คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Batfam] There's a monster under the bed

“เดรค ชั้น..ต้องการความช่วยเหลือ” คนอายุมากกว่าปิดประตูทันทีเมื่อได้ยินเด็กชายพูดจบ เดเมี่ยนต้องวางแผนอะไรบางอย่างกวนอารมณ์เขาแน่ๆ “มี..มีสัตว์ประหลาดอยู่ใต้เตียงชั้น”

ยอดวิวรวม

1,281

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


1,281

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


36
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 ก.ค. 61 / 19:54 น.
นิยาย [Fic Batfam] There's a monster under the bed [Fic Batfam] There's a monster under the bed | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้เป็น Moment พี่น้องอีกแล้วนะคะ (ไรท์แพ้ทางครอบครัว ><) อันนี้จะเมนไปที่ความสัมพันธ์ของ เร้ดโรบิน กับ โรบิน ค่ะ ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นต์ติชมคุยกันได้นะคะ ขอบคุณค่ะ  

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ก.ค. 61 / 19:54


note: อันนี้ประวัติของทิมจะเป็นช่วง New Earth นะคะ 

ทิม เดรค-เวนย์รู้ตัวดีว่าเขาไม่ใช่แฟมิลี่แมน และแน่นอนเขาเกลียดการที่ต้องมานั่งรวมตัวกับพี่น้องทำอะไรสักอย่างร่วมกัน

เช่น การดูหนัง เป็นต้น

ถ้าไม่เป็นเพราะว่าเขารำคาญบวกกับไม่สามารถขัดใจดิ๊ก เกรย์สัน พี่ชายคนโตทางนิตินัยของเขาได้ล่ะก็ สาบานว่าเขาจะไม่มีวันมานั่งบนโซฟาร่วมกับอีก 3 ชีวิตที่เหลือแน่นอน 2 ใน 3 คนนั้นเคยจ้องจะเอาชีวิตเขาด้วย

เหอะแล้วดูอะไร อนิเมชั่นดิสนีย์กับพิกซา Monster inc. เนี่ยนะ จะมีก็แต่คนโตแต่ตัว (น่าจะรู้ว่าใคร) ที่ดูจะสนุกอยู่คนเดียวแถมดูแล้วดูอีกไม่เบื่ออีกต่างหาก

เขานั่งหาวเป็นครั้งที่ 10 เมื่อหนังดำเนินเรื่องมาได้ ประมาณ 30 นาที ชีวิตหนุ่มอายุ 20 ปีของเขากำลังต้องการเวลานอน การเป็นนักศึกษาควบคู่กับการช่วยบรูซทำธุรกิจ และต้องมาเป็นเร้ด โรบินตอนกลางคืน ทำให้ทิม เดรคได้เปิดตัวเปิดใจแฟนคนใหม่เป็นที่เรียบร้อย นั่นคือ มิสกาแฟดำผสมเครื่องดื่มชูกำลัง แม้ว่าจะถูกคนที่บ้านส่วนนึงต่อต้านหล่อนและกีดกันไม่ให้พวกเขาได้เจอกัน และ บางความคิดแช่งเขาว่าสักวันเขาคงจะหัวใจวายตายจากการเสพติดคาเฟอีนเกินขนาด แต่ทิมไม่สนใจ เขาคิดว่าหล่อนนี่แหละคือสุดที่รักและสักวันนึงเขาจะถือโอกาสขอเธอแต่งงาน ความคิดที่วนเวียนในหัว และ รวมถึงการอดหลับอดนอนมา 36 ช.ม. ทำให้เขาโหยหาการนอน และตอนนี้เปลือกตาที่กำลังจะปิดสนิทเต็มที่ กลับถูกขัดจังหวะโดยเสียงตะโกนแหบแห้งน้องชายคนเล็กสุดของตระกูลเวนย์

เดเมี่ยน ไอปิศาจจิ๋วตัวขัดขวางเวลานอนชาวบ้าน

“เกรย์สัน ไอหนังเกรดต่ำไร้สาระนี่เอามาฉายได้ยังไงกัน สัตว์ประหลาดออกมาจากประตูเนี้ยนะ ถ้าเขามองว่ามนุษย์อันตรายแล้วจะมาหาประโยชน์อะไรจากมนุษย์ล่ะ แล้วที่บ้านมนุษย์ไม่มีมาตราการป้องกันเลยหรือไงเชื้อโรคระบาดของสัตว์ประหลาดงี้ เท่ากับเป็นภัยคุกคามของโลกเลยนะ ทำไมไม่มีมนุษย์ฉลาดคนไหนออกตัวมาต่อต้านบ้างเลยหรอ ทำหนังแบบนี้ออกมาได้อย่างไรกัน” ลูกชายคนเล็กของบรูซ เวนย์นอนตะโกนบ่นอย่างหงุดหงิดอยู่บนตักของพี่ชายคนโต 2 คืนที่ผ่านมาเจ้าตัวเล็กของบ้านประสบปัญหาที่เด็กทั่วไปเขาเป็นกัน ไข้หวัดใหญ่ แม้ว่าจะเป็นเด็กแข็งแรง ออกกำลังกายทุกวันก็ตาม แต่ก็ไม่อาจหนีพ้นโรคระบาดตามฤดูกาลที่มาทุกปีได้ ทำให้ต้องนอนซมอยู่แต่ในบ้านมาแล้ว 2 วันเต็มๆ ความหงุดหงิดที่ร่างกายมันไม่สามารถขยับได้อย่างใจนึกและความอ่อนแอจากพิษไข้ที่แสดงออกมาให้คนในบ้านเห็น ทำให้เจ้าตัวอารมณ์เสียอย่างมาก และยิ่งเกรย์สันพามาดูอะไรไร้สาระแบบนี้อุ้มเขากลับไปนอนเล่นในห้องยังดีเสียกว่า  

“เดเมี่ยนอย่าตะโกนสิเดี๋ยวก็คอแดงหรอก แล้วมันก็ไม่ใช่แบบนั้นนะ” ดิ๊ก เกรย์สันพยายามที่จะแก้ต่างให้การ์ตูนโปรดของตน ทำไมต้องมีคนชอบจับผิดหนังอยู่เรื่อยเลยนะแค่ดูและเอนจอยไปกับมันเฉยๆไม่ได้หรือไง แต่เขาก็ไม่อยากสปอยล์เนื้อเรื่องของหนังให้เดมี่ยนฟัง เพราะกลัวเจ้าตัวเล็กจะไม่สนุก

“เออ ไม่อยากยอมรับหรอกนะ แต่ชั้นเห็นด้วยกับเบบี้แบท” เจสันนายมันเป็นน้องชายที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ดิ๊กบ่นในใจแล้วเหลือบตาไปหาความช่วยเหลือน้องชายอีกคน ที่ตอนนี้กำลังใกล้จะหลับ

“ทิมมี่ โอ้ ไม่นะ นายจะหลับไม่ได้”

“หุบปาก ดิ๊ก เป็นเพราะนายบังคับให้ชั้นมาดูหนังน่าเบื่อนี่หรอกนะ”

“โอ้ นายอย่าใจดำงั้นสิ เขาเรียกแฮปปี้แฟมิลี่มูฟวี่ไทม์”

“เกรย์สันบางทีนายน่าจะปล่อยให้เดรคหลับไปนะ เราจะได้หาทางกำจัดเขาง่ายขึ้นเมื่อการ์ดป้องกันลดลง”

“หึ ป่วยแล้วอย่ามาทำซ่า นายรู้มั้ยว่าโลกนี้มีการจัดฉากฆาตกรรมโดยแสร้งว่าผู้ตายป่วยน่ะ”

“ลิตเติ้ลดี ทิมมี่” ให้ตายสิทำไมคนบ้านนี้ถึงได้แต่จ้องจะฆ่ากันเองด้วยนะ พี่ชายคนโตคิดในใจ แล้วพยายามหยุดไม่ให้น้องชายคนเล็กทั้งสองของเขามีปากเสียงกันไปมากกว่านี้

“ทิมมี่นายเลิกขู่เดเมี่ยนสักที น้องชายนายเขาป่วยอยู่นะ”

“ดิ๊ก ก็เพราะนายคอยถือหางเจ้าปิศาจอยู่นี่ไงเล่า น้องชายคนโปรดงั้นสิ ชั้นทำอะไรก็ผิดไปหมดงั้นสิ” ทิม เดรคเถียงออกมาอย่างเหลืออด จะกี่ครั้งพี่ชายคนโตของบ้านนี้ก็รักน้องคนเล็กของตัวเองที่สุด เพราะงี้ไงถึงไม่อยากกลับบ้าน

“ถ้าจะน้อยอกน้อยใจขนาดนั้นนะเดรค ชั้นจะยอมให้นายเรียกชั้นว่าพี่ก็ได้ นายจะได้กลับเป็นลูกคนเล็กเหมือนแต่ก่อน” แม้แต่ตอนป่วยไอเด็กเวรนี่ ก็ยังไม่เลิกหาเรื่องเขาสักที ทิมมองใบหน้าและตาแดงๆของเด็กตรงข้ามที่กำลังแสยะยิ้มให้อยู่และเร้ด โรบิ้นเลือกที่จะไม่ใส่ใจ เขาไม่แคร์อยู่แล้วว่าน้องชายปากไม่ดีของเขาจะพูดอะไร

“เดเมี่ยน หยุดพูดนะ เฮ้ ใครปิดทีวีน่ะ”

“ชั้นเองดิ๊กกี้เบิร์ด ฟังพวกนายทะเลาะกันสนุกกว่าหนังตั้งเยอะ เอาปืนไหมชั้นมีข้างละกระบอก”

“เฮ้อ เจสันนายไม่ช่วยอะไรเลย” ดิ๊กถอนหายใจ อยากจะกลับไปเป็นหนูน้อยมหัศจรรย์โรบินอีกครั้ง แล้วบอกบรูซว่าผมไม่อยากมีน้องชาย น้องทั้งสามกำลังทำเขาประสาทเสีย และหนึ่งในนั้นก็ปิดทีวีขณะที่การ์ตูนเรื่องโปรดของเขากำลังฉาย มันน่า..

