บันทึกรักร้ายเจ้าชายน้ำแข็ง [ Devil Prince III ]

ตอนที่ 3 : พลอยใส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 541 ครั้ง
    1 ก.ค. 62

“พี่พลอย กลับมาก็ดีเลย มาดูนี่เร็ว” ทันทีที่ฉันกลับมาถึงบ้าน เสียงของน้องสาวฉันก็เรียกมาแต่ไกล พร้อมกวักมือไวๆให้ฉันไปนั่งข้างๆตรงโซฟาที่เธอนั่งอยู่


พิงค์เป็นน้องสาวต่างมารดา แต่ความสัมพันธ์ของเรา เหมือนพี่น้องคลานตามกันมาก็ไม่ปาน


ฉันเป็นพี่ก็จริง แต่ถ้าในตามหลักแล้วคนที่มาทีหลังคือแม่ของฉันเอง แม่เป็นแฟนเก่าของพ่อ หลังเลิกกันได้ปีกว่าๆ พ่อก็แต่งงานกับแม่ของพิงค์ มันไม่ได้เป็นความผิดของใคร เพราะทั้งพ่อและแม่ต่างเลิกรักกันแล้ว และจากกันด้วยดี ติดตรงที่แม่ไม่บอกพ่อว่ามีฉันอยู่ในท้องขณะนั้นนั่นเอง


แต่สุดท้ายความก็แตก เมื่อแม่ของฉันไม่มีเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลอาการป่วยของฉันตอนฉันยังเป็นเด็ก ทำให้แม่ต้องขออ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย 


พ่อให้ความช่วยเหลือเต็มที่ รวมถึงแม่ใหญ่ แม่ของพิงค์ด้วย ท่านเป็นคนจิตใจดี ไม่ได้คิดว่าฉันคือลูกของแฟนเก่าหรืออย่างไร พวกท่านสบทบเงินจนอาการป่วยของฉันหายเป็นปกติ และยังให้ฉันและแม่เข้ามาร่วมอยู่ในบ้านหลังเดียวกันอีก แม่ฉันไม่อยากให้ฉันขาดพ่อและเรื่องค่าใช้จ่ายก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่คนเป็นแม่ต้องการให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด ทำให้แม่ตัดสินใจ พาฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยกัน แต่แม่ขอแยกอยู่โดยไปอยู่ตัวบ้านหลังเล็กในบริเวณเดียวกัน เพราะยังไงตอนนี้พ่อและแม่ก็มีสถานะเพียงเพื่อนเท่านั้น การอยู่บ้านหลังเดียวกันแม่ฉันมองว่าไม่เหมาะสมเท่าที่ควร ซึ่งอีกฝ่ายก็เห็นสมควรตามนั้น แต่เพิ่มเติมให้คือมีทางเชื่อมจากบ้านใหญ่ไปสู่บ้านเล็กได้ ภายในอาคาร


พ่อฉันถือว่าเป็นคนที่หน้ามีตาในสังคมพอสมควร ทำให้แม่เลือกที่จะขอร้องพ่อว่า เรื่องฉันเป็นลูกให้เป็นความลับ เพราะฉะนั้นในสื่อ พ่อจะมีลูกเพียงคนเดียวคือยัยพิงค์ ส่วนนามสกุลฉันก็ไม่ได้ใช้ของพ่อ ฉันก็ไม่ได้ติดขัดอะไร มันก็แค่ภายนอก แต่การกระทำนั่นสิสำคัญกว่า


ที่ผ่านมาพ่อและแม่ใหญ่เลี้ยงดูฉันไม่ต่างจากที่เลี้ยงยัยพิงค์แม้แต่น้อย และแม่ใหญ่ยังปฎิบัติกับฉันเสมือนลูกแท้ๆอีกคน จนฉันอดซาบซึ้งไม่ได้


