คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Batfam] Favorite Brothers

“เกรย์สันบอกว่าไม่ต้องการผม” แม้ว่าจะเป็นเสียงพึมพำแต่เจสันกลับได้ยินมันชัดเจน เฮ้อ ปัญหาเดิมๆอีกแล้วสิ นี่ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะสาม ไม่สิสี่แล้วมั้ง

ยอดวิวรวม

1,312

ยอดวิวเดือนนี้

16

ยอดวิวรวม


1,312

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


36
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 ก.ค. 61 / 19:48 น.
นิยาย [Fic Batfam] Favorite Brothers [Fic Batfam] Favorite Brothers | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ก.ค. 61 / 19:48


* note : เรื่องนี้เป็นไทม์ไลน์หลัง Battle for the cowl หลังจากไนท์วิงเอาชนะเจสันแล้วกลายมาเป็นแบทแมนแล้วให้เดเมี่ยนเป็นโรบินตัวเองนะคะ โดยเป็นหลังจาก Battle for the cowl ได้ 3 เดือนนะคะ

สิ่งที่เรียกเจสัน ทอดด์ให้ลุกขึ้นมาตอนกลางดึกแบบนี้ คือ เสียงเคาะประตูหน้าอพาร์ทเม้นของเขา เขานั่งเมาขี้ตาตัวเองระหว่างฟังเสียงที่ดังมาจากประตูหน้าเงียบไป ในหัวของคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่นั้นนอกจากคำสบถด่าสาบแช่งวงศ์ตระกูลคนข้างนอกแล้ว ก็มีความคิดที่อยากจะเอาลูกตะกั่วอัดปากตัวการที่บังอาจมารบกวนเวลานอนอันแสนสุขของเขา

แต่ใครมันจะมาหาในเวลาแบบนี้กัน

หลังจากนั่งเรียกสติให้ตัวเองตื่นเต็มที่ เจสันบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นยืน น้อยครั้งที่เขาจะอยู่บนโซฟา และ เขาก็นั่งสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมทุกครั้งที่เขาเลือกนอนโซฟา จะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ครั้งล่าสุดระหว่างที่กำลังจะหลับดี ก็มีตัวน่ารำคาญโทรมากวนซะได้ คนที่ชอบทำตัวเป็นพี่ใหญ่ ไอกระจอกลูกคนโปรดที่มีข้อดีแค่เบียร์ฟรีกับหลอกง่าย หลังจากที่บรูซหายตัวไป และสงครามแย่งชิงตำแหน่งอัศวินแห่งรัตติกาลก็ลงเอยด้วยการที่เจ้าคนโปรดเลือกที่จะเดินตามเงาของแบทแมน หึ แม้ว่าจะโดนคำครหาต่างๆว่าเทียบเงารุ่นก่อนไม่ติดเลยแต่เจ้าตัวก็พยายามสุดความสามารถ ทั้งการเป็นลูกบุญธรรมและพี่ชายที่แสนดีคอยแวะมาหาทำตัวน่ารำคาญให้แอนตี้ฮีโร่อย่างเขาอยากเอากระสุนเป่าหัวให้ตายไปสักทีสองทีเหมือนกัน ก็บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาญาติดีเอาเขามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เจสันตัดขาดจากชื่อเวนย์ตั้งแต่ถูกโจ๊กเกอร์ฆ่าไปตั้งนานแล้ว

ดีเหมือนกัน ทีนี้จะได้ยิงให้รอยยิ้มโง่ๆของไอคนชอบทำตัวเป็นพี่ชายหุบลงซะบ้าง ว่าแล้วก็หยิบปืน .38 ที่นอนอยู่ข้างโซฟา พร้อมกับเดินไปเปิดประตู

แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น พอเห็นผู้ที่มาหาเขาในยามวิกาลไม่ใช่คนที่คิดไว้ ปากที่เตรียมจะด่าก็หุบลงไปเฉยๆ

เขาอึ้งไม่สิช๊อค ไม่สิทั้งอึ้งทั้งช๊อคนั่นแหละ ไออย่างว่า 2 อย่างนี้มันก็ความหมายเหมือนกัน

“เบบี้แบท!?

ตรงหน้าเจสัน ทอดด์ คือ เดเมี่ยน เวนย์ ลูกชายแท้ๆของบรูซ เวนย์มหาเศรษฐีแห่งเมืองก๊อทแธมผู้หายตัวไปแล้วเกือบ 3 เดือน แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีร่องรอยชี้ชัดว่าเจ้าตัวหายไปไหน เด็กชายอายุ 10 ขวบ ยืนกอดอกก้มหน้าอยู่หน้าห้องของเขา

คำถาม คือ เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น

“มีอะไร เบบี้แบท” คนอายุมากกว่ายืนพิงประตูถามออกไป และก็ไม่ได้คำตอบ เหมือนคนฟังจะไม่ได้ยินหรือทำเป็นไม่ได้ยินก็ไม่รู้ เขาเองก็ขี้เกียจยืนนานๆ เพราะกลัวจะเผลอหลับใน เลยเชิญเด็กตรงหน้าประตูถอดรองเท้าเข้ามานั่งในห้อง ตรงโซฟาที่เขานอนเมื่อกี้นี้แหละ

แปลก ใช่ เขารู้สึกแปลกๆ ไอเด็กนี่ปกติก็ไม่ค่อยจะเหมือนเด็ก 10 ขวบทั่วๆไปอยู่แล้ว แต่วันนี้มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ

“เฮ้ ตกลงมีอะไร หืม” อดีตโรบินคนที่ 2 ของแบทแมนวางปืนลงแถวๆนั้นแล้วเดินไปเปิดไฟในห้องนั่งเล่น จึงค่อยกลับมานั่งข้างๆ น้องชายคนเล็กของตน เขานั่งสังเกตปฏิกิริยาเด็กข้างกายอย่างระมัดระวัง จริงอยู่ที่ว่าเขาไม่อยากข้องเกี่ยวอะไรกับครอบครัวเวนย์อีก แต่กับเดเมี่ยนต่างออกไป

ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองเป็นความลับ ไม่สิ แค่ไม่มีคนถามมากกว่า

“เจ้าหนู ถ้าไม่อยากเล่าตอนนี้ ชั้นจะนอนแล้วนะ” เจสันยื่นมือไปลูบหัวเด็กข้างกาย และแสร้งทำทีว่าหาวง่วงนอน สักพักร่างเล็กๆนั่นก็เริ่มขยับตัวนอนราบไปกับโซฟา พยายามหาท่าที่ตัวเองนอนแล้วสบาย ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แล้วยกขาขึ้นถีบหน้าเขา