“เอาจริงๆนะพี่ชาย การ์ตูนเรื่องนี้มันหลอกเด็ก เด็กทุกคนในอเมริกาต่างรู้ว่าสัตว์ประหลาดไม่ออกมาจากประตูโว้ย มันออกมาจากใต้เตียง”

“เจย์เจย์พูดอย่างนี้ไม่ได้นะ” ดิ๊กเอามือมาปิดหูทั้งสองข้างของเด็กชายที่กำลังนอนบนตักเขา แต่พอมาทวนประโยคหลังอีกทีมันก็มีบางอย่างน่าเห็นด้วยอยู่ที่น้องชายคนโตของเขาพูด เดเมี่ยนเงยหน้ามามองเขา ตากลมๆสีเขียวกำลังตั้งคำถามพี่ชายว่า ไม่ต้องการให้เขาได้ยินอะไร

“เฮ้ เราต้องบอกความจริงให้เบบี้แบทรู้จริงมั้ย เจ้าตัวแทน” ลูกบุญธรรมคนรองของบรูซ เวนย์หันหน้าไปหากำลังเสริมทางน้องคนที่ 3 ของบ้านที่กำลังหยิบป๊อปคอร์นมากินเล่น แก้ง่วง

“จะทำอะไรก็ทำ ขอแค่ไม่ต้องดูหนังเรื่องนี้ต่อก็พอ”

“พวกนาย หนังเรื่องนี้ไม่ดีตรงไหนกันห้ะ” ดิ๊กพยายามแย้งต่อ

“ก็ตรงที่นายดูมันมาเป็น 20 รอบแล้วน่ะสิ” พอเห็นสายตาเหมือนเผลอไปเตะลูกหมาของดิ๊กเข้าก็ทำเอาทิมชั่งใจว่าที่พูดไปเมื่อกี้แรงเกินไปหรือเปล่า แต่เฮ้ เขาพูดความจริงนี่ ใครมันอยากจะดูหนังที่กลับบ้านมากี่ทีก็ดูแต่เรื่องนี้กันเล่า

“มาเล่าเรื่องสนุกๆกันดีกว่า” เจสันถูมือตัวเองไปมา สายตาหวาดระแวงที่ได้มาจากดิ๊ก และ การเมินของเจ้าตัวแทนไม่ได้มีผลอะไรกับสิ่งที่เขาจะพูดเท่าไหร่นัก

“ลิตเติ้ลวิง ชั้นว่าเราดูหนังต่อดีกว่ามั้ย”

“ไม่ดิ๊กเฮด เราจะ ไม่-ดู-หนัง เบเบี้แบทมานั่งนี่มา” เจสันพยายามจะไปอุ้มน้องชายมานั่งที่ตักตนแทนแต่ก็ถูกเดเมี่ยนตบตีประท้วง เหอะ มีหรือที่แรงเด็ก 10 ขวบจะสู้อะไรผู้ใหญ่ได้ เมื่อจัดที่นั่งได้เรียบร้อยแล้วเขาก็กดรีโมทดับไฟในห้อง และลดอุณหภูมิแอร์สร้างบรรยากาศ ก่อนที่ๆจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไฟฉายจ่อหน้าตัวเอง และเริ่มพูดเสียงเบาๆ

“บอกไว้ก่อนเลยนะ เรื่องที่ชั้นจะเล่าต่อไปนี้ไม่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตและ-

“ทอดด์ นายจะทำเสียงตลกๆไปทำไม อื้อ-” เสียงแหบแห้งปนกับเสียงไอแค่กแค่กจากเด็กบนตักดังขัดจังหวะเขา เจสันเอามืออุดปากน้องชายแล้วพูดต่อ

“เฮ้อย่าแทรกพี่ชายสิเบเบี้แบท เรื่องนี้เป็นเรื่องเมื่อตอนชั้นเพิ่งเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์ใหม่ๆ วันนั้นชั้นกับบรูซกลับจากลาดตระเวนเร็วกว่าปกตินิดหน่อย ประมาณ 5 ทุ่มครึ่งชั้นก็เข้านอน แล้วทีนี้ ดิ๊กนายจะเอาหมอนปิดหน้าทำไม”

“ลิตเติ้ลวิง ก็เรื่องนั้นมันน่ากลัวนี่”

“หยุดพูดเลย งดสปอยล์ตรงนี้พี่ชาย ยังมีโรบินอีก 2 คนที่ยังไม่เคยได้ยิน” เจสันปล่อยมือที่ปิดปากน้องชายบนตักของตัวเอง แล้วหันหน้าไปมองพี่น้องอีก 2 คนทางซ้ายมือ ดิ๊กครอบครองหมอนทั้งสองมือ ปิดหน้าตัวเองแล้วกั้นที่ทำอะไรสักอย่าง ที่เจสันเห็นแล้วแทบจะกลั้นขำไม่ได้ อายุจะ 30 แล้วยังทำตัวแบบนี้ ส่วนทิมก็จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ช่างมัน

“ชั้นเป็นโรบินคนเดียว” เดเมี่ยนพูดขึ้นมาและคนที่จะหลับเมื่อกี้ก็พูดย้อนกลับมาทันท่วงที

“ชั้นได้ยินนะปิศาจ” ตกลงเจสันยังเป็นคนเล่าเรื่องอยู่หรือเปล่า

“ฟังสิ แล้วทีนี้ชั้นก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงอะไรตะกุกตะกักอยู่ใต้เตียง เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ แล้วตอนนั้นชั้นก็คิดว่าคงจะเป็นหนูมันวิ่งเล่นแต่พอมาคิดอีกทีอัลฟี่ไม่มีทางปล่อยให้มีหนูเล็ดลอดมาที่คฤหาสน์ได้ ด้วยความสงสัยชั้นก็เลยลุกขึ้นมานั่ง ทีนี้ห้องนอนเก่าชั้นเวลากลางคืนแสงจันทร์มันจะสะท้อนเข้ามาใช่มั้ยล่ะ แล้วชั้นก็เห็นเงาทอดยาวไปที่ผนังห้อง แล้วชั้นก็ตกใจ” เร้ดฮู้ดเล่าเรื่องพร้อมทำเอฟเฟคเสียงประกอบอย่างออกรส เขาหยุดไว้แค่นั้นก่อนที่จะยกเบียร์ขึ้นดื่ม ท่ามกลางสาย 3 คู่ที่จ้องมองเขาอย่างใจจดจ่อ ตลกชะมัด

“….”

แล้วชั้นก็พบว่ามีเงาตัวชั้นเอง 2 คน และเงาคนนึงตาแดงเถือกมาก เจสันกระชับอ้อมกอดเด็กบนตักแน่นขึ้นประกอบกับการเล่าเรื่องของเรา โดยไม่สนใจเสียงโวยวายตามมาของน้องชายคนเล็ก

“เดี๋ยวนะ เจย์นายบอกว่านายเห็นเงาแล้วเงาที่ไหนจะมีลูกตากันล่ะ”

“ก็ใช่น่ะสิเบบี้เบิร์ด ตอนนั้นชั้นคิดว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่าก็เลยขยี้ตาแล้วมองใหม่ แล้วก็ปรากฏว่า-

“หยุดเล่าเถอะเจย์เจย์”

“เกรย์สันนายนี่ใจเสาะจริงๆ”

“เฮ้จะฟังต่อมั้ย แล้วทีนี้ชั้นก็เห็นว่าเงาตัวเองเหลือเงาเดียวเหมือนเดิม แต่พอกำลังจะล้มตัวลงนอนอีก ชั้นก็ได้ยินเสียงร้องคล้ายๆผู้หญิงดังอยู่ข้างหู เหมือนเธอนั่งอยู่ข้างๆนี่เอง ชั้นกลัวมากจะตะโกนเรียกบรูซยังไม่กล้าเลย ในหัวก็คิดว่าไอเจ้าบ้านี่มันเข้ามาได้ยังไง นั่งหลับตาอยู่อย่างนั้น ทำอะไรไม่ถูกเลยล่ะ แล้วสักพักชั้นก็รู้สึกได้ว่าน้ำหนักที่เตียงมันเบาลงไปเหมือนเจ้านั่นลุกออกไปแล้ว แต่ชั้นก็ยังไม่กล้าลืมตาอยู่ดี ความรู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างตัวใหญ่ๆมายืนมองดูอยู่ปลายเตียง แต่เพราะชั้นเริ่มทนไม่ไหว ก็เลยกลั้นใจค่อยๆลืมตา จากนั้นชั้นก็

“ก็…!?

