป็นแฟนกับหนูเมี่ยนมั้ย

ขอสปอยไว้ตรงนี้เลยนะคะ ว่า ".........." แบร่ คิดเอาเองค่ะ //โดนจอนยิงเลเซอร์ใส่  

ได้แรงบันดาลใจจาก Black Mercy ใน supergirl ss1x13 กับ Justice League Unlimited Episode For The Man Who Has Everything ค่ะ 


*อัพเดท มีภาพประกอบกับเขาสักที ขอบคุณ Bakaaochan จ้า ความเมี่ยนวิ่งตามจอนนี่มันช่าง

ทวิตเตอร์ไรท์ : llau_7yacht บางอันก็ไม่เอามาลงเด็กดี (อะไรหว่า)


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ +-.แลนข้ามคลอง.-+ จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 01:31
    แงงง ชอบมากกกก ลุ้นอยากให้คบกันนน
    #8
    0
  2. #7 เพนกวิน
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 14:06
    คือพล็อตดีงามเว่อร์ แต่ที่ชอบกว่าคือน้องเมี่ยนของเรา555 อีตาจอนไม่รู้ไม่สนค่ะ เราจะเอาเมี่ยน//หลบเกิบจอน

    ปกติเราจะลำไยคาร่าในฟิคเรื่องอื่น แต่ฟิคของไรท์ดีงามมากจริงๆ คือชอบ เลิกอ่านฟิคคนอื่นไปเลย
    #7
    1
    • 14 เมษายน 2561 / 00:21
      คาร่ามาเป็นสาววายค่ะ 5555 ตำแหน่งแม่ยกจอนเด ต้องยกให้นาง .

      ขอบคุณนะคะที่ชอบผลงานของเรานะคะ//กราบงามๆ
      เป็นคอมเม้นต์ที่ทำเราเขินเลย ทำเอาอยากเขียนเจเดเมี่ยนเลยเนี่ย

      เราไม่ได้เขียนดีขนาดนั้นหรอกค่ะ มีคนอื่นๆคอยช่วยด้วยเลยมันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้
      อยากให้ลองอ่านฟิคของคนอื่นบ้างนะคะ :D อ่านแต่ของเราอาจจะพลาดฟิคสนุกๆดีๆอีกเยอะเลย ^w^/
      ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะ // ตีลังกากราบ 4 ตลบ
      #7-1
  3. วันที่ 1 กันยายน 2560 / 11:45
    อือหืมมมม คือเรื่องมันดีมากๆเลยค่ะ ชอบที่จอนหลังรักเดเมี่ยนแล้วแบบหลอกๆว่าอกหัก ฮ่าาาา คาร่าก็น่ารักชอบที่ยุให้จูบกัน สงสัยจะแอบสังเกตถึงความต้องการจอนลึกๆได้เบา55555 แต่งสนุกมากเลยค่ะ
    #6
    1
    • 3 กันยายน 2560 / 20:52
      ขอบคุณที่ชอบค่าา เขินเลย //นอนตายอย่างสงบ
      น้องจอนก็จะหลงรักน้องเมี่ยนต่อไป ไรท์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนจบเขาคู่กันหรือเปล่า (เอ้า)
      เรื่องนี้เกือบมีซัมติงอินท้องฟ้าจำลองแล้วค่ะ แต่ลบไปก่อนด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจ
      (ฮรือ T^T)/ นายจะไปฉวยโอกาสไม่ได้แต่ไรท์คิดไปไกลโน่นแล้ว
      ขอบคุณที่ตามอ่าน และเอ็นดูน้องนะคะ
      #6-1
  4. วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 22:19
    น่ารักจังเลยค่ะ เดเมี่ยนนี้น่ารักจริงๆ
    #5
    1
    • 6 สิงหาคม 2560 / 14:35
      'เดเมี่ยนนี้' เดเมี่ยนไหนคะ น้องในฝันจอน หรือ น้องตัวจริง
      แต่คนไหนก็น่ารักหมดเนอะ (ฮา)
      เราจะมาฟินความน่ารักของน้องไปด้วยกันค่ะ //จับมือหลบเลเซอร์จากคริปโตเนี่ยนคนนึง
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ //ก้มกราบงามๆ
      #5-1
  5. #4 มุก
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 14:04
    โอ้ย ดีงามม เชื่อมพลอตเก่งมากเลยค่ะ เล่าสลับจังหวะก็ดี ตีคาร์ก็ดี อ่านเพลินมาก ขอบคุณนะคะ
    #4
    1
    • 28 กรกฎาคม 2560 / 18:14
      ขอบคุณคนอ่านเหมือนกันค่ะ ซึ้ง //ซับน้ำตา (T^T)/
      ตอนเขียนตัวเมี่ยนในฝัน นี่แทบกุมขมับเลย นี่มันใช่เดเมี่ยนแน่ๆเหรอ (แต่แอบชอบความไม่ซึนของนาง 555)
      ส่วนจอน ใจจริงอยากให้แบบทะลึ่งหน่อยๆ ไม่อยากให้สุภาพบุรุษเกินไป
      กลัวจะเลี่ยน แต่นางเป็นถึงซุปเปอร์บอย เลี่ยนไม่เป็นปัญหา เพราะเป็นเอเลี่ยน (มุขฮามั้ย)

      ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ ส่วนตอนไล่ลำดับเรื่องจริงๆพาร์ทที่เป็นจอนเขียนยากกว่าเดเมี่ยน
      เพราะเราชอบน้องเมี่ยนมากๆ พล็อตหนูเสร็จไวมาก ของอิจอนยังไม่ถึงไหนเลย ฮือ T^T
      ตอนแต่งก็คิดอยู่ว่าจะจบมั้ย 555
      #4-1
  6. วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 01:26
    เมี่ยนไม่ซึน ไม่ขี้โอ้ ไม่ขี้บ่น ไม่ใช่เมี่ยนนะคะจอนนนนนน~!!!! ของแท้ ของจริง มันต้องเมี่ยนน้อยตราเด็กเปรต(ฉายาที่ได้ยินบ่อยมากๆ...น้องทำไรผิดดดด)เท่านั้นนะคะจอนนนนนนน
    #3
    1
    • 28 กรกฎาคม 2560 / 18:01
      ฮาตรง'เมี่ยนน้อยตราเด็กเปรต' 555 เดี๋ยวนะ!?
      เดเมี่ยนแบบไหนจอนก็รักหมดแหละ ฮา ยอมเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์~~
      แต่ถ้าถูกใจอิจ้อนจริงๆน่าจะเป็นเมี่ยน ver. อะไรไม่รู้ตบไว้ก่อน อยากให้จอนเป็นมาโซ
      พอเจอเมี่ยนน่ารักแต่รุกแรงในฝัน เลยมีสะอึกไปบ้าง 555 นายต้องตื่นหยุดมโน
      #3-1
  7. #2 สายฝน
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 04:24
    สนุกมากเลยค่า จอนกับเมี่ยนต้องแบบนี้สิ แบบในฝันนั้นไม่ใช่เด็กเมี่ยนแน่นอน5555
    #2
    1
    • 27 กรกฎาคม 2560 / 10:58
      ขอบคุณที่ชอบค่า 5555 เอาจริงๆแรกเริ่มเดิมทีฉากในฝันยิ่งกว่านี้ แต่ลบไปแล้ว (รู้สึกบาปกรรมมาก ฮา)
      พอคิดไปคิดมาให้น้องจอนเป็นสุภาพบุรุษแมนๆดีกว่า
      ขอเป็นพระเอกในหัวใจเธอไม่ใช่คนฉวยโอกาส~~~
      ส่วนเดเมี่ยนเรายังคงรูปแบบเดิม น่ารักเหมือนเดิม เอานางไปไว้บนหิ้ง (อินี่ลำเอียงกับเดเมี่ยนมาก 555)
      #2-1
  8. วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 16:55
    เพอร์เฟ็ค  พล็อตดีมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วแบบ โอ๊ยยย นี่มันพล็อตหนังชัดๆ 

    ความเจนเทิลของจอนที่ไม่อยากเอาเปรียบเมี่ยนในฝันนี่มัน....55555555 โอ๊ย ดาร์คบ้างก็ได้ลูกเอ้ย แสนดีอะไรขนาดนี้แม้กระทั่งในฝันนะะะ

    ลงตัวมากค่ะ เอาจริงๆแบล็คเมอร์ซี่นี่เอามาเล่นได้เยอะเลย แต่ไม่ค่อยเห็นคนเอามาแต่งกัน  คือแบบสุดยอดมากกกก เพอร์เฟ็คค่ะ ชอบบบ

    ขำซุปเปอร์เกิร์ล แง เธอจะเห็นสิงโตสำคัญกว่าหลานเธอไม่ด๊ายยยยย 555555

    ความสัมพันธ์จอนกับเมี่ยนลงตัวมากเลยค่ะ ชอบความไม่ชัดเจนเหล่านี้มากๆเลย  ตัดไปตัดมาได้ลงตัวจริงๆนะ มีการปูที่เดเมี่ยนบอกจอนเพิ่งหักอกมา แล้วตัดมาที่จอนเฉลยว่าไปหักอกเขา แต่มาเรียกร้อง(ทอแลมากลูก 5555)ความสนใจจากเดเมี่ยนงี้ โอ๊ย ลงตัวมากค่ะ

    ตอนจบสมบูรณ์แบบเลยค่ะ แบบหนังตัดจบเอนด์เครดิตขึ้น โอ๊ยยย อยากยืนขึ้นปรบมือแล้วรอฟังเพลงเอนด์เครดิตให้จบจริงๆ



    #1
    1
    • 22 กรกฎาคม 2560 / 20:35
      ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ชอบ ชมเว่อร์เกินไปแล้ว >----< //เขินจนลอย
      คือที่เอาแบล๊คเมอซี่มาเล่นนี่กะไม่คิดไม่อะไร ดูใน JL แล้วเห็นซุปมันฝัน อยากเห็นน้องจอนเป็นงั้นบ้าง
      แต่พอแต่งจริงแล้ว เห้ย เขียนไงดีอ่ะ จะตาย จะตาย 5555

      ส่วนตัวเราชอบน้องเมี่ยน เมี่ยนคู่กับใครก็ได้ 555 ขอหนูน่ารักแบบนี้ตลอดไป~~
      แต่คิดว่าคู่กับจอนลงตัวสุดละค่ะ //โดนพี่ชายทั้งสามของนางไล่ตบ
      #1-1