กลกฤติน

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 28,705 Views

  • 43 Comments

  • 244 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    33

    Overall
    28,705

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 1 แซลลี…เจ้าสาวม่ายขันหมาก [อัป 85%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

 

ตอนที่ 1 แซลลีเจ้าสาวม่ายขันหมาก (ต่อ)

 

ทางด้านคนเคยเป็นตัวเต็งเจ้าของบ้านโบราณ สถานที่อันเป็นเป้าหมายของกฤติน ตอนนี้เธอกำลังนิ่วหน้าอย่างไม่สบายใจ สายตาเพ่งมองกระดาษแผ่นเดียวในมือ ไล่สายตาอ่านจนจบเป็นครั้งที่สอง ก่อนเงยหน้ามองคนนั่งเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่

แซลลีงงค่ะ เมื่อวานคุณอั๋นบอกให้แซลลีรับบ้านไว้ แล้วส่งต่อให้เป็นสาธารณสมบัติได้ แต่พอเช้าวันนี้ก็ได้ข่าวว่าบ้านไม่ได้เป็นสิทธิ์ขาดของคุณวา ซึ่งแซลลีก็ยินดีที่จะคืนให้เจ้าของเดิม แซลลีคิดว่าบ้านมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับพวกเขา แต่นี่อะไรกัน พอถึงช่วงบ่ายกลับเห็นร่างสัญญาซื้อขายให้กับใครก็ไม่รู้ ตกลงว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงคะ ยิ่งคิดไป โสริยาก็ยิ่งเห็นใจคนล่วงลับ และความรู้สึกเธอก็ไม่ต่างกับทนายหนุ่ม

ตลอดมาอนุชิตรู้ว่าวาสุเทพรักและหวงแหนบ้านแสงจันทร์มาก จนแม้วันปล่อยเช่า เขายังเข้าไปพูดคุยสอบถามจนมั่นใจว่ากฤตินจะดูแลสถานที่ที่บรรพบุรุษหวงแหนอย่างดี จึงได้วางใจ ยอมรับเงื่อนไขกัน แต่พอเขาจากไปไม่ทันครบปี ทรัพย์สินถูกแบ่งลงตัว น้องต่างมารดาทั้งสี่คนกลับพร้อมใจยกบ้านอันทรงคุณค่านี้ให้เป็นสมบัติของคนนอกทันที...คิดแล้วช่างน่าเศร้าเสียเหลือเกิน

แซลลีไม่เห็นด้วยเลยเสียงของคู่สนทนา ดึงความสนใจของอนุชิตให้เงยหน้าขึ้นมอง

หมายถึงคุณจะคัดค้านหรือครับชายหนุ่มถามเสียงสูง สายตาที่มองมาคล้ายกับว่าโสริยามีเขางอก กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว

แซลลีมีสิทธิ์ไหมคะ แล้วความจริงคืออะไร คุณอั๋นในฐานะทนายความดูแลทรัพย์สินของคุณวาช่วยตอบหน่อยว่าบ้านหลังนั้นเป็นสิทธิ์ของใครกันแน่ ทำไมถึงดูคลุมเครือชอบกล

เดิมบ้านแสงจันทร์เป็นของบรรพบุรุษของคุณวาสุเทพ แต่เคยถูกขายทอดตลาดในรุ่นของคุณพ่อคุณวา แต่ต่อมาคุณวาซื้อกลับมาได้ด้วยเงินส่วนตัว ตอนนั้นคุณพ่อของผมเป็นคนจัดการเอกสารซื้อขายเอง แต่ผมไม่รู้ว่าคุณวายกบ้านให้เป็นทรัพย์สินกองกลางตั้งแต่เมื่อไหร่ และถ้าให้เดาคงทำเพื่อให้ง่ายในการจัดการทรัพย์สิน แต่มันวุ่นตอนที่คุณวาเสียชีวิตลงกะทันหัน พินัยกรรมเดิมที่บอกจะยกให้คุณจึงเป็นอันโมฆะ

แซลลีเข้าใจแล้วค่ะโสริยาตอบรับอย่างปลงๆ   

คุณคิดจะทำยังไงต่อ หรือจะรอถามน้องๆ คุณวา

อย่าเลยค่ะ ไม่มีประโยชน์เธอถอนหายใจ วางเอกสารคืนบนโต๊ะ แล้วช้อนตามองทนายความหนุ่มอย่างทำใจ แซลลีคงต้องตัดใจ ไม่หวงแหนสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ถ้ามันกลายเป็นสิทธิ์ของน้องคุณวา ก็ปล่อยให้เป็นอำนาจตัดสินใจของพวกเขาเถอะค่ะ แซลลีขอวางมือเท่านี้

โสริยายิ้มบางๆ ก่อนลุกจากเก้าอี้หน้าโต๊ะ ตั้งใจจะเดินออกจากสำนักงานเมื่อเห็นว่าธุระของตนเสร็จลง แต่น้ำเสียงทุ้มแสดงความมีน้ำใจอย่างคงเส้นคงวาของชายหนุ่ม ทำให้เธอต้องนิ่งฟัง