แต่ก็มีช่วงนึงในวัยเด็ก ที่ฉันไม่เข้าใจ ว่าทำไมฉันมีแม่สองคน และคนที่เข้ามาทีหลังก็คือแม่ของฉัน มันทำให้ฉันน้อยใจและเกิดปมเล็กๆว่าฉันคือลูกเมียน้อย รวมถึงโดนเพื่อนร่วมชั้นล้อเลียนอีก แต่ยัยพิงค์ก็เป็นคนปกป้องฉันมาตลอด เพราะพิงค์เป็นคนที่เข้มแข็งซึ่งแตกต่างกับฉันโดยสิ้นเชิง แต่พอโตมาฉันก็เริ่มได้ความแกร่งมาจากยัยพิงค์ติดตัวอยู่บ้าง


ความสัมพันธ์ของครอบครัวฉันอาจจะผิดแผกไปจากครอบครัวคนอื่น แต่กาลเวลาได้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า ครอบครัวฉันไม่ได้แปลก แต่เป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น และการมีแม่สองคนไม่ได้เป็นเรื่องน่าอาย แต่กลับเป็นความอบอุ่นคูณสองมากกว่า


“มีอะไรหรอ พิงค์” ฉันเดินตรงไปหาพิงค์ที่เรียกฉันก่อนหน้านี้


“นี่ๆ เฮียเคของพี่พลอยไง ดูสิมีคนถ่ายมา ขนาดเผลอยังหล่อเลย อ่ะๆ เดี๋ยวส่งภาพไปให้นะ” 


“แกนี่มันหูตาเยอะจริงๆ สมกับเป็นน้องรักของพี่ ..ไหนอะ พี่ไม่เห็นได้รูปเลย” 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ยัยพิงค์จะส่งรูปแอบถ่ายเฮียเคให้ฉัน มันเป็นคนสังคมเยอะ ทำให้ได้รูปมาง่าย ต่างจากฉัน แค่เจอตัวจริงยังยากเลย จะเอาอะไรกับรูปถ่ายของเขาละ


“ส่งแล้วๆ ใจเย็นๆสิเจ้”

 

ฉันมองดูรูปเฮียเคในมือถือ จนเผลออมยิ้มไม่ได้ ตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้น มันก็ผ่านมา 4 ปีแล้ว แต่ความรู้สึกในหัวใจ มันเหมือนเพิ่งผ่านมา 4 วินาทีเอง 


ฉันยังคงใจเต้นแรงเสมอ กับผู้ชายคนนี้ แม้จะมองผ่านเพียงภาพบนหน้าจอสมาร์ทโฟนก็ตาม


และเรื่องนี้ก็มีเพียงยัยพิงค์คนเดียวที่รู้ ว่าเฮียเค คือรักแรกของฉัน และยังรักมาจนถึงทุกวันนี้ 


“นี่ พี่พลอยทนมาได้ไง ตั้งหลายปี ทำไมไม่รุกเข้าไปจีบเลย มหาลัยก็อยู่ที่เดียวกัน ..พิงค์นะ อุตส่ายุพ่อให้ส่งพี่เรียนที่นี้เพื่อจะได้เจอเฮียเค แต่นี่ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว ไม่มีความคืบหน้าอะไรเล้ยยยย ถ้าเป็นพิงค์นะ จับทุบหัวลากเข้าห้องตั้งแต่วันแรกที่เหยียบมหาลัยแล้ว” 


พิงค์เป็นสาวแรงๆหน่อยแต่ก็ไม่ได้แรดนะ เป็นคนตรงๆคิดอะไรก็พูดอย่างนั้น เป็นคนก๋ากั๋น กล้าได้กล้าเสีย ต่างกับฉัน ที่เป็นคนเรียบร้อย อ่อนไหวง่าย ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงไม่กล้าสู้ใคร แต่ถ้าเดี๋ยวนี้ ใครคิดจะมารังแกฉัน ฉันคิดว่าฉันก็น่าจะสามารถร้ายตอบได้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะอิทธิพลของคนตรงหน้าฉันตอนนี้ละมั้ง ก็อย่างว่าแหละ เราอยู่ใกล้ๆใคร นิสัยมันก็ต้องซึบซับกันมาบ้างเป็นธรรมดา


“จะบ้าหรอ แค่นี้ พี่ก็พอใจแล้ว” 


“ก็เป็นสะแบบนี้ แล้วเมื่อไรเจ้จะจับเฮียเคได้สักทีเนี้ยะ!”


