โซ่สวาท ทาสดวงใจ | สนพ.ไลต์ ฯ ตีพิมพ์

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 ลูกบอลของปารลี [อัพ 100 %]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    6 ก.พ. 55

 

                              ตอนที่ 1 ลูกบอลของปารลี      

 

นเริ่มตกโปรยปราย ปารลีรีบเดินลัดเลาะไปตามชายคาตึกหมายจะไปรับลูกบอลซึ่งฝากเลี้ยงที่บ้านของป้าบัวโดยไว ด้วยไม่อยากให้ป้าบัวต้องรอนาน ก่อนหน้านี้หล่อนตระเวนหาที่รับเลี้ยงเด็กอยู่หลายวัน สุดท้ายก็มาลงตัวที่นี่ เพราะหญิงชรารักและเอ็นดูลูกชายวัยขวบครึ่งของหล่อนเป็นอย่างดี อีกทั้งที่นี่ยังอยู่ไม่ไกลจากห้องเช่าของหล่อนนัก แถมยังเป็นทางผ่านเดินกลับบ้านหลังเลิกงานที่ร้านทุกวัน

เข้ามาก่อนสิหนูจันทร์ ฝนทำท่าจะตกหนัก เจ้าลูกบอลเพิ่งจะหลับไปเมื่อกี้นี้เอง เป็นชั่วโมงกว่าจะตื่น

ป้าบัวเงยหน้าขึ้นจากกองผ้าที่นำมานั่งปะชุนด้วยมือ แล้วเอ่ยเชื้อเชิญหญิงสาวให้เข้ามาในบ้าน ทว่าเพียงปารลีย่างเท้าก้าวเข้ามาในบ้านของป้าบัว ฝนก็เริ่มตกหนาตามากขึ้น

แย่จังเลยป้า วันนี้ลืมติดร่มมาด้วยสิ

บ่นพลางก้าวเข้าไปในบ้านเช่าเล็กแคบวางกระเป๋าถือลงข้างประตูด้านใน แล้วคุกเข่าลงใกล้ร่างกลมป้อมที่นอนหลับคุดคู้บนฟูกนิ่มที่วางอยู่บนพื้นบ้าน หล่อนวางมือบนศีรษะเล็ก แล้วลูบเส้นผมบางที่ปลิวสยายไปตามแรงจากพัดลมที่มีอยู่เพียงตัวเดียวในห้องเล็กแห่งนี้

หน้าฝนก็เป็นอย่างนี้แหละ แล้วทำไมวันนี้ถึงกลับเร็วจัง เพิ่งจะบ่ายสองเอง ลุงเขาเพิ่งโทรมาบอกว่าจะไปส่งผู้โดยสารอีกที่ กว่าจะมาถึงก็คงร่วมชั่วโมง หญิงชราพูดถึงสามีที่มีอาชีพขับรถแท็กซี่ซึ่งวันนี้ตั้งใจกันว่าจะไปเยี่ยมหลานที่เพิ่งคลอดแถวฝั่งธน

เมื่อวันเสาร์จันทร์ไปเข้ากะแทนน้องที่ร้าน วันนี้เขาก็เลยมาทำชดเชยให้ค่ะ

ร้านที่ปารลีพูดถึงก็คือร้านขายเครื่องประดับซึ่งเปิดอยู่ในห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากที่นี่นัก งานที่หล่อนรับเป็นอาชีพหลัก นอกจากงานประจำที่ร้านแห่งนี้แล้ว หล่อนยังรับงานเสริมด้วยการรับทำบัญชีให้กับสำนักงานเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่หน้าปากซอย

ปารลีรู้สึกว่าชีวิตกำลังลงตัวกับการอาศัยอยู่แถวนี้ โดยก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่ หล่อนอาศัยอยู่ในหอพัก ซึ่งเป็นแหล่งรวมของคนทำงานและนักศึกษา เมื่อมีเด็กเล็กมาอยู่ด้วย ก็หลีกเลี่ยงเสียงร้องโยเยของเด็กทารกไม่ได้ จึงกลายเป็นการรบกวนห้องข้างเคียง จนเจ้าของหอพักผู้แสนใจดีที่เคยผ่อนผันค่าเช่าให้หล่อนเสมอต้องคอยมาตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อไม่มีทางเลี่ยง ปารลีจึงตัดสินใจนำเช็คเงินสดสองแสนบาทที่ได้รับจากคนใจร้ายมาใช้ จากเดิมที่เคยตั้งใจไว้ว่า จะนำไปคืนเจ้าของเมื่อหล่อนพร้อมและเข้มแข็งกว่านี้ แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองสู้ต่อไปไม่ไหว จึงยอมละทิ้งทุกอย่างที่เคยคิดว่าควรทำ หวังเพียงให้ลูกน้อยที่เกิดมามีความสมบูรณ์ที่สุด โดยหล่อนนำเงินบางส่วนมาจ่ายคืนค่าเช่าที่ตกค้างทั้งหมด ก่อนจะย้ายออกเมื่อหาที่อยู่ใหม่ได้

ในวันที่เข้ามาที่นี่ แม้ข้างนอกดูเหมือนชุมชนแออัด แต่เมื่อเข้ามาข้างในนั้น บรรยากาศกลับไม่ได้ดูเลวร้ายอย่างที่คิดไว้ ที่นี่ไม่ใช่ชุมชนใหญ่ คนก็ไม่เยอะ ถามจากป้าบัวซึ่งเป็นหญิงชราร่างท้วมคนแรกที่เจอ ก็รู้ว่าเท่าที่อยู่ที่นี่มานานกว่าสิบปี ไม่เคยเจอพวกวัยรุ่นมั่วยา หรือพวกโจรขโมย ที่นี่จะอยู่กันแบบครอบครัว มีอะไรก็ช่วยเหลือเกื้อหนุนกัน ซึ่งมันอาจจะเป็นผลดีกับใครหลายๆ คน แต่คงไม่ใช่กับหล่อนแน่ เพราะตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา ก็มีคนพยายามถามถึงที่มาที่ไปของลูกชายวัยน่ารักของหล่อน

