[RE-UP] บุพเพยั่วรัก E-BOOK

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 5 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61

ตอนที่ 5

 

 

ลักษณะของทั้งสองคนในตอนนี้จัดได้ว่าอยู่ในท่าที่ล่อแหลมที่สุด นภาพราวมีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำตัวเดียวส่วนกานต์กิตติไม่มีอะไรห่อหุ้มร่างกายเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ถ้าเกิดมีใครเข้ามาเห็นพวกเขาอยู่ในสภาพแบบนี้ เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครคิดเป็นอย่างอื่นไปได้เลย

ดวงตาหวานฉ่ำจ้องเข้าไปในดวงตาดำล้ำลึกของพ่อเลี้ยงกานต์กิตติราวกับโดนสะกด เพราะเธอไม่สามารถถอนสายตาไปจากดวงตาคมคู่นี้ได้เลย ตอนนี้หัวใจของเธอกำลังเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง ทั้งรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขาและเธอมันแคบลงทุกทีๆ ลมหายใจอบอุ่นเป่ารดใบหน้านวลที่ตอนนี้มันแดงระเรื่อขึ้น เปลือกตาบางค่อยๆ พริ้มลงอย่างช้าๆ หากแต่ริมฝีปากกลับเผยอออกคล้ายกำลังรอรับบางสิ่งบางอย่างด้วยความเผลอไผล

มือเล็กนุ่มที่แนบอยู่กับหน้าอกแกร่งตึงแน่นของชายหนุ่ม ไม่ได้มีทีท่าจะผลักไสเขาออกแต่อย่างใด ซ้ำยังลูบไล้และสัมผัสมันอย่างหลงใหล ผิวของเขาเนียนละเอียดมากกว่าที่เธอคาดไว้ ขณะนี้ความคิดของนภาพราวกำลังเตลิดถึงขั้นทะลึ่งตึงตังเป็นที่สุด

            กานต์กิตติสมองพร่าเลือนไปชั่วขณะ แววตาที่ไหวระริกอยู่เบื้องหน้าเหมือนกำลังร่ายมนตร์ให้เขาลุ่มหลง ใบหน้าคมค่อยๆ ลดต่ำลงมาเรื่อยๆ ราวกับมีแม่เหล็กดึงดูด สายตาที่ประสานกันตั้งแต่แรก คราวนี้เลื่อนลงมาหยุดที่ริมฝีปากอวบอิ่มอยู่นิ่งนาน

            แล้วอาการหลับตาพริ้มของคนใต้ร่างก็คล้ายกำลังเชิญชวนให้เขามอบจุมพิตที่แสนหวานให้ เสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ริมฝีปากของเขาและเธอจะสัมผัสกัน สติที่ยังพอมีเหลืออยู่น้อยนิดเต็มทีได้เข้ามาฉุดให้เขาหลุดออกจากภวังค์ คอยยับยั้งไม่ให้เขาทำตามเสียงร่ำร้องของหัวใจ พ่อเลี้ยงหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ราวกับจะทำให้อะไรๆ ในตัวเขาเย็นลง และริมฝีปากที่ร้อนฉ่าก็เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เคลื่อนย้ายอย่างอ้อยอิ่งไปที่ใบหูเล็กนุ่มก่อนจะเอ่ยเสียงพร่า

            หยุดมือของเธอซะนีนี่ฝ่ามือเล็กนุ่มที่กำลังลูบไล้บนตัวเขาอยู่ กำลังกระตุ้นเลือดลมในกายของเขาให้สูบฉีดแล่นพล่านจนเกินจะควบคุมอยู่แล้ว

พลันจินตนาการต่างๆ ในหัวของนภาพราวก็แตกกระจาย ปลิดปลิวหายไปกับอากาศ ร่างบางลืมตาขึ้นมารับรู้ความเป็นจริง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างกายแกร่งกำยำยังคงทาบทับอยู่บนตัวเธอ และถ้าจำไม่ผิด...เขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

แล้วความคิดอันทะลึ่งตึงตังก็กลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง เมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังดุนดันอยู่ที่ต้นขา เธอไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาที่จะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร และอะไรกำลังเกิดขึ้นภายในกายของกานต์กิตติบ้าง

อีตาบ้า ลามก บ้ากามที่สุด!’