“จับเจิบอะไร น่าเกลียด  ..ไม่คุยด้วยละ ไปอาบน้ำดีกว่า”


ฉันรีบเดินออกจากตรงนั้นด้วยความเขินอาย พร้อมได้ยินเสียงหัวเราะของยัยพิงค์ไล่หลังมา




“ฟอดดดด แก้มของแม่อร สดชื่นจริงๆเลย”


“ซนจริงๆ ทำตัวเป็ยลูกลิงไปได้ ..แล้วเป็นไงบ้าง เรียนวันนี้สนุกมั๊ย” แม่อร หรือแม่แท้ๆของฉัน ละจากการทำขนมไทยตรงหน้า แล้วหันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สมกับเป็นกุลสตรีไทยในใจของฉันอันดับนึง


“ก็สนุกดีค่ะ ส่วนเรื่องซนนั้น ถ้าพลอยเป็นลูกลิง ยัยพิงค์ก็คงเป็นทวดลิงแล้วละคะ”


“มันน่าตีนักเชียว แม่พูดถึงลูกอยู่ ยังไปพาดพิงคนอื่นอีก”


“ฮ่าๆ ว่าแต่แม่ทำอะไรอยู่หรอคะ” ฉันพูดพร้อมมองวัตถุดิบที่กองอยู่ตรงเคาเตอร์ครัว


“ขนมทองเอกนะ เห็นคุณจิตบอกว่าอยากทาน” คุณจิตที่ว่าก็คือแม่ใหญ่ แม่ของพิงค์นั่นเอง


“พอดีเลย พลอยจะขอเปลือกไข่หน่อย เพิ่งไปเจอการประยุกต์เอาเปลือกไข่มาทำเป็นกระถาง พลอยจะเอามาทำคลิปสะหน่อย”


นอกจากฉันจะเป็นนักศึกษาปี 2 คณะวารสารศาสตร์ มหาลัย SIANTA แล้ว ฉันยังมีอีกบทบาทนึง คือ ยูทูปเบอร์  หรือ การสร้างเนื้อหาในรูปแบบวีดีโอแล้วเอาไปวางไว้ในเวบยูทูปนั่นเอง


เรื่องมันเกิดมาจากเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากฉันเป็นคนชอบประดิษฐ์สิ่งของต่างๆเอง ทั้งสมุด รองเท้า กระเป๋า จนเพื่อนๆมาขอขั้นตอนการทำเป็นการยกใหญ่ แรกๆฉันก็บอกเป็นรายบุคคล แต่หลังคนที่อยากรู้เริ่มเยอะมากขึ้นจนฉันบอกไม่ไหว ฉันเลยอัดเป็นวีดีโอแล้วส่งให้เพื่อนดูแทน เพื่อนฉันเลยแนะนำให้เอาลงยูทูป ฉันเลยลองทำดู ปรากฎว่ากระแสตอบรับดีเกินคาด มันดีถึงขนาดที่ว่าทำให้ฉันมีรายได้เข้ากระเป๋าตัวเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาคุณพ่ออีกเลย


“งั้นฝากพลอยจัดการส่วนของไข่หน่อยละกัน แม่ขอตัวไปเตรียมถั่วก่อน”