ปารลีเข้าใจดีว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดและสงสัย หากเห็นหญิงสาวคนหนึ่งหอบทารกน้อยวัยสองเดือนเข้ามาอยู่กันตามลำพังแม่ลูกโดยไร้เงาของผู้เป็นสามี แต่หล่อนก็ยังไม่พร้อมที่จะเอ่ยถึงเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น และอาจเป็นเหตุผลนี้กระมังที่ทำให้หล่อนสนิทใจกับป้าบัวมากกว่าใคร เพราะหญิงชราผู้นี้ไม่เคยซักไซ้เรื่องที่มาของลูกบอลให้หล่อนต้องรู้สึกอึดอัดใจเลยสักครั้งเดียว

ปารลีนั่งมองข้างนอก สายฝนเริ่มเบาบางลงและคงจะหยุดตกในไม่ช้า หน้าบ้านมีน้ำขังเป็นแอ่งเล็กๆ อากาศเริ่มเย็นลงหลังจากที่ร้อนอบอ้าวมาหลายวัน เหม่อมองข้างนอกเพียงครู่ก็หันไปทางเบาะเด็กเมื่อหางตาเห็นลูกน้อยขยับตัว มือป้อมกำแน่น พอเห็นหล่อนก็ยิ้มจนเห็นฟันหน้าซี่เล็กๆ

แม่ แม่

สิ้นเสียงเรียกนั้นปารลีก็อ้าแขนรับลูกชายคนเก่งที่ลุกขึ้นเดินเตาะแตะเข้ามาหา ลูกบอลเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ช่วงตื่นนอนใหม่ๆ ก็ไม่โยเย จะร้องไห้ก็เพียงแค่ไม่เห็นใคร แต่จะยิ้มดีใจทุกครั้งถ้ามีหล่อนอยู่ใกล้ๆ

จะกลับแล้วหรือ

จ้ะป้า กลัวฝนจะตกหนักอีกรอบ

คุณแม่ลูกหนึ่งเอ่ยเท่านั้น หญิงชราก็ลุกขึ้นไปหาร่มคันโตที่ซ่อนอยู่หลังตู้ แล้วดึงออกมาวางใกล้ๆ หล่อน

เอาร่มไปใช้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยเอามาคืนก็ได้ ข้างนอกยังมีละอองฝน เดี๋ยวเจ้าลูกบอลจะเป็นหวัดเอา

ป้าบัวบอกอย่างมีเมตตา ก่อนจะดึงร่างเล็กป้อมเข้าไปกอดและหอม ขณะที่เด็กชายซึ่งเป็นขวัญใจของป้าบัวก็ลาด้วยการยกสองมือป้อมประกบกันตามที่ปารลีสอนให้ทำ พร้อมกับหอมแก้มคืนหญิงชราเหมือนทุกครั้ง เสร็จจากการร่ำลา หญิงสาวก็อุ้มร่างป้อมขึ้นพาดบ่า แม้ตัวลูกบอลจะเริ่มหนักจนแทบยกไม่ไหว แต่เธอก็ไม่อาจจูงมือลูกพาเดินกลับบ้านเหมือนอย่างเช่นบางวันได้ เพราะถ้าทำเช่นนั้น แทนที่จะได้กลับบ้านไปพักผ่อน อาจจะต้องมานั่งเล่นน้ำฝนตามแอ่งข้างทางก็เป็นได้

 

ฝนที่เทกระหน่ำในช่วงบ่ายค่อยๆ ซาลงแล้วหยุดตกในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการทำอาหารมื้อเย็นให้ลูกน้อย ขณะกำลังเคี่ยวข้าวต้มกับแครอต ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่าโชคดีที่ลูกบอลไม่มีปัญหาเรื่องกินยากเหมือนเด็กเล็กบางคน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของพ่อแม่เลยทีเดียว เพราะสิ่งที่ตามมาคือเด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน อาจส่งผลถึงพัฒนาการ หรือขนาดร่างกายที่ไม่ได้เกณฑ์

เมื่อคิดถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองลูกน้อยที่กำลังไถรถพลาสติกสีเหลืองสำหรับเด็กอยู่กับพื้นห้องด้านหน้า แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ใครว่าลูกบอลไม่มีปัญหาการกิน จริงๆ แล้วลูกบอลน่ะมี แต่เป็นเรื่องการกินเยอะเกินไป ถ้าไม่อิ่มก็ไม่ยอมหยุด เรื่องขัดใจเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะฝ่ายนั้นจะกลายร่างจากเด็กกินง่ายนอนง่าย ไม่งอแง มาแผลงฤทธิ์ กว่าจะยอมสงบก็ทำเอาหล่อนต้องเหนื่อยหอบกันเลยทีเดียว

เมื่อเคี่ยวจนได้ที่ ปารลีก็เอาไปป้อนให้กับเจ้าตัวเล็กที่เดินวนไปมากับรถคันโปรดอยู่ในห้อง พร้อมหันมาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อผลักไปแล้วรถวิ่งไถลต่อไปได้เอง เมื่อเคี้ยวหมดคำก็วิ่งเตาะแตะเข้ามารับคำใหม่

หล่อนพูดไปเรื่อยๆ อย่างชวนคุย มีหลายคนบอกว่าลูกบอลพูดได้น้อย หรือพูดได้ช้ากว่าเด็กหลายคน แต่พัฒนาการด้านร่างกาย การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างดี หล่อนเองสังเกตเห็นว่าลูกจะยอมพูดออกมาเป็นคำๆ เมื่อเกิดความสงสัย ซึ่งป้าบัวก็บอกว่าไม่ต้องกังวล เป็นธรรมดาของเด็กผู้ชายที่เขาเรียกว่าปากหนัก ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงในวัยนี้คงพูดได้จ๋อยๆ ทั้งวัน เด็กผู้ชายอาจเล่นซนอย่างเดียว

พอตกกลางคืนฝนกลับมาตกหนักอีกครั้ง ครั้งนี้มีเสียงฟ้าร้องครืนๆ ขึ้นอย่างน่ากลัว หล่อนต้องคอยกอดปลอบเมื่อร่างเล็กป้อมสะดุ้งเป็นพักๆ แม้ไม่มีเสียงร้อง แต่ความกลัวนั้นกลับแสดงออกมาอย่างเด่นชัดทางสีหน้าและแววตาที่มองมายังหล่อน