แม้จะคิดต่อว่าชายหนุ่มอยู่ในใจก็ตามที หากแต่น้ำสีแดงข้นที่กำลังไหลออกมาจากโพรงจมูกของเธอก็เป็นเครื่องช่วยยืนยันได้ดีทีเดียวว่า...ทั้งเขาและเธอไม่ได้ต่างกันเลย อาการแพ้ผู้ชายมีกล้ามเริ่มกลับมากำเริบอีกครั้งแต่เธอจะไม่ขออยู่ต่อเพื่อประจานตัวเองเด็ดขาด นภาพราวจึงดิ้นขลุกขลักเตรียมที่จะผลักเข้าออกแล้ววิ่งหนีกลับห้อง

แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจ เมื่อคนที่อยู่บนร่างเธอตอนนี้ยังไม่ยินยอมให้เธอหนีไปไหน

อย่าดิ้น เพราะเธอกำลังจะปลุกให้มันตื่นเขากระซิบอยู่ที่ข้างใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่าผิดปกติ ทำให้นภาพราวชะงักมือที่กำลังจะผลักเขาออกไป โดยหยุดนิ่งค้างไว้ที่อกแกร่งเท่านั้น พลางคิดว่าที่เธอสัมผัสได้อยู่ตอนนี้ยังไม่เรียกว่าตื่นอีกหรือ...แล้วถ้าถึงเวลาตื่นขึ้นมาจริงๆ มันจะอลังการสักแค่ไหน เธอไม่อยากจะคิดต่อแล้ว                  

ฮื่อ อย่าเพิ่งตื่นนะ ไม่ดิ้นก็ได้หญิงสาวหยุดนิ่งโดยอัตโนมัติพร้อมกับเบ้หน้าคล้ายจะร้องไห้ ทำไมเธอต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่รู้ ทำไมอีตาจ่าเฉยต้องมีหุ่นที่เซ็กซี่ยั่วยวนใจด้วยนะ นีนี่จะทนไม่ไหวแล้ว! 

กานต์กิตติเองก็กำลังจะทนไม่ไหวเช่นเดียวกัน เขาหายใจเข้าออกแรงๆ พยายามระงับความต้องการที่กำลังก่อตัวขึ้นมาราวกับพายุทอร์นาโด เขารู้ดีว่าภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำตัวนี้นไม่มีปราการใดๆ ปกปิดอยู่อีก เพราะเขาสัมผัสได้ถึงเนื้อแท้ของหญิงสาวแบบเต็มๆ...ผิวกายของเธอจะต้องเนียนละเอียด นุ่มนวล และหอมกรุ่นเป็นแน่

ร่างหนาผงกศีรษะขึ้นมามองใบหน้าหวานที่บัดนี้แดงก่ำใบทั่วและลามไปถึงลำคอจรดใบหู นภาพราวไม่กล้าสบตาเขาอีก จึงเลือกที่จะหลับตาแน่น ก่อนที่เธอจะรับรู้ได้ถึงปลายนิ้วแกร่งที่สัมผัสใบหน้าของเธอ เขาค่อยๆ เช็ดคราบเลือดออกจากร่องจมูกเหนือริมฝีปากให้อย่างแผ่วเบา ทำเอาเธอต้องลืมตาขึ้นมามองหน้าเขาอีกครั้งอย่างประหลาดใจ พอจะเอ่ยปากถามเขาก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน  

หลับตาก่อน แล้วฉันจะลุกขึ้นเขาเอ่ยชิดใบหน้าของหญิงสาว ปล่อยลมหายใจร้อนๆ รินรดไปกระทบกับผิวเนื้อนวลเนียน ด้านนภาพราวต้องรีบปิดตาแน่นอีกครั้งอย่างสั่นสยิว ที่เขาบอกให้เธอหลับตา คงเพราะไม่อยากให้เธอตกใจมากไปกว่านี้ เนื่องจากเจ้ามังกรยักษ์ของเขาที่มันนอนหลับใหลมานาน ถูกรบกวนให้ตื่นเป็นที่เรียบร้อย...ด้วยฝีมือของคนใต้ร่างเขานี่แหละ