ไอเด็กเวรนี่มันจงใจแน่ๆ

เขารู้จักกับเดเมี่ยนมาตั้งแต่ 6 ปีก่อน ไม่ใช่เดเมี่ยน เวนย์ แต่เป็น เดเมี่ยน อัล กูล  หลังจากถูกทาเลียแม่ของเจ้าตัวทำให้คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ไข้ราซาลัซบังคับให้เขาไม่สามารถกลับเมืองก๊อทแธมเลยต้องใช้เวลาอยู่ที่สมาคมนักฆ่า ฝึกฝน รักษาตัวจนอาการคุ้มคลั่งหมดไป ระหว่างนั้นทาเลียได้ให้เขาไปเป็นเพื่อนเล่นกับลูกชายของเธอ และด้วยเหตุผลนี้เองทำให้เขาได้พบกับลูกชายของแบทแมน เดเมี่ยน เด็ก 4 ขวบตัวเล็กๆที่ถูกแม่ของตัวเองช่วงชิงวัยเด็กไป เลี้ยงดูโดยหวังจะให้ลูกชายกลายเป็นเครื่องจักรสังหาร เขานึกถึงเหตุการณ์ครั้งแรกที่ได้เจอกับเจ้าตัว การทักทายกันด้วยสายตาใสซื่อบริสุทธิ์ และขว้างมีดใส่หน้าที่กะว่าถ้าเจสันไม่เคยเป็นโรบินมาก่อนก็คงอาจจะไม่ได้มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้

คิดแล้วก็ขำตัวเองชะมัด ที่เคยกลัวเด็ก 4 ขวบจนถึงขนาดวิ่งหนี

แล้วเด็ก 4 ขวบคนนั้นก็กำลังเอาเท้ามาเขี่ยเล่นแถวๆอกเขานี้เองอยู่ในตอนนี้เอง ตั้งแต่ที่เจสันกลับมาที่ก๊อทแธม ทิ้งชื่อโรบินของตัวเองแล้วตั้งตนเป็นเร้ดฮู้ดก็ผ่านมา 5 ปี จนได้มาเจอกับเด็กคนนั้นอีกครั้งตอนสงครามชิงตำแหน่งแบทแมน ครั้งแรกนั้นเขาลืมเดเมี่ยนสนิท ซ้ำร้ายยังเผลอไปยิงใส่เจ้าตัวเล็กอีกด้วย ผลจากความเข้าใจผิดนั้นคือเขาถูกดิ๊กแบนไม่ให้พบกับเดเมี่ยน แต่หลังจากเจอกันโดยบังเอิญตอนกลางคืนนานๆเข้า เขาก็จำได้ว่าโรบินตอนนี้เคยเป็นใคร

และเดเมี่ยนไม่เคยลืมเขา

“เดาว่าเป็นเรื่องของดิ๊กกี้เบริ์ด ใช่มั้ยล่ะ” เจ้าหนูเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ในแววตาสีเขียวมรกตนั่นมีความเศร้าอยู่และแน่นอนว่าเขาเห็นมัน จังหวะเดียวกันกับที่เท้าเล็กตั้งใจจะถีบยอดหน้าเขาอีก แต่ครั้งนี้เขาไหวตัวทันเลยตั้งรับได้ทันท่วงที

“ยุ่ง”

“โฮ่ นี่ใช่คำพูดที่พูดกับพี่ชายหรอ” เดี๋ยวปั๊ด หยิบปืนมายิงทิ้งซะ เจสันมองอีกฝ่ายหยิบหมอนอิงบนโซฟามาปิดหน้าพึมพำอะไรบางอย่าง

“เกรย์สันบอกว่าไม่ต้องการผม” แม้ว่าจะเป็นเสียงพึมพำแต่เจสันกลับได้ยินมันชัดเจน คนเป็นพี่ชายปล่อยมือออกจากเท้าเล็กๆนั่นแล้วเอามือ(คนละข้าง)มาเสยผมที่ปิดหน้าตัวเอง เงยหน้ามองเพดาน

เฮ้อ ปัญหาเดิมๆอีกแล้วสิ นี่ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะสาม ไม่สิสี่แล้วมั้ง

สิ่งเดียวที่เดเมี่ยนต้องการจากบรูซ ที่โรบินทุกคนต้องการจากแบทแมนคือการยอมรับในตัวตนของเขา การพูดเสมือนว่าการมีอยู่ของคุณไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับชั้นทำนองนี้ก็เหมือนกับเอามีดจี้ไฟมากรีดทับบาดแผลเก่าลึกและร้อนที่สุดของเด็ก 10 ขวบข้างๆเจสันตอนนี้ ดิ๊กเองก็น่าจะรู้มาตลอด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมไอพี่ชายคนนั้นถึงได้พูดคำต้องห้ามนั้นออกมา

คำถามต่อมาคือ แล้วเจ้าหนูนี่ไปทำอะไร

“นายขโมยแบทโมบิลไปขับหรือไง” เจสันเดาไปส่งๆ พลางนึกถึงความหวงรถของผู้ใหญ่คนนึงที่เคยทำตัวเป็นพ่อของเขา ไม่น่าเชื่อเลยว่า แค่ขโมยยางล้อรถแบทโมบิลจะทำให้เขากลายมาเป็นโรบิน ตลกร้ายชะมัด

“เกรย์สันไม่ใช่คุณพ่อนะ” บอกเลยว่าการฟังเสียงคนพูดโดยมีหมอนปิดหน้าปิดตาอยู่มันได้ยินลำบากมาก สำหรับคนที่กำลังง่วงนอน คนอายุมากกว่ามองออกไปที่หน้าต่าง ช่วงต้นเดือนเจ็ด เป็นช่วงที่มีฝนตกบ่อยๆก็จริง แต่เขาก็ยังอึ้งอยู่ดีกับความแม่นของพยากรณ์อากาศ ก๊อทแธมซิตี้ว่าจะมีฝนตกประมาณตอนตีสอง พอฝนตกบรรยากาศน่านอนก็เพิ่มขึ้น เจสันค่อยๆไหลตัวเองราบไปกับโซฟา ยกตัวเด็กที่นอนอยู่แล้วให้นอนทับตัวเองอีกที แน่นอนว่าเจ้าหนูบนตัวเขาก็ต้องประท้วงอยู่แล้ว แต่ไหนแต่ไรก็ไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัว แต่มีหรือว่าเขาจะสน เขาแค่ต้องคอยตั้งรับเล็บเล็กๆที่กำลังจะข่วนหน้าตัวเอง หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆเลยเจสันเอ้ย