ปารลีลูบหลังปลอบประโลมเมื่อเห็นว่าลูกมีอาการสั่น แล้วยื่นหน้าไปจุ๊บที่ปลายจมูกเล็กๆ ที่มีเค้าว่าโตขึ้นคงโด่งเป็นสันตรง ก่อนจะมองแววตาดำสนิทที่ป้าบัวบอกว่าดุตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก สองอย่างบนวงหน้าเล็กกลมสะท้อนไปถึงใครคนหนึ่งที่เห็นจากที่ไกลๆ มาเกือบปี จนมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเข้าไปปรากฏตัวตนในชีวิตเขา แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็สร้างความเจ็บปวดแสนยาวนานในเวลาต่อมา

ลูกบอลดื้อ เอาแต่ใจตามอารมณ์เด็ก แต่บางอย่างที่แสดงออกมาสะท้อนภาพของคนตัวโตยามที่เคยเกรี้ยวกราดกับหล่อน ซึ่งน้อยคนนักจะได้เห็น มองเจ้าตัวเล็กแล้วก็นึกน้อยใจว่าจะถอดแบบมาตอกย้ำให้หล่อนได้เป็นทุกข์จากความทรงจำเลวร้ายครั้งนั้นไปอีกนานสักแค่ไหน

นอนนะลูก

ปารลีเอ่ยเท่านั้น ลูกน้อยที่แหงนเงยวงหน้าเล็กขึ้นมองผู้เป็นแม่ก็ซุกซบลงกับอกอุ่น ก่อนจะหลับไปด้วยความรู้สึกปลอดภัย ผ่านไปพักใหญ่เมื่อเห็นลูกบอลหลับสนิทแล้ว ดวงตาคู่งามก็ค่อยๆ ปรือปรอย ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์ตามผู้เป็นลูกไป

 

 

สวัสดีค่ะคุณแจนปารลีเร่งฝีเท้าเข้ามาจนทันเวลาเปิดร้านเครื่องประดับในห้างหรู

จ้ะผู้จัดการร้านสาวใหญ่พ่วงด้วยตำแหน่งลูกพี่ลูกน้องของเจ้าของบริษัทจิวเวลรีที่มาเปิดเป็นหน้าร้านโชว์สินค้าที่นี่ ยิ้มให้หล่อนอย่างเอ็นดู นึกไปถึงความขยันและตรงเวลาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แม้มีภาระเลี้ยงดูลูกเล็ก แต่ไม่เคยทำให้เสียงาน จนตอนนี้เธอรู้สึกวางใจทีเดียว

สาวๆ พวกนั้นมาสายอีกแล้วสินะเธอบ่นไปแบบไม่จริงจังนัก ด้วยเห็นสภาพการจราจรตอนเช้าหลังจากที่ผ่านภาวะฝนตกหนักตลอดค่ำคืน ซึ่งเพิ่งจะหยุดตกไปก็เมื่อช่วงเช้ามืดนี้เอง

รถติดทั้งสองทางเลยค่ะ จันทร์เดินมาเลยไม่มีผล

ปารลีเล่าไปพร้อมรอยยิ้ม แต่เป้าหมายก็เพื่อช่วยชี้แจงสาเหตุของการยังไม่มาปรากฏตัวของเพื่อนร่วมงานมากกว่า คุณแจนได้แต่พยักหน้ารับรู้

เปิดร้านกันยังไม่ทันเสร็จ สองสาวก็วิ่งหน้าเริดกระหืดกระหอบเข้ามา ส่งยิ้มแหยให้ปารลี แล้วเดินหลบๆ ผู้จัดการเจ้าระเบียบเพื่อไปเก็บกระเป๋าถือที่ด้านในอย่างทำเวลา ก่อนออกมาช่วยกันเปิดร้าน จัดตู้วางกันอย่างขะมักเขม้น

พี่จันทร์ เจ๊เขามีพูดถึงหนูกะเมย์กันสักจิ๊ดหรือเปล่าหนิงยิ้มแป้น ถามอย่างขี้เล่น เมื่อเห็นว่าผู้จัดการออกไปพบลูกค้าข้างนอก โดยบอกว่าช่วงบ่ายจะกลับเข้ามาอีกครั้ง

นิดเดียวตอบกลับสั้นๆ แล้วยิ้มส่งไปให้ ทำเอาสองสาวถึงกับทำหน้าแหยทันที

เห็นแล้วว่ารถติด ถ้าวันไหนฝนตกต้องรีบออกจากบ้านเร็วกว่าปกติสิจ๊ะ จะได้มาถึงทันเวลาหล่อนบอกอย่างเอ็นดู สองสาวก็ตกปากรับคำ แล้วรีบช่วยกันทำงานต่อทันที

หล่อนมองสองคนนั้นแล้วก็ให้นึกถึงน้องสาวซึ่งอยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน พลันนั้นก็ต้องรีบเงยหน้าขึ้นกะพริบตาปริบๆ หวังขับไล่น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ เมื่อคิดถึงคำพูดของผู้เป็นน้องที่บอกว่าไม่เหลือความศรัทธาใดๆ ให้เธออีก แม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองปีแต่ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นกลับไม่เคยบรรเทาเบาบางลงเลย

เหม่ออะไรคะพี่จันทร์

หนิงชะโงกหน้ามาถามเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่นิ่งเงียบเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์ จนถูกเรียกไปสองครั้งถึงหันมามอง ปารลีฝืนยิ้มให้ ก่อนจะหันไปสนใจกับงานต่อ จนเมื่อมีลูกค้าเข้ามาในร้าน จึงออกไปบริการตามปกติของทุกวัน กระทั่งเวลาผ่านเกือบเที่ยงวัน ผู้จัดการสาวก็กลับเข้ามาอีกครั้ง

ไหนว่ากลับมาช่วงบ่ายไงคะปารลีเอ่ยทักขึ้นด้วยความสงสัย

โอ๊ย! พี่โดนลูกค้ายกเลิก บอกว่าแฟนไม่ปลื้มแบบของร้านเราอย่างกะทันหัน

หนูว่าไม่มีตังค์ซื้อกะทันหันมากกว่า

เมย์วางแก้วน้ำดื่มตรงหน้าพร้อมพูดไปอย่างปากไว ก่อนจะหน้าจืดสนิทเพราะโดนอบรมอีกกระบุงใหญ่ ว่าด้วยเรื่องการห้ามวิจารณ์ลูกค้า