            หลับแล้ว ลุกเร็วๆ สิ คนอะไรตัวหนักเป็นบ้านภาพราวบ่นอุบกลบเกลื่อนอาการเขินอาย และเป็นครั้งแรกที่เธอไม่คิดจะดื้อกับกานต์กิตติ ตอนนี้เขาบอกอะไรเธอก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ขอแค่ให้หลุดพ้นออกไปจากตรงนี้เป็นพอ เธอกำลังจะบ้าตายอยู่แล้ว

            เมื่อเห็นหญิงสาวหลับตาแน่นพร้อมกับเบือนหน้าหนีเขาไปอีกทาง ไม่แม้แต่จะคิดแอบมอง กานต์กิตติจึงผละร่างหนาของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ไม่สมควรอ้อยอิ่งแต่อย่างใด แล้วรีบคว้าผ้าขนหนูมาปกปิดความเป็นตัวตนของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา

            ลืมตาได้แล้ว...ลุกไหวไหมเขาถามอย่างอาทร

            หญิงสาวหรี่ตาขึ้นมองชายหนุ่มทีละข้าง เมื่อแน่ใจว่าเขาปกปิดของลับของสงวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงลืมตาทั้งสองข้างได้เต็มตา เธอลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ใจจริงก็อยากให้เขาช่วยดึงเธอลุกขึ้นอยู่เหมือนกัน แต่มาคิดๆ ดูแล้ว ด้วยสภาพของตัวเธอและเขาไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะใกล้ชิดกันอีก เธอขออายแค่รอบเดียวพอ

            ไม่ไหวก็ต้องไหวเธอตอบเสียงเบา พร้อมกับนึกค่อนแข้งขาที่พาอ่อนแรงอยู่ในใจ ทั้งหมดเป็นเพราะผู้ชายตรงหน้านี้เพียงคนเดียว ทันทีที่คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนได้ กานต์กิตติก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เขายิงคำถามใส่นภาพราวทันที  

เป็นอะไร ทำไมเลือดกำเดาถึงไหล

นภาพราวยืนบิดตัวไปมาอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ในหัวคิดใครครวญอยู่ว่า...การที่เขาถามเธอแบบนี้แสดงว่าเขายังห่วงใยเธออยู่ใช่หรือไม่ แต่ใครจะกล้าบอกความจริงออกไปเล่า ในเมื่อมันน่าอับอายขายหน้าที่สุด 

            เอ่อ...คือ...กะ...ก็...อากาศมันร้อน เวลาที่นีนี่ร้อนมากๆ ก็มักจะเป็นแบบนี้แหละนภาพราวตอบแบบอึกๆ อักๆ ซึ่งกานต์กิตติมองอย่างไรก็เหมือนคนกำลังโกหกอยู่ชัดๆ

            เพิ่งอาบน้ำเสร็จไม่ใช่เหรอ จะร้อนได้ยังไงเขายกมือขึ้นกอดอก เอ่ยถามราวกับกำลังสอบสวนผู้ร้ายปากแข็ง

            แล้วทำไมจะร้อนไม่ได้ พี่กานต์มาเป็นนีนี่ตั้งแต่เมื่อไรล่ะ ถึงได้รู้ดีนักเธอย้อนอีกฝ่ายเสียงขุ่น พร้อมกับเชิดหน้าใส่ กานต์กิตติถอนหายใจออกมาอย่างระอา เขาเบื่อที่จะต้องมาต่อล้อต่อเถียงกับนภาพราวแล้ว ถ้าขืนยังยืนถามกันอยู่แบบนี้ มีหวังไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันพอดี จึงเอ่ยปากไล่หญิงสาวให้กลับห้องตัวเองเสียเพื่อตัดปัญหา

            ถ้าเธอยืนยันอย่างนั้น ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด...กลับห้องของเธอได้แล้ว แล้วไม่ต้องเข้ามาที่ห้องนี้อีกน้ำเสียงของเขาก็ดูนิ่งเรียบธรรมดา ไม่ได้มีแววโกรธกรุ่นหรือใส่อารมณ์แต่อย่างใด แต่มันก็ไปสะกิดใจของคนขี้น้อยใจอยู่ดี

            ทำไม! เกลียดขี้หน้านีนี่มากขนาดนั้นเชียวเหรอ ถึงได้ชอบไล่นักนภาพราวเอ่ยถามเสียงสั่นเครือเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ เขาหลบหน้าเธอยังไม่พอ วันนี้เขาก็ไล่เธอไปให้พ้นหน้าอีกแล้ว