“จัดไปค่า” ฉันบรรจงล้างมือเรียบร้อย ก่อนค่อยๆ ตอกไข่ออกมาตรงปลายมน แล้วแยกเปลือกไข่ ไข่แดง และไข่ขาวออกจากกัน 


อืม..ไข่ขาวก็ไม่ได้ใช่สะด้วย ได้อีกคอนเท้นท์เลยนะเนี้ยะ


ฉันจัดการขอไข่ขาวที่ไม่ได้ใช้จากแม่เป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะเริ่มเปิดกล้องแล้วถ่ายถ่ายวีดีโอ


“สวัสดีค่ะ วันนี้มาพบกับพลอยใสเอง.. พอดีว่าวันนี้แม่พลอยทำขนมทองเอก แล้วมันใช้แต่ไข่แดง พลอยเลยมีของเหลือใช้ตั้งสองอย่างแหน่ะ นั่นก็คือ ไข่ขาวและเปลือกไข่...” ฉันพูดหน้ากล้องด้วยความเคยชิน เพราะทำมาเป็นปีแล้ว พร้อมทำลงมือจับนู้นจับนี่อย่างธรรมชาติ 


“..แต้นแต๊น ใครจะไปรู้ว่าไข่ขาวใสๆเหลวๆนั่น สุดท้ายจะกลายมาเป็นขนมปังไข่ขาวที่น่ากินแบบนี้ รสชาติก็อร่อยด้วยนะ เหมาะมากๆเลยสำหรับใครที่อยากลดความอ้วน ไม่มีน้ำตาลไม่มีแป้งไม่มีคอลเลสเตอรอล แถมยังอร่อยอีกด้วย ส่วนไข่ขาวที่เหลืออยู่นี่ กับเปลือกไข่ จะเอาไปทำอะไรต่อนั้น ติดตามได้ในคลิปต่อไป ..อย่าลืม subscribe ให้ด้วยน้าา ..วันนี้พอแค่นี้ก่อน ..บายๆค่าา”


ฉันกดปิดวีดีโอที่อัดเรียบร้อย ก่อนจะเริ่มอัดใหม่ คือเอาไข่ขาวมาทำที่มาร์คสิวเสี้ยน และเปลือกไข่เอามาทำกระถางต้นไม้ตกแต่งในบ้าน


เท่านี้ฉันก็มีคอนเท้นท์ให้ลง สามคลิปแล้ว ได้พักไปหลายวันเลย 


“เหนื่อยมั๊ยลูก” แม่ที่ดูฉันพูดอยู่คนเดียวมาเป็นเวลานาน ก็ถามออกมาพร้อมลูบหัวฉันไปมา


“ไม่เหนื่อยค่าาา ไหนน ขอชิมขนมทองเอกฝีมือแม่อรหน่อยสิ” ฉันเอื้อมไปหยิบขนมทองเอกที่แม่ก็ทำเสร็จพอดี 


เพี้ยะ! 

ยังไม่ทันที่จะเอื้อมไปหยิบขนมในจาน ฝ่ามืออรหันต์กันประดับมาตรงมือฉันสะก่อน


“มือไปหยิบจับเศษดินมาอยู่เมื่อกี้หยกๆ จะยังมาหยิบกินอีกนะ ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเลย มอมแมมหมดแล้ว นี่ก็ใกล้จะเย็นแล้วด้วย ไว้รอกินมื้อเย็นพร้อมบ้านหลังโน้นเลยแล้วกัน”


“ค่าาา” ฉันพูดจบก็วิ่งขึ้นไปอาบน้ำตามคำสั่งคุณแม่ทันที 


ทุกเย็น ทางบ้านฉันและบ้านพิงค์ จะไปกินข้าวเย็นที่บ้านใหญ่ทุกวัน นี่ละ ที่ฉันถึงบอก สถานะไม่สำคัญ เพราะตอนนี้ฉันมีครอบครัวหลังใหญ่ที่อบอุ่นมากถึงสองหลังเลยละ 


.

