กลกฤติน

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 28,701 Views

  • 43 Comments

  • 244 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    29

    Overall
    28,701

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 แซลลี…เจ้าสาวม่ายขันหมาก [อัป 20%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 730
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61

 

ตอนที่ 1 แซลลีเจ้าสาวม่ายขันหมาก

 

หกเดือนหลังการเสียชีวิตของวาสุเทพ เจ้าของบ้านโบราณหลังงามซึ่งปลูกอยู่ริมคลองในจังหวัดไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เพียงการเดินทางด้วยรถยนต์ไม่ถึงสามชั่วโมงก็สามารถมาเยือนสถานที่นี้ได้

ประตูสำนักงานทนายความผู้ดูแลผลประโยชน์ของหนุ่มใหญ่นักธุรกิจผู้ล่วงลับถูกเปิดออกในบ่ายวันที่อากาศร้อนอบอ้าว หนุ่มร่างท้วมที่นั่งจมอยู่กับกองเอกสารบนโซฟาเทอะทะสีดำเงยหน้ามองคนมาใหม่ ดวงตาเรียวอย่างคนเชื้อสายจีนเบิกกว้างก่อนริมฝีปากจะแย้มตามในวินาทีต่อมา คล้ายกับว่าเขากำลังถูกโถมทับด้วยความประหลาดใจและยินดีจนยากจะแยกได้ทัน

คุณแซลลี มาได้ยังไง ไหนบอกว่าจะมาถึงอาทิตย์หน้าไงครับ

แซลลีมาก่อนเวลาเพราะอยากให้คุณอั๋นประหลาดใจไงคะ

สาวสวยร่างโปร่งบางในชุดเสื้อสูทสีเลือดหมูกระชับลำตัว ขลิบปลายเสื้อและปกด้วยลูกไม้ลายเก๋สีเดียวกัน หล่อนเดินมานั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามคู่สนทนาอย่างไม่ต้องรอคำเชิญ ยกเรียวขาสวยในกางเกงยีนสีดำเข้ารูปขึ้นมาไขว่ห้าง

ได้ผลครับ คุณแซลลีทำให้ผมตื่นเต้นและตกใจจนพูดไม่ออกแล้ว

ทำไมต้องตกใจด้วยคะ แซลลีน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ

ไม่น่ากลัวครับ คุณแซลลีน่ารักสำหรับผมและทุกคนที่รู้จักตัวตนของคุณเสมอ แต่ผมกลัวแทนคุณเมื่อนึกต่อว่า พรุ่งนี้ถ้าน้องๆ ของคุณวาสุเทพรู้ว่าคุณอยู่ที่หันคา พวกเขาอาจตามมาหาคุณ

ทนายความหนุ่มมองหน้าสาวสวยเลือดผสมของโลกตะวันออกและตะวันตกอย่างเห็นใจ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตล้อมกรอบด้วยแผงขนตาหนาเป็นแพยาวงอนช้อนขึ้นสบตาเขา ก่อนหล่อนจะผ่อนลมหายใจแผ่วเบา

ถ้าคุณอั๋นมีวิธีทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีก็ทำเถอะค่ะ แซลลีไม่อยากได้บ้านหลังนั้น แถมคุณวาไม่อยู่แล้ว มันไม่มีความหมายกับแซลลีเลย

คุณวาอยากยกบ้านให้เป็นของขวัญคุณนะครับ ถึงกับเคยเขียนพินัยกรรมไว้อย่างรัดกุม เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับ รู้กันทั้งครอบครัวว่าคุณแซลลีรับไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์ขาย แม้กระทั่งยกให้พี่น้องคนใดคนหนึ่งของคุณวา นอกจากจะมอบให้เป็นสาธารณสมบัติ บ้านหลังนั้นมีประวัติมายาวนาน บูรณะซ่อมแซมเสร็จก็ส่งมอบให้กับทางการดูแลแทนได้

ถ้าทำอย่างนั้นก็ทำลายความหวังของน้องๆ คุณวาเกินไป แซลลีทำไม่ได้เหมือนกันค่ะ

สิ้นถ้อยคำ ดวงตาสีน้ำตาลก็หม่นเศร้าลง จนคนมองฉุกคิดสงสัยว่าสิ่งที่พูดถึงกันทำให้เธอสะเทือนใจเพียงนี้เชียวหรือ

แซลลีไม่อยากให้ใครเสียใจหล่อนโพล่งออกมา คล้ายกับว่าอ่านความคิดเขาออก แซลลีไม่ใช่คนดี แต่เพราะไม่อยากสร้างความผิดหวังให้ใคร โดยเฉพาะถ้าตัวเองเป็นต้นเหตุ แซลลีไม่ทำเด็ดขาด

คุณแซลลีพูดเหมือนคนมีความหลัง

อนุชิตเลิกคิ้วพลางโคลงศีรษะอย่างไม่เข้าใจในคำพูดเธอ ตลอดมาเขามีความปรารถนาดีจะให้หญิงสาวได้พบความสุขและสมหวัง เขาทำด้วยใจบริสุทธิ์ เพียงเหตุผลว่าอยากสานต่อความตั้งใจของวาสุเทพ ชายผู้มีบุญคุณล้นเหลือต่อครอบครัวของเขาเท่านั้น

ทุกคนมีความหลังและความทรงจำทั้งนั้นละค่ะ

ใช่ครับ แต่เราควรเลือกจดจำแต่สิ่งดีๆ เพราะเรายังต้องมีกำลังใจเดินต่ออีกไกล ส่วนคนอื่นก็ปล่อยไปตามเส้นทางของเขา เราคนเดียวไม่มีอำนาจชี้ให้ใครสมหวังหรือผิดหวังได้หรอกนะครับอนุชิตให้ข้อคิดอย่างคนรู้จักชีวิตดี

โสริยาหรือแซลลี สาวลูกครึ่งวัยยี่สิบสี่ปีเม้มริมฝีปากแน่น อึดใจทีเดียวเธอถึงยอมรับอย่างไม่มีอคติว่าถ้อยคำนั้นถูกต้อง...แต่ก็เพียงครึ่งเดียว

แซลลีมีเหตุผล คุณอั๋นไม่ต้องห่วงนะคะว่าแซลลีจะเห็นความสุขของคนอื่นจนมองข้ามตัวเอง แซลลีเป็นผู้หญิงธรรมดา ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อตัวเองส่วนหนึ่ง

ได้ยินอย่างนี้ผมก็สบายใจครับทนายความหนุ่มผู้มารับหน้าที่ต่อจากบิดาไม่ทันข้ามปี หากรู้จักหญิงสาวมาเกือบสามปีถอนหายใจอย่างโล่งอก

ถ้าถ้อยคำเมื่อครู่ออกจากปากคนอื่น อนุชิตคงไม่โล่งใจเท่ากับจากโสริยา หญิงสาวที่น้อยคนจะรู้นิสัยใจคอเธอดีว่าเนื้อแท้เป็นเช่นไร และคนที่เข้าใจเธอที่สุดอย่างวาสุเทพก็ชิงจากไกลแบบไม่หวนคืนเสียอีก




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น