 

ารลีทำงานไปจนถึงห้าโมงเย็นก็รีบกลับ ด้วยจะรีบไปรับลูกบอลที่บ้านป้าบัว ไม่อยากให้หญิงชราต้องอยู่ดูแลลูกบอลนานๆ เพราะความที่ลูกบอลกำลังซน กลัวป้าบัวซึ่งก็แก่มากแล้วจะรับมือกันไม่ไหว

ส่วนหนิงกับเมย์นั้นจะอยู่ต่อจนถึงเวลาปิดร้านในตอนสองทุ่มครึ่ง โดยมีพนักงานของร้านอีกคนที่ขอเริ่มงานในช่วงบ่ายมาอยู่เป็นเพื่อน

หญิงสาวเดินลัดเลาะมาตามทาง เพียงแค่ยี่สิบนาที ก็มาปรากฏตัวที่บ้านของป้าบัว

แม่ แม่จ๋า

เสียงลูกเหมือนเสียงสวรรค์ที่ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ลูกบอลกำลังวิ่งซนในห้องแคบที่มีไม้ระแนงตีกั้นตรงประตู ซึ่งลุงชุบสามีป้าบัวเป็นคนทำ แล้วต้องตรวจสอบความแข็งแรงกันเสมอเพราะลูกบอลชอบไปขย่มเล่น หล่อนเปิดรั้วระแนงนั่น แล้วยิ้มเมื่อลูกวิ่งโผเข้ามาจนเซ รับกระเป๋าที่บรรจุของใช้ส่วนตัวของเจ้าตัวเล็ก ก่อนจะยกร่างป้อมขึ้นอุ้ม

วันนี้อากาศดี ฝนไม่ตก แดดไม่ร้อนในช่วงเย็น คนในอ้อมกอดจึงอารมณ์ดี พูดจ๋อยๆ มาตลอดทางที่เดินกลับ สักพักก็ได้ยินเสียงเรียก คุณแม่ลูกหนึ่งจึงหันไปมอง

น้องจันทร์ มาเอาเค้กกล้วยหอมค่ะ พี่ทำให้น้องเฟิร์น เลยทำเผื่อลูกบอลด้วย

ครูพิมพ์ซึ่งเป็นครูอนุบาลของโรงเรียนไม่ไกลจากที่นี่ และเป็นคุณแม่ของลูกสาวที่เกิดก่อนลูกบอลเพียงไม่กี่เดือน ส่งกล่องทัปเปอร์แวร์ไปให้ มีเค้กกล้วยหอมสูตรพิเศษใส่ผักจำพวกฟักทองและแครอต ลูกบอลยื่นมือมารับแทนเมื่อเห็นว่าเป็นขนมโปรด แต่ปารลีบอกให้ธุจ้าป้าพิมพ์เสียก่อน จากนั้นจึงได้กล่องขนมมากอดแนบอกไว้อย่างหวงแหน

หล่อนเดินต่ออีกไม่ถึงห้าสิบเมตรก็ถึงห้องเช่าที่กว้างพอประมาณสำหรับสมาชิกเพียงสองคน ไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยนัก เพราะห้องติดกันเป็นครอบครัวที่มีอัธยาศัยดีและคุ้นเคยกัน วางเด็กชายลงแล้วไขประตู เมื่อเปิดออก ก็หันมาจับมือเล็กยกสูงขึ้นเพื่อช่วยให้ก้าวผ่านธรณีประตูที่กั้นไว้สูงเกินพอดี ซึ่งตอนมาอยู่แรกๆ หล่อนก็เดินสะดุดอยู่หลายครั้ง

เอาแล้วไง เจ้าลูกหมูเริ่มแกะกล่องแล้ว

ยังกินตอนนี้ไม่ได้นะครับ ลูกบอลต้องกินข้าวก่อนหล่อนไม่แปลกใจเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอม จนเกิดการยื้อยุดกัน

หม่ำข้าวก่อนนะครับคนเก่ง หม่ำข้าวแล้วมีรถให้เล่นด้วย

เอ่ยจบก็เดินไปหยิบรถพลาสติกคันเดิมมาให้ เมื่อเห็นของเล่นสุดโปรด เด็กชายตัวน้อยก็ละความสนใจมาที่รถ ปารลีจึงฉวยจังหวะนั้นรีบเอากล่องขนมไปเก็บไว้ให้ไกลตาของลูกบอลทันที

 

ช้าวันเสาร์ ปารลีอุ้มร่างเล็กป้อมผ่านบ้านป้าบัว หยุดทักทายเมื่อเห็นหญิงชราก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าบ้าน

ลุงเขาเพิ่งออกไป น่าจะบอก จะได้รอป้าบัวพูดขึ้นเมื่อรู้ว่าสองแม่ลูกกำลังจะเดินไปขึ้นรถแท็กซี่เพื่อไปโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก

อย่าเลยค่ะ จันทร์ไม่อยากให้เสียเวลา กว่าจะจัดการอาบน้ำแต่งตัวเจ้าตัวยุ่งนี่ได้ ก็สายกันทุกทีหล่อนพูดถึงตัวต้นเหตุอย่างเอ็นดู ที่ตอนนี้ปล่อยให้เดินเล่นไม่ไกลจากที่หล่อนยืนคุย

อืม งั้นก็ไปเถอะ แต่ป้านึกภาพไม่ออกจริงๆ ขนาดฉีดวัคซีนครั้งที่แล้วมีลุงเขาไปด้วย เห็นว่าดิ้นกันจนแทบจะเอาไม่อยู่ คราวนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงป้าบัวพูดแล้วยิ้มอย่างเอ็นดูคนตัวเล็กป้อมที่ยังร่าเริงยิ้มโชว์ฟันหน้าให้เธออย่างอารมณ์ดี