“ชั้นว่าเจ้านั่นทำตัวเป็นพ่อนายยิ่งกว่าบรูซด้วยซ้ำ” พูดพร้อมกับจับข้อมือทั้งสองของเด็กบนตัวไว้

“ปล่อยนะ” เดเมี่ยน พยายามแกะมือใหญ่ๆที่กุมข้อมือตัวเองอยู่ แต่มีหรือที่แรงเด็กจะสู้แรงผู้ใหญ่ได้ ขณะที่พี่ชายหัวเราะเยาะใส่ในความพยายามอันสูญเปล่าของเด็กน้อย แต่เหมือนเจสันจะคิดผิดที่หยุดแค่มือของเจ้าหนู โดยลืมไปว่าส่วนอื่นของเจ้าหนูนี่ก็สามารถโจมตีเขาได้เช่นกัน และ เด็กชายบนตัวเขาได้เลือกใช้หัวให้เป็นประโยชน์

“ผมพูดไม่ดีกับเกรย์สัน”

“เด็กเวรอย่างนายเคยพูดดีๆใส่ไอคนโปรดนั่นด้วยหรอไง” เขาละจากมือของเด็กชายมากุมหัวตัวเอง โอ้ย หัวหรือหินวะเนี้ย เจสันสบถในใจ

“ผมไปว่าครอบครัวเขา” เจสันเริ่มสงสัยว่างานอดิเรกของเจ้าเด็กนี่น่าจะเป็นการทรมานคนที่โตกว่าตัวเอง ดูจากการที่เจ้าตัวยิ้มไป และมือที่เป็นอิสระตอนนี้เริ่มคิดที่จะหยิกแก้มคนอายุมากกว่าอย่างเขา

แต่เจสันสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงของเจ้าหนูเปลี่ยนไป

ในเมื่อเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เขาจึงนอนนิ่งๆให้เดเมี่ยนดึงแก้มเขาต่อไป ความจริงมันก็ไม่ได้เจ็บเท่าไหร่นัก ออกจะเพลินเสียด้วยซ้ำ หรือว่าเขาเป็นพวกชอบถูกกระทำรุนแรงไปแล้ว ฮ่าๆ

“ผมบอกว่าที่เกรย์สันเป็นแบทแมนได้ห่วยแตกขนาดนี้ ก็คงเป็นเพราะสายเลือดน่าสมเพชของเขานั่นแหละแล้วเกรย์สันก็ไม่พูดกับผมอีกเลย เมื่อคืนนี้ผมไปหาเขาที่ห้องนอน แต่เกรย์สันไม่อยู่ พอไปหาที่ถ้ำค้างคาวเห็นเขากำลังใส่ชุดแบทแมนออกไป ผมเกลียดสายตานั้นของเกรย์สัน”

“ช่วยไม่ได้นี่นาก็นายเป็นไอหนูปากหมา- โอ้ย” อาจจะเป็นเวรกรรมของเร้ดฮู้ดที่ปากหมาพอๆกัน เขาโดนเด็กบนตัวตบหน้า ข้อหาพูดจาไม่ถูกหู และ เดเมี่ยน เวนย์ไม่เคยออมแรง

“ตอนนั้นผมโมโหที่เกรย์สันทำเมิน ผมก็เลยว่าเกรย์สันขี้ขลาด แล้วเขาก็ทำท่าเหมือนจะชกผม แต่เขาก็ไม่ทำ” ลองทำดูสิ สาบานเลยว่าเขาจะยกให้ดิ๊กเป็นพี่ชายคนโปรดเลย ซื้อซีเรียลมาเลี้ยงลังนึงเลยเอา

“แล้วเกรย์สันก็บอกว่า ไม่ต้องการผมอีกแล้ว ฮึก-  เห็นทีท่าว่าน้องชายทำท่าว่าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ก็เป็นพี่ชายเองที่ตกใจ เจสันยกตัวขึ้น เอามือไปตบหัวเดเมี่ยนอยู่หลายที ย้ำว่าตบหลายที ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไปทำไม

“เฮ้ยๆๆ อย่าร้องไห้สิ ชั้นไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กนะเว้ย”  

“ไม่ได้ร้องสักหน่อย ทอดด์ ฝนตกภูมิแพ้ขึ้น” คนอายุมากกว่าขำกับข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น เขาลุกเดินไปที่ห้องครัวเล็กๆด้านในสุดของห้อง เปิดตู้เย็นเล็กๆ ในใจแอบเสียดายที่ไอศกรีมถ้วยสุดท้ายลงกระเพาะเขาไปเมื่อเย็นนี้เอง ความคิดที่ว่าเอาไอศกรีมมาปลอบใจเด็กชายก็เป็นอันต้องตัดไป เจสันเลยตัดสินใจช่างมัน หยิบอะไรสักอย่างที่กินได้ละกัน

“เอ้า กินซะ” ก็คิดว่าตัวเองมีฝีมือยิงปืนที่พอไปวัดไปวาได้อยู่นะ แต่ใครจะไปคิดว่า กระป๋องเครื่องดื่มที่โยนไปจะไปโดนกลางกระบาลไอเด็กเวรนั่นพอดี ก็เจ้าตัวดันไม่รับเองนี่นา แทนที่จะรู้สึกผิดที่เห็นศีรษะน้องชายเริ่มมีสีแดงจางๆ เขากลับสะใจเหมือนได้เห็นภาพสะท้อนของบรูซถูกเขาเล่นงาน ฮ่าๆ เร้ดฮู้ดที่พึ่งทำคะแนนไปเดินถือเบียร์ผิวปากอารมร์ดีกลับมานั่ง เขานั่งมองเด็กข้างกายค่อยๆเปิดกระป๋องแล้วยกเครื่องดื่ม ในใจก็นับถอยหลัง 3..2…1

“อี๊ ทอดด์ นี่มันอะไร” น้ำเสียงและหน้าตาบูดเบี้ยวของน้องชายเป็นสิ่งที่เพลิดเพลินใจพี่ชายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสีหน้าของเด็กขี้โมโหอย่างเด็กข้างๆเขา

“กาแฟรสพิสดารของเจ้าตัวแทนมัน”

