กลกฤติน

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 28,698 Views

  • 43 Comments

  • 244 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    28,698

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 1 แซลลี…เจ้าสาวม่ายขันหมาก [อัป 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

 

ตอนที่ 1 แซลลีเจ้าสาวม่ายขันหมาก (ต่อ)

 

โสริยายืนทนแสงแดดร้อนริมถนนลาดยางไม่กี่นาทีก็เห็นรถสองแถวสีแดงคันเก่าๆ มีตัวอักษรสีขาวเขียนบอกจุดหมายปลายทางติดอยู่หน้ากระจกชัดเจนแล่นตรงมา รถจอดไม่ห่างจากเธอ หญิงสาวรีบก้าวขึ้นไปนั่งข้างใน ปะปนกับผู้โดยสารหญิงชายในรถรวมห้าคน

สายตาทั้งห้าคู่มองมาที่เธอ โสริยากวาดสายตามอง หากพอเห็นเป็นคนไม่คุ้นหน้าจึงได้แต่ยิ้มเชิงทักทายนิดเดียว เธอคุ้นเคยกับการตกเป็นเป้าสายตาของคนแปลกหน้ามานานแล้ว ปฏิกิริยาของคนละแวกนี้ตอนเห็นเธอครั้งแรกในวัยสิบขวบเคยทำให้เด็กน้อยไม่เข้าใจ พานให้คิดฟุ้งซ่านว่าหรือตนเป็นตัวประหลาดหรืออย่างไร

เราเป็นคนแปลกหน้า เป็นคนต่างถิ่นเข้ามา พวกเขาก็สงสัยเป็นธรรมดานิตยาเคยบอก ยามเธอกระเง้ากระงอดเข้ามาบ่นเชิงฟ้อง

ไม่จริงหรอกค่ะ ทีกับน้านิดไม่เห็นพวกเขามองเหมือนที่มองแซลลีเลย เพราะแซลลีเป็นเด็กหัวแดงใช่ไหมคะเลยเป็นตัวประหลาด ไม่เหมือนพวกเขา แล้วชื่อของแซลลีก็ผิดจากคนอื่นด้วย

แซลลีมีเส้นผมสีสวยเหมือนพ่อ คนอื่นมองเพราะมันสวยแปลกตาจากที่เขาเคยเห็น แต่ไม่ได้หมายความว่าแซลลีจะเป็นตัวประหลาดสักหน่อย แล้วอีกอย่างชื่อ แซลลีเป็นชื่อที่พ่อของแซลลีตั้งให้ หนูควรรักและภูมิใจถึงจะถูก

โสริยานั่งจมอยู่กับความหลัง เรียวหน้าสวยติดจะหวานประดับด้วยรอยยิ้มอย่างที่คนนั่งใกล้อดไม่ได้ที่จะลอบมองเป็นระยะ

รถสองแถวแล่นผ่าแสงแดดร้อน ใช้เวลาไม่นานตามความรู้สึกของโสริยาก็เข้าเขตเมือง ก่อนแล่นเลียบถนนไปถึงสถานที่หนึ่งที่เธอต้องเขม้นมองด้วยยังไม่มั่นใจ

ตลาดสดไงแม่หนู จะลงนี่หรือเปล่าเสียงจากหญิงวัยกลางคนร่างท้วมที่นั่งติดกันร้องบอก หลังจากรถจอดหลายวินาทีแต่ผู้โดยสารสาวที่นางได้ยินว่าประสงค์จะลงที่นี่ยังจดๆ จ้องๆ ไม่ยอมก้าวออกไปสักที

โสริยายิ้มเก้อ พึมพำคำขอโทษที่เป็นเหตุให้คนร่วมเดินทางต้องมาเสียเวลาและทนร้อนอยู่ในรถเก่าคร่ำคันนี้โดยใช่เหตุ

หลังจากจ่ายค่าโดยสาร เธอก็เดินตัวปลิวเข้าไปยังซอกหนึ่ง ลึกเข้าไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศของตลาดสด สวนทางกับผู้คนที่มาจับจ่าย กระทั่งถึงแผงด้านใน