“อะอ้าว อะไรกันนะ ลืมไปแล้วสิ ฮ่าๆ จบแค่นี้ละกัน โอ้ย เดเมี่ยนอย่าดึงผมสิ”

“ทอดด์ ชั้นคิดว่านายจะมีสาระมากกว่านี้แท้ๆเชียว ไม่ต่างอะไรกับเกรย์สันเลย”

“เดี๋ยวนะ ลิตเติ้ลดี ทำไมชั้นถึงรู้สึกผิดล่ะ” พี่ชายคนโตแย้งขึ้นมาเมื่อถูกพาดพิงโดยไม่ตั้งใจ

“เบบี้แบท เรื่องของดิ๊กน่ากลัวกว่าของชั้นอีกนะ” เจสันพูดขึ้นมา ก่อนที่จะถูกแทรกโดยเร้ด โรบินที่นั่งหาวไป กดมือถือไป

“ชั้นยังหาประเด็นไม่ได้ว่าทำไมเราถึงต้องมานั่งเล่าเรื่องพวกนี้กันด้วย”

“ยังไงก็เถอะ ดิ๊กตานายแล้ว” พี่ชายคนรองทำเป็นไม่ใส่ใจก่อนจะโบ้ยไปที่พี่คนโต ดิ๊ก เกรย์สันที่ค่อยๆเอาหมอนปิดหน้าลงมา สักพักหนุ่มๆทั้งสี่ก็ได้ยินเสียงแอร์ในห้องตัด แล้วค่อยๆทำงานใหม่ขึ้นมา ดิ๊กหายใจเข้าลึกๆ ตามองไปที่สายตาอีก 3 คู่ เขาคิดว่าการเล่าเรื่องอย่างว่าในเวลาแบบนี้มันไม่เห็นจะเข้าท่าเลย

“เฮ้อ ตอนนั้นเป็นตอนที่ชั้นเพิ่งเป็นโรบินใหม่ๆ มันเป็นคืนที่ฝนตกหนักมากคืนนึงในรอบปี เราก็เลยไม่ได้ไปลาดตระเวน ชั้นนอนอยู่บนเตียงปกติแต่เพราะเสียงฟ้าร้องทำให้นอนไม่หลับ ทีนี้พอชั้นตัดสินใจลุกหยิบผ้าห่มจะออกไปนอนกับบรูซแล้ว-”

“หยุดๆๆๆ ดิ๊กกี้เบิร์ด ตอนนั้นนายอายุเท่าไหร่” คำถามแทรกจากเจสันทำให้คนเล่าหันหน้าไปมอง และน้องชายคนเล็กของบ้านก็กำลังจ้องเขาอยู่เช่นกัน ทำไม มีปัญหาอะไร

12

“เหอะ” เดี๋ยวนะทำไมเขาเคืองๆที่เจสันจับคู่กับเดเมี่ยนยิ้มเย้ยเขา แปลกหรือไงที่นอนไม่หลับเลยไปหาบรูซน่ะห้ะ เขาหยิบหมอนข้างกายเขวี้ยงไปที่หน้าน้องชายคนโตเพื่อให้หยุดทำหน้าล้อเลียนตัวเอง แต่แทนที่จะเข้าเป้าเพราะระยะใกล้ตัวแต่กลายเป็นว่าอดีตโรบินคนที่ 2 ของแบทแมนอุ้มเด็กบนตักตัวเองขึ้นมาเป็นโล่แทน ที่พีคคือแทนที่เจ้าตัวเล็กจะโกรธใส่เขาที่ปาหมอนใส่ เจ้าตัวกลับตะครุบพี่ชายคนที่ 2 ตบตีจิกข่วนสารพัดจนเจสันที่ทั้งงงทั้งเจ็บต้องตะโกนร้องขอยอมแพ้

“โอ้ย เบบี้แบททำไมเล่นงานชั้นเล่าโอ้ย ดิ๊กเฮด นายเลี้ยงเด็กอีท่าไหนถึงได้ลำเอียงขนาดนี้” เมื่อเห็นว่าลิตเติ้ลดีแก้แค้นให้ตัวเองสาสมแล้ว ดิ๊กแกล้งไอเบาๆ แล้วเริ่มเล่าเรื่องต่อ

“อะแฮ่ม ต่อนะทีนี้ชั้นก็เห็นรอยเท้าเปียกๆจากใต้เตียงไล่มารอบห้องไม่เว้นแม้แต่เพดาน มันเป็นรอยเท้าเหมือนกบตัวใหญ่ๆ แล้วระยะห่างก็เท่ากันหมดเลยอย่างกับว่ามันเดินทะลุผ่านสิ่งกีดขวางรอบห้องได้ทั้งหมดยังไงยังงั้น ชั้นยังไม่เห็นตัวอะไรก็จริงแต่ก็ไม่กล้าลุกออกจากเตียง แค่จะเอื้อมมือไปกดไฟที่หัวเตียงก็ยังไม่กล้าเลย แล้วพอฝนตกข้างนอกก็จะมีแสงฟ้าแลบเรื่อยๆใช่มั้ยล่ะ ทีนี้พอฟ้าผ่ามาอีกทีนึง สิ่งที่ชั้นเห็นก็คือ-”

“ฮัดชิ่ว”  

“เจ้าหนูอย่าขัดได้มั้ยเล่า”

“มันเป็นเงาดำๆกับดวงตาใหญ่ๆ กำลังห้อยหัวลงมามองชั้นอยู่บนเบดาน สิ่งที่ชั้นทำตอนนั้นคือตะโกนลั่นแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องบรูซ ยังดีใจไม่หายเลยว่าถ้าตอนนั้นชั้นมัวแต่ช๊อคอยู่กับที่ ชั้นจะโดนอะไร เฮ้ แอร์ห้องนี้เย็นกว่าปกติหรือเปล่าเนี่ย”

“ดูเหมือนว่าข้างนอกฝนจะตกน่ะ ดิ๊ก แล้วหลังจากนั้นนายทำอะไรต่อ” ทิมที่ไม่ได้พูดมาตั้งนานพูดขึ้น เขารู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดที่พวกพี่ชายเล่ามาเนี้ยต้องการแค่ให้เขากับเด็กปิศาจกลัวแค่นั้นหรือเปล่า ถ้าใช่ก็พวกนั้นคิดผิดแล้วล่ะ ไม่มีความน่ากลัวหรือสยองขวัญอะไรเลยสักนิด มีแค่เรื่องเด็กที่นอนคนเดียวคิดไปเอง และเขาก็รู้สึกว่าเด็ก 10 ขวบที่นั่งกอดอกอยู่บนตักเจสันก็คงคิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่น่าขำที่เจ้าหนูนี่ตั้งอดตั้งใจฟังเหมือนกับมันเป็นเรื่องสำคัญมาก

“อืม พอตอนเช้าชั้นก็ลากบรูซเข้ามาในห้องแล้วชั้นก็ไม่เห็นรอยเท้าเปียกๆนั่นเลย ชั้นขอให้บรูซเอาสเปรย์ฉีดไล่สัตว์ประหลาดทั่วห้อง ก็คิดว่าจะไม่มีอะไรแต่แล้วคืนนั้นชั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากใต้เตียงมันเป็นเสียงร้องครวญคราญของตัวอะไรสักอย่าง และชั้นคิดว่าน่าจะเป็นตัวเดียวกันกับตัวเมื่อคืน แล้วก็มีเสียงขูดขีดพื้นเหมือนอะไรสักอย่างใต้เตียงกำลังดิ้นเร่าอย่างทรมาน ชั้นทนไม่ได้ก็เลยวิ่งไปนอนกับบรูซอีกคืนนึง แล้ววันต่อมาชั้นก็ไม่เจออะไรอีกเลย”

“เอะอะก็หนีไปนอนกับคุณพ่อ นายมีศักดิ์ศรีหรือเปล่าเกรย์สัน”

“เวลานั้นชั้นไม่สนศักดิ์ศรีแล้วลิตเติ้ลดี” พี่ชายคนโตเมินสายตาดูถูกที่ได้มาจากน้องชายคนเล็ก ลองมาเป็นเขาดูมั้ยล่ะ การที่อยากจะนอนแต่ต้องคอยระแวงใต้เตียงนอนตัวเองมันเป็นความรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย

แล้วเรื่องเล่าของดิ๊ก เกรย์สัน ก็จบเพียงเท่านี้

“ตานายแล้วทิมมี่”