“เดรคเอากับดักมาวางไว้ที่นี่หรอ สงสัยหมอนั่นคงคิดแค้นนายจริงๆ หึ” เหมือนเจ้าตัวจะลืมไปว่าเขานี่แหละเอากับดักของเจ้าตัวแทนมาให้ตัวเองกิน แต่อย่างน้อยก็ต้องขอบใจทิมที่อุตส่าห์แช่เครื่องดื่มชูกำลังของตัวเองไว้ในตู้เย็นเขา

เขาสองคนนั่งอยู่เงียบๆ ฟังเสียงฝนตกจากด้านนอก อย่างน้อยเจ้าหนูที่นั่งข้างเขาก็เหมือนจะเลิกร้องไห้แล้ว นั่นถือว่าเป็นข้อดีและผลพลอยได้คือ เขาจะได้นอนสักที เป็นเวลายาวนานก่อนที่คนอายุมากกว่าจะยืนแข้งยืดขาแล้วพูดขึ้น

“ชั้นจะนอนโซฟา เฮ้อ~ ส่วนนายไปนอนบนเตียงในห้องซะ” เขาหาวพลางชี้นิ้วไปที่ประตูห้องนอน

“ไม่ เป็นเจ้าของห้องก็นอนบนเตียงไปสิ ผมนอนโซฟาเอง” เสียงใสๆเถียงตอบเขา

“เฮ้ ก็บอกว่าชั้นจะนอนโซฟา ไป ชิ่ว ไปสิ” เจสันทำท่าโบกไม้โบกมือ แล้วก็โดนเด็กบ้าตบมันลง ตอบเสียงแข็งกลับมา

“ไม่”

“จะเสด็จไปดีๆ หรือจะให้หม่อมชั้นอุ้มเจ้าชายน้อยเสด็จไปบรรทมบนเตียง ฝ่าบาท”

“อย่ามาตลก ถ้านายนอนโซฟา ผมจะนอนพื้น” และแล้วเจ้าตัวเล็กก็เสนอไอเดียที่แม้แต่เขายังไม่อยากจะเชื่อ

“เฮ้ ข้อนี้ไม่มีในช้อยท์สักหน่อย”

“งั้นก็นอนโซฟาทั้งคู่”

“ไม่ ไม่ ไม่ อึดอัดตายพอดี”

“งั้นก็ให้ผมนอนโซฟาสิ ส่วนนายเจ้าของห้องไปนอนเตียง”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้”

“หึ ตามนั้นนะ ราตรี- พี่ชายรีบดึงแขนน้องชายกลับมาเมื่อเห็นเจ้าตัวทำท่าจะลงไปนอนบนพื้นจริงๆ พับผ่าสิ เขาหายใจเข้าลึกๆ แล้วเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาทั้งคู่ขึ้นมา

“ก็ได้ๆ เบบี้แบท ชั้นจะนอนเตียง แต่นายต้องนอนเตียงด้วย โอเคร๊” เขาจับไหล่ทั้งสองข้างของเด็กตรงหน้าไว้หลวมๆ รอคำตอบ ลูกชายของบรูซใช้เวลาทบทวนกับตัวเองสักพัก ก่อนจะพยักหน้าตกลงกับข้อเสนอของเขา

แล้วพวกเขาก็นอนเตียงด้วยกันอย่างสงบสุข นั่นเป็นแค่ความคิดที่เจสัน ทอดด์หวังให้เป็นแบบนั้น แต่ก็เป็นได้แค่ความหวัง

“ทอดด์ นายเอาผ้าห่มกับหมอนข้างไปเลย” เด็ก 10 ขวบ เขวี้ยงหมอนกับผ้าห่มใส่หน้าเขา แล้วเจ้าตัวก็นอนขดเป็นก้อนกลมๆ อยู่ด้านนึงของเตียง แน่นอนว่าเจ้าของห้องไม่ยอมแพ้

“นายเอาไปสิปิศาจ ชั้นมันพวกขี้ร้อน” เขาเขวี้ยงสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามให้มากลับไป แล้วก็กลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้สักพักใหญ่ๆนั่นแหละ

ทั้งหมอนข้างและผ้าห่มตอนนี้อยู่บนพื้นซะแล้ว

“แกเล่นเอาซะเหงื่อแตกเลยนะเนี้ย ไอเด็กผี” คนอายุมากกว่าหอบไปพลางมองหน้าเด็กที่หอบไม่ต่างกันกับเขา

“หึ อยากได้ก็หยิบบนพื้นเอาละกัน”

“ไม่ล่ะ นอนกอดเด็กดีกว่า” เขาแค่คิดแกล้งหยอกเดเมี่ยนเล่นๆ คว้าเจ้าตัวเล็กมาซุกอกไว้หลวมๆ ในใจก็เดาทางล่วงหน้าว่าเจ้าตัวจะประท้วงโจมตีเขากลับมาทางไหน

แต่ใครจะไปคิดว่า เจ้าเด็กบ้านี่กลับยอมให้เขากอดเล่นเป็นหมอนข้างเฉยๆกัน แถมกอดตอบเขาอีกต่างหาก

“ช่วยไม่ได้นะเพราะผมขี้เกียจทำตัวปัญญาอ่อนกับนายแล้ว ทอดด์ พรุ่งนี้เช้าตื่นมานายจะเห็นว่าตัวเองอยู่บนพื้น”

“โอ๊ะ ชั้นถือว่านั่นเป็นคำแทนฝันดีในแบบของเด็กเวรอย่างนายละกัน”

“หุบปากไปเลย”

“กู๊ดไนท์ เบบี้แบท”

กู๊ดไนท์ ทอดด์” เสียงอู้อี้ที่ซุกอยู่อกเขาเป็นสิ่งสุดท้ายที่ได้ยิน ก่อนเขาจะยิ้มแล้วผลอยหลับไป

เจสัน ทอดด์ ชายหนุ่มอายุยี่สิบกลางๆ หลังจากเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมา ไม่มีค่ำคืนไหนเลยที่เขาจะไม่ฝันเห็นถึงภาพเหตุการณ์นั้น ภาพที่ชะแลงเปื้อนเลือดขึ้นลงๆตีเขาจนตาย ภาพของตัวตลกบ้านั่นและเสียงหัวเราะบ้าๆของมัน ฝันร้ายนั้นยังคอยทำร้ายจิตใจเขาทุกคืน จนเขาต้องมานั่งดื่มเบียร์ สูบบุหรี่ หรือแม้กระทั่งหาเวลาว่างไปนั่งยิงคน(ไม่ดี)เล่น เพื่อที่จะลืมๆเรื่องราวหลอกหลอนจิตใจเขาไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ

แปลกดีเหมือนกัน ที่คืนนี้เขาไม่เห็นภาพอะไรแบบนั้นเลย จะเป็นเพราะหมอนข้างใบใหม่ของเขารึเปล่านะ

………………

……..

