คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

โซ่สวาท ทาสดวงใจ | สนพ.ไลต์ ฯ ตีพิมพ์

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 รอยอดีต [อัพ 100 %]


     อัพเดท 6 ก.พ. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ลูกบอล, ลูกหมู, ปารลี, พัทธนนท์, บ่วงรัก, โซ่หัวใจ, ซาบซึ้ง
ผู้แต่ง : สุธาสินี/Lalanda/อรอิสรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สุธาสินี/Lalanda/อรอิสรา
My.iD: https://my.dek-d.com/lalanda
< Review/Vote > Rating : 97% [ 14 mem(s) ]
This month views : 37 Overall : 345,056
1,982 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 222 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
โซ่สวาท ทาสดวงใจ | สนพ.ไลต์ ฯ ตีพิมพ์ ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 รอยอดีต [อัพ 100 %] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15729 , โพส : 31 , Rating : 97% / 50 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


                                                                  

                                       ตอนที่ 3 รอยอดีต

                                                           

การประชุมชี้แจงผลประกอบการจากทุกบริษัทในเครืออัครรัตน์ประจำไตรมาสแรกของปีสิ้นสุดลงพร้อมกับความพึงพอใจของผู้บริหารระดับสูง โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกพึงพอใจกับผลที่ได้อย่างเกินความคาดหมายในครั้งนี้

ร่างสูงใหญ่อิงกายลงกับเก้าอี้ที่วางอยู่ตรงตำแหน่งหัวโต๊ะประชุม ขณะที่สายตาคมกำลังไล่มองเอกสารที่ถืออยู่ในมือ เขากำลังชื่นชมกับตัวเลขผลกำไรในไตรมาสนี้ ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว สิ่งเหล่านี้กำลังสร้างความคาดหวังต่อไปถึงราคาหุ้นของบริษัทในเครือว่าจะปรับตัวสูงขึ้นมาในอีกไม่นาน

ผลกำไรที่เกิดจากการตัดสินใจที่ถูกต้องและแม่นยำเมื่อต้องวางทิศทางและนำพาบริษัทให้เติบโตก้าวหน้า แล้วยังส่งผลต่อมาให้เกิดความมั่นคงในตำแหน่งที่ตนถือครองอยู่ ตราบใดที่ทุกอย่างยังเป็นไปอย่างนี้ ตำแหน่งรองประธานและรักษาการประธานของเครืออัครรัตน์ก็ยังคงอยู่ในมือของเขา

กว่าการประชุมจะเสร็จสิ้นลงไป ก็เป็นเวลาเลยเที่ยงวันไปแล้ว พัทธนนท์ยกนาฬิกาขึ้นมาดูอีกครั้ง หลังจากเห็นว่าผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ได้ทยอยกันออกไป ในตอนนี้จึงเหลือเพียงกลุ่มที่ปรึกษาและผู้บริหารระดับสูงที่ยังคงนั่งสนทนากันอยู่

“ผลประกอบการเข้าเป้านะครับคุณพัทธ์ ดีกว่าที่คิดไว้ซะอีก ตลาดใหม่ที่บุกเบิกในปีที่แล้วก็ดูท่าจะไปได้สวย” ที่ปรึกษาอาวุโสคนหนึ่งที่เคยฟาดฟันจนเขาแทบหลุดจากเก้าอี้เมื่อสองปีที่แล้วเอ่ยชื่นชมขึ้น

“ครับ เดี๋ยวนี้ตลาดหมุนเร็ว สินค้าบริโภคแบบของเราต้องหาที่ใหม่รองรับไว้เสมอ แต่ตลาดที่เราครองอยู่ในตอนนี้ก็คงอยู่ได้อีกทั้งปี” พัทธนนท์กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพตามแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้อาจมีหลายคนเคยมองว่าเป็นความอ่อนแอ แต่เขาก็ได้พิสูจน์ด้วยผลงานไปแล้วจนเป็นที่ยอมรับกัน

“ช่วงบ่ายคุณพัทธ์มีเวลาหรือเปล่าครับ ผมจะขอคุยเรื่องของคุณสราวุธที่คุณพัทธ์สั่งให้เขาไปตรวจสอบตัวเลขมาใหม่น่ะครับ” ผู้บริหารคนหนึ่งเอ่ยแทนผู้ชายที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างๆ ซึ่งเพิ่งหน้าม้านไปตอนที่นำเสนอข้อมูลต้นทุนการผลิตสินค้าผิดพลาดซึ่งส่งผลกระทบต่อไปถึงผลประกอบการที่ดูลดต่ำลงจนผิดสังเกต

“ได้ครับ” พัทธนนท์ตอบตกลง พลางคิดว่าเขาคงต้องยกเลิกนัดหมายกับนิตย์ระวีอีกครั้ง ก็ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจเขาเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา

 

ขณะที่พันธนนท์กำลังยุ่งกับเรื่องของธุรกิจ หญิงสาวสวย รูปร่างประเปรียว ซึ่งกำลังจะถูกคนรักยกเลิกนัดในช่วงบ่าย ก็ก้าวเดินเข้ามาในโชว์รูมเครื่องเพชรของฟาดาจิวเวลรี หล่อนสามารถเรียกสายตาจากพนักงานและลูกค้าที่กำลังเลือกซื้อเครื่องประดับในร้านให้หันมามองได้อย่างพร้อมเพรียงกัน หากแต่เจ้าของเรือนร่างสะโอดสะองกลับไม่สนใจสายตาของคนอื่น นอกจากสอดส่ายสายตาราวกับกำลังมองหาใครบางคน ทว่ายังไม่ทันที่พนักงานจะเข้ามาไถ่ถาม เสียงทักทายจากด้านหลังก็ดังขึ้นเสียก่อน

“สวัสดีค่ะคุณนิตย์ มาตรงเวลาเป๊ะเลยนะคะ” คุณแจนซึ่งเป็นผู้จัดการร้านเดินเข้ามาต้อนรับลูกค้าสาวสวย ข้างหลังเธอยังมีพนักงานนามปารลีที่กำลังตามเข้ามาพร้อมกับยกมือไหว้ทักทายหญิงสาวผู้มาใหม่

“สวัสดีค่ะคุณแจน” นิตย์ระวียิ้มทักทายอย่างคนอัธยาศัยดี ดวงตาคมเฉี่ยวกำลังหรี่มองไปที่ปารลี ซึ่งเธอเห็นว่าดูเด่นสะดุดตาเกินกว่าจะเป็นแค่พนักงานในร้าน

“น้องจันทร์ค่ะ จะให้มาช่วยบอกรายละเอียดสินค้าในร้านเรา” คุณแจนเอ่ยแนะนำ เมื่อเห็นว่าลูกค้าสาวกำลังให้ความสนใจกับลูกจ้างของเธอ

ปารลีลอบมองหญิงสาวตรงหน้า แล้วคิดไปว่าเธอก็ดูเหมาะสมกับเขาคนนั้น แต่พอเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับนัยน์ตาคู่คมเฉี่ยว ปารลีก็รู้สึกหวั่นกลัวจนต้องยกสองมือขึ้นมากุมไว้เพื่อระงับอาการสั่น หล่อนรู้สึกถึงหัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ ด้วยคิดกังวลว่าอาจต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ที่จะตามมาในอีกไม่ช้า ถ้าหล่อนยังคงอยู่ในที่แห่งนี้