“ห้ะ อะไร” เร้ดโรบิน ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ ตายังมองไปที่หน้าจอมือถือ โดยไม่สนใจพี่ชายคนโต

“ตานายเล่าเรื่องไง”

“ชั้นไม่มี ขอโทษที ชีวิตชั้นนี่เรื่องสยองขวัญที่สุดก็ตอนหมอผ่าฟันคุดให้นี่แหละ จะฟังมั้ย ตอนนั้น-

“เหวอ อย่าเล่าเชียว ไม่งั้นชั้นจะเอาปืนยิงฟันนายหมดปากแน่ เจ้าตัวแทน” เจสันหยุดไม่ให้น้องชายคนโตบรรยายสิ่งที่น่าจะสยองขวัญที่สุดกว่าของเขาและดิ๊ก ตั้งแต่คืนชีพมา เขายังไม่เคยไปผ่าฟันคุดเลย และด้วยชื่อเสียงเรียงนามอันเลื่องชื่อของคุณหมอและหน้าตาอมทุกข์เป็นเดือนของทิมก็พิสูจน์แล้วว่า เจสัน ทอดด์ตัดสินใจจะไม่ผ่าฟันคุดตลอดชีวิต

“ชั้นว่าพวกเราเลิกเล่าเรื่องแล้วมาดูหนังต่อ- โอ๊ะ ฮัลโหล อ่ะห้ะ ชั้นเอง เอ๊ะ ก็ว่างอยู่นะ มีอะไรหรือเปล่า โอเค โอเคเข้าใจแล้วจะรีบไป บาย” ดิ๊ก เกรย์สันเก็บมือถือใส่กระเป๋า เอามือมาเสยผมที่ปกหน้าแล้วหันไปหาเหล่าน้องชายที่มองตัวเองอยู่

“บาบาร่าน่ะ มีเรื่องด่วนแถว Park row ข้างนอกฝนตกหนักเลยมีอุบัติเหตุนิดหน่อย”

Park row หรอดิ๊กกี้เบิร์ด เฮ้ ชั้นไปด้วยสิ ย่านเก่าชั้นเอง”

“โอเค ไปเตรียมตัวเลย” ดิ๊กพยักหน้าให้เจสันที่เดินออกจากห้องไป ส่วนตนก็ลุกไปเปิดไฟในห้องแล้วอุ้มคุณหนูคนเล็กของบ้านที่ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ขึ้นมา รู้สึกว่าเด็กในอ้อมแขนเขาจะไข้ขึ้นอีกแล้ว เขาหยิบรีโมทแอร์ขึ้นมาปิด กำลังจะหันไปพูดกับทิมก็ชิงพูดเสียก่อนเหมือนรู้ว่าเขาจะพูดอะไรงั้นแหละ

“ดิ๊ก เจสัน เอาจริงดิ ชั้นไป-

“โทษทีทิมมี่ นายต้องอยู่ดูแลลิตเติ้ลดี”

“หา ให้ชั้นอยู่กับเด็กผีนะ ให้ไปกับเจสันยังดีกว่า ดิ๊ก”

“ไม่เอาน่าทิม แค่คืนเดียวเองจนกว่าบรูซกับอัลเฟรคจะกลับมาพรุ่งนี้  อีกอย่างเดเมี่ยนก็ไม่ได้แย่ขนาด-

“ก็เพราะงี้ไง นายก็เข้าข้างเจ้าหนูนี่ตลอดนั่นแหละ”

“ทิม” ก็เพราะนายทำหน้าเหมือนชั้นไปเตะลูกหมาหรอกนะดิ๊ก

“แค่คืนเดียวเท่านั้นนะ” ทิมรับเด็กในแขนพี่ชายคนโตมาไว้กับตน เขาเมินคำขอบคุณของดิ๊กและเดินออกจากห้องไป บางทีเขาก็สงสัยว่าดิ๊กโดนล้างสมองอีท่าไหนถึงได้แคร์น้องชายคนเล็กของตนโอเว่อร์แบบนี้ สัมผัสไอร้อนจากตัวเด็กถ้าเป็นคนปกติก็คงดูน่าสงสารอยู่หรอกนะแต่พอคิดว่านี่เป็นเดเมี่ยนแล้ว หึ ถ้าปล่อยให้ตกบันไดคอหักตายไปตรงนี้เลยจะเป็นไรมั้ยนะ

ทิม เดรค เดินอุ้มน้องชายมาถึงหน้าเตียงของเจ้าตัว เขาวางเด็ก 10 ขวบ ลงไปแทบจะเรียกว่าโยนเสียมากกว่า แปลกดีเหมือนกันที่เด็กบนเตียงนอนหมดฤทธิ์ไม่มีแรงแม้กระทั่งที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านเขา ทั้งที่ปกติก็ตีกันจะตายทุกครั้งที่เห็นหน้า ทิมนั่งมองก้อนกลมๆขดอยู่บนเตียง ในหัวก็เกิดความคิดขึ้นว่า

เขาต้องห่มผ้าให้หรือเปล่า

แต่ความเฉยชาก็ดลบันดาลให้เขาเลือกที่จะเดินกลับห้องตัวเองไปโดยไม่ทำอะไรเลย ทำไมเขาถึงได้ทำตัวใจร้ายใจดำจัง เขาเกลียดเด็กหรอ หึ เปล่า ชายหนุ่มอายุ 20 ปีคนนี้ค่อนข้างมีมนุษยสัมพันธ์ดี และภูมิใจในรูปร่างหน้าตา สติปัญญาความสามารถของตนเองอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่บรูซ เวนย์รับเขามาเป็นลูกบุญธรรม เขาได้เข้างานสังคมบ่อย เจรจาธุรกิจก็มากครั้ง เขาเจอคนหลายประเภท มีเพื่อนหลายคน ต่างเพศต่างอายุ และ แน่นอนรวมถึงผู้หญิง ถ้าจะบอกว่าสิ่งที่ได้จากการมีชื่อเวนย์ติดอยู่บนตัวนอกจากเงินก็รายชื่อผู้หญิงนี่แหละ กะอีแค่เด็กงี่เง่า คนสองคนไม่คณามือเขาหรอก เพราะฉะนั้นความคิดที่ว่าเขาเกลียดเด็กก็ตัดไปได้เลย คำถามต่อมา เขาเกลียดลูกชายคนเล็กของตระกูลเวนย์หรือเปล่า นั่นสิ นั่นเป็นคำถามที่ทิมคอยถามตัวเองทุกครั้งเวลาทะเลาะกับเจ้าเด็กบ้านี่ คำตอบคือ เดเมี่ยนไม่เหมือนเด็กงี่เง่าธรรมดาทั่วไปที่เขาเคยเจอ แถมเจ้าตัวเกลียดเขาก่อน กี่ครั้งที่เขาพยายามเข้าหาดีๆเดเมี่ยนก็จะทำลายมันลง ทั้งต่อหน้าและลับหลังดิ๊กกับคนอื่นๆ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีพี่ชายคนโตมาคอยโอ๋เด็กเวรนี่ และเขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ตั้งแต่ที่ถูกแย่งชื่อโรบินไป และความสำคัญที่ถูกทำให้ลดลงโดยสายเลือดที่แท้จริงของบรูซ คิดหรือเปล่าว่าเขาพยายามแทบตายกว่าจะได้ชื่อนี้มา แล้วดิ๊กก็โยนมันให้เดเมี่ยนเฉยๆเนี่ยนะ คงสรุปได้แหละว่า

เขา(คงจะ)เกลียดเดเมี่ยน

ช่างมัน ดิ๊กกับเจสันไปข้างนอกคงใช้เวลาไม่นาน ตีสัก 5 ชั่วโมงอย่างมาก ทิมนายแค่อยู่ร่วมชายคาคฤหาสน์กับเดเมี่ยน 5 ชั่วโมง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น แค่หายใจผ่านๆไป

นั่นไง 4 ชั่วโมง 59 นาที แล้ว

ทิม เดรคเดินกลับมาในห้องนอนของตัวเอง อย่างน้อยห้องของเขาก็อยู่ห่างจากเดเมี่ยนมากที่สุด และเป็นหนึ่งในข้อดีไม่กี่อย่างที่เขาจะเลือกกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์ เขาหยิบโน้คบุ้คขึ้นมาพิมพ์รายงานกำหนดส่งสัปดาห์หน้าต่อเรื่อยเปื่อย แล้วหยิบแฟนสุดที่รักขึ้นมาดื่มไปพลางฟังเสียงฝนตกข้างนอกที่เหมือนจะตกหนักขึ้นกว่าเดิมไปพลาง

ผ่านไปได้สักพักใหญ่ๆ ในหัวตอนนี้นอกจากเคาท์ดาวน์เวลาที่พวกพี่ชายจะกลับมา ก็แทบจะไม่มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่บนหน้าจอโน้คบุ้คเลย

ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกผิดด้วยนะ

เร้ด โรบินวางมือลงจากคีย์บอร์ด นั่งกัดฟันตัวเอง ในใจก็นึกถึงเด็กที่นอนป่วยอยู่อีกห้อง ป่านนี้จะหลับแล้วหรือยัง แล้วถ้าเจ้าหนูไข้ขึ้นหนักกว่าเดิมเพราะเขาไม่ยอมห่มผ้าให้ล่ะ มันเป็นสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบไม่ใช่เหรอ แต่เฮ้ เขาแค่รับปากดิ๊กว่าจะอยู่เป็นเพื่อน ไม่ได้บอกว่าจะดูแลซะหน่อย เดเมี่ยนจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่เกี่ยวกับเขา ใช่มั่ยล่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเขา ทิโมธี หยุดคิดและทำงานต่อ นายจะมาเสียสมาธิเพราะแค่เด็กคนเดียวที่ดูแลตัวเองไม่ได้ไม่ได้นะ แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะคีย์บอร์ดอีกครั้ง ก็มีเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นและเขาได้ยินเสียงเหมือนบางอย่างระเบิด แล้วจู่ๆไฟก็ดับไป จะมีก็แต่หน้าจอโน้คบุ้คของเขาที่ยังสว่างอยู่

หม้อแปลงระเบิดงั้นเหรอ เขาคิดในใจ

เฮ้อ ดูท่าพวกพี่ชายคงจะกลับบ้านช้าแบบไม่มีกำหนดแล้วล่ะ

และทิม เดรคก็เลิกนับถอยหลัง

.....................

...........

........

เดเมี่ยน เวนย์ลืมตาตื่นขึ้นมาจากอาการปวดหัวรุนแรง พบว่าตัวเองนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงนอนในห้องของเขา คงจะเป็นเกรย์สันที่อุ้มเขามาวางไว้ที่นี่ เด็ก 10 ขวบพยายามลุกตัวขึ้นแต่เรี่ยวแรงที่หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ทำให้เขาไม่สามารถสั่งการร่างกายส่วนไหนได้เลย เขาเกลียดช่วงเวลาแบบนี้ เขารู้สึกอ่อนแอ รู้สึกเหมือนเด็ก น้อยครั้งนักที่เขาจะป่วย แต่พอเป็นทีไรมันก็หนักจนต้องใช้เวลารักษาเป็นสัปดาห์ทุกที แม้จะมีความรู้สึกดีที่เกรย์สันกับคุณพ่อจะเอาใจเขาเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่เคยทำได้แล้วมันกลับทำไม่ได้ในตอนที่ป่วยก็ไม่ใช่เรื่องที่เดเมี่ยน เวนย์โหยหานัก อย่างเช่น การลุกขึ้นนั่งด้วยตนเอง เป็นต้น

เด็กน้อยกลั้นหายใจพยายามออกแรงจนสามารถลุกขึ้นมานั่งผิงผนังได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าจะต้องแลกด้วยเหงื่ออันมหาศาลซึมเต็มเสื้อของเขาก็ตาม และเขาก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า ห้องเขาไฟดับ คงเพราะเหตุนี้ทำให้เขาได้ยินเสียงฝนตกข้างนอกได้อย่างชัดเจน แม้ว่าหูจะอื้ออยู่ก็ตาม

สิ่งที่จะเดเมี่ยนตั้งใจจะทำต่อก็คือหายาแก้ปวดกิน นึกขึ้นได้ว่าล่าสุดเกรย์สันวางยาของเขาไว้ที่โต๊ะห้องของตัวเอง เขาสาปแช่งพี่ชายคนโตเบาๆในใจ เอามือลูบหน้าลูบตาตัวเอง แล้วตัดสินใจล้มตัวนอนต่อ ไม่ทันที่หัวจะถึงหมอน ก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังตะกุกตะกักอยู่ใต้เตียง

อะไรน่ะ เด็กน้อยลืมตาขึ้นมาในความมืด ชั่งใจอยู่ว่าควรตะโกนเรียกใครสักคนดีมั้ย หรือ จะก้มลงไปดูดี แต่จู่ๆเรื่องที่พี่ชายคนรองพูดขึ้นมาเมื่อตอนไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัว

ตอนนั้นชั้นเห็นเงาตัวเองอีกคนมีตาแดงเถือก

พอดีกับที่เด็กชายหันไปเห็นเงาสะท้อนจากผนัง ตอนนี้ใต้เตียงเขามีเงาดำๆใหญ่ๆ และตาของมันก็มีสีแดงอย่างที่ทอดด์ว่า แต่มันมีถึง 4 ตา ตามด้วยเสียงอะไรเคลื่อนไหวอยู่ใต้เตียงเขายังไม่หายไปไหน

จะทำยังไงดี

เดเมี่ยน เวนย์กำลังตัวสั่นเพราะพิษไข้ (ไม่ใช่ความกลัวสัตว์ประหลาดที่เกิดจากเรื่องเล่าของพี่ชาย) เขาไม่กลัวอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่เป็นโรบินมาก็ใช่ว่าจะไม่เคยสู้กับสิ่งชีวิตรูปร่างหน้าตาแปลกๆ และด้วยสายเลือดเวนย์ กับ อัลกูล ที่ไหลอยู่ในกาย คำว่ากลัวไม่เคยมีอยู่ในสมองเขาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่เพราะอาการป่วยบ้าบอนี่ ทำให้เขาไม่สามารถจัดการกับอะไรก็ตามที่อยู่ใต้เตียงได้ตามลำพัง ดังนั้น

เด็ก 10 ขวบ ใช้แรงเท่าที่มีลุกออกไปจากเตียง และเดินออกจากห้อง ขาเล็กๆของเขาสัมผัสถึงบางสิ่งนุ่มๆจากใต้เตียงที่มาโดนตอนกำลังก้าวออกไป สันนิฐานได้ว่าตัวอะไรก็ตามมันไม่ใช่มนุษย์แน่นอน

“เกรย์สัน” เด็กน้อยเคาะประตูอยู่ 3 ทีเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนในห้อง ก็เลยถือวิสาสะเปิดประตูชะโงกหน้าไปและสิ่งที่พบคือ ความว่างเปล่า

เกรย์สันไปไหน ไม่อยู่หรอ

เดเมี่ยนค่อยๆเดินเข้าไปในห้อง หยิบยาแก้ปวดที่โต๊ะเล็กๆข้างๆเตียงขนาดใหญ่ของพี่ชายคนโต เปิดฝาแล้วหยิบแคปซูล 2 เม็ดกลืนลงคอไปในทันที ต่อให้มาแล้วไม่เจอใคร แต่อย่างน้อยก็มาไม่เสียเที่ยว เขาคิดเช่นนั้นก่อนที่จะได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังมาอีกระลอกผ่านทางหน้าต่าง แล้วเรื่องที่ไนท์วิงเล่าก็ดังขึ้นมาในหัวจนได้ อาจจะเป็นความบังเอิญที่ตอนนี้ เด็กน้อยดันมองเห็นรอยเท้าเปียกๆทั่วบริเวณห้องพอดี และที่เกรย์สันเล่าต่อก็คือ ถ้าชะโงกหน้าขึ้นไปมองเพดานล่ะก็...

..............

........

....

ทิม เดรค เงยหน้าขึ้นมาจากจอโน้คบุ้ค เมื่อรู้สึกได้มีคนมาเคาะประตูห้องเขาอยู่หลายที ระบบประมวลผลในสมองตอนนี้ก็คาดเดาว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู น่าจะเป็นเด็กคนเดียวที่อยู่ในคฤหาสน์ตอนนี้ ลางสังหรณ์ไม่ดีของทิมบอกว่าเขาไม่ควรจะลุกออกไปเปิด แต่ความรู้สึกผิดในตอนแรกเป็นตัวฉุดให้เขาเอื้อมมือไปที่ลูกบิดประตู

“มีอะไรปิศาจ”

“เดรค ชั้น..ต้องการความช่วยเหลือ”

ปึก!! คนอายุมากกว่าปิดประตูทันทีเมื่อได้ยินเด็กชายพูดจบ เดเมี่ยนต้องวางแผนอะไรบางอย่างกวนอารมณ์เขาแน่ๆ แล้วกับคนที่ไม่ได้นอนมา 36 ช.ม. ยิ่งข้างนอกฝนตก ข้างในไฟดับ แถมแอร์ก็เปิดไม่ติดอารมณ์เขาก็ไม่ดีอยู่แล้ว ไม่ ชายหนุ่มอายุ 20 จะไม่มีวันให้เด็กอายุน้อยกว่าเขาตั้งครึ่งมาบ่อนทำลายชีวิตเขา

แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีก คราวนี้มาพร้อมเสียงตะโกนแหบแห้งรวมถึงเสียงไอจากคนที่อยู่ด้านนอก

“เดรค ชั้นพูดจริงๆ ชั้นต้องการความช่วยเหลือ”

“เดรค ชั้นไปหาเกรย์สัน กับ ทอดด์แล้ว พวกเขาไม่อยู่”

“เดรค!! แค่ก แค่ก” เดรคนั่น เดรคนี่อยู่นั่นแหละ เขาชื่อ ทิม (เดรค) เวนย์โว้ย อยากตอกย้ำว่าเขาไม่ใช่ลูกชายที่แท้จริงของบรูซนักใช่มั้ยปิศาจ ไฟก็เมื่อไหร่จะมาสักที ร้อนโว้ย และด้วยความโมโหที่รวมถึงสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยทำให้เขากระชากประตูเปิดออกมาอย่างหงุดหงิด เห็นเด็กชายยืนท่าเดิมอยู่ คนอายุมากกว่าหรี่ตามองไปที่ดวงตาสีเขียวมรกตของน้องชาย

“มีอะไรก็พูดมา เร็วๆ ห้า สี่...”