…..

รอย ฮาเปอร์ หรือชื่อในวงการ เร้ด แอร์โรว์ หรือ อาเซนอล เขา กำลังอึ้งกับช๊อคอยู่ตอนนี้ ไม่สิสองอย่างนี้มันก็อันเดียวกัน ด้วยข้อความที่เพื่อนสนิทส่งมากลางตีสอง

“รอย นายรู้วิธีทำให้เด็กหยุดร้องไห้มั้ย” ใช่ มันเป็น ประโยคคำถามสั้นๆ แต่ที่เขาต้องมานั่งเกาหัวคือข้อสงสัยที่เกิดขึ้นตามมาจากคำถามนั้น เจเบิร์ดมีลูกหรอ มีตอนไหน ยังไง กับใคร ทำไมเขาไม่รู้ ปกติเพื่อนมือปืนศาลเตี้ยของเขาก็ไม่เคยพาคนรักมาให้รู้จักเลย ไปมีลูกได้ยังไง หรือว่า มันไปทำเด็กคนอื่นร้องไห้ตอนออกไปยิงคน(ไม่ดี)เล่นกัน ความคิดที่ตีไปมาอยู่ในหัวนี้ทำให้เขาตอบมั่วๆ ตามสิ่งที่น้ำย่อยตอนนั้นเรียกร้องไปว่า

“คงให้กินไอติมล่ะมั้ง” ใช่แล้ว ไอเพื่อนบ้าก็อ่านไม่ตอบ จนเขาเป็นกังวลว่าเขาตอบไปไม่ถูกใจหรือเปล่า และด้วยความเป็นห่วงความเป็นอยู่ของเพื่อน รวมถึงอยากรู้อยากเห็นส่วนตัวที่เหมือนจะมากไปหน่อยของตัวเอง (น่าจะอย่างหลังมากกว่า) ทำให้เขามายืนอยู่ที่หน้าเตียงนอนของเพื่อนยากซะแล้ว ภาพตรงหน้าที่รอยเห็นคือผู้ใหญ่อายุไล่เลี่ยกันกับเขานอนเปลือยท่อนบนกอดเด็กชายตัวเล็กๆเสมือนเป็นตุ๊กตา หน้าตาของเด็กน้อยมีร่องรอยว่าพึ่งผ่านการร้องไห้มาเมื่อคืน และหน้าของเพื่อนเขาก็มีรอยรูปฝ่ามือเล็กๆที่น่าจะเป็นของเด็กคนนั้นปรากฏอยู่ สมองของรอยรันและประมวลผลจนนึกถึงคำถามของเพื่อนและคำตอบที่เขาให้เพื่อนไป

โอว้ พระเจ้านี่ชั้นทำอะไรลงไป!!

และเป็นเวลาที่ผู้ใหญ่คนนั้นลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี เจ้าตัวก็เหมือนจะตกใจที่เห็นเขาเหมือนกัน

“รอย?

“เอ่อชั้นมาขัดจังหวะการนอนของนายหรือเปล่า เจย์เจย์” ใช่แล้วเจเบิร์ดเพื่อนยาก ค่อยๆตั้งสติตัวเองพอนายลืมตาตื่นเต็มที่นายจะลุกขึ้นมาตะโกนใส่หน้าชั้น

“รอย!! มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ” เจสันรีบเด้งตัวขึ้นมาโดยลืมไปว่าข้างตัวเขามีหมอนข้างมีชีวิตหลับสนิทเกาะอยู่

“เพื่อน ชั้นเข้าใจแล้วที่นายไม่เคยพาแฟนมาเปิดตัว แต่เฮ้ ไม่ได้ว่ารสนิยมทางเพศนายไม่ดีนะพวก แต่นี่มันออกจะเข้าข่ายอาชญากรรม”

“หา!? ไม่ใช่ นี่น้องชายชั้น” เขาพยายามแก้ข้อเข้าใจผิดให้เพื่อนตรงหน้า ลืมไปซะสนิทว่ามีเด็กอีกคนหลับอยู่ เขาชะเง้อไปดูให้แน่ใจว่าเดเมี่ยนยังหลับอยู่ก่อนจะลุกขึ้น หาเสื้อยืดสักตัวในตะกร้ามาใส่ลวกๆ แล้วลากเพื่อนตัวเองออกมานั่งบนโซฟาข้างนอก ให้ตายสิ มีเรื่องแต่เช้าเลย

 

………

…….

…...

เจสัน ทอดด์กำลังจะเป็นบ้า การที่ตื่นมาเจอรอย ฮาร์เปอร์เป็นหายนะ และยิ่งกว่านั้นรอยคิดว่าเขาเป็นตาแก่โรคจิตกินเด็ก เขาพยายามอธิบายให้เพื่อนฟังว่ามันไม่ใช่ แต่ก็อธิบายนานอยู่ล่ะ ก็ภาพที่เห็นมันชวนให้คิดอย่างนั้นจริงๆ

“สรุปเด็กคนนั้นเป็นน้องชายนาย”

“เออ”

“ชั้นคิดว่านายเป็นลูกคนเดียวซะอีก เจเบิร์ด”

“เออ นั่นลูกชายบรูซโรบินคนปัจจุบันน่ะ” รอยพยักหน้าแล้วนั่งคิดอะไรอยู่คนเดียว สักพักก็หันกลับไปถามเพื่อนอีก

“แล้วเขาร้องไห้ทำไมล่ะ”

“มีปัญหากับที่บ้าน เลยหนีมาหาชั้น” พอเห็นรอยร้องอ๋อ เขาก็ถอนหายใจออกมา เฮ้อ กว่าจะเข้าใจ เจสันเห็นท่ารอยจะถามต่อเขาจึงแทรกบทสนทนาขัดจังหวะทันที

“เอ้ออ ยังไงก็เหอะ ที่นายมา เอาปืนใหม่มาให้ชั้นมั้ย”

