มายาสีฝุ่น + E-book พร้อมโหลดจ้า

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 20,364 Views

  • 27 Comments

  • 163 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    254

    Overall
    20,364

ตอนที่ 49 : ตอนที่ 8 พลาดท่า (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    5 พ.ค. 62

 

ตอนที่ 8 พลาดท่า

 

พราวพิชชาตื่นขึ้นมานั่งอยู่กลางเตียง นานนับนาทีที่นิ่งงัน ทบทวนตัวเองอยู่ จนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อภาพเหตุการณ์ย้อนกลับมาเป็นฉากๆ

หล่อนรีบยกมือขึ้นปิดปาก กลัวเสียงร้องจะลอดออกมา ค่อยๆ เบือนมองผู้ชายที่นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างๆ ได้ยินเสียงกรนเบาๆ ...เขากำลังหลับสนิท

มันเป็นความรู้สึกที่พราวพิชชาบอกตัวเองไม่ได้ว่าคืออะไร สับสน หวาดหวั่นหรือใจหาย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงยอมให้เหตุการณ์ลงเอยแบบนี้

ร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวเลื่อนออกมา พลันต้องคู้ตัวงอเมื่อความปวดเมื่อยทั่วตัวเริ่มสำแดงฤทธิ์ ยังความเจ็บแปลบในบริเวณที่ถูกรุกรานอย่างหนักตลอดที่โรมรันกัน...

ความบอบช้ำที่เกิดกับกายตอกย้ำให้พราวพิชชารู้ว่าเหตุการณ์เมื่อบ่ายต่อเนื่องมาจนถึงหัวค่ำนั้นเป็นความจริง เธอไม่อาจคิดเป็นอื่นได้อีก

สองมือสั่นเทาก้มหยิบเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งลงข้างเตียง หล่อนเก็บมาสวมอย่างเร่งรีบ แต่ยิ่งรีบเท่าไหร่ก็ยิ่งเชื่องช้าอย่างน่าขัดใจ จนต้องคุมสติใหม่ เมื่อจัดการตัวเองจนเสร็จจึงออกจากห้องนอนเขา ผ่านทางห้องทำงานออกมา จนอยู่ในห้องพักส่วนตัวได้สำเร็จ

สายน้ำเย็นเฉียบราดรดทั่วกายอรชรที่มีรอยสัมผัสอยู่ทั่ว พราวพิชชาอยากล้างคราบสกปรกออกให้หมด หล่อนขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ เนิ่นนานจนเนื้อตัวหนาวสั่น จึงฝืนความเจ็บร้าว เดินลากขาออกมาในชุดเสื้อคลุมห่อกายเพียงตัวเดียวแล้วมานอนซบลงบนเตียง...ไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้จะหยิบเสื้อผ้าจากตู้มาสวมใส่

เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นเบาๆ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ผงกศีรษะมอง แล้วคิดว่าคงเป็นผักบุ้งหรือเด็กรับใช้สักคนที่เห็นว่าหล่อนไม่ได้ลงไปรับประทานอาหารเย็น พราวพิชชาจึงเลือกที่จะนอนขดตัวนิ่งต่อ ลากผ้านวมมาคลุมทับ...สักพักถ้าไม่มีเสียงตอบรับจากเธอ คนข้างนอกคงกลับไปเอง

แต่เธอคิดผิดถนัด...เสียงเคาะนั้นหยุดลงก็จริง แต่กลับมีเสียงลูกบิดขยับ และประตูกำลังถูกเปิดออก

หญิงสาวใจหายวาบ นึกรู้แล้วว่าจะเป็นใครที่กล้าล่วงล้ำเข้ามาในห้องส่วนตัวของเธอ

เป็นยังไงบ้าง”

เสียงนุ่มทุ้มลอยอยู่เหนือศีรษะ พราวพิชชายิ่งขดตัวแทบจะม้วนหนีเข้าไปในโพรงผ้าห่ม กดใบหน้าลงกับที่นอนแล้วกัดฟันไล่เขา

ออกไป”

โกรธผมหรือเปล่า”

ไม่รู้ ไม่อยากเห็น ออกไปก่อน”

พราวพิชชายื่นมือควานหาหมอนแล้วเอามากดบนศีรษะตัวเอง...ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากฟังเสียงเขา

คนยืนมองนึกสงสารจับใจ อีกความรู้สึกก็นึกเอ็นดูรักใคร่ในท่าทีเปิดเผยและไร้เดียงสา...ผู้หญิงอะไรนะ ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งน่าค้นหา ผิดจากที่เห็นครั้งแรกนัก

กลัวผมหรือเปล่า”

เขายังเซ้าซี้ถาม...ในความรู้สึกของพราวพิชชา คนอะไรไล่แล้วก็ยังอยู่ทน ไม่ยอมไปสักที