            อย่าหาเรื่องได้ไหมนีนี่ ฉันเหนื่อย อยากพักผ่อนเขาถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะตอบเสียงอ่อนลงมาก

            ไม่ได้หาเรื่องซะหน่อย นีนี่พูดความจริงต่างหาก พี่กานต์ตั้งใจหลบหน้านีนี่ ไม่อย่างนั้นจะหายไปไหนตั้งสองวันนภาพราวพูดอย่างตัดพ้อ รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาอัดแน่นอยู่ที่หน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก น้ำตาเอ่อคลอเต็มสองเบ้าจนทำให้คนที่ยืนมองอยู่ใจเสียขึ้นมา เขาไม่คิดว่าการที่เขาไปติดต่องานกับลูกค้าที่ต่างจังหวัด จะทำให้นภาพราวคิดไปไกลได้ถึงเพียงนั้น

            ฉันไปทำงาน บังเอิญต้องค้างที่ต่างจังหวัดกะทันหัน เลยไม่ได้บอกใครกานต์กิตติก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมจะต้องมาคอยบอกคอยอธิบายอะไรแบบนี้ให้ยายตัวแสบฟังด้วย   

            จริงนะหญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เอ่ยถามเสียงระรื่นขึ้น 

            หน้าฉันเหมือนคนโกหกมากนักหรือไง...เขาถามเสียงเข้มไม่มีแววล้อเล่น กลับห้องตัวเองได้แล้ว

            แล้วไม่โกรธนีนี่แล้วเหรอเธอไม่สนใจคำสั่งของเขาแต่อย่างใด เลือกถามสิ่งที่ตนสงสัยออกไปด้วยใบหน้าทะเล้น แววตามีความคาดหวังอย่างสูงสุด ไม่รู้ว่าอาการเศร้าสร้อยและหยดน้ำตาเมื่อครู่อันตรธานหายไปตั้งแต่เมื่อไร

            นีนี่กานต์กิตติเรียกชื่อหญิงสาวเสียงเข้มจัด เป็นการบอกกลายๆ ว่าเขาชักโมโหแล้ว

            ตอบมาก่อนสิ หายโกรธนีนี่แล้วใช่ไหมเธอถามย้ำ ในใจกำลังลุ้นระทึกรอคำตอบ

            ฉันไม่เก็บเอามาคิดให้รกสมองหรอก พอใจหรือยังเขาตอบเสียงห้วนอย่างเบื่อหน่าย เหนื่อยมาทั้งวันไม่พอ ยังต้องคอยตอบคำถามบ้าบอแบบนี้อีก

            กลับก็ได้ ไม่ได้อยากจะอยู่นักหรอกเธอว่าปากยื่น ตอบแบบนี้แสดงว่ายังไม่หายโกรธหรอก ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าตอบเพียงเพื่อต้องการไล่ให้เธอรีบไปให้พ้นหน้าเท่านั้น คิดแล้วหญิงสาวก็เดินกระแทกเท้ากลับห้องของตัวเองอย่างแง่งอน แต่เธอไม่ได้รับปากนะว่าจะไม่กลับเข้ามาในห้องนี้อีก หญิงสาวคิดอย่างมีแผนการในใจ

            ยายตัวแสบ กานต์กิตติที่เหลือเพียงลำพังคนเดียว ยังคงยืนบ่นพึมพำอยู่กลางห้อง เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ อารมณ์พลุ่งพล่านปั่นป่วนตีรวนกันไปหมดจนแยกแยะไม่ออก เขาเกือบจะควบคุมมันไม่ได้ มือหนายกขึ้นมายีผมตัวเองแรงๆ อย่างหงุดหงิดใจ ก่อนที่จะสาวเท้ากลับไปเข้าห้องน้ำอีกครั้ง สะบัดผ้าขนหนูที่พันรอบเอวสอบขึ้นมาแขวนไว้ที่ราว ก่อนจะยื่นมือไปเปิดน้ำจากฝักบัวแรงๆ ปล่อยให้สายน้ำที่เย็นฉ่ำไหลลงมาช่วยดับอารมณ์ร้อนรุ่มในตัวของเขาให้ดับมอดไป


............................

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ

ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

194 ความคิดเห็น