“เอ ลูกน้องคุณแจนไม่สบายหรือเปล่าคะ เหงื่อซึมเชียว”

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันสบายดี” ปารลีรีบบอกปฏิเสธไป เพราะถึงอย่างไรในเวลานี้เธอยังคงต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

เมื่อเห็นว่าปารลีไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ทั้งคุณแจนและนิตย์วีก็กลับมาให้ความสนใจกับเครื่องประดับของฟาดาจิวเวลรีต่อทันที

“สินค้าที่นี่มีครบทุกแบบตามที่บริษัทได้วางแผนเตรียมไว้สำหรับตลาดบ้านเรา ซึ่งกลุ่มเป้าหมายก็มีตั้งแต่คนระดับกลางจนถึงกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง ราคาก็เริ่มตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงชิ้นละล้านบาท”

คุณแจนกล่าวพลางเปิดแคตตาล็อกแสดงรูปสินค้าที่ทางสำนักงานใหญ่ได้จัดเตรียมไว้ให้เพื่อใช้ในการนำเสนอให้กับลูกค้าและผู้ที่สนใจได้ชม

“สินค้าเจาะตรงกลุ่มเป้าหมายนะคะ” นิตย์ระวีออกความเห็นอย่างคล้อยตามกัน

“ค่ะ สินค้าชุดใหม่นี้ทางบริษัทได้ศึกษาตลาดมาแล้วอย่างดี ทีมออกแบบเป็นคนละชุดกับที่ทำป้อนตลาดส่งออกที่ยุโรป แต่คุณภาพเดียวกัน”

“แตกต่างกันแค่ดีไซน์หรือคะ” นิตย์ระวีย้ำถามเพื่อความแน่ใจ โดยที่ผู้จัดการสาวยืนยันตอบรับข้อสงสัยทันที

เมื่อนิตย์ระวีร้องขอรายละเอียดของสินค้าเพิ่มเติมในส่วนที่กำลังให้ความสนใจ คุณแจนจึงส่งมอบหน้าที่นี้ต่อไปให้กับปารลี ที่เธอเชื่อมั่นในความสามารถและไหวพริบในการแก้ปัญหาอยู่เสมอ แม้ในครั้งนี้จะทำให้รู้สึกแปลกใจไปบ้าง เมื่อเห็นว่าปารลีมีท่าทีอึดอัดและไม่คล่องแคล่วเหมือนการทำงานในครั้งที่ผ่านมา

ปารลียังคงให้ข้อมูลกับลูกค้าพิเศษรายนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนใกล้เวลาเลิกงานเข้ามาทุกที พร้อมกับที่นึกดีใจเมื่อวันนี้สามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้อีกวัน หล่อนคิดว่าในเวลานี้ลูกบอลยังเล็กนัก อีกทั้งหลายอย่างในชีวิตก็เริ่มลงตัว ถ้าหากมีสิ่งใดที่จะเข้ามาแล้วอาจทำให้เกิดปัญหาต่อกัน หล่อนก็ยินดีที่จะเป็นผู้หลบหลีกไปเอง

ขณะที่นิตย์ระวีกำลังเพ่งมองแหวนที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามและดูน่าทึ่งอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ทำให้ปารลีถอยห่างออกไป เพื่อให้ลูกค้าได้รับความเป็นส่วนตัวในการพูดคุยธุระส่วนตัวกัน

“สวัสดีค่ะ ประชุมเสร็จแล้วหรือคะ”

เสียงอ่อนหวานที่กรอกลงไป ทำให้ปารลีหยุดชะงัก หล่อนยอมเสียมารยาทแอบฟังการสนทนาทางโทรศัพท์นี้ เพราะกำลังสังหรณ์ใจว่าอาจมีบางเรื่องที่จะเกี่ยวพันมาถึงหล่อน

“พัทธ์จะมาที่นี่กี่โมง นิตย์กำลังจะเสร็จธุระแล้วล่ะ” นิตย์ระวีถามขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังจากนั้นก็ตั้งใจฟังปลายสายตอบกลับมา

“ได้ค่ะ จะรอนะคะ”

เมื่อเสร็จสิ้นจากการสนทนา นิตย์ระวีก็เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าสะพายใบหรูไว้ดังเดิม แล้วจึงหันกลับมาทางปารลี แต่ต้องขมวดคิ้วมุ่นอย่างแปลกใจ ด้วยเห็นว่าหญิงสาวมีอาการผิดปกติไป หล่อนกำลังดูกระสับกระส่าย ขณะที่คุณแจนซึ่งเฝ้าสังเกตอยู่ก็ทนดูต่อไปไม่ไหว จึงเดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใย

“เป็นยังไงบ้างหนูจันทร์ จะกลับบ้านไปพักก่อนหรือเปล่า”

สำหรับปารลีแล้ว เสียงนี้ดังขึ้นมาเพื่อโปรดหล่อนอีกครั้ง จึงหันไปกล่าวลาทั้งคุณแจนและนิตย์ระวีในทันที

“จันทร์คงไม่สบายจริงๆ ค่ะ วันนี้ขอตัวกลับก่อนนะคะ” ปารลีรีบผละออกไปโดยไม่สนใจว่ายังมีสายตาของอีกคนที่มองตามไปอย่างประหลาดใจ

“หนูจันทร์เขามีลูกชายเล็กๆ คนหนึ่งค่ะ เคยบอกว่าช่วงนี้เริ่มกวน เลยไม่ค่อยได้พักผ่อน เมื่อวานก็หน้าซีดจะเป็นลมตั้งหลายครั้ง” คุณแจนไขข้อข้องใจให้กับนิตย์ระวีที่หันกลับมายิ้มรับ

ทั้งสองคนพูดคุยต่อไปไม่นาน ร่างสูงสง่าภูมิฐานของพัทธนนท์ก็ก้าวเข้ามาถึง การปรากฏตัวของเขาสร้างความปลาบปลื้มให้นิตย์ระวี หล่อนกำลังรู้สึกหัวใจพองโตด้วยรู้ว่าสุดท้ายแล้วพัทธนนท์ก็พยายามปลีกตัวมาหาจนได้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีงานรัดตัวมากสักแค่ไหนก็ตาม

“คุณแจนคะ คุณพัทธนนท์คนรักของนิตย์ค่ะ” นิตย์ระวีคล้องแขนชายหนุ่ม พร้อมแนะนำให้รู้จักกับผู้จัดการสาวของร้านแห่งนี้ ซึ่งอีกนัยก็เป็นญาติใกล้ชิดเจ้าของฟาดาจิวเวลรีนั่นเอง

ทั้งสองคนทักทายกันเป็นอย่างดี ก่อนที่คุณแจนจะพร่ำบ่นเสียดายที่ได้ตัดสินใจยกเลิกขอนำแบบแหวนหมั้นมาให้พัทธนนท์ได้ยลในวันนี้ ด้วยคิดว่าเขาจะไม่เข้ามา ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก เพราะการตัดสินใจหลักเกี่ยวกับแหวนหมั้น เขายังคงยกให้เป็นของนิตย์ระวีอยู่เหมือนเดิม