“ช่วยฉีดสเปรย์แอนตี้มอนเตอร์ใต้เตียงชั้นที”

“โอเค ชั้นทำไม่ได้ กลับไปนอนซะ” เขาแทบจะปิดประตูทันทีตั้งแต่คิดจะเปิดมันใหม่ แต่ครั้งนี้ เร้ด โรบิน พลาดไป เดเมี่ยนเอาเท้ากับมือตัวเองมากั้นไว้ไม่ให้เขาปิดประตูได้ เขาหัวเราะเยาะใส่ความพยายามของน้องชาย แน่นอนว่าเขาสามารถใช้แรงปิดประตูได้ในทันทีโดยไม่ต้องสนมือกับเท้าเล็กๆที่ยันประตูอยู่นั่น แต่คำพูดของเจ้าเด็กปิศาจมาขัดความคิดเขาไว้

“มี..มีสัตว์ประหลาดอยู่ใต้เตียงชั้น”

“หา นี่นายไข้ขึ้นจนเพี้ยนไปแล้วงั้นหรอ” ทิมแกล้งเอื้อมมือไปแตะหน้าผาก เรียกว่าตบเสียมากกว่า แต่ก็โดนเดเมี่ยนตีมือกลับมาทันที

“อย่ามาแตะ มีสัตว์ประหลาดอย่างที่ทอดด์กับเกรย์สันว่าจริงๆ” ตอนนี้ทิมรู้สึกอยากลากเดเมี่ยนกลับไปปล่อยที่ห้องเจ้าตัว ถ้าจับขังไว้ในตู้เสื้อผ้ายันเช้าเลยดีมั้ยนะ แต่สายตาจริงๆจังที่จ้องมาที่เขาอย่างคาดหวัง ทำให้เขาแกล้งต่อไม่ลง

“นี่ปิศาจ พูดตรงๆ เรื่องที่เจสันกับพี่ชายสุดที่รักของนายเล่าน่ะมันเป็นเรื่องที่กุขึ้น”

“ไม่จริง”

“หึ คิดดูสิ เจ้าพวกนั้นมันยังเด็กคงจะหลอนไปเองตามประสา คนนอนคนเดียว เดเมี่ยนนายเองก็เป็นเด็ก พอได้ยินเรื่องพวกนี้ ก็เลยเอาเก็บไปคิดแล้วก็หลอนไปเอง สรุปนะมันเป็นเรื่องไร้สาระและเสียเวลาสำหรับชั้นมาก เพราะฉะนั้น เอามือกับเท้าที่ขวางประตูออก แล้วกลับห้องไปนอนซะ”

“แต่ว่า-”

“ไม่มีแต่ หรือจะให้ชั้นอุ้มไป”

“ขอนอนด้วยได้มั้ย” อาจจะเป็นเพราะได้ยินประโยคคำถามกึ่งขอร้องที่ดังออกมากจากปากของเด็กคนสุดท้ายบนโลกที่ทิมคิดว่าตัวเองจะได้ยิน จู่ๆเขาก็ไม่ในใจหูของตัวเอง เลยถามกลับออกไปอีกที

“หา”

“ชั้นขอนอนด้วยได้มั้ย” เดเมี่ยนจ้องลึกไปที่ดวงตาสีฟ้าของพี่ชายของตน ในใจของเด็ก 10 ขวบหวังว่าวิธีนี้จะได้ผล แต่เขาคิดผิดไป

“เสียใจนะหนูน้อย ชั้นไม่ใช่ดิ๊กแล้วก็ไม่ใช่พ่อบังเกิดเกล้าของนาย กลับไปนอนห้องตัวเองซะ” คนอายุมากกว่าตัดสินใจออกแรงปิดประตูอย่างไร้เยื่อใย คิดว่าเขาแคร์หรอ เหอะ ไม่มีทาง เดเมี่ยนเป็นเด็กที่เขา(คงจะ)เกลียดนี่ จู่ๆมาอ้อนแบบนี้ถึงแม้ถ้าเป็นเด็กปกติมันก็คงดูน่ารักอยู่หรอก แต่นี่ใครหลงกลก็บ้าแล้ว

เขากลับมานั่งพิมพ์รายงานต่อ แล้วหยิบแฟนใหม่ขึ้นมาดื่มคาเฟอีนให้หมดก่อนจะโยนข้ามหัวอย่างสวยงาม คาดว่าเธอคงจะนอนอย่างสงบสุขอยู่แถวๆพื้นนั้นแหละ แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพัก ความรู้สึกแปลกๆทำให้เขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตูอีกครั้ง แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจในครอบครัวยอดนักสืบสักเท่าไหร่

เดเมี่ยน ยังยืนอยู่ที่เดิม

ให้ตายสิ ดิ๊ก บรูซ ใครก็ได้ กลับมาสักทีเถอะ

“เฮ้อ เข้ามา” ทิมเปิดประตูให้กว้างขึ้นแล้วปิดมันลงเมื่อร่างอีกร่างเดินเข้ามา พอเห็นเด็กชายยืนมองสภาพภายในห้องแบบอึ้งๆ ความรู้สึกหงุดหงิดก็ผลุดขึ้นมา เขาเดินกลับไปนั่งบนเตียงอย่างเซงๆ

ทำไม ห้องชั้นรกแล้วมันทำไม อยากเข้ามาอยู่เองนี่

“หึ รับสภาพไม่ได้ก็กลับไปนอนห้องตัวเองซะ”

“เปล่าสักหน่อย ยังไม่ได้พูดอะไรเลย” หน้าฟ้องซะขนาดนั้น ไอลูกคุณหนูเอ้ย

“หึ นายจะอยู่ส่วนไหนก็ได้ ยกเว้นบนเตียงนี้ ห้ามแตะต้องอะไรทั้งนั้น ขยะบนพื้นก็ห้ามแตะ นายไม่มีสิทธิ์ ถ้าชั้นเห็นว่ามีบางอย่างในห้องเปลี่ยนไปสักนิดล่ะก็ ชั้นจะลากนายกลับไปนอนที่ห้องของนาย เข้าใจตรงกันนะปิศาจ ทีนี้นอนซะ” เดเมี่ยนพยักหน้าให้พี่ชายก่อนที่จะนั่งลงไปบนพื้นแถวๆประตูห้อง

“ขอบคุณนะ เดรค”

“เฮ้ เฮ้ นายพูดขอบคุณเป็นด้วยหรอเนี้ย เหลือเชื่อ”

“มันแปลกมากเลยหรอ”

“อ่า แปลกตรงที่นายพูดกับชั้นนี่แหละ นายเกลียดชั้นไม่ใช่เหรอไง”

“คำว่าขอบคุณจำเป็นต้องพูดกับคนที่รักด้วยหรือไง” ให้ตายสิ ไม่ชอบคุยกับเด็กเลยจริงๆ เดาทางยากชะมัด

“เปล่า ช่างมันเถอะ”

“อีกอย่างชั้นก็ไม่ได้เกลียดนายสักหน่อย” เด็กชายนั่งก้มหน้าพูดพึมพำอยู่คนเดียว มันไม่ใช่ความรู้สึกเกลียด มันเป็นความอิจฉามากกว่า เดเมี่ยน เวนย์แรกเริ่มเดิมทีไม่ได้อยากเป็นโรบิน ตั้งแต่ที่เขาได้เจอกับแบทแมน ทิม เดรค คือโรบินคนปัจจุบัน เป็นทั้งลูกชายบุญธรรมที่มีชื่อเสียงของบรูซ เวนย์ และในฐานะโรบิน ความสามารถในการสืบสวนก็เป็นเลิศกว่าโรบินคนอื่นๆ ระดับเดียวกับแบทแมนเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญคือคุณพ่อเชื่อใจเดรค มันน่าเจ็บใจตรงที่พอมองกลับมาที่ตัวเองทั้งๆที่เป็นลูกชายแท้ๆของคุณพ่อ แต่คุณพ่อก็ไม่เคยรู้ว่าเขามีตัวตนจนกระทั่งเขาอายุได้ 10 ขวบ กับคนที่ฉลาดแถมได้รับความเชื่อใจจากคุณพ่อแบบนั้น ก็มีแต่สู้แล้วเอาชื่อมาไม่ใช่เหรอไง เขาแค่อยากให้ตัวเองเป็นโรบินเพื่อที่คุณพ่อจะได้สนใจบ้างแค่นั้นเอง