“ห้ะ เปล่า คือ ใช่ก็ส่วนนึง” รอยก้มลงหยิบของที่เพื่อนฝากไว้ในกระเป๋า ปืนลูกซองโมดิฟายใหม่ลดเสียงและแรงดีดที่เจสันวานไว้เพราะเห็นว่ารุ่นนี้เพิ่งปล่อยขายแถวตลาดมืดสตาร์ลิ่ง ซิตี้ แล้วเขาก็จะใช้ไอนี่แหละ ไปตั๊นหน้าไอพวกที่ขายมันเป็นการทดลองใช้ เจสันเงยหน้าไปขอบคุณเพื่อนสนิทแล้วเดินไปหยิบเบียร์ 2 กระป๋องวางบนโต๊ะ จนรอยอดแซวต่อไม่ได้ว่า

“แต่เช้าเลยนะ เจเบิร์ด”

“ทำอย่างกับนายไม่กินงั้นแหละ” พวกเขานั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยสักพัก ก่อนที่จุดดึงดูดความสนใจจะตกไปที่ผู้มาใหม่ที่เดินงัวเงียออกมาจากห้องนอน

“ทอดด์

“เดเมี่ยนตื่นแล้วหรอ นี่รอยเพื่อนชั้นเอง รอย นี่เดเมี่ยน” เด็กน้อยยังยืนอยู่ที่ประตูไม่ออกไปไหน สายตาจ้องมองไปที่เพื่อนของพี่ชายอย่างจับผิด เป็นรอยที่ลุกออกจากโซฟาแล้วไปหา ย่อตัวลงให้อยู่ประมาณหน้าเด็ก 10 ขวบ แล้วยิ้มให้ ในใจคิดว่าน้องชายเพื่อนคนนี้น่ารักดีเหมือนกัน เขินจนไม่กล้าเดินมาหาเขา ไม่เห็นจะเหมือนเพื่อนเขาตรงไหน

“โยว่ เจ้าหนูโรบิน ชั้น-

“หุบปาก ใครอยากญาติดีกับนาย”

และความคิดเมื่อกี้ของรอยก็หายไป

“โอเค เจย์เจย์ ชั้นผิดเอง เขาเป็นน้องชายนายจริงๆ” จู่ๆเร้ด แอร์โรว์ก็มีความรู้สึกอยากเตะเด็ก แต่ด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจ ทำให้เขาเลือกเดินกลับไปดื่มเบียร์ต่อดีกว่า และยิ่งเห็นรอยยิ้มกวนฝ่าเท้าของเพื่อนสนิทก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวอยากคว้าธนูสีแดงมาปักอกไอบ้านี่ให้ตาย

เจสันนึกถึงเรื่องที่คุยกับรอยตอนเช้าพอดีกับที่เห็นน้องชายเดินออกมา วันนี้เขากับรอยจะไปสตาร์ลิ่งซิตี้ ไปทำเรื่องอย่างว่าน่ะนะ ซึ่งหมายความว่าเขาต้องคุยกับเดเมี่ยนให้รู้เรื่องก่อน เขาเรียกเดเมี่ยนให้มายืนอยู่ตรงหน้าเขา เจ้าตัวเล็กก็ว่าง่ายเดินมาหาเขาแต่โดยดีแม้ว่าใบหน้าจะบึ้งตึงอยู่ตาม ข้อดีไม่กี่อย่างของการคุยกับเด็ก 10 ขวบที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ คือ หนึ่งเขาจะไม่มีวันเถียงคุณ และ สองมันน่ารักมาก

พอมาคิดอีกที จริงๆปล่อยให้ทะเลาะกันไปก็ดีอยู่แล้ว ทำไมแกต้องทำอย่างนี้วะเจสัน

“นายผิด”

“หา”

“แล้วดิ๊กก็ผิด ที่พูดกับนายแบบนั้น” พอเจ้าตัวได้ยินชื่อพี่ชายคนโตก็ดูเหมือนว่าจะลืมตาตื่นเต็มที่

…….

“แบทแมนต้องการโรบิน”

“เกรย์สันไม่ต้องการผม”

“ไม่ คิดดูสิ อย่างน้อยหมอนั่นก็เลือกนายเป็นโรบิน ทั้งๆที่น่าจะเป็นทิม”

“โกหก”

“เฮ้ เจ้าหนู จำตอนที่ชั้นยิงนายได้มั้ยล่ะ หมอนั่นโกรธจนยอมเป็นแบทแมนที่ตัวเองไม่อยากเป็นเชียวนะ ดิ๊กเป็นคนคนหนึ่งที่แคร์นายมากที่สุด และชั้นรู้ดี”

“หยุดพูดชื่อของหมอนั่นซะที” เขาเห็นเด็กตรงหน้าตั้งใจจะเอาเล็บมาข่วนเขา แต่ครั้งนี้เจสันไม่ได้หลบ เขายอมให้เดเมี่ยนข่วนหน้าเขา แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ยอมให้เด็กตรงหน้าได้ถึงขนาดนี้ และ เดเมี่ยนก็ตกใจไม่ต่างกันกับเขา

“ทำไม ทำไมไม่หลบล่ะ ทำไมถึงยอมให้ผมทำร้าย-” คราวนี้เจ้าตัวก็ตั้งใจที่จะโจมตีเขาอีก กลับกันแทนที่จะตั้งรับหรือยอมเหมือนคราวที่แล้วเจสันคว้าตัวเด็กชายตรงหน้าเข้ามากอด

“ดิ๊กต้องการนายเดเมี่ยน นายต้องกลับไปอยู่กับเขา” เดเมี่ยนทั้งทุบหลังที่จิกผมเขา เจ้าตัวพยายามทุกอย่างที่จะไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ยิ่งเป็นต่อหน้าเพื่อนของพี่ชายแล้วด้วย เป็นเวลาสักพักใหญ่ๆถึงสงบลง

“เขาไม่ได้ต้องการผม”

“เฮ้ เราก็รู้ว่าแบทแมนคนนี้ทำตัวไม่ได้เรื่อง มันเป็นหน้าที่ของโรบินไม่ใช่หรอไง ที่ต้องไปเตะก้นเจ้าบ้านั่นให้ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ใช่มั้ย”

………

“ป่านนี้ดิ๊กกี้เบิร์ดตามหานายจนแย่แล้ว เผลอๆร้องไห้ฟูมฟายคนเดียวอยู่ในห้องนู่น อัลเฟรดด้วย เขารู้มั้ยว่านายหนีมาหาชั้น” เด็กชายส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“อัคคิ ก็ไม่ต้องการผมแล้วใช่มั้ยล่ะ เลยอยากให้ผมกลับไปหาเขา จะทิ้งผมไปอีกแล้วใช่มั้ย” เร้ดฮู้ดค่อนข้างประหลาดใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงและสรรพนามเรียกตนอย่างคุ้นหู บางทีส่วนลึกๆของเด็กคนนี้ยังมีเดเมี่ยนเมื่อตอน 4 ขวบหลงเหลืออยู่ เขาลูบหูน้องชายตัวเองเบาๆแล้วคลายอ้อมกอดลง

