ตอนที่ 12 : ตอนที่ 3 เค้าลางแห่งความยุ่งเหยิง [อัป 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

 

ตอนที่ 3 เค้าลางแห่งความยุ่งเหยิง (ต่อ)

 

 คุณพริมให้มาเชิญคุณชายิกาไปรับประทานอาหารกลางวันที่ตึกขาวค่ะหญิงสาววัยไม่ห่างจากตนนักในเครื่องแต่งกายเสื้อยืดสีชมพูกับกางเกงยีนสีซีดบอก

ชายิกาเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนบนผนังจึงเห็นว่าเหลืออีกสิบนาทีก็ถึงเวลาเที่ยงวันจึงพยักหน้ารับ ก่อนที่จะขอตัวไปสำรวจความเรียบร้อยในห้องน้ำด้านใน เพียงไม่กี่นาทีก็เดินออกมาพร้อมใบหน้าระบายรอยยิ้มเพื่อผูกมิตรไปให้เด็กสาว

น้องชื่ออะไรจ๊ะชายิกาถามขณะที่ก้าวเท้าเดินเคียงกันไปตามทางเดินสู่ตึกขาวซึ่งเป็นระยะทางไม่กี่สิบเมตร

ชื่อดุจเดือนค่ะเธอบอกพร้อมรอยยิ้มเจือความเขินอาย คุณชายิกาเรียกเดือนก็ได้ค่ะ

จ้ะ งั้นเดือนก็เรียกพี่ว่าพี่วุ้นแล้วกันนะนัยน์ตาหวานลอบสังเกตรูปร่างแบบบางและผิวพรรณผ่องใสดูผิดแผกไปจากคนทำงานบ้านทั่วไป เดือนทำงานที่นี่ด้วยหรือเปล่าจ๊ะ

เดือนมาอยู่กับป้าชวนพิศที่เป็นแม่บ้านของที่นี่ค่ะ บ้านเดือนอยู่ต่างจังหวัด พอเข้ามาเรียนที่กรุงเทพ พ่อกับแม่เลยให้มาอยู่กับป้าแทนอยู่หอพัก

อ้อ ดีจ้ะ อยู่กับญาติผู้ใหญ่อุ่นใจดีชายิกาพยักหน้าเออออตาม หากแต่หญิงสาวรุ่นน้องกลับหัวเราะเสียงใสก่อนกล่าวเชิงค้าน

อยู่กับป้าชวนพิศ อุ่นจนร้อนเชียวค่ะ

หมายความว่าไงหรือจ๊ะ

เดี๋ยวพี่วุ้นก็รู้เอง ถ้าพี่วุ้นทำงานที่นี่นานๆ ตอนเที่ยงคงได้มากินอาหารที่ตึกขาวบ่อยๆ พี่ก็จะรู้จักป้าของเดือนไปเองดุจเดือนตอบเป็นปริศนา หากชายิกาก็ไม่ติดใจสงสัย ด้วยความเป็นพี่สาวคนโตที่ต้องเคี่ยวเข็ญน้องสองคน จึงคุ้นเคยการถูกยัดเยียดข้อหาใจร้ายใจดำนั่นเอง

ชายิกาเดินเข้ามาทางด้านหลังตึก แม้จะเป็นบริเวณที่จัดไว้สำหรับทำงานบ้านและงานในครัว แต่ทุกสิ่งรอบตัวก็ถูกจัดสร้างไว้เป็นอย่างดี สมสง่าราศีของความเป็นตึกขาวหลังใหญ่

พี่วุ้นเชิญทางนี้ค่ะ พี่ๆ เขาจัดอาหารไว้ให้เรียบร้อยแล้วดุจเดือนบอกพลางเดินนำไปที่ศาลาเล็กๆ ที่ติดกับห้องครัวซึ่งสร้างแยกออกไปอย่างเป็นสัดเป็นส่วน

เดือนไม่กินด้วยกันหรือจ๊ะหญิงสาวถามเมื่อเห็นว่าสำรับอาหารมีเพียงชุดเดียวที่วางบนโต๊ะไม้เนื้อดี ที่วางเด่นกลางศาลาสีขาวซึ่งดูกลมกลืนไปกับบ้านกึ่งตึกหลังนี้

เดือนกินในครัวกับพี่ๆ ที่ทำงานในบ้านค่ะ เชิญพี่วุ้นตามสบายเถอะค่ะ ดุจเดือนบอกเสร็จก็หันกายเดินกลับ

คนถูกทิ้งไว้ตามลำพังเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวที่อยู่ใกล้กับสำรับอาหาร นัยน์ตาหวานมองเก้าอี้ที่วางเรียงกันเกือบสิบตัว ทำให้เดาได้อย่างไม่ยากว่าที่ตรงนี้คงเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งจัดไว้เพื่อรับรองแขกเหรื่อ

ชายิการับประทานอาหารที่มีกับข้าวสามอย่างละเลียดไปเงียบๆ จนเกือบครึ่งชั่วโมงก็รู้สึกอิ่ม จึงยกแก้วน้ำที่วางอยู่ด้านซ้ายมือขึ้นมาดื่ม เมื่อวางแก้วน้ำลงบนพื้นโต๊ะอาหารก็เผลอทอดถอนใจไปกับความเงียบและอึมครึมที่แทรกเข้ามาในบางขณะอย่างลืมตัว

เฮ้อ! ทำงานแค่ครึ่งวันก็ต้องนั่งถอนหายใจซะแล้ว ชายิกา

นั่งคิดไปเรื่อยเปื่อย พลันได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอด หากเดาจากทิศทางของเสียงก็น่าจะมาจากด้านหน้าตึก ครู่เดียวก็เห็นคนทำงานบ้านสองคนเดินกระซิบกระซาบออกจากห้องครัวตรงไปในทิศทางสู่เรือนเล็กที่คุณหญิงประภัสสรกำลังพักพิง

ชายิกาดึงความสนใจกลับมาแล้วเก็บจานชามสำรับอาหารวางในถาดก่อนจะประคองเดินเข้ามาที่ตึกใหญ่ ต่อเมื่อย่างเท้ามาจนถึงหน้าประตูห้องครัว สายตาหวานกวาดมองจนทั่วก็ไม่เห็นใครสักคน

หายไปไหนกันหมดนะสิ้นคำรำพึงของชายิกาก็ได้ยินเสียงเอะอะมาจากข้างใน หญิงสาวถือวิสาสะเดินเข้าไปในครัวแล้ววางถาดอาหารลงข้างซิงค์ล้างจาน ขณะคิดจะปลีกตัวหนีเพราะเห็นว่าที่นี่เริ่มมีเค้าลางแห่งความวุ่นวายตามมา ด้วยเสียงห้าวของใครสักคนที่ยังคงดังต่อเนื่องเหมือนเจ้าตัวไม่สบอารมณ์นัก

ใครเป็นคนสั่งให้เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเสียงกระโชกถาม คนอยู่ในห้องครัวก็ชะงักเท้าแล้วเงี่ยหูฟังอย่างอยากรู้

คุณหญิงค่ะ คุณหญิงประภัสสรสั่งให้เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ป้าก็เลยให้คนงานเร่งทำ เพราะอยากจะให้เสร็จทันวันที่คุณย้ายเข้ามาอยู่เสียงหญิงมีอายุชี้แจงอย่างนอบน้อมทำให้คนแอบฟังนึกตำหนิเจ้าของเสียงห้าวนั้นทันที

พูดจากระโชกโฮกฮาก จะแสดงอำนาจบาตรใหญ่ไปถึงไหน คนแก่ก็ยังไม่ละเว้น สงสัยคงเป็นลูกหลานของคนบ้านนี้

ชายิกาคิดพลางส่ายหน้าแล้วก้าวเท้าเดิน หวังเพียงจะไปให้ไกลจากความวุ่นวายที่นี่ แต่เมื่อได้ยินเสียงเดินตึงตังดังเข้ามาใกล้ ความรู้สึกบางอย่างทำให้หญิงสาวไม่กล้าขยับเท้าก้าวต่อไป ร่างบางหยุดชะงักพลางผินใบหน้าไปตามทิศทางของเสียงนั้น ภาพของคนร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางประตูที่เชื่อมกับโถงห้องครัวก็ปรากฏขึ้น

แล้วนี่ใครกันอีกล่ะป้าเสียงห้าวกล่าวดุดันเมื่อดวงตาคมจ้องเขม็งไปที่คนร่างบางที่ยืนอยู่กลางโถงกว้าง แสงสว่างที่ส่องมาจากช่องแสงด้านบนทำให้ร่างนั้นดูกระจ่างตา

ชายิกามองใบหน้าคมสันที่ฉาบด้วยความเย็นชา วูบหนึ่งที่ดวงตาคู่สวยส่อประกายสงสัยแกมประหลาดใจด้วยรู้สึกถึงความคุ้นเคย หากแต่หล่อนก็ยังคิดไม่ออกว่าชายผู้นี้เป็นใคร แต่แล้วร่างน้อยก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงดังราวฟ้าผ่าขึ้นอีกครั้ง

ป้าชวนพิศ! ผมถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงเข้ามาเพ่นพ่านที่นี่

คุณมาร์คขา ใจเย็นๆ สิคะ ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวป้าจะถามให้ว่าแม่หนูคนนี้เข้ามาได้ยังไง

ไม่ต้อง ผมไม่อยากรู้แล้วร่างสูงสง่าหมุนกายกลับโดยมีร่างท้วมของหญิงชราก้าวตามหลังไปติดๆ พร้อมเสียงโต้ตอบที่ยังได้ยินอย่างชัดเจน

ไหนบอกว่าจะจัดการให้เรียบร้อยยังไงล่ะ ทำไมถึงเละเทะวุ่นวายได้ขนาดนี้

คุณมาร์คจะเข้ามาก็ไม่บอกให้รู้ล่วงหน้านี่คะ ป้าเตรียมที่ทางไว้ให้ไม่ทัน

ชายิกากะพริบตาปริบๆ ปลุกตัวเองให้ตื่นจากฝันร้ายตอนเที่ยงวัน หูยังแว่วได้ยินเสียงจอมวุ่นวายคนนั้นสลับกับเสียงโต้ตอบของหญิงชราที่ดูท่าจะประคบประหงมจนน่ารำคาญ ครั้นตั้งสติได้คนร่างบางก็รีบจ้ำอ้าวออกไปจากที่ตรงนี้ แล้วกลับไปอยู่ในสถานที่ที่จะไม่มีใครกล่าวหาว่าหล่อนเข้ามาเพ่นพ่านได้อีก

บ้าจริงๆ ก็เห็นอยู่แล้วว่านายนั่นแหละที่เป็นตัววุ่นวาย ยังจะไปว่าคนอื่นอีก คนอะไรไม่รู้จักดูตัวเองเสียบ้าง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #56 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 18:35
    ชายิกาจะทำงานรอดมั้ยหนอ
    #56
    0