แม้ว่าจะต้องเล่นสกปรก อย่างการทำลายความหวังดีที่อดีตโรบินคนที่สามของคุณพ่อหยิบยื่นให้ แล้วโยนอีกฝ่ายตกจากไดโนเสาร์ที่ถ้ำ จนบาดเจ็บถึงขั้นต้องใส่เฝือกก็ตาม

ขนาดแย่งชื่อมาได้แล้ว คุณพ่อก็ยังไม่เชื่อใจเขาอยู่ดี

และพอเห็นหน้าพี่ชายคนที่สามที่คฤหาสน์ทีไร เขาก็ไม่กล้าสู้หน้า พูดอะไรไม่ถูก จนต้องทะเลาะกับพี่คนนี้อยู่เรื่อยไป

ถ้านั่นเป็นเหตุผลที่เดรคจะคิดว่าเขาเกลียดตน ก็คงไม่แปลก

แต่แน่นอนล่ะ พี่ชายคนนี้เกลียดเขาแน่ๆ แค่มองตาก็รู้แล้ว

“เดรค นี่อะไร” เด็กชายหยิบกระป๋องเปล่าๆใกล้ตัวขึ้นมา ก่อนที่จะโดนคนอายุมากกว่าบนเตียงมองด้วยสายตาเมินเฉยปนจิกกัดนิดๆ

“ชั้นบอกแล้วไงว่าอย่าจับของในห้องชั้น”

“กาแฟผสมเครื่องดื่มชูกำลังงั้นเหรอ นายไม่ควรจะกินมัน”

“หึ อย่ามาทำเป็นรู้ดีสั่งสอนคนอื่นไปหน่อยเลย ปิศาจ” เดเมี่ยนวางกระป๋องเปล่าไว้ที่เดิม แล้วนั่งกอดเข่าพิงประตูห้อง ทิมยังคงมองหน้าจอโน้คบุ้คต่อไปโดยไม่สนใจเขา

“เปล่า แค่คิดว่าคนมีความสามารถอย่างนายไม่สมควรจะมาตายด้วยเรื่องแบบนี้”

“ชั้นคงหูฝาดไป ที่ได้ยินปิศาจอย่างนายเป็นห่วงชั้น”

“มันแปลกมากเลยหรอ เดรค นายก็เป็นพี่ชายคนนึงของชั้นเหมือนกัน”

“ถ้าเห็นว่าชั้นเป็นพี่ชายจริงๆ นายควรหุบปาก และนอนไปซะ”

“ถ้านายต้องการอย่างนั้น ราตรีสวัสดิ์ พี่ชาย”

......

ทิม เดรค กำลังนึกถึงคำพูดสุดท้ายของโรบิน เหมือนตอนนี้เขาจะเข้าใจอะไรที่สำคัญมากผิดไป

เฮ้ เมื่อกี้เดเมี่ยนเรียกเขาว่า พี่ชายงั้นเหรอ

......

“ไข้ขึ้นจนสมองเพี้ยนอีกแล้วใช่มั้ย เจ้าหนู” เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากอีกฝ่าย ทำให้คนที่ทำทีว่าจ้องแต่โน้คบุ้คชะโงกหน้าไปมอง ตอนนี้ลูกคนเล็กของบรูซ เวนย์กำลังนอนหลับพิงหัวอยู่ที่ประตูห้องของเขา ไม่มีหมอนผ้าห่ม พ่วงด้วยไข้หวัดใหญ่ ในสายตาคนทั่วไปเขาคงดูเลวมากที่ทำกับลูกชายมหาเศรษฐีได้ลงคอ ใช่ ตอนนี้ทิมก็รู้สึกตัวเองแบบนั้นจริงๆ เขาตัดสินใจปิดอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกค์บนตักแล้ววางมันลงใต้เตียง

“เฮ้ เป็นอะไร ปิศาจ” ทิมรีบลุกขึ้นจากเตียงเอามือไปสะกิดน้องชายหลังจากที่จู่ๆก็หอบหายใจแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสติ ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้แกล้งเขาหรือเปล่า แต่ในหัวของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงของเดเมี่ยนพูดซ้ำไปซ้ำมา

อีกอย่างชั้นก็ไม่ได้เกลียดนายสักหน่อย

“เฮ้ เมื่อกี้ชั้นล้อเล่น ลุกขึ้นไปนอนที่เตียงไป”

นายก็เป็นพี่ชายคนนึงของชั้นเหมือนกัน

“เฮ้ ปิศาจ เมื่อกี้นายเพ้ออะไรน่ะ แถมเรียกชั้นว่าพี่ชายด้วย มาคุยกันก่อนสิ เดเมี่ยน” ดูเหมือนว่าทั้งการเรียกและสะกิดของเขาจะไม่ได้ผล พอจะหลับก็หลับไม่ได้สติ อาจเป็นเพราะผลพวงจากพิษไข้ด้วยหรือเปล่า เขาเอามือไปสัมผัสหน้าผากชื้นเหงื่อของเด็กน้อยอีกที คราวนี้มันร้อนจนเขาต้องชักมือกลับ ควบคู่กับการหอบหนักๆของเด็กตรงหน้า อาการไม่ดีซะแล้ว

ขอบคุณนะ เดรค

แบบนี้เขาก็เป็นคนใจร้ายน่ะสิ

ทิม เดรค ตัดสินใจช้อนตัวเด็กชายที่นอนหายใจแรง อยู่บนพื้น แล้วพาคนป่วยในอ้อมแขนเขาไปที่ห้องนอนของเจ้าตัว เขาคิดว่าอาจจะเป็นเพราะสภาพห้องของเขาทำให้หายใจลำบาก พอออกมา อาการเจ้าหนูก็ดีขึ้น เขาเปิดประตูมาเข้าเห็นสัตว์สี่เท้าสองตัว วิ่งกรูมาด้อมๆมองๆอยู่ระหว่างขาของเขา เหมือนพวกมันจะรับรู้ได้ว่าเจ้านายที่หายตัวไปค่อนคืนได้กลับมานอนแล้ว ปกติสัตว์เลี้ยงทุกตัวจะอยู่ในถ้ำค้างคาว พวกมันขึ้นมาได้ยังไงและตอนไหน เร้ด โรบินคิดในใจ บางทีดิ๊กคงแอบพามันมาเยี่ยมเจ้านายที่ไม่ได้ลงไปหาถึง 2 วัน เขานึกถึงตอนที่เดเมี่ยนสั่งให้ทิทัสหมาร่างยักษ์ไม่ก็อัลเฟรคแมวของเจ้าตัวกระโดดกัดเขาทุกครั้งที่เขาอยากจะเข้าไปเล่นกับพวกมันหรือบางทีก็โจมตีอย่างไร้เหตุผลก็มี ทำให้ทิมไม่ถูกโรคกับสัตว์เลี้ยงตระกูลเวนย์สักเท่าไหร่ แต่แปลกดีเหมือนกันที่ครั้งนี้พวกมันเหมือนจะญาติดีเขาขึ้นมาบ้าง ทิมค่อยๆวางเด็กในอ้อมแขนลงบนเตียงดีๆ แล้วจัดการห่มผ้าให้ แถมการจิกกัดคนที่นอนไม่รู้เรื่องบนเตียงเบาๆ

“เกือบตายในห้องชั้นแล้วมั้ยล่ะปิศาจ บอกแล้วว่าให้นอนห้องตัวเอง ทำคนเขาใจหายหมด”

แล้วเขาก็เกิดนึกถึงคำพูดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนของเด็กชายบนเตียงขึ้นมา คนเป็นพี่ยิ้มอย่างไม่มีเหตุผลพูดกับตัวเอง

“ความจริงชั้นก็ไม่ได้เกลียดนายหรอกนะ น้องชาย”

ทีนี้ เราหายกันแล้วนะ

ทิมรู้ว่าเมื่อถึงวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม เดเมี่ยนจะกลับไปเป็นเด็กเวรเหมือนเดิม ซึ่งมันก็ดีเพราะเขาจินตนาการภาพน้องชายที่แสนดีในคฤหาสน์เวนย์ไม่ออก แล้วก็คงจะเสียดายที่ไม่ได้โดนแกล้งจากเจ้าเด็กแสบนี่อีก เขาเกี่ยไลผมที่ปกหน้าน้องชายออก แล้วมองใบหน้าที่หลับสนิทของเด็กบนเตียง

เป็นครั้งแรกที่เขามองว่า น้องชายเขาตอนนอนหลับก็น่ารักเหมือนเด็กทั่วๆไป

“หึ สงสัยชั้นติดไข้นายแล้วแน่เลย สมงสมองเลอะเทอะไปหมดแล้ว” เขาบ่นใส่คนที่ไม่ได้สติบนเตียง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป คงเป็นความบังเอิญที่จู่ๆไฟดับ ก็เริ่มกลับมาทำงานปกติ คงไม่มีอะไรดีเท่า ได้นอนตากแอร์สบายๆในห้องอีกแล้ว ทิม เดรคเดินกลับห้องไประหว่างทางก็คิดถึงเรื่องที่น้องชายมาหาเขา

