ดอกเหมยห่อไฟ + E-book พร้อมโหลด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,390 Views

  • 213 Comments

  • 263 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,521

    Overall
    41,390

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 1 มีแค่เราสองคน [อัป 65%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61

 

ตอนที่ 1 มีแค่เราสองคน (ต่อ)

 

ชอปปิงมอลล์ขนาดไม่ใหญ่ เป็นอาคารสองชั้น สร้างติดกับโรงแรมเวียงรวี มีกำแพงโปร่งกั้น ความสูงต่ำกว่าระดับสายตาพอให้เป็นสัดส่วน ซึ่งก็ไม่ได้แน่นหนาอะไรเพราะเป็นเจ้าของเดียวกัน โดยปกติแล้วมอลล์แห่งนี้จะมีเสื้อผ้าแบรนด์เนมดีไซน์ไม่หวือหวานัก และราคาน่าคบหาอยู่ไม่น้อย ถือว่าตีตลาดระดับกลางถึงสูงได้ดีเยี่ยม ตอนทำงานเป็นพนักงานบัญชีให้กับบริษัทเหมืองทองคำ หล่อนมีเงินเดือนใช้จ่ายพอคล่องตัว ญาณินก็มาเลือกซื้อเสื้อผ้าจากที่นี่ไปใช้อยู่บ่อยๆ

สำหรับญาณินแล้ว การจ่ายเพิ่มอีกนิดแต่ได้เสื้อผ้าคุณภาพดี ตัดเย็บเข้ารูปเข้าทรง ใส่แล้วเสริมบุคลิกและความมั่นใจ แถมเนื้อผ้ามักจะดี ทนทานใช้ได้นาน และนั่นก็คุ้มค่าที่จะต้องจ่ายแพงขึ้น อีกเหตุผลคือหล่อนไม่นิยมเปลี่ยนสไตล์ตัวเองตามแฟชั่นที่เข้ามาในแต่ละฤดูกาล หล่อนสนุกที่จะเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ให้เข้ากับตัวเองมากกว่า จึงถือว่าเสื้อผ้าของใช้ในชอปปิงมอลล์ของโรงแรมเวียงรวีตอบโจทย์หล่อนได้ดี

ด้วยความที่เป็นคนพิถีพิถันในการเลือกของใช้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอระยะหลังรายได้และรายจ่ายตึงตัว การซื้อของใช้ส่วนตัวแต่ละทีจึงต้องคิดอยู่หลายตลบ สุดท้ายก็มักจบที่คำว่าความจำเป็นยังไม่มากพอ เก็บไว้ก่อน

ค่าใช้จ่ายของญาณินส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายสำหรับแตงหวาน แค่เลือกหาตามความจำเป็น เช่น เสื้อผ้า นม ของกินของใช้สำหรับเด็ก ก็ทำให้บางเดือนแทบไม่เหลือเงินให้ทำอย่างอื่นแล้ว

แต่ก็เป็นชีวิตที่หล่อนเลือกแล้วและมีความสุขดี แตงหวานเป็นลูกของมินตรา พี่สาวโดยสายเลือดเพียงคนเดียวของหล่อน แตงหวานจึงถือเป็นคนในครอบครัว เป็นหลานในไส้ จึงเป็นธรรมดาที่หล่อนจะรักและทุ่มเทให้ตามสัญชาตญาณของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาอยู่แล้ว

ไม่เหมือนคนบางคน...แม้แต่หน้าของแตงหวาน เขาก็ยังไม่ยอมเสียเวลาอันมีค่าหันมามองเลยสักครั้ง

เมื่อรู้สึกถึงแรงกระตุกจากมือน้อยที่กุมอยู่ ญาณินถึงได้หยุดความคิด ก้มมองดวงหน้าจิ้มลิ้มที่แหงนขึ้น

สวย แตงหวานจะเอา

ญาณินมองตามมืออีกข้างของหนูน้อยที่ชี้ไปยังลูกโป่งลวดลายสีฟ้าหลายลูกหลายขนาด โดยมีเชือกผูกเป็นช่อใหญ่เคลื่อนไหวลอยชิดผนังกระจกของมอลล์