สนทนากันอีกสักพัก สองแม่ลูกก็จูงมือเดินกันไปขึ้นรถแท็กซี่ เมื่อบอกปลายทางเสร็จสรรพ ปารลีก็นั่งชี้ให้ลูกน้อยดูนอกหน้าต่างรถ ลูกบอลชอบเวลาได้นั่งรถออกจากบ้าน ตื่นเต้นกับทุกอย่างที่เห็น จนรถติดจอดสนิทอยู่บนท้องถนน ร่างบางจึงหันไปมองด้านนอก โดยที่สองมือยังคงโอบประคองร่างป้อมของลูกไว้บนตัก หล่อนเห็นภาพของครอบครัว ซึ่งมีพ่อและแม่ ส่วนลูกอีกสองคนนั่งอยู่ข้างหลัง แล้วจึงเบือนสายตากลับมามองลูกชายตัวเองด้วยความสะเทือนใจ ก่อนจะหักห้ามความรู้สึกเศร้าไว้ส่วนลึก แล้วตั้งใจฟังคำถามของลูกชาย แม้จะเป็นคำถามเดิมๆ ที่เคยตอบซ้ำไปแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยคิดเบื่อแม้เพียงครั้งเดียว

 

ปารลียื่นบัตรประจำตัวของลูกตรงเคาน์เตอร์พยาบาล แล้วนั่งรอคิวเพื่อพาลูกบอลเข้าไปตรวจวัดน้ำหนัก และการเติบโตทางร่างกาย เพื่อติดตามพัฒนาการให้เหมาะสมไปตามวัย นับตั้งแต่เกิดมา ลูกบอลก็เป็นเด็กสมบูรณ์แข็งแรงดี เจ็บป่วยแทบนับครั้งได้ และยามที่ไม่มีอะไรมาขัดใจ ลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอก็แสนจะขี้เล่นและร่าเริง แต่ถ้ามีใครขัดใจ เทวดาน้อยๆ ที่แสนจะน่ารักก็จะกลายเป็นเด็กดื้อดึง อาละวาดฟาดงวงฟาดงาไปเรื่อยจนกว่าจะได้สิ่งที่ตนต้องการ แต่ไม่ว่าลูกชายของเธอจะอยู่ในอารมณ์ใด ทุกสิ่งที่ประกอบขึ้นมาเป็นลูกบอลล้วนทำให้เธอเกิดความภูมิใจ

หล่อนอุ้มลูกน้อยเข้าไปในห้อง ลูกบอลเริ่มรู้และโยเยดิ้นหนีจนต้องปลอบคนเก่งอยู่ตลอด เมื่อฉีดยาเสร็จ หมอหนุ่มท่าทางสุภาพก็หยอกล้อจนยิ้มออก ก่อนที่จะโน้มใบหน้าซบกับไหล่บางของผู้เป็นแม่

ปารลีเดินออกจากห้องตรวจ ผ่านห้องเตรียมคลอด ซึ่งข้างในมีคุณแม่มือใหม่เข้ามาฝึกและเรียนรู้วิธีดูแลทารกอยู่หลายราย ด้วยที่นี่มีคอร์สเตรียมความพร้อมในราคาย่อมเยาเมื่อเทียบกับหลายที่ แม้หล่อนไม่เคยได้เข้าคอร์ส แต่ก็ได้อาศัยหนังสือจากที่นี่เพิ่มพูนความรู้ จึงทำให้คุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่หลายคน เมื่อเห็นพนักงานใจดีที่คุ้นหน้าหันมาทักทาย หล่อนก็ยิ้มให้

หนูจันทร์หรือเปล่าจ๊ะ

เสียงทักที่ดังมาจากทางด้านหลังเรียกปารลีให้หันไปมอง แล้วก็จำได้ว่าเป็นพนักงานบัญชีที่เคยร่วมงานกันในบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งเป็นที่ทำงานเก่าของหล่อน

ใช่ค่ะ พี่วีเป็นยังไงบ้างคะ สบายดีหรือเปล่า

หล่อนหันไปยิ้มอย่างตื่นเต้นที่เจอคนเคยรู้จักสนิทสนมในฐานะรุ่นพี่ในที่ทำงานเดียวกัน สองปีกว่าแล้วที่หล่อนออกจากที่นั่น แล้วไม่เคยเจอใครอีกเลย ถ้าเลือกได้ หล่อนก็อยากหนีหายไม่ต้องเจอหน้าใคร ยกเว้นก็แต่วีรยาที่เคยให้ความช่วยเหลือทั้งๆ ที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุมากนัก จนเกือบต้องเดือดร้อนเพราะหล่อนไปด้วย

สบายดี นั่งก่อนดีไหม ดูท่าจะหนักน่าดูนะ

วีรยามองเด็กน้อยที่หลับคาบ่าอย่างแปลกใจ ใบหน้ากลมเล็กดูน่ารักน่าชังเหลือเกิน ตัวกลมป้อมสมบูรณ์ แม้ในใจจะเกิดคำถามมากมายแต่สุดท้ายก็เลือกเก็บไว้ เธอมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดูเหมือนวันเก่าก่อน พลางนึกถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งตอนนี้กำลังถูกลบเลือนไปจากความทรงจำของใครหลายๆ คนตามวันเวลาที่ผันผ่าน ทั้งๆ ที่ยังมีข้อขัดแย้งและข้อสงสัยอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ซึ่งนั่นก็คงเป็นเพราะทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นอยากให้ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว จึงยินยอมพร้อมใจปล่อยให้ทุกอย่างผ่านเลยไป

วันนี้พี่วีมาทำอะไรคะ

ปารลีนั่งลงเพราะคิดว่าการที่ยืนอยู่กับที่โดยอุ้มลูกน้อยไว้บนบ่าด้วยนั้นคงเป็นงานหนักสำหรับหล่อนเกินไป เมื่อนั่งเรียบร้อยหล่อนก็จัดท่านอนให้คนบนตักหลับสบายต่อไป

พี่เพิ่งมีข่าวดีจ้ะ กำลังมีน้อง พี่แต่งงานกลางปีที่แล้ว ลุ้นมาตั้งหลายเดือนกว่าจะได้มา เอ่ยพลางวางมือลงบนท้องที่ยังแบนราบอย่างปลื้มใจ ปารลีพลอยยินดีไปด้วย

สามีพี่ทำงานในตึกเดียวกัน ชื่อพี่ชาญชัย เขาเพิ่งออกไปหาเพื่อนเมื่อกี้เอง ถ้าหนูจันทร์เห็นคงพอคุ้นหน้า

