ชายิกาของซาตาน | รีิอัป

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 67,497 Views

  • 58 Comments

  • 434 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    25

    Overall
    67,497

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 ชายิกา [อัป 50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3997
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    6 มิ.ย. 61

 

ตอนที่ 1 ชายิกา (ต่อ)

 

ในช่วงเย็นของวันนั้น เมื่อกลับถึงบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้น ชายิกาเข้าไปในห้องนอน คุกเข่าหน้ากรอบรูปสีหวานที่มีรูปถ่ายของหญิงชายวัยกลางคนวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง มองฉากหลังที่เป็นทิวเขาแนวยาว ปกคลุมด้วยแมกไม้เขียวขจีที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ที่แห่งนี้ครอบครัวของเธอมักใช้เป็นสถานที่พักผ่อนในช่วงวันหยุด ใบหน้าสวยยิ้มออกมา เมื่อย้อนเวลาไปสู่ความทรงจำที่แสนอบอุ่น

พ่อกับแม่กอดกันสิคะ ดูสิยืนห่างอย่างนี้ ทำเป็นไม่รู้จักกันไปได้

ชายิกาเร่งยิกพลางถือกล้องถ่ายรูปตั้งท่ารอ ต่อเมื่อได้ยินเสียงลุ้นของน้องชายและน้องสาวตามมาสมทบ นายแบบกับนางแบบก็จำต้องตามใจช่างภาพ เมื่อเก็บภาพได้สมใจ หญิงสาวก็แสนจะปลื้มใจกับฝีมือของตน

เรียบร้อยแล้วค่ะ วุ้นจะเก็บรูปนี้ไว้อย่างดีเลย

แล้วเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านไปเพียงสี่ปี ตอนที่ชายิกาเพิ่งเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ในวันหนึ่งเมื่อกลับถึงบ้านหลังจากเลิกเรียนก็เห็นเพื่อนบ้านนั่งรอพร้อมกับน้องสองคนที่กอดกันร้องไห้

พ่อกับแม่ของวุ้นถูกรถชนอาการบาดเจ็บสาหัส

เธอได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้านว่าอย่างนี้ แต่ความจริงคือพ่อแม่ไปสู่สวรรค์ในทันทีที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว หญิงสาวยกกรอบรูปขึ้นมามอง...บ้านหลังนี้เป็นสิ่งเดียวที่ท่านได้ทิ้งไว้ให้ลูกๆ ได้พักพิง ร่างบางทรุดลงบนขอบเตียง แล้วปล่อยถ้อยคำกระซิบ

พ่อจ๋า แม่จ๋า ตอนนี้วุ้นเรียนจบแล้ว ไม่ต้องห่วงพวกเรานะจ๊ะ ต่อไปวุ้นจะทำงาน ดูแลน้องๆ เอง

หล่อนวางกรอบรูปตรงจุดเดิม ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอนลงชั้นล่างแล้วผ่านเข้ามาในห้องนั่งเล่น ดวงตาคู่สวยมองรอบตัว ริมฝีปากอิ่มเผยอยิ้มอย่างเผลอไผลเมื่อคิดว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่หล่อนกำลังก้าวผ่านความเป็นผู้ใหญ่ไปอีกขั้น แล้วก้มมองตัวเองในชุดนักศึกษาสถาบันชื่อดังที่ตั้งหน้าตั้งตาพากเพียรเรียนมาสี่ปี จนถึงวันนี้ที่หล่อนทำได้สำเร็จสมดังตั้งใจ

เท้าบางขยับเข้าไปใกล้โต๊ะตัวใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง เพื่อให้น้องทั้งสองคนที่อยู่ในวัยเรียนระดับมัธยมใช้อ่านหนังสือ พลันสายตาก็เหลือบเห็นซีดีแผ่นเกมที่วางซ้อนกันเป็นตั้งของน้องชาย ส่วนหนังสือการ์ตูนสีสันหลากหลายก็คงเป็นของน้องสาวตัวดี

พี่สาวคนโตปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงน้องตัวแสบทั้งสองคนว่าคงใช้ที่ตรงนี้เล่นสนุกไปตามประสา มากกว่าทบทวนตำราเรียนอย่างที่หล่อนตั้งใจให้เป็น

ชายิกานั่งบนโซฟาที่วางอยู่ใกล้แล้วเอื้อมมือหยิบรีโมตหมายจะเปิดทีวี แต่ได้ยินเสียงคุ้นหูจากหน้าประตูรั้วบ้านเสียก่อน จึงเดินไปหา