น้าอ่อนว่าเราไปดูเสื้อกันหนาวสวยๆ ตรงโน้นดีกว่านะคะ สวยเหมือนกับลูกโป่งเลย

จะเอาลูกโป่ง...นะ

ดูว่าเด็กน้อยไม่ได้สนใจคำเชิญชวน กลับยืนยันความตั้งใจเดิมด้วยเสียงอ่อนๆ ที่มาพร้อมแววตาออดอ้อนจนหัวใจของญาณินอ่อนยวบ ไม่ต่างจากทุกครั้งที่ถูกหลานสาวน็อกด้วยกลยุทธ์นี้

แต่วันนี้หล่อนต้องใจแข็ง เพราะอย่างไรก็เอาลูกโป่งเหล่านั้นมาให้หลานไม่ได้

แตงหวานคนดี ลูกโป่งไม่ใช่ของเรา ปล่อยลูกโป่งไว้ตรงนี้ คนอื่นจะได้เห็นด้วย เห็นเหมือนที่แตงหวานเห็น เราไปซื้อของก่อน ซื้อเสร็จแล้ว น้าอ่อนจะพาแตงหวานไปดูใกล้ๆ ขอเขาให้แตงหวานจับลูกโป่งด้วย ดีไหมคะ

หนูน้อยละสายตาจากน้าสาวไปมองลูกโป่งอีกรอบ ทอดสายตาละห้อยอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนพยักหน้ารับ หากคิ้วบางยังมุ่นอยู่ แถมปากจิ้มลิ้มยังยื่นออก บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวจำใจยอมทำตามนะ

ญาณินพาแตงหวานเข้าไปด้านใน แม้จะยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน แต่ผู้คนที่มาเพื่อจุดประสงค์เดียวกับเธอก็หนาตา ขณะเลือกเสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก ซึ่งนานๆ ครั้งถึงจะมีเข้ามาลดราคา ยิ่งยังอยู่ในช่วงฤดูกาลด้วยแล้ว ถือว่าเป็นนาทีทองทีเดียว

เสื้อตัวเล็กจิ๋วสีสันสดใส ทำให้ญาณินเพลินทีเดียว ปล่อยหนูน้อยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ให้เป็นหน้าที่ของเชือกวิเศษสีชมพูคอยกันเด็กหญิงไม่ให้วิ่งออกห่างตัวไปไกล

ค่ำๆ จะมีแฟชั่นเสื้อผ้าผู้ใหญ่บนเวทีข้างนอก เธอจะรอดูไหมเสียงหญิงสาวที่เลือกเสื้อผ้าเด็กบนราวแขวนใกล้กับญาณินถามผู้หญิงที่ยืนกอดอก คล้ายว่าแค่มาเป็นเพื่อนกัน

ไม่ละ ไม่ใช่แบรนด์ที่ฉันสนใจ

แต่ก็ไม่กระจอกนะจ๊ะ แบรนด์นี้ขายอยู่ในร้านค้าของโรงแรมเวียงรวีด้วย ไม่ได้มีแต่ในมอลล์

ฉันรู้ ก็สินค้าคัดเกรดมาแล้วไง เหลือทิ้งจากร้านในโรงแรมก็มาใส่กระบะขายคนอย่างเธอในนี้

ถ้อยคำกระเซ้าเจือจิกกัดของสองสาว ญาณินเพียงฟังเฉย จดจ่อแต่จะเลือกเสื้อกันหนาวให้หนูน้อยต่อไป เลือกได้ที่พอใจก็ถามหาความเห็นของคนใส่ ก็เห็นว่าพยักหน้ารับอยู่ร่ำไป ไม่ว่าเธอจะส่งตัวไหนไปให้

น้าอ่อนเลือกสีฟ้าสลับขาวตัวนี้แล้วนะหล่อนชูเสื้อไหมพรมเนื้อนุ่ม ผ้าหนาพอให้อบอุ่น ไซซ์สำหรับเด็กหญิง หลังจากตรวจความเรียบร้อยของตะเข็บเสื้อผ้าจนทั่ว เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนไหนชำรุด จากนั้นก็พาดกับแขนตัวเองไว้ ก่อนหันไปหยิบอีกสองตัวให้ดู ทีนี้น้าอ่อนให้แตงหวานเลือกอีกตัวหนึ่ง หนูชอบสีไหนคะ สีชมพู หรือว่าตัวนี้ สีเขียว