อดีตรุ่นน้องในที่ทำงานมองประกายแห่งความสุขที่ฉายชัดในแววตาของคนพูดด้วยความยินดี พลางนึกถึงคนที่ถูกกล่าวถึง ซึ่งเธอก็ไม่มั่นใจอย่างที่เพื่อนรุ่นพี่พูดเลยสักนิด ว่าจะจำหน้ากันได้

เอ้อ น้องของหนูจันทร์น่ารักมากจ้ะ กี่ขวบแล้วจ๊ะ ชื่ออะไรน่ะถามไถ่ไปด้วยความรู้สึกเอ็นดูอย่างแท้จริง ไม่มีแม้เจตนาจะซอกแซกหาความจริงตามที่สงสัยเมื่อไม่กี่นาทีมานี้

ลูกบอลค่ะ ขวบกับห้าเดือนแล้วหล่อนตอบยิ้มแย้ม แววตาที่แลดูอบอุ่นอ่อนโยนทำให้คนถามพลอยยิ้มตามไปด้วย

แล้ววันนี้มาคนเดียวหรือ

ค่ะ มารถแท็กซี่กัน

ดีเลยนะที่เจอ ท้องแรกนี่พี่กังวลหลายอย่าง กลัวแพ้ กลัวโน่นกลัวนี่สารพัด พี่ขอเบอร์หนูจันทร์หน่อยสิ จะได้โทรไปคุย เบอร์เก่ายกเลิกไปแล้วใช่ไหม พี่เคยโทรไปแต่ติดต่อไม่ได้เลย

ช่วงนี้จันทร์ไม่มีเบอร์โทรหรอกค่ะหล่อนตอบพร้อมกับตบขาลูกเบาๆ เมื่อเห็นทำท่าว่าจะตื่น อาจเพราะหล่อนมานั่งคุยกันบริเวณใกล้ทางออกของตึกโรงพยาบาล ไอแดดส่องเข้ามา ทำให้ร้อนอบอ้าว ลูกน้อยจึงรู้สึกไม่สบายตัวนัก

อ๋อ เข้าใจแล้ว อยู่บ้านเลี้ยงลูกหรือเปล่า แล้วเบอร์อื่นล่ะ

ขอโทษด้วยค่ะพี่วี ไม่มีเหมือนกัน จันทร์ไม่ค่อยได้ติดต่อใคร อยู่แต่กับลูก

คำตอบของหล่อนเกือบทำให้คนฟังสงสารถ้าไม่เห็นแววตาแห่งความสุขที่เปล่งชัดขึ้นมา คุยไม่นานวีรยาก็รับโทรศัพท์จากสามีที่ตามหาตัวกันไม่เจอ

หนูจันทร์พักที่ไหนจ๊ะ ถ้าพี่ว่างจะได้แวะไปหา

วีรยากลั้นใจถาม ด้วยอยากรู้ความเป็นไปของคนตรงหน้าที่ขาดการติดต่อกันไปนานแรมปี แม้แววตาประกายสุขยังฉายให้เห็นบ้างในบางครั้ง แต่ตัวตนที่หายไปก็คือความสดใส มีชีวิตชีวา ตลอดเวลาที่นั่งคุยกัน เธอคอยมองหาแต่ก็ไร้สิ้นไม่เหลือให้เห็นกัน จนวีรยาเป็นฝ่ายอึดอัด เมื่อเห็นปารลีก้มหน้าเม้มริมฝีปาก ดูลำบากใจที่จะตอบ คนถามเลยรีบตัดบทบอกลา ก่อนที่ทั้งสองจะแยกกันเดินคนละทาง

หญิงสาวยกร่างกลมป้อมที่ยังคงหลับสนิทขึ้นอุ้ม สะพายกระเป๋าใบขนาดย่อมซึ่งมีเพียงข้าวของของเจ้าตัวเล็ก ก้าวเดินออกไปเพียงนิดเดียวก็เป็นจังหวะที่รถแท็กซี่วิ่งเข้ามา จึงไม่ต้องเสียเวลาเดินเลาะเลียบไปถึงถนนใหญ่ด้านหน้า

เมื่อรถแล่นออกไป ลูกบอลยังคงหลับสนิท คงสบายเพราะเครื่องปรับอากาศในรถเย็นฉ่ำ หล่อนดึงผ้าผืนย่อมมาคลุมขาเล็กป้อมที่โผล่พ้นกางเกง มองใบหน้าเล็กที่ยังมีรอยเปื้อนน้ำตา น้อยครั้งที่ลูกบอลคนเก่งจะร้องไห้ แต่จะว่าไปแม้ผู้ใหญ่ก็ยังกลัวเมื่อต้องเจอเข็มฉีดยาเหมือนกัน

หล่อนลูบไล้ผมเส้นเล็กที่ชื้นเหงื่อให้ละออกจากวงหน้าเล็กด้วยรอยยิ้มปีติ หญิงสาวภูมิใจเสมอยามที่มีใครถามหรือขอให้เล่าเรื่องราวของลูก เพราะลูกเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต เป็นความรักเดียวที่แสนอบอุ่นในยามนี้

      

 

ช่วงบ่ายวันจันทร์ ปารลีก็ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการบริการลูกค้าหนุ่มสาวสองคนที่มาเลือกซื้อเครื่องประดับ หากก็หยิบสินค้ามาวางให้ลูกค้าพินิจดูหลายชิ้นแล้ว แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้สักที ด้วยติดปัญหาตรงที่ชิ้นที่อยากได้ราคาสูงกว่าที่ตั้งใจไว้ ส่วนที่ราคาพอซื้อไหวก็ดันไม่ถูกใจ สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดาของคนซื้อของ ปารลีคิดว่าตัวเองก็เป็นบ่อยเหมือนกัน