.

.


ครบหนึ่งร้อยรูปแล้วหรอเนี้ยะ 


ตอนนี้ฉัน กำลังเซฟรูปที่ยัยพิงค์ส่งให้เมื่อตอนบ่าย เข้าอัลบัมรูปในมือถือ 


‘you’re my hero’


บางคนอาจจะมอง แค่หนึ่งร้อยรูปเอง แต่ถ้าสำหรับเฮียเค มันไม่ใช่แค่ มันเป็นตั้งหนึ่งร้อยรูปมากกว่า


เพราะสมาชิกในกลุ่มเฮีย ทุกคน โดยเฉพาะเฮียเค ไม่ชอบออกสื่อใดๆทั้งสิ้น รูปถ่ายแทบไม่มี  เท่าที่ฉันเคยได้ยินนะ  ถ้าหากมีลงเมื่อไร เฮียเคก็เจาะข้อมูลไปลบโดยเฉพาะเลยละ อีกไม่นานรูปนี้อาจจะโดนลบ ฉันต้องบันทึกไว้ก่อนๆ


ฉันนั่งเปิดเลื่อนดูรูปไปมา ฉันมีรูปตั้งแต่ที่เฮียอยู่ม.ปลาย ก็ช่วงที่เขามาช่วยฉันนั่นละ จนมาถึงรูปปัจจุบันนี้ 


เขาดูไม่เปลี่ยนไปเท่าไร เปลี่ยนแค่ทรงผม และกล้ามเนื้อที่ดูแน่นมากขึ้น


หลังจากดูรูปครบแล้ว ฉันก็เปลี่ยนไปหยิบสมุดชมพูหวานแหววที่ทำเองขึ้นมากอดไว้ พร้อมกันนอนหลับตาพริ้มก่อนจะหลับด้วยความสุขไปในที่สุด


.

.

.

“ลูกชะนีมาแล้ววว”  ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในห้องเรียนก่อนเวลา และเดินตรงไปยังกลุ่มเพื่อนของฉันที่นั่งอยู่กันครบ เสียงใหญ่ที่ถูกดัดก็กระแทกเข้ามาใส่หูฉันทันที 

เจ้าของเสียงนั่นก็คือ กร หรือชื่อในวงการคือ เกรวี่ ใช่ละ มันเป็นสาวสวยในร่างผู้ชายนั่นเอง


“มีอะไรรึป่าวเกรวี่”


“จะมีอะไรสะอีกละ ก็เรื่องเดิมๆ มีเพื่อนดังก็ต้องทำใจ ฮ่าๆ” เพื่อนฉันอีกคน ชื่อลูกศร หรือเรียกสั้นๆว่าศร สาวเปรี้ยวคมเข้มที่สุดในกลุ่ม เอ่ยออกมา


เรื่องเดิมๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องผู้ชาย ตั้งแต่ที่ฉันทำคลิปนั่น ก็มักจะมีผู้ชายมาขายขนมจีบผ่านยัยเกรวี่ หรือเพื่อนๆฉันเสมอ ส่งของมาให้บ้างละ ดอกไม้บ้างละ ฉันก็รับเอาไว้ เพราะยังไงก็มองว่าเป็นแฟนคลับ แต่บางรายก็มาขอเบอร์โทร หรือรุกเข้ามาอย่างจริงจัง ฉันก็ย้ำกับเพื่อนทุกคนว่าห้ามเด็ดขาด ห้ามสานความสัมพันธ์ใดๆทั้งสิ้น 


“เออ เรื่องเดิมๆ คนเดิมๆ เอาไปย่ะ อีลูกชะนี” เกรวี่ยื่นชอกโกแลตรูปหัวใจกล่องใหญ่พร้อมการ์ดใบเล็กๆส่งมาให้ฉัน แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะหยิบ ก็โดนเพื่อนตัวแสบของฉันอีกคนคว้าไปสะก่อน


“ไหนๆ มีข้อความด้วย ขออ่านหน่อย อะแฮ่มๆ ..