“ใช่ชั้นอยากให้นายกับไปหาดิ๊ก ฮาบีบี แล้วก็ไม่...คนสุดท้ายบนโลกที่ชั้นไม่ต้องการก็คือนาย เข้าใจนะ”

…..ผมควรไปได้แล้ว”  

“เฮ้ อย่างน้อยก็อยู่กินมื้อเช้า-

“หยุดพูด เพราะผมจะคิดว่าคุณอยากให้ผมอยู่ต่อ”

 “ขอโทษที จะให้ชั้นกับรอยไปส่งมั้ย”

“ไม่ต้อง ผมกลับเองได้”

บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเงียบไปสักพัก ก่อนที่เด็กชายจะย่อตัวลงคว้าแขนของผู้เป็นพี่แล้วประทับรอยจูบเบาๆบนหลังมือใหญ่ เงยหน้าขึ้นมาพูดกับคนตรงหน้า

“วาเดอัน อัคคิ” มันคือการแสดงความเคารพผู้ใหญ่ของเด็กแถบตะวันออก ความอีโก้สูงที่ได้มาจากบรูซทำให้เจสันไม่คิดว่าเด็กตรงหน้าจะทำอะไรแบบนี้ ใจจริงเขาอยากจะคว้าร่างเล็กๆตรงหน้ามาไว้กับตัว แต่สมองมันกลับสั่งให้หยุดอยู่เฉยๆ เด็กคนนี้ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว  ไม่ใช่ตั้งแต่วันที่เขาทิ้งเจ้าตัวมาตั้ง 6 ปี และหันกระบอกปืนใส่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ถูกของดิ๊กที่เขาไม่ควรจะเข้ามายุ่ง ไม่ควรจะมาดูแลเด็กคนนี้อีกครั้ง ในเมื่อเขาเลือกทิ้งสิทธิ์นั้นมาเองกับมือถึง 2 หน ถ้าเขาปล่อยเดเมี่ยนไปแน่นอนว่าเดเมี่ยนจะต้องกลับไปหาพี่ชายคนโตและดิ๊กจะต้องปกป้องน้องชายของตนอย่างสุดความสามารถ บางทีเขาก็รังเกียจความอ่อนโยนของเจ้าบ้าที่ขโมยน้องชายของเขาไป ให้ความรักและดูแลอย่างดีชนิดที่เขาเทียบไม่ติด แต่ก็ลืมคิดไปว่า มันเป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง และครั้งนี้ก็เช่นกัน เจสันเลือกที่จะทำมัน

“บาย ฮาบีบี ไปตั๊นหน้าดิ๊กเฮดให้สาสมเลยล่ะ” คนอายุน้อยกว่าพยักหน้ารับปาก ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับหลังหันเดินออกจากอพาร์ทเมนต์ไปโดยไม่หันกลับมามองเขา เจสันรู้ว่าถ้าแค่เขาเรียกเดเมี่ยนไว้ เดเมี่ยนจะกลับมาอยู่กลับเขา แต่สามัญสำนึกในใจมันบังคับให้เขายังคงนั่งมองแผ่นหลังเล็กๆห่างออกไปอยู่เฉยๆ ในใจของศาลเตี้ยมือปืนแห่งเมืองก๊อทแธมภาวนาว่าขอให้สองคนนั้นทะเลาะกันอีกในเร็วๆนี้ นี่เขาเห็นแก่ตัวหรือเปล่าที่แช่งให้คนสองคนบาดหมางกัน

แรงกระทุ้งที่ท้องจากศอกคนข้างๆเรียกให้เขาหันไปมองใบหน้าอมยิ้มแปลกๆของคู่หู โอย ให้ตายสิ

เจสันลืมไปว่าตั้งแต่เมื่อกี้ไม่ได้มีแค่เขากับเดเมี่ยน ยังมีไอบ้าอีกตัวนั่งนิ่งๆดูภาพเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบอีกด้วย

“โหย ไม่คิดว่าคนอย่างนายจะมีโมเม้นพี่ชายที่แสนดีอะไรแบบนี้ด้วย อั่นแน่ะ อั่นแน่ะ” รอย ฮาร์เปอร์กำลังแซวเพื่อน และเรื่องนี้จะต้องติดหูติดตาเขาไปอีกนาน โชคดีจริงๆที่มาหาเจเบิร์ดแต่เช้า

“แต่ว่านะเจย์ ดีแล้วหรอที่เลือกปล่อยเจ้าหนูไปน่ะ ชั้นว่าเขาอยากอยู่กับนายนะ”

“หึ เรื่องของชั้นน่ะ ให้ไปนั่นล่ะดีแล้ว อยู่กับหมอนั่นเจ้าตัวจะมีความสุขกว่า” แม้ว่าประโยคหลังเขาจะพูดเบาๆเหมือนพูดกับตัวเอง แต่ก็คิดว่าเพื่อนที่นั่งข้างๆน่าจะได้ยินอยู่ดี

“ที่แท้ก็พี่ชายขี้เหงาดีๆนี่เอง โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ โอ้ยเจ็บ” ประโยชน์ของปืนที่ไม่มีกระสุนคือ เอามันฟาดหัวใครสักคนให้หุบปากได้ และเจสันก็ได้พิสูจน์มันแล้วว่าเป็นความจริง

“ไปจัดการเรื่องของเราดีกว่ารอย นายรู้แล้วใช่มั้ยว่าที่กบดานเจ้าพ่อดีลเลอร์ค้าอาวุธเถื่อนอยู่ที่ไหน-

“ครับๆ พี่ชาย ไม่มีเวลาว่างให้ฮีโร่หยุดพักบ้างเลยหรือไงนะ” เขาไม่แน่ใจว่ารอยพูดกับตัวเองหรือพูดกับเขา แต่เจสันก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจหยิบปืนและแจ๊กเก๊ตที่อยู่ข้างๆมาใส่ ก่อนที่จะหยิบหน้ากากเร้ดฮู้ดแล้วออกไปทำธุระตามที่นัดไว้กับเพื่อนเร้ด แอร์โรว์ ในใจนึกถึงหน้าของเด็กที่เคยอยู่ในห้องเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