วุ้น อยู่หรือเปล่าจ๊ะเสียงเรียกยังดังต่อเนื่อง จนคนข้างในต้องรีบขานรับ

อยู่ค่ะเมื่อสาวเท้าออกไปจึงเห็นว่าเป็นสาวรุ่นพี่ที่อยู่ข้างบ้านนั่นเอง พี่หนิงมีอะไรหรือคะ

พี่มีงานให้ช่วยทำจ้ะ ช่วงนี้ว่างหรือเปล่า หรือว่ายังติดสอบนิรชาถามคนหน้าแฉล้มในชุดนักศึกษาที่ยืนอยู่หลังรั้วโปร่งสูงเพียงช่วงอก

วุ้นสอบเสร็จแล้ว ถ้าผ่านทุกวิชาก็ถือว่าเรียนจบแล้วล่ะพี่หนิงเสียงใสบอกอย่างร่าเริง ซึ่งสามารถเรียกรอยยิ้มจากคนฟังได้โดยอัตโนมัติ ว่าแต่เมื่อกี้บอกว่ามีงานให้วุ้นทำ เป็นงานอะไรหรือคะ

รายงานการประชุมจ้ะ พี่ให้ผู้ช่วยเลขาทำมาก่อนแล้ว แต่พอพี่เอามาปรับปรุงให้ใหม่ เขาก็เกิดไม่ว่างมาแก้ไฟล์เอกสาร ช่วงนี้เขามีลูกชายเล็กๆ ต้องรีบกลับบ้าน พี่ทำคนเดียวก็ไม่ไหวว่าพลางส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนหยิบเอกสารประมาณสิบกว่าแผ่นจากกระเป๋าส่งให้พร้อมกับซีดีบรรจุไฟล์เดิม เพื่อผู้ช่วยคนใหม่นำไปทำต่อ

พี่หนิงจะใช้งานกี่โมงคะ

เอกสารนี้พี่ต้องใช้ประชุมพรุ่งนี้เช้า ถ้าให้วุ้นทำเสร็จในคืนนี้ จะไหวหรือเปล่านิรชาถามอย่างเกรงใจเพราะเป็นงานเร่งด่วน กลัวอีกฝ่ายจะตั้งตัวไม่ทัน

ไหวค่ะ วุ้นแก้ไม่นาน เสร็จแล้วจะส่งไฟล์ให้พี่หนิงทางอีเมล ทันแน่นอนค่ะชายิการับคำมุ่งมั่น จนสาวรุ่นพี่ยิ้มอย่างโล่งอก

ขอบใจจ้ะวุ้น ถ้าได้คนอย่างวุ้นมาทำงานด้วย รับรองพี่รักตายเลย

พี่หนิงมีงานให้ทำเรื่อยๆ วุ้นก็รักพี่หนิงสุดใจเหมือนกันค่ะ ชายิกาพูดเสียงกลั้วหัวเราะ

เรียบจบแล้ว สมัครงานที่ไหนหรือยัง

ยื่นใบสมัครงานไปหลายที่แล้วค่ะ

แล้ววุ้นยังไปทำงานที่ร้านอาหารเจ๊เค็มอยู่หรือเปล่านิรชาถามถึงเจ้าของร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัดและความเฮี้ยบต่อลูกจ้างจนน่าหวั่นกลัว

ช่วงก่อนนี้ไม่ได้ทำ เพราะเรียนหนัก วุ้นทำกลางคืนไม่ไหว

ดีแล้ว พี่เห็นสภาพร้านก็นึกกลัวเวลาวุ้นเลิกงาน กลับบ้านดึกๆ จะไม่ปลอดภัย แถวนั้นมีทั้งร้านอาหารและร้านเหล้า พวกขี้เมาเดินกันจนว่อน

ชายิกาได้แต่ยิ้มรับความหวังดี หากเธอมีทางเลือกมากกว่านี้ก็ไม่อยากเฉียดใกล้สถานที่นั้น เห็นจะจริงว่าแถวนั้นดูไม่ปลอดภัยนัก หากเลิกงานกลับบ้านค่ำมืด แต่ที่ยังวางใจเพราะไม่เคยเจอเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตัวเอง...อย่างนี้ถือว่ากำลังประมาทอยู่หรือเปล่าหนอ

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

0 ความคิดเห็น