สองหนุ่มสาวอยู่ในร้านอีกเพียงครู่ ก็เอ่ยร่ำลาผู้จัดการสาว แล้วก้าวเดินออกมาจากร้าน มุ่งตรงไปยังลานจอดรถซึ่งอยู่ในชั้นเดียวกัน ระหว่างนั้นพัทธนนท์ก็หันไปมองนิตย์ระวีด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนพูดกับหล่อนด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง

“ผมจะขอชดเชยเวลาที่เหลือของวันนี้ให้นิตย์คนเดียวเลยนะครับ”

 

ลังจากที่เลิกงานและได้กลับเข้าบ้านก่อนเวลาในวันนี้ ปารลีก็รีบเดินลัดเลาะเข้าไปในซอย พลางคิดว่าหล่อนจะต้องเป็นโรคหวาดผวาเข้าสักวัน หากเหตุการณ์ยังคงเป็นอย่างนี้ เมื่อสาวเท้าเข้ามาจนใกล้ถึงบ้านป้าบัว จึงนึกขึ้นมาได้ว่าหล่อนได้เดินผ่านสำนักงานบัญชีตรงปากซอยมาแล้ว จากความตั้งใจเดิมที่จะไปรับงานมาทำในวันหยุดเพื่อเป็นรายได้เสริมนั้นก็ต้องเป็นหมัน เมื่อเห็นว่าเดินผ่านมาตั้งไกล จึงไม่อยากย้อนกลับไปให้เสียเวลา

เมื่อเดินมาถึงบ้านเช่าหลังสีฟ้าของป้าบัว หล่อนก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ของลูกบอลที่กำลังหัวเราะอย่างสนุกสนาน จึงชะโงกหน้าเข้าไปมองด้านใน แล้วเห็นว่าเป็นลุงชุบสามีป้าบัวนี่เองที่กำลังนั่งหยอกเล่นกับลูกชายตัวน้อยของหล่อน

“วันนี้หนูจันทร์เลิกงานเร็วดีจัง” ลุงชุบทักขึ้น ก่อนหันไปคุยกับลูกชายหล่อน

“ลูกบอล แม่เรามารับแล้วนะลูก”

ลุงชุบส่งเสียงเรียกเด็กชายตัวน้อยที่กำลังวิ่งเตาะแตะภายในห้องแคบๆ เมื่อเด็กชายหันมามองแล้วก็ยิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ร่างเล็กป้อมวิ่งโถมเข้ามาหาจนทำให้ปารลีต้องรีบอ้าแขนออกมารับทันที ใบหน้าเล็กกลมยื่นมาหอมที่แก้มนวลของหญิงสาวอย่างแสนคิดถึง พร้อมทั้งหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างดีใจ

“ป้าบัวล่ะคะ” ปารลีถามออกไปเพราะยังมองไม่เห็นหญิงชรา

“ป้าเขากำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวน่ะ” ลุงชุบตอบโดยที่สายตาของชายชรายังคงจับจ้องที่ร่างเล็กป้อมซึ่งกำลังออดอ้อนคลอเคลียอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นมารดาอย่างรู้สึกเอ็นดู

ส่วนป้าบัวเมื่อได้ยินเสียงปารลีกลับเข้ามารับลูกบอล ซึ่งวันนี้เห็นว่าเข้ามาเร็วกว่าปกติ ก็รีบเดินออกมาจากครัว แล้วส่งกระเป๋าใส่ของใช้ส่วนตัวของลูกบอลคืนไปให้พร้อมกับกล่องอาหารและขวดนมที่ล้างจนสะอาดแล้ว สายตาอ่อนโยนมองเด็กชายพร้อมกระเซ้าออกมา

“คงดีใจที่เห็นแม่ล่ะสิ ยิ้มหน้าบานเชียว”

ปารลีกำลังจัดข้าวของทั้งหมดลงในกระเป๋าที่ป้าบัวเพิ่งส่งคืนมาให้ แล้วหันไปถามชายชราที่ยังคงต้องทำมาหากินเพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวในเมืองใหญ่แห่งนี้

“วันนี้ลุงไม่ขับรถหรือจ๊ะ”

“ไม่ล่ะ วันนี้คงพักสักวัน เพราะตื่นมาก็รู้สึกไม่สบายตัว” เสียงแหบตามวัยของชายชราตอบ

“ดีแล้วจ้ะ รอให้หายดีก่อน แล้วค่อยออกไปขับรถแท็กซี่ ไม่อย่างนั้นป้าบัวรออยู่ที่บ้านก็คงต้องคิดกังวลอยู่ตลอดเวลา” ปารลีพูดขึ้นอย่างเข้าใจในความรู้สึกของชายหญิงชราคู่นี้ที่เกื้อหนุนดูแลกันมา หล่อนคิดว่ามันคงเป็นความสุขใจ เมื่อเกิดมาในชีวิตหนึ่งแล้วมีใครคอยดูแล ในขณะเดียวกันเราก็ได้ดูแลใครคนนั้นไปด้วย

หลังจากที่ปารลีนั่งรอให้ลูกบอลเข้าไปลาเจ้าของบ้านจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หล่อนก็ยกร่างเล็กป้อมขึ้นมาอุ้มเพื่อเดินกลับไปยังห้องเช่า ด้วยเห็นว่าในเวลานี้แสงแดดยังร้อนเกินไป ไม่อย่างนั้นคงได้จูงมือลูกบอลให้เดินกลับไปด้วยตัวเอง

 

ารลีนั่งพับผ้าชิ้นเล็กๆ ของลูกบอลที่ถูกซักและตากไว้จนแห้งสนิทดีแล้วไว้ในตะกร้าที่วางอยู่ข้างตัว หล่อนจับตามองร่างเล็กป้อมที่กำลังตั้งอกตั้งใจวางของเล่นที่เป็นแท่งไม้สี ซึ่งกำลังแสดงท่าทีดีใจด้วยการปรบมือเมื่อวางแท่งไม้ได้สำเร็จแม้จะเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น จากนั้นเด็กชายตัวน้อยก็มุมานะกับการวางชิ้นที่สองต่อไป แต่ทว่าแท่งไม้ก็กลับพังครืนลงมา ทั้งที่ข้างตัวเขายังมีแท่งไม้เหลืออีกตั้งสิบกว่าชิ้น เสียงร้องไห้จึงบังเกิดขึ้นในห้อง ทำลายความเงียบสงบที่เคยปกคลุมอยู่ก่อนหน้านี้ ปารลีจึงเดินไปหาแล้วยกร่างน้อยมาวางไว้บนตัก ก่อนปลอบประโลมเสียงอ่อนหวาน

“ไม่เอานะลูก ไม่ร้อง” มือบางของปารลียกขึ้นลูบที่ท้ายทอยเล็กของเด็กน้อย ขณะที่ใบหน้าเล็กกลมก็หันไปซุกอกอุ่น