ไม่กลัว ไม่ให้ถามด้วย”

หล่อนกระชากเสียงตอบ ไม่ลืมทิ้งท้ายด้วยคำไล่เช่นเดิม แต่อีกคนกลับได้ยินเพียงเสียงสั่นเครือ อ่อนระโหยชวนให้กล่อมขวัญ

ผมจะอยู่เป็นเพื่อน ไม่อยากปล่อยคุณไว้คนเดียว”

รัชภาคย์ดึงดันที่จะอยู่ พราวพิชชาแทบร้องไห้ เขาเป็นบ้าอะไรนะ ทำไมถึงไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอ ทำไมไม่ให้เธอมีเวลาเป็นส่วนตัวได้อยู่กับตัวเอง

ถ้าอยากช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นในเวลานี้ ทางเดียวที่เขาควรทำ คือพาตัวเองออกไปให้พ้นๆ

ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ ไม่อยากเห็นจริงๆ”

แหวว”

เสียงเรียกนั้นทำเอาหล่อนขนหัวลุก ห่อตัวหนีโดยอัตโนมัติ รู้สึกเหมือนตนกำลังถูกเล้าโลม น้ำเสียงของเขาทอดอ่อนและบังคับอยู่ในที เมื่อพราวพิชชาไม่อาจต่อต้าน ออกคำสั่งเขาก็ไม่ได้ ทางออกสุดท้ายจึงระเบิดออกมา

เสียงร้องไห้กระซิกหลุดมาให้ได้ยิน รัชภาคย์ตกใจ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นอะไรกันแน่ ไม่เคยต้องรับมือกับเหตุการณ์อย่างนี้...แต่แม้จะยากแก่การเข้าใจ เขาก็ยังเต็มใจที่จะเรียนรู้เธอ

ชายหนุ่มถือวิสาสะนั่งลงข้างเตียง มองคนที่นอนกดใบหน้ากับที่นอน ลำตัวก็มีผ้าห่มนวมห่อกลมอยู่

ไม่อยากเห็นหน้าคุณนี่ ไม่อยากได้ยินเสียงด้วย”

คร่ำครวญเจียนขาดใจ ถ้าเธอจะเรียกร้องอื่นใดรัชภาคย์จะพร้อมตอบรับ แต่นี่สิ่งที่แม่คุณร้องหาแค่ไม่อยากเห็นหน้าและไม่อยากได้ยินเสียงเขา...ให้ตายอย่างไรรัชภาคย์ก็ให้เธอไม่ได้

ปลอบเมียนี่มันยากจริงๆ แม่คุณก็ไล่ท่าเดียว แล้วฉันต้องทำยังไงวะเนี่ย

สุดท้ายเขาก็ตื๊ออยู่ พราวพิชชานอนคว่ำหน้านิ่ง ทำตัวแข็ง ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน เหมือนจะประท้วงเขากลายๆ และเพียงไม่นาน ไม่กี่สิบนาที เสียงร้องไห้กระซิกและเสียงขับไล่นั้นก็เงียบลง

หล่อนหลับสนิท ลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอ

มือหนาของรัชภาคย์ยื่นมาสัมผัสผิวกายเธอ เนื้อตัวอุ่นจัด เกรงว่าจะไม่สบายไปเสียก่อน

เขาจับร่างน้อยพลิกหงาย หวังให้นอนอย่างสบายตัว แต่เจ้าหล่อนก็ตะแคงหนี เหมือนรู้ว่ามีเขานั่งเคียงอยู่

รัชภาคย์ยิ้มกับตัวเอง มองใบหน้าขาวนวลไร้เครื่องสำอางแต่ยังสวยเด่น ปลายจมูกโด่งเล็กแดงก่ำ ไม่ต่างกับริมฝีปากสวยที่บวมเป่งกว่าปกติ

ชายหนุ่มเอนกายนอน ทาบสนิทกับแผ่นหลังบาง ท่อนแขนกำยำทอดผ่านเอวคอดกิ่ว ค่อยๆ วางอย่างหยั่งเชิง แค่สัมผัสหล่อนก็ขยับ...แต่เพื่อหาท่านอนที่สบายขึ้น

รัชภาคย์ผ่อนลมหายใจยาว นึกโล่งอก แล้วกระชับลำแขน ดึงร่างหญิงสาวเข้ามาชิดร่างตัวเองมากเข้า

ร่างน้อยช่างอุ่นนุ่ม กลิ่นกายหอมยวนใจ...มันอดไม่ได้จริงๆ ที่จะลอบหากำไรใส่ตัว เรื่องจะให้เขาถอยห่างนั้นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

0 ความคิดเห็น