ช่วงนี้พี่งานยุ่ง ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ค่อยมาหา ..

คิดถึง ...ลี..


ปล ตอนนี้พี่อยู่เกาหลีเลยซื้อชอคโกแลตมาฝาก หวังว่าจะชอบนะครับ”


“อ่อ ที่แท้ก็พี่ลีนี่เอง นึกว่าหนุ่มไหนสะอีก” ทันทีที่ยิยมินเพื่อนฉันอีกคนอ่านการ์ดจบไอ้ศรก็แทรกมาทันที


“โอ๊ยย หลัวฉัน ทำไมแสนดียังงี้อ่าาา ..แกไปเจอเขามาหรอ อีตุ๊ด!”

มินพูดออกมาด้วยความเคลิบเคลิ้มก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงกระแทกกระทันใส่เกรวี่


“ได้เจอก็ดีสิ อิดอก ก็ตอนรอพวกแกที่หน้าห้องนั่นละ ..มีคนฝากเอามาให้แก ฉันก็เลยรับไว้แทน.. ช่วงนี้พี่ลีคงงานยุ่งจริงๆอะแหละ ไม่เห็นพี่ลีมาส่งแกหลายวันแล้วนิ ฉันก็นึกว่าจะท้อใจเลิกจีบแกแล้วสะอีก..อืม รสนี้อร่อยนี่แหะ ..รสอะไรวะ..” เกรวี่พ่นออกมายาวเหยียดใส่ฉันพร้อมกับจัดการชอคโกแลตที่ฉันเพิ่งได้มาหยกๆ เอาเข้าปากเรียบร้อย และหยิบกล่องมาอ่านรสชาติของชอคโกแลตด้วยใบน่าจริงจัง ก่อนจะเริ่มหยิบชิ้นที่สองเข้าปากต่อ


“อืม”


“อืม??…พี่ลีส่งของมาให้ แถมอร่อยขนาดนี้ มึงพูดแค่ว่า อืมเนี้ยะนะ!! นี่ถามจริง เมื่อไรมึงจะใจอ่อนกับพี่ลีวะ นี่ก็แสนดี๊แสนดี ดีจนกูละเสียดายของ หล่อก็หล่อ รวยก็รวย ไม่น่ารสนิยม......ดีขนาดนี้เลยยย แหะๆ” ยัยเกรวี่บ่นกระปอดกระแปดใส่ฉัน ซึ่งเป็นเรื่องชินแล้วละ ฉันเลยแกล้งดึงกล่องชอคโกแลตที่มันกำลังหยิบชิ้นที่สามออกมามาไว้กับตัวของฉันแทน 


เปลี่ยนเป็นชมฉันขึ้นมาทันทีเลยนะ ไอ้เกรวี่!


“เรื่องของกินปากหวานขึ้นมาเลยนะมึงง..เออ แต่กูก็เห็นด้วยกับมันนะพลอย เมื่อไรแกจะใจอ่อนว่ะ”

ทันทีที่ศรพูดจบ สายตาเพื่อนซี้ในมหาลัยแห่งนี้ทั้งสาม ก็จ้องคาดคั้นคำตอบจากฉันทันที


“ฉันคิดกับเขาได้แค่พี่ชายจริงๆวะ” ฉันพูดออกมา อย่างที่ใจคิดจริงๆ 

เมื่อประมานปีที่แล้ว ฉันได้เจอกับพี่ลี ที่ร้านกาแฟแห่งนึง เขาเข้ามาทักทายฉันแล้วก็จีบฉันตั้งแต่วันนั้น เราทั้งสองเริ่มต้นคุยๆกัน ฉันคิดจะเปิดโอกาสให้กับเขานะ แต่สุดท้ายฉันก็รู้ว่าฉันไม่สามารถให้ใครมาแทนที่เฮียเคได้จริงๆ ฉันเลยขอเขาเป็นพี่ชายของฉันแทน