ลูกบอลยังคงสะอื้นน้อยๆ เหตุเพราะความโมโหที่ต้องการวางแท่งไม้ทั้งสองชิ้นให้ซ้อนกัน แต่ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จสักที ปารลีหันไปหยอกล้อได้เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากของลูกบอลออกมา หลังจากนั้นจึงชวนลูกน้อยให้กลับมาเล่นด้วยกันใหม่อีกครั้ง คราวนี้เป็นหล่อนเองที่คอยวางแท่งไม้สองชิ้นให้ซ้อนกัน พอเรียงกันได้สำเร็จ ก็ถูกมือเล็กป้อมมากวาดจนล้มไปทุกที

ปารลีมองใบหน้าเล็กที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข แล้วทันใดนั้นน้ำตาก็ไหลพรากลงอาบแก้วนวลพร้อมกับแรงสะอื้นที่ปลดปล่อยออกมาจากความรู้สึกอัดอั้นที่ทนเก็บไว้แล้วทั้งวัน ดวงตากลมของลูกบอลหันมาเห็นท่าทีที่ผิดปกติไปของมารดา จึงลุกเดินเตาะแตะก้าวมาหาพร้อมส่งตัวเล็กป้อมเข้าไปซุกอยู่ในอกอุ่นอย่างรู้สึกตกใจ การที่ลูกน้อยเห็นมารดาร้องไห้คงทำให้ตกใจเสียขวัญน่าดู เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ปารลีจึงรีบเช็ดน้ำตาออกไป ก่อนหันไปพูดคุยหยอกล้อเพื่อให้ลูกบอลหายจากความตระหนกและกลับมาเป็นเด็กน้อยอารมณ์ดีเหมือนอย่างเคย

“ไปเที่ยวกันไหมลูก”

ปารลีหันมาชวน เมื่อเดินไปเกาะขอบประตูห้องแล้วเห็นว่าภายนอกแสงแดดกล้าในยามเย็นได้จางลงไปมากแล้ว ก่อนจะหันกลับไปมองวงหน้าเล็กที่รีบเงยขึ้นยิ้มรับด้วยอารมณ์ดีใจ

“ไป ไปเที่ยว”

 

ตลอดทางที่ปารลีจูงมือป้อมของลูกบอลออกมาเดินเล่น เธอก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของลูกน้อยดังไม่หยุดหย่อน ซึ่งบางครั้งก็ทำให้อดหัวเราะตามไม่ได้ สองแม่ลูกที่กำลังเดินไปสู่เป้าหมายข้างหน้าซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก ห่างจากห้องเช่าเพียงแค่สามร้อยเมตรเท่านั้น แต่ก็ทำให้คนที่บอกว่าอยากเดินไปเองชะงักตั้งแต่ไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง หลังจากนั้นก็หันไปอ้อนให้ผู้เป็นมารดายกอุ้มขึ้นมา

ปารลีเดินอุ้มลูกบอลไปเรื่อยๆ พร้อมกับส่งเสียงชวนคุยกันไปตลอดทาง จนกระทั่งถึงสวนสาธารณะ ทันทีที่หญิงสาววางร่างเล็กป้อมลง เด็กน้อยก็รีบผละออกไป แล้วหันไปก้าวเดินเตาะแตะบนพื้นหญ้าในทันที ท่ามกลางสายตาที่คอยจับมองลูกบอลอย่างไม่ให้คลาดสายตา ด้วยเพราะใกล้กันนั้นปรากฏเป็นสระน้ำที่มีบัวขึ้นมาแผ่ใบสีเขียวจนแน่นขนัด หากแต่มองให้ดีสระน้ำที่ต้องระวังนี้ก็มีความสวยงามซ่อนอยู่ไม่น้อย ถ้าถึงช่วงที่มีดอกบัวบานขึ้นเต็มสระ

ปารลีเห็นเด็กตัวเล็กๆ หลายคนที่จำได้ว่าอยู่ในละแวกนี้เข้ามาวิ่งเล่นกัน ใบหน้าสวยระบายรอยยิ้มเมื่อมองเห็นว่าลูกน้อยของเธอได้เพื่อนเล่นไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเด็กผู้ชายวัยโตกว่าเล็กน้อยที่เดินเข้ามาพร้อมกับคุณแม่ท่าทางใจดี และเมื่อปารลีเห็นว่าลูกน้อยไปทอดไมตรีทิ้งเอาไว้แล้ว หล่อนจึงต้องเดินตามออกไปเพื่อทักทายและทำความรู้จักกันตามประสาคุณแม่ที่มีลูกชายอยู่ในวัยไม่ห่างกัน

นับตั้งแต่ที่เธอมีลูกน้อยคนนี้ เธอยอมรับอย่างไม่อายเลยว่าความคิดหลายอย่างได้เปลี่ยนไป มันทำให้เธอมีความกล้าและมีความมั่นใจมากขึ้น อีกทั้งความภูมิใจในตัวลูกบอลก็ส่งผลต่อมาให้เธอรู้คุณค่าของตัวเอง แล้วว่าถ้าเมื่อไรที่ลูกบอลอารมณ์ดีนั้น เด็กน้อยก็จะทำให้เธอมีเพื่อนคุยเพิ่มขึ้นมาเสมอ คงเพราะความเป็นเด็กกล้าหาญและไม่หวั่นกลัวสิ่งใด ทำให้ใครหลายคนเห็นแล้วมักเข้ามาพูดคุยและหยอกล้อ

เวลาผ่านไปพักใหญ่ ลูกบอลก็ยังเล่นเพลินอยู่กับเพื่อนใหม่ จนปารลีเห็นแล้วก็ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะ หล่อนตั้งใจว่าจะปล่อยให้เล่นสนุกกันไปอีกสักพักแล้วค่อยพากันเดินกลับสู่ห้องเช่า

 

มื่อออกมาจากโชว์รูมของร้านเครื่องประดับในห้างสรรพสินค้าหรูแห่งนั้น พัทธนนท์ก็ขับรถพาว่าที่คู่หมั้นมาถึงร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านของหล่อน เหตุเพราะพัทธนนท์เห็นว่านิตย์ระวีคงทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน เขาจึงอยากให้หล่อนได้กลับไปพักผ่อนโดยไว เมื่อรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดตรงลานจอดรถด้านหน้าของร้านอาหาร ทั้งสองคนก็ก้าวลงจากรถ แล้วเดินเคียงคู่กันเข้ามาในร้านที่มีบรรยากาศดี ค่อนข้างเงียบสงบ และดูเป็นส่วนตัว

พนักงานหญิงรีบเข้ามาต้อนรับทันทีที่เห็นลูกค้าประจำอย่างนิตย์ระวี ก่อนจะเดินนำพาไปนั่งที่โต๊ะซึ่งถูกจองไว้ล่วงหน้าก่อนหน้าที่จะมาถึงเพียงไม่กี่นาที ซึ่งอภิสิทธิ์ที่ได้รับนี้ก็เป็นผลพวงมาจากความคุ้นเคยกับร้านนี้เป็นอย่างดีของหญิงสาว

“นิตย์มาทานที่นี่บ่อยหรือครับ” พัทธนนท์ถาม เมื่อทั้งสองช่วยกันสั่งอาหารไปแล้วเรียบร้อย