คนที่โสริยาตั้งใจมาหาและไม่ได้เจอกันมาเกือบสองปีดูจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิม...แวววรรณกำลังขะมักเขม้นขายของให้กับลูกค้า ใบหน้ารูปหัวใจค่อนข้างกลมดูจริงจังอย่างคุ้นตา โสริยาเฝ้ามองเพื่อนสาว ริมฝีปากสวยแย้มเยือนพร้อมรอลุ้นว่าเมื่อไหร่ที่ฝ่ายนั้นจะหันมาเห็นตน

นานหลายนาทีกว่าแวววรรณจะว่างจากลูกค้าของเธอ และเมื่อเงยหน้าขึ้นมา แววตาที่ดูเหนื่อยล้าพลันเปล่งประกายยินดี ผิดจากเมื่อครู่เป็นคนละคน

แซลลี! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ยืนแอ็คท่าตรงนั้นอยู่นานแค่ไหนแล้วเนี่ยประโยคทักทายของแม่ค้าขายอาหารทะเลสดทำให้สาวสวยลูกครึ่งหัวเราะคิก ก่อนเดินตัวปลิวไปหาแล้วโถมกอดทั้งตัว ไม่วายที่คนโดนกอดจะดิ้นขลุกขลักด้วยไม่ชินกับการทักทายแบบนี้สักที

ปล่อยเลย ฉันจักจี้ มากอดอะไรกันตรงนี้ และตัวฉันก็เหม็นกลิ่นคาวปลา เดี๋ยวก็ติดเสื้อผ้าเธอหรอก

ช่างมันสิ ฉันจะกอดเพื่อนแสนน่ารักของฉัน ทำไมต้องไปสนใจกลิ่นปลา กลิ่นหอยพวกนี้ด้วยคนบอกไม่สนใจแต่ยอมปล่อยมือจากแม่ค้าร่างอวบแต่โดยดี เมื่อเห็นว่าแกล้งฝ่ายนั้นพอหอมปากหอมคอแล้ว

เธอเข้าเมืองมาทำธุระหรือ ถึงแวะมาหาฉันได้

เปล่า วันนี้มาหาเธอโดยเฉพาะ ไม่มีธุระที่ไหนหรอก

จะมาทำไมตอนนี้ ตอนเย็นฉันปิดร้านก็คิดจะไปหาเธออยู่แล้วแวววรรณร้องเสียงสูงพลางส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยที่เห็นเพื่อนสาวแสนโสภาโผล่มาหาถึงตลาด

ไม่เป็นไร ฉันตั้งใจมา และจะแวะหาหลานสาวของฉันด้วย จวนจะโตเป็นสาวแล้วใช่ไหมแต่ฉันยังไม่ได้กอดหอมสักที ก่อนฉันไปทำงานที่ตุรกีเมื่อสองปีก่อน เธอกำลังท้องโตเป็นแตงโม และพอยายหนูคลอด ฉันก็ได้แต่มองจากรูปถ่าย วันนี้แหละจะมาให้เห็นตัวจริงกันสักที

งั้นเธอต้องรอหน่อยนะ กว่าฉันจะกลับได้ก็หลังห้าโมงเย็น เพราะจะมีคนมาเฝ้าต่อ ช่วงนี้ยายหนูไม่สบายบ่อย ฉันไม่ค่อยอยากห่างจากแก ตอนนี้ได้แต่ฝากแม่ช่วยดูอยู่

ดวงตาของแวววรรณเจือประกายสุขอบอุ่นเมื่อพูดถึงเด็กน้อยผู้เป็นดวงใจ โสริยาพยักหน้ายิ้มรับ หากในใจก็เกิดความรู้สึกผิดขึ้นลึกๆ ว่ายามที่ตนมีปัญหา เพื่อนคนนี้จะอยู่เคียงข้างเสมอ แต่เมื่อวันหนึ่งมรสุมชีวิตโหมกระหน่ำพัดเข้าใส่แวววรรณ เธอกลับอยู่ห่างจากกันแบบครึ่งค่อนโลก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น