กลกฤติน

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 28,698 Views

  • 43 Comments

  • 244 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    28,698

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 2 กฤติน...ผู้ชายวายร้าย [อัป 50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ม.ค. 62

 

ตอนที่ 2 กฤติน...ผู้ชายวายร้าย (ต่อ)

 

รถกระบะและรถเก๋งคันกะทัดรัดแล่นออกจากบ้านกลางสวน หลังจากมาจอดอยู่กว่าครึ่งชั่วโมง รถสองคันที่เคลื่อนตามกันออกไปอยู่ในสายตาคู่หนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวยืนกอดอกมองจากหน้าต่างบานกว้างในห้องนอนที่เขาลุกมาเปิดรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า แทนความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบกริบมาทั้งคืน

คงมาหาแม่เจ้าสาวม่ายขันหมากของคุณวาสุเทพ ได้ข่าวว่ากลับมาอยู่บ้านแล้วคนเสียงห้าวกล่าวเรียบเรื่อยกับตัวเอง ก่อนยกมือหนาขึ้นปิดปากหาวนอน ด้วยยังรู้สึกพักผ่อนไม่เต็มอิ่ม เพราะต้องสะดุ้งตื่นจากเสียงรถสองคันที่ดังเข้ามาปลุก

กฤตินถอนหายใจยาว มองเตียงนอนสลับกับต้นไม้ใบหญ้านอกบ้านที่กำลังเริงร่ารับแสงตะวันยามเช้า เขายืนนิ่งเป็นครู่ ก่อนตัดสินใจพาร่างกลับไปทอดยาวบนเตียงเช่นเดิม พร้อมปิดกั้นทุกความคิดและการรับรู้จากทุกโสตสัมผัส

 

โสริยาพิงจักรยานคันสีชมพูกับผนังบ้าน แล้วมานั่งบนชุดเก้าอี้ม้าหินอ่อนใต้ต้นชมพู่ที่เธอลืมเลือนไปแล้วว่าปลูกมานานแค่ไหน หรืออาจตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านหลังนี้ก็เป็นได้

หล่อนเหลียวมองรอบตัวอย่างสังเกตเป็นครั้งแรกนับจากกลับมา แต่แล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับวัตถุอย่างหนึ่งตรงแนวรั้วด้านข้างที่ล้อมที่ดินกว่าสองไร่เอาไว้ เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นหลังจากพยายามเพ่งก็ยังดูไม่ออกว่าสิ่งนั้นคืออะไร และมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่าที่เธอจำได้ก่อนจะจากไปเมื่อสองปีก่อน ก็ไม่มีมันอยู่ตรงนั้นนี่นา

ไวเท่าความคิด คนร่างบางผุดลุกไปหา หยิบท่อนไม้ขนาดเท่าลำแขนงัดมันจนพลิกหงายขึ้นมา จึงเห็นว่าเป็นลำเรือเก่าๆ ที่ถูกทิ้งคว่ำไว้นั่นเอง

โธ่เอ๊ย! เรือของใครเนี่ย หรือพอเราไม่อยู่ บ้านก็กลายเป็นที่ทิ้งขยะไปแล้ว

คนในชุดเสื้อยืดกระชับลำตัวกับกางเกงยีนสีเข้มยืนเท้าสะเอวพลางพูดจาเข่นเขี้ยว แล้วชะเง้อมองโดยรอบเผื่อจะเห็นสิ่งผิดสังเกตเข้าอีก

ถ้าคิดจะกลับมาอยู่ประจำ อันดับแรกเธอคงต้องกำจัดทุกสิ่งที่เข้ามาอยู่โดยไม่รับเชิญเสียก่อน อย่างน้อยก็ไม่ทำให้รกหูรกตา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของตัวเธอเอง

โสริยาต้องทอดถอนใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ หลังจากเดินสำรวจรอบบ้านแล้วเห็นขยะกองโตที่มั่นใจว่าตนไม่ได้ทิ้งไว้แน่นอน...ขณะใช้ไม้ท่อนเดิมเขี่ยมาสุมกอง ปากก็บ่นงึมงำไปตามเรื่องตามราว