“ร้านนี้เป็นร้านประจำของที่บ้านค่ะ นิตย์ก็เลยอยากพาพัทธ์มาลองชิม” นิตย์ระวีตอบกลับไปพร้อมกับระบายรอยยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อมีโอกาสได้ใช้เวลาด้วยกันกับแฟนหนุ่ม

“ถ้าถึงขนาดนี้ ผมคิดว่าอาหารที่นี่ต้องอร่อยที่สุดแล้วล่ะ” เขาเย้ากลับไปอย่างอารมณ์ดี

“นิตย์เห็นหน้าพัทธ์ในวันนี้แล้ว คงไม่ต้องถามแล้วล่ะว่าผลกำไรของบริษัทดีหรือเปล่า เพราะตั้งแต่เจอที่ร้านฟาดา รู้ตัวหรือเปล่าว่าพัทธ์ยังไม่หยุดยิ้มเลย”

“ใครว่าล่ะ ผมยิ้มเพราะได้อยู่กับนิตย์ต่างหาก”

“แต่ผลจากที่ประชุมก็ต้องพอใจด้วย ใช่ไหมล่ะ” นิตย์ระวีโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้กัน ทำให้พัทธนนท์อดใจไม่ไหว ต้องยื่นมือแข็งแรงไปขยี้ผมที่ซอยสั้นของหล่อนอย่างนึกเอ็นดู ก่อนตอบหล่อน

“แค่ส่วนหนึ่ง”

“แต่แย่งเวลาของนิตย์ไปเกือบหมด” น้ำเสียงหล่อนเจือไปด้วยความน้อยใจ

“อย่างอนไปสิ ต่อไปผมจะอยู่ให้เห็นหน้าจนนิตย์เบื่อไปเลย”

“ขอให้จริงเถอะ”

นิตย์ระวีมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและผูกพัน แต่กระนั้นหล่อนก็รู้สึกว่ายังเข้าไปไม่ถึงจิตใจของเขา ซึ่งอาจจะเป็นเพราะพัทธนนท์ต้องแบกรับความรับผิดชอบในหน้าที่การงานมากขึ้น จึงทำให้เขาดูเปลี่ยนแปลงไปจากพัทธนนท์คนเดิมที่หล่อนเคยรู้จักกันมายาวนานกว่าสิบปี

“ผมเห็นงานที่นิตย์ทำแล้วไปได้สวย ผมก็ดีใจ แต่อย่าโหมนักนะครับ ผมเป็นห่วง พักผ่อนเสียบ้าง” เขาทอดเสียงอ่อนโยน

“พัทธ์ก็ต้องหาเวลาว่างมาดูแลนิตย์ให้มากกว่านี้สิ” นิตย์ระวีตอบเหงาๆ แม้ว่าหล่อนจะเป็นผู้หญิงที่ดูเก่งกล้าสักเพียงใด แต่ก็ยังต้องการการปกป้องและกำลังใจจากคนที่แข็งแรงกว่าอยู่ดี โดยเฉพาะคนที่เป็นที่รัก

พัทธนนท์มองแล้วก็รู้สึกแปลกใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า เขาจำไม่ได้ว่านี่เป็นครั้งแรกหรือเปล่าที่นิตย์ระวีร้องขอเวลาว่างและการดูแลเอาใจใส่จากเขา แต่กระนั้นเขาก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าหลังเสร็จสิ้นจากการสะสางสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจตอนนี้ เขาก็จะเริ่มชีวิตใหม่กับหล่อนเสียที ซึ่งก็คงอีกไม่นานที่ทุกอย่างจะสิ้นลง

“อีกไม่นานผมจะมีเวลามากขึ้น” พัทธนนท์บอกด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ขอบคุณนะครับ ที่เข้าใจกันมาตลอด”

คำพูดซึ้งๆ จากปากชายคนรักทำเอานิตย์ระวีหัวเราะออกมาด้วยความไม่เคยชินปนไปด้วยความเก้อเขิน

“หัวเราะอะไร”

“นานๆ เจอคนปากหวาน”

สิ้นเสียงนั้นทั้งสองคนก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับอาหารที่ถูกทยอยนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ สองหนุ่มสาวยังคอยตักอาหารและดูแลต่อกัน เพื่อหวังจะตักตวงความสุขที่มีร่วมกันในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

 

ในวันต่อมา เมื่อพัทธนนท์กลับเข้ามาที่ตึกสำนักงานของเครืออัครรัตน์ในช่วงบ่าย หลังจากที่เขาได้ออกไปหาว่าที่คู่หมั้นสาวแล้วพากันไปทานอาหารมื้อเที่ยงด้วยกันตามที่เคยให้สัญญากันไว้ ตลอดเวลาที่เขาเดินเข้ามารู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เขาจนต้องหันกลับไปมอง แต่ก็ไม่เห็นมีใครในบริเวณนั้น นอกเสียจากพนักงานหญิงที่กำลังท้องอ่อนๆ ที่กำลังยืนอยู่ข้างชายหนุ่มอีกคนด้วยท่าทีสนิทสนมซึ่งก็คงเป็นคนรักหรือสามีของเธอ

ชายหนุ่มเดินต่อไปจนเข้าไปในลิฟต์ พลางคิดเล่นๆ ว่าสายตาของเธอที่จ้องมาเมื่อครู่นี้ ถ้าหากว่าเขาไม่เห็นผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน คงต้องระแวงไปแล้วว่าอาจโดนข้อหาไปทำใครท้องแล้วไม่รับผิดชอบแน่นอน

เมื่อพัทธนนท์เดินเข้ามาในห้องทำงาน เขาก็นั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะตัวใหญ่ พลางดึงซองสีน้ำตาลที่เพิ่งได้รับจากคนสนิทเมื่อเช้าขึ้นมาดูอีกครั้ง ข้างในปรากฏเป็นรูปของใครบางคนในหลากหลายอิริยาบถที่เขาวนดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีวันเบื่อ แม้แต่ในครั้งนี้เขาก็ไม่รู้ตัวอีกเหมือนเคยว่าได้ใช้เวลาเพ่งพิจารณาไปนานแค่ไหน

กระทั่งได้ยินเสียงเลขานุการซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าห้องแจ้งเข้ามาว่าอนุภาพผู้เป็นเพื่อนได้แวะเข้ามาหา ชายหนุ่มจึงรีบเก็บซองสีน้ำตาลในมือไว้ที่เดิมอย่างรวดเร็ว เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ได้ยินเสียงประตูเปิดผลัวะเข้ามาโดยไม่มีเสียงเคาะให้รู้ตัวกันก่อนเหมือนอย่างเคย

“เป็นไงเพื่อน เลิกกบดานแล้วหรือไง” อนุภาพเข้ามานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเขา

“นายมีอะไร” พัทธนนท์เลิกคิ้วถาม พลางเลื่อนเอกสารจากแฟ้มมาวางไว้ตรงหน้า แล้วเปิดไล่ดูอย่างไม่จริงจังนัก พร้อมกับพูดคุยโต้ตอบเพื่อนหนุ่ม

“ฉันโทรเข้ามาตอนเที่ยง เลขาฯ นายบอกว่าออกไปข้างนอก จะกลับเข้ามาอีกทีก็ช่วงบ่าย ไปทานข้าวกับคุณนิตย์ใช่หรือเปล่าล่ะ”