สัตว์ประหลาดหรอ ที่เขามั่นใจคือห้องเดเมี่ยนน่ะไม่มีแน่ๆ น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงสองตัวที่นอนเฝ้าเจ้าของอยู่ใต้เตียงเสียมากกว่า แต่เจ้าน้องชายดันไม่รู้ตัว เหอะ ก็บอกแล้วว่า เด็กมันละเมอหลอนไปเอง

ทันใดนั้น เร้ด โรบินก็ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ใหญ่ที่ดังมาจากหน้าห้องที่ตนเดินผ่าน เขาจำห้องนี้ได้มันเป็นห้องของพี่ชายคนโตเขา ดิ๊ก เกรย์สัน

จู่ๆ เขาก็ขนลุกขึ้นมา ความกล้าที่จะเปิดประตูห้องของพี่ชายหายไปซะงั้น

โอ้ พระเจ้าหรือว่าเรื่องที่ดิ๊กเล่าจะเป็นเรื่องจริง

หรือแค่เพราะ นอนไม่พอกันนะ สงสัยต้องอัดแฟนสุดที่รักอีกสัก 2 กระป๋อง

ก็แค่คิดว่าคนมีความสามารถอย่างนาย ไม่สมควรจะมาตายด้วยเรื่องแบบนี้

ไอเด็กบ้าเอ้ย ถ้าชั้นต้องเลิกกับแฟนชั้นเพราะนายล่ะก็....

ช่างมันแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที ทิม เดรคคิดในใจแล้วเดินกลับไปนอนที่ห้อง

___________________________________________The End________________________________________________

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ +-.แลนข้ามคลอง.-+ จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 13:07

    กลายเป็นว่า น้องที่ป่วยกลายเป็นตุ๊กตาของพวกพี่ๆไปแล้ว ใครจะอุ้มก็อุ้มน้องไม่กัด (เอ๊ะ?)

    #8
    0
  2. วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 12:17

    โอ้มายด์โฮลี่ อีนี่พึ่งมาเจอเรื่องนี้ได้ยังไง สนุกมากเลยค่ะ โครตพลาดเลยที่พึ่งมาเจอ หน้าจะเจอให้ไวกว่านี้ บางทีเริ่มจะเปลี่ยนจากชิพน้องจอน จะมาขึ้นเรือทิมเมี่ยนแล้วเนี่ย(คู่ผิดศิลธรรม)ระมุลจิมๆ

    #7
    1
    • 16 สิงหาคม 2561 / 20:33
      เรือทิมเมี่ยนเราก็ชอบค่ะ 5555 เรือผีที่แท้ทรู
      อ่านเร้ดโรบินชอบการจิกกัดกันของพี่น้องคู่นี้มาก อิอิ
      ถ้าชอบสองคนนี้ ได้อ่านของเราอีกเรื่องที่ชื่อ In the puppy house หรือยังคะ (ขายตรงต้องมา ^^)
      #7-1
  3. วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 12:24
    555555กลายเป็นว่าแต่ละคนหลอนเรื่องเล่าของพี่ชายไปหมดแล้วสินะ ทิมมี่ เราว่านายเลิกกับแฟนนายเถอะ เดี๋ยวแฟนนายได้พากลับบ้านเก่าพอดี // อยากอ่านแนวๆพ่อลูกบ้างอ่าไรท์ robin x batman งี้น่าสนใจนะ (ความอยากส่วนตัว) ขอโทษค่ะ
    #6
    1
    • 23 พฤษภาคม 2561 / 00:15
      ตอนแรกกะแต่งให้หลอนค่ะไปๆมาๆเอ้าสดใสพี่น้องซะงั้น งือ ><
      กาแฟกับทิมเป็นของคู่กันค่ะ 5555
      พ่อลูกหรอคะ เป็นความน่าสนใจที่บาปกรรมมากค่ะ *ไว้จะลองแต่งดูค่ะ อิอิ*
      #6-1
  4. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 12:59
    บางทีก็เกลียดตัวเอง นี่ชั้นลืมเม้นเรื่องนี้ไปได้ไง!!!! 5555 ปล่อยเราไป
    ทิมนี่ กาแฟหลายตอนละนะยู เพลาๆบ้างเถ้อะ
    #5
    1
    • 20 พฤศจิกายน 2560 / 21:27
      ลืมเม้นต์ไม่ได้นะ!!? (คุยกับเราเลย 555)
      ตาทิมเป็นแบบนี้ประจำแหละค่ะ เราเข้าใจ เพราะเราก็ติดชาเขียวเหมือนกัน
      ไม่กินแล้วจะ กระสับกระส่ายอยากกิน จะไม่มีสมาธิเลยค่ะ 555 //ขี้เว่อร์ก็เงี้ย
      อยากให้ทิมแสดงความเป็นพี่ออกมาเยอะๆค่ะ แต่ดูๆแล้วยังไงพี่ที่ดีที่สุดของเมี่ยนก็ดิ๊กแหละเนอะ เห้อ ก็เห็นๆกันอยู่ แต่เอามาที 3 คนเลยก็ดีนะ (จู่ๆพล็อตก็มาเฉย เอ๊ะ)
      #5-1
  5. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 01:00
    เดมี่น่ารักมากอ่าาา ชอบในความที่พี่ๆอุ้มน้องนั่งนอนตักกกก >\\\\< น้องกลายเป็นสิ่งที่น่าถนอมมาก อยากให้เดมี่ป่วยไปเรื่อยๆจัง 55555 ดีจังที่ได้เห็นทิมงุ้งงิ้งกับน้องบ้าง
    #4
    1
    • 2 พฤศจิกายน 2560 / 20:35
      ถนอมอยู่แล้ววล่ะค่ะคนนี้ งื้อ น้องน่ารัก >///< ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่ค่อยมีคนพูดถึงทิมในฟิคเท่าไหร่
      บทนางน้อยจนน่าสงสาร ก็เลยอยากเขียนเรื่องของนางด้วย แล้วก็ ชอบเวลาเขียนทิมตรงที่สนุกมากกว่าเขียนเดเมี่ยนกับคนอื่นค่ะ คือ ดิ๊กบางทีเขียนแล้วรู้สึกหลุดคาร์ โอ๋น้องไปบ้าง หรือ โม่ยจังเลยตานี่
      (จะไปทำการบ้านมาใหม่กับตัวละครนี้ค่ะ รู้สึกเราสร้างคาร์ตัวละครนี้มาผิด T^T)

      ทิม เดรค มีอิมเมจของคนฉลาดที่ฉลาดกว่าเดเมี่ยน และ ไม่ค่อยถูกกับเดเมี่ยนเท่าไหร่ แต่จริงๆลึกๆแล้วนางก็ค่อนข้างเอ็นดูน้องชายพอสมควร มันรู้สึกท้าทายดีค่ะว่าจะเขียนออกมาให้นางมีมิติยังไง

      พอกลับมาดูแล้ว ฟิคเรื่องนี้ยังมีจุดอ่อนอยู่อีกหลายจุดเลยค่ะ (T^T) รู้สึกว่ายังต้องพัฒนาฝีมืออีกยาวไกล
      //ขอบคุณที่ตามอ่าน ตามคอมเม้นต์นะคะ รู้สึกดีมากเลยค่ะ //กราบ
      #4-1
  6. วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 09:48
    เฮือกหนูเมี่ยน ทำไมหนูถึงน่ารัก่าฟัดขนาดนี้ลูก >\\\\\<
    #3
    1
    • #3-1 ..-+iiau..-+ (@lancelotkun) (จากตอนที่ 1)
      21 กรกฎาคม 2560 / 16:32
      ฮึ่ยย!!!!~~~ อย่าไปทนค่ะ กระโดดกอดเลย
      เอาใจช่วยให้หลบเบิร์ดดาแรงของนางทัน (ฮา)
      #3-1
  7. #2 สายฝน
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 13:19
    หนูเมี่ยนนนนนทำไมน่ารักแบบนี้
    #2
    1
    • 7 กรกฎาคม 2560 / 20:03
      b(>w<)b ถ้าไรท์เป็นทิมไรท์จะไม่ทน จะนอนกอดเด็กทั้งคืนเลยค่ะ 555
      #2-1
  8. #1 yuzo2 (@yuzo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 00:06
    โอ้ยยยย เมี่ยนขาาาา หนูจะ So Cute ไปไหนคะลูก ป้ารัก ป้าหลงหนูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วน้าาาไม่ขึ้นแล้วน้าาาา
    #1
    1
    • #1-1 ..-+iiau..-+ (@lancelotkun) (จากตอนที่ 1)
      4 กรกฎาคม 2560 / 08:06
      ขอบคุณที่ชอบค่ะ (>w<)/
      เรามาหลงน้องไปด้วยกัน 555
      #1-1