จริงๆ เลย พอบ้านไม่มีคนอยู่ ก็เห็นเป็นที่ทิ้งขยะทุกที บ้านไหนบ้านนั้น คิดอะไรกันอยู่นะ แถวนี้ก็ไกลจากบ้านหลังอื่นจะตาย จะมีก็แต่...บ้านแสงจันทร์

โสริยาหรี่ตามองบ้านโบราณซึ่งตั้งอยู่ริมคลอง แยกแขนงจากแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านกลางจังหวัด จากจุดนี้เธอเห็นเพียงหลังคาสีนวลโผล่พ้นพุ่มต้นโมกใหญ่ที่ปลูกเรียงเป็นแผง

คุณอั๋นบอกว่าคนเช่าเป็นเศรษฐีใหญ่ คงไม่มีนิสัยมักง่ายทิ้งขยะในเขตบ้านคนอื่นมั้งหล่อนรำพึง วิเคราะห์ไปตามข้อมูลที่พอมี แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ค้านเข้าในหัว

แต่ก็ว่าไม่ได้หรอก เพื่อนบ้านของป้าที่อิสตันบูลก็รวยจะตาย แต่ยังชอบให้คนรับใช้มาขโมยผลไม้ในสวนหลังบ้านบ่อยๆ เลย คนรวยขี้เหนียวแถมโรคจิตคงมีเยอะ...แล้วเพื่อนบ้านเราเป็นคนแบบไหน ไม่ได้การละ ต้องเข้าไปดูสักหน่อย คุณอั๋นบอกว่าเขาเช่าทิ้งไว้ ไม่ค่อยเข้ามาอยู่ เพราะฉะนั้นตอนนี้เหมาะสมที่สุดที่เราจะเข้าไปดู

ในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นก็พาหญิงสาวพร้อมจักรยานคันใหม่ไปถึงบ้านหลังหมายตาซึ่งอยู่ห่างเกือบสองร้อยเมตร เธอลงจากรถ พาเดินจูงผ่านประตูรั้วใหญ่ที่ออกแรงผลักเบาๆ ก็เคลื่อนเปิดอย่างง่ายดาย

ทำไมไม่ปิดประตูให้ดี หรือคิดว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของบ้าน เลยไม่ใส่ใจดูแล แต่ก็น่าจะกลัวข้าวของตัวเองที่ทิ้งไว้ข้างในจะสูญหายบ้าง

เพียงย่างก้าวแรกสู่สถานที่อันเป็นความทรงจำ โสริยาก็ถูกความอึดอัดขัดใจโถมเข้าหาจนเต็มดวงใจ แล้วความคิดหนึ่งผุดพร่างขึ้นว่า หากบ้านแสงจันทร์เป็นกรรมสิทธิ์ของตนโดยชอบธรรมก็ดี ไม่ใช่อยากครอบครองเป็นเจ้าของมัน แต่หล่อนจะถือสิทธิ์ดูแลให้อยู่สภาพปลอดภัยมากที่สุดต่างหาก

บ้านโบราณรูปแบบกึ่งตึกปลูกสร้างด้วยคอนกรีตทั้งหลังอายุกว่าร้อยปี แลดูคล้ายศิลปะจากซีกโลกตะวันตกมากกว่าจะเป็นรูปทรงแบบไทย ตัวบ้านชั้นเดียวแต่ยกพื้นสูงกว่าเมตร มีบันไดทอดลงมารับพื้นดินเบื้องล่าง

โสริยาทอดฝีเท้าเข้าไปจนใกล้ กวาดสายตามองอย่างทบทวนความทรงจำ สองปีที่จากไป ทุกอย่างยังคงสภาพเดิม แม้แต่ไม้ประดับที่ปลูกโดยรอบก็ยังเป็นเช่นเดิม เหมือนได้รับการดูแลอย่างดี

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น