“แล้วนายมีปัญหาอะไร ฉันจะไปไหน ทำอะไร ต้องรายงานให้รู้ด้วยเหรอ” พัทธนนท์ย้อนถามขึ้นมา

“ไม่มี ใครจะกล้ามีปัญหากับนาย” ตอบเสียงยียวน แต่อีกฝ่ายหาได้ใส่ใจไม่

อนุภาพมองคนตรงหน้า คนที่เขารู้จักและคบหาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อคิดทบทวนจึงเห็นว่าหลายอย่างที่พัทธนนท์ทำไปในช่วงหลังล้วนเป็นสิ่งที่เขาเกินจะคาดคิดได้ ทำให้นึกต่อไปถึงเรื่องเจ้าคนทรยศในสายตาของเพื่อนเขากับหญิงสาวที่เป็นคนรักกัน สิ่งที่เกิดขึ้นกับสองคนนั้นทำให้เขาคิดได้ว่าถ้าไม่จำเป็นก็อย่ามาเป็นศัตรูกับคนอย่างพัทธนนท์เลย

“มาที่นี่มีธุระอะไร” พัทธนนท์เอนกายหนาพิงลงกับเก้าอี้ เมื่อเขาเห็นฝ่ายตรงข้ามยังนิ่งเฉยและไม่รู้ว่าจะปักหลักนั่งอยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหน ทั้งที่ตอนเดินเข้ามาก็ทำท่าเหมือนว่าจะมีเรื่องที่ต้องคุยกัน

“รู้เรื่องนายศตวรรษบ้างหรือเปล่า” อนุภาพจับตามองคนตรงหน้า แต่เท่าที่เห็น พันธนนท์ก็ยังคงนิ่งเฉย

“ไม่ได้ตาม”

“ตอนนี้เขาอยู่ที่ออสเตรเลีย แต่เมืองไหน ยังไม่รู้” อนุภาพบอกด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ

“มาบอกฉันทำไม”

“ฉันอยากรู้ว่านายหยุดหรือยัง เพราะตัวการใหญ่ที่ทำเรื่องในตอนนั้นยังไม่ได้รับผลเท่านายศตวรรษ จนฉันนึกสงสัยไม่ได้ว่าที่นายทำไปก็เพราะความโกรธกันเป็นการส่วนตัว แล้วฉันที่ถามนี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ฉันก็แค่ติดใจเพราะครั้งหนึ่งฉันก็เคยร่วมมือกับนายส่งคนไปเล่นงานหมอนั่นจนถึงนิวยอร์ก” คนพูดยกมือขึ้นมาวางประสานกันบนโต๊ะ พัทธนนท์มองหน้าผู้เป็นเพื่อนนิ่งและนาน

อนุภาพกำลังนึกถึงผู้หญิงอีกคนที่เป็นเพียงพนักงานบัญชีธรรมดา เขาไม่เคยเชื่อว่าเธอคนนั้นจะมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของศตวรรษที่เป็นพนักงานระดับหัวหน้าส่วน ศตวรรษเคยได้รับการสนับสนุนจากคุณประชัยผู้เป็นบิดาของพัทธนนท์ จนถึงขั้นส่งเสียให้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ต่างประเทศ จนเมื่อเรียนจบกลับมาจึงเข้ามาทำงานในอัครรัตน์ และเขาก็เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี แต่ด้วยความไม่รักดีหรือเหตุใดไม่รู้ ที่ทำให้คิดสั้นและทำในสิ่งที่ไม่ควรให้อภัยได้ถึงขนาดนี้

“ฉันเลิกยุ่งกับนายศตวรรษมานานแล้ว แต่ถ้ามาเดินร่วมทางกัน ไม่แน่อาจอดใจไว้ไม่อยู่”

คำตอบตรงไปตรงมาของพัทธนนท์ทำให้อนุภาพหัวเราะอย่างโล่งใจที่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็บอกสิ่งที่คิดไว้ในใจให้เขาได้รับรู้

“แล้วปารลีล่ะ นายยังเชื่อหรือว่าเธอมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของศตวรรษ”

คำถามนี้ทำให้คนนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะถึงกับหยุดชะงัก

“ติดใจอะไร”

“นายยังติดแบล็กลิสต์เธออยู่ใช่ไหม ทำไมไม่หาความจริงให้เจอ ถ้าเกิดไม่ใช่ขึ้นมา มันก็ไปทำลายอนาคตของคนๆ หนึ่งเลยนะ เพราะแค่คำสั่งที่ออกมาจากอัครรัตน์ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งกับเธอแล้ว”

“แล้วนายคิดว่าควรทำยังไง”

“ขอโทษนะเพื่อน ฉันสงสัยว่าจริงๆ แล้วนายได้หาข้อพิสูจน์จนรู้แล้วว่าเธอผิดจริงหรือเปล่า แต่เมื่อนายได้ส่งคำสั่งออกไป ก็เลยไม่กล้ากลับไปแก้ไข นายหยุดทุกเรื่องไว้แค่นั้นก็เพื่อเอาตัวเองรอด สุดท้ายก็ปล่อยให้เธอรับไปคนเดียว”

อนุภาพพูดพลางมองหน้าเพื่อนหนุ่มซึ่งยังคงจ้องประสานตามาที่เขานิ่ง อนุภาพคิดว่าพัทธนนท์น่ากลัวก็ตรงนี้ เพราะช่างเก็บความรู้สึกได้เป็นอย่างดี จนไม่มีใครรู้ได้ว่าเขากำลังคิดทำอะไร แขกผู้มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมายขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น ก่อนจะจากไปก็ยังไม่วายหันมาพูดกับเจ้าของห้องอีกครั้ง

“ศตวรรษมันเลวที่ส่งแฟนมันมาให้นาย แต่ฉันอยากรู้ว่าตอนนั้นนายสนองตอบมันไปแค่ไหน” อนุภาพทิ้งท้ายประโยคนั้นเอาไว้ก่อนเดินจากไปโดยไม่ได้หันมามองคนที่ยังนั่งอยู่ด้านหลังอีกเลย

 

นช่วงเช้าของวันใหม่ ขณะปารลีกำลังเตรียมตัวเพื่อออกไปทำงานที่โชว์รูมร้านขายเครื่องประดับในห้างสรรพสินค้า หล่อนก็ต้องหัวเสียเล็กน้อย เมื่อลูกบอลวิ่งวนไปมาอยู่รอบๆ ห้องเช่าอย่างสนุกสนาน ไม่ยอมให้ผู้เป็นแม่จับแต่งตัวอย่างง่ายดาย ทำเอาปารลีเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาตามกาย

“ลูกบอล! ถ้าหนูวิ่งหนีแม่อีก ครั้งนี้แม่จะโกรธแล้วนะ และจะไม่พูดด้วย”