“หรือว่าแกมีคนที่ชอบแล้ว บอกมาเลยนะ” ยัยศรพูดด้วยสันนิษฐานออกมาอีกครั้ง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงนั่นละ


“มะ ไม่มี จะบ้าหรอ พวกแกก็เห็นว่าฉันมีแต่เรียน กับทำคลิป เอาเวลาไหนไปแอบชอบใคร”


นอกจากพิงค์แล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่าฉันชอบเฮียเค รวมถึงเพื่อนในกลุ่มด้วย 

ไม่ใช่ว่าฉันอยากมีความลับกับเพื่อนหรอกนะ แต่ฉันแค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องน่าอาย คนอย่างฉันเนี้ยะนะ กล้าไปรักคนอย่างเขา แถมยังเพ้อมาตั้งสี่ปี ฉันเลยคิดว่าแอบชอบอยู่เงียบๆคนเดียวแบบนี้ ฉันก็มีความสุขแล้ว และที่สำคัญเพื่อนฉันนะ แซวเก่งงง ฉันเลยเลือกที่จะไม่พูดออกไปอะ ดีที่สุดละ


“ก็จริง อย่างไอ้พลอย อีกไม่นานฉันว่ามันก็คงกลายเป็นแม่ชีแล้วแน่ๆ รักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียนจริงๆ..อืม..อร่อยจริงด้วย” มินพูดขึ้นมาพร้อมแกะชอคโกแลตไปกินบ้าง


“ใครจะไปเหมือนแกละยะ นังมิน บ้าผู้ชายไปวันๆ” ยัยเกรวี่หันไปพูดกับมินทันควันพร้อมดึงกล่องชอคโกแลตกลับมาหาที่ตัวมัน และเริ่มกินชิ้นต่อไป


“ใครๆก็ชอบกันทั้งนั้นมั๊ยละ สมาชิกจากกลุ่มเจ้าชายปีศาจ หล่อแซ่บกันทู๊กคน ใครไม่บ้าผู้ชายกลุ่มนี้ ก็บ้าแล้ว” ยัยมินแก้ตัวทันที ซึ่งเป็นคำแก้ตัวที่เป็นเรื่องจริง กลุ่มของเฮียเคหล่อทุกคนจริงๆ แต่ใจฉันก็มีแค่คนเดียว


“ก็มียัยพลอยใสคนนึงไง ที่ไม่ได้บ้าผู้ชายกลุ่มนี้ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกเราเป็นตัวแทนแกเองนะ” ยัยศรพูดออกมา พร้อมตบลงบนหลังมือฉันเบาๆเพื่อให้ฉันหายห่วง พร้อมกับร่วมวงกันกินชอคโกแลตกับอีกสองคนด้วย


ฉันทำได้แค่เพียงยิ้มแห้งๆส่งไปเท่านั้น 


เอือก..ฉันนี่ละ คนบ้าตัวยงเลยละ!!!


“ไอ้เกรวี่ สรุปพี่ลีซื้อให้ไอพลอยหรือมึง แดกจนหมดกล่องแล้ว ไอ้พลอยยังไม่ได้กินเลย!”


“เชี่ย หมดแล้วหรอว่ะ!..โอ๊ยยย..กูจะอ้วนมั๊ยเนี้ยะ!!!”


นี่ละ คนรอบตัวฉันมีแต่คนดีๆทั้งนั้นเลย..

ฉันเลยกลายดูเป็นคนที่ดี เรียบร้อยไปทันที เมื่ออยู่กับไอ้พวกนี้


ส่วนเรื่องจริงฉันเป็นคนยังไงนะหรอ อืม.. ก็คงดีแหละมั้ง?!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 541 ครั้ง

440 ความคิดเห็น