ไม่รู้สิ เขาแค่คิดว่าถ้าเจอกันครั้งหน้า เขาจะไม่ปล่อยน้องชายคนนี้ไปอีก อาจจะมีสักวันที่เขาได้รับโอกาสเป็นครั้งที่ 3 และเขาจะคว้ามันเอาไว้แน่นอน

____________________________________The END______________________________________________

ภาษาอาราบิก ที่เดเมี่ยนพูดกับเจสันค่ะ

*  Akhi – พี่ชาย

** Habibi – ที่รัก

*** Wadaeaan ลาก่อน


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ +-.แลนข้ามคลอง.-+ จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:59

    อ่านแล้วอบอุ่นอ่ะ ขอบคุณค่ะ

    #8
    0
  2. #7 เพนกวิน
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 22:42

    กลับมาอ่านรอบที่3 ชอบคู่นี้มากๆ ชอบความซึนๆของเจอ่า (สาบานว่าอ่านจนจำบทพูดได้หมดแล้ว555) สู้ๆนะคะไรท์

    #7
    1
    • 25 พฤศจิกายน 2561 / 12:23
      กลับมาอ่านรอบที่ 3 แล้วหรอคะ ดีใจจัง //ซึ้ง
      ขอบคุณที่คอยเป็นกำลังใจให้นะคะ
      #7-1
  3. วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 23:00
    ตายอย่างสงบ ศพสีชมพู
    #6
    1
    • 1 สิงหาคม 2561 / 15:07
      นอนตายอยู่ข้างๆค่ะ แบบ Rock N Roll ได้เหรอ!?
      #6-1
  4. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 19:12
    ชอบคู่นี้มากกกกก ชอบผลงานทุกเรื่องของไรท์ เอารางวัลนักเขียนดีเด่นไปเลยย
    #5
    2
    • 14 พฤศจิกายน 2560 / 21:21
      ขอบคุณที่ชอบผลงานทุกเรื่องของเรานะคะ
      คู่นี้เป็นคู่โปรดของเราเหมือนกันค่ะ จริงๆ เรา Allmian ค่ะ ชงทุกคู่
      แต่ชอบเจย์เจย์เป็นพิเศษ นางอยู่ dead robin club กับน้องเมี่ยนนั่นเอง

      เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองที่เขียน จะว่าเป็นเรื่องที่ใช้เวลาเขียนเร็วมาก และลงอย่างรวดเร็ว
      แทบไม่ได้อ่านซ้ำ เขียนเสร็จปุ๊ปชั้นลงเลย 555
      ปรากฏว่า หลุดคาร์!! อั่ก จะทำไงดี แต่ดันกลายเป็นเรื่องที่คนชอบเยอะซะงั้น
      เงิบไปเลย (สรุปไม่แก้ละกัน ฮ่าๆ) สปอยว่าเจสันกำลังจะมีอะไรเร็วๆนี้ค่ะ
      #5-1
    • 18 พฤศจิกายน 2560 / 12:55
      ลั่นตรงอาเซนอลอะ 555 เหมือนเจสันเป็นตาแก่โรคจิต ตอนนี้กำลังไล่เม้นทุกเรื่องที่อ่านแล้วอยู่ค่ะ
      #5-2
  5. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 02:01
    โอ้ยยยย เจสันมาลุคนี้ตายมากค่ะ ชอบในความอ่อนโยนแบบหยาบๆของนาง เดเมี่ยนงอแงกับพี่เขาได้น่ารักจัง คู่นี้น่ารักมากเลยค่ะ
    #4
    1
    • 5 พฤศจิกายน 2560 / 14:20
      เจสันมาดพี่ชายแสนดีนี่บอกเลยว่าเกลียดนางมาก นางดีเกินไป ฮรือ T^T
      คู่นี้เป็นอีกคู่นึงที่เขียนแล้วสนุกๆพอๆกับทิมเดเมี่ยนเลยค่ะ เพราะพี่ดิ๊กนี่ออกแนวพ่อลูกเกินไปหน่อยอ่ะค่ะ
      หรือเพราะเราสร้างคาร์พี่ดิ๊กมาผิดๆไม่รู้ ไว้จะลองเกาบทพี่ดิ๊กใหม่ค่ะ แล้วก็สำหรับเจสันคิดเอาไว้ว่า
      จะเขียนบทนางเจอกับเดเมี่ยนตอน 4 ขวบด้วยค่ะ อยากเขียนทางฝั่งของแม่น้องบ้าง ชีวิตตอนที่เป็น
      เดเมี่ยน อัลกูลต่างกับ เดเมี่ยน เวนย์ยังไง แต่คิดมาตั้งนานแล้ว ยังไม่เริ่มสักทีเลยค่ะ (ดองสุดๆ)
      #4-1
  6. #3 สายฝน
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 13:10
    หนูเมี่ยนกับเจย์เวอร์ชั่นนี้น่ารักมากเลย ชอบความเป็นพี่ในตัวเจย์มากเลยอะ
    #3
    1
    • 7 กรกฎาคม 2560 / 20:06
      ขอบคุณที่ชอบค่ะ b(>w<)b ปกติเราเห็นแต่เจสันดูเถื่อนๆ เอะอะหยาบคาย
      แต่เราว่าลึกๆนางน่าจะเป็นคนรักครอบครัว พี่น้อง
      ก็เลยแต่งโมเม้นพี่รองน้องเล็กซะเลย
      #3-1
  7. #2 yuzo2 (@yuzo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 03:55
    โอ้ยยยยย ชอบอ่าาาาา เมี่ยนใสๆน่าร้ากกกกกกก!!!!!~
    #2
    1
    • #2-1 ..-+iiau..-+ (@lancelotkun) (จากตอนที่ 1)
      2 กรกฎาคม 2560 / 21:25
      ขอบคุณที่ชอบค่ะ ดีใจมีคนเอ็นดูน้อง 555 (>w<)
      #2-1
  8. วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 04:34
    กรี๊ดดดดด เดเมี่ยนเวอร์ชั่นนี้น่ารักจังงงงงงง
    เจสัน นายเป็นพี่ชายที่แมน ดี มีเหตุผลมากกว่า ดิ๊กกี้ และธิมมี่สุดๆ
    #1
    1
    • 1 กรกฎาคม 2560 / 11:28
      >< อิอิ ขอบคุณที่ชอบค่ะ เราเห็นแต่โมเม้นน้องกับดิ๊ก เลยอยากให้เจสันมีบทบ้าง 555
      #1-1