คุณแซลลีคิดหรือยังครับว่าย้ายกลับมาแล้วจะทำงานอะไร และอยู่ยังไง

คิดค่ะหล่อนยิ้มกว้าง หากคำขยายความต่อมาทำให้หนุ่มร่างท้วมอดที่จะหัวเราะขำในความตลกร้ายของเธอไม่ได้ พยายามคิดจนหัวจะแตกมาเกือบสัปดาห์ตั้งแต่ยังอยู่อิสตันบูลแต่ก็ยังคิดไม่ออก เลยจะไปหาเพื่อนในเมืองสักหน่อยว่ามีงานอะไรพอจะแนะนำบ้าง

เพื่อนหรือครับ ใครกัน ผมรู้จักหรือเปล่า

แวววรรณค่ะ เพื่อนสมัยเรียนมัธยม คุณอั๋นไม่รู้จักหรอก ทนายความโก้หรู ดูดี มีอนาคตไกล จะไปรู้จักแม่ค้าขายอาหารทะเลสดในตลาดอย่างเพื่อนแซลลีได้ยังไงกัน

แหม คุณแซลลีก็พูดไปครับคนถูกยอยกมือลูบท้ายทอยด้วยอาการเขินจัด เอาเป็นว่าผมจะช่วยมองหาอีกทางแล้วกันครับ

ขอบคุณมากค่ะ งานอะไรแซลลีก็ไม่เกี่ยง กลับมาคราวนี้ตั้งใจจะใช้ชีวิตสบายๆ เรียบง่าย แซลลีเหมาะกับชีวิตอย่างนี้แหละค่ะ

ไม่แน่นะครับ คุณแซลลีอาจแค่เบื่องานในโรงแรมหรูหราในอิสตันบูล เบื่อกับการเจอและต้อนรับแขกมหาเศรษฐี อย่างคนคลุกคลีอยู่กับความรุ่งเรืองสุดขีด พอถึงจุดหนึ่งก็อิ่มตัว อยากกลับมาสัมผัสกับธรรมชาติ สูงสุดคืนสู่สามัญไงครับ

ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ แซลลีไม่ได้เบื่องานโรงแรม การหยุดทำงานที่นั่นแล้วกลับมาหันคาก็เพราะว่าถึงเวลาที่แซลลีจะหยุดการใช้ชีวิตเร่ร่อนแล้วหันมาลงหลักปักฐานเท่านั้นเอง

ดีครับ ผมสนับสนุน หันคาจะได้มีสาวสวยน่ารักอย่างคุณและอยู่เป็นเพื่อนผมนานๆ ถ้าเบื่องานเดิมๆ ผมจะมองหางานที่ต่างออกไป อย่างเช่นงานในเทศบาล ว่าแต่คุณแซลลีทำงานพวกนี้ได้นะครับท้ายประโยค ชายหนุ่มถามเหมือนไม่มั่นใจเอาเสียเลย บอกตรงๆ ผมมองคุณแซลลีให้กลมกลืนกับหันคายากจริงๆ

อย่าลืมสิคะ ถ้าไม่นับว่าแซลลีเกิดที่เชียงใหม่ แซลลีก็มาโตที่นี่ กลายเป็นคนหันคาไปแล้ว แซลลีรู้จักแถวนี้ดีกว่าคุณอั๋นอีกนะคะ ลองดูคุณอั๋นเองเถอะเป็นคนกรุงเทพฯ แท้ๆ ยังหลงมนตร์เสน่ห์ของเมืองนี้ได้เลย นับประสาอะไรกับแซลลีที่อยู่มาตั้งแต่เด็ก

ครับผม ผมยอมแพ้แล้วครับอนุชิตยกสองมือยอมแพ้สาวสวยที่ยืนกอดอกทำท่าถือดีอย่างล้อเลียน นอกจากจะช่วยหางาน คุณจะให้ผมมองหารถสักคันด้วยไหมครับ อยู่แถวนี้เดินทางไปไหนมาไหนจะให้สะดวกคงต้องพึ่งรถ ผมไม่ยอมนะถ้าคุณแซลลีบอกจะพายเรือตามร่องสวนเหมือนชาวบ้านละแวกนี้

โอ๊ย! แบบนั้นไม่ไหวหรอกค่ะ มีหวังทำเรือล่มตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่า ส่วนเรื่องรถ แซลลีขอเวลาไปดีดลูกคิดก่อนว่าเหลืองบเท่าไหร่ แล้วจะบอกคุณอั๋นนะคะ แต่ระยะนี้แซลลียังขึ้นรถสองแถวได้ และตั้งใจจะใช้จักรยานปั่นในระยะใกล้ๆ ถือเป็นการออกกำลังกายด้วยค่ะ

สาวร่างประเปรียวในชุดกางเกงยีนกับเสื้อยืดเข้ารูปบอก แม้เธอจะอยู่ในเครื่องแต่งกายเรียบง่าย แต่ด้วยความมีโครงร่างสมส่วน งดงามสง่า ก็ทำให้กลายเป็นผู้หญิงที่น่ามองโดยไม่ต้องประดับตกแต่งอะไรเลย

ได้ครับผม ผมรับปากว่าพรุ่งนี้จะมีจักรยานคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้านคุณแซลลีแน่นอน

อนุชิตรับคำแข็งขัน ถึงคราวที่โสริยาบอกลาจริงจัง หล่อนสาวเท้าออกจากสำนักงานติดแอร์เย็นฉ่ำ และพอมาถึงข้างนอกก็ต้องหรี่ตายิบหยีพร้อมยกสองมือขึ้นป้องแสงอาทิตย์ของยามบ่ายด้วยไม่อาจหาญสู้มัน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น