ปารลีหยุดวิ่งไล่ตาม แล้วหันกลับมาใช้วิธีนี้ซึ่งดูจะได้ผลดีทุกครั้ง นัยน์ตาคู่สวยกำลังจับตามองลูกบอลที่หยุดวิ่งแล้วถลาเข้ามาหา พร้อมใช้ลำแขนเล็กป้อมทั้งสองข้างยื่นมากอดประจบ ปารลีมองแล้วต้องส่ายหน้าอย่างนึกเอ็นดูระคนเหนื่อยใจ แล้วจึงเริ่มต้นจับเจ้าตัวน้อยมาแต่งตัวอีกครั้งเพื่อพาไปส่งที่บ้านป้าบ้ว ซึ่งกว่าจะเสร็จได้ก็เล่นเอาเหนื่อย

เมื่อปารลีอุ้มลูกบอลเดินไปถึงหน้าบ้านหลังสีฟ้าของป้าบัวที่กำลังนั่งรอ หล่อนก็วางร่างเล็กป้อมลงพร้อมกับส่งกระเป๋าสัมภาระส่วนตัวไปให้ป้าบัว แล้วก็ต้องก้มมองอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นลูกบอลกลับเข้ามากอดขาหล่อนไว้แน่นพร้อมกับแนบใบหน้าเล็กลง

“เดี๋ยวนี้อ้อนใหญ่แล้วนะเจ้าบอล ปล่อยแม่เขาไปทำงานเถอะลูก มาอยู่กับยายดีกว่า เย็นๆ แม่ก็กลับมาแล้ว” ป้าบัวดึงร่างเล็กออกมา แต่เมื่อปารลีเห็นดวงตากลมที่ยังมองมาก็ทำให้หล่อนตัดใจเดินออกไปไม่ได้สักที จนต้องเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มยุ้ยๆ อีกครั้ง

“แม่ไปทำงานนะเจ้าหมูน้อย” พูดพลางลูบศีรษะทุยเล็กอย่างรักใคร่เต็มหัวใจ เมื่อหล่อนเห็นว่าลูกน้อยกลับไปร่าเริง เป็นเด็กอารมณ์ดีแล้ว จึงรีบผละเดินจากไป ด้วยเห็นว่าใกล้ถึงเวลาทำงานเข้าไปเต็มที

ปารลีเดินออกจากชุมชนมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนัก ขณะเดินข้ามสะพานลอยมานั้น ก็เห็นสองฝั่งจราจรหนาแน่นไปด้วยรถยนต์ อดนึกลุ้นแทนสองสาวคู่หูรุ่นน้องในที่ทำงานไม่ได้ว่าวันนี้จะมาทันเปิดร้านหรือไม่

เวลาผ่านไปเพียงยี่สิบหน้าที ปารลีก็เดินมาถึงห้างสรรพสินค้า หญิงสาวเดินลัดเลาะไปทางด้านหลังของห้างฯ ที่ยังคงเงียบสงัดเพราะยังไม่ถึงเวลาเปิด มีเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืนประจำเป็นจุดอยู่ห่างๆ

จนเมื่อปารลีเดินเข้ามา ขณะที่มือบางกำลังเอื้อมไปดันประตูกระจกทางด้านหลังเพื่อเปิดเข้าไปภายในห้างฯ หล่อนก็รับรู้ได้ทันทีว่ามีคนยืนมองอยู่ไม่ไกล สายตาคู่หวานจึงหันไปมอง แล้วก็เห็นร่างสูงซึ่งคงยืนรออยู่ในเงามืดมาสักพักกำลังก้าวเดินออกมา

“กว่าจะโผล่ออกมาได้นะปารลี”

เสียงห้าวทุ้มที่ปารลีเชื่อมั่นว่าชั่วชีวิตนี้เธอจะไม่มีวันลืมส่งผลให้หญิงสาวรู้สึกเย็นวาบไปทั้งกาย เมื่อความตกใจทำให้ขยับขาก้าวออกไปไม่ได้ หล่อนจึงตัดสินใจสู้หน้าเผชิญกับความจริง

 

 





***************************************************


หมูนินจา : พ่อติดประชุมอีกแหล่ะ แล้วมะไหร่จาได้เจอแม่


ปีศาจหน้าหวาน : เรื่องพ่อกะแม่นาย ชักจายุ่ง ช่วยไรไม่ได้อ่ะ ทำใจเหอะ



 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
โซ่สวาท ทาสดวงใจ | สนพ.ไลต์ ฯ ตีพิมพ์ ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 รอยอดีต [อัพ 100 %] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15729 , โพส : 31 , Rating : 97% / 50 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 31 : ความคิดเห็นที่ 233
 ใคร ?
PS.  สอบจุลินทรีย์___O-NET มันเหี้ยมาก อ่านฟิคคิเฮแก้เครียด หรืออาจเครียดกว่าเดิม
Name : PeKcHuL@ราชวงค์ลิง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PeKcHuL@ราชวงค์ลิง [ IP : 118.174.86.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2554 / 03:03
# 30 : ความคิดเห็นที่ 232
 ใช่เค้ารึเปล่าน้า
Name : Love va < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Love va [ IP : 183.89.160.29 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2554 / 16:48
# 29 : ความคิดเห็นที่ 231
ใครอ่ะ
PS.  ...การเรียนที่ก้าวหน้า ถือเป็นการโกยทางให้ไปได้ไกลเเละสดใสยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ก็จริง เเต่ว่า...ทำไมมันทำยากจังฟระเนี่ย!!?-*-
Name : •Zol2iäc• < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ •Zol2iäc• [ IP : 223.205.233.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2554 / 21:06
# 28 : ความคิดเห็นที่ 230
เจอกันจนได้
PS.  มาเม้มท์ให้แล้วนะ สู้ ๆ
Name : ตะบองเพชรจิ๋ว < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ตะบองเพชรจิ๋ว [ IP : 125.24.220.130 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2554 / 13:34
# 27 : ความคิดเห็นที่ 229
ตกใจหมดเลยเจอแม่แล้วเมื่อไรลูกบอลจะได้เจอพ่อ /สัมภาระ จ๊ะ
Name : เก๋ [ IP : 124.120.108.115 ]

วันที่: 1 มีนาคม 2554 / 20:54
# 26 : ความคิดเห็นที่ 228

กรี๊ดดดดดดดดดด

เจอกันแล้วว~~


PS.  เดินไปซื้อหนังสือมาอ่าน ก็ยังเหงาเหงาในใจ เธอไม่อยู่
Name : misdomoe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ misdomoe [ IP : 223.207.53.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 10:01
# 25 : ความคิดเห็นที่ 227

ลุ้นอีกแล้ว พร้อมรอ อัพเร็ว ๆ นะคะ


PS.  แบ่งปันความสุข จะได้มีความสุขด้วย สบายใจจัง
Name : pimpimwall < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pimpimwall [ IP : 58.9.182.88 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:21
# 24 : ความคิดเห็นที่ 226

    เออ.. นั่นซิ ตกใจมากเลยอ่ะ

    อย่าใจร้ายนะคะ คุณภัทร

    สงสารแม่ของ ลูกบอลค่ะ..