ชอบตัวนี้โดยไม่ลังเล มือเล็กป้อมของเด็กหญิงยื่นมาคว้าเสื้อหนาวสีชมพูตัวจิ๋วจากน้าสาวไปกอดอย่างหวงแหน

ญาณินยิ้ม กะไว้อยู่แล้วเชียวว่าคนตัวจ้อยที่โปรดสีชมพูมากกว่าอื่นใดไม่มีทางมองเสื้อกันหนาวสีอื่นอย่างแน่นอน แม้ใจจริงเธอจะชอบเสื้ออีกตัวมากกว่าเพราะเนื้อผ้านุ่มละเอียดกว่า แต่ก็อยากตามใจหลานสาว อยากให้เจ้าตัวได้เลือกของใช้ของตัวเองด้วย

หญิงสาวต้อนคนที่กอดเสื้อสีชมพูไว้กับตัวแน่น เดินไปยังเคาน์เตอร์แคชเชียร์เพื่อชำระเงิน ซึ่งกว่าเจ้าตัวจะยอมปล่อยเสื้อตัวสวยให้พนักงาน คนเป็นน้าสาวก็ต้องบอกเหตุผลพร้อมยืนยันมั่นเหมาะว่าเสื้อตัวนั้นจะกลับมาหาแตงหวานอีกแน่นอน นั่นละเจ้าตัวถึงยอมปล่อยให้ห่างจากมือ และไม่นานเกินรอ แตงหวานก็ได้เสื้อตัวสวยที่บรรจุลงในถุงเรียบร้อยกลับมากอด พร้อมกับที่ญาณินชำระค่าใช้จ่ายเสร็จเช่นกัน

แตงหวานหิวหรือยังคะ น้าอ่อนว่าเราหาของอร่อยที่นี่กินกันดีกว่า ไม่ต้องหิ้วท้องกลับไปหุงข้าวกินที่บ้านแล้วนะ

กินค่ะ หิว หิว

เด็กหญิงยิ้มเผล่อารมณ์ดี ตอบรับในทันที ซึ่งญาณินไม่แน่ใจหรอกว่าเจ้าตัวหิวจริงหรือเปล่า หรือแค่อารมณ์ดีกับเสื้อใหม่ในอ้อมกอด เลยพร้อมตอบรับไปซะทุกอย่าง  



+++++++++

ฝากนิยาย เบี้ยปรารถนา เรื่องแรกในชุดสิงห์หนุ่มแห่งเชียงราช

หรือเรื่องแรกของนามปากกา อรอิสรา ของไรเตอร์ค่ะ 


“เธอเป็นผู้หญิงของเขา แล้วเคยเจอเขาหรือเปล่า รู้หรือว่าเขาเป็นคนยังไง”
“ทำไมจะไม่รู้ ถึงเขาจะแก่ แต่ฉันชอบเขา คุณใหญ่ใจดี ไม่หยาบคายอย่างนาย 
จำไว้นะ อย่าบังอาจแตะต้องตัวฉันอีก ไม่งั้นฉันจะฟ้องเขาให้สั่งคนจับนายยิงเป้า”
ปิ่นลดา ประกาศก้อง รัชตะ ถึงกับยืนจังงัง 
หากหล่อนตีความไปว่าเขากำลังกลัวโทษที่ตัวเองขู่
“อย่าตามมานะ ถ้าไม่อยากตาย” 
หล่อนถอยอีกสามก้าว ก่อนหันกายวิ่งหนี 
ร่างน้อยในชุดเสื้อคลุมสีขาวที่เห็นรางๆ ในคืนเดือนมืดจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง 

คนข้างหลังมองตาม ดวงตาคมหรี่ลง กระตุกยิ้มอย่างจอมวายร้าย...
อย่างนี้จะพึ่งเทคโนโลยีผลิตเลือดเนื้อเชื้อไขให้โง่ทำไม 
ก็หล่อนร่ำร้องอยากเป็นผู้หญิงของนายใหญ่ใจจะขาดแล้ว!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น