รำคาญหรือเปล่าคะ เลือกนานแล้วลูกค้าสาวเอ่ยถามอย่างเกรงใจ จนปารลีต้องกลั้นยิ้ม

ไม่เป็นไรค่ะ เลือกจนกว่าจะถูกใจเลยค่ะ

หล่อนตอบเสียงอ่อนโยน ชายหนุ่มที่มาด้วยกันจึงหันมาเอ่ยขอบคุณ พร้อมกับบอกสาเหตุที่เลือกนานก็เพราะเป็นของชิ้นแรกที่ตั้งใจซื้อให้หญิงสาวคนรักที่มาด้วยกัน ปารลีเลยเข้าใจและทำหน้าที่ของหล่อนต่อไป เมื่อเลือกได้แล้ว ลูกค้าทั้งสองก็ออกไปจากร้าน ก่อนออกไปยังมิวายกล่าวขอบคุณสำหรับการบริการที่แสนจะประทับใจ ซึ่งปารลีคิดว่าการทำงานอย่างใส่ใจ เอาใจใส่ลูกค้าหรือคู่ค้าธุรกิจ จะสามารถมัดใจอีกฝ่ายได้ดี

พี่จันทร์ ลูกค้าได้ของแล้วเหรอหนิงเดินมาถามเมื่อเห็นว่าลูกค้าคู่ที่เดินเข้ามาในร้านตั้งแต่ตอนเที่ยงเพิ่งเดินออกไป

จ้ะ เขามาซื้อของขวัญให้กันปารลีเอ่ยยิ้มๆ แต่ทำให้คนมองถึงกับตาค้าง

พี่จันทร์ยิ้มทีไร หัวใจละลายทุกที

เป็นอะไรหนิงปารลีหันมาถามแล้วหัวเราะท่าทีเปิ่นๆ ของสาวน้อยพนักงานขายด้วยกัน

ถ้าพี่จันทร์ยิ้มบ่อยกว่านี้นะ ยอดขายร้านเราพุ่งแน่นอน

หนิงกระเซ้ากลับทันทีที่รู้สึกตัว เมย์เพื่อนสาวหัวเราะตามอย่างเห็นด้วย เพราะเมื่อปารลียิ้มแล้วดูน่ารัก สดใสกว่าทำหน้าเรียบเฉย ซึ่งปกติก็ยอมรับว่าสวยอยู่แล้ว แต่รอยยิ้มทำให้พี่สาวคนสวยกลายเป็นคนละคน ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที

พี่จะพยายามยิ้มทั้งวันนะ เพื่อเพิ่มยอดขายของร้านเราปารลีหัวเราะแล้วตอบรับไป

พี่จันทร์ วันนี้พี่แจนไม่เข้าแล้วเหรอเมย์หันมาถาม เมื่อเห็นว่าผู้จัดการร้านสาวใหญ่เจ้าระเบียบที่พวกเธอเกรงใจกันนักหนาหายไปตั้งแต่ช่วงเที่ยง

พี่แจนไปช่วยคุณศุภวัฒน์เอาสินค้าไปให้ลูกค้าเลือกน่ะจ้ะ เห็นว่าเป็นงานหมั้นของลูกค้ารายใหญ่ แล้วเลือกใช้บริการจากฟาดาจิวเวลรี่หล่อนบอกไปตามที่รู้

ศุภวัฒน์เป็นเจ้าของบริษัทผลิตเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ฟาดาจิวเวลรี่ โดยมีตลาดรองรับที่ยุโรปเป็นหลัก สินค้าของแบรนด์นี้ได้ชื่อว่ามีการออกแบบที่โดดเด่น เป็นศิลปะเฉพาะตัวที่มีทั้งความประณีตและละเอียดอ่อน ซึ่งในขณะนี้กำลังตีตลาดระดับกลาง ได้เปิดเป็นโชว์รูมประชาสัมพันธ์สินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ราคาเครื่องประดับแต่ละชิ้นมีตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไปจนถึงเลขเจ็ดหลัก

ถ้าคุณศุภวัฒน์ไปเอง แสดงว่าเป็นลูกค้าใหญ่พอตัวเมย์แสดงความเห็นขึ้นมา

ลูกสาวคุณหญิงรวิวรรณหรือเปล่าคะพี่จันทร์ ที่ชื่อคุณนิตย์ระวี หนูเห็นพี่แจนพูดตั้งแต่เมื่อวาน มีข่าวในหนังสือพิมพ์ด้วย เดี๋ยวเอามาให้ดูกัน

หนิงพูดจบก็วิ่งเข้าไปที่หลังร้านโดยที่ปารลีเรียกไม่ทัน เพราะเห็นว่ายังมีลูกค้าอยู่ในร้านอีกสองคน โดยพนักงานที่เข้ามาทำช่วงบ่ายคอยดูแลอยู่

สักพักหนิงก็พยักหน้าเรียกให้มาดูที่เคาน์เตอร์ด้านใน เมย์จึงรีบจูงมือเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่เข้าไปด้วยกัน

นี่ไงคะพี่ ผู้ชายหล่อน่ากินจัง ผู้หญิงก็สวยสมกันดี ไฮโซทั้งคู่ ที่สำคัญก็คงรวยพอกัน อิจฉานะหนิงว่าพลางชี้ให้ดู ปารลีอ่านคอลัมน์ข่าวสังคม ในกรอบเล็กๆ ที่มีรูปภาพบุคคลในข่าวประกอบ

ได้ฤกษ์หมั้นกันเสียทีระหว่างคู่รักไฮโซที่ควงกันมาให้ตาร้อนหลายปี ระหว่างนิตย์ระวี มิ่งมงคล บุตรสาวพลเอกอรรถและคุณหญิงรวิวรรณ กับพัทธนนท์ อัครรัตน์ บุตรชายคนโตของอดีตรัฐมนตรีประชัยและคุณพิมพ์อร ที่งานนี้คงยอมทุ่มสุดตัวเพื่อต้อนรับว่าที่สะใภ้ใหญ่เมย์อ่านเสียงดังแค่พอได้ยินกัน

สองสาววิเคราะห์ข่าวกันอย่างสนุกสนานแกมอิจฉา โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าอีกคนที่มาด้วยกันกำลังใช้สองมือเกาะขอบโต๊ะเพื่อพยุงกายหลังจากที่รู้สึกเหมือนเข่าทั้งสองข้างจะรับน้ำหนักกายไม่ไหว ใบหน้าสวยซีดเผือด หัวใจเต้นแรง มือเย็นและสั่นระริก และก่อนที่รุ่นน้องทั้งสองจะสังเกตเห็นอาการผิดปกติดังกล่าว หล่อนก็รีบผละออกไปทันที

 


**************************************************************

 


ลูกบอล : พ่อหนูอยู่หนาย แฮๆๆๆ
รีดเดอร์ 1 : เร่งมือหน่อยสิยะ เด็กอ้วนนี่ ร้องไห้ใหญ่แล้ว
รีดเดอร์
2 : ทิ้งไว้ตรงนี้ดีมั้ย หรืออุ้มไปฝากแม่นิลพ่อหนึ่งที่บ้านโน้นช่วยเลี้ยง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

1,982 ความคิดเห็น

  1. #172 PeKcHuL@ราชวงค์ลิง (@pekchul) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2554 / 02:36
     อย่าให้เห็นหน้านะ....ไอ่บ้านเด็ก - -
    #172
    0
  2. #171 โลกะไท (@kurbkeeb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 01:34
    บรรยายออกมาได้ความรู้สึกมากครับ ทั้งตัวละคร และสถานที่
    #171
    0
  3. #170 linlylin (@linlylinlada) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 23:50

    น่าติดตามมากนะคะ เศร้าๆแต่แฝงไว้ด้วยความน่ารักของน้องบอลที่ไม่มีพ่อแถมทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ เก่งจังเลยค่ะ

    #170
    0
  4. #169 mom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 18:29
    ชอบนะ ไม่คิดว่าจะได้อ่านนิยายท่ีเขียนได้แบบนี้ในweb
    #169
    0
  5. #168 สาวลั้ลลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 22:30
    พึ่งได้อ่านคะ ชอบมาก

    ขอบคุณมากๆคะ ลุ้นๆ^^
    #168
    0
  6. #167 tangmo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2554 / 13:00
    สนุกดีค่า รออ่านต่อนะคะ
    #167
    0
  7. #166 MOLLY (@alohazababin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 17:38
     ดูเรื่องเศร้าๆ เคล้าความน่ารักนะคะ
    #166
    0
  8. #165 •Zol2iäc• (@yuletied) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2554 / 20:48
    รู้เลยว่าใครเป็นพ่อเด็ก=A=++
    #165
    0
  9. #164 KaLahEaD (@kalahead) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2554 / 19:56
    อ่านครั้งแรกจ้า ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #164
    0
  10. #163 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2554 / 10:50
    ต้องอ่านอย่างละเอียดรอบคอบ เก็บทุกประเด็น
    #163
    0
  11. #162 MiK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 21:48
    เพิ่งมาอ่านค่ะ ชอบตั้งแต่ตอนแรกเลยค่ะ
    #162
    0
  12. #161 ♥•[Preaw]•♥ (@praew-pan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 10:06
    ชอบคะจะติดตามต่อไป
    #161
    0
  13. #160 ซอนย่า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2554 / 12:03
    สนุกมากค่ะ อ่านแล้วจี๊ดมาก



    สงสารนางเอก
    #160
    0
  14. #159 nuna (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2554 / 11:19
    สนุกค่ะ ชักอยากรู้แล้วว่าเกิดอะไรแต่หนหลัง คุณแ่ม่ถึงเลี้ยงลูกคนเดียว ขอบคุณค่ะ
    #159
    0
  15. #158 ตะบองเพชรจิ๋ว (@sayaung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 13:26
    พึ่งเข้ามาอ่านค่ะตอนแรกก็สนุกแล้ว
    #158
    0
  16. #157 นานามู (@nanamoo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:29

    สนุกดีค่ะ น่าติดตาม

    #157
    0
  17. #156 vivii_89 (@vivii89) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:23
    หนุกคร่าหนุก
    #156
    0
  18. #155 p_tulip (@tulippink) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:36
    เห็นว่าดิ้นกันจนแทบเอาไม่อยู่ ครานี้จะเป็นยังไงอีก          น่าจะเป็น   คราวนี้ หรือเปล่าคะ
    หนูจันทร์หรือเปล่าจ้ะ                                            หรือเปล่าจ๊ะ
    กี่ขวบจ้ะ ชื่ออะไร                                                   กี่ขวบจ๊ะ
    หนูจันทร์พักที่ไหนจ้ะ                                           ที่ไหนจ๊ะ
    หล่อนดึงผ้าผืนมาคลุมขาเล็ก       น่าจะเป็น ดึงผ้าผืนบาง (ผืนหนา) อะไรประมาณนี้ไหมคะ
    สักพักหนิงก็พยักหน้าเรียกให้มาดูที่เคาเตอร์ด้านใน                            เคาน์เตอร์
     
     
    สงสารน้องบอลจัง จะได้เจอพ่อไหมนี่
    #155
    0
  19. #154 เก๋ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:28
    อ่านแล้วสงสารน้องจันทร์จังเลย
    #154
    0
  20. #153 misdomoe (@kasanicolas) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:54

    มาแล้วววว อดีตต มันกำลัจะกลับมา 55+

    เพิ่งเข้ามาอ่านคะ

     

    #153
    0
  21. #152 MU @ Club (@mooarmy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:42

        ตั้งใจอ่านมากมาย ประหนึ่งว่าจะไปทำข้อสอบยังไงยังงั้นเลย

        ด้วยความอยากรู้ ( เรื่องชาวบ้าน ) ว่าใครคือ พ่อของน้องบอล

        เห้อๆ และแล้วก็ได้รู้ละ..

       

    #152
    0
  22. #151 pimpimwall (@pimpimwall) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:49

    ตายแล้ว ลูกคุณพันธ์ เหรอเนี้ย จะทำให้คุณย่าใจอ่อนได้มั้ยเนี้ย
     

    #151
    0
  23. #150 อาบูดาบี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:55
    แบบนี้ย่าพิมพ์อรจะเห็นแก่หลาน แล้วยอมรับแม่ลูกบอลรึเปล่า เพราะขนาดป้านิลก็น่าสงสารมากแต่ย่าพิมพ์อรยังไม่เห็นใจซักกะนิด
    #150
    0
  24. #149 พี่นิ้วนาง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:14
    พี่ชายหนูนิลนี่เอง อยากให้หนูนิลเจอเจ้าลูกบอลก่อนพี่ชายจัง
    #149
    0
  25. #148 เภา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:45
    เมื่อไหร่พระเอกจะได้เจอลูกบอลอ้วนซะทีอ่ะ ลุ้นมากกกก
    #148
    0