   

Name : MU @ Club < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MU @ Club [ IP : 180.183.184.2 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:24
# 23 : ความคิดเห็นที่ 225
"สำพาระ"  =  "สำภาระ"

ติดตามอ่านและลุ้นเมื่อไรลูกบอลจะเข้าโกล์คุณพ่อซะที
Name : zoraya < My.iD > [ IP : 58.9.56.101 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:03
# 22 : ความคิดเห็นที่ 224

^.^! มาแบบโจรเลยหรือนี่ ไม่ช็อกตายก็บุญแล้ว


PS.  ไม่มีอะไร..แค่คนสวย
Name : แวนด้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แวนด้า [ IP : 110.164.132.25 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:44
# 21 : ความคิดเห็นที่ 223
ค้างอย่างแรง จบแบบนี้เหมือนไรเตอร์แกล้งให้รอตอนต่อไปอย่างจดจ่อไม่หายใจ แต่ยังไงก้อรอคะ
Name : ยุวดี [ IP : 101.108.235.220 ]

วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:14
# 20 : ความคิดเห็นที่ 222
โอย...มันบีบหัวใจจริงๆๆ อย่าให้พี่กรีดน้ำตานะ ไม่ยอมๆๆๆๆ หนูนิลช่วยป็าด้วย
Name : พี่นิ้วนาง [ IP : 118.173.54.245 ]

วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:09
# 19 : ความคิดเห็นที่ 221
เอ๊ะ ! ใครรึที่มาดักเจออ่ะ...ไรทเตอร์รีบมาอัพไวๆ นะ อยากรู้..อ๊ากกกกกกกกกก
Name : bee-ry < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bee-ry [ IP : 222.123.113.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:43
# 18 : ความคิดเห็นที่ 220
รอลุ้นตอนต่อไปคะ
Name : rinn [ IP : 203.158.4.227 ]

วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:29
# 17 : ความคิดเห็นที่ 219
โอ้ พระเจ้า ใช่พระเอกหรือเปล่าเนี่ย ต่อด่วนค่ะ ต่อด่วน
Name : suree1 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suree1 [ IP : 87.159.152.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:28
# 16 : ความคิดเห็นที่ 218

    เห็นด้วยกับ คุณ nok_ka ค่ะ ไรเตอร์

    อยากเห็น Image ด่วนเลยคร่าาาา

    สงสาร ปารลี & ลูกบอล มากเลยค่ะ

    คุณพัทรนนท์ ดูบุคลิก ดุ&โหด อ่ะ น่ากลัวจัง
   
   




แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 16:36
Name : MU @ Club < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MU @ Club [ IP : 180.183.190.238 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 16:34
# 15 : ความคิดเห็นที่ 217
พระเอกยังไม่สำนึก รึปล่าว
PS.  ชอบวัวลานกับการแต่งรถ เพื่อนๆเรียกจิ๋กโก๋ อ่านนิยายเป็นชีวิตประจำวัน
Name : จิ๋กโก๋เมืองเพชร < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิ๋กโก๋เมืองเพชร [ IP : 125.27.149.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 16:30
# 14 : ความคิดเห็นที่ 216
อยากเห็น image ค่ะ.... อยากอ่านตอนต่อไปด้วยค่ะ plsssssssssssssssss
Name : nok_ka < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nok_ka [ IP : 124.122.5.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:16
# 13 : ความคิดเห็นที่ 215
คลาดกันไปมา อ๊ายย มะไหร่จะเจอออ

PS.  ความรักของผู้หญิง ( อารมณ์ + ความรู้สึก ) / เหตุผล ถึงแม้จะเข้าใจยาก...แต่ก้อยังอยากให้เข้าใจ...
Name : สาวน้อยบานเฉิ่ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สาวน้อยบานเฉิ่ม [ IP : 87.8.193.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 14:38
# 12 : ความคิดเห็นที่ 214
รอลุ้นว่าเมื่อไรจะเจอกัน

PS.   ขอบคุณสำหรับนิยาย ขอเป็นพลังและกำลังใจให้ไรเตอร์นะคะ
Name : muLaTAE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ muLaTAE [ IP : 183.89.185.91 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 12:43
# 11 : ความคิดเห็นที่ 213
ลุ้นกันต่อไป สงสารนายลูกบล ไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นๆ
Name : นางสาวแสนดี [ IP : 58.64.75.47 ]

วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 12:10
# 10 : ความคิดเห็นที่ 212
ถ้าพระเอกหมั้นแล้วค่อยเจอลูกเมีย แล้วต้องถอนหมั้นทีหลังมันรู้สึกไม่ดีงัยก็ม่ายรู้ อย่าเพิ่งให้หมั้นกันเลย จะได้ไม่ต้องทำร้ายจิตใจใครมากไปกว่านี้ เจอก่อนมีพันธะจะดีกว่า
Name : อ้อล้อ [ IP : 124.122.167.61 ]

วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 11:47
# 9 : ความคิดเห็นที่ 211
55+ มีอะไรจะสารรูป เอ้ยยย สารภาพ

ปกติถ้าอ่านนิยายเรื่องไหนจบ ก็จะหาเรื่องใหม่อ่านทันที เก็บในสต๊อคไว้ทีละหลายเรื่องๆ

พอดีว่าในสต๊อคก็อ่านจบหมดแล้ว อันไหนที่รอ อัพ ก็ร๊อ รอ

บังเอิ๊ญ บังเอิญ วันนั้นนั่งหานิยาย เอ้ะ! ชอบคำโปรยเรื่องนี้จัง คลิ้กๆ

เพิ่งอัพไป 2 บท  ก็เริ่มเรื่องได้น่าระทึกกึกๆ ชอบจัง พ่อลูกพลัดพราก 55+

อ่านไปอ่านมา เอ้ ทำไมชื่อ พระเอกคุ้นๆ แต่ม่ายด้ายติดจายย ซ้ำกันก็ไม่เห็นแปลก

แต่เอ้... ทำไมชื่อน้องพระเอกมันคุ้นจังนะ สามีน้องก็ชื่อคุ้น พ่อแม่ ก็คุ้น อ้าวเวงกำ คุ้นหมดเลย

เอ๊ะ!!! นี่มันเรื่อง นิลอุบลกับตาหนึ่งนิ่ เลยต้องย้อนกลับไปดูเรื่อง เล่ห์ร้าย~

แจ๊คพอตใช่เลย! เรื่องนี้ละ ไรท์เตอร์ผู้สู้ชีวิต อิอิ

แค่นี่ละที่อยากเล่า ขำไม่ขำก็ช่างเถอะ เราขำพอละ ^^


"โลกในเด็กดีก็กลมเหมือนกันนะ"

PS.  เดินไปซื้อหนังสือมาอ่าน ก็ยังเหงาเหงาในใจ เธอไม่อยู่
Name : misdomoe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ misdomoe [ IP : 223.206.70.161 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 10:39
# 8 : ความคิดเห็นที่ 210
เมื่อไหร่จะเจอกันเนี่ย ????  ลุ้นจนเกร็งไปหมดแล้วไรเตอร์ขา

PS.  oppa...saranghe.. ( นิรันดร..นั้นนานนัก........แต่รักนี้..นานกว่านั้น )
Name : che_ii < My.iD > [ IP : 58.9.163.88 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 09:00
# 7 : ความคิดเห็นที่ 209
แง้ๆ อยากให้ลูกบอลเจอคุณพ่อแล้วค่ะ พี่ไรเตอร์ ฮื่อๆ
Name : ทิวาวาร < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ทิวาวาร [ IP : 119.31.